(จบ)เล่ห์พยัคฆ์🔞(จีนโบราณ)

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : รากไม้ชวนฝัน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

  ซีเหยาเดินรอบโต๊ะเสร็จ ก็คว้าชายผ้าปูโต๊ะสีแดงลายปักงดงามขึ้น จากนั้นมันก็เดินไปรอบโต๊ะ ยกขึ้นทีละข้างละข้างจนครบ กระนั้นจึงผูกปมห่อ

   อ๋องน้อยเหลือกตาชม ตะลึงตะไลถึงวิธีการคิด

  หัวขโมยน้อยดึงข้าวของลงจากโต๊ะดังตุบ! จากนั้นก็คาราวะ “ขอบคุณอ๋องน้อยที่เมตตา ข้าไปล่ะ”

   “ขนขนาดนี้ ไม่เอาโต๊ะไปด้วยเลยล่ะ”   จื่อถงเหน็บแนม

   ซีเหยาหันมามองโต๊ะที่ว่า มันไร้ซึ่งผ้าปูลายจิตรกรรมงามศิลป์ ทว่าก็ยังเป็นไม้ที่งดงามอยู่ดี ครุ่นคิดแล้ว เจ้าตัวมอมแมมก็กล่าว  “มันกินไม่ได้”

   จื่อถงมองตามจนร่างหัวขโมยหายไปหลังกระโจม คิ้วน้อยได้รูปขมวดเข้าเชิงเลิกขึ้น พึมพำตามหลังมันไป  “ชั่งกล้าเอาไปหมดจริง คิดใหม่ ข้าต้องคิดใหม่ แม้แต่ขโมยยังคิดทันมันไม่ได้  ไม่ต้องเป็นอ๋องมันแล้ว!”

   จื่อถงกระพืดพัดสะบัดเป่าลมให้ตัวเอง ครั้นมานึกได้ทีหลังดันลืมถามชื่อ พัดคลี่สะบัดไปด้านข้าง จุดที่เจ้ามอมแมมนั้นหายไปพลันบอก “มารดามันเถอะ”

    ศึกสงครามวันแห่งการตัดสิน ฝ่ายแดนสนทยาเป็นผู้ชนะ ข้อเสนอจึงถูกลบเลือนไม่อาจได้ปรองดอง ครั้นคืนนั้น เหล่าทหารหลายหน่วยทยอยทัพบางส่วนกลับไป จื่อถงมองไปที่ป่า ก็สบนึกว่าจะไม่ได้พบกันอีกแล้ว เช่นนั้นคงจะดีไม่น้อย ก่อนจะเสียสิ่งใดไปเพราะเจ้ามอมแมมนั่น

    กองทัพลาศึก ปราชัยได้เป็นผลอันดีงาม ทว่า จางอี้เทา หมอประจำกองทัพหลวงวังเดินทางท้ายขบวน ร่างกายพลันเมื่อยล้า หลังจากเคี่ยวกรำรักษาคนบาดเจ็บ ทั้งสาหัสและไม่สาหัสไม่ให้ล้มหมอนนอนเสื่อไปชั่วชีวิต หนังตาเริ่มหนักอึ้ง ดวงตาการมองเห็นเลือนลาง ท้ายขบวนมิได้มีใครทันสังเกต

   ร่างแพทย์หน่วยกองทัพหลวงตกลงหลังม้า โชคดีที่ว่าม้าไม่เหยียบซํ้า เจ้าสี่ขาตัวสีนํ้าตาลยังคงยืนนิ่งไร้การควบคุม หมอกองทัพหลวงสลบเหมือดลง เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม อี้เทาจึงรู้สึกว่ามีความเย็นทาบผิวหน้า พอเปลือกตาขึ้นเด็กผู้หญิงก็ไม่ใช่ผู้ชายก็ไม่เชิงนั่งคอยเช็ดตัวให้อยู่ อี้เทาอายุก็มีมากแล้ว ราวห้าสิบปีได้ จึงได้เป็นลมจากการเหน็ดเหนื่อย ยังโชคดีที่เด็กคนนี้คอยช่วยปลุกเขา มิเช่นนั้น ไม่ใช่เพียงลมแดด แต่หมออย่างเขายังมีโรคภัย หมดสตินานไป ไม่มีคนมาช่วย ชีวิตคงหาไม่ไปแล้ว

    “ท่านขยับบ่อยประเดี๋ยวจะวิงเวียนเอานะ”  เด็กน้อยบอก

   ชายแก่ยิ้มละไม ตอบเด็กน้อยที่มีกระใจมาห่วง  “ขอบใจที่เจ้าช่วยข้า”

   “ข้าไม่อยากเห็นคนตายอีก จึงช่วยท่าน”  เด็กน้อยตอบ

  สายตาอันเริ่มเลือน ยังพอเห็นได้ชัดเจนอยู่บ้าง แขนเสื้อที่เด็กน้อยถกขึ้นกันมิให้มันเปียกระหว่างเช็ดตัว มีเชือกแดงร้อยหยกอยู่ชิ้นหนึ่ง พอมองดูให้ดี ก็เกิดคำถามอยากถามเด็กน้อยตรงนี้  “พ่อแม่เจ้าอยู่ไหนเล่า?”

   “พ่อแม่ข้าตาย พี่น้องข้าตาย ข้าจำไม่ได้แล้วว่าผ่านมานานเท่าไหร่”

    พอจำได้ว่าหยกนี่มีเค้าลางว่าจะเป็นของดี ชายแก่จึงปิดข้อมือเด็กน้อยแล้วหาเชือดมามัดไว้พอหลวมๆ  “เจ้าชื่อว่าอะไร?”

   “ซีเหยา”

   หมอหลวงหน่วยกองทัพพยักหน้า วางมือบนศีรษะเด็กน้อย “เจ้าเป็นผู้หญิง เช่นนั่น ขอถาม เจ้ารู้วิธีการรักษาคนเป็นลมแดดได้อย่างไร”

    ซีเหยาคลี่ยิ้ม กล่าวบอกอย่างง่ายดาย ไม่ยุ่งยาก ท่านแม่ข้าเคยป่วยเช่นนี้บ่อยจึงจำมา ท่านรู้ว่าข้าเป็นผู้หญิง ท่านจะจับข้าส่งทหารต่างแดนหรือไม่”   คำของบิดาก่อนตายยํ้านักหนา อย่าได้ให้ใครรู้เพศ

     จางอี้เทาส่ายหน้าเบายิ้มละไม “ไม่ ต่อไปเจ้าจะแต่งอย่างไรชั่งเจ้า แต่ข้าจะพาเจ้าไปเป็นหมอ มิเช่นนั้นเสียดายมือละมุนเจ้านัก” ชายแก่กล่าว ซีเหยาลังเลอยู่บ้าง หากไปแล้วมีของกินย่อมดี  “มีข้าวกินหรือไม่?”  

  “ต้องมีแน่นอน”  จางอี้เทาตอบ ซีเหยาฉีกยิ้มกว้าง ครั้นยามนี้ สหายแต่ละคนหลังจากสิ้นสงครามได้เอาแต่ตามหาครอบครัวที่พลัดพราก อันตัวมอมแมมนี้จะหาครอบครัวก็ไม่มี จะอย่างไรค่อยไตร่ตรองทีหลัง มีข้าวกินก่อนเถอะ

   ซีเหยาถูกส่งตัวมาเรียนตำราเพียงเพราะจี้หยกในข้อมือ เพียงถูกสั่งกำชับไว้แน่นหนา ว่าอย่าให้ใครเห็นก่อนสิบแปด ปีนี้ก็ย่างเข้าสิบเจ็ดเท่านั้น มีการมีงานมีเรียนมีข้าว ไหนชีวิตจะโชคดีถึงเพียงนี้ หากรู้ว่าช่วยคนแล้วได้สายตามองมาอันดี ย่อมทำแต่แรกแล้ว

   ในสองปีให้หลังจากสงคราม จักรพรรดิจ้าวมู่ สละบัลลังก์ สิ้นพระชนม์จากอาการป่วยเรื้อรังหลังสงคราม ฮ่องเต้จ้าวสุนขึ้นครองบัลลังก์ ได้ปีที่5  

    ระหว่างคํ่าคืนก่อนฟ้าสาง ร่างกายราวกับไฟรน ร้อนผ่าวและวูบวาบ ภาพสลัวในสายตาซีเหยาไม่แน่ชัดแจ่มแจ้งว่าคนบนร่างเป็นใคร เงาดำทะมึนร่างเท่ากันครอบงำ อุ่นแนบชิดประกบสอดประสานความใคร่ ร่างกายสตรีที่ปกปิดตามแต่เจตนานั้น ถูกสองฝ่ามือบุคคลลึกลับกำกุมสองทรวงถันเอาไว้ ระหว่างร่างถูกบดขยี้ คลับคล้ายคลับว่าจะมีเสียง

   ‘อา… ข้ากำลังถูกใครกระทำอยู่กัน หลายคืนแล้วร่างกายส่วนล่างนี้ร้อนรุ่มมีแต่ไออุ่น  ไม่รู้สึก…. แต่หัวของข้ารับรู้ว่ากำลังถูกกระทำในจังหวะสมํ่าเสมอ   ไม่รู้สึก?  ข้าตายด้านแล้วหรือไร มีผู้ชายอยู่บนร่างกลับไม่รู้สึก เส้นผมอันยามสลวยของบุรุษเพศนี้เป็นใคร ใจหนึ่งข้าก็อยากฆ่าทิ้งนัก กล้าทำข้าขณะไม่รู้สึกตัวหัวเบลอเช่นนี้ ข้าไม่รู้สึกแต่กลับวาบหวาม…. หือ’

  ซีเหยารวบรวมแรงที่มีลุกขึ้นนั่ง เปิดตาขึ้นมองรายรอบกายในห้องส่วนตัว มีแต่กลิ่นหอมอบอวลเท่านั้น ไร้ผู้คน...

  จากนั้นสีหน้ามึนตึงพอเดาได้ ก็ลุกไปเปิดฝากระถางกำยาน  “รากไม้ชวนฝัน? รากไม้ลามกนี่เอง   มันทำให้ข้าฝันสัปดน! ตาแก่นี่ หน็อย!”  

    ซีเหยากัดฟันดังกรอด กล่าวลอดไรฟัน พลันแต่งตัวเป็นชายอย่างโมโหมัดผมรวบขึ้นหมด และสวมหมวกนักเรียนแพทย์สีขาว จากนั้นจึงหันมายกกระถางกำยานขี้น เท้ายํ่าเร่งมาหน้าห้องกินข้าว นางจึงเทส่วนผสมตัวยาในกระถางกำยานทิ้ง ต่อหน้าอาจารย์พร้อมศิษย์พี่อีกหลายคน

    จางเชียนหยวนร้องพรํ่ามาแต่ไกล คล้ายเสียดายของที่ลูกศิษย์จะเททิ้ง  “เฮ้ย ๆ ๆ ๆ อาเหยา เจ้าทำอะไร! รากไม้ชวนฝันข้ามายากเย็นนักนา จะเททิ้งเสียดายของ”

  ซีเหยาอ้างปากค้าง นี่อาจารย์ชรามากไปแล้วแน่นอน ถึงมาเสียดาย  

   “ท่านเสียดาย แต่ข้าไม่ เอาเข้ามาเมื่อไหร่ ฝันพิลึกพิลั่น”  ซีเหยาสบถกอดอกเมินหน้า

  “เอาน่า อย่างน้อยก็ไม่ใช่เจ้าคนเดียวที่ฝันสัปดน พี่ ๆ เจ้าทั้งหมดล้วนได้ฝัน”

   นางที่สวมชุดเป็นชายไม่มีผู้ใดล่วงรู้เพศ นอกจาก จางอี้เทา และ จางเชียนหยวน ซึ่งเป็นอาหลานกัน เชียนหยวนยิ้มชื่นมื่นลูบเคราขาวตัวเองอย่างพึงพอใจ นางเองก็หันไปมองศิษย์ที่เป็นผู้ชายทั้งหลายต่างยิ้มแย้มแก้มปริ หน้าแดงระเรื่อ

   “เจ้าฝันเห็นหญิงสาวผู้ใดบอกข้าที”  หวังหยางสือเดินเข้าถามไถ่ กอดคออาเหยาแล้วลูบคางตัวเอง

  ด้วยวิสัยที่อยู่กับผู้ชายมานาน เรื่องเช่นนี้จะสนทนาผ่านหูซีเหยาจึงกลายเป็นเรื่องธรรมสามัญไปแล้ว   “สาวหรือ ไม่ใช่นะ ตัวคร่อมข้า ผมยาว ๆ”  ร่างบุรุษ….  กล่าวไม่จบหน้าก็แดงกํ่า รูปร่างสันทัดเช่นนั้นเหตุใดต้องมาใจเต้นโครมครามเช่นนี้

    มีคนรอฟังอยู่ หวังหยางสือเอ่ยขึ้นดัก  “สตรีคร่อมเจ้า!? ปัดโถ่ ห้ามยอมฮ่า ๆ เจ้าต้องคร่อมเท่านั้น ไป ๆ กินข้าวตั้งใจเรียนกัน เรื่องใครจะคร่อมใครประเดี๋ยวจะอธิบาย”  

   ซีเหยาชะงัก เอี้ยวคอกระซิบอาจารย์สอนแพทย์วัยเจ็ดสิบว่า  “หากท่านเอารากไม้ชวนฝันไปจุดในห้องข้าอีก ข้าจะเอาไปจุดห้องท่านบ้าง เอาให้ใจวายตายไปเลย”  

    จางเชียนหยวนกลืนนํ้าลายอึกใหญ่ เห็นรอยยิ้มเหมือนเด็กใสซื่อนํ้าเสียงขมขู่ก็ทราบดี มันเอาจริง...

    “ไหน ๆ เล่ามา พวกท่านแต่ละคนฝันว่าอะไร อย่าอยากรู้ฝันข้าคนเดียวสิ ไม่ยุติธรรม”   ซีเหยาเบี่ยงความสนใจ

   ครั้นนั้นพวกนั้นกลับกินข้าวสนทนาเรื่องเช่นนี้กันดังฮือ หากไม่ติดว่าจางเชียนหยวนแก่เกินไปล่ะก็ คงจะร่วมสนทนาไปแล้ว คงไม่มาหวั่นให้ใจวาย เพียงแต่ที่จุดกำยานในห้องพวกเด็กๆ ก็เพราะใกล้สอบวันสอบเข้าบรรจุเป็นแพทย์น้อยในวัง จึงไม่อยากให้เคร่งเครียดกันนัก

   ม้าเร็วทะยานตัวไปด้านหน้าเร็วพลัน เร่งกีบยํ่าจนพื้นดินก่นเป็นหลุม ยามชายหนุ่มในที่รับใช้มีแค่ผู้ชายหนึ่งนาย นอกนั้นก็หญิงสาวหมด ฉะนั้นงานหนักๆ จึงมาถาโถมที่ชายหนุ่มคนเดียว

    มันลงม้าแล้วก้าวเข้าจวนหลังใน ยํ่าปึงปังบนพื้นไม้มาถึงห้องหนึ่ง  “ท่านอ๋องขอรับ เหล่าเสนาบดีน้อยใหญ่ต่างไม่พอใจให้แก่ท่าน ส่งเรื่องกราบทูลฮ่องเต้แล้วขอรับ!”

   “เรื่องอะไรหรือ?”   สำเนียงถามคนรับใช้ไม่รู้ร้อน

   “เรื่อง… ที่ท่านนำพาคณะบุตรท่านขุนนางไปหัดเสพนารีที่หอคณิกาขอรับ”  ชายหนุ่มรับใช้กล่าวอย่างร้อนรน

  “ฮ้าว..”  จ้าวจื่อถงอ้าปากหาวหวอด ๆ บิดตัวไปมาขณะอยู่บนเตียง “ข้ายิ่งไม่ได้นอนเพราะเคี่ยวเข็ญความเป็นลูกผู้ชายให้นะ อดตาหลับขับตานอนสอนทุกท่วงท่าให้แท้ ๆ”  

   จื่อถงมองลงไปที่คนรับใช้หนุ่มสั่นหงึก ๆ    “เจ้ากลัวอะไร ข้าไม่ได้สอนด้วยตัวเอง เพียงแต่ไปนั่งดูลูกชายท่านเสนาบดีกับหญิงคณิกาที่เชื่อมสัมพันกันอยู่บนเตียง และข้านั่งอยู่เก้าอี้ คอยบอกว่าต่อไปทำท่าอะไรเท่านั้น”

    ชายรับใช้แทบจะลมจับแทนผู้เป็นนาย ทองไม่รู้ร้อนเกินไปแล้ว พลางกล่าวราวอ้อนวอน “รีบไปเถอะขอรับ ขอน้อยจะลำบากหากกลายเป็นว่ามาตามท่านช้า”

   บุรุษเพศขยับกาย เส้นผมยาวระเอวดำขลับเงางามลุกขึ้นจากเตียง หันหลังให้ชายรับใช้และมัดผ้าผูกเอวในชุดใหม่อยู่ก็บอกไป  “เมาค้าง หาอะไรร้อนกินก่อนค่อยไป รอได้รอไปเถอะ ชีวิตนี้ข้าไม่รีบ”

🌹🌹🌹🌹🌹

   


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"“จื่อถง! จับตรงไหนของเจ้าเอามือออกนะ โอ้ยเล่นบ้าอะไร ตรงนั้นอย่า ปล่อยข้า กล้าอีกอย่าหาว่าไม่เตือน” แลเห็นว่านางโกรธจัด ยามมองเห็นสีทาปากตนเองติดบนปากจื่อถงแล้วน่าอายนัก นางพยายามใช้หลังมือเช็ดปากตัวเอง ลบล้างรอยจูบเมื่อครู่ให้ออก แต่กลับถูกจูบใหม่ ใช้มือกระทำการอุกอาจ"

ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha