(จบ)เล่ห์พยัคฆ์🔞(จีนโบราณ)

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 36 : เปรียบดั่งดอกยี่โถ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


36

        ในการสอบข้อเขียนเริ่มต้น กลางลานกว้างเต็มไปด้วยเมล็ดพืชรักษาชีวิตมนุษย์เรียงรายกันเป็นแถวหนาตา คนมาสอบครั้งนี้มีถึงห้าร้อยกว่าคน ในวังมีนางกำนัลข้าราชบริพารนับหมื่นใช้ชีวิตในวัง หลายหน่วยในกองพระราชสำนัก ทั้งในและนอก รวมทั้งใกล้เคียง จะเป็นต้องมีหมอรักษา ส่วนมากนางกำนัลไม่มีแม้โอกาสได้รับยา ในยุคสมัยยังมิได้เฟื่องฟูในคนชนชาติ หลังจากจ้าวมู่สิ้นพระชนม์ จ้าวสุนจัดการคัดสรรหาหมอหลวงเพิ่มพูนในวังให้มาก หลังสงครามมักมีโรคระบาด ติดลามมาถึงในวัง หกปีก่อนจึงวุ่นวายนักในเรื่องโรคภัย หมอไม่พอ คนตายด้วยโรคระบาดกันมากโข กระนั้นแล้ว ยิ่งมีคนรู้จักวิธีการรักษาชีวิตผู้อื่นมากเท่าใด ในแคว้นนี้จะไร้โรคภัย จ้าวสุนทรงคิดถึงการนั้นจึงสร้างสอบหมอขึ้น

        ระหว่างทอดพระเนตรลงไปแพทย์น้อยด้านหน้า ครุ่นคิดถึงคราก่อน “จื่อถง ไม่มีไข้ไปป่วนหมอด้านล่างแล้วหรือ ดูสิ คนที่เจ้าทำมันสอบไม่ติดก็กลับมาสอบอีกครั้ง” พระองค์ชี้หัตถ์ไปยังซีเหยาที่ก้มหน้าก้มตาเขียนรายงาน

       “ครั้งนี้จะต้องปล่อยให้หมอดีๆเข้าวังแล้วล่ะพะย่ะค่ะ”  รอยยิ้มปิติบางๆเผยที่มุมปาก ดูน่าเสน่หามากล้น เสียจนนางที่อยู่ด้านล่างไม่กล้าแหงนมองมา

       เหลียง ติงลี่ ผู้ให้คะแนนสอบครั้งนี้ยังคงทำหน้าที่เช่นเดิม เขายิ้มแย้มต่อหญิงสาวมุ่งมั่นที่ลานด้านหน้า ในใจรู้สึกประหลาดไม่น้อย หญิงเก่งนั้นมีมากมายก็จริงอยู่ แต่นางเป็นคนแรกที่เข้ามาสอบหมอในหมู่บุรุษ การที่อยากจะเข้าวังมีเพียงใจหรือฝีมือมากน้อยเท่าใดกัน เขาดูชมแล้วนึกคิดอยากรู้ให้มากกว่านี้ โลกาที่แปรผันเริ่มเข้าสู่ยุคสมัยใหม่หรือ หญิงสาวที่ไม่หวาดผวาต่อร่างกายผู้อื่น ในใจลอบชื่นชมไม่น้อย ก่อนจะเดินไปดูคำตอบของนางในกระดาษ ในวันอากาศร้อนคล้ายตั้งเค้าจะมีฝนจึงหยิบชารินดื่ม

      ครั้นเหลียงติงลี่มีสีหน้าไม่สู้ดี เครื่องหมายประหลาดใจผุดขึ้นบนใบหน้าจากดื่มชา ครั้งนี้หอมกลิ่นบุปผาที่คุ้นก็ไม่เชิงคุ้นอยู่ในลิ้น ใคร่นึกเพียงว่าอาจจะเป็นชาชนิดใหม่จึงไม่ผูกใจจำ ลุกจากเก้าอี้พร้อมบันทึกคะแนน ร่างกายโหวงเหวง เวียนศีรษะหนักอึ้ง ท้องไส้คล้ายอยากอาเจียนตอนนี้เหลียงติงลี่ไม่อาจจับสัมผัสร่างกายได้ถูกว่าจะเจ็บป่วยจุดใดดี กระนั้นไม่เท่าใดถึงขั้นอาเจียนพรวด ไม่อาจยับยั้งอาการทรมานในกายต่อหน้าพระพักตร์จ้าวสุนและรอบข้างที่มีแต่นักเรียนแพทย์ได้ ล้มตึงลงกับพื้นแน่นิ่งไป

     หลายสายตามองไปยังหมอหลวงขั้นสองที่หมดสติ ห้าร้อยร่างเกือบจะออกันเป็นวงล้อม

        “พวกเจ้าถอยออกไป!” ผู้คุมสอบท่านหนึ่งตวาดขึ้น เร่งเข้าหาหมอหลวงล้มป่วยกะทันหัน

        ซีเหยายืนอยู่ในระยะห่างสองจั้ง ครวญคิดถึงอาการคนตรงหน้า นางพอจับจุดได้ว่าก่อนหน้าเขาทำอะไร จึงเดินไปที่โต๊ะเก้าอี้ที่เหลียงติงลี่นั่ง นางยกกานํ้าชาขึ้นมาสูดดม สิ่งที่ได้คือกลิ่นใบชาเท่านั้น

        “จ้าวสุนตื่นพระทัย ยืนอยู่ด้านบนเร่งลงมาดู ทว่าองครักษ์รีบปรามว่า  “ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ เชิญเสด็จกลับก่อนเถอะ”

       “ท่านเหลียงเป็นอะไร” จื่อถงเอ่ยขึ้นแทน

       “ท่านเหลียงหัวใจล้มเหลว ตอนนี้หมอหลวงทั้งหมดกำลังกระตุ้นให้หัวใจเขากลับมาเต้นปกติอยู่ ชีพจรเต้นช้ามาก หวั่นว่าท่านเหลียงจะไม่สามารถ..” องครักษ์หยุดประโยคไว้แค่นั้น ไม่อาจกล่าวต่อได้หรือคาดเดามากกว่านี้

        “พิษหรือ?” จินอิ๋งเดินตามมาถึงจึงได้ถามไปตามที่ใคร่รู้

       “ข้าน้อยไม่อาจพูดมากกว่านี้ เพราะอาการยังไม่แน่ชัด” องครักษ์ตอบนาง

      จ้าวสุนไม่ก้าวถอยและไม่เดินหน้า แต่แลไปยังซีเหยา นางสูดดมชา และจากนั้นก็หยิบถ้วยชาเคลือบลายดู

      ได้ยินแว่วว่าจะฝังเข็มกระตุ้นชีพจร หูนางผึ่งพลัน รีบหันไปบอกเหล่าหมอหลวงสามท่านที่ออล้อมเหลียงติงลี่ “อย่ากระตุ้นหัวใจเพิ่มนะเจ้าคะ เปิดจุดชีพจรหัวใจชั้นกลางเสียก่อน”

      หลายคนได้ยินวิธีประหลาดของนางด้วยสายตาเคร่งเครียด “ชีพจรเต้นช้าลง หายใจไม่ดีอย่างนี้เจ้ามาบอกห้ามกระตุ้นหรือ เจ้าเป็นใครถึงกล้ามาบอกหมอหลวงอย่างข้า!” หมอหลวงขั้นสี่ ‘เหอไป๋’ตวาดนางด้วยรังสีที่ดุดัน คลํ้าเขียวคล้ายจะกัดกินนางที่กล้าอ้าปากสั่งหมอสูงอย่างเขา

       “ข้าเป็นนักเรียนที่เข้าสอบ แต่ตอนนี้จะตำแหน่งอันน้อยนิดของข้าน้อยอย่าได้ใส่ใจ รีบเปิดชีพจรหัวใจเถอะ ท่านผู้นั้นโดนยางดอกยี่โถ”

        “เฮอะ! ยางดอกยี่โถ?” หมอหลวงขั้นสี่เลิกคิ้วถลึงตาใส่เขียวใส่นาง ไม่เชื่ออย่างสนิทใจ “ท่านเหลียงมีโรคหัวใจอยู่แล้ว เป็นอย่างนี้บ่อย บางทีหัวใจก็เต้นเร็ว บางทีก็ช้าและเหนื่อยหอบอย่างนี้ เจ้ามันแค่เด็กเมื่อวานซืน กลับไปเรียนหมอให้ดีก่อนเถอะ อย่างเอาความรู้ งูๆ ปลาๆ มาใช้ในวัง อีกอย่าง ยางยี่โถในวังไม่มี” หมอหลวงขึ้นสี่ว่าให้นางแล้วเลิกสนใจ หยิบเข็มจะกระตุ้นหัวใจให้เหลียงติงลี่

       นางกำหมัดแน่น กัดฟันคุมอารมณ์ อยากจะคุยโอ้อวดคืนบ้าง ว่านางเป็นคนทำให้จ้าวจื่อถงถูกพิษดอกราตรีจันทร์กลับมาคืนร่างเป็นชายได้ แต่ไม่อาจจะเอ่ยและเลิกคิดจะพูดอวด ก่อนเข็มยังไม่ฝังลงนางต้องอธิบาย  “ดอกยี่โถเป็นสมุนไพรกระตุ้นหัวใจก็จริง แต่ต้องใช่อย่างระวัง พิษจากยางใบและดอก หากใช้ปริมาณมากจะทำให้หัวใจล้มเหลว ก่อนหน้านี้เขามีอาการคล้ายวิงเวียน หายใจไม่ปกติ และอาเจียน ใบและดอกอาการจะไม่ออกมากเพียงนี้นอกจากยางที่ป้ายไว้ในถ้วยชาสีขาวเคลือบนี้เท่านั้น จะมีใครมาสังเกตว่ายางดอกยี่โถสีขาวเดียวกันกับถ้วยชามันจะมาอยู่ด้วยกันได้จริงหรือไม่ อาการข้างต้นที่ข้าบอกมามีส่วนหนึ่งที่เป็นโรคหัวใจจะไม่มี คืออาเจียน  ได้โปรดเถอะ เปิดให้หัวใจบนและล่างที่กำลังถูกบีบได้คลายตัวเชื่อมต่อกันก่อน”

       หมอหลวงขั้นสี่เริ่มมีโมหะ มือถือเข็มสั่นด้วยความมิพอใจ เขาขว้างเข็มลงพื้นลุกขึ้นมาชี้หน้าว่าซีเหยาต่อหน้าธารกำนัลดังก้อง “อวดดีกับข้าหรือ! ข้าจะช่วยให้ฟื้นเป็นหญิงมาพูดมากความ ถ้าเก่งจริงมารักษาเอง เขาหมดลมหายใจไปข้าจะโทษเจ้า!”  เขาทิ้งเหลียงติงลี่ไว้ตรงนั้น ทูลความแก่จ้าวสุน หาว่านางอวดเก่ง

      จ้าวสุนไม่พูดอะไรอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า “ถ้าเจ้าบอกว่ามันเป็นอย่างที่เจ้าว่าจะทำอย่างไร หัวใจเขาจะไม่เต้นอยู่แล้วยังมาต่อปากกันอีก! ซีเหยา หากเป็นอย่างที่เจ้าว่าก็จัดการเอา ข้าจะรอดู”

       มือซีเหยาแอบสั่นโกรธ ตรองได้คราวนี้นางระงับอารมณ์ไม่ได้จริงๆ ถูกไล่ตะเพิดครั้งนี้ อะไรก็กู้ไม่ได้  เมื่อจ้าวสุนอนุญาตให้ซีเหยาทำ หมอหลวงขั้นสี่ได้กราบทูลต่อ “ฝ่าบาท ชีวิตของท่านเหลียงเป็นตายเท่ากันนะพะย่ะค่ะ ให้หมอที่ยังไม่มีประสบการณ์เช่นนี้ กระหม่อมคิดว่า หากมันมั่นใจก็จะปล่อยมัน แต่ถ้าท่านเหลียงแย่ขึ้นมาแล้ว…” หมอหลวงขั้นสี่ถอนหายใจส่ายหน้าหนักอก ทูลต่อไป  “ถ้าท่านเหลียงเป็นอะไรไป ลงโทษมันให้สาสมด้วยเถอะ”

      “แล้วถ้าท่านหมอหลวงเหลียงติงลี่ไม่ตาย ท่าน ‘เหอไป๋’ ช่วยรับการลงโทษด้วยได้หรือไม่” คำพูดจื่อถงเอ่ยมันกระชากใจหมอหลวงให้ตะลึง “นี่เป็นการกระทำอย่างหนึ่งที่เรียกว่า… เสมอภาค ถ้าท่านไม่รับ อย่าท้าส่งนางลงบทลงทัณฑ์” จื่อถงต่อมาอย่างนั้นไม่มีสิ่งใดจะสวนคืน มีแต่จำใจกัดฟันขบกรามยินดีรับท้า

       จินอิ๋งย้อนกลับมาที่เก้าอี้ คล้ายรู้สึกมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล จ้าวจื่อถงออกหน้ากับหมอหญิงคนนั้น จ้าวจื่อถงนี่หรือจะมาออกหน้ารับใครพวกมีความสำคัญสัมพันธ์อันใดหนอ ถึงได้รู้สึกว่าเป็นคนอื่น มิใช่คนสนิทไปแล้ว ความน้อยใจก่อดั่งไฟสุม ร้อนรุ่มพิกล พิกลยิ่งกว่าคือองค์ชายหกรัชทายาทของแคว้นสนทยาผู้นี้ เขาย้ายกายไปทำตัว ลับๆ ล่อๆ หลังเก้าอี้ หน้าซีดเผือดวิตกกังวล

      “องค์ชาย เป็นอะไรหรือเพคะ?”

      “ขะ.. ข้ากลัวพิษ” เจอพิษคราวก่อนเข็ดหลาบมาจวบจนวันนี้อาหารยังไม่อยากแตะหมากไม่อยากไปเดิน ไม่กล้าใช้แม้กระทั่งมือ จื่อถงบอกว่ายังจับตัวไม่ได้ ได้ยินแว่วว่าส่งจดหมายมาสารภาพความผิดแล้วกระโดดลงหน้าผาไปแล้ว จึงวางใจสิ่งใดไม่ได้

       ซีเหยารีบปรี่เข้าไปจัดการหมอหลวงเหลียงติงลี่ จัดการทำอย่างที่เคยเอ่ยกับหมอหลวงขั้นสี่ไว้ จื่อถงยังยืนข้างวรกายจ้าวสุน ดูชมพร้อมวินิจฉัยบางอย่างถึงสองคนนี้

      เมื่อตอนนี้นางไม่พูดอะไร ก้มหน้าก้มตาดูแลคนไม่สบาย จะขาดใจตายลง พอจื่อถงได้ยินการรับคำท้าของเหอไป๋แล้วก็ยิ้มยินดีราวกับเด็กได้ของเล่น จะหันไปแย้มยิ้มให้นางหวังเพิ่มกำลังใจให้ แต่นางกลับไม่มอง! สนอกสนใจคนนอนนิ่งนั่น! ...ปัดโธ่สนใจข้าบ้างสิเหยาเอ๋อร์…  

       จื่อถงกอดอก ถามว่า “เป็นอย่างไร”

       “อาการไม่สู้ดี ชีพจรเต้นช้าลง ม่านตาไม่ตอบสนอง” นางบอก จัดการกับอุปกรณ์ยื้อชีวิต

       “จะตายหรือไม่?” ชายหนุ่มถามต่ออีก

       “ท่านเหลียงติงลี่มีโรคหัวใจอยู่แล้ว ยิ่งได้รับสิ่งสังหารหัวใจมันเป็นเรื่องยากที่จะรักษาชีวิต” ตอนนี้ถอยหลังไม่ได้ ไม่รักษาไม่ได้ แต่หากเอาไม่อยู่แล้วเกิดหมดลมจริง ทุกอย่างที่ตั้งใจทั้งหมดจะพัง

       “ไหนว่าถ้าเปิดชีพจรกลางหัวใจจะไม่เป็นไร” จ้าวสุนเอ่ยบ้าง

       “ไม่ผิดเพคะ แต่ยางยี่โถที่รับเข้าไป อันตรายยิ่ง”

       “หาทางกู้หน้าให้ข้าด้วย  ท้าเหอไป๋ไปอย่างนั้นแล้ว” จื่อถงท้วงเอา นี่นางกำลังทำอะไรไม่ถูก หาคำกวนใจหน่อยดีกว่าเผื่อจะล้างหัวหนักๆออกได้

       เขาท้วงมา แต่กลับเฉื่อยชาคืน “หน้าท่านก็ยังเหมือนเดิม จะกู้ที่ไหน มันย้ายไปอยู่ก้นค่อยว่าไปอย่าง” ซีเหยากล่าวแล้วก็ยิ้มย่อง

      จื่อถงสายตาแข็งพลัน เดินเข้าใกล้เผชิญหน้าซีเหยาอย่างจะเอาเรื่อง บอกมาด้วยเสียงแผ่วเบา “รีบทำอะไรสักอย่าง ตอนนี้ข้าทำอะไรไม่ได้นอกจากเป็นห่วงเจ้าอย่างกระวนกระวาย”

       ...ห่วงข้าหรือ คำพูดเจ้ามันร้ายกาจเสียจริง ดึงข้าขึ้นจากภวังค์เนี่ยนะ..  พูดมาแล้วทุกอย่างพลันหายไป ความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก กลายเป็นชื้นจมูกดวงตารื้นด้วยนํ้า รีบสูดหายใจเข้าใหม่ ทำความรู้สึกให้ดีอีกรอบ แล้วตอบอย่างเป็นการเป็นงาน ด้วยเสียงที่เบาให้แค่เขาได้ฟัง “ข้าต้องทำได้ ไม่ได้ต้องพัง จะพังไม่ได้ ข้าจะต้องอยู่ในวัง อยู่ไกลเจ้าไม่ได้อีกแล้ว เพราะเจ้าทำข้านอนไม่หลับเลยจื่อถง”

       นางเอ่ยเท่านั้นก็หันหลังไป ขอแรงย้ายท่านเหลียงติงลี่เข้าสู่ที่พัก ตอนนี้อาการยํ่าแย่ จะรอดทั้งคนป่วยและนางหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่นางทั้งหมด ...ท่านเหลียง ได้โปรดจงแข็งแรง ให้ข้าอยู่ในวังได้ด้วยเถอะ…

       ปล่อยให้จื่อถงยืนอึ้งพลาง เขินพลาง ทำตัวไม่ถูกพลาง ใช้ปลายเท้าเขี่ยพื้นเล่นอย่างขวยเขิน ลำพัง...  

        ...บ้าบอสิเลิกทำเลิกเขิน ผู้ชายบ้าอะไร จะอ่อนโอนตามต่อคำพูดสตรีที่นานๆจะพูดหวานทีกัน!...


อาการเหลียงติงลี่อยู่ขั้นวิกฤติ  ซีเหยาเปิดชีพจรให้ไหลเดินสะดวกแล้ว ดูตอนนี้อย่างไรยังไม่สู้ดีแม้แต่น้อย ประคบประหงมอยู่ทั้งคืนไม่มีสิ่งใดดีขึ้น หัวใจพลอยจะล้มเหลวอยู่เป็นระยะ

      ในคํ่าคืนที่ต้องใช้เวลาเคี่ยวกรำร่างกายให้ดียิ่งขึ้นซีเหยาขอร้องหยางสือ ให้มาดูอาการช่วย  ศิษย์พี่ให้ความร่วมเป็นอย่างดี แม้จะดูเคอะเขินไปบ้าง ไม่เคยเห็นซีเหยาแต่งหญิงมาก่อน ความเงียบสงบซีเหยาเกิดขึ้นกึ่งหนึ่ง ปกติซีเหยาจะเข้ามาพูดคุยยกแขนก่ายพาดคอ บัดนี้ทำไม่ได้แล้ว ยิ่งทำหยางสือยิ่งอาย

      หมอหลวงอย่างเหลียงติงลี่สลบไป กว่าจะฟื้นได้ก็ใช้เวลาหลายวัน ทางฮูหยินเหลียงไม่อาจสบายใจเดินวนเวียนไปมาหน้าห้องเหลียงติงลี่อยู่ค่อนวัน ซีเหยาเห็นใจ ไม่อยากให้นางทำอย่างนั้นหวั่นจะมีแผลที่เท้า ทว่านางไม่ยินดีต่อซีเหยาชี้หน้าต่อว่าเป็นหมอหญิงร้อยเล่ห์ กล้ามารักษาสามีนาง แต่สุดท้ายก็ไม่เห็นว่าจะขึ้นแต่อย่างใด ชี้หน้าต่อว่าสารพัดคำ หากแต่ตอนนี้ซีเหยาห่วงใจตนไม่ จะด่าว่าก็ปล่อยให้เถอะ นางจะรับคำไว้แล้วรักษาต่อไป ไม่อาจปล่อยให้คนตายต่อหน้า ไม่อยากมาฝังใจอีกแล้ว ซีเหยาเองก็กลัว  กลัวความตายถึงได้อยากเป็นหมอเพื่อชีวิตคนกระนั้นแล้วต่อให้สาดเสียเทเสีย เจ็บต่อคำด่าเท่าใด ก็ไม่อาจถอยต่อสรรพสิ่งรอบข้างของนางที่คาดไว้ จะมาล้มมาพังเพราะชีวิตไม่ได้ หากท่านเหลียงจะตาย เช่นนั้นให้นางตายตาม

       ไม่พอจะมาวางใจ แต่หัวใจท่านเหลียงติงลี่ไม่ล่มลงอีกก็ถือว่าวิเศษแล้ว ซีเหยานอนไม่หลับ และไม่ควรมาหลับ นึกถึง อาจารย์อี้เทาต่อว่านางด้วยสายต่อและศีรษะส่ายไปมาเบา ๆ เมื่อกลางวัน เหล่าชายหนุ่มเข้ามาสอบต่างดุว่านางนินทาราวกับสตรี นินทากัน

       ในตอนนั้นผู้เข้าสอบกลุ่มหนึ่งดูซีเหยาทุลักทุเลช่วยเหลียงติงลี่ พ่นคำหนึ่งมาไม่เกรงสถานที่ “เป็นแค่คนเข้าสอบ อวดดีก็อย่างนี้แหละ เป็นแค่ผู้หญิงแท้ๆ”

      ฉับพลันรังสีอำมหิตสายหนึ่งก็แผ่ปกคลุมรอบด้าน สายตาคนข้างพระวรกายจ้าวสุนราวกับกำลังอยากจะฉีกเนื้อคนตรงหน้าให้ไม่เหลือซาก กล่าวคำเย็นยะเยือก “แล้วเจ้าเห็นผู้ชายอวดดีนินทาผู้หญิงต่อหน้าข้าหรือไม่ มันเป็นแค่คนตํ่าต้อยแท้ๆ ยังกล้ายกหางตัวเองว่าเหนือกว่าสตรี”

     จบประโยคของอ๋องจื่อ

    พวกมันหน้าซีดเผือด ตาไม่แลมองกันอีก มันรีบประสานมือคำนับ กล่าวขออภัยแล้วแยกย้ายทางใครทางมัน

       ซีเหยานึกถึงจื่อถงปกป้องนางจากเหล่าชายปากพล่อยพวกนั้น ถึงตอนนี้ใจยังตื้นตันไม่หาย

       แหงนมองท้องฟ้าก็ใคร่คิดว่า ...นี่แค่เริ่มต้นกับปากคนวาจาถือดี ต่อว่าต่อหน้าและลับหลัง มิใช่สถานที่อภิรมย์เท่าใด แต่ก็มิใช่จะเลวร้ายทั้งหมด…  โยนความคิดทิ้งแล้วมาดูหม้อต้มยา จัดมาหลายเทียบเพื่อประคองชีวิตคน เหลือแต่ต้องเคี่ยวคนไปเรื่อย สูตรเฉพาะของนางที่จางเชียนหยวนสอนให้แต่เพียงผู้เดียว คล้ายยาวิเศษถูกถ่ายทอดรุ่นสู่รุ่น กำชับนักหนาว่าอย่าบอกผู้ใดเป็นอันขาด นางจึงอาสาเคี่ยวยาเอง

       ปลงหม้อยาเสร็จ กะจะหยิบชามมารินไว้ หมุนตัวกลับไปก็พบร่างสีขาวยืดคอดูหม้อยาอย่างใคร่รู้ ดูแววตามีอาการผวา ริมฝีปากบิดเบี้ยวเล็กน้อย ซีเหยาขมวดคิ้ว เบี่ยงตัวขยับจากคนยืนขวางทาง สายตาจื่อถงเหลียวตามนางไม่ให้คลาด เดินตามตรวจดูทุกการกระทำ แต่จะเดินไปหยิบจับอะไรเขากลับยืนเก้งก้างคล้ายก่อกวน สีหน้าสดใสจื่อถงนี่มันยั่วโทสะนัก!

       ...ยานั่นน่าผวายิ่ง!…

       ...เอ๊ะ! จะเอาชามหรือให้เหลียงติงลี่กินหรือ? จะตายหรือจะฟื้นกัน? ให้ทายหากฟื้นขึ้นมาต้องกินที่เหยาเอ๋อร์ต้ม ต้องอยากตายให้จบ ๆ แน่….

        จื่อถงเดินตามอีก ..ตามอีก  และใคร่รู้ เห็นนางหยิบยานั่นนี่ใส่ลงหม้อแล้วยกขึ้นเตา ปัดมือแล้วปิดฝา

        ...ปิดฝาแล้ว ส่วนผสมพวกนั้นมีอะไรบ้าง มันจะอร่อยหรือ?...

       พอจะหันมากลับชนเข้าร่างจื่อถงจังงัง จวนจะเซล้มทับเตาไฟ ดียังคว้าไว้ทันมิเช่นนั้น ได้ย่างหมอหญิงแทนยา

       “นี่จื่อถง ว่างมากรึไร"

         "ไม่ว่าง ดูเจ้าอยู่" ยิ้มกระหยิ่ม

        "ก็ไปดูแลท่านจินอิ๋งสิ อยู่ที่ทำไม”  นางผลักออกห่างรวดเร็ว รีบรักษาระยะห่าง

       “แล้วทำไมข้าต้องไปดูแลนาง” สงสัยอยู่ครู่หนึ่ง มาคิดได้ว่ามีคำเล่าลือเชิงนินทามากกว่า จื่อถงชะงักไป ดึงความคิดตนเองกลับคืนดึงแขนซีเหยาไปอีกทางในมุมอับสายตา ยื้อยุดไปมาแต่ก็พามายังที่ลับได้ ร่างหมอหญิงจะก้าวเท้าปลิวหนี จื่ออ๋องใช้วิธีเผด็จการรั้งนางไว้ สองแขนก่ายผ่านไหล่บางจากด้านหลัง เอ่ยบอกข้างใบหู มีกลิ่นยาอ่อน ๆ หอมและปลอดโปร่งสมองยิ่งนัก  “ก้าวออกไปอีกข้าจะตามเจ้าด้วยสภาพนี้”

       ซีเหยาปรับลมหายใจใหม่ ถึงขนาดนี้ยังจะมาตื่นเต้นอะไรอีก แต่เหยาเอ๋อร์ไม่ชิน.. มีทั้งความรู้สึกไม่พอใจและคันหัวใจประกอบร่วม ทำอะไรไม่ถูกได้แต่นิ่งงันให้จื่อถงใช้อกกว้างพิงหลังเล็กของตนไว้  “............”

       “เมื่อครู่ บอกข้าอย่างนั้น อย่าบอกนะ ว่าฟังปากชาวบ้านมา”

        “ไม่ได้อยากฟังแต่มันเข้าหู แต่มันก็เป็นจริงอย่างที่ชาวบ้านบอก ท่านจินอิ๋งคู่..”   ซีเหยาถูกระงับวาจาไว้ ฝ่ามือเรียวยาวปิดทาบทับริมฝีปากนาง เขารู้ว่านางจะว่าอะไร ‘คู่ควร’ ลมหายใจจื่อถงเข้าออกสมํ่าเสมออยู่ข้างสัมผัสจุดได้ยิน ไม่มีอาการลนลาน แต่กลับสงบเงียบ

       “ไม่…  ผิดแล้ว ข้าไม่ต้องการคำว่าคู่ควรหรือไม่คู่ควร ข้าไม่ต้องการนาง เจ้านอนไม่หลับหรือ” จื่อถงจุมพิตลงต้นคออย่างแผ่วเบา “ข้าทำให้เจ้าไม่สบาย แต่ที่ทำเพราะหาตัวคนวางยา ที่ข้าปรึกษาเจ้าคราวก่อน คราวนี้จะหาตัวคนร้ายที่ทำเหลียงติงลี่ เจ้าต้องดูแลตัวเองรู้ไหม”

        ซีเหยาพยักหน้ารับ หลับตาพริ้ม ได้รับสัมผัสถูกโลมไล้อย่างนี้  เหมือนกับจื่อถงวางพิษใส่นางครั้งแล้วครั้งเล่า ...คำพูดเจ้ามันกระโดดเหมือนกบ... 

     “เจ้าเหมือนกับดอกยี่โถเลย” ซีเหยาหมุนตัวขึ้นมองใบหน้างดงามนั้น ร่างสีขาวมักปลิวล่องลอยรอบตัว หัวคิ้วจื่อถงกระตุกเล็กน้อย นางยกมือบีบแก้มจื่อถงทั้งสองข้าง พลางบี้เล่น  “ดอกยี่โถ่สวยงาม แต่พิษร้าย ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งอันตราย หากได้หลงความสวยของตัวตน จะพิษเท่าใดก็ลืมหมด คุณสมบัติสามารถไล่หนูและแมลงได้เหมือนที่เจ้าทำให้ข้าเมื่อตอนกลางวันเลย” นางหัวเราะฮิฮะ กลับไม่สนใจว่าจื่อถงหน้ามุ่ย “เหมาะสมจะเป็นดอกยี่โถ”

     “หาว่าข้าเป็นดอกไม้หรือ ได้” อ๋องจื่อยิ้มกริ่ม บีบแก้มนางบ้างทำเหมือนกันแล้วเหยียดยิ้มมีประกายกล่าวว่า “มาชิมดูสิว่ามีพิษหรือไม่”

      ริมฝีปากซีเหยาถูกปิดฉับพลัน ปลายลิ้นจื่ออ๋องละเลียดริมฝีปากนาง ความหมายที่นอนไม่หลับคือคิดถึง ถ้าเช่นนั้นจื่อถงจะดูดดึงเอาความคิดถึง สิ่งที่ซีเหยาไม่สบายใจออกมาทั้งหมด ให้ได้ผ่อนคลายตัวลง จากหงุดหงิดหลงเหลือแต่อาการคันหัวใจ

       เสียงดังโครมครามดังมาจากด้านในห้องหมอหลวงเหลียงติงลี่ เสียงหยางสือแผดร้อง ขอไว้ชีวิต ได้ยินเสียงสื่อความหมายไม่ดี ทั้งสองผละออกจากกันปราดตัวเข้าไปยังห้องนั้น มีชายหนึ่งคนสวมชุดดำผ้าดำตัวผอมเล็กปราดเปรียว มันใช้ดาบฟันหยางสือไปหนึ่งแผลที่ต้นแขน

       จื่อถงเข้ามา ไม่นานฮูหยินเหลียงพร้อมคนใช้ก็ยืนที่หน้าประตู นางเป็นลมลงที่ตรงนั้น เมื่อเห็นคนร้ายกำลังใช้ผ้าอุดปากเหลียงติงลี่จนร่างชายแก่ที่อาการกำลังดีขึ้นตระตุกหงึก ๆ คล้ายลมหายใจจะสิ้นลง

       “ปล่อยคนไข้ข้านะ!”  ซีเหยาพุ่งตัวจะเข้าไปขวาง มันกลับหยิบดาบมาจ่อคอนางพลัน จื่อถงรีบดึงนางถอยออกก่อนจะโดนของมีคมด้ามยาวเข้า

        “บุกมาถึงนี่ กล้าดีเสียจริง” จื่อถงกล่าวขึงขัง

         หมอหญิงไม่ใส่ใจถึงคนร้ายตรงหน้า ปรี่เข้าหาเหลียงติงลี่ เร่งฝังเข็มหยิบอุปกรณ์ผายปอด ใบหน้าซีดเหงื่อแตกพลั่ก “ศิษย์พี่ ช่วยหยิบยาผงในกล่องให้ทีเร็วเข้า!”

      ระหว่างช่วยเหลือคนอาการยํ่าแย่ จื่อถงรีบตามคนร้ายที่หนีออกมาจนถึงด้านนอก มันเอ่ยมา “คิดไม่ถึง ว่าท่านอ๋องจะอยู่ที่นั่น ข้าน้อยคงหนีมิได้แล้ว”

       “........” จื่ออ๋องเงียบ ไม่ต่อคำใดกับมัน เพ่งพินิศอึดหนึ่ง “ท่านเหลียงเป็นหมอที่ดีมีคุณธรรม ให้ข้าเดา เขาคงขัดใจเจ้าสักอย่างเพื่อความถูกต้อง”

       คนร้ายส่งเสียง “หึ” ง้างดาบเตรียมป้องกันตัว แล้วค่อย ๆ ก้าวถอยหนึ่งก้าว พลันก็หมุนตัววิ่งหนี

        ด้ามพัดปลิวออกจากมือ สะบัดออกด้วยความแรงใส่เท้ามันจนล้มตึง พอร่างสีขาวเข้าใกล้ มันที่ล้มควํ่าหน้าก็พลิกตัวกลับมาตวัดดาบฉับ! มันใช้โอกาสนั้นตั้งตัวลุกขึ้น จื่อถงเตะเข้าที่ปลายคางมันไปหนึ่งที ตัวเซถลาถอยแทบยืนไม่อยู่ อ๋องน้อยเห็นว่ามันมีดาบยาว จะใช้พัดก็อันตรายกับแขน จึงรื้อโครงแขวนโคมลงมาฟาดมัน ตัวคนร้ายหลบจังหวะไม้ตีข้างขามันอย่างลำบาก เสียงดังวืดผ่านอากาศปะทะพื้น “เซี๊ยะ ๆ ๆ ๆ !”  

   สู้กันอยู่ระยะหนึ่ง ท่วงท่าปราดเปรียวคล่องแคล่วประมือกันไม่มีออมแรง บนถนนสายเงียบผู้คนมิกล้าเชิดหน้าออกมาดู ครั้นมันใช้คมดาบตันบั่นท่อนไม้จนสั้น จื่อถงขมวดคิ้วทิ้งไม่ลงอย่างไม่ชอบใจ

        “กับเจ้าที่ใช้ดาบข้าก็เสียเปรียบสิ วางดาบลงเลย” อ๋องจื่อชี้นิ้วสั่งให้มันวางลงพื้น

       แต่การนี้มันนับว่าได้ใจ เห็นว่าอ๋องจื่อเปิดช่องโหว่ พุ่งดาบเข้าหาจื่อถงไวว่อง วูบหนี่งรอยยิ้มมีชัยชนะของอ๋องน้อยผุดเมื่อมันเข้าใกล้ตัวสำเร็จ ร่างสีขาวเบนตัวเล็กน้อย ใช้ดรรชนีพญาเหยี่ยวจิกใส่จุด จงตันเถียร กระทั้นด้วยหมัดรุนแรงรอบสอง มีดบินใบหนึ่งปลิวมาแหวกกลางระหว่างสองคน ทำให้จื่อถงส่งแรงได้แค่ครึ่ง ร่างคนร้ายเซถอยร่น กระอักเลือดหนึ่งคำใหญ่เต็มพื้น มันเหลียวขึ้นมองจื่ออ๋องอย่างเจ็บใจ กระนั้นเห็นมีดบินมาสกัดทัน มันก็หันหลังจะหนี อ๋องจื่อจะตาม กลับถูกหยุดจนมุมมืดส่งมีดบินมาหมายจะปักร่าง ชายผ้าจื่อสะบัดพลัน ตวัดมีดบินกระเด็น

        มันทิ้งร่องรอยไว้เท่านั้นจะตามต่อก็ไร้ทิศที่มันไป ได้แต่มองดูชายผ้าตนเองขาดจากคมมีด แล้วบ่น “ปักร่างข้าคงได้ข้าเหมือนผ้า บ้าเอ้ย! ให้ใครเย็บให้กัน เฮอะ! คิดหรือว่าซีเหยาจะมาเห็นผ้าข้าเป็นแผล”

        ในหม้อยาเหลือเพียงหกชาม จนกว่าเหลียงติงลี่จะมีสุขภาพกลับมาดี ต้องดื่มยาทั้งหมดสิบสองชาม ค่อยๆป้อนทีละน้อยเพราะคนยังมิได้สติพอ กว่าจะชิงเอาลมหายใจท่านเหลียงกลับมาจากมัจจุราชได้ นางเหนื่อยหอบแทบจะล้มตามกัน แผลที่แขนหวังหยางสือนางจัดการเย็บให้แล้ว ฮูหยินก็เป็นลมหลายรอบ กังวลเรื่องสามีไม่หลับไม่นอนจนกระทั่งมีไข้ ตอนนี้ซีเหยาดูถึงสามคนในเวลาเดียวกัน ยังดีที่หยางสือยังไม่เป็นอะไรมาก จึงช่วยนางกระตุ้นชีพจรให้เหลียงติงลี่ได้

       นางยืนกำหมัดกำมือแน่นจนสั่น กัดฟันอย่างเจ็บใจและคิดไม่ตก ยาที่ใช้เป็นส่วนผสม ตัวสำคัญที่อยู่ข้างโต๊ะในห้องคนป่วยมันหายไป เหลือเศษซากจากห่อยาพอจับทางได้ คนร้ายคนนั้นเอาไป รากไม้สมุนไพรแห้งมีเหลือหนึ่งชิ้นไม่พอต้ม ตอนนี้หาที่ใดไม่ได้แล้ว นางเอามาหมดแล้วทุกที่

       “ยาสำคัญหายไปข้าต้องไปหา”

       “จะบ้าหรือ สมุนไพรชนิดนี้มันเกิดในป่ารกชื้น ที่นั่นมีแต่อันตรายสัตว์เลื้อยคลานเพียบ” หยางสือพยายามปราม แต่ด้วยชัวิตคนบนเตียงสำคัญต่อวังหลวง เล่นวางยางยี่โถ ไม่พอมาลอบฆ่าแล้วเอายาไป หมายความว่าอยากให้ท่านเหลียงตายจริงโดยไม่มีแม้แต่โอกาสฟื้น เพื่อมาพูดอะไรสักอย่าง เช่นนั้นจะรออะไร

       นางชั่งใจดีแล้ว พายตะกร้าสานไว้ด้านหลังสั่งหยางสือที่ยังไม่ยินยอมว่า “ยาในหม้อกินได้อีกสองวัน หากข้าไม่ได้ยามาต้องแย่ หม้อนี้ลดไข้ฮูหยิน ฝากท่านด้วย ข้าจะรีบกลับมา”

        ซีเหยาเข้าป่าไปก่อนจื่อถงจะกลับมา ก็พบว่านางไปที่ที่อันตรายยิ่ง ครั้นจะตามไป มีข้อความสำคัญจากจักรพรรดิให้สืบหาเรื่องของท่านเหลียงให้แน่ชัดส่งโดยองครักษ์ ขัดคำมิได้ ตามก็มิได้ ...ปัดโถ่เอ้ย!..

      ร่างต้วนอี้ปลิวเข้าไปในสวนพฤกษานานาพันธ์ ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมวัง เมื่อเล่าเรื่องซีเหยาก่อนนั้นให้ฟัง นางกริ้วเล็กน้อย แต่จัดการถัดมาอีกเป็นบ่อเกิดหายนะจริงอยู่ แต่ปล่อยมิได้จึงสั่งการรีบเร่ง ต้วนอี้พูดอย่างเร่งรีบหลังจากถูกสั่งให้ฆ่าเหลียงติงลี่ “กระทำการครั้งนี้ผลไม่ดีเท่าที่ควร หมอหญิงไม่เพียงไม่บาดเจ็บ เหลียงติงลี่ไม่ตาย ยังมีจ้าวจื่อถงขัดขวาง เช่นนั้นแล้ว”

        “พูดช้าๆท่านโจว ยาก็ได้มาจะกลัวว่ามันจะฟื้นไปไย” เสียงอิสตรีงามลํ้ากล่าวมาอย่างเรียบเฉื่อย

       “ไม่เท่านั้น หมอหญิงผู้นั้นรู้จักที่อยู่ยาที่เอามา นางหาได้ง่ายดาย จึงเข้าป่ารกชื้นเพื่อไปเอามาแทนส่วนที่หายไป” โจวต้วนอี้ตอบหนักแน่น

      “นางไปกับใคร”

       “ทูลไทเฮา ไปคนเดียวพะย่ะค่ะ”

       นางเหลียวมาทอดดูชมต้วนอี้วูบหนึ่ง แย้มสรวลบางๆ “เช่นนั้นก็จัดการเสีย จางซีเหยาผู้นั้นคือขวากหนามและมีพิษต่อข้ายิ่ง ให้นางตายในป่านั่นอย่าได้กลับมา”

      “กระหม่อมรับบัญชา”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"“จื่อถง! จับตรงไหนของเจ้าเอามือออกนะ โอ้ยเล่นบ้าอะไร ตรงนั้นอย่า ปล่อยข้า กล้าอีกอย่าหาว่าไม่เตือน” แลเห็นว่านางโกรธจัด ยามมองเห็นสีทาปากตนเองติดบนปากจื่อถงแล้วน่าอายนัก นางพยายามใช้หลังมือเช็ดปากตัวเอง ลบล้างรอยจูบเมื่อครู่ให้ออก แต่กลับถูกจูบใหม่ ใช้มือกระทำการอุกอาจ"

ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha