(จบ)เล่ห์พยัคฆ์🔞(จีนโบราณ)

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 9 : มัดมือชก1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

..

9

      แต่ละก้าวย่างในที่มืด มีอีกฝีเท้าเดินตามติดตลอด ก่อนจะถึงโรงหมอ สถานที่พักอาศัยและเรียนของซีเหยา นางหงุดหงิดกับพวกพูดไม่รู้เรื่องราวนัก หันไปด่าเท้าสะเอวเอาเรื่อง   “เลิกตามสักที! หมดหน้าที่ข้าแล้วกลับไปจวนโน่น!”

    จื่อถงในชุดหลวมโครก เดินออกมาจากด้านหลังอาชู พลางรวบคอเสื้อเข้าทีจัดดูให้ไม่โป๊เปลือย ร่างอรชรงดงามยิ่ง แต่นิสัยกลับชี้หน้ามาไม่สนใจว่าตนอยู่ในสภาพไหน  “เป็นหมอรึเปล่า เห็นคนไข้แล้วไม่รักษา”

    ซีเหยาชะเง้อคอ เอี้ยวตัวมองไปทางซ้ายแล้วเอี้ยวตัวมองไปทางขวา เลิกคิ้วสูงเบิกตาหาคน  “ไหน?.. ข้าไม่เห็น เห็นแต่ผู้ชายในร่างผู้หญิง ฮ่า ๆ หรือเจ้า? จื่อเอ๋อร์ท่านอยากเป็นฮูหยินข้า ถึงได้ตามมาไม่กลับบ้านช่อง”

    จื่อถงแยกเขี้ยวยื่นปากใส่  “ใครอยากเป็นฮูหยินเจ้า ข้าป่วย อุตส่าห์ยอมให้รักษาแล้ว ก็มารักษาข้าสิ หายาแก้ให้ข้าด่วนเลย!”

    ซีเหยากระตุกปากยิ้ม “อ้อนวอนข้าสิ”

    “...........!”   ...อ้อนวอนบ้าบออะไรล่ะ ข้าอ๋องเชียวนะอ๋อง!...    จื่อถงกอดอกเมินหน้า ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นเพียงเล็กน้อย ไม่เกินจะรั้นถึงวิสัยหญิงสาว หากเขายังอยู่ในคราบบุรุษผู้งดงาม สง่าผ่าเผยดังเดิม นับว่าน่ามองจนถึงคำว่าน่าลุ่มหลง เสียแต่ตอนนี้ ร่างชายหนุ่มเป็นเพียงเรื่องเมื่อหนึ่งชั่วยามที่ผ่านมา จื่อถงในตอนนี้ อ้อนแอ้นอรชรนัก ร่างสูงโปร่งเพรียวบาง ดวงหน้าผุดผาด จมูกเล็กลงแม้นเค้าโครงอื่นบนใบหน้าไม่เปลี่ยนไปมาก จะมีผิดแผลกคือดวงตากลมโต จมูกเรียวเล็กเท่านั้น ริมฝีปากยังคงรูปเฉกเช่นโครงหน้า ที่สำคัญ ร่างจื่อถงตอนนี้ สตรีเต็มตัว  แต่นิสัยยังคงเดิม

    “ยาอะไร นํ้าอะไร ก็เปลี่ยนคนได้ แต่ที่เปลี่ยนไม่ได้คือนิสัย ต่อให้มียาวิเศษ จื่ออ๋องผู้ดื้อรั้นยังคงเดิม”   ...ถึงจะสวยกว่าข้าก็เถอะ แค้นใจนักโลกีย์ไม่ยุติธรรม!....

     “ต่อให้เจ้าไม่รักษาข้าจะตามเจ้าไปทุกที ดูสิ จะใจอ่อนหรือไม่”   เขาเป็นหมอ ต้องมีหนทางรักษา อย่างน้อยก็เป็นยาปรุงขึ้น มีหรืออาเหยาผู้นี้จะไม่รู้วิธี ไม่รู้ ย่อมค้นหาได้ และหมอคนนี้ต้องปรุงได้ อย่างน้อยก็มีมันคนเดียวที่รู้ว่าข้าเป็นใคร อ้อมีอีกคน อาชู  

    จ้าวจื่อถงกระทุ้งศอกใส่อาชูเบาะ ๆ ตวัดปลายคางเรียวบ่งบอกให้อ้อนวอนแทน  อาชูพยักหน้ารับคำ ขอร้องแทนนาย  “อาเหยา เจ้าช่วยคุณชายข้าทีเถอะ”

     อาเหยาเท้าสะเอว รั้นบ้างตอบคำขาด  “ไม่”   นางกวาดตาไล่ดูสรีระจื่อถง “ไข้หายดีแล้ว หมดหน้าที่ข้า…”   นางสูดลมหายใจลึกเปล่งเสียงดังต่อ  “จะให้พูดอีกกี่ทีฮะ!!  ข้ารักษาคนป่วย ไม่ใช่ตัวปัญหา บ้าบอสิ้นดี ไม่สบายควรอยู่ในห้องไม่ใช่เตร่เที่ยวหอคณิกา เกิดเรื่องแล้วไง ก็ข้าที่วิ่งตามเอาคนไม่สบายมารักษาจนเหนื่อย แส่หาเรื่องเองแท้ ๆ ทำไมต้องลำบากข้าเล่า สร้างปัญหาเองก็แก้เองสิ เจ้าจะสบายคนเดียวหรือไร คนอื่นต้องลำบากใช่ไหม ถือตัวเป็นหนึ่งข้าเองก็ทำได้ ไม่เห็นสนใจเลยว่าอ๋องที่ไหน สุดท้ายก็เอาดีไม่ได้ทำไมข้าต้องช่วย ที่อยากคืนร่างชายเพราะอยากเสพนารี ถ้าคิดกลับตัวทำให้ดีแล้วค่อยมาว่ากัน ต่อให้อยู่ร่างไหน นิสัยแก้ไม่หายก็เท่าเก่า ไร้ประโยชน์  อยู่มันในสภาพนี้แหละ หาความทุกข์ใส่ตัวบ้าง จะได้รู้ว่าความพยายามเป็นเช่นไร จะได้ภูมิใจโดยไม่ต้องใช้หลักใช้ฐานเดิมของบิดามารดรมาคํ้ายันตัวเอง”   สิ้นคำพูด ซีเหยาสะบัดหน้าหนีเดินลับไปกับตา

    ประหนึ่งเกาทัณฑ์นับพันพุ่งปักร่าง วาจาหมอผู้นี้ยิ่งกว่ามารดาพรํ่าบ่น อย่างนี้เรียกว่าด่า ตั้งแต่หัวจรดเท้า จื่อถงวิงเวียนหัว ทรุดนั่งหาที่หย่อนกายเป็นกล่องไม้ข้างทาง พูดจาไม่ออกแม้คำ ไม่เคยถูกใครด่าได้เจ็บขนาดนี้   อาชูเห็นนายหงอยลงก็รีบหาผ้ามาพัดวีให้  “ท่านอ๋องอย่าได้คิดมากเลยขอรับ ผู้สูงศักดิ์ย่อมกระทำเช่นนี้กันทุกคน”

    “ข้าจะเอามาคิดให้ปวดจิตทำไม ข้าแค่คิดว่าจะกำราบไอ้หมอเถื่อนนี้อย่างไรต่างหาก จะให้ข้าทำตามที่มันพูด หึ เพ้อฝันแล้ว”  จื่อถงยิ้มสบาย เหลียวมองอาชูที่อยากจะรํ่าไห้  บ่าวน้อยนึกในใจ  ...ข้าควรจะดีใจที่นายข้าเข้มแข็งหรือดื้อด้านดี…  

    จื่อถงลุกขึ้นเดินตามซีเหยาอีกครา หันหลังเดินหน้า ส่งเสียงบอกอาชูด้านหลังว่า  “อาชู! ตามมันจนสุดขอบฟ้า ลากตัวไปหาฮ่องเต้กัน”

    ยุ่งยากจริงหนอ….

    องค์จักรพรรดิจ้าวสุนทอดพระเนตรมองจันทร์เต็มดวง มีเรื่องให้ลำบากพระทัยอีกแล้ว แม้จะรักจื่อถงผู้เป็นหลานคนนี้เท่าใด ไยมักสร้างแต่ปัญหา ถึงทุกคราจะทำให้พระสรวล แต่ครั้งได้แต่ปล่อยไปตามกฏหมาย

   หลังจากทหารนายหนึ่งผู้เป็นมือขวาของเทียนเกา นามว่าโจวหย่งคังเข้ามารายงานลับ ๆ ทูลงานเร่งด่วนเล่าเท้าความเป็นไปเป็นมา สร้างเรื่องอื่นในเหตุการณ์ย่อมไม่ยุ่งยากมากนัก แต่ครั้งนี้จ้าวจื่อถงกลับไม่กลับจวน ตามตัวไม่พบ จวนจะรุ่งสางอยู่แล้ว

    เสียงกุกกักดังแผ่วที่หน้าประตู จ้าวสุนชำเลืองด้วยพระเนตรอันคมกริบ พลันรวมพลังปราณในมือพร้อมจะสู้กลับ เวลานี้ทหารหลับยามหรือไร ถึงได้มีเสียงผิดแผลก อึดใจหนึ่งชั่วขณะที่เพ่งไปยังจุดกำเนิดเสียง ประตูแง้มออกช้าๆ มือเรียวโผล่มาก่อนอันดับแรก พลอยพาสงสัยนักว่านักฆ่าหญิงหรือไร

    จ้าวจื่อถงโผล่หน้างดงามเข้ามา ดวงตาสุกสกาวกลมดำน่ารัก…   เอ่ยเบาๆ  “ฝ่าบาท อย่าซัดฝ่ามือนะพะย่ะค่ะ กระหม่อมเอง”   แววเสียงกระซิบดังผะแผ่ว พอจะเข้าพระทัยได้ แต่…   ...นางเป็นใคร?....

    จ้าวสุนหยิบมีดปลอกผลไม้ไว้ในหัตถ์ ซ่อนขึ้นใต้อาภรณ์สีขาวไร้ลายมังกร

    ยามนั้นหญิงสาวชุดแพรไหมงดงามลากเด็กหนุ่มผู่หนึ่งมา  ทั้งสามคนอยู่ในชุดสีขาวยามตะวันค่อยๆทอแสง ทว่าเนื้อผ้าล้วนแตกต่างกันต่างลำดับฐานะ จ้าวสุนเบิกพระเนตร ขมวดพระขนงแน่น

    “หมอ…?”  จำได้ว่าเป็นหมอของจ้าวจื่อถง เหตุใดกัน “จ้าวจื่อถงอยู่ที่ใด?”

   จื่อถงยกนิ้วชี้เรียวขึ้นจรดริมฝีปากตัวเอง เอ่ยอย่างเบา  “เรื่องมันยาว แต่กระหม่อมจะบอกว่าจ้าวจื่อถงคือกระหม่อมจะเชื่อหรือไม่พะย่ะค่ะ” ร่างบางเพรียวงาม จ้าวจื่อถง มีหรือจะเชื่อ

    “บิดาเจ้าสิ!”

    “แน่นอนบิดาข้าเป็นพี่ชายท่าน”   จื่อถงยกมือบอก

     “เจ้าเป็นใครบอกมาดี ๆ มัดเจ้านี่ทำไม” ครั้นแลลงร่างซีเหยาถูกมัดทั้งหัวทั้งเท้าราวกับมัมมี่ ปิดปากพลิกตัวดิ้นไปมา ก็อดสงสัยแลสงสารไม่ได้

    จื่อถงเหนื่อยใจยิ่งนัก ทันใดก็กางแขนกว้างหมุนตัวอยู่รอบหนึ่ง  “นี่คือชุดที่จื่อถงสวม อ๋องน้อยที่มักสวมชุดสีขาวปักลายด้วยไหมสีฟ้า ท่านย่อมรู้ว่าจ้าวจื่อถงชอบเพราะเหตุใด ดั่งเมฆล่องลอย”

   จ้าวสุนปัดพระหัตถ์ หันพระวรกายหนี จะเอ่ยเรียกทหาร แต่จื่อถงกระเถิบเข้าใกล้กล่าวต่ออีก  “ไม่เชื่อหรือ เช่นนั้นจะเล่า”  อ๋องน้อยอรชรเดินผาดผาย มือไพล่หลังเชิดหน้าราวหญิงสาวผู้สูงศักดิ์  “ยามบ้านเมืองนี้เป็นอันไม่สงบ ข้าคือคนแรกที่บอกท่านว่า ฝ่าบาท ยามท่านครองราชย์อย่าได้โหมพระวรกายเลย เกิดท่านเป็นอันใดไป จ้าวจื่อถงจะไม่รับผิดชอบบ้านเมืองต่อจากท่าน   ที่สำคัญ เวลานั้นไม่มีผู้ใดอยู่นอกจากข้ากับท่าน เช่นนั้นแล้วข้าคือจ้าวจื่อถง อีกอย่าง”   จื่อถงยกมือป้องพระกรรณจ้าวสุนแล้วกล่าวสุดเบา  ...ซุบซิบ..ซุบซิบ...

    จื่อถงถอยออกมายิ้มกริ่ม ดวงตากลมโตดำเต็มไปด้วยความลี้ลับ จ้าวสุนยกพระหัตถ์สะบัดเบา “ว่ามา ทำไมถึงได้เป็นอย่างนี้ อ้อแก้มัดมันก่อน”

   จื่อถงจำใจคลายปมเชือกออก แกะทุกส่วนที่ตรึงตรวนไว้จนหมดสิ้น ซีเหยาดึงผ้าออกจากปาก รีบประคองมือค้อมกายก้มศีรษะไม่แลพระพักตร์   “ฝ่าบาทไตร่ตรองด้วย ข้าน้อยทำดีแล้ว”

    “ฝ่าบาทได้โปรดฟังกระหม่อม สาเหตุการตายนั้นท่านคงจะได้ฟังคำทูลแล้ว   กระหม่อมถูกยานางแล้วกลายร่างเป็นหญิง จากนั้นนางก็ปลิดชีพตัวเอง”

    “พวกเจ้าไปคุยกับตุลาการเอา”   จ้าวสุนปัดเรื่อง  “ท่านหมอมือใหม่ เกิดเหตุใดเล่ามา”

    “ฝ่าบาท อ๋องจื่อถงไม่อยู่กับที่ ร่างกายไม่สมประดีวิ่งแล่นออกนอกจวน ดื่มเหล้าเฮฮาไม่รักษาตัว ข้าน้อยตามถึงที่หวังจะนำตัวกลับ แต่ท่านอ๋องหลบหลีก เลี่ยงหนีไปห้องหญิงคณิกาผู้นั้น ข้าน้อยไปไม่ทัน นางหยดยาลงปากจื่ออ๋องไปแล้ว จากนั้น นางก็หยิบปิ่นมาทิ่มหน้าอกตนเอง ข้าน้อยช่วยไม่ทันเช่นกัน”

    “เล่าเสียหมดเลย”  เสียงเจื้อยจื่อถงท้วงติง

    “ ข้าจะโกหกไปทำไม ไม่ใช่ท่าน หาความจริงไม่ได้”   ซีเหยาเชิดใส่

     จ้าวจื่อถงกลับมาตรงหน้าแทน ขอพระราชทานราชโองการไม่ก็คำสั่ง  "ฝ่าบาท ได้โปรดออกคำสั่งให้หมอเถื่อ..  เอ่อ..ซีเหยาเป็นแพทย์รักษาแก่กระหม่อมด้วย"

   จ้าวสุนทอดพระเนตรมองจื่อถงอีกครั้ง จากอ๋องแสบสู่ท่านหญิงจอมแก่น น่าขันนัก ไตร่ตรองแล้วก็ยกหัตถ์ปิดบังพระสรวล พระพักตร์นิ่วกลั้นเสียงขบขำ   ไม่ไหว..  “ฮ่า ๆ ๆ ๆ งดงามๆ ดีๆ เจ้าชื่ออะไร?”

    “ข้าน้อยซีเหยา หลายคนเรียกอาเหยา”   นางก้มหน้าก้มตาประคองมือมั่น

    “อาเหยา”  เมื่อได้เรียกอย่างนี้ ซีเหยารีบตอบรับ  “เจ้าเป็นหมอ และเป็นคนที่สอง ที่ต่อปากต่อคำจื่อถงได้ ไม่สิ..  นับว่าเป็นคนแรกนับจากข้า ที่รู้ทันแผนการณ์จื่ออ๋อง ในวันสอบแพทย์ ข้าเห็นวิธีเจ้าหักล้างความคิดจื่ออ๋องได้สำเร็จ ข้าจึงให้เจ้าเป็นหมอรักษาไข้ให้ และตอนนี้ข้าอยากให้เจ้ารักษาเขากลับคืนปกติ ระหว่างนี้ อยากได้อะไรส่งเรื่องมาทางอาชู ข้าจะจัดสรรให้”   จากนั้นก็แลหาจื่อถง  “เจ้าอยู่ในสภาพนี้คงให้การตุลาการมิได้ จนกว่าจะคืนสภาพ อยู่กับอาเหยาไป”

    ดูจะห่อเหี่ยวที่สุดคือซีเหยา นางรีบปั้นหน้ารับคำ ยามจะหันตัวออกไปขานางพันเชือก สะดุดกึกจะเซล้ม จะให้จื่อถงร่างบางมาประคองประเดี๋ยวก็ล้มตึง!ตามกันไป จ้าวสุนรีบคว้าแพทย์น้อยไวพลัน พระหัตถ์กลับสัมผัสถึงสิ่งนุ่มนวลในกาย ซีเหยารีบถอยตัวออกห่าง “ข้าน้อยขอบพระทัย เอ่อ ขอทูลลา”

    จ้าวสุนเหยียดยิ้มยกมุมพระโอษฐ์  ดูสัมผัสในหัตถ์  ...หน้าอก..  “หนึ่งหญิงทรงบุรุษ กับหนึ่งบุรุษร่างหญิง หึๆ น่าสนุกจริง”

.........



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"“จื่อถง! จับตรงไหนของเจ้าเอามือออกนะ โอ้ยเล่นบ้าอะไร ตรงนั้นอย่า ปล่อยข้า กล้าอีกอย่าหาว่าไม่เตือน” แลเห็นว่านางโกรธจัด ยามมองเห็นสีทาปากตนเองติดบนปากจื่อถงแล้วน่าอายนัก นางพยายามใช้หลังมือเช็ดปากตัวเอง ลบล้างรอยจูบเมื่อครู่ให้ออก แต่กลับถูกจูบใหม่ ใช้มือกระทำการอุกอาจ"

ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha