(จบ)เล่ห์พยัคฆ์🔞(จีนโบราณ)

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : ฤทธิ์อ๋อง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

...

        สองก้านธูปผ่านไปแล้ว ด้วยเหตุนี้อาชูเด็กหนุ่มคอยรับใช้ได้แต่เดินวกไปวนมาหน้าลานหินเทียม เหงื่อแตกพลั่กไหลหยดซึมกาย ผิวซีดเจื่อนปนคลํ้าหมอง มือสั่นระริกราวกับพบผีสาง   ….มันจะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ดูจ้าวจื่อถงสิ ป่านฉะนี้ยังนั่งซดนํ้าแกงสบายใจเฉิบ เป็นทองไม่รู้ร้อน แต่คนจะโดนเผานี่ล้วนแต่เป็นข้านะนายท่าน!....

   อาชูเดินมาระเบียง ขานถึงผู้เป็นนาย  “ท่านอ๋องขอรับ อย่างนี้ข้าน้อยหัวหลุดนะขอรับ”   ชายหนุ่มรับใช้สานมือหว่างตัว ก้มหน้ามิกล้าแลขึ้น

    จื่อถงยกถ้วยชาจิบ มองอาชูอย่างใจเย็น ยิ้มกระหยิ่มยิ้มย่องแค่นเสียงหึๆ ในลำคอ ถ้วยชาห่างจากริมฝีปาก ยกชี้หน้าบ่าวน้อย  “ตอนนี้หัวเจ้ายังอยู่ดี รีบๆหายใจสิ ให้มันคุ้มค่า”

    คำอวยพรท่านอ๋องลึกซึ้งแก่ใจนัก อาชูอยากร้องห่มร้องไห้คล้ายนํ้าตาไม่พร้อมไหล ทั้งจิตใจบอกไม่ถูกอยากหัวเราะเยาะเย้ยให้คำอวยพรหรือจะปล่อยนํ้าตาไหลพรากดี  

    “หมายความว่าหัวข้าน้อยหลุดเป็นแน่ใช่หรือไม่ขอรับ?”

    “จะเสียงสั่นไปทำไม”

    “ข้าน้อยเปล่าขอรับ ทดสอบเสียงก่อนตาย”

     จ้าวจื่อถงหัวเราะลั่น วางถ้วยชาแล้วย่างเท้าห่างจากโต๊ะ เดินออกจากระเบียงชมสวนไปยังม้า…

    “...วันนี้อากาศดี ขี่ม้าชมเมืองเข้าท่านัก”   กล่าวจบ จ้าวจื่อถงกระโดดพริ้วขึ้นหลังม้า สั่งการให้มันเหยาะย่างอย่างช้า ๆ

    อาชูจะใจขาดตายบัดเดี๋ยวนั้น เรื่องไม่สนใจใครนับว่าอันดับหนึ่งของการกระทำ แต่ไม่ห่วงบ่าวน้อยบ้างหรือ! รับใช้มาหลายปี จะมาตายเพราะเสียเวลาตามท่านอ๋องผู้ไม่อยู่ในกฎเกณฑ์ผู้นี้

    กว่าจะถึงห้องทรงงานก็เสียเวลาเอาการ จ้าวจื่อถงก้าวมาภายใน ปล่อยอาชูไว้ด้านนอกเท่านั้น ยามทำความเคารพจักรพรรดิ ทว่าฮ่องเต้ท่าทีเหนื่อยหน่าย ดูอย่างไรจักรพรรดิย่อมเบื่อหน่ายจ้าวจื่อถงนัก “ชักช้าเสียจริง เจ้าคงมิได้ชมนกชมไม้แล้วปล่อยให้ข้ารอกระมัง?”   จักรพรรดินั่งบัลลังก์ ตัวเอนข้างราวกับรอจนเมื่อยล้า เท้าคางมองชมเบื้องหน้า ใบหน้าขมวดนิ่วมิพอใจ

    “ไม่ผิดอย่างแน่นอนพะย่ะค่ะ  ย่อมเป็นไปตามที่กล่าว”  จ้าวจื่อถงเอ่ยอารมณ์ดี

   ทว่าจักรพรรดิกลับกระตุกคิ้ว ทะมึนตึงถลึงตาส่ง  เหล่าข้าราชบริพารชักสีหน้าไม่พอใจโดยพร้อมเพรียง เสนาบดีเห็นทีว่าเหมาะควร รีบเอ่ยเริ่มประเด็น  “กระหม่อมขอประทานอภัย แจ้งเรื่องจ้าวจื่อถงกระทำเกินเหตุพะย่ะค่ะ”

  จ้าวจื่อถงเบิกตาโต มือไพล่หลังย่างเท้าเข้าหาเสนาบดีดั่งกล่าว งอโค้งตัวก้มหน้าได้ระดับถามอย่างประหลาดใจยิ่ง  “เกินเหตุอันใดเล่า?  ไหน?  เล่ามาข้าอยากรู้”

    เสนาบดีพ่นลมหายใจจากจมูดแรง มองไปยังจักรพรรดิ ประสานมือหน้าระดับศีรษะดังเดิม กล่าวไปว่า  “ทูลตามตรงมิอ้อมค้อม ท่านอ๋องน้อยชักชวนบุตรชายข้าเข้าหอคณิกา พากระทำเสื่อมเสียแก่ตระกูลกระหม่อม จนชาวบ้านลือขานน่าอับอาย ต่างได้ลือต่าง ๆ นานา จนกระหม่อมไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว ได้โปรดไตร่ตรองด้วยเถิด”

    จักรพรรดิรับฟังคำแจ้ง เหลียวมองจ้าวจื่อถงกำลังกระพือพัดส่ายหน้าไม่รับคำแจ้งแย้งข้อกล่าวหาเอื่อยเฉื่อย  “มีอะไรจะพูด?  จื่อถง”

    จื่อถงหัวเราะดังเฮอะสองที ก้มหน้าละระดับตัวหน้าเสนาบดีอีกครา พลันเงยหน้าขึ้นบอกกล่าวหลายคำ  “เอาหน้าท่านเสนาบดีไว้บนหัวนั่นแหละ ไม่สามารถย้ายไว้บน ๆ ล่าง ๆ ได้ง่ายเช่นนั้นแน่นอน”   จื่อถงพูดกวน เสนาบดีร้องฮึ่มคำรามในใจ จื่อถงกล่าวต่อว่า  “ฝ่าบาท กระหม่อมนะหรือจะทำให้เสื่อมเสียตระกูลท่านเสนาบดี ยิ่งไม่ทำน่ะสิยิ่งเสื่อมเสีย”   จื่อถงชี้เสนาบดีด้วยพัดวูบหนึ่งก่อนถอนกลับมา “ดีเพียงใดที่ข้าดึงบุตรชายท่านออกจากด้ายกับเข็ม ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

    เสนาบดีขั้นสามถึงกับหน้าถอดสี มองเจ้าจื่อถงอึ้งตะลึง หวาดหวั่นว่าจะกล่าวสิ่งใดที่จะเสียหน้าต่อธารกำนัลทั้งหลาย

    อ๋องน้อยยิ้มเยาะ ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้หยิบจับชุดบนไหล่เสนาบดีขึ้นเล็กน้อย   “โอ้… บุตรชายท่านตัดเย็บได้งดงามเสียจริง”   จื่อถงร้องจุ๊ ๆ ส่ายหน้าระอา  “ควรขอบคุณข้า ที่พาไปหานารี ถึงจะหมกมุ่นไปหน่อย ย่อมดีกว่านั่งปักผ้าลายดอกอย่างแน่นอน”

   เสนาบดีแทบลมจับ เรื่องนี้แหละที่เสนาบดีเกรงนัก ว่าจ้าวจื่อถงจะเอ่ย ท้ายที่สุดก็โพล่งมาจนได้ เสียหน้าไม่พอ ยังพ่ายต่อคำร้องเรียน จนจักรพรรดิขบขันนํ้าหูนํ้าตาไหลอยู่ไม่ขาดสาย

   “ดีแล้วท่าน ต้วนอี้ บุตรชายท่านจะได้สืบสกุลเสียที ฮ่า ๆ”   จักรพรรดิบอกอารมณ์ดียิ่ง ต้วนอี้เสนาบดีขั้นสาม ถึงต้องจำใจประคองมือก้มหน้ารับคำ

    “แล้วพวกท่านในวันนี้ ไม่มีอันใดร้องเรียนเรื่องอ๋องจื่อถงแก่ข้าหรือ?”   จักรพรรดิถามหยั่งเชิง

   ต่างฝ่ายต่างหวาดเกรง ว่าจ้าวจื่อถงจะหาเรื่องใดมาให้ขายหน้า หากได้กล่าวบอกสิ่งใด ย่อมหาทางชนะมิได้กับชายผู้นี้อย่างแน่นอน เรื่องแฉนั้นมีมาก เรื่องคิดยากคือจื่อถงจะขุดเรื่องใด  เงียบสิเงียบ ไม่เงียบเป็นเงิบ

    ผ่านไปอึดใจ ไม่มีผู้ใดจะกล้าเอื้อนเอ่ย หากแล้วก็แล้วกันไปเถิด จ้าวจื่อถงกระพือพัดก็รีบหุบเก็บ ประคองมือกล่าว  “หากไม่มีธุระอันใด กระหม่อมทูลลา”

   จักรพรรดิยับยั้ง เรียกให้หยุดก่อนหายลับไป จื่อถงกลับมาตั้งใจฟัง ก้มตัวเล็กน้อย  “เจ้าว่างหรือ?”

    ...คำถามนี้ข้ารู้ดี อย่างานให้เชียว หลีกเลี่ยง…    “ไม่ว่างพะย่ะค่ะ”

     ...หาทางเลี่ยงข้าหรือ มาประลองกับเจ้าดู…  “อย่างเจ้ามีธุระสำคัญหรือ เจ้ามีกิจอันใดเล่า ฝึกยุทธ หรือทำการค้าขายเสียแล้ว?”   จักรพรรดิคาดคั้น แต่ใช่ว่าจื่อถงไม่ทันความคิด  ล้วนรู้ดี

    ...ค้าขาย? ฝึกยุทธ ว่าแล้ว…  จื่อถงประสานมือ ยิ้มแย้มบางเบา  “มิได้ฝึกยุทธหรือค้าขาย”

    เข้าทางจักรพรรดิ  “เช่นนั้น ในเมื่อเจ้าตะลอนทั่วเมือง ไม่ลองเป็นข้าราชการอย่างมือปราบดู”

    จ้าวจื่อถงร่ายยิ้มพราวด้วยเล่ห์  ...ว่าแล้วไง..   “อีกสามวันมีการคัดแพทย์ฝีมือดีเข้าวัง กระหม่อมมีงานสำคัญ อยากทำให้พระองค์อย่างหนึ่งด้วยตนเอง”  

    จักรพรรดิสงสัยนัก จื่อถงว่ามาคิดการอันใดหนอ   “อยากทำอันใดให้ข้า?”

   “เพื่อแพทย์จะเข้ามาถวายงานในวัง จำต้องผ่านหม่อมฉัน ก่อนจะเป็นคนป่วยทดสอบฝีมือแพทย์ จำต้องป่วยเสียก่อน เช่นนั้นแล้ว ข้าจึงต้องตะลอน ปล่อยตัวเองเจ็บไข้เพื่อทดสอบหมอที่ดี ให้พระองค์ เช่นนั้น งานนี้ยากนัก จื่อถงขอตัวไปสร้างความป่วยให้ตนเองเสียก่อน ทูลลาเลย”   จักรพรรดิอึงมี่ ตะลึงค้างต่อจ้าวจื่อถงละสายตาไปเรื่อย ๆ พอดึงสติกลับมา เพิ่งจะนึกได้ ยกนิ้วชี้สั่นโกรธานัก ปากก็บ่นว่าให้คนเดินหายลับไป   “มันเลี่ยงงาน ปัดโธ่!  แค่อยากเที่ยวเล่น มันอ้างว่าหาทางป่วย ข้าขอให้มันป่วยจริง!”   

   ร่างสูงโปร่งก้าวออกมาพ้น จัดการขึ้นบนหลังม้าทันที ชุดสีขาว ปักลายสีฟ้าที่ชายผ้า กระทบแสงแดดจ้าดูอะร้าอร่าม ยามนางกำนัลแลทั้งหญิงสาวน้อยใหญ่จะดูสูงศักดิ์กระทั่งตํ่าต้อย ต้องคล้อยตามความงามของบุรุษผู้นี้

    อาชูตามขึ้นมาอีกตัว ตามจ้าวจื่อถงต้อยๆ ครั้นสงสัย ท่านอ๋องน้อยควบม้าเอื่อย ท้าทายแดดลม ...ท่านอ๋องผู้รักสุขภาพ ไยถึงได้จากแดดตากลมไม่กลัวผิวพรรณจะเสียกัน…

    “ท่านอ๋อง วันนี้ไม่รีบหรือขอรับ?”

    “รีบ? ไยข้าต้องรีบ? ไปเตรียมนํ้าอุ่นไว้ คืนนี้ข้าจะแช่นํ้าทั้งคืน”  จ้าวจื่อถงสั่ง กายไหวไปบนหลังม้ายามมันก้าว จื่อถงมิแลหลังมาสบมองอาชู

   อาชูตื่นตกใจ ท่านอ๋องน้อยมีแผนการอันใดกัน ถึงการทุ่มทุนเพียงนี้    “ประเดี๋ยวป่วยเอานะขอรับ ไม่ก็ผิวเปื่อย หญิงสาวจะไม่แลเอานะขอรับ”   แม้จะกล่าวด้วยความห่วงใย แผ่นหลังผู้เป็นนาย ยังคงตั้งตรงมองทอดเบื้องหน้า    “หรือท่านจะมีแผนขอรับ”

   จ้าวจื่อถงหัวเราะสดใส ตอบคำอาชูอย่างมั่นใจ  “ไม่มี”

    “ท่านทุ่มเทเพื่ออันใดเล่าขอรับ ท่านห่วงตัวยิ่งกว่าอะไรเสียอีก”   

    จ้าวจื่อถงไม่ตอบคำอีก มุ่งหน้าไปยังร้านเสี่ยวตั้นจื่อ สั่งสุราดื่มเรื่อย กระทั่งยามคํ่า


         โรงเรียนหมอ

    ยามดึกสงัด ร่างหญิงสาวอรชรแวะเข้ามาในโรงหมอ สถานที่ทั้งเรียนและรักษาผู้คนไปพร้อมกัน หญิงสาวชุดแดงตรงไปหาหมอชรา ใบหน้ามีผ้าผืนเดียวกันเพื่อใช้คลุมศีรษะ ปิดบังซ่อนเร้นความงามบางส่วนไว้ พูดกันกับจางเชียนหยวนไม่นานมาก อาจารย์ชราทำหน้าลำบากใจยิ่ง ชายแก่รับงานปรุงยา แต่ยังขาดส่วนผสมสำคัญ นิ้วเหี่ยวทั้งห้าชูขึ้นมานับไล่ดูวันเวลา ได้ตัดสินว่าจะปรุงสูตรยาให้แก่นาง ขาดแต่คนจะไปหาส่วนผสมให้

    จางเชียนหยวนยืนมือไพล่หลัง พินิจพิจารณาอยู่หน้าห้องซีเหยา ลำบากใจนักหากจะใช้ศิษย์คนนี้ แต่มีแค่ซีเหยาเท่านั้น ที่เป็นผู้หญิงในโรงหมอแห่งนี้ อีกอย่าง เชียนหยวนหาได้สนิทกับสตรีคนอื่นไม่ ครั้นจะไหว้วานมีเพียงอาเหยาเท่านั้น  มือเหี่ยวย่นเคาะประตูสองหนไม่ถึงอึดใจซีเหยาแง้มและโผล่หน้ามา    “ท่านอาจารย์จะแอบเอาอะไรมาใส่ห้องข้าหรือ?”  

    ชายชราร้อง   “เฮ้ย”  เบาๆ ยกมือปัดบอกไม่ใช่  “มีเรื่องจะให้เจ้าช่วย ดึกแล้ว อย่าได้เสียงดังไปแล้วกัน”  ไม่พูดพรํ่า เชียนหยวนดันประตูห้องอาเหยาออก ผลุบตัวเข้าห้องนาง พร้อมงับประตูทันใด  

     ศิษย์น้อยตกใจ ประท้วงต่ออาจารย์  “แก่แล้วนะ หัวใจจะวายตายเอา อย่าง ท่านอาจารย์ ข้าไม่ได้คิดจะมาแก้ผ้าให้ท่านเชยชม กลับห้องตัวเอง ก่อนข้าจะหาทางออกให้ท่านเป็นหน้าต่าง”   ซีเหยาไม่พูดเปล่า ขึงขังชี้นิ้วทางหน้าต่างดังว่า มืออีกข้างเท้าเอวราวจะเอาเรื่อง

   ชายแก่ยิ่งลำบากใจ ถอนหายใจอย่างรำคาญชี้หน้าว่านาง  “วัน ๆ คิดแต่เรื่องอย่างว่านะเจ้า ผิดที่ข้าเอารากไม้ให้เจ้าดมทุกวัน”

    “เฮอะ ผิดที่ท่านจริงๆ เสี้ยมสอนศิษย์แต่ละที หาดีได้ไม่”   ร่างอิสตรีอย่างนางกล่าวดังชายวางท่าทางเฉกเช่นบุรุษ พูดว่าพร้อมขาก่ายเข่าตน  พอนึกคิดว่าจะออกเรื่องไป ตกลงอาจารย์ต้องการอันใดกัน  “มีธุระสำคัญหรือ?”



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"“จื่อถง! จับตรงไหนของเจ้าเอามือออกนะ โอ้ยเล่นบ้าอะไร ตรงนั้นอย่า ปล่อยข้า กล้าอีกอย่าหาว่าไม่เตือน” แลเห็นว่านางโกรธจัด ยามมองเห็นสีทาปากตนเองติดบนปากจื่อถงแล้วน่าอายนัก นางพยายามใช้หลังมือเช็ดปากตัวเอง ลบล้างรอยจูบเมื่อครู่ให้ออก แต่กลับถูกจูบใหม่ ใช้มือกระทำการอุกอาจ"

ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha