(จบ)เล่ห์พยัคฆ์🔞(จีนโบราณ)

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 33 : ยาพิศดาร(18+)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

33

เบื้องหน้าอดีตสมรภูมิรบคือดินแดนรกร้าง นับสิบปีมิมีพี่น้องฝั่งแคว้นตรงข้ามเข้าออกเมือง ส่งเสียอึกทึก และคลาคลํ่าไปด้วยพ่อค้าต่างแดน พวกเขาเคยขึ้นเกวียนนั่งรถม้าและมีแต่ขี่ม้ามาเยี่ยมเยือนฟ้าคราม ‘กัวเทียนเจี๋ย’ หวนนึกถึงสหายที่กลายเป็นคู่อริไป เคยฝึกปรือฝีมือด้วยกันเป็นวันคืน บัดนี้เหลือความทรงจำที่ยังคงอยู่ หาใช่ไมตรีไม่

ประกอบกับวิตกกังวลถึงการรายงายจากเฉินเซียวอีกว่า มีบุรุษแคว้นสนทนาหลงมา ฝีมือไม่สามัญ มันกลายเป็นไก่รองบ่อนในสายตาผู้อื่นให้มันผู้นั้นเชิดหน้าอย่างง่ายดาย ถึงจะคับแค้นใจ ก็มิอาจทำอันใดได้แล้ว คราก่อนเล่นเล่ห์เพทุบาย หว่านยาถ่ายลงบ่อนํ้าดื่มนํ้าใช้ ทหารน้อยป่วยแทบล่มแทบตายข้ามคืนวัน มันเป็นสิ่งแค้นใจของเฉินเซียวเสียจนอยากฆ่าให้สิ้น

ถึงผู้คุมนักโทษจะกล่าวเล่าความอย่างเจ็บแค้น ก็มิใช่หน้าที่ควรเดินงานจัดการ เป็นเพียงผู้คุมนักโทษ กับคนที่ลอบข้ามแดนมาเท่านั้น พอคุมได้ คนหลงเขตแดนก็กลายเป็นทาสอันสนุกไปในหลายแห่งของแคว้น

กัวเทียนเจี๋ยใคร่นึกถึงคนที่ทหารกล่าวลือ พอกระนั้นรีบเร่งเท้าเข้าห้องเก็บยา ใจพาวิตกหนัก ยารักษาโรคมีเยอะก็ใช่อยู่ แม่ทัพเมือนฟ้าครามขบกรามกัดแน่น แต่มิได้โกรธเกรี้ยวให้ผู้ใด พึมพำกับเฉากว่างอานลำพัง “มันผู้นี้ที่หลงเข้ามานั้นอันตรายแล้วกว่างอานเอ๋ย”

ขุนพลได้ศัพท์จับเป็นคำ ใจหล่นลงปลายเท้าทันใด ไฉนท่านแม่ทัพถึงกล่าวมาอย่างนั้นไม่ทราบชัด แต่ความนิ่งสงบมีวิตกเอาการ เช่นนี้มันจะทำอย่างไรดี แต่ท่านแม่ทัพ เหตุใดถึงมั่นใจนักว่า มันที่หลงเข้ามานั้นอันตราย ครั้นมีแต่คำถามปรากฏอยู่ในใจหลายส่วน หากไม่ถูกไขให้กระจ่าง จะทำอันใดไม่ได้ มัวแต่มาข้องใจอยู่ไม่รู้จบ “ท่านแม่ทัพปราดเปรื่อง ข้าน้อยโง่เขลานัก”

“ห้องเก็บยาอยู่ส่วนหลังของค่ายหน้าประตูแคว้นเรา เป็นห้องสำคัญของทหารจึงถูกจัดไว้ในที่ลึก ห้องนี้อยู่หลังสุดของกองทหาร ผ่านไปย่อมจดจำทางได้ ไม่พอแค่นั้น ห้องเก็บยามันบอกถึงจำนวนทหารที่อยู่ในค่าย หมายความว่าสิ่งสำคัญของเราถูกค้นหาเจอได้ แสดงว่าทุกทางในค่ายมันแจ่มชัดดีแล้ว จำนวนยาที่มี ถึงจะบอกเป็นจำนวนคนในค่ายมิได้ ใช่ว่าจะคาดคะเนมิได้ มันยังจัดการทหารทั้งกองได้ขนาดนี้ หัวมันสูงนัก” กัวเทียนเจี๋ยถอนหายใจหน้าคลํ้าหมอง แลผ่านชั้นเก็บยาแล้วไพล่หลังเดินออกไปประกอบกับส่ายหน้าระอาถึงสิ่งที่ทำอะไรมิได้แล้ว

กลับมาห้องกัวเทียนเจี๋ยเขียนจดหมายฉบับหนึ่งส่งให้ทหารส่งไปส่งข่าวถึงเจ้าแคว้น ให้ได้ตัดสินใจพระทัยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ยังเล่าลงกระดาษต่อว่ามันผู้นั้นมาด้วยเหตุใดลงไปอีกอย่าง

จักรพรรดิแคว้นฟ้าครามอายุใกล้เคียงกับจื่อหาน แลพระเนตรทอดลงจดหมายสำคัญ ได้ใจความอันดีแล้วอยากเห็นหน้าตามันผู้นั้นที่เป็นชาวสนทยานัก แต่มันหนีได้แล้ว จะรู้ได้อย่างไร จึงมีรับสั่งให้กว่างอานแฝงกายเป็นชาวสนทยา เข้าไปควานหาตัวมันผู้นั้นให้พบ เพื่อไถ่โทษความผิดครั้งนี้ หากไม่เห็นไม่ต้องกลับ แล้วให้ลากตัวจื่อถงผู้นั้นมาแคว้นฟ้าครามอย่างลับๆ อย่าให้เกิดการรบราฆ่าฟันอีก แต่จักรพรรดิฟ้าครามจะหาหนทางกำจัดมันพร้อมความคิดที่เฉียบคมนั้นเอง

รุ่งเช้าวันใหม่ หลังจากเคี่ยวเข็ญหมอซีเหยาให้รับคำ รักษาปลุกกำหนัดให้ หาได้รับคำไม่ กลับขับไล่จื่ออ๋องให้กลับจวน แต่มีหรือผู้ดื้อรั้นจะใส่ใจ มาเองจะกลับเอง จะซีเหยาก็ไล่มิได้

ในโรงเรียนแพทย์มีห้องนอนกว้างขวาง แต่เป็นชนิดนอนรวม มิได้มีห้องแยก ซีเหยาได้รับข้อยกเว้นเมื่อยังเยาว์ได้สอบข้อปฏิบัติพิเศษได้คะแนนสูงลิบ จึงมีห้องนอนแยกของตนเอง เรื่องนั้นเป็นข้ออ้าง เพราะซีเหยาเป็นหญิง จางเชียนหยวนจึงใช้อุบาย ซีเหยาทราบข้อนั้นจึงได้เพียรพยายามในส่วนของตน แล้วได้ห้องส่วนตัวมาสมใจ

จื่ออ๋องมาพำนักในที่แห่งนี้ มิมีโอกาสพิเศษนอนร่วมกันกับนาง เลือกที่จะพักในห้องเดียวกับหวังหยางสือ

ตื่นแต่ไก่โห่ หวังจะเย้ากวนใจคนเล่น กลับไม่พบใคร หยางสือเข้าวัง เพราะสอบติดตั้งแต่คราวก่อนจึงเป็นลูกมือให้หมอหลวงขั้นเก้า เห็นก็แต่อาชูยืนรออย่างแจ่มใสอยู่ด้านนอก

กระดาษหนึ่งแผ่นวางบนโต๊ะและถ้วยยากรุ่นควันวางอยู่ เมื่ออาชูนำไปอุ่นให้เสร็จพอรอนายตื่น จื่อถงหยิบกระดาษขึ้นอ่านสายตาแทบพัง ท้วงติงกับอาชูอย่างงงงวย “เจ้าเขียนหนังสือเป็นไก่เขี่ยตั้งแต่เมื่อใด”

อาชูประสานมือขึ้นกล่าวอธิบาย “ท่านอ๋อง มิใช่ลายมือข้าน้อย แต่เป็นของหมอเหยาขอรับ”

เพ่งอ่านอย่างตั้งใจ จับตัวหนังสือให้เป็นคำ เขียนบอก “ให้ดื่มยาบำรุงร่างกายที่วางอยู่บนโต๊ะให้หมด หากไม่ดื่มก็กลับไปเสีย อย่าอยู่ก่อกวน อย่านึกว่าข้าไม่รู้ว่าที่อยู่ที่นี่เพราะข้ากับศิษย์พี่อยู่ชายคาเดียวกัน”

อ่านจบจื่อถงหยิบถ้วยยาขึ้นสูดดมอย่างระแวดระวัง มิได้กลัวว่าซีเหยาจะวางยา แต่กลัวว่ามันจะไม่อร่อย ยาที่ซีเหยาทำมันน่ากินเสียเมื่อไหร่ ส่วนประกอบมีอะไรลูกไม้หรือไม่ เพราะหมออย่างนางรู้ทราบดีว่า ที่อ้างว่านั่นไม่ตื่นนี้ไม่ลุก มิใช่ความจริงสิบส่วน แต่กลับมียาเคี่ยวไว้อย่างดีให้ดื่ม ยับยั้งชั่งใจจวนยาจะหายร้อนอยู่แล้ว มองอาชูครู่หนึ่งแล้วยื่นยาส่งให้บ่าวน้อย “ดื่มแทนข้าสิ ข้าสบายดีไม่ป่วยจริง”

อาชูอ้าปากหวอ มีคำถามเต็มไปหมดอีกแล้ว ถึงจะอยู่กับนายมาหลายปี รู้ทราบดีว่าเป็นการโกหก แต่เหตุไฉนจื่ออ๋องถึงได้แสร้งว่าป่วย แล้วมานอนในที่เช่นนี้ จวนดีๆ สะอาดสะอ้านมีให้อยู่อย่างสบาย แต่ที่นี่ต่างจากจวนร้อยเท่า ท่านจื่ออ๋องทุ่มเทไปเพื่อสิ่งใดกัน แลลงถ้วยยาสีดำเข้มน่าพิศวง กลืนนํ้าลายก็ไม่ลงแล้ว มาบอกให้ดื่ม ลำคอแทบจะปิดตาย อาชูยื่นมือสั่นกลัวออกมารับถ้วยยา

ทว่าหวังหยางสือมาเห็นว่าท่านอ๋องมีดื่มยา รีบท้วงติง “เอ๋ๆ มิได้ๆ ท่านอ๋อง ยานั่นอาเหยาต้มไว้ให้ท่านดื่มโดยเฉพาะ ฉะนั้นท่านต้องดื่มให้หมด มันเป็นยาบำรุงบุรุษอย่างดีเชียวนะ” จื่อถงรีบหยิบชามยาคืน มองหยางสือฟังมันอธิบายสรรพคุณ “เวลาอาเหยาต้มยา มันจะรสชาติพิลึกก็จริง แต่เจ้านั่นราวกับหมดเทวดาเชียว รักษาคนป่วยไม่นานก็หาย อย่าเลี่ยงการดื่มแล้วเสียนํ้าใจมันสิ อาเหยาตื่นมาแต่เช้ารีบเคี่ยวยาให้ท่านเชียวนะ”

จื่อถงมีสีหน้าผุดเก้อกระดาก ชั่งใจต่อไม่นานก็ยกดื่มสองสามอึก อย่าได้กลิ่นได้ชิมรสนาน ยิ่งไม่น่ากินไม่พอรสชาติยังขมจับจิต จื่อถงยกกระดกจนหมดเกลี้ยง ไม่ถึงอึดใจ อ๋องจื่อเริ่มผะอืดผะอม หน้าเขี้ยวคลํ้าลงไปถึงลำไส้ ภายในท้องบิดกันเป็นเกลียวจะคั้นเอายาที่ดื่มสำรอกออกมาให้หมด ครั้นมันถูกบีบจากภายในมาออกันที่หน้าอก แน่นจุกจนทนไม่ไหว อาเจียนออกมาจนเกลี้ยงท้อง

“ท่านอ๋อง! โธ่นายท่านของข้าน้อย เป็นอะไรขอรับ เหตุใดพุ่งยาออกมาหมดเช่นนี้” ท่าไม่ดีอาชูตวัดสายตาคั้นเอาความจริง เห็นหยางสือย่องเท้าจะหนีรีบตวาดลั่น “ยาบ้าอะไรของพวกเจ้ากัน ถึงทำให้นายข้าถึงกับสำรอกจะเป็นจะตายเช่นนี้”

หวังหยางหางตากระตุก บอกลางไม่ดีแน่แล้ว แต่อาชูมันโกรธหนักถึงเพียงนี้ ประกอบท่านอ๋องคล้ายมีจมูกที่เยี่ยมยอด คงจะเดาได้ส่วนผสมล้วนแต่เป็นของดีแต่ออกจะพิศดารกับจื่อถงไปโข

มันกระอักกระอ่วน ประหนึ่งส่วนผสมยาติดยาปลายลิ้น เพียงหมออย่างมันได้เห็นส่วนประกอบที่นางใส่มิสามัญแล้วถึงขั้นผวา โดยคนรวยทั่วไปยกเว้นคนในราชสำนักแล้วก็มักจะดื่มกินเป็นกระษัย แต่จะไปบอกมิถูกปาดคอตายก่อนซีเหยาจะกลับมาหรือ!?

“อาเหยาไปไหน!” จื่อถงกลั้วปากกลั้วคอจบก็หันมาถามหยางสือ คาดคั้นด้วยเสียงขุ่น อ่อนเพลียลงราวผักถูกนํ้าร้อนลวก ใบหน้าคลํ้าเขียวมิเลือนหาย

“ไป ทำคลอดให้ฮูหยินจง ที่จวน แต่มันกลับมาพร้อมข้า ตอนนี้แวะไปเอายาอยู่ คงใกล้ถึงแล้ว” ตอบให้เท่านี้เถอะ ที่เหลือท่านอ๋องไปหาความกับมันเอา “ข้ามีงานในวัง พอจะเลยออกไปกลับลืมของเลยแวะมาเอา ขอให้ท่านจงหายเร็ววัน” หยางสือค้อมกายประสานอย่างเกรงใจเร่งเท้าออกจากโรงเรียนแพทย์ให้เร็ว

ออกมาได้ไม่กี่ก้าวซีเหยาก็มา สีหน้าเริงร่าคลี่ยิ้มมาแต่ไกล พบปะกับหยางสือแล้ว ผู้เป็นศิษย์พี่รีบตักเตือนถึงมหันตภัยด้านใน หวั่นว่าศิษย์น้องจะได้รับเคราะห์อันใหญ่หลวง จึงตบไหล่มันสีหน้าเห็นใจ “ระวังด้วย ท่านอ๋องดื่มยาแล้วสำรอกออกจนหมดท้อง ตอนนี้หน้าตาอย่างกับขุมอเวจี ขึ้นเจ้าไม่ระวังถูกแจ้งความขึ้นหาองค์จักรพรรดิให้ฆ่าเจ้าเสีย จะแย่แม้แต่ข้าก็ช่วยเจ้าไม่ได้”

ซีเหยายิ้มกระหยิ่มยิ้มย่อง ถือสมุนไพรในมือแล้วชูถึงของแห้งที่ซุกซ่อนด้านใน จนพี่ใหญ่เบิกตาตะลึงงัน ใจพลันลอยตามการกระทำซีเหยาสู่อเวจีจริงๆ แต่ซีเหยาตอบอย่างปลอดโปร่ง “อย่าห่วงเลย เรื่องนี้ข้าต้องแจ้งท่านอ๋องให้ทราบ หากท่านรีบ ก็ไปให้ไวเถอะ”

คำซีเหยาบอก เหมือนถูกกันให้ห่าง ไม่อยากโดนปลายแส้ของอารมณ์ให้รีบไป ได้รับคำเตือนมีหรือจะอยู่ เผ่นสิ เออ.. ใช่ต้องรีบไปไม่งั้นตายยกพี่น้อง…

ซีเหยาเข้ามาหน้าประตู ยังไม่พ้นธรณีเกินสามก้าว อาชูซอยเท้ามาอย่างเร็วคว้าคอดสื้อซีเหยาในคราบชายเขย่ารัว จนนางจะสำรอกออกมาเหมือนจื่อถง “บอกข้ามา ยานั่นมันใส่อะไร”

จื่อถงก้าวเท้าฉับๆ กระชากอาชูออก แผ่รังสังเคืองขุ่นมองซีเหยาจะเอาเรื่อง “ยานั่น รสชาติสยดสยองยิ่งนัก กลิ่นคาวประกอบรสเผ็ดหนัก หวานน้อย ปนขมสุดฤทธิ์นี่มันอันใด มันเป็นยาบำรุงแน่หรือ”

ซีเหยาเอือมระอา เบี่ยงตัววางยาลงบนโต๊ะแล้วนั่งลงอย่างปลอดโปร่งคล้ายไม่รู้สึกรู้สาเหยียดยิ้มกริ่มแล้วค่อยบรรยาย “เป็นยาบำรุง ขนานแท้และสรรพคุณที่ปรุงมาแล้วเยี่ยมยอดกว่าส่วนประกอบอื่นอีกนะ มีทั้ง ‘เจียวกู่หลาน’ ของสิ่งนี้มีรสขมอมหวาน เขายังว่ากันมาแต่นานเนิ่น ว่าหวานเป็นลมขมเป็นยา ก็เป็นยาให้เจ้าดื่มไป อีกทั้งมี ‘ติ่มเฮียง’ อันนี้ก็ขมแต่มีเผ็ดปนหน่อย อ้อยังมีอีก ‘อิมเอียคัก’ อันนี้เผ็ดร้อนมีหวานผสม รสขมเขาว่ามีฤทธิ์ยาที่ดี ส่วนหวานเป็นลม ทำให้ชีพจรของจื่ออ๋องปลอดโปร่ง และรสเผ็ดนี้ที่ให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย ส่วนประกอบสามอย่างนี้ทำให้สิ่งที่หลับไหลของท่านอ๋องได้ลืมตาตื่น ส่วนกลิ่นคาวนั้นเป็นของดีหายาก และอยู่ในตำราแผนโบราณสืบมานับร้อยปี นั่นก็คือ” ซีเหยาล้วงมือเข้าใต้ใบยา แววตาทะเล้นยิ้มย่องราวเป็นเรื่องสนุก จากนั้นก็ควักของตากแห้งออกมาแกว่งเล่นตรงหน้าจื่อถง “ตุ๊กแกตากแห้งที่จับได้จากห้องอาบนํ้าที่ไหนสักแห่ง เลยเอามาชำแหละเอาไส้เอาพุงออก รวมทั้งตับม้ามหัวใจปอดและก็ อาจม ออกเรียบร้อย เหลือแค่หนังที่ไม่อาจถลกออกได้ ส่วนเนื้อซี่โครงและหนังก็เก็บไว้ทำยา ที่ต้มที่เจ้าจื่ออ๋องดื่มไปอย่างไรเล่า” กล่าวจบนางก็หัวร่อแห้งๆ แต่ในอกอยากหัวร่อร่วนลากยาวกว่านี้

ส่วนประกอบยาตัวอื่นไม่ปัญหา แต่ว่าตุ๊กแกตากแห้งนี่มันก็จะอาเจียนพุ่งอีกหนแล้ว นางยังสาธยายถึงอวัยวะภายในจนเห็นภาพควักเครื่องในออกนี่สิ แล้วรวมถึงอาจม! สิ่งนี้ไม่ต้องพูดถึงก็ได้ ไม่อยากรู้ บอกมาจนเห็นภาพรวมมาถึงกลิ่น จื่อถงหรือจะทนไหว ก้าวเท้าไปหากระโถนอาเจียนอย่างหนักราวจะรีดเอาลำไส้ออกมาให้หมดท้อง

ซีเหยายืนนิ่งชำเลืองมองคนอาเจียนจากส่วนประกอบยา อดทนอดกลั้นมิให้หัวเราะเม้มปากเคร่งหน้าให้ดูเครียดขรึม แต่แววตาไม่อาจปกปิด มันมีประกายพราวราวขบขันจื่อถงไม่น้อย

อาชูหมดปัญญาช่วยผู้เป็นนาย เดินวกไปวนมา ท้ายสุดอดทนไม่ไหวปรี่เข้ามาคว้าคอเสื้อซีเหยาเขย่าแรง จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด “เจ้ามันร้ายกาจ หมอชั่วโหดเหี้ยม เอาแม้กระทั่งตุ๊กแกต้มให้นายท่านข้ากิน ข้าจะเอาเรื่องเจ้า”

“ฮ่าๆๆ โธ่อาชู คนร้ายกาจคืออ๋องของเจ้า อย่าว่าข้าไม่รู้นะที่อ้างว่าดวงใจท่านไม่ตื่นเพราะอะไร ไม่ป่วยจริงก็กลับไป แต่ถ้าอยากอยู่ต้องดื่มยานี่ทุกวัน แล้วก็จ่ายค่ายาข้ามาด้วย ตุ๊กแกมันแพง ตั้งหลายชั่ง ข้าอุตส่าห์เอาเงินเก็บมาออกค่ายาให้ด้วยนะ ถือเสียว่ายืมข้า ดอกก็ ไม่แพง อ้ออีกอย่าง ข้าวของข้าอย่ามากิน ไปหาข้าวตัวเองมากิน ถ้าจะอยู่ต้องทำตามนี้” ซีเหยาหรือจะยอม ต้องเอาคืนที่กล้าไปถูกเนื้อต้องตัวหญิงอื่น คิดเอาสิ่งที่เสียเปรียบจากจื่อถงตลอดที่ผ่านมาให้หมด ไม่ยอมเสียอะไรโดยเปล่าแน่นอน

“อาชู กลับจวน” จื่อถงถอนหายใจหนักออก ซีเหยาได้ยินถือว่าวิธีการไล่เขาทางนี้ได้ผล และบ่าวน้อยตอบรับคำ พลันจะเดินอาดๆ ไปเก็บของ ท่านอ๋องสั่งการอาชูอีก “ข้าหมายถึงเจ้ากลับจวน ไปบอกกรมวังการคลัง เบิกข้าวสารให้อาเหยามันกินตลอดทั้งปีไม่อั้น อยากได้เท่าไหร่ให้อาเหยาไปเบิกได้ทุกเมื่อ ส่วนเงินอยากได้เท่าไหร่ข้าก็ให้หมด แต่ข้าจะอยู่ที่นี่ แล้วข้อแลกเปลี่ยนก็มี” ปลายนิ้วสั่งสรรพสิ่งใช้ไปที่หม้อต้มยา ตาแลนางไม่วอกแวก ยิ้มย่องขึ้นเหมือนกัน “ข้าจะกินก็ได้ แต่ภาษาไก่เขี่ยของเจ้าต้องหัดคัดลายมือหลังจากว่างรักษาคนที่ตลาด ก่อนจะเข้าวัง ต้องลายมือให้อ่านออก”

...บรรลัยโลกาข้า… นางอ้าปากค้าง อย่างใดย่อมได้ คัดหนังสือเรื่องใหญ่เลย จับพู่กันยังยากแล้วจะให้คัดลายมือ แล้วยังมีจื่อถงผู้ร้ายกาจคนนี้เคี่ยวกรำอีก นี้สิ หายนะของแท้

อาชูตั้งหัวข้อไว้อีกครั้ง คาดเดาในใจ หรือว่าท่านอ๋องน้อยของมันหลงรักหมอเหยาผู้นี้ แม้แต่สตรีนางอื่นไม่ทุ่มถึงเพียงนี้ แต่ท่านอ๋อง ในสายตาอาชูหมอคนนี้คือชาย คนจะมิครหาไปทางเสื่อมเสียกว่านี้หรือลำบากยากใจ สิ่งที่ทำได้คือตามสั่ง อาชูเดินคอตกออกไปเพื่อเข้าวัง ถ่ายทอดคำสั่งจื่อถงเรื่องอาหารการกิน

ซีเหยากระตุกมุมปากยิ้มไม่เชิงยิ้ม เงียบกริบไปครู่ใหญ่ หาวิธีให้เขากลับไม่สร้างเรื่องอย่างไร เอาคืนก็แล้ว จากการดื้อรั้นไปกลับดื้อรั้นกลับ คิดหาทางใหม่มิได้ มามีคำแลกเปลี่ยนอย่างนี้ต่องหาทางคิดอีกนาน แต่ความคิดวูบหนึ่งก็แล่นเข้าสมอง ...ปล้นท่านอ๋องดีไหมหนอ..

จื่ออ๋องอาเจียนอีกรอบ นึกถึงเรื่องยาแล้วใจจะขาด กลั้นแกล้งได้เจ็บแสบนัก

ย่างเข้าปลายฝนต้นหนาว กระนั้นฝนครึ้มเมฆตั้งเค้า ยังตกปรอยๆ มาคล้ายละอองนํ้า มิได้มีลมโหมกระพือแต่อย่างใด บรรยากาศเริ่มหนาวเหน็บ ผู้คนด้านนอกรีบเก็บข้าวของเข้าบ้านปิดประตูแล้วดื่มกินของอุ่นเพื่อมิให้ร่างกายเย็น

ด้านนอกเริ่มเงียบวังเวง แต่เสียงฝนสายเล็กมาพร้อมลมหนาวนี้ ซีเหยารีบปิดประตูกันลม แล้วมานั่งเก้าอี้ที่เดิม หยิบตำราแพทย์ขึ้นอ่านแก้เบื่อ ใช้ความคิดครวญ หากออกมาจะรีดไถให้หมดตัวเชียว! ชำระเนื้อตัวทุกอย่างเรียร้อย เดินมานั่งข้างนาง ยิ้มย่องให้คนใช้ความคิด

“อยากได้อะไรเจ้าจะให้ข้าหรือ” ซีเหยาถามหยั่งเชิง

“แน่นอน” คำตอบนั้นมีแววตาหยั่งเชิงนางเหมือนกัน อยากลองสักอย่าง รอคำนั้นอยู่

“ถ้าอย่างนั้นข้าจะเอาสมบัติทุกอย่างที่เป็นของจ้าวจื่อถงให้หมด มาเป็นของข้า”

“ได้” จื่อถงเดินเข้าใกล้แล้วเชิดปลายคางขึ้นมามอง “ข้ารอคำนี้อยู่ อยากได้อะไรข้าให้หมด แต่ตอนนี้เจ้าต้องให้บ้าง” เสียงลมหายใจแผ่วข้างหู แม้แต่อยู่สองคนยังกระซิบ “เข้าห้องกับข้าตอนนี้ดีกว่า”

“ไม่เอา”

ไม่ทันได้ฟังคำหมด จื่อถงช้อนตัวนางขึ้น ก้าวเท้าเข้าไปโดยยังไม่ทันได้ปรามจบ “นี่จื่อถง มันกลางวันนะ ไม่อายผีสางหรือไร”

“เจ้าเคยเห็นผีตอนกลางวันด้วยหรือ ข้าได้ยินแต่ว่ามีคนเห็นผีตอนกลางคืน” มือจื่อถงง่วนกับสายรัดเอวนางอยู่ พูดไปพลางกระทำไปพลาง

“อย่าสิ เดี๋ยวอาชูจะมา”

“อาชูเข้าวัง ไม่ได้เดินเล่นหน้าบ้าน เอาล่ะ บรรยากาศเย็นๆ หาอะไรร้อนๆ ทำ”

“ลามก”

“ไม่ชอบหรือ”

นางเบิกตาโตกลมกลึง ดุด้วยแววตา แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือวิธีของคนอายตอบว่าชอบเขาทำกัน

ริมฝีปากเคลื่อนใกล้บดจูบนางอย่างหิวโหย นิ้วมือกรีดผ่านผืนผ้า แทรกลงกลางกายอันอ่อนนุ่ม สำรวจสัดส่วนร่างนางอย่างเชื่องช้า นอกห้องมีแต่ความเงียบแล้วหนาวเหน็บ แต่ด้านในกลับร้อนแรงตอบรับสัมผัสมิเสื่อมคลาย

นางกลั้นแกล้งจื่อถงได้หนักหนาและพิศดารนัก และนี่จะเป็นการเอาคืออย่างพิศวาส ดวงตากลมดำของนางหรี่อ่อนน่าดูชม อ่อนระทวยต่อปลายนิ้วเรียวยาวที่งดงามนั้น ร่างบางผิวขาวนวลราวแสงจันทร์ ผุดผ่องงามยิ่งกว่าหญิงใดในหล้า นุ่มไปทั่วสรรพางค์กาย ยามเลื่อนปลายนิ้วสัมผัสส่วนใดหวั่นเกรงว่าจะบอบชํ้า

บุปผาแรกแย้มยามต้องนํ้าฝนจะเบิกบานสีสันสดใส ครั้นปลายนิ้วแตะต้องกลีบใบมันก็คายนํ้า ผ่านกลีบเกสรเสมือนทางผ่านสู่เส้นทางล่อเลี้ยง บุปผาบิดเร้า ซีเหยาขบกัดเม้มริมฝีปากแน่น

คลายจากรสจูบสู่ปลายลิ้นอุ่นเชยชิมดอกบัวตูม ดื่มดํ่ายอดอกราวจะมีนํ้าหวานให้ได้ชิม สองมือประคองบัวงาม ริมฝีปากส่งปลายลิ้นดื่มหารสชาติหวาน ร่างกายหวิววาบ หายใจไม่สมประดีแล้ว ถูกปลุกเร้าอย่างหนักหน่วง ทั้งหอมหวานและทรมานในอก หายใจไม่เต็มทุกครั้งที่ถูกจุดใจกลางร่าง

เมื่อสิ่งแข็งแกร่งกล่าวอ้างว่ามันไม่ตื่นกำลังเคลื่อนเข้าร่างนางอย่างเชื่องช้า มันกำลังแหวกร่างนางให้ได้รับรสอันพิเศษ

กระนั้นซีเหยาดูกระเง้ากระงอด “ข้าคิดถูกหรือผิด ที่ต้มยานั้นให้เจ้าดื่ม”

ยามจมูกคม สูดดมกลิ่นยาที่คอระหงอยู่นั้น กล่าวกลับมาด้วยนํ้าเสียงหอบ “คิดผิด ไม่มียาข้าก็ไม่มีปัญหา เหยาเอ๋อร์ ใจร้าย เอาตุ๊กแกให้ข้ากิน”

“ฮ่าๆ ข้าหาของดีมาให้เชียวนะ”

“ดี อย่างนั้นก็รับผลของยากับข้า”

ฝนพรำหนักหน่วงยิ่งกว่าเก่า ส่อเสียงดังซ่าเข้ามาด้านใน ปิดบังเสียงหวานของนางไปหมดสิ้น ครั้นจะหนักอย่างฝนบ้างซีเหยาสะท้านถึงหัวใจ โอบแขนกอดรัดหาไออุ่นจากร่างสูงที่ไม่อยู่เฉย ซุกหน้าลงไหล่กว้างเม้มริมฝีปากเก็บอาการ ผ่านไปครึ่งชั่วยามถึงจะบรรเลงเพลงรักจบ

ซีเหยาพูดไม่ออกกับฤทธิ์ยาแม้ครึ่งคำ เห็นว่าทดลองยาดูใช้ส่วนนั้นส่วนนี้มาผสม ไม่คาดคิดว่านางรับผลแทน หนักหน่วงยิ่ง!

คิดไปเหม่อออกไกล จะหาทางไหนให้จื่อถงกลับจวนแล้วไม่กวนการอ่านหนังสือของนาง ยิ่งนึกยิ่งไม่มี

ม้วนกระดาษแผ่นหนึ่งตีลงที่หน้าผากซีเหยา นางตื่นจากห้วงคำนึงทันที และมีคำดุตามมา “ให้ฝึกเขียนไม่ได้ให้เหม่อ หมอที่ดีควรเขียนใบสั่งยาให้อ่านออก”

“แต่ข้าก็อ่านของข้าออก” ซีเหยาค้านคืน

“แต่ข้าแทบจะอ่านไม่ได้ เขียนใหม่”

“ปวดนิ้วนี่ ข้อมือด้วย”

“อย่าบ่นเชียวพระชายา” จื่อถงกล่าวถึงสรรพนามนี้นางเถียงไม่ออก ไปไม่เป็น

...อย่าให้เอาคืน คราวหน้าไม่เอาตุ๊กแก จะเอาแมงมุมกับตะขาบดองให้กิน จื่อถงเจ้าเสร็จข้าแน่…

“เป็นพระชายาอย่าคิดร้าย” จื่อถงกล่าวอย่างรู้ทันเมื่อเห็นแววตานางมันหลุกหลิก

“อย่ามาอ่านความคิดข้าสิ”

“อ่านกินพระชายาตนผิดตรงไหน"

​🍃🍃🍃🍃🍃🍃🍃🍃


​เจียวกู่หลาน, ติ่มเฮียง, อิมเอียคัก, เป็นสมุนไพรจีนที่สามารถอ้างอิงได้จริง สรรพคุณถึงอย่างอื่นก็มีมาก และบำรุงสมรรถภาพได้จริง ตุ๊กแกเป็นสรรพคุณที่ตำราจีนก็ได้อ้างอิงเอาไว้ในตำราด้วย

อาจม คือ สิ่งของต้องชำระล้าง คือ อุจาระ

(ช่างเป็นนางเอกพระเอกที่ไม่ยอมใครจริงๆ ฮ่าๆๆ)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"“จื่อถง! จับตรงไหนของเจ้าเอามือออกนะ โอ้ยเล่นบ้าอะไร ตรงนั้นอย่า ปล่อยข้า กล้าอีกอย่าหาว่าไม่เตือน” แลเห็นว่านางโกรธจัด ยามมองเห็นสีทาปากตนเองติดบนปากจื่อถงแล้วน่าอายนัก นางพยายามใช้หลังมือเช็ดปากตัวเอง ลบล้างรอยจูบเมื่อครู่ให้ออก แต่กลับถูกจูบใหม่ ใช้มือกระทำการอุกอาจ"

ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha