(จบ)เล่ห์พยัคฆ์🔞(จีนโบราณ)

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 13 : แค่มือไวนับว่าผิดหรือ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

13

บ้านริมนํ้า

พื้นไม้ทอดระเบียงออกสู่เพิ้งผิวธารา แลดูจะเป็นท่านํ้า บรรยากาศอึมครึม เมฆหมอกแผ่ลงปกคลุม ไอเย็นขยายทั่ว ทิวทัศน์เบื้องหน้าสลัวมัวตา อีกฟากของแม่นํ้าอันไกลโพ้นถูกควันความเย็นบดบังจนมิอาจแลเห็นได้ชัด

เท้าเรียวงามจุ่มลงสายธาร พลางแกว่งมันเล่นอย่างเชื่องช้า ดวงหน้าผุดผาด แต่สายตาหม่นหมอง เป็นครั้งแรกในชีวิตที่สิ้นหวังถึงเพียงนี้   ...หายาแก้มิได้จะทำอย่างไรหนอ... จื่อถงคิดไม่ตก นึกแล้วก็เสียดาย เหตุใดไม่ไปบอกหมอหลวงในวังที่เก่งกาจให้ปรุงยาแก้ แต่กลับเป็นหมอเถื่อนผู้นี้ แต่อีกใจหนึ่งก็บอกใจตนว่าเช่นนี้ดีแล้ว อย่าให้มันผู้ใดมารู้ว่าจ้าวจื่อถงบุรุษสมชายชาตรีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างหนักเช่นนี้ นับอับอายต่อเหล่าข้าราชบริพาร รวมถึงพี่น้องในสกุลจ้าว กลิ่นกรุ่นลอยมาแตะจมูก พลอยให้นึกถึงรสชาติชวนคลื่นไส้ ชามยาใบใหญ่ลอยวนตรงหน้า พร้อมวาจาอันก่อกวนความสงบ  “จื่อเอ๋อร์ ดื่มอีกไม่กี่ชามก็หายแล้ว ยกซดให้หมดเถิด จะได้มีแรงเปลี่ยนเสื้อผ้าเอง”

...ขัดหู…   ไม่รับยาและเมินหน้าหนี เบ้ปากโค้งขึ้น อย่างไม่ถูกใจ ท่าทางเช่นนี้ไม่แก้นั้นแย่ ประหนึ่งว่าใจกำลังเปลี่ยนแปลง ซีเหยาได้ยิน ในอกมันร้อนวูบ อ้าปากกล่าวเสียงดัง  “จื่อถง หากท่านไม่คุมกิริยา ต่อให้ข้าปรุงยาได้ก็ไม่อาจคืนร่างนะ!”

สายตาตวัดมองวูบ ใจหมองหม่น และไม่เข้าใจ  “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

ซีเหยาดึงมือจื่อถงมาถือถ้วยยา จากนั้นดึงมือตนกลับไปกอดเข่าคิดว่า  ...ยานี้ไม่ใช่ว่าข้าไม่รู้วิธีแก้ ถ้าเขาใจแข็งไม่พอแย่มากกว่า บอกไปไม่เสียหาย ใจความสำคัญคือจิตใจ…   หมอเหยากระเถิบเข้าใกล้ หยิบกิ่งไม้อันหนึ่งมาถือ เส้นผมจื่อถงถูกรวบเกล้าจนหมด ปักด้วยกิ่งไม้อย่างคล่องมือ  สำเร็จแล้วก็ใช้กิ่งไม้อีกอันจิ้มๆที่ศีรษะจื่อถง เพื่อกระตุ้นความจำในวัยเยาว์

อ๋องน้อยเห็นแล้วไม่พอใจ หมอเหยาไม่เอ่ยปากคิดเรียบเรียงคำก่อน  พอมือเรียวยาวจะคว้าไม้ออก ซีเหยารีบจับมือเรียวจื่อถงดักทางไว้ อย่ามาขัดการกระทำ …จำสิ นึกสิ เจ้าเคยทำเช่นนี้...   หมดหนทาง เขาลืมมันไปหรือไม่ได้ใส่ใจจำแต่แรกกันนะ กระตุ้นตัวตนย่อมดีกว่า  ซีเหยาลอบระบายใจที่หนักหน่วงออกจาก พลันสูดเข้าใหม่เพื่อพูดไป “ท่านองอาจสง่าผ่าเผยมิใช่หรือ จ้าวจื่อถง ผู้มีอันจะกิน”

ดวงตาสีดำอำพันสั่นไหวราวถูกเกลียวคลื่นรุนแรงซัดสะท้านใจ ยิ้มตอบอย่างขมขื่น  “ตอนนี้มีแต่เจ้าที่รู้จักข้า”

หมอเหยายิ้มบาง ปรับเปลี่ยนท่าทีใหม่ หย่อนเท้าเปล่าลงนํ้าตามบ้าง นางมองทอดออกไป ช่างปวดใจแทนนัก “ข้าจำได้แล้วไยท่านถึงลืมตัวเอง ยาที่ท่านดื่มเป็นพิษหยั่งลึกถึงก้นบึ้งหัวใจ นานไปท่านจะลืมทุกสิ่ง ลืมจนกระทั่งตนเองเป็นผู้ชาย ยาดอกราตรีจันทร์มันกัดกินกายไม่พอ กัดกินใจด้วย กัดกินทั้งความทรงจำ ทีละนิด เพราะอย่างนี้ ห้ามทำกิริยาของผู้หญิง”

“มันชื่อวาราตรีจันทร์หรือ?”

ซีเหยาพยักหน้า “ส่วนผสมนั้นข้าได้อ่านมาครบ ยาแก้ก็เช่นกัน แต่หลังจากนี้ เราจะออกจากเขตเมืองหลวง ไปเอาใบทิวาที่ชายแดนระหว่งแคว้น ท่านหายแล้วเราจะเดินทางกัน”   นางบอกแล้วยกนิ้วชี้ไปทางชายแดนที่ว่า

“มารดาสิ !  ไกลตั้งพันลี้ข้ามิกลายเป็นหญิงโดยสมบูรณ์รึ!”  จื่อถงถลึงตาเขียว ไกลเช่นนี้จะเดินทางอย่างไร มีม้ายังใช้เวลาแรมเดือน “แล้วต้นทิวาที่เจ้าว่าแถวนี้ไม่มีรึ”

หมอเหยาเองก็ลำบากใจ ไหนจะค่ากินค่าเดินทาง ต่อให้ขายเสื้อผ้าจื่อถงที่มีเพียงชุดเดียวยังไปไม่ถึง แต่อย่างไรต้องไป ทีแรกคิดว่าจะใช้ม้าหรือรถม้า เสียแต่ตอนนี้เบี้ยไม่มียังถูกล่าในคดีบ้าๆนั้นอีก ใจหนึ่งก็อยากให้มันเกิดต้นทิวาที่นี่เสียจริง มือเล็กนุ่มของนางแตะไหล่จื่อถง เอ่ยให้อ๋องจ้าวมั่นใจ “ไม่มี”  ผละสายตาออก ก็มองทอดไปที่ไกล พลางอธิบายบอกลักษณะ  “ต้นทิวา คือต้นไม้สีแดงอมเหลือง เกิดแค่ทิศตะวันออก สมัยเด็กข้าเคยเห็นมันเกิด แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าคุณมันจะมีอะไร จึงไม่ใส่ใจ”

“เจ้ามาจากชายแดน  หรือเจ้าเป็นคนของแคว้นฟ้าคราม?”  จื่อถงเลิกคิ้วถาม

ซีเหยาถอนหายใจแรง คิ้วเรียวขมวดมุ่น  “ไม่ใช่ ข้าเกลียดแคว้นนั้นเป็นที่สุด มิเช่นนั้นข้าคงไม่อดมื้อกินมื้อสมัยเด็กหรอก”   กล่าวจบก็เชิด คล้ายจะเมินใส่แดนฟ้าคราม

จื่อถงตะลึงใจ นึกหวนถึงเด็กคนนั้นในสมัยเด็กออก เหลียวมองหมอเถื่อนไม่หลบตา ใจหนึ่งเกิดสงสัย มันเป็นหญิงหรือไม่ มันชอบแต่งชายเหมือนกันนัก มือจื่อถงกลับไวว่องดึงผ้ารัดเอวซีเหยาจนหลุด  แค่อยากรู้ว่าเป็นหญิงหรือชาย ไม่เข้าใจเพราะอะไรถึงยื่นมือไปเช่นนั้น บนโลกนี้มิได้มีแต่ยื่อถงเป็นชายเสียหน่อย

หมอเหยาหายใจติดขัด หวั่นใจไม่อยากให้ล่วงรู้ ไม่ใช่อ๋องน้อยผู้มีนํ้าใจคนนั้น ขัดเกลาก่อนค่อยว่ากัน นางนึกสนุกเหยียดยิ้มมีแผนอยากเล่น ขยับเข้าหาจื่อถง คว้าคางเรียวอ๋องน้อยเข้าประชิดใบหน้า จนริมฝีปากเกือบชิดกันอยู่รอมร่อ พูดยั่วยุว่า  “หรือว่าเจ้าไม่อยากเป็นชายแล้วถึงได้กระตุกผ้าข้า อยากตั้งครรภ์ก็ขยับมาสิจื่อเอ๋อร์”

ใจบุรุษรู้จิตดึงสติกลับคืน กายบางดีดตัวลุกขึ้นทันใด ดูองอาจขึ้นกว่าเดิมนัก รีบถลึงตาชี้หน้านาง “บ้าบอคอแตก! ตั้งครรภ์กับเจ้าข้าจะเชือดคอตัวเองทันที”  ถ้วยยาถูกกระดกหมดจนหยดสุดท้าย จื่อถงจึงวางมันลงดังตึง! แล้วตำหนิ   “กินแล้ว ฝีมือใช้ไม่ได้ ไม่น่ากิน ข้าเป็นถึงอ๋องต้องมากินของที่รสชาติยํ่าแย่ หากเจ้าเป็นหญิงข้าจื่อถงจะไม่แต่งเจ้าเป็นอันขาด”   กล่าวจบก็เดินอาดๆเข้าด้านใน จะมีแต่ซีเหยาหัวร่อฮ่า ๆ รวน ถูกอกถูกใจยามได้ยุแหย่นัก ชอบเหลือเกิน กับท่าทีที่มั่นใจของจื่อถงแล้วถูกยั่วจนเสียหน้า เช่นนี้น่าสัพยอกให้บ่อย  หมอเหยาต่อคำเฉือนของจื่อถงลำพังเบาๆว่า  “ใครจะอยากแต่งกับเจ้าเล่า” แล้วแลไปเวิ้งน้ำ  “ถ้าวาสนาไม่ส่ง”

ข่าวแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว ทั่วทั้งเมืองหลวงและชนบท ติดป้ายประกาศตั้งแต่หัวเมืองยันท้ายเมือง จะมีเพียงหมอเหยาเท่านั้นที่อยู่บนแผ่นประกาศหาตัวในหัวข้อผู้ต้องสงสัย มันขยายแผ่ออกบริเวณรอบข้างรวดเร็วยิ่งกว่านกบิกข้ามเมืองเสียอีก ยามนี้ผู้ถูกไล่ล่าหาตัวกันจากกรมอาญาและทั้งตุลาการ ต้องรีบเร่งเท้าไปยังชายแดนให้ไวที่สุด การที่อาชูมาช่วยหมอเหยาในคราวนั้น จื่อถงรู้ดีว่าถูกจับไปแล้ว และกำลังบีบคั้นให้จื่อถงผู้รักเหล่าบริวารออกมาเผชิญหน้า เขากล่าวนึกผ่านทางอากาศ มองขึ้นท้องฟ้า  ...ชูฮั่วเจี้ยน ลำบากเจ้าแล้ว รอข้าหน่อยเถอะ นายของเจ้าจะไม่ทิ้งให้เจ้าลำบากอีก…

อาเหยาพิรี้พิไรอยู่กับป้าเหอ รํ่าลากันอยู่เกือบหนึ่งก้านธูป นางถูกชะตากับหมอเหยาเอามากตั้งแต่พบพาน เพราะนางสูญเสียคนสำคัญในยามสงคราม รำพึงรำพันกันว่า “หากเจ้าเป็นหมออยู่ในสงครามคราวก่อนคงจะไม่มีคนล้มตายกันเป็นเบือเช่นนี้แน่นอน”

ซีเหยายิ้มอ่อนส่ายหน้าจับมือป้าเหอพยายามขยับปากที่หนักให้ขยับ  “พ่อแม่ข้าตายในสงคราม เรื่องเช่นนี้ย่อมเลี่ยงไม่ได้ ต่อให้ข้าเป็นหมอเทวดา ก็ไม่อาจหยุดความตายได้ ชะตาชีวตคนเราเลือกเกิดไม่ได้ เลือกตายไม่ได้ แต่เลือกจะกระทำได้ในชีวิตประจำวัน ท่านอย่าได้คิดมากเลย ข้าลาเลยแล้วกัน แล้วข้าจะมาเยี่ยมท่าน ท่านป้าดูแลตัวเองด้วย”

พอหมอเหยาลุกจากข้างกายป้าเหอ สตรีวัยกลางคนเรียกให้หยุดเสียก่อน  “เหยาเอ๋อร์ เจ้าต้องดูแลตัวเองเช่นกันนะ”   เรียกคำนี้ทำเอาซีเหยาหันมองฉับพลันเบิกตาเล็กน้อย  ป้าเหอยิ้มขมขื่น “จะเกิดอะไรขึ้น อย่าปล่อยให้คนที่เจ้ารักตายในสงครามเป็นอันขาด”

นํ้าตาป้าเหอคลอ จมูกร้อนชื้น อึดอัดในลำคอ คล้ายมีก้อนนํ้าตาเตรียมจะเอ่อล้นออกมา เต็มตาสองดวง ซีเหยาจะว่าอันใดต่อได้ นอกเสียจากพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มของผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วละหลังไปหาจื่อถง ที่รออยู่บนเกวียนขนฟาง

ป้าเหอมองซีเหยาออกหรือ ถึงจะมองจื่อถงไม่ออก แต่กลับมองหมออย่างนางออก ตามที่จื่อถงว่า ‘ตอนนี้มีแต่เจ้ารู้จักข้า’ เช่นนั้น ในตอนนี้เท่านั้น ที่มีเพียงป้าเหอรู้ตัวตนนาง ซาบซึ้งใจนักที่มิได้เลือนหายไปจากสายตาผู้คน ...ข้ารู้ข้าคือผู้หญิง และจะแต่งตัวเป็นหญิงคืนสักวัน...

เกวียนขนฟางจะเดินทางไปอีกเมืองข้าง ๆ ถัดจากเมืองหลวงไปอีกร้อยลี้ บัดนี้จะใช้เวลาเป็นวันกว่าจะถึง พวกเขาอาศัยยามนี้ลดแรงกายลง เสื้อผ้าเปลี่ยนใหม่เป็นชาวบ้านธรรมดา พอหลบหลีกสายตาทางการได้

“ท่านจื่อถง ข้าไม่มีวรยุทธนะ”  ใช่ จะเดินทางครั้งนี้ย่อมพบสิ่งใดมากมาย บอกก่อนไม่เสียหาย ปกป้องนางด้วยจะว่าอะไร

“จะบอกให้ข้าปกป้องเจ้าหรือ? เฮอะ เกิดเป็นชายเสียเปล่า ไม่หัดฝึกยุทธ”

“ข้าเป็นหมอ มิได้จะฆ่าคน”  นางเหล่ตามองด้วยหางตา

“เขาเรียกป้องกันตัว”  จื่อถงดึงฟางมาตีหัวนางเล่น

ซีเหยาเริ่มอยากเถียง  “ข้ามีแต่หัวสมอง ไม่อาจใช้เป็นแต่กำลัง”

ฟังแล้วหงุดหงิด จื่อถงยื่นมือเคาะหน้าผากหมอเหยาหนึ่งที  “ถึงเป็นได้แค่หมอเถื่อน”

“ข้าเถื่อนเพราะท่านเนี่ย ทางการไล่ล่าแต่ข้า ชื่อท่านไม่เห็นมีเลย”  น่าเบื่อนักพวกยศสูง ทำอะไรก็ไม่ผิด นางปัดมือไหว ๆ คร้านจะเถียง

“หมอเถื่อน จะหาว่าข้ามิได้ ใครให้เจ้าโชคร้ายสอบแพทย์หลวงแล้วมาพบข้าเล่า”

หงุดหงิด..  “เรียกแต่หมอเถื่อนอยู่ได้ ไม่รู้จักชื่อข้าสินะ ชื่อเต็มข้าคือ ซีเหยา”  นางชี้นิ้วย้อนเข้าหาตัว เลิกคิ้วบอกให้แจ่มชัด

จื่อถงไม่ขยับปาก ได้แต่ประหลาดใจ ได้ความประหลาดมาจากครอบครัวหรือไร ผู้ชายชื่อซีเหยา ฟังอย่างไรก็ผู้หญิง นับวันยิ่งน่าสงสัยหมอคนนี้ มือมันไปเองอีกรอบ หยิบผ้ารัดเอวหมับ ครั้งนี้ซีเหยารู้ทัน จับมือจื่อถงฉับไว

นางมองจื่อถงอย่างไร้ความรู้สึก “นี่… ปกติทำกับสตรีคนอื่นบ่อยรึเปล่า มือไวจริงเลย! ข้าเป็นชายแต่เจ้ามักลวนลามตลอด”  ซีเหยาหรี่ตาลง กดดันคนมือไวด้วยแววตาแผ่รังสีจับผิดบ้าง ...หากไม่ยํ้าว่าเป็นชาย ป่านนี้ไม่ถูกถลกถึงหนังแล้วหรือ...

“............”     จื่อถงไม่ตอบ ตีหน้าเป๋อเหลอได้แต่หันหลังให้ทันที ทำไม่รู้ไม่ชี้ต่อไป นึกคิดลำพัง  ...สองหนแล้วนะ ไปกระตุกผ้ามันได้อย่างไร ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ ไม่เห็นน่าพิศวาส มันเป็นชาย หรือเราจะเป็นหญิงไปจริงๆ ไม่ๆ ไม่ได้...

เกวียนขนฟางกำลังแล่นอยู่ดี ๆ กลับหยุดกึก! เล่นเอาคนคิดเพลินอย่างจ้าวจื่อถงหัวคมำลงกองฟางฟุบ!

“ขนฟางหรือนี่ ไม่มีอย่างอื่นน่าสนใจหรือไร เฮ้ย! ในกองฟางเจ้ามีอันใดยัดไว้หรือไม่เอามาดู!”

ซีเหยาเห็นลางไม่ดีแต่ไกล ได้จังหวะรีบกดศีรษะจื่อถงลงกองฟางมั่น มิให้ได้โผล่หัวขึ้นมา ยามเห็นกลุ่มคนท่าจะไม่ดีอย่างนี้มีแต่จะหาเรื่อง ซีเหยานั่งหลังเกวียนได้แต่ตอบแทนคนขับเกวียนข้างหน้า ที่กำลังตื่นตกใจจะกระอึกกระอัก   “ขนฟางน่ะพี่ชาย พอดีบ้านข้ามีวัวออกลูกหลายตัว เลยมาเอาไปเลี้ยง ไม่มีอันใดสำคัญหรอก”

...ซีเหยา ข้ามิใช่วัวจะกดอะไรนักหนา ปัดโธ่! ฟางเข้าปากข้าหมดแล้ว อ๋องเชียวนะอ๋อง เป็นอ๋องมากินฟาง ข้าควรกดคอเจ้ามากกว่า หน็อย!...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"“จื่อถง! จับตรงไหนของเจ้าเอามือออกนะ โอ้ยเล่นบ้าอะไร ตรงนั้นอย่า ปล่อยข้า กล้าอีกอย่าหาว่าไม่เตือน” แลเห็นว่านางโกรธจัด ยามมองเห็นสีทาปากตนเองติดบนปากจื่อถงแล้วน่าอายนัก นางพยายามใช้หลังมือเช็ดปากตัวเอง ลบล้างรอยจูบเมื่อครู่ให้ออก แต่กลับถูกจูบใหม่ ใช้มือกระทำการอุกอาจ"

ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha