7. แผนพิชิตใจนายซุปตาร์ [จบบริบูรณ์]

โดย: ภรปภัช



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : เพิ่งรู้หัวใจตัวเอง...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เมื่อถึงเวลานัดหมาย  รถลีมูซีนสุดหรูก็มารับนางเอกสาวพร้อมกับผู้จัดการส่วนตัวคนสวย  เข้าสู่ใจกลางมหานครลอสแองเจลิส  วิรังรองมองดูตึกระฟ้ามากมายที่รายล้อมอยู่  เวลาค่ำแบบนี้  ดวงไฟตามตึกต่างๆ  ส่องแสงสว่างไสวระยิบระยับ  สวยงามมากจริงๆ

พอใกล้เวลาหนึ่งทุ่ม  รถจึงเข้ามาจอดที่ภัตตาคารหรูแห่งหนึ่ง  พนักงานด้านหน้าวิ่งเข้ามาเปิดประตูให้  อนันตราพร้อมกับวิรังรองจึงก้าวลงจากรถอย่างสง่างาม  แล้วจึงพากันเข้าไปด้านใน 

“เชิญครับคุณผู้หญิงทั้งสอง  ไม่ทราบว่าได้จองโต๊ะไว้รึยังครับ”  ผู้จัดการร้านออกมาต้อนรับเธอทั้งสองด้วยตนเอง  คนทั้งร้านหันมามองเพราะวันนี้เธอทั้งสองสวยสง่างามมาก  อีกทั้งยังเป็นชาวต่างชาติอีกด้วย

“จองไว้แล้วค่ะ  ชื่ออนันตรา เศรษฐการค่ะ”  นางเอกอันดับ  1  ของเมืองไทยยิ้มให้เขาอย่างสุภาพ

“อ๋อ  เชิญด้านนี้เลยครับ”  ผู้จัดการร้านเดินนำเธอไปยังโต๊ะที่อยู่ด้านในสุดใกล้กับฟลอเต้นรำตรงกลาง

“โอ้โห  ที่นี่สวยมากเลยนะคะพี่แอน  นี่ถ้าไม่ได้มาทำงานกับพี่แอน  วิคงไม่มีทางได้มาเหยียบที่แบบนี้แน่เลยค่ะ”  วิรังรองกล่าวอย่างตื่นเต้น  แต่เธอก็รักษามารยาทบนโต๊ะอาหารได้เป็นอย่างดี

“จ้ะ  สวยมาก เราสั่งอาหารมาเลยดีกว่านะ  พี่ชักหิวแล้วล่ะ  วิสั่งได้ตามสบายเลยนะ  ไม่ต้องเกรงใจ  ถือว่าพี่เลี้ยงตอบแทนที่วิดูแลพี่เป็นอย่างดี”  อนันตรายิ้มอย่างเอ็นดูในผู้จัดการตัวน้อยของเธอ

“ขอบคุณพี่แอนมากนะคะ” วิรังรองยิ้มตอบ  แล้วสองสาวก็เลือกเมนูกันอย่างสนุกสนาน  โดยมีสายตาของใครบางคนมองอยู่ตลอดเวลานับตั้งแต่พวกเธอก้าวเข้ามา

“ไงไอ้ลูกชาย  ไม่ได้เจอกันตั้งนาน  แทนที่จะคุยกับพ่อดันเอาแต่มองสาวซะงั้น  ไอ้ลูกคนนี้นี่ ทำอย่างกับไม่เคยเห็นสาวสวย”  นาย อเล็กซานเดอร์  ลอเรนโซ่  มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของอเมริกา  รู้สึกขำในท่าทางของบุตรชาย  ทั้งที่เขาเป็นดาราดัง  เจอแต่ผู้หญิงสวยมาทั้งชีวิต  แต่เขากลับมองสองสาวชาวต่างชาติอย่างกับไม่เคยเห็นคนสวยมาก่อนอย่างนั้นแหละ

“เอ่อ  ครับ  วันนี้เธอ...สวยมาก”  เขามัวแต่จ้องวิรังรองอยู่ไม่วางตา  ผู้หญิงคนนี้ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวแบบไหนก็ทำให้เขาตะลึงได้ทุกทีสิน่า 

“แล้วนายมองคนชุดขาว  หรือชุดสีชมพูล่ะ”  ผู้เป็นบิดาชักนึกสนุกกับท่าทางของเจ้าบุตรชายตัวแสบ

“ชมพูครับ”  เขาตอบโดยที่ไม่ได้หันไปมองหน้าบิดาด้วยซ้ำ

“อ้อ  น่ารักดีนะ  ดูใสๆ  แต่จะไม่เด็กไปหน่อยรึไง”  ชายวัยกลางคนมองตาม  ผู้หญิงสองคนนี้สวยคนละแบบ  คนชุดขาวดูดีมีอายุมากกว่า  แต่คนชุดชมพูดูน่ารักแบบไร้เดียงสา  เขาคิดไม่ถึงว่าบุตรชายจะเปลี่ยนรสนิยม  เพราะทุกทีก็เห็นหิ้วแต่พวกสาวทรงโต กร้านโลกขึ้นห้องแทบทั้งนั้น

“ไม่เด็กแล้วพ่อ  เธออายุ  21  แล้ว”  เขาตอบพร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่  จนผู้เป็นบิดายิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีก

“นี่นายไปรู้จักเค้าตั้งแต่ตอนไหน  เล่ามาซิ  พ่อชักสนใจเด็กคนนี้ซะแล้วสิ  ดูท่าว่าแกคงไม่ได้แค่อยากพาเค้าขึ้นเตียงด้วยแล้วมั้ง”  เขารู้สึกแปลกใจมาก  เพราะไม่เคยเห็นบุตรชายเป็นแบบนี้มานานแล้ว  ตั้งแต่เลิกรากับนางแบบสาวคนนั้น  จนชาตินี้เขาคิดว่าคงไม่มีวันได้อุ้มหลานเป็นแน่

“คืออย่างนี้ครับ  ผู้หญิงสองคนนี้เป็นคนไทย  คนชุดขาวน่ะชื่อคุณอนันตราเค้าเป็นนางเอกหนังเรื่องใหม่ของผม  ส่วนคนชุดชมพูชื่อวิรังรองเป็นผู้จัดการส่วนตัวของคุณอนันตราน่ะครับ”  แอนโทนี่หันมาคุยกับผู้เป็นบิดาอย่างตื่นเต้น

“อ้าว  แล้วทำไมนายไม่จีบคนที่เป็นดาราล่ะ  ดันมาจีบคนที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวซะงั้น” 

“ก็ผมไม่ได้ชอบเค้านี่ครับ  ผมชอบเด็กคนนั้นมากกว่า”  เขาพูดหน้าตาเฉย  แม้จะรู้สึกขัดเขินอย่างบอกไม่ถูก

“ถ้าอย่างนั้นก็ง่ายเลยสิ  แกออกจะรูปหล่อ  แถมดังขนาดนี้  เด็กคนนั้นคงรีบวิ่งเข้ามาซบอกแกแทบไม่ทันเลยสิท่า”  แต่ดูจากสีหน้าของเจ้าลูกชายแล้ว  คงไม่ได้เป็นแบบนั้นแน่

“ใครบอกล่ะครับพ่อ  เธอเป็นผู้หญิงที่แปลกมาก  คอยแต่จะหลบหน้าผมอยู่ตลอดเวลา  ทำอย่างกับรังเกียจผมมากอย่างนั้นแหละ”  เขาพูดเหมือนคนน้อยใจเต็มที

“อะไรนะ  ในโลกนี้มีคนรังเกียจลูกชายของพ่อด้วยเหรอเนี่ย  ไม่ได้ละ  พ่อคงต้องไปทำความรู้จักกับสาวน้อยคนนี้ซะหน่อย  ดูซิว่าเธอเป็นคนยังไงกันแน่”  เขาพูดพร้อมกับลุกออกจากโต๊ะ  แล้วเดินตามวิรังรองที่เดินตรงไปทางห้องน้ำทันที

“พ่อ  จะทำอะไรน่ะ  พ่อ”  แอนโทนี่ไม่เข้าใจว่าผู้เป็นบิดาของเขาจะทำอะไรกันแน่  แต่เขาก็คิดแผนการหนึ่งขึ้นมาได้  จึงเดินเข้าไปหาอนันตราที่โต๊ะ

“อ้าว  แอนโทนี่  คุณก็มาทานที่ร้านนี้เหมือนกันเหรอคะ  เชิญนั่งก่อนสิคะ”  อนันตรายิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน  เมื่อได้พบกับพระเอกหนังของเธอที่นี่

“ขอบคุณครับแอน  ว่าแต่คุณมาคนเดียวเหรอครับ”  แอนโทนี่แกล้งถาม  ทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจ

“เปล่าหรอกค่ะ  แอนมากับน้องวิค่ะ  คุณจำน้องวิได้ใช่ไหมคะ”  เธอถามเขา

“อ๋อ  จำได้ครับ  ผู้จัดการส่วนตัวของคุณใช่รึเปล่า”  เขาทำเป็นว่าไม่ได้สนใจวิรังรองเท่าไหร่  จากนั้นก็ชวนอนันตราคุยเพื่อหาข้อมูลของวิรังรองไปเรื่อยๆ

“คุณวิรังรองเธอยังดูเด็กมากเลยนะครับ  ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นผู้จัดการดาราอันดับ ของเมืองไทยอย่างแอนได้”  เขาถามสีหน้าเรียบเฉย

“ค่ะ  วิเค้าเป็นเด็กขยัน  ตั้งใจทำงานมากเลยนะคะ  เธอเป็นเด็กดีมาก  พอดีแกมาสมัครงานที่บริษัทโฆษณาของพี่ชายแอน  แอนรู้สึกถูกชะตากับแก  เห็นชีวิตแกน่าสงสารด้วย  แอนเลยให้แกมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวแทนคนเก่านะคะ”  อนันตราคิดถึงน้องสาวคนสวยก็อดยิ้มไม่ได้  เผลอเล่าเรื่องของเธอให้เขาฟังโดยไม่ได้คิดอะไร

“น่าสงสารยังไงเหรอครับ  เล่าให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับ  ผมแค่รู้สึกทึ่งในความสามารถของเธอน่ะครับ”  เขารีบออกตัวเพราะเกรงว่าอนันตราจะสงสัย

“คือวิน่ะเป็นเด็กกำพร้า  พ่อแม่เอาเธอมาทิ้งไว้ตั้งแต่เธอลืมตาดูโลกได้ไม่กี่เดือน  เธอเลยโตมากับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เมืองไทย เธอทำงานมาตั้งแต่เด็กๆ  ช่วยแบ่งเบาภาระของแม่น้อย  คนที่ดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านะคะ  แล้วก็ช่วยเลี้ยงน้องคนอื่นๆ ด้วย  จนเธอจบปริญญาตรี  จากนั้นก็เป็นอย่างที่แอนบอกตอนแรกนั่นแหละค่ะ”  อนันตราพูดถึงเด็กสาวอย่างเอ็นดู  แอนโทนี่ที่ได้ฟังอย่างนั้นก็อึ้งไปทันที  นี่เขาเคยคิดว่าจะทำให้ผู้หญิงอย่างเธอยอมขึ้นเตียงกับเขาให้ได้เท่านั้น  มันทำให้เขาดูกลายเป็นคนชั่วร้ายไปเลย  และมันก็กลับทำให้เขาประทับใจในตัวเธอมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ด้านนายอเล็กซานเดอร์  เขายืนรอหน้าห้องน้ำจนวิรังรองเดินออกมา  เขาแกล้งทำเป็นเจ็บหน้าอกหายใจไม่ออก  วิรังรองที่เห็นเข้าจึงรีบมาประคองเขาไว้

“คุณลุง  เป็นอะไรรึเปล่าคะ    นั่งพักตรงนี้ก่อนนะคะ  เดี๋ยวหนูจะรีบไปตามคนมาช่วย”  เธอทำหน้าตกใจ  ก่อนจะหันซ้ายหันขวาไม่รู้จะทำยังไงดี

“ไม่เป็นไรหรอกหนู  ฉันมียาอยู่ที่โต๊ะ  หนูช่วยพาฉันไปหน่อยได้ไหม”  เขาพูดพร้อมกับกุมหน้าอกอยู่อย่างนั้น

“ได้สิคะ  คุณลุงค่อยๆ ลุกนะคะ”  แล้วเธอก็คอยประคองเขาไปที่โต๊ะ  จนเมื่อเขานั่งลงแล้ว

“ยาของคุณลุงอยู่ไหนคะ  หนูจะช่วยเตรียมให้”  เธอถามเขาอย่างห่วงใย  ชายวัยกลางคนหันมายิ้ม

“ไม่เป็นไรแล้วล่ะ  หนูนั่งลงก่อนสิ  ขอบใจมากนะที่ช่วย  หนูต้องการสักเท่าไหร่ล่ะจ๊ะ”  เขาทำเป็นถามเมื่อคิดว่าที่เธออยากช่วยเพราะหวังสิ่งตอบแทน

“คุณลุงพูดอะไรคะ  หนูไม่เข้าใจ” เธอตอบไปตามตรง  แล้วก็ทำหน้างงๆ

“อ้าวก็ที่หนูเข้ามาช่วยลุงน่ะ  อยากได้ค่าตอบแทนเท่าไหร่ล่ะ  ลุงจะเขียนเช็คให้”  เขาทำเป็นพูดจาดูถูกเธอ

“ขอโทษนะคะ  คุณคงเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ  ที่หนูช่วยเพราะเห็นว่าคุณลุงไม่สบาย  ถ้าคุณลุงหายดีแล้ว  หนูก็ขอตัวก่อนนะคะ”  เธอนึกน้อยใจนัก  คนที่นี่เขาคิดกันแต่เรื่องเงินรึไงนะ  แล้วก็เดินจากไปโดยไม่หันมามองเขาอีก  และเธอไม่รู้ตัวเลยว่าทำให้เขาพอใจเป็นอย่างมาก

 

วิรังรองกลับมาที่โต๊ะอย่างอารมณ์เสีย  แล้วก็ยิ่งหงุดหงิดหนัก  เมื่อเห็นพระเอกหนุ่มนั่งหัวร่อต่อกระซิกกับอนันตราอยู่  อย่าบอกนะว่าเขาคิดจะจีบพี่สาวแสนดีคนนี้น่ะ

“อ้าววิ  มาแล้วเหรอ  หายไปไหนนานจัง”  อนันตราเอ่ยถาม

“ไปห้องน้ำค่ะ   แล้ว...”   เธอพูดพร้อมกับหันไปมองแอนโทนี่

“อ๋อ  คุณแอนโทนี่เค้าก็มาทานร้านนี้เหมือนกันน่ะจ้ะ  วินั่งก่อนสิ”  เธอรั้งแขนของวิรังรองให้นั่งลงข้างๆ

“เพลงนี้เพราะดีจังเลยนะครับ  แอนให้เกียรติเต้นรำกับผมสักเพลงได้ไหมครับ”  แอนโทนี่ทำเป็นไม่สนใจวิรังรองที่นั่งหน้าบูดอยู่ตรงนั้น

“ได้สิคะ  วิจ๊ะ  เดี๋ยวพี่มานะ”  แล้วอนันตรากับแอนโทนี่ก็ลุกออกไปเต้นรำ  ทำให้ปาปารัสซี่หลายคนแอบถ่ายรูปไว้  พรุ่งนี้ทั้งคู่คงได้เป็นข่าวใหญ่แน่ 

วิรังรองที่นั่งดูอยู่  เพิ่งจะเข้าใจตอนนี้เองว่าทำไมแอนโทนี่ถึงชอบมาวุ่นวายกับเธอนัก  คงเพราะเขาอยากจีบพี่สาวคนสวยของเธอนี่เอง  คิดได้อย่างนั้นเธอก็รู้สึกปวดใจขึ้นมาอย่างประหลาด  แต่ถ้าสองคนนั้นจะชอบกันจริงๆ  เธอก็คงไม่มีสิทธิ์ไปห้ามอะไรได้  ดูๆ ไปแล้ว  พวกเขาสองคนก็เหมาะสมกันดี 

หลังจากเพลงจบแอนโทนี่ก็พาอนันตรากลับมานั่งที่โต๊ะอีกครั้ง

“คุณวิ  อยากเต้นรำไหมครับ  ผมจะสอนให้”  แอนโทนี่ทำเป็นหันมาหาเธอด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ไม่ล่ะค่ะ  ฉันเต้นไม่เป็น”   เชอะยังจะมีหน้ามาชวนเธออีก 

“นั่นสิ  ไหนๆ ก็มาแล้ว  ให้แอนโทนี่เค้าสอนสิจ๊ะ  เค้าเต้นรำเก่งมากเลยนะ  เร็วๆ  ลุกขึ้น  อย่าเสียมารยาทน่า”  อนันตราหันมาพูดกับวิรังรอง  เธอคิดว่าพอจะเดาออกว่าแอนโทนี่สนใจน้องสาวคนสวยของเธออยู่ไม่น้อย  แต่น้องเธอน่ะสิดูท่าจะไม่รู้อะไรเอาซะเลย

วิรังรองจำต้องลุกขึ้นอย่างเสียไม่ได้  แอนโทนี่ใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวเธอไว้  มืออีกข้างก็จับมือเธอไว้แน่น  แล้วจึงค่อยๆ สอนเธอเต้นรำ  วิรังรองนึกหมั่นไส้  เลยแกล้งเหยียบเท้าเขาไปหลายรอบ  แอนโทนี่เองก็พอจะรู้ว่าเธอแกล้งทำ  เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา  แต่กลับดึงเธอมากอดไว้แน่นด้วยมือทั้งสองข้างแทน

“นี่คุณ  มันไม่แน่นไปหน่อยรึไงคะ”  เธอเริ่มอึดอัด  ก็หน้าอกของเธอแนบอยู่กับอกกว้างของเขาอย่างนี้  แถมใบหน้ายังชิดกันแค่คืบอีกต่างหาก

“อ้าว  ผมกลัวว่าถ้าห่างเกินไป  คุณจะเหยียบพลาดอีกน่ะสิ”  คนตัวโตเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี  แต่เธอนี่สิ  ชักจะโมโหเขามากขึ้นทุกทีแล้ว

“พอเถอะค่ะ  ฉันเหนื่อยแล้ว”  เธอไม่รู้จะทำยังไง  เลยต้องออกตัวแบบนี้

“เดี๋ยวสิคุณ  เพลงยังไม่ทันจบเลย  รอให้เพลงจบก่อนก็ได้”  ใครจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ ล่ะ  นี่ถ้าไม่ติดว่าอยู่กลางร้านอาหารอย่างนี้  เขาคงจับเธอจูบไปนานแล้ว

และทันทีที่เพลงจบ  เธอจึงรีบผลักเขาออก  แล้วเดินกลับมาที่โต๊ะอย่างรวดเร็ว แอนโทนี่รีบเดินตามมาอย่างเสียดาย

“เป็นไงจ๊ะวิ  สนุกไหม  อาหารมาแล้ว  รีบทานเถอะเดี๋ยวจะเย็นซะก่อน”  อนันตรามองดูทั้งสองคนเต้นรำเมื่อสักครู่ เธอมั่นใจแล้วว่า  แอนโทนี่ต้องชอบวิรังรองอยู่แน่นอน

“ดีเหมือนกันค่ะ  รีบทานจะได้รีบกลับ  แต่ถ้าพี่แอนกับคุณแอนโทนี่ต้องการคุยกันต่อ  วิกลับก่อนก็ได้นะคะ”  วิรังรองที่คิดว่าพระเอกนางเอกสองคนนี้คงมีใจให้กัน  เธอจึงไม่อยากอยู่เป็นก้างต่อไป

“ได้ยังไงล่ะจ๊ะ  มาด้วยกันก็ต้องกลับด้วยกันสิ”  อนันตราไม่เข้าใจ  ว่าทำไมวิรังรองถึงพูดแบบนั้น

“เอ่อ  ถ้ายังไงผมขอตัวก่อนนะครับ  ทิ้งคุณพ่อไว้ที่โต๊ะเสียนานเดี๋ยวท่านจะงอนแย่  ไว้เจอกันที่กองถ่ายนะครับแอน”  พูดจบเขาก็ลุกเดินออกไปทันที

“เป็นอะไรไปจ๊ะน้องสาว  หน้าบูดเชียว”  อนันตรารู้สึกขำกับท่าทางของผู้จัดการตัวน้อย

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ  รีบทานเถอะนะคะ  ว้าว!!!  อาหารน่าทานทั้งนั้นเลย”  เธอหันไปมองอาหารตรงหน้า  แล้วก็ยิ้มกว้าง  อนันตราจึงไม่ได้ถามอะไรต่อ

 

แอนโทนี่กลับมาที่โต๊ะของตัวเองอีกครั้ง  เขานั่งยิ้มไม่หุบจนผู้เป็นบิดาอดค่อนแคะไม่ได้

“แหม  ไอ้เสือ  ให้มันน้อยๆ  หน่อยนะ  เดี๋ยวว่าที่ลูกสะใภ้พ่อจะช้ำหมด” 

“อะไรนะพ่อ  ว่าที่ลูกสะใภ้งั้นเหรอ  ผมไม่ได้คิดจริงจังกับเธอซักหน่อย”  เขาพูดทั้งที่ก็ไม่มั่นใจนักว่าคิดแบบนั้นจริงๆ หรือเปล่า

“เฮ้ย  ไม่ได้นะไอ้ลูกชาย  เด็กคนนี้ใช้ได้เลยนะ  ถ้าแกไม่คิดจะจริงจังล่ะก็  อย่าไปยุ่งกับเธอเชียวล่ะ” 

แอนโทนี่หันมามองผู้เป็นบิดาอย่างสงสัย

“พ่อรู้ได้ยังไงครับว่าเธอเป็นคนดีน่ะ”

“เอาน่า  พ่ออยู่มาจนอายุปูนนี้แล้ว  ถ้าพ่อบอกว่าดีก็คือดีละกัน  สรุปจะเอาไง  ถ้าแกไม่เอา  พ่อจะเอาเองละนะ  ฮ่าๆๆ”  เขายังอดหมั่นไส้บุตรชายตัวดีไม่ได้  แหม  ทำเป็นไม่รู้ใจตัวเอง  ทั้งที่ท่าทางมันฟ้องขนาดนี้

“ไม่ได้นะพ่อ  คนนี้พ่อห้ามยุ่งนะ  ผมหวง”  เขารีบพูด  เพราะกิตติศัพท์ความเจ้าชู้ของบิดาก็ใช่ย่อยซะที่ไหนล่ะ

“เออ  งั้นก็รีบจัดการให้มันเรียบร้อย  ผู้หญิงดีๆ อย่างนี้หายากนะ  ถ้าแกมัวแต่ลังเล  เดี๋ยวก็มีหมาคาบไปทานหรอก  แล้วจะหาว่าพ่อไม่เตือน  อีกอย่าง  พ่อก็อยากอุ้มหลานแล้วด้วย” 

“คร๊าบ...  ผมจะพยายาม  กลัวแต่เธอจะยิ่งหนีผมไปไกลน่ะสิ  เฮ้อ...”  เขาหันไปมองโต๊ะของเธออีกครั้ง  ทำไมนะการจีบผู้หญิงคนนี้มันถึงได้ยากเย็นนัก

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รับประกันความฟินแน่นอนค่ะ สำหรับผู้ที่ให้เหรียญจะมีตอนพิเศษเรื่องราวของทายาทของพระเอกและนางเอกให้ได้อ่านกันอีกด้วยนะคะ"

ภรปภัช


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha