(จบ)เล่ห์พยัคฆ์🔞(จีนโบราณ)

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : แพทย์ล่าอ๋อง1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

..

7

    ม้าสองตัวยํ่ากีบบนถนน ดังกรุบกรับไปตามพื้นที่ สายลมพัดเอื่อย ไอเย็นคลืบคลาน จนสะท้านผิวกายในร่มผ้า คืนที่ท้องฟ้ามีดวงจันทร์เต็มดวง สกาวพราวพร่างไปด้วยดวงดาว ระยิบระยับวับวาว กระจายตามท้องนภาสีดำ ซีเหยาแหงนมองท้องฟ้ายามราตรี มีเพียงเสียงเพลงบรรเลงขับขานในอาคารไม้ทรงใหญ่สูงถึงสามชั้นหลังหนึ่ง ใจกลางเมืองหลวง เครื่องดนตรีดีดสีตีเป่าเคล้าปนเป ให้ทำนองเสนาะหู น่าฟัง มันดังแว่วมาจากด้านใน  

   อาชูหย่อนตัวลงอานม้าตามซีเหยาลงอย่างเร็วรี่ และยกมือชี้นิ้วไปด้านข้างข้าง  พลางก้าวเท้ามาใกล้ อธิบายถึงสิ่งที่อยู่ภายใน  “หอคณิกาใหญ่โต มีหลายส่วนจัดแบ่งเป็นจำพวก เจ้าเข้าไปเพื่อตามตัวท่านอ๋อง อย่าเพิ่งลุ่มหลงความงามอิสตรีนารีหอนี้เข้าเชียว ข้ามาที่นี่ในวันสองวันแรก เมื่อหลายปีก่อนเข้าใจดี ทำใจปางตายกว่าจะผ่านดินแดนนั้นสู่อรหันต์ได้”   อาชูกำชับทั้งบอกเล่า

    ….จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร หญิงสาวมาเกี้ยวพาราสี  ข้าก็ไม่ต่างจากที่เป็นสตรีเหมือนกัน ต่อให้นางเปลือยกายให้ข้าดู ก็ไม่อาจจะหลงใหลได้…

       อาชูกวักมือพาเดินเข้า ภายในคลาคล่ำหญิงสาวสวมลุดหลากสี อีกฝั่งบรรเลงบทเพลง ขับขานไพเราะครื้นเครง แสนหฤหรรษ์ มีบุรุษทั้งหน้าตาดี งดงามผิวขาวดังไข่ปอกและใบหน้าพื้น ๆ เข้าร่วมวง สภาพคล้ายคนเมาเต้นรำตามทำนอง  

    กวาดสายตาให้ดี มีหลายส่วนจัดแบ่งเป็นห้อง แลไปห้องอีกด้าน ดูโอ่โถง บดบังด้วยมุกแดงร้อยเป็นฉากกั้นหน้าประตู มีทั้งเสียงเฮฮาและโห่ร้อง  ส่วนบนบันไดมีหลายคู่หนุ่มสาวกอดคอกันก้าวขึ้นทีละขั้น ดูออกแล้วว่าไปทำสิ่งใด น่าสนใจคือห้องที่มีฉากกั้นโดยมุกแดงร้อย ยามแหวกทางเข้าออก เห็นบุรุษมากมาย สตรีก็มาก

     ซีเหยาพิจารณา เอียงคอกระเถิบหาอาชูเชิงถามให้เบากล่าวให้ชัด

   “ท่านจื่อถง เคยเข้าห้องนั้นหรือเปล่า?”   ซีเหยายืนมาดแมน กอดอกเชิกหน้าตาแลห้องพนัน

   อาชูยื่นคอใกล้ บอกกล่าว  “บ่อยนัก เข้าแล้วยากที่จะออก จนเจ้ามือเสียเบี้ยไปมากมายกว่าจะขึ้นชั้นบน”

    ซีเหยาแบมือมานับเวลา ผ่านมาได้หนึ่งชั่วยามกับกับสามเค่อ หากได้เข้าจริง นับว่ายังไม่ถึงเวลาออก แพทย์น้อยชุดบุรุษเบิกม่านมุกแดงออก ตาดำถึงกับวาวโรจน์ เงิน ๆ ทอง ๆ ทั้งนั้น หัววิ่งแล่นนึกคิด ซื้อข้าวได้มากมายเท่าใดหนอ?  ระหว่างมือนับคิดคำนวณ อาชูดึงแขนอาเหยาเข้าใกล้โต๊ะพนันตัวในสุด โต๊ะแต่ละตัวมีผู้ชายหน้าขรึมกำลังขมักเขม้นเขย่าลูกเต๋าให้ผู้คนลงเงินทาย  

    อาชูและซีเหยายืนด้านหลังชายร่างใหญ่ อาชูชี้นิ้วและกระซิบ    “นั่น ๆ ท่านอ๋อง กำลังรื่นเริงอยู่ อาเหยา เจ้าคิดอย่างไรไว้ ท่านอ๋องอยู่จวน เจ้ายังจับตัวยาก มาอยู่ที่นี่ มีหรือจะจับได้”

   ระหว่างวางเบี้ยทายแต้ม อาเหยาจับปลายคางตนลูบเล่น เอ่ยนึกสนุกอยู่บ้าง นึกหาวิธีพาอ๋องน้อยกลับ “วิธีพากลับไม่มี ยังนึกไม่ได้ แต่ข้าอยากประลองฝีมือ ว่าจะแน่แค่ไหน”   

    ซีเหยาควักเบี้ยตนเองมีเหลือเพียงน้อย วางลงบนแต้มกลางโต๊ะเผชิญหน้าจื่อถง   “ข้าเอาด้วย”   กล่าวจบเหล่าชายแก่ถึงชายหนุ่มเหลียวมองอย่างประหลาดใจ ไม่เคยพบหน้าค่าตามาก่อน แต่ไม่กี่อึดใจหนึ่ง พวกมันก็เปลี่ยนแปลงสีหน้าเป็นยินดี ฉีกยิ้มระรื่น

     จ้าวจื่อถงกระตุกมุมปาก ชี้นิ้วหาหมอที่ตามมา  “จะชนะข้าหรือ เพ้อฝันน่า ข้าจะกินเงินเจ้าให้หมดตูดไปเลย”

   อาเหยาแค่นเสียงหึ!  ชี้หน้าตวัดนิ้วชี้ใส่ว่า “ถ้าภายในสามตา ข้ากินเจ้าได้สองครั้ง เจ้าต้องกลับจวน”   ซีเหยายักคิ้วขึ้น ท้าทายอำนาจอ๋อง ช่างเป็นเรื่องน่าสนุกต่อคนโดยรอบ อยากรู้นักใครจะพ่าย ต่างฝ่ายต่างละห่างจากโต๊ะพนันตัวเอง เดินมารุมล้อมดูละครผู้ท้าทาย

    จ้าวจื่อถงลากเก้าอี้มานั่ง ยกขาไกว่ห้าง รินสุราดื่มสบายอุรา ตอบแพทย์น้อยว่า  “ย่อมได้ สองในสามเจ้าตายแน่”   อ๋องจื่อถงยืนกรานมาดมั่น ยิ้มเล่ห์แพรวพราว

   ….นึกว่าจะมีเล่ห์กลผู้เดียวหรือ อยู่โรงหมอศิษย์พี่หยางสือก็แอบพาพวกข้าเล่นนะ ข้าเองไม่ได้ด้อยแน่…    “ได้เสมอ”   อาเหยายิ้มเยาะ มาดูกันว่าใครจะสยบต่อฝีมือใคร

     ก่อนวางเงินลงตาใหม่ ลูกเต๋ากลิ้งในชามปิดฝาดังกริ๊กๆ สามถึงสี่หน ดูจ้าวจื่อถงจะมีสมาธิเอามาก ซีเหยาสังเกตถึงบุคคลเป็นถึงอ๋อง ว่าเขาทำอย่างไรถึงกินเบี้ยเจ้ามือได้หมดทุกครา ตามที่อาชูเล่าให้ฟัง  ...คนผู้นี้มีหัวคิด แต่จะเอาส่วนนี้ไปใช้ประโยชน์ไม่เป็นรึ! วัน ๆ เอาแต่เล่น...

  ตาแรกจื่อถงฟัง วางสูงวางตํ่าตามที่พินิจ  วางจบก็ปรายตามองอาเหยา หรี่ตามั่นใจกระตุกมุมปากอย่างได้ชัย  … ที่เพ่งไป เพราะฟังหรือไม่นะ ซีเหยาวางต่างจากอ๋องน้อย ฝาปิดถูกเปิด เหล่าผู้คนรอบข้างต่างลุ้น ทั้งพนันกันอีก ว่าเจ้าเด็กหนุ่มอย่างซีเหยาหรือจ้าวจื่อถงจะชนะ ผลพลอยได้คือพ่ายอ๋อง  จื่อถงปรบมือหัวร่องอหงายสะใจ

    ….หูดีอย่างนี้ ควรจะเป็นสุนัข กินแล้วนอน มีผู้ใดทำได้นอกจากจื่อถง...

   เริ่มตาที่สอง ซีเหยาเลียนแบบหลับตาฟังการเขย่ารอบสอง  ตั้งใจสุดความสามารถ อยากรู้นัก ว่าท่านอ๋องใช้วิธีใดถึงเดาได้ว่าจะออกแต้มไหน ซีเหยาฟังแล้วกลับแยกไม่ออก สรุปคือแต้มไหนล่ะ  ...เดามันเถอะ!...   ซีเหยาอาศัยโชควาสนาวางสูง ก่อนลูกเต๋าจะหยุดกลิ้งในชาม ส่อเสียงขัดการฟังจื่อถง นัดที่สองผลออกต่าง ซีเหยาชนะจื่อถง บุรุษหนุ่มรูปงามชี้หน้า ถลึงตาใส่  “ลูกเต๋าหยุดก่อนค่อยลง อย่าเล่นลาย”

    อาเหยาเลิกคิ้วสูง ...อะไรใครเล่นลาย ไม่ใช่ยามสอบ จะมาเล่นลายเช่นเจ้า…   นึกทวนถึงแล้ว ในหัวนางก็มีแผนผุด เล่นลายมาก่อกวนกันก่อนนะว่าข้าทีหลังมิได้  ซีเหยาไพล่หลัง ปลดผ้ารัดข้อมือออก ระหว่างลูกเต๋าสั่นกลิ้ง  หยกงามร้อยสร้อยถึงสองชิ้นในมือ ซีเหยาขยับมือสั่นกรุ๊งกริ๊งกลบ  จื่อถงกระตุกคิ้วหงุดหงิด ครั้นเขย่าจบก็พากันวางเบี้ยลงทาย บุรุษหนุ่มยกเหล้ากรอกปากอีกคำใหญ่ แก้มแดงเพราะฤทธิ์เหล้าผสมพิษไข้ราวกับลูกตำลึง จากนั้นก็ทาย

    “เจ้ามั่นใจได้อย่างไร ว่าท่านอ๋องจะแพ้” อาชูถาม

    “ไม่มั่นใจ แต่ข้าพอจับจุดได้”   ซีเหยาเหยียดยิ้ม ก่อนจะวางเบี้ยลงจนหมดตัว

    จื่อถงชักสีหน้า มองแพทย์น้อยเขม็ง วางท่าจะเอาเรื่อง เตะขึ้นโต๊ะดังตึง เสียงดังในชามดังกริ๊ก จื่อถงวางมือเท้ายันโต๊ะ ยื่นหน้าเข้าประชิดซีเหยา   “วางมากอย่างนี้ จะขูดถุงเงินข้าหรือ”

    ซีเหยาหน้าเปลี่ยนสี ใคร่คิด  ...แย่แล้ว เจ้าคนนี้แค่สร้างสถานะการณ์ แอบเปลี่ยนทิศลูกเต๋า ร้ายมาก!...   ซีเหยากอบเอาเบี้ยกลับคืนมาไว้เบื้องหน้า ควบคุมอารมณ์ใหม่  “ข้าไม่ลงมากก็ได้ เอ้า ท่านลงสิ”

    จื่อถงจัดการทายผล สีหน้าว่าสุขใจนัก วางเบี้ยจนหมดเช่นกัน แต่จะให้ซีเหยาเตะโต๊ะเพื่อเปลี่ยนทิศของแต้มในชามตอนนี้ ได้แต่โต้แย้ง  “ไหนหาว่าข้าจะขูดรีดท่าน แล้วที่ท่านทำ ไม่ขูดรีดข้าหรือ”

    “ข้าทำได้ แต่คนอื่นห้ามทำ ข้าเป็นอ๋องเชียวนะอ๋องน่ะ เคยได้ยินใช่ไหม?”

    ซีเหยาฟังอย่างระอา ปัดคำคุยทิ้ง  “รู้น่า ผู้มีอันจะกิน”

    จ้าวจื่อถงเลิกคิ้วสูง เมามายแล้ว ตาปรือแก้มแดง แค่ยืนยังโงนเงนเอนไปมา “คำนี้เคยได้ยินที่ไหนหว่า?”   จื่อถงรำพึงนึก แต่นึกไม่ออก  

    “เปิดสิ ข้าจะได้เอาอ๋องกลับบ้านเสียที!”  ซีเหยาท้วง เสียงผู้คนรอบข้างก็ท้วงเช่นกัน เจ้ามือว่า  “ใจเย็นพ่อหนุ่มน้อย รีบร้อนไปก็ชนะท่านอ๋องไม่ได้ เขากินเงินข้าไปมากโข ป่านนี้ยังเรียกทุนยังมิได้เลย”

    ซีเหยาหัวร่อหึ ๆ ยิ้มกริ่มไม่สนใจ  ผลทายออกมา ซีเหยาห่อร่อแทบบ้าคลั่ง ปรบมือถูกใจยิ่งยวด  “ออกตอง ฮ่าๆ ว่าแล้ว ท่านอ๋องทายผิด ต่อให้ท่านเตะโต๊ะเพื่อฟังลูกเต๋าใหม่ ท่านก็ฟังไม่ถูก เพราะพิษไข้ทำท่านหูอื้ออย่างไรเล่า...อะ..อ้าว?”  ซีเหยาหัวร่อไม่ลืมหูลืมตา มองดูเบื้องหน้าหลังจากนั้น ท่านอ๋องก็ไม่อยู่แล้ว  “ท่านอ๋องล่ะ?”

   เจ้ามือชี้นิ้วบอก  “ออกไปตั้งแต่เปิดฝา”

   “ปัดโธ่!  หนีอีกแล้ว! ปล่อยให้ไข้ขึ้นตายก็ไม่ได้ด้วย ข้าเองก็อยากมีหัวไว้คิดนะ ไม่มีแค่ไว้ตั้งบนบ่าอย่างเขา!”

    ในห้องหับใหญ่โอ่โถงที่สุด ประดับผ้าแดงบางมองได้ปรุโปร่งเป็นม่านมุ้งบนเตียง ผ้าแพรนิ่มลื่นปูบนเตียงขนาดกว้าง มีหญิงสาวรูปโฉมสะคราญนั่งตัวตรงให้จ้าวจื่อถงหนุนตัก นางสวมอาภรณ์สีชมพูหวานทับร่างขาว งามอรชรกว่าหญิงใดในหอคณิกาแล้ว เพ่ยซาน นารีผู้โชคร้าย ถูกบิดามารดรขายตัวมาหวังให้เป็นทาสในตระกูลใหญ่ แต่ชะตาอาภัพ คนที่ซื้อนางมากลับเป็นแม่เล้าในหอแห่งนี้ ปั้นแต่งเสริมนางด้วยเสื้อผ้าหรูหราฟูฟ่า ส่งนางขึ้นเป็นผู้หญิงบริสุทธิ์จำต้องประมูลราคาสูงก่อนจะลดหย่อนผ่อนราคาลงตามสถานะภาพ

   ยามนั้นวันดีในชีวิต จ้าวจื่อถงพบนาง เห็นว่าบริสุทธิ์ย่อมดีต่อผู้สูงศักดิ์เช่นเขา ทุ่มเงินประมูลจนไม่มีใครหน้าไหนกล้ายื่นเสนอราคาเพิ่ม นับแต่นั้นมา นางมีเพียงเขา มีเพียงจ้าวจื่อถงที่ต้องปรนนิบัติแต่เพียงผู้เดียว

   ครานั้นได้ให้สัญญาวาจามั่น  “เพ่ยซาน จงมอบกายแก่ข้า เมื่อข้าได้อายุยี่สิบ จะแต่เจ้าเป็นอนุภรรยา”

    นางเชื่อ.. และยิ่งกว่าเชื่อ... ยอมทุกอย่างแก่บุรุษเพศ มิใช่เพียงวาจา ใบหน้าคมคายหล่อเหลานี้นางล้วนรักปักใจ ผู้สูงศักดิ์มักไม่โป้ปด ทว่าสัญญาถามทวงด้วยคำหวานครั้งแล้วครั้งเล่า เขาไม่กระทำ มีแต่เอ่ยบอกว่าใจเย็น แล้วนี่ผ่านพ้นยี่สิบมาห้าเดือนแล้ว ไยไม่ทำตามที่ลั่นคำ

   วันนี้ต้องให้รู้เรื่องราว จื่อถงหนุนตักนางแนบชิดกาย มีเพียงผ้าเย็นๆคอยซับไอร้อน   “ท่านอ๋องเจ้าคะ”

    บุรุษหนุ่มหลับตาอยู่ ได้แต่ส่งเสียงตอบกลับ  “หือ..”

   มือเรียวงามลูบผ้าผ่านผิวกาย เอ่ยถามอย่างมีจริต   “ผ่านมาห้าเดือนแล้ว เมื่อไหร่ ท่านจะนำข้าเข้าบ้านท่านหรือ”

    อ๋องน้อยหัวร่อขบขันอย่างหมดแรง พรํ่ามาด้วยพิษไข้ว่า  “ชีวิตจื่อถงจะมีภรรยาเพียงคนเดียว เอามาทำไมมากมายให้พันแข้งพันขา”   เพ่ยซานได้ยินแล้วดวงตากลมสวยเบิกกว้าง ใจเต้นไม่เป็นสํ่า มือไว้สั่นระริก เนื้อตัวร้อนรุ่นแผ่นหลังชาวาบและร้าวใจไปหมด แต่เสียงจื่อถงยังเอ่ยต่อว่า  “และต้องฉลาด”   จื่อถงยิ้มแฉ่ง รำพึงสุดท้าย “ตัว..มอมแมม”

    เพ่ยซานหยิบยาหนึ่งขวดจะหยอดลงบนริมฝีปากบุรุษ ทว่าเสียงประตูดังปัง! เผยร่างคนกระหืดกระหอบพังประตูมาท่าทางขึงขัง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"“จื่อถง! จับตรงไหนของเจ้าเอามือออกนะ โอ้ยเล่นบ้าอะไร ตรงนั้นอย่า ปล่อยข้า กล้าอีกอย่าหาว่าไม่เตือน” แลเห็นว่านางโกรธจัด ยามมองเห็นสีทาปากตนเองติดบนปากจื่อถงแล้วน่าอายนัก นางพยายามใช้หลังมือเช็ดปากตัวเอง ลบล้างรอยจูบเมื่อครู่ให้ออก แต่กลับถูกจูบใหม่ ใช้มือกระทำการอุกอาจ"

ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha