(จบ)เล่ห์พยัคฆ์🔞(จีนโบราณ)

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : พบกันอีกครา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


4

     ...เข้าเรื่องเสียที จะบอกไปอย่างไรดีหนอ…   เชียนหยวนครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนเวลาจะล่วงเลย หากไม่ทำยามนี้คงไม่ทันการณ์   “อาจารย์มีงานสำคัญ คืนนี้เท่านั้น เจ้าช่วยแต่งคืนเป็นหญิงที”    

    คำขอพ่นเข้าหู ซีเหยาถลึงชักสีหน้าเชิดจมูกสูง ยื่นปากจะกล่าวว่า แต่จางเชียนหยวนยกมือสองข้างขึ้นห้าม อย่าได้พล่ามอันใดมาใส่หู ยามนี้ที่ซีเหยาอารมณ์โมโหขึ้น มีหรือจะไม่เสียงดังให้ชาวบ้านมาได้ยิน นางกลอกตาเบนหน้าเมินหนี ชำเลืองตาเหลียวมามองอาจารย์อีกที ชายแก่กลับมีท่าทีลำบากใจ  ไม่บ่อยนักที่ชายแก่จะทำอาการอย่างนี้ คิดอีกที  เห็นทียื่นมือช่วยบ้างคงไม่เสียหาย มือนางปัดเรื่องเคืองใจทิ้ง เอาคำขอเชียนหยวนใหม่   “ว่ามา จะช่วยท่านสักครา แต่ว่าถ้าให้ข้าแต่งหญิงเพื่อไปแต่งกับผู้ชาย ข้อนี้ที่ข้าว่าจะช่วยล้มเลิกเลยนะ”

    ชายชราพยักหน้าหงึกๆ ปานไก่จิกข้าวสาร ซีเหยานิ่วหน้า นึกคิดว่านี่หรือคืออาจารย์ ยิ่งแก่ยิ่งเหมือนเด็ก นึกพิเรนท์ไม่พอ การกระทำยังเป็นเล่นไปหมด

         ดอกราตรีจันทร์ คือหนึ่งดอกไม้ที่เกิดด้วยยาชนิดหนึ่ง เชียนหยวนส่งขวดยาใบเล็กลายวาดสีนํ้าเงินวางไว้ในมือ ให้แต่งเป็นสตรี แล้วหยดยานี้บนหลังคาบ้านหลังหนึ่ง ต้องหยดบนหลังคากระเบื้องในห้องอาบนํ้าที่มีไอร้อนคลุ้งขึ้นมาเท่านั้น จะทำให้ดอกราตรีจันทร์งอกขึ้น เพียงเท่านี้ย่อมไม่ยาก

    หากจะให้แต่งกายสวยงามก็ไม่ว่า ทว่าห้ามอาจารย์มาพบจนกว่าจะทำงานให้สำเร็จ ได้เห็นแต่ยามแต่งเป็นชาย แล้ว หากได้พบในคราบหญิงสาวเต็มตัว จะพิลึกพิลั่นขนาดไหน แต่ใครจะรู้ ยามที่ไม่เคยหัดแต่ง เสียเวลาเอาการกว่าจะออกมาดี นางบ่นๆต่อหน้ากระจก    “เหมือนผีสาวกินเลือดสดมาเลยแฮะ”    ริมฝีปากแดงแจ๋ไม่คุ้นเคย อาเหยารีบหยิบผ้ามาเช็ดออกจนหมด แต่ปากได้โดนสี เช็ดอย่างไรก็ออกไม่หมด   ...เอาเถอะ อย่างไรก็ไม่แดงเกิน ออกสีชมพูเท่านี้พอ ไม่มีใครมาเห็นอยู่แล้ว ทำอย่างนี้ค่าตอบแทนเป็นข้าวสารตั้งกระสอบเชียวนะ…   ขบคิดลำพังก็นั่งหัวเราะ ลงทุนเท่านี้ได้ข้าวมาฟรีไม่เสียหาย

    แต่งตัวเสร็จก็ถึงเวลาออกท่องราตรี วิชาตัวเบาก็มีอยู่บ้าง ถึงจะแค่เริ่มต้น พอปีนป่ายบนหลังคาได้ไม่เป็นปัญหา ร่างบางชุดสีขาวพริ้วขึ้นหลังคา เร่งก้าวไปบ้านที่เชียนหยวนเขียนบอกไว้ในกระดาษ ซีเหยาหยุดเดิน ควักกระดาษขึ้นอ่าน จำได้ว่าเวลาฟังนั้นมันไม่เข้าหู ได้เปิดดูกลับคุ้นนัก  “จ้าว จื่อถง?”    สายตาละจากกระดาษ กลอกตาไล่ดูทิวทัศน์ นึกคิดอยู่นานโข  “เคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหน? จ้าวจื่อถง จวนท่านอ๋อง จวนท่านอ๋อง?”   ยามนี้นางพึมพำ ปากขยับทบทวนอยู่หลายคำ ความจำสมัยเด็กกลับสะท้อนขึ้น ปากเรียวอมชมพูร้อง “อ๋อ”  นึกได้แล้ว นางทำความเข้าใจคนเดียวในยามราตรี   “ที่แท้ ก็อ๋องน้อยผู้ใจปลํ้าคนนั้นนี่เอง”

    ร่างบางเร่งฝีเท้าขึ้น ตรงไปยังจวนอ๋องจ้าวที่ว่า

    ยามหญิงสาวชุดขาวอยู่เหนือบนหลังคา ปราดตัวคล่องแคล่วมาถึงที่หมาย

ซีเหยาแตะบนหลังคาเหนือห้องอาบนํ้าที่ว่า สัมผัสได้ถึงเม็ดไอนํ้า มันเปียกและชื้น   ...เวลาอย่างนี้ยังแช่นํ้า สงสัยอยากเป็นหวัดเป็นไข้ตาย…    ซีเหยาหยดยาลงกระเบื้องหลังคา หลังจากมองฟ้าในคืนจันทร์เต็มดวง ท้องฟ้าโปร่ง

    ครานั้นราวกับต้นอ่อนงอกออกจากกระเบื้อง ผลิต้นออกดอกออกใบ ลักษณะคล้ายดอกไม้เหมือนหิน แต่ได้จับดอกราตรีจันทร์กลับนุ่มนวลดุจแพรไหม อ่อนยวบลงในมือ เด็ดเสร็จก็เก็บลงผ้าคาดเอว จะทะยานกายออกไปไม่สนสหายเก่าด้านล่าง  เสียแต่ว่าชุดเจ้ากรรม มันยาว ชุดขาวๆขัดขา ฝ่าเท้าเหยียบเข้าจังงัง จนขาอีกข้างติดชายกระโปรง สะดุดกึกจนล้มควํ่า  กระเบื้องแตกดังเพล้ง!  ตัวหญิงสาวในชุดอรชรทะลุลงหลังคา ปลิวว่อนมาจากอากาศ หล่นลงนํ้าดังตู้ม!

    ในห้องอาบนํ้า เป็นบ่อไม้หรูหราฟู่ฟ่ากว้างสามจั้งยาวสามจั้ง ราวสระนํ้าดอกบัวไม่ปาน ซีเหยาเงยหน้าจากนํ้าไอร้อนระทวยจากเพิ้งผิวนํ้า มองเห็นไม่ชัด มือนางรีบคว้าหาที่เกาะ พอหาได้ก็รีบตะเกียกตะกายตัวขึ้น สังเกตได้ว่าผิวนํ้าอยู่ระดับหัวไหล่เท่านั้น ยามลืมตาดีแล้ว มองดูอีกที นางกำลังเกาะผู้ชาย!

    จื่อถงเบิกตาพูดไม่ออก ตัวอะไรหล่นลงมา!?   ...ผู้หญิง?...   “แม่นางเจ้าเองก็งดงาม เสียทีเป็นหญิง นี่พิศวาสข้าถึงขั้นแอบดูข้าอาบนํ้าเชียวหรือ ถึงขนาดเจาะหลังคาลงมาเลย?”

    “หา อะไรใครพิศวาส? ข้าไม่ได้คิดอะไรอย่างนั้นเลยนะ”  ซีเหยาถลึงตาเถียง แผดเสียงดังลั่น  

    “ไม่คิดของเจ้า ข้าไม่เชื่อเป็นอันขาด เพราะเจ้าพิศวาสแท้จริง มิเช่นนั้นคงไม่จับเจ้าโลกข้าแน่นเพียงนี้”   จ้าวจื่อถงพูดอย่างเริงร่า ในท่วงท่าสบายปลอดโปร่ง ยิ้มหลงระเริงที่สุด

    “...........!”  ซีเหยาอ้าปากกว้าง จะร้องไห้ก็ร้องไม่ออก เลือดในกายเดือดพล่าน สูบฉีดแรงจนแล่นขึ้นหน้า รีบถอยลิ่ว กายบางชิดขอบอ่าง ยกมือตนเองขึ้น มันสั่นระริก  มันจะหงิกงอเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ

    “ท่านอ๋องขอรับ!  เกิดอะไรขึ้นขอรับ!”   อาชูส่งเสียงถาม ไม่กล้าละลาบละล้วงเข้ามาโดยพลการ

   “มีผู้หญิงจะมาข่มขืนข้า แต่ว่าอย่าได้ห่วง ข้าจัดการได้”  จื่อถงพูดอย่างปลอดโปร่ง

    อาเหยาเหลือกตาใส่  เม้มปากแน่น เมื่อฟังแล้วขัดหูอย่างแรงกล้านางลุกขึ้นจากนํ้าเท้าสะเอวชี้หน้าจะเอาเรื่อง   “ปากหรือนี่ วัน ๆ เจ้ากินอะไรเข้าไป ถึงได้พูดพล่อย ๆ หาความจริงไม่ได้เช่นนี้!”

    จื่อถงเลิกคิ้วหน้าเป๋อเหลอ ยิ้มแล้วเบ้ปากตาม ยักไหล่ไม่รู้ร้อน   “ข้าจำต้องใส่ใจเจ้าด้วยหรือ ข้านั่งแช่นํ้าอยู่เฉย ๆ ผิดที่เจ้า เจาะหลังคาบ้านข้าเป็นรูไม่พอ ยังลวนลามข้าอีก อย่างนี้ไม่เรียกว่าพิศวาสจะชี้แจงว่าอะไร  เจ้าโลกข้าหากเสื่อมเสียแล้วเจ้าไม่รับผิดชอบ ก็ไม่รูว่าจะเอามันไปพบใครได้แล้ว”

    ...ไม่มีใครผู้ใดมาสั่งสอนอ๋องบ้านี้หรือไร ว่าควรให้เกียรติผู้หญิง ที่ว่ามาโทษกันล้วน ๆ ตัวเองเหนืออยู่ฝ่ายเดียว เฮอะ! ….   ในลำคอซีเหยาคล้ายผะอืดผะอม กลืนไม่ได้คายไม่ออก นางกระตุกมุมปาก ไม่ชอบใจเอาอย่างมาก พอมองกายาบุรุษ สัดส่วนพอเหมาะแก่โครงหน้าอันงดงามราวสตรี คมคายหล่อเหลายิ่งกว่าผู้ใด แต่ปากร้ายยิ่งยวด นางเหลียวสายตาธรรมดามองลงนํ้า ซีเหยาก็เดินเข้าใกล้ หย่อนตัวลงนํ้านั่งยอง ๆ ตบไหล่จ้าวจื่อถงราวปลอบโยน ไม่สนยศถาบรรดาศักดิ์ บอกอย่างปลอดโปร่งเช่นกัน  “เอาเถอะเอาล่ะ ถ้าอย่างนั้น เมื่อเจ้าโลกของเจ้าไม่มีหน้าไปพบใคร ก็ตัดมันไปเถิด ข้าได้ยินว่าท่านอ๋องช่างเจ้าสำราญนัก สละมังกรท่านทิ้ง จะได้ไม่ถ่วงความสำราญท่าน ฮ่า ๆ ๆ ๆ”   สุดจะหักใจ นิสัยชายมันติดตัวมาแต่ไหนแต่ไร จะหัวเราะชอบใจ ไม่ได้มาห่วงความเป็นกุลสตรีอยู่แล้ว

    ยามจื่อถงจะสวนคำกลับ เสียงอาชูดังแว่วมาขัดเอาเสียก่อน

   “ท่านอ๋อง เงียบไป เป็นอะไรหรือขอรับ!? ข้าน้อยขอเข้าไปนะ”

    ซีเหยารีบกลืนเสียงหัวเราะลงคอ ตวัดสายตาไปยังประตู นางจี้เข็มลงจุดบนร่างกายจื่อถงรีบลุกจากสระ ตะเกียกตะกายตัวปีนขึ้นขื่อ พร้อมเสื้อผ้าอ๋องน้อย

    ตัวบางขึ้นไปเสร็จสรรพ นางส่งเสียงมาว่า  “เสื้อผ้าท่านอ๋อง เอาไปแลกข้าวได้เท่าไหร่กันหนอ?”   เยาะเย้ยจบซีเหยาผลุบหายไปทันที  

    เด็กรับใช้เข้ามาไม่ทันการ นางได้ลับตาไปเสียแล้ว จื่อถงพูดไม่ออกขยับไม่ได้ มีเพียงแต่กลอกตากลิ้งลงยังจุดเข็มปัก คล้ายสั่งการให้ดึงออก อาชูก็ฉลาด ย่อมเดาได้อยู่แล้ว พบจุดผิดแผลก อาชูจัดการดึงเข็มออก จื่อถงขยับมือขึ้นชี้หน้าไม่ชักช้า “ไปล่านางมารที่เอาชุดข้าไปคืนมา แลกข้าวบ้าบออะไรกัน! และอาชูไปเอาชุดใหม่ข้ามา หนาวแล้ว ไป!”    เสียรู้รอบสองไปอีกครั้ง จะยกสมบัติให้ใครอีกไม่ได้  “มารดามันเถอะ!  ไยข้าต้องพ่ายความคิดแก่ผู้หญิงไปถึงสองครั้งกัน หากแพ้ถึงสี่ครา สละอ๋องมันเลย!”



   โรงเรียนหมอ

  กลับมาแต่งชายตามเดิม ซีเหยาวางกล่องดอกราตรีจันทร์ลงบนโต๊ะตัวสีดำ แล้วเท้าคางสีหน้าไม่ดีนัก ใต้ตาเขียวคลํ้า บ่งบอกว่าไม่ได้นอน ล้างมือทั้งคืนจนจะเปื่อยยุ่ย     ...คิดไปคิดมา ที่จับไป.. เออมันก็นิ่มดี…   มารับรู้สติอีกที ซีเหยานึกอะไรไปไกลนัก รีบสะบัดหน้าโยนความคิดทิ้ง

    เชียนหยวนเห็นศิษย์ตนเองมีอาการแปลก

ลองจับชีพจรดู ร่างกายไม่ได้เหนื่อยล้า ยังแข็งแรง ใจเต้นตามปกติ   “เจ้าคิดอะไร?”  

    “ข้าว แต่เพิ่มมาให้ข้าอีกเท่าตัว”   นางชูนิ้วเพิ่มข้อต่อรองขึ้นไป

    เชียนหยวนตกใจวูบ ผลาญมากขนาดนี้จะมีที่ไหนให้  “เฮ้ย.. อาเหยา เอาทำไมเยอะแยะ?”

    “งานข้าหนักหนากว่าที่คิด ยิ่งใหญ่เอามาก มีทั้งอันตรายและมังกรร้าย”

     “มังกร?”   เชียนหยวนเลิกคิ้วขึ้นยื่นหน้าสงสัยเข้าหาศิษย์ตน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"“จื่อถง! จับตรงไหนของเจ้าเอามือออกนะ โอ้ยเล่นบ้าอะไร ตรงนั้นอย่า ปล่อยข้า กล้าอีกอย่าหาว่าไม่เตือน” แลเห็นว่านางโกรธจัด ยามมองเห็นสีทาปากตนเองติดบนปากจื่อถงแล้วน่าอายนัก นางพยายามใช้หลังมือเช็ดปากตัวเอง ลบล้างรอยจูบเมื่อครู่ให้ออก แต่กลับถูกจูบใหม่ ใช้มือกระทำการอุกอาจ"

ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha