(จบ)เล่ห์พยัคฆ์🔞(จีนโบราณ)

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : ขโมยน้อย&อ๋องน้อย


ตอนต่อไป

..

     แคว้นในใต้หล้านี้แบ่งการปกครองเป็นสิบเขตการปกครอง หนึ่งในนั้นมีแคว้นสนทยา เป็นดินแดนการปกครองของจักรพรรดิ นามว่า เจ้ามู่ ผู้ปกครองสนทยา เขตแดนข้าวงามนํ้าดี

     

     แต่หลังจากเกิดการแย่งชิงการครองเมืองจากแดนฟ้าครามบัดนี้ต้นข้าวตาย นํ้าไม่พรำพิรุณราวกับกลั่นแกล้งชาวประชา ยามปกครองรัชสมัยมาได้สามสิบหกปี บัดนี้เสียดุลพันธมิตรไปโดยปริยาย ฮ่องเต้มู่มิยอมรักข้อเสนอจากแคว้นฟ้าคราม หลังจากฟ้าครามส่งสารมาเชื้อเชิญให้องค์ชาย จ้าวสุน ครั้นพระองค์ตอนนี้มีพระชนม์พรรษาครบยี่สิบห้า ได้มาทำพันธะสัญญาหมั้นหมายสมรสกับองค์หญิงแคว้นฟ้าคราม

 

      ทว่าฮ่องเต้มู่ไม่ได้อยากมีเจตนาให้องค์รัชทายาทได้อภิเษกสมรสกับหญิงนอกแคว้น จึงเกิดการบาดหมางขึ้น และก่อทัพปราชัยปราบกันให้พ่ายไปข้าง

 

 

    ยามจื่อ เหล่าแม่ทัพรวมตัวการวางแผนการ หวังจะตีขนาบข้างกองทัพอีกฝ่ายให้แตกพ่าย ฮ่องเต้และองค์รัชทายาทก็เป็นผู้เข้าร่วมรับฟัง

 

 

     และแม่ทัพเป็นพี่ชายขององค์รัชทายาท ครั้นนี้ยามลำบาก จำต้องติดสอยนำแม่นมหวังของอ๋องน้อยมาในสนามรบ ทั้งอ๋องน้อยที่มีอายุเพียงสิบปีเท่านั้น

 

 

    ช่วงที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน ต่างเฝ้าเวรยามบ้าง เก็บแรงออมบ้าง จ้าวจื่อถง อ๋องน้อยเห็นบางสิ่งผิดหูผิดตา เงาสีดำวิ่งวับไปกระโจมนั่นนี่อยู่เป็นพัก ๆ ผลุบหายไปจากมุมนี้โผล่อีกทีมุมนั้น ครั้นได้ต้องตาคราสงสัย ได้แอบออกมาแล้วตามเงามืด

 

 

    ร่างสีดำหายเข้าคลังเสบียง ตัวเล็กๆไม่ต่างจากอ๋องแม้แต่น้อย พอลอบตามไป เงาดำก็จัดการยัดของสิ่งนั้นสิ่งนี้เข้าในอกเสื้อ

 

    “เจ้าเป็นใคร?”  อ๋องน้อยเอ่ยเสียงขึ้น เงาดำเห็นวูบก็กระโจนตัวออกวิ่งว่องให้เร็ว ราวกับลิงโลดโผน อ๋องน้อยไม่รอช้าตามเงาดำโดยไม่ยั้งคิด ตามติดเข้าป่าไพรให้ทัน

 

 

    ตัวเล็กเท่ากัน จื่อถงทายว่าคงเป็นลิงภูเขา พอตามให้ทันวรยุทธอ๋องน้อยพอมีติดตัว ก้าวตามตัวได้ทันหัวขโมย จื่อถงจับคว้าเข้าที่ไหล่ ดึงเอาร่างขโมยให้ล้มหงายท้อง ข้าวของจาบจ้วงชิงมาหลุดลงจากสาบเสื้อ มีทั้งผลไม้แป้งแล้วก็ข้าวสุก   

 

    จื่อถงยิ้มกว้างเหยียบกลางอกหัวขโมยตัวเทียบเท่ากัน แต่ฝีมืออ่อนด้อยกว่า  นับว่าไม่มีแม้กระทั่งวิธีการป้องกันตัว จึงทิ้งตัวหงายท้องสยบใต้ฝ่าเท้า

 

 

   “ฮ่า ๆ ๆ เจ้าหัวขโมย กล้าดีอย่างไรมาขโมยของในทัพข้า รู้ไว้เสียด้วย ข้าคืออ๋องน้อยแดนสนทยา นามว่า จ้าว จื่อถง เจ้าเป็นใคร!?”   ด้วยความมาดแมนแต่เยาว์วัย เล่ห์พรั่งพรายแต่เด็ก เหยียบยอดอกหัวขโมยน้อยและก้มหน้าเข้าใกล้ ท่าทางขึงขังน่าเกรงขาม และคล้ายเด็กแก่แดดผู้หนึ่งเท่านั้น

 

 

   “ปล่อยข้านะ”  หัวขโมยน้อยไม่ตอบชื่อกลับ เอาแต่ดิ้นรนหนี แม้จะยังเด็กเล็ก ใช่ว่าชายหญิงผู้คนจะแยกไม่ออก แต่เจ้าหัวขโมยน้อยกลับดูอย่างไรก็ไม่อาจเดาได้ จะชายไม่เชิงหญิงไม่เชิงอย่างนี้ น่าสงสัย ครั้นจะแก้ผ้ามันแต่เด็กก็ใช่ว่าจะเป็นวิสัย ทางทีดีควรจะเลี่ยงวิธีการนี้ จื่อถงจึงไม่ได้คิดจะมาเสาะหา ประเดี๋ยวก็ปล่อยผ่าน ไม่ต้องพบปะกันเป็นมิตร

 

    “อยากถูกแม่ทัพฆ่าตายรึไร ถึงได้กล้าเข้ามาหยิบฉวย”   จื่อถงย่อยองนั่งข้างหัวขโมยไม่มีหนทางจะหลุดหนี

 

 

    ดู ๆ แล้วเจ้าจอมขโมยนี่แต่งตัวเลอะเทอะมอมแมม บนใบหน้ามีแต่ฝุ่นดินเปรอะเปื้อน อ๋องน้อยเจ้าสำอางค์หักกิ่งไม้มาปัดรองเท้า ระหว่างนั้นหัวขโมยน้อยจะวิ่งหนี อ๋องน้อยต้องคว้าไว้

 

 

     “กล้าหนีข้า ถามไม่พูดไม่จา อย่างนี้ไปหาแม่ทัพเหล่านายกับข้า จะได้สั่งสอนเจ้าที่ริอาจกระทำ!”

 

    ครั้นจ้องหน้าถลึงตาใส่อ๋องน้อย หวั่นใจหวาดกลัว จึงผลักอ๋องน้อยล้มลง ในฐานะอันตํ่าต้อยของหัวขโมย ปลุกไฟโกรธาในใจจื่อถงพัดกระพือ อยากแผดเผาตัวมอมแมมให้ตาย ๆ ไป

 

   แต่นิ้วสกปรกของมันชี้หน้าจื่อถงอย่างไม่กลัวตาย กล่าวคาดโทษอย่างคับแค้นใจ  “เพราะเชื้อจักรพรรดิอย่างพวกเจ้า พวกข้าถึงได้อดอยาก พวกมีจะกินไม่ได้มานึกถึงผู้ใดอยู่แล้ว ขอเพียงมีกินมีศักดิ์ศรี ดำรงตัวว่าเหนือกว่า พวกข้าที่ตํ่าต้อยจึงกลายเป็นถูกเหยียบให้จมดิน แม่ทัพอะไร จักรพรรดิอะไรองค์ชายอ๋องน้อยแล้วอย่างไร สุดท้ายต่อสู้เพื่อสมบัติและตัวเองทั้งนั้น”   

 

    นํ้าตาหัวขโมยน้อยไหลพราก แค่หิวเท่านั้น ในช่วงสงครามอย่างนี้จะกินแทบยากแล้ว ขโมยน้อยนั่งร้องไห้หน้าซุกเข่าอย่างเจ็บใจ

 

   จื่อถงแม้จะเพียงเยาว์พอแยกได้จากนํ้าตา มันเป็นผู้หญิง… จะลูบหัวก็คิดว่าสกปรก จึงหยิบไม้ไปลูบแทน มือเท้าคาง รู้สึกเห็นใจขึ้นบ้าง แต่สายตายังมิวายดูเบื่อหน่ายคนรํ่าร้อง

 

    “เงียบเถอะน่า วันหลังข้าจะเอานํ้าชากับไก่ย่างมาให้เจ้า ดีรึเปล่า”   อ๋องน้อยชี้ไม้จิ้มๆหัว

 

   หัวขโมยน้อยเช็ดนํ้าตาแห้งหมาด เอ่ยถาม  “จริงหรือ แบ่งเพื่อนข้าในโพรงหญ้าหลังชายเขาได้หรือไม่”   เด็กน้อยถามกลับ ครั้นอ้างถึงของกินก็ตาลีตาเหลือกอยากแบ่งเพื่อนมิตรชิดใกล้  อ๋องน้อยกระตุกมุมปากหงึกๆ จะยิ้มก็ยิ้มไม่ออก คาดไม่ถึงว่าเจ้ามอมแมมนี่ได้คืบจะเอาศอก จึงพยักหน้ารับแล้วทำเมิน 

 

    หัวขโมยน้อยรีบหอบของที่ตกเกลื่อนขึ้นมา แล้วส่งคืน จื่อถงลังเลใจจะรับ สภาพเนื้อตัวไม่น่าเข้าใกล้อยู่แล้ว ของหล่นพื้นยิ่งไปกันใหญ่ อ๋องน้อยหยิบพัดในอกเสื้อมาสะบัดพัดวีให้ตัวเอง เอียงหน้าเชิดคอดูนกดูไม้

 

    “หล่นแล้วจะเอามาให้ข้ากินต่อรึไร ไม่เอา เจ้าเสียดายก็เอาเสีย สกปรก”

 

   ขโมยน้อยมองดูของกินที่ได้มาก็ตาลุกวาว ดีอกดีใจล้นเหลือ  “เจ้าไม่เสียดายจริงหรือ?”   ต้องรู้ต้องแน่ใจ “เช่นนั้นข้าเอานะ”   

 

   “เฮอะ!  เจ้าว่าข้ามีอันจะกินนี่ อยากได้ก็เชิญ”   อ๋องน้อยกระพือพัดสะบัดลมให้ตัวเอง เดินหันหลังไม่เหลียวกลับ

 

    “พรุ่งนี้ข้าจะมาเอาไก่นะ!”   หัวขโมยน้อยยกมือป้องปากกู่ก้อง

 

   ด้านจื่อถงชะงัก อกอึดอัด ไปคุยไว้เสียแล้ว แต่ก็ตวัดสายตามาพร้อมก่นด่า  “เจ้าหัวขโมยมักมาก ได้คืบจะเอาศอก สัญญาย่อมเป็นสัญญา ข้าน่ะ อ๋องเชียวนะอ๋อง ผู้มีอันจะกิน อย่าลืม”   พัดเล่มงามชี้หันมาอย่างเอาเรื่อง

 

    อ๋องน้อยเดินองอาจผ่าเผยแต่เยาว์ นางตัวน้อยเท้าเอวพูดลำพัง  “มัวแต่ตกใจ เลยลืมบอก.. ข้า ซีเหยาแต่.. ชั่งเถอะ”   ซีเหยายิ้มแก้มปริ รีบวิ่งปราดออกไปยังท้ายเขา เอาของกินไปแบ่งปันมิตรสหายผู้ยากไร้ ที่ร่วมแบกรับชะตากรรมอดอยากในช่วงยุคสงคราม

     อ๋องน้อยกลับมายังกระโจม นึกหวนคำนึงถึงถ้อยคำหัวขโมยน้อยรุ่นราวคราวเดียว ทว่าความลำบากกลับมีมากกว่าเขา ด้วยความเป็นเด็กจึงได้ขบคิด

 

    เกิดมากเป็นคนแสนยาก ลำบากยิ่งกว่าคือมีชีวิตอย่างมีสุข เช่นนั้นข้าจะไร้ทุกข์ สำราญรมย์ให้เต็มที่

 

   “ท่านอ๋องไปที่ใดมาเจ้าคะ?”  แม่นมหวังรูปร่างท้วมปรี่ตัวเข้ามา แล้วนั่งคุกเข่าลงกับพื้น หากนางกลายเป็นคนไร้ความรับผิดชอบ หวั่นโทษทัณฑ์ แม่นมหวังจะกระทำเช่นนี้

 

    จ้าวจื่อถงเท้าคาง สะบัดพัดเท่ากับตัวไม่นานก็หุบพัดเข้าหากัน พร้อมชี้ไปที่นาง  “โทษฐานที่ทำข้าหาย ชดใช้ด้วยการต้มชาดีๆสักกาแล้วไก่ย่างให้ข้าตัวใหญ่ๆสิ”

 

   นางได้ยินอย่างนั้นเป็นต้องรีบก้มหน้าตารองรับผิด กระทำตามคำสั่งอ๋องน้อย ครั้นจ้าวจื่อถงได้พบเห็น ว่าแม่นมเอาแต่โทษตัวเอง ก็มิได้ชอบพอใจนัก อย่างนั้นอยากผิดก็เชิญผิดไป

 

    ตามคำสั่งจื่อถง ทั้งสำหรับอาหารจัดเตรียมเต็มกระโจมส่วนตัวอ๋องน้อยในวันรุ่ง มากกว่าที่สั่งเสียด้วย ได้พินิจดูแล้ว กระเพาะเด็กจะไปกินหมดได้อย่างไร  อ๋องน้อยนึกคิด คลี่พัดกระพือ หันไปดุแม่นมหวังอีกรอบ  “ประชาชนอดอยากเจียนตาย ข้าสั่งแค่ไก่ย่างกับนํ้าชา ทว่าพวกเจ้าเติมหมูหันทั้งของอีกโข เห็นข้าเป็นหมูจอมตะกละตะกลามหรือไร!”

 

   อ๋องน้อยดุกราด ตะหวาดลั่นกระโจม เวลานี้มีทหารเพียงเฝ้าค่าย นอกนั้นออกตีหน้าด่านทะลวงศัตรู  

 

    บัดนี้ในยามนี้ จื่อถงเป็นใหญ่ชั่วคราว แม่นมหวังกล่าวขออภัย ทั้งเหล่าสาวใช้เคียงกายที่นับว่าเป็นพี่ของจื่อถงอยู่หลายปี   อ๋องน้อยสะบัดข้อมือไล่ สั่งให้ออกไปให้หมด  

 

   ครั้นพอลับตาคน จื่อถงออกมาชายป่า รอเด็กหัวขโมยมา แล้วก็มาจริง รูปร่างเล็กดั่งเด็กอดข้าว เสื้อผ้ามอมแมมที่สวมใส่เดินมาแต่ไกล ซีเหยากรอกตาไปมารอบตัวอ๋องน้อย จนเจ้าตัวขนลุกขนพองพิกล  “มองอะไร จะแก้ผ้าข้าหรือ?”  

 

   “ข้าหาไก่ กุ้งอย่างท่านข้ามิสน”   ซีเหยากล่าว จมูกเล็กสูดหากลิ่นหอม จื่อถงแยกเขี้ยว ไม่สวนคำ  กลิ่นอาหารมันโชยมาจากนอกกระโจม หัวขโมยน้อยเดินตามกลิ่นลืมแลหลัง

 

   “เกิดมาผิดรูปร่าง สูดดมดีเช่นนี้ควรจะเกิดเป็นสุนัข”  อ๋องน้อยกล่าว ทว่าคนมอมแมมกลับไม่สนใจ พอย่างกรายเข้ามาด้านใน ก็อนุญาตให้ได้ลองชิมอาหารชาววังดู ทั้งไก่กาปลาปิ้งหมูหัน เจ้าตัวน้อยจับยัดปากจนเต็ม สวาปามอย่างกับหาไม่ได้อีกแล้วบนโลกานี้

 

    อ๋องน้อยนั่งดูกระตุกริมฝีปากบนหงึกๆ   “เออ..เอา..ตาย..ๆ..ๆ ตายอดตายอยากของแท้”

 

   “ข้าเอาไปให้เพื่อนกินด้วยได้หรือเปล่า”  ของเต็มปากยังพูดได้ นับถือ นับถือ

 

    อ๋องน้อยปัดมือส่ง พลางบอกแล้วเบือนหน้าหนี “ไป ๆ ขนไหวก็เอา ข้าให้เจ้ารอบเดียว ดูสิ จะมีปัญญาไหนขน”  จื่อถงถือพัดชี้ หัวร่อเยาะเย้ยถึงสติปัญญา หากใคร่คิดว่าเจ้าหัวขโมยนี้จะยัดใส่เสื้อตัวเองไป อย่างไรก็ไม่มีทางหมด

 

 

  ซีเหยาคาบขาไก่หนึ่งชิ้น เดินดูรอบโต๊ะ จากนั้นก็ดึงขาไก่ออกปาก กระชากเนื้อเคี้ยวตุ้ยๆ ครั้นพอเห็นทางขน จึงเอ่ยถามอ๋องน้อย

   “ถ้าข้าขนหมดคราเดียวจะให้จริงหรือ?”

 

  “อือ… ขนสิรอบเดียวอยากได้ถ้วยชามอีกก็เช็ญ”  จื่อถงยกนิ้วชี้ขึ้น บอกทั้งคำพูดและการกระทำ

 

 

  “อะไรก็ได้สินะ”   หันมาถามอีก

 

   “เออ..”   

🌹🌹🌹🌹🌹

ในแต่ละวันซูเขียนได้ประมาณเท่านี้นะคะ 


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"“จื่อถง! จับตรงไหนของเจ้าเอามือออกนะ โอ้ยเล่นบ้าอะไร ตรงนั้นอย่า ปล่อยข้า กล้าอีกอย่าหาว่าไม่เตือน” แลเห็นว่านางโกรธจัด ยามมองเห็นสีทาปากตนเองติดบนปากจื่อถงแล้วน่าอายนัก นางพยายามใช้หลังมือเช็ดปากตัวเอง ลบล้างรอยจูบเมื่อครู่ให้ออก แต่กลับถูกจูบใหม่ ใช้มือกระทำการอุกอาจ"

ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha