7. แผนพิชิตใจนายซุปตาร์ [จบบริบูรณ์]

โดย: ภรปภัช



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : สาวน้อยช่างฝัน...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าบ้านไออุ่นรัก  ย่านบางกอกน้อย  กรุงเทพมหานคร  ประเทศไทย

“วิจะไปไหนแต่เช้าลูก”  เสียงของแม่น้อย  ผู้ดูแลและเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้  เอ่ยถามสาวน้อยน่ารักที่อยู่ตรงหน้าทันที  เมื่อเห็นเธอแต่งตัวเหมือนจะไปไหนตั้งแต่เวลาเจ็ดโมงเช้าอย่างนี้

“วิจะไปสัมภาษณ์งานค่ะแม่  เดี๋ยวค่ำๆ  วิจะกลับมาแล้วจะซื้อของมาทำกับข้าวด้วยนะคะ”  วิรังรอง  ภัทรดิลก  สาวน้อยหน้าใสวัย  21  ปี  หันมาตอบบุคคลที่เป็นแม่ของเด็กทุกคนที่อยู่ที่นี่  นามสกุลภัทรดิลกนั้นก็มาจากนามสกุลของแม่น้อยนั่นเอง

“จ้า  งั้นก็ขอให้ลูกของแม่โชคดีนะจ๊ะ”  แม่น้อย  หรือนางปวีณา  ภัทรดิลก  อวยพรบุตรสาวบุญธรรมคนสวย  วิรังรองไม่เคยทำให้เธอผิดหวังเลย  นับตั้งแต่มีคนเอาเธอมาทิ้งไว้ที่นี่ตั้งแต่  21  ปีก่อน  ตอนนั้นวิรังรองเพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่กี่เดือนด้วยซ้ำ

“ค่ะแม่  หนูไปก่อนนะคะ  สวัสดีค่ะ”  เธอยกมือไหว้  แล้วรีบวิ่งไปขึ้นรถเมล์หน้าปากซอยทันที 

วิรังรอง  เรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี  สาขาประชาสัมพันธ์  จากมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร  เธอเป็นเด็กสดใส  ร่าเริง  ขยันขันแข็ง  ช่วยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้แก่แม่น้อยได้เป็นอย่างดี เธอทำงานพิเศษตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  จนถึงตอนนี้  เธอจึงต้องการหางานที่มั่นคงและมีรายได้มากพอที่จะนำมาช่วยเหลือจุนเจือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้  ซึ่งมีน้องๆ ของเธอกว่าอีกกว่า  20  ชีวิต

และเมื่อเธอเห็นประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งประชาสัมพันธ์ของบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งจึงสนใจลองส่งอีเมลล์ไปสมัครดู  และวันนี้ก็เป็นวันที่ทางบริษัทนัดเธอเข้าสัมภาษณ์งานนั่นเอง

 

บริษัท  แมชชิ่ง  แอดเวอร์ไทซิ่ง  จำกัด

“สวัสดีค่ะ  ฉัน  วิรังรอง  ภัทรดิลก  มาสัมภาษณ์งานตำแหน่งประชาสัมพันธ์ค่ะ”  เธอแนะนำตนเองกับเจ้าหน้าที่ด้านล่างทันทีที่มาถึง

“สักครู่นะคะ  อ๋อ  คุณวิรังรอง  เชิญที่ห้องผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ชั้น  3  ได้เลยค่ะ”  เจ้าหน้าที่สาวยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร  พร้อมกับชี้ทางให้เธอเดินไป

“ขอบคุณมากค่ะ”  เธอยิ้มตอบ  รู้สึกตื่นเต้นไปหมดแล้วตอนนี้

เมื่อมาถึงหน้าห้องผู้จัดการ  เธอจึงเคาะประตูอย่างมีมารยาทก่อนที่จะเข้าไป

 

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...

“เชิญ”  เสียงจากข้างในดังออกมา  เธอจึงค่อยๆ เปิดประตูเข้าไป  แต่ภายในห้องกลับไม่ได้มีแต่ผู้จัดการอยู่เพียงคนเดียว  แต่มีผู้หญิงสวยคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วย  แม้เธอจะใส่แว่นตาดำอยู่แต่วิรังรองก็รู้สึกว่าเธอสวยมากจริงๆ

“คุณวิรังรอง  ภัทรดิลกใช่ไหมครับ  เจ้าหน้าที่ข้างล่างโทรมาแจ้งผมละ  เชิญนั่งสิ”  ผู้จัดการหนุ่มหน้าตาดี  มองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า  รู้สึกว่าสาวน้อยตรงหน้านี้น่ารักไม่เบาเลยทีเดียว

“เอ่อ  ถ้าคุณกำลังมีแขก  ฉันออกไปรอข้างนอกก่อนนะคะ”  วิรังรองเอ่ยอย่างเกรงใจ  เหมือนเธอจะมาผิดเวลารึเปล่านะ

“อ๋อ  ไม่เป็นไร  นี่คุณอนันตรา  น้องสาวของผมเอง  ไม่ใช่แขกที่ไหนหรอก”  ชายหนุ่มเอ่ยอย่างอารมณ์ดี  เมื่อเห็นท่าทางลนลานของเธอ

“คุณอนันตรา  ที่เป็นดาราดังใช่ไหมคะ”  วิรังรองพูดออกมาอย่างตื่นเต้น   เพราะเธอเป็นแฟนคลับตัวยงของดาราสาวเลยทีเดียว  ถึงว่ารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้หน้าคุ้นๆ

“ฮ่าๆๆ  สงสัยจะเจอแฟนคลับเข้าให้ซะแล้วมั้งแอน”  เขาหันไปพูดกับดาราสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ

“นั่นสิคะพี่อัค  หนูใช่ไหมที่ว่ามาสัมภาษณ์งานน่ะ  นั่งก่อนสิ”  ดาราสาวสวยยิ้มให้เธอเล้กน้อย  รู้สึกเอ็นดูเด็กสาวคนนี้อย่างประหลาด

“ใช่ค่ะ  ขออนุญาตนะคะ”  วิรังรองค่อยๆ ก้มตัวลงเมื่อเดินผ่านดาราในดวงใจอย่างมีมารยาท  ยิ่งเพิ่มความประทับใจให้กับอนันตรามากขึ้น

“ไหนลองเล่าประวัติส่วนตัวมาคร่าวๆ ซิ”  ว่าแล้วนายอัครา  เศรษฐการ  หรืออัค  ก็เริ่มการสัมภาษณ์ทันที  โดยมีอนันตรานั่งอยู่ด้วย 

 

วิรังรองจึงเริ่มเล่าประวัติส่วนตัวทั้งหมด  ให้ทั้งสองคนฟัง  ทำให้อนันตรารู้สึกสนใจเธอขึ้นมาทันที

“หนูเป็นเด็กกำพร้าเหรอจ๊ะ”  นางเอกสาวถามขึ้น

“ใช่ค่ะ”  เธอตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม 

“แล้วหนูอยากได้เงินเดือนสักประมาณเท่าไหร่ล่ะ”  อัคราถามเมื่อคิดว่าเขาน่าจะรับสาวน้อยหน้าใสคนนี้มาทำงานได้ไม่ยาก

“เอ่อ  ตามแต่ที่ผู้จัดการเห็นสมควรค่ะ  หนูแค่อยากมีรายได้ที่มั่นคงจะได้สามารถช่วยดูแลน้องๆ ที่บ้านเด็กกำพร้าได้เท่านั้นเองค่ะ”  เธอยิ้ม  แววตาดูจริงใจและใสซื่อเหลือเกิน

“อืม  งั้นวันนี้พอแค่นี้แหละ  แล้วยังไงผมจะติดต่อกลับไปนะ  ขอบคุณมากครับ”  อัคราค่อนข้างพอใจในคำตอบนั้น  จึงได้จบการสัมภาษณ์ลง

“ได้ค่ะ  ขอบคุณมากนะคะ  สวัสดีค่ะ”  เธอยกมือไหว้คนทั้งสอง  แล้วค่อยๆ ลุกเดินออกจากห้องไป

อนันตรารีบหันมาพูดกับพี่ชายทันทีที่พ้นร่างของสาวน้อยแล้ว

“พี่อัค  แอนขอเด็กคนนี้ได้ไหมคะ  แอนรู้สึกถูกชะตากับแกจริงๆ นะคะ”  เธอพูดอย่างตื่นเต้น

“แล้วแอนจะเอาเธอไปทำอะไรล่ะ”  อัคราเอ่ยถาม  รู้สึกแปลกใจเพราะปกติน้องของเขาไม่ได้ถูกชะตาใครง่ายๆ แบบนี้

“แอนอยากให้เธอมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวแทนพี่รูซี่ค่ะ  ดูท่าทางเด็กคนนี้น่าจะไว้ใจได้  คงไม่ขโมยเครื่องเพชรของแอนไปแล้วเอาไปโพธนาว่าทนความวีนของแอนไม่ไหวอย่างที่สื่อลงข่าวไปนั่นหรอก” อนันตราถอนหายใจเฮือกใหญ่  จริงอยู่ที่เธอเป็นคนเจ้าระเบียบ  แล้วก็มักจะต้องให้งานทุกอย่างออกมาเพอร์เฟคจนหลายๆ คนคิดว่าเธอชอบวีนแตกไปทั่ว  แต่เนื้อแท้ของเธอก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย  ออกจะใจดีเกินไปด้วยซ้ำ  ไม่งั้นป่านนี้เธอคงแจ้งตำรวจจับยัยรูซี่กระเทยร่างยักษ์อดีตผู้จัดการส่วนตัวของเธอไปแล้ว

“แต่เธอยังเด็กมากเลยนะ  จะไหวเหรอ  คิวงานของแอนยุ่งจะตาย”  อัคราถามอย่างไม่มั่นใจนัก

“เท่าที่ฟังเด็กคนนี้เล่ามา  ดูเธอเป็นคนขยันอดทนมากนะคะ  งานนี้คงไม่ยากเกินไปสำหรับเธอแน่นอนค่ะ  อีกอย่างแอนก็ไม่อยากได้ผู้จัดการคนอื่นมาแทนแล้วด้วย  คนพวกนี้รู้ทางหนีทีไล่ในวงการดีเกินไป”  เธอยังยืนยันคำเดิม  จนอัคราใจอ่อน

“งั้นก็ตามใจ  เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะโทรถามเธอดูก่อนละกัน ว่าเธอสนใจงานนี้ไหม  ว่าแต่วิจะให้เงินเดือนน้องเค้าเท่าไหร่ล่ะ”  อัคราถามเมื่อเห็นว่าคงปฏิเสธน้องสาวแสนสวยไม่ได้

“หกเดือนแรกนี้แอนว่าจะให้เค้าเดือนละหนึ่งแสนก่อนละกันนะคะ  ถ้าผลงานเข้าตาจริงๆ  ค่อยคิดเป็นเปอร์เซ็นจากรายได้ของแอนให้เหมือนที่คนอื่นเคยได้กัน  พี่อัคว่าดีไหมคะ  หรือว่าน้อยไปรึเปล่า”  เธอถามความเห็นจากพี่ชาย

“อืม  ก็ไม่เลวนะ  สำหรับมือใหม่  งั้นก็ตกลงตามนี้แหละ  แล้วพรุ่งนี้พี่จะโทรบอกว่าน้องเค้าจะรับงานนี้ไหม”  อัคราเห็นด้วยเพราะเขาเองก็ชื่นชมในความพยายามของเด็กสาวที่ต้องการหาเงินไปช่วยเหลือบ้านเด็กกำพร้าอยู่ไม่น้อย

“โอเคค่ะ  แล้วน้องจะรอฟังข่าวดีนะคะ  ไปล่ะ  เดี๋ยวต้องไปออกงานอีเวนท์ต่อ”   แล้วดาราสาวก็ลุกออกไปข้างนอกโดยเดินอ้อมไปที่จอดรถด้านหลังที่มีบอดี้การ์ดรออยู่นั่นเอง

“เฮ้อ  คำว่าข่าวดี  แปลว่าพี่ต้องทำให้ได้สินะ  ยัยน้องตัวแสบ”  อัครานั่งยิ้มอยู่คนเดียวในห้อง เขาไม่เคยขัดใจน้องสาวคนสวยได้เลยสิน่า

 

ด้านวิรังรอง  หลังจากเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์แล้ว  เธอก็เดินออกไปหางานที่อื่นต่อทันที  จนเมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงสี่โมงเย็น  เธอจึงไปตลาดเพื่อซื้อของมาประกอบอาหารในตอนเย็น  จากนั้นจึงตรงกลับบ้านทันที

“เป็นไงบ้างลูก  ได้งานไหมจ๊ะ”  แม่น้อยเอ่ยถามเมื่อเห็นลูกสาวคนโปรดกลับมาแล้ว

“ยังไม่ได้เลยค่ะแม่  แต่แม่คะ  วันนี้วิเจอดาราในดวงใจด้วยนะคะตอนที่ไปสัมภาษณ์ค่ะ  คุณอนันตราไงคะ  แม่จำได้รึเปล่า”  เธอเล่าอย่างตื่นเต้น  แม้วันนี้จะไม่มีข่าวดีเรื่องงาน  แต่เธอก็รู้สึกโชคดีที่สุดยิ่งกว่าถูกหวยเสียอีก

“จริงเหรอลูก  จำได้สิ  ดาราคนโปรดของหนูเลยนิ  ไหนเล่าให้แม่ฟังสิ  ไปเจอเค้าได้ยังไง”  แม่น้อยอดขำกับท่าทางตื่นเต้นของเธอไม่ได้  สองแม่ลูกทำกับข้าวไปด้วย  คุยกันไปด้วยอย่างสนุกสนาน  พร้อมกับเด็กๆ ที่ทยอยกลับมาจากโรงเรียนกันแล้ว

หลังจากทานอาหารด้วยกันเรียบร้อยแล้ว  วิรังรองก็รับหน้าที่เล่านิทานก่อนนอนให้เด็กๆ  ฟังเช่นเคย  เมื่อภารกิจของวันนี้เสร็จสิ้นหมดแล้ว  เธอก็ออกมานั่งสนามหญ้าด้านนอก  ตรงชิงช้าตัวเล็กๆ  ซึ่งเป็นที่ประจำของเธอ พร้อมกับแหงนหน้ามองท้องฟ้า  พอเห็นดาวตก  เธอจึงรีบยกมือขึ้นมากุมไว้แล้วอธิษฐานขอพรจากดวงดาวทันที

“สาธุ  ขอให้ลูกได้งานที่ดี  ได้เจอกับเจ้าชายในฝัน  คนที่เค้าจะไม่มีวันทิ้งลูกไปไหนด้วยเถิด”  แล้วเธอก็ลืมตาขึ้น  แม้จะรู้ว่าเจ้าชายในฝันคงไม่มีอยู่จริง  แต่เธอก็ยินดีที่จะฝันต่อไป

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รับประกันความฟินแน่นอนค่ะ สำหรับผู้ที่ให้เหรียญจะมีตอนพิเศษเรื่องราวของทายาทของพระเอกและนางเอกให้ได้อ่านกันอีกด้วยนะคะ"

ภรปภัช


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha