(จบ)เล่ห์พยัคฆ์🔞(จีนโบราณ)

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 8 : แพทย์ล่าอ๋อง2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

8

    สายลมหอบหนึ่งสะพัดมา ส่งเสียงหวีดหวิวกระทบใบหู ราวหญิงสาวกำลังรํ่าไห้ ยิ่งโหมกระพืดพัดเข้ามาทางหน้าต่าง ผ่านประตูกระทบชายผ้าซีเหยาในชุดแพทย์สีขาวพริ้วไหว ส่อเสียงกริ๊งในห้องมีมุกร้อยระย้าเป็นพุ่มพวงดูสวยงามตา ยามลมกระทบสั่นดังประหนึ่งเครื่องดนตรีก็ไม่ปาน

    เพ่ยซานมองไปยังประตูที่พังได้เพียงกลอนขัด แรงซีเหยามีไม่พอพังให้ประตูถล่มทลายหลุดออกได้ แต่แพทย์น้อยยืนอยู่ด้านนอก มีอาการหอบแฮ่ก เม็ดเหงื่อผุดจากหน้าผาก บ้างก็ไหลอาบผิวแก้มเนียนสมเป็นสตรี หน้าผากกลมมนถัดขึ้นไปมีหมวกขาวประจำตัวของหมออย่างเห็นได้ชัด เพ่ยซานขยับคิ้วหรี่ตา ถึงจะเป็นคนในหอคณิกามิได้เห็นโลกาที่ผิดแปลกไปมากนัก แต่แพทย์ผู้นี้ทำให้หญิงคณิการะแคะระคายใจเป็นพิเศษ

    ซีเหยายืนท้าลมหน้าประตู หอบแฮ่กเหนื่อยเพลียต่อการตามหาตัวของจ้าวจื่อถงนัก หาแทบจะทุกห้อง พบเห็นสารพัดอย่างในแต่ละห้อง ช่างเป็นภาพที่ชวนให้วิงเวียนศีรษะเหลือเกิน มาห้องนี้ดีหน่อย ไม่มีเรื่องอุจาดตาให้เห็น นึกว่าเปิดมาจะเจอสิ่งที่ทิ่มทะลุตาไปแล้วเสียอีก ดีนัก..แค่นอนหนุนตัก  

    หายใจได้เต็มที่ความเมื่อยลดลง ซีเหยากวักมือหาอ๋องน้อย แต่ยังเหนื่อยจนพูดไม่ได้เป็นคำ  จื่อถงเองเอาแต่เงียบ ไร้คำพูดอย่างนี้ ไม่เมาหนักคงไข้ขึ้น แต่รอยยิ้วยียวนยังผุดบนริมฝีปากซีด ดูเยาะเย้ยต่อคนที่ตามหา

    เพ่ยซานถือสิทธิ์เป็นเจ้าของห้อง กระแทกคำมาว่า  “แม้ข้าจะเป็นหญิงคณิกา แต่ย่อมรู้มารยาท เจ้าไม่ได้ถูกอบรมมาหรือ ว่าควรทำอย่างไรก่อนเข้าห้องคนอื่น”

     ซีเหยาฟังถึงกับหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ยืนตัวตรงเท้าสะเอวสังเกตใคร่คิด  ...นางผู้นี้คงมิได้หึงข้าหรอกนะ…  ซีเหยากำมือป้องปาก กระแอมสองทีก่อนปรับเปลี่ยนนํ้าเสียงให้ดูขรึมอีกนิด  “ขอแม่นางได้โปรดอภัย ข้าเป็นแพทย์ประจำตัวท่านอ๋อง เพื่อรักษาอาการป่วยไข้ให้หาย ตอนนี้ท่านอ๋องมีไข้ เนื่องจากโรคจากทางใต้ระบาดมาถึงท่านอ๋อง จึงจำเป็นต้องรักษาด่วน”    ซีเหยาประคองมือไม่ก้มหัวมาก บอกนางอย่างมีมารยาทบ้าง

    เพ่ยซานพยักพเยิด หวั่นเกรงจะติดโรคจื่อถงตาม ๆ กัน เหลียวมองจื่อถงไม่ถึงไหน บุรุษหนุ่มกุลีกุจอลุกพรวดพราดชี้หน้าซีเหยา ตาเขียวขึงขัง  “พูดอะไรให้มันเชื่อได้หน่อย!”

    “ข้าไม่ใช้มันกับท่านแน่นอน”   ซีเหยายิ้มกริ่ม มือไพล่หลังปลอดโปร่ง “ท่านสัญญากับข้า ว่าถ้าแพ้แต้มลูกเต๋าจะยอมกลับจวน แต่ท่านเอาแต่เตร็ดเตร่มาถึงที่นี่ ท่านต่างหากที่หาคำจริงไม่มี”  กล่าวว่าจบ ซีเหยาหันไปหาหญิงคณิกา ถามเชิงสุมไฟ  “ที่ผ่านมาแม่นางไม่เคยโดนหลอกบ้างหรือ?”

    เพ่ยซานประสานมือตนเองระหว่างหน้าท้อง เดินกรีดกรายห่างจ้าวจื่อถงและซีเหยา เหยียดยิ้มเชิงเย้ยหยันมองจ้าวจื่อถง นัยน์ตาสั่นไหว กล่าวด้วยคำที่ไม่เสียใจ “เคยและมีมาก บ่อยจนข้าชินชา แต่ข้าจะให้เขาป่วยไปตลอดกาล”

    ซีเหยาขัดหูนัก เริ่มประหลาดใจและหายใจติดขัด ได้ยินที่นางบอกแล้วใจสั่นเทิม เพ่ยซานเห็นแพทย์น้อยหน้าซีด จ้าวจื่อถงเพลียไข้พูดสิ่งใดไม่ได้ นางจึงดึงปิ่นทองปลายแหลมอันหนึ่งออกมาจากมวยผม  ลูบคมมันเล่นราวกับชอบมันนัก  “ถึงหนึ่งเค่อหรือยัง ที่เจ้ายืนอยู่ที่นี่ ก่อนเจ้าพังประตูมา ข้าหยดยาให้จ้าวจื่อถงกิน”

   จ้าวจื่อถงตกใจ ร้องถามดัง  “อะไรนะ!?! ยา!?”   ร่างบุรุษสูงใหญ่ทรุดลงกับพื้น ร่างกายร้อนราวไฟแผดเผาในเตา มือเรียวยาวจิกลงพื้นขูดจนเป็นรอยริ้ว ซีเหยารีบก้าวหาอ๋องน้อย จับดูร่างกายร้อนผ่าว หน้าแดงกํ่าประหนึ่งภูเขาไฟจะระเบิดตูมตาม เส้นเลือดปูดจากผิวหน้าและลำคอ เป็นเส้นเขียวคลํ้าน่าสะพรึง จื่อถงใบหน้าบิดเบี้ยว เหมือนกำลังทรมานร่างกายอย่างสาหัส

    “ท่านอ๋อง เป็นอะไร บอกอาการข้า!”   ซีเหยาจับชีพจร เลือดลมไหลรวดเร็วเกินมนุษย์

    จื่อถงหาตอบคำใดหมอ แต่เพ่งเล็งไปยังเพ่ยซาน  “ยา..อะไร..!”

    หญิงสาวชุดสีชมพูกรอมพื้นแสยะยิ้ม หัวร่ออย่างบ้าคลั่ง ประกอบหยาดนํ้าตาหลั่งมาเป็นสาย อาบผ่านแก้มล้างเครื่องแต่งหน้า   “ยาที่ทำให้บุรุษอย่างท่านป่วยน่ะสิ ป่วยเป็นบุรุษในร่างสตรี ท่านจะไม่ได้เป็นชายไปตลอดกาล เมื่อพูดความจริงไม่ได้ ล่อลวงข้า ลวงร่างกายผู้อื่น เช่นนั้นท่านก็จะไม่มีสิ่งที่ทำให้ท่านสำราญ”   เพ่ยซานหัวร่อบ้าคลั่งอีกหน มวยผมหลุดรุ่ยไร้สภาพผู้งดงาม ปิ่นในมือเป็นทอง ของชิ้นแรกที่นางได้มาจากจ้าวจื่อถง บัดนี้นางใช้มันปลิดชีพตนเอง แทงลงไปยังหัวใจสีแดงแอบแฝงความรักต่อท่านอ๋องหมดใจ

    “ไม่!  อย่าทำนะ!”   ซีเหยาลุกพรวดจะช่วยนาง แต่ภาพต่อหน้าต่อตา ถึงเป็นหมอเทวดาก็ช่วยไม่ได้ ซีเหยาไม่ยอมแพ้  รีบส่งลมปราณที่ฝึกเพียงขั้นต้นยื้อชีวิต คิดจะประสานแผล แต่ทว่าหัวใจเพ่ยซานหยุดเต้น ต่อให้ส่งลมปราณเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล นางสิ้นแล้ว….

    เสียงจื่อถงแผดร้องเกลือกลิ้งบนพื้นทุรนทุราย  เสียงทุ้มตํ่าค่อยสลายหายไปทันที

    อาชูวิ่งตึงตัง ถามเสียงดัง  “พบท่านอ๋องหรือไม่!?”    อาชูเบิกตาโต เม้มปากปิดสนิท ทั้งซีเหยาเองก็มีอาการไม่ต่างกัน นํ้าเสียงแพทย์น้อยหัวร่อแหบแห้งสีหน้าตายด้านปั้นยิ้มไม่ออก แตะตัวจื่อถงไม่ร้อนแล้ว หายไข้ไปโดยปริยายบอกแก่อาชูว่า  “ข้าได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้แค่รักษาไข้เขาให้หาย ฉะนั้น.. หมดหน้าที่ข้าแล้ว ลาเลย ขออย่าได้พบกันอีก”   

    จื่อถงคว้าซีเหยาไว้ มือไม้อันเรียวสวยสั่นระริก และมีเสียงสะอื้นมาจากด้านหลัง ซีเหยาผงะ รีบสะบัดมือเขาออก ชี้หน้าจื่อถงเบ้ปากตัวเองราวคนร้องไห้  “เป็นผู้ชายอย่าร้องไห้เชียว!”

    “ก็ข้าอยากเป็นผู้ชาย--!”   เสียงหวานหูออกจะแหลมไปหน่อยพูดกับซีเหยา เสื้อผ้าที่เคยสวมใส่ บัดนี้หลวมโครก จากกายากำยำเป็นที่น่าใฝ่ฝันของหญิงสาวมากมาย มีสัดส่วนอรชรอ้อนแอ้น แพทย์น้อยตบหน้าผากตัวเอง อยากสลบไสลไปให้พ้น ๆ นัก

    อาชูฉลาด เอ่ยดึงสถานะการณ์กลับมา  “ตอนนี้ ต่อให้ท่านบอกว่าท่านอ๋องคงเชื่อมิได้ ไปก่อนมือปราบจะมาเถอะ!”    อาชูไม่รอคำตอบ คว้ามือทั้งสองคนไปหน้าต่าง ซีเหยาชี้  “จะให้โดดหรือ?”

    “ย่อมเป็นไปตามนั้น”   อาชูว่า

    “........”   จื่อถงเงียบ ไม่อยากได้ยินเสียงผู้หญิงที่อยู่ในคอตัวเองตอนนี้

    “งานข้าจบแล้ว คนละทาง จบ”  ซีเหยาบอกจบก็กระโดดลงฉับพลัน จ้าวจื่อถงเห็นคนที่พอช่วยได้กำลังหลังหนี มือเรียวสวยคว้าอาชูตามไปทันที แต่ลืมไป กลายเป็นหญิง จับผู้ชายไม่อยู่ พาอาชูหล่นลงพื้นดังแอ่ก! ดังเขียดกระโดดลงอย่างพลาดท่าไม่ปาน

   หนุ่มรับใช้ลุกขึ้นบ่นกระปอดกระแปด   “ท่านอ๋อง ทดสอบพื้นหรือไรขอรับ มันแข็ง ไม่นุ่มนะขอรับ อย่าได้กระทำอีกเชียวนะ เอวเคล็ดแล้วกระมัง”

    จื่อถงส่งฝ่ามือฟาดเสยกะโหลกคนใช้  และพยายามทำเสียงสูง  “พล่ามมาก ตามมันสิ หนีไปแล้วนั่น”    ...โอ้ยกระดากใช้เสียง รันทดเหลือเกิ๊นอ๋องอย่างข้าจะมาเป็นท่านหญิง…

    อาชูรีบคำ เดินกะเผลกตามซีเหยา ที่ไปไหนแล้วไม่ทราบ

   ร่างเพ่ยซานแผ่หราท่ามกลางคํ่าคืนที่ครื้นเครง ร่างน้อยจมกองที่เลือด ชุดสีชมพูเปียกชื้นไปด้วยนํ้าสีแดงเหนียวข้น เมื่อยามเลือดถูกอากาศเริ่มจะเหือดแห้ง มู่เทียนเกาเหยียบเข้ามาในห้อง พร้อมทหารอีกหลายนาย มือเรียวแตะตัวผู้ตาย สูดดมกลิ่นเลือด ตาเหลือบมองเหลียวไปทั่วบริเวณ ชายหนุ่มรูปงามชุดประจำตำแหน่งสีเขียวขั้นเก้ายืนอกผายไหล่ผึ่ง เข้าสอบคำแม่เล้า  “เมื่อครึ่งชั่วยามที่ผ่านมา มีใครในห้องนางบ้าง?”

    แม่เล้าเจ้าของพื้นที่ยืนตัวสั่นหน้าซีดเผือดจนเหงื่อผุดมาหลายเม็ดบนหน้าผาก ตอบคำถามมือปราบ  “มีท่านจื่ออ๋องแวะมาหานาง แต่หลังจากนั้นข้าก็ไม่รบกวนอีกเลยไปคุมส่วนอื่น”

    สายตานิ่งเฉียบคมมองคาดคั้นซือซือ แม่เล้ายืนสั่นไม่หยุด แต่เทียนเกากลับมองไม่หลบ จากนั้นก็ดึงสายตาตนเองกลับมาหลุบลง นึกคิดนึกฟังเสียงที่เงียบงัน หลังจากเกิดเหตุ จ้าวจื่อถงไปไหน เทียนเกาให้คำสั่งทหาร  “ไปหาจ้าจื่อถงที่จวน แล้วสอบปากคำ หากไม่ร่วมมือ ให้ใช้สิทธิ์อ๋องอย่างข้าคุมแทน”

    ทหารก้มตัว  “รับทราบ”

   โจวหย่งคัง มือขวาของเทียนเกา ลูกน้องคนสนิทของเขาสำรวจดูสภาพคนตาย ได้กล่าวถามว่า  “ท่านคิดว่าจ้าวจื่อถงมีส่วนในการตายของนางหรือขอรับ?”

    เทียนเกาลูบหน้าผากมนคนตายสองสามครั้ง นัยน์ตาคล้ายเวทนานาง คิ้วเข้มตวัดงามเรียวปานดาบขมวดมุ่น พ่นลมหายใจผ่านจมูกโด่งแผ่วเบาออกจากหัวอก   “ไม่อาจตัดสินใจโดยพลการได้ ไม่ว่าจ้าวจื่อถงจะฆ่านาง หรือนางฆ่าตัวตาย จ้าวจื่อถงมีส่วนเป็นเหตุหรือไม่ ข้าต้องไตร่สวนส่งตุลาการเสียก่อน เรื่องเขาจะบริสุทธิ์หรือไม่ ให้เขายืนยันเอง”

    “ข้าน้อยล้วนไม่เชื่อ ว่าคนรักสนุกอย่างอ๋องจื่อถงจะลงมือฆ่าคน… นอกเสียจาก...เอ่อ”     โจวหย่งคังกระอักกระอ่วนใจจะกล่าว สีหน้าราวผะอืดผะอม หากพูดไม่ถูกคำออกไปให้ขุ่นใจอ๋องเทียนเกาผู้อยู่เบื้องหน้า

    เทียนเกาไม่นับว่าตนเป็นอ๋องเวลานี้ มีเพียงหน้าที่ระดับล่างเท่านั้น เขาเหยียดริมฝีปาก ดวงตาคมเรียว ราวกับซ่อนอาวุธจะเฉือนกายยามมอง  “นอกจากบีบคั้นนางโดยมิได้ตั้งใจ เพ่ยซานผู้นี้จึงใช้ปิ่นจื่ออ๋องปักอกตัวเองตาย เช่นนั้นสินะ”   ฝ่ามือเทียนอยู่บนศีรษะนาง สายตาอันแหลมคมตวัดวูบมองศพ  “ในห้องนี้ ไม่ได้มีเพียงจื่อถงแล้วล่ะ”

    หย่งคังเบิกตาเลิกคิ้ว หาจุดสงสัยในตัวเพ่ยซาน พอเห็นจุดปิ่นปัก มันเคลื่อนออกมาเล็กน้อย ซึ่งมีคราบเลือดติดบนปิ่น  หย่งคังก้มมองให้ถนัด กล่าวในท่านั้น  “ปิ่นเคลื่อนที่ออกมา นางพยายามดึงออกหรือมีคนช่วยกระตุ้นหัวใจนาง?”

    “จ้าวจื่อถงย่อมรู้ดี ส่งเรื่องนี้บอกฮ่องเต้ลับ ๆ”   เทียนเกาเริ่มตึงเครียด พลางสำรวจให้ทั่วห้อง กระนั้นจะเห็นหลังประตู กลอนไม้ขัดมันหัก ด้านนอกของประตูมีรอยเท้า ซึ่งเดาได้ว่าเป็นรอยถีบอย่างรุนแรง แต่กระนั้นก็ไม่มากเท่าที่ควร เทียนเการำพึงเบา  “แรงผู้หญิง?”     มู่เทียนเกาใช้แซ่ของมารดา หลังมีปัญหากับบิดา ซึ่งเป็นองค์ชายสาม พี่ชายของจักรพรรดิจ้าวสุน และเป็นพี่ชายขององค์ชายสี่ บิดาจอมทัพของอ๋องจื่อถง นับว่าเป็นพี่ชายของจ้าวจื่อถงเช่นกัน

   เรื่องฉลาดปราชญ์เปรื่อง เทียนเกามีไม่ต่างกัน และผลประโยชน์ย่อมได้ต่างกัน ก่อนจะขึ้นสู่ตำแหน่งที่ดีงาม เขาเริ่มจากตำแหน่งน้อยเสียก่อน เหล่าเสนาบดีจักได้ไม่พูดว่าเป็นหน่อกษัตริย์ใช้เส้นสาย

   เทียนเกาเห็นว่าแม่เล้าซือซือมีอาการตื่นตระหนก สังเกตสังกามานานพักหนึ่ง ให้คำสั่งต่อไปอีก  “ที่นี่คือหอคณิกา มีปัญหากับชาวบ้านมานานเรื่องกินเที่ยว ครอบครัวบาดหมางบ้าง แต่ที่สำคัญ หากเจ้าอยากได้คืน ต้องไปเอาใบอนุญาตเปิดสถานที่กับฮ่องเต้”   เทียนเกาย่างเข้าหา แตะมือเรียวลงไหล่ซือซือ  “อย่าว่าข้าไม่ทราบเรื่องที่มีบ่อนในนี้ ข้าจะทำการปิดพื้นที่ จนกว่าจะสรุปคดีได้”

    ซือซือสะดุ้งโหยง ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว หากค้นหาคดีในคงมีนับไม่ถ้วนแน่นอน นางเกาะแขนเทียนเกา หลั่งนํ้าตาขอความเห็นใจ   “ท่านมือปราบ หากเป็นเช่นนั้นข้าก็แย่สิเจ้าคะ ได้โปรดสงสารข้าน้อยด้วยเถิด”

   มือปราบหนุ่มรูปงามหน้าเข้ม ดวงตาเรียวยาวราวจิกเหยื่อเพ่งมองนาง กล่าวคำขาด  “ไม่ละเว้น”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"“จื่อถง! จับตรงไหนของเจ้าเอามือออกนะ โอ้ยเล่นบ้าอะไร ตรงนั้นอย่า ปล่อยข้า กล้าอีกอย่าหาว่าไม่เตือน” แลเห็นว่านางโกรธจัด ยามมองเห็นสีทาปากตนเองติดบนปากจื่อถงแล้วน่าอายนัก นางพยายามใช้หลังมือเช็ดปากตัวเอง ลบล้างรอยจูบเมื่อครู่ให้ออก แต่กลับถูกจูบใหม่ ใช้มือกระทำการอุกอาจ"

ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha