แรงแค้นบ่วงเสน่หา

โดย: รมย์ธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : หนูตกถังข้าวสาร


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ธยานีมองดูชายหนุ่มร่างสูงรูปงามหน้าตาคมเข้ม กำลังมองมาที่เธอด้วยสายตาอาฆาต หล่อนพอจำได้ว่าภาคภูมิมีลูกชายอายุมากกว่าตนสองสามปี ตอนนั้นเขาและเธอเคยพบหน้ากันบ้างแต่ก็ไม่ถึงกับสนิทสนม เพราะมันเป็นช่วงหัวเลี้ยงหัวต่อ

จำได้ลางๆว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่ภรรยาของภาคภูมิทิ้งไปกับชายอื่น ถึงได้เป็นสิ่งหนึ่งที่กระตุ้นให้ภาคภูมิกระทำการเลวร้ายเพื่อดึงภรรยากลับมา แม้จะไม่ได้ผลก็ตามแต่ก็ไม่ได้ถอนตัวกลับมาเป็นคนดีอีก

“กลับมาแล้วเหรอภีม พ่อนึกว่าจะค้างกับหนูเกด” ผู้เป็นพ่อกล่าวทักทายลูกชายทันที เมื่อเห็นว่าร่างสูงที่เดินเข้ามาแล้วก็ทำท่าจะเดินเลยไปเหมือนไม่สนใจว่ามีใครยืนอยู่

“พ่อก็เลยเอาอีตัวเข้าบ้านตอนที่ผมไม่อยู่เหรอครับ” ภีมเดชหยุดหันกายกลับมามองพร้อมถอดแว่นตา สบสายตากับบิดาตรงๆแสดงออกถึงความไม่พอใจ แล้วหันไปมองหญิงสาวร่างเล็กๆที่ยืนข้างกายผู้เป็นพ่อของตัวเองอย่างไม่สบ

อารมณ์

หน้าตาก็สะสวย น่าจะหาแฟนรุ่นราวคราวเดียวกันได้ไม่ยาก ท่าทางก็เรียบร้อยเหมือนจะนิสัยดีไม่มีพิษไม่มีภัยแต่ที่ไหนได้ ทำตัวเป็นหนูตกถังข้าวสาร ชายหนุ่มคิดอย่างดูแคลน

“นี่ แกเรียกเขาดีๆหน่อย อย่างน้อยเขาก็จะมาเป็นนายหญิงของบ้านนี้นะ” ภาคภูมิทำน้ำเสียงตำหนิใส่ลูกชาย ที่เอ่ยเรียกว่าที่ภรรยาของตนเองเสียๆหายๆ

แต่ภีมเดชก็ทำลอยหน้าลอยตาเหมือนไม่สนใจวาจาของบิดา

“ไม่เป็นไรค่ะท่าน เป็นธรรมดาที่คุณภีมจะไม่พอใจที่ต้องมีแม่เลี้ยงอายุน้อยกว่า” หญิงสาวหันไปยิ้มอ่อนโยนให้สองพ่อลูกที่ดูเหมือนกำลังมีปากเสียงกัน

“ขอโทษทีนะหนูปราง” ชายสูงวัยหันมากล่าวน้ำเสียงอ่อนโยน แล้วพยายามใจเย็นกับลูกชาย ที่ยังยอมรับการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้ “ยังไงแกก็มาทำความรู้จักกับปรางเสียหน่อยสิ”

“แต่ผมไม่ยินดีที่จะต้องรู้จักผู้หญิงคนนี้” ชายหนุ่มตอบทันควัน ทำสายตาเย็นชามองอีตัวของผู้เป็นพ่ออย่างไม่ให้เกียรติ

“ธยานีค่ะ เรียกปรางเฉยๆก็ได้นะคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” หญิงสาวยิ้มสู้ อย่างน้อยๆตอนนี้หล่อนก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย เมื่อลูกชายของภาคภูมิเกลียดตน เรื่องชู้สาวก็คงไม่มีทางจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เมื่อหล่อนกล่าวจบภีมเดชก็หันกายกลับไปอย่างไม่ตอบรับคำแนะนำตัว

“เอานี่ ฉันหิวแล้วจะยืนตอนรับกันอีกนานไหม รึรอปูพรมแดง ใครมีหน้าที่ทำกับข้าวไม่ไปทำกันเหรอ หิวแล้วนะโว้ย” พร้อมเอ่ยวาจาวางตัวใหญ่โตต่อว่าคนรับใช้ที่ยืนรอรับคุณนายไม่เลิกทำเอาเหล่าแม่บ้านสะดุ้งกับน้ำเสียงดุดันของคุณชาย พากันก้มหน้าก้มตากลับไปทำงานของตัวเองทันที

“ไม่ไหวเลยลูกคนนี้ พาลเป็นเด็กๆ ผมขอโทษด้วยนะปราง ปกติเขาสุภาพกว่านี้มาก” ชายสูงวัยส่ายหน้ากับกิริยาของลูกชายอย่างเหนื่อยใจ กับอาการต่อต้านภรรยาวัยใสของเขา

“ไม่เป็นไรค่ะ ปรางเข้าใจดี” ธยานีกล่าวราวกับเป็นคนจิตใจดีไม่ถือสา ยิ้มหวานหว่านเสน่ห์ให้กับชายชราอย่างเอาอกเอาใจ

“เดี๋ยวผมให้คนขนของขึ้นไปไว้บนห้องผมเลยนะ” ภาคภูมิกล่าวพร้อมพยักหน้าให้กับลูกน้องที่รอขนของขึ้นห้องให้

“ไหนว่า...” ธยานีใจหายวาบ นึกว่าหล่อนจะมีเวลาเตรียมตัวเตรียมแผนการมากกว่านี้เสียอีก กลับต้องอยู่ร่วมห้องกับเขาเลยหรือนี่

“แต่ปรางจะนอนแยกห้องก่อนผมก็เข้าใจ ยังไงพรุ่งนี้วันวิวาห์เราก็ต้องได้

นอนห้องเดียวกัน แค่คืนเดียวผมอดทนได้” แล้วชายสูงวัยก็พูดอย่างให้เกียรติ เพราะเป็นข้อตกลงก่อนจะรับปากแต่งงาน ว่าเธอจะยอมร่วมหอหลังคืนวันวิวาห์เท่านั้น

“ค่ะ ขอบคุณนะคะที่ยังให้เกียรติปราง ยังไงเรื่องการเข้าหอท่านก็ต้องห่วงสุขภาพตัวเองไว้ก่อน ไม่ไหวปรางก็ไม่ยอมให้เข้าหอนะคะ” หญิงสาวพยักหน้าเบาๆ เอื้อมมือมาแตะที่อกกว้างของชายสูงวัยอย่างเอาใจ ก็เพราะสัมผัสแผ่วเบาจากมือนุ่มของหญิงสาวนี่แหล่ะทำให้ผู้ชายใจอ่อน หล่อนรู้ดี

“ผมไม่กลัวหรอก ก็มีเมียเป็นพยาบาลทั้งคนนี่นา” ภาคภูมิรู้สึกเหมือนเป็นหนุ่มขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โอบกอดว่าที่ภรรยารุ่นลูกด้วยความหลงใหล

“ค่ะ แต่ถ้าไม่ดูแลตัวเองและระวัง ก็ไม่มีประโยชน์นะคะ” หญิงสาวทำหน้าย่นใส่ ช้อนสายตาเย้ายวนเอาอกเอาใจคนแก่

“เข้าบ้านกันเถอะ” ชายสูงวัยโอบประคองหญิงสาวเข้าบ้าน โดยมีสายตาของลูกชายจ้องมองอยู่อย่างไม่พอใจ ไม่ว่าจะกิริยาท่าทางของธยานี ดูยังไงก็เจนจัดไม่รู้ว่าอ่อยผู้ชายสำเร็จมาแล้วกี่คน คงจะช่ำชองทำนองรักถึงได้ทำให้พ่อตนเองหลงใหลได้ขนาดนี้

ยิ่งมองภีมเดชก็ยิ่งหัวเสีย รู้สึกรังเกียจทุกกิริยาของเธอ แม้แต่จะหายใจ

ร่วมบ้านยังไม่อยากจะร่วมด้วย นี่ถ้าไม่ติดว่าห่วงบิดาตนก็คงหนีไปอยู่กับการะเกดเหมือนทุกครั้ง แต่นี่จะให้ทิ้งไปก็หวั่นจะเกิดอะไรไม่ดีขึ้น อย่างน้อยถ้าหล่อนลอบเอายาพิษให้บิดากินเขาก็ยังอยู่ช่วยเหลือได้ทันชายหนุ่มคิดเตลิดไปไกล มองดูสองร่างกอดประคองเข้าห้องไปอย่างชิงชัง

            หลังจากที่หญิงสาวพาชายสูงวัยส่งไปห้องพัก แม่บ้านก็นำข้าวต้มมาเสิร์ฟให้ที่ห้อง เธอจัดแจงป้อนอาหารให้กับชายสูงวัยทันที แล้วจัดยาชุดหนึ่งมาให้เขาดื่ม “เอ๊ะ วันนี้มียาเพิ่มเหรอ” ภาคภูมิละเอียดพอที่จะรู้ว่าจำนวนยาของตัวเองมีมากน้อยแค่ไหนก็เอ่ยทัก

“ค่ะ เป็นยาบำรุงอีกตัว คุณหมอคงรู้ว่าท่านกำลังจะเข้าหอ” ธยานีตีหน้าเฉยตอบ ยิ้มให้บางๆสายตาอ่อนโยนไม่แสดงพิรุธแต่อย่างใด

“แหมๆๆ รู้ใจจริงๆ” ชายสูงวัยหัวเราะร่วนท่าทางมีความสุข ยกยาจากแก้วเข้าปากอย่างเต็มใจ ดื่มน้ำตามจนหมดแก้วท่าทางกระชุ่มกระชวย

“จะให้เข้าหอคืนนี้เลยก็ยังไหวนะ” เขากล่าวอย่างนึกสนุก เอื้อมมือหนาลูบต้นแขนหญิงสาวอย่างแสดงความปรารถนาที่อัดอั้นภายใน

“ใจเย็นๆสิคะ” ธยานียิ้มบางๆปฏิเสธอย่างสุภาพ ทั้งที่ภายในใจของเธอรู้สึกขยะแขยงมือหนาที่แตะเนื้อต้องตัวเธอไม่น้อยเลยทีเดียว

“นานแล้วที่ไม่ได้รู้สึกแบบนี้ ตั้งแต่แม่ของเจ้าภีมจากไป” ชายหนุ่มกล่าวอย่างตัดพ้อ เขายังจำวันวานของภรรยาสุดที่รักได้ แม้หล่อนจะทอดทิ้งตนและลูกไปเพราะความรวยที่ชายอีกคนมีให้มากกว่า แต่เขาก็ยังจำวันวานที่ยังรักมั่นได้เป็นอย่างดี และเพิ่งจะมีเธอคนนี้ที่ทำให้หัวใจของเขากลับมามีความรู้สึกขึ้นมาได้บ้าง

“เก็บเธอคนนั้นไว้ในความทรงจำที่ดีนะคะ แล้วสร้างปัจจุบันกับปราง” หญิงสาวหยอดคำหวานเหมือนใจกว้างไม่ถือสาความรักครั้งเก่าที่ถูกระลึกถึง

“ฉันชอบเธอก็ตรงนี้แหล่ะ” ภาคภูมิพยักหน้าอย่างพอใจ มองดูกี่ครั้งก็รู้สึกเอ็นดูหลงใหลในตัวเธอคนนี้อย่างไม่มีเหตุผล

“พักผ่อนนะคะ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า” หญิงสาวกล่าวก่อนจะถือจานข้าวต้มออกไปจากห้อง ทิ้งให้ชายสูงวัยที่เริ่มอยู่ในอาการสะลืมสะลือเพราะยานอนหลับที่ให้กินไปเพิ่งออกฤทธิ์

“รอแทบไม่ไหวแล้ว” ชายสูงวัยไม่รู้ว่าตัวเองถูกวางยา แต่ก็ค่อยๆ รู้สึกว่าหนังตาหนักอึ้งและมึนงง จากนั้นก็หลับไปในที่สุด

ธยานีเห็นภาพนั้นแล้วก็ยิ้มบางๆเหมือนสะใจ อย่าหวังจะได้ฟันเธอง่ายๆเลยคนชั่ว หล่อนคิด

“ออกมาจากห้องก็ยิ้มแบบนี้ เก็บอาการระรื่นของเธอเอาไว้หน่อยเถอะ ฉัน

มองก็เห็นไส้เห็นพุงเธอหมดแล้ว ยัยผู้หญิงชั่ว” ชายหนุ่มกล่าวอย่างเปิดเผยความคิดของตัวเอง เขาเป็นคนที่ไม่ชอบการคดโกง คนอยากรวยทางลัดโดยที่ไม่ทำงานอย่างที่สุด

และโดยเฉพาะผู้หญิงอย่างเธอ ผู้หญิงอย่างแม่ของตนเอง ที่หวังแต่จะร่ำรวยไม่สนใจลูกเต้าทอดทิ้งตนไปหาชายคนใหม่ที่รวยกว่า ซึ่งตอนนี้พ่อของตนเองก็ยังไม่มีเงินทองอะไรมากมายนัก เป็นแค่ลูกน้องธรรมดา แต่เมื่อมารดาจากไปก็ทำทุกทางเพื่อที่จะรวยขึ้นมาบ้าง แต่หล่อนก็ยังไม่ยอมกลับมา

“คุณภีม...” ธยานีตกใจเล็กน้อยที่เห็นร่างสูงของบุตรชายเจ้าของบ้านทำหน้ายักษ์ยืนรอตนเองอยู่ แล้วพยายามปรับอารมณ์พร้อมรับมือความร้ายกาจที่อาจจะเกิดขึ้น

“คงมีความสุขสินะที่จะได้มานั่งแท่นเป็นคุณนายของบ้านนี้ ก็แค่ในนามเท่านั้นแหละ เพราะฉันไม่มีวันยอมรับเธอ และจะจับตาดูเธอทุกฝีก้าว” ชายหนุ่มจับต้นแขนบางของหญิงสาวแน่น ทั้งที่รู้สึกรังเกียจแต่ก็อยากจะข่มขู่ให้เธอได้รู้ตัว

“คุณภีมพูดอะไรคะ ปรางไม่เข้าใจ ปรางก็แค่เห็นใจท่านที่เหงา โดดเดียว ท่านเมตตาปรางมากปรางเลยอยากตอบแทน” หญิงสาวทำพูดดีใส่ พยายามเก็บอารมณ์ไม่พอใจเอาไว้ในอก แอบกลัวและกังวลนิดๆว่าแผนการของตัวเองจะแตก

เพราะคนๆนี้

“ตอบแทนแบบหวังผลล่ะสิ” ชายหนุ่มกล่าวออกแรงบีบต้นแขนเธอหนักยิ่งกว่าเดิม แถมยังลืมตัวออกแรงกระชากเสียจนจานในถาดหล่นลงพื้นแตกกระจายเสียงดังก้องไปทั่วบ้าน

“นี่คุณฉันเจ็บนะ” ถึงตอนนี้หญิงสาวเริ่มทนไม่ไหว ชายหนุ่มบีบเธอแรงมากเกินไปยิ่งพยายามสะบัดก็ยิ่งบีบแน่นราวกับคีม

“หึ แค่นี้ยังน้อย คอยดูนะถ้าพ่อฉันเป็นอะไรไป ฉันไม่เอาเธอไว้แน่” ชายหนุ่มกล่าวอย่างข่มขู่ เหมือนหวั่นว่าหญิงสาวจะแอบวางยาให้บิดาค่อยๆตายแล้วตนเองก็ครอบครองสมบัติที่ถูกทิ้งไว้ให้อย่างสุขสบาย

“ถ้าจะเป็นก็คงเพราะสิ่งที่เป็นเวรกรรมมันตามทัน และมาทวงคืน” ธยานีอดทนสงบปากต่อไปไม่ไหว หล่อนมองเขากลับด้วยสายตาชิงชัง

“ปากดีนักนะ เธอน่ะ” ชายหนุ่มถลึงตาใส่ตั้งท่าง้างมือจะตบสั่งสอนให้รู้จักฐานะของตัวเอง ที่มาทำปากกล้าต่อว่าราวกับบิดาของตนเองเป็นคนเลวร้ายที่รอให้นรกสั่งสอน

แต่ก่อนที่มือหนาจะปะทะลงบนใบหน้าของร่างบาง เสียงแก่ๆ ของแจ่มหญิงชราที่เป็นแม่บ้านที่นี่ดังขึ้นท่าทางตกใจ แต่ก็ตกใจยิ่งกว่าเมื่อเห็นภาพที่คุณชายของตนเองกำลังตั้งท่าจะลงไม้ลงมือกับว่าที่นายหญิงของบ้าน “เกิดอะไรขึ้นคะนายหญิง อุ้ย...คุณภีม”

“ไม่มีอะไร นายหญิงของพวกแกซุ่มซ่ามทำจานหล่นเท่านั้นเอง” ชายหนุ่มปล่อยต้นแขนบางของหญิงสาวทันที แล้วหันมาตอบพร้อมเก็บมือล้วงเข้าในกระเป๋าทำลอยหน้าลอยตาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วเดินผิวปากจากไปอย่างอารมณ์ดี

“งั้นป้าจะช่วยเก็บนะคะ” หญิงสูงวัยทำหน้าตาตื่นเดินเข้ามาช่วยว่าที่นายหญิงเก็บจานที่แตกกระจายบนพื้นบ้านทันที

“ขอบคุณค่ะป้า” ธยานีกล่าวพลางตวัดสายตาใส่คนโกหกอย่างแค้นเคือง แล้วก้มลงช่วยแม่บ้านเก็บจานอย่างมีน้ำใจ

“ปกติคุณหนูไม่เกรี้ยวกราดแบบนี้เลยนะคะ” หญิงสูงวัยกล่าวพึมพำ เธอทำงานรับใช้คนบ้านนี้มาหลายปี รู้จักนิสัยแต่ละคนพอสมควร

“ธรรมดาค่ะ พ่อแต่งงานใหม่กับผู้หญิงอายุน้อยกว่าลูกตัวเอง ก็ต้องต่อต้าน” ธยานีกล่าวอย่างเข้าใจ เงยหน้าขึ้นไปมองร่างสูงที่เดินลับสายตาไปแล้ว

“คุณปรางไปพักเถอะค่ะ ทางนี้ป้าจัดการเอง” ป้าแจ่มหันมาจับมือบางของนายหญิงเอาไว้ ดึงเศษจานที่เธอถือเอาไว้ในมือมาถือเสียเองเป็นความหมาย

ว่าไม่ต้องเก็บต่อ

“ขอบคุณนะคะป้า” หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วลุกขึ้นเดินไปยังห้องพักของตัวเอง ดูเหมือนเย็นนี้คงได้กินข้าวในห้องนอน เพราะไม่อยากจะเผชิญหน้ากับภีมเดช

พ่อเลวยังไงลูกก็เลวอย่างนั้น หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะคิดอย่างแค้นเคือง

ในวุ่นรุ่งขึ้น เสียงดนตรีไทยยามเช้าขับกล่อมอย่างรื่นเริง เจ้าของบ้านและผู้อาศัยต่างตื่นขึ้นมาเพื่อเตรียมตัวสำหรับงานวิวาห์ขนาดเล็ก ที่เชิญแขกและญาติสนิทกันมาอย่างพร้อมหน้า ธยานีแต่งตัวด้วยชุดไทยในยามเช้า เพื่อเข้าร่วมการตักบาตรและรับขวัญสำหรับงานแต่งงาน

นวลฉวีเองก็มาในฐานะของญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาว เธอมองดูหลานสาวแต่งตัวด้วยความรู้สึกไม่มีความสุข ทั้งที่วันนี้เป็นวันวิวาห์ที่น่ายินดี แต่เธอกลับรู้สึกเป็นห่วงหลานสาวอย่างบอกไม่ถูก งานวิวาห์ของหลานสาวที่เคยคิดเอาไว้ มันน่าจะมีความสุขไม่ใช่แฝงไปด้วยความโกรธแค้นแบบนี้สิ เธอคิด

หลังจากที่หญิงสาวแต่งหน้าเสร็จ ช่างแต่งหน้าก็ปลีกตัวออกไปเพื่อให้น้าหลานได้มีโอกาสพูดคุยกันก่อนที่จะยุ่งจนไม่มีเวลา ธยานีหันไปเห็นสายตาห่วงหาของน้าสาว ก็ถอนหายใจเดินเข้าไปนั่งเคียงข้างพร้อมกุมมือ “น้านวลคะ อย่าทำ

สายตาแบบนั้นสิ”

“น้าอดไม่ได้ สงสารปรางที่ต้องมาอยู่ในบ้านหลังนี้อีกครั้ง ห้องของตัวเอง แต่เป็นของคนอื่น เหมือนตัวของหลานเอง เหมือนไม่เป็นตัวเองเลย” หญิงวัยกลางคนกล่าวน้ำเสียงสั่น ยิ่งได้มาเห็นห้องนอนที่หลานตัวน้อยๆเคยอาศัยแล้วก็ยิ่งสะท้อนใจตัวเอง

“น้าจะสบายใจขึ้นไหมคะ ถ้าปรางจะบอกว่า ลูกชายเขาเกลียดปรางเข้าไส้ เรื่องที่จะรวบหัวรวบหางเข้าทีมกับพ่อเขาจัดการปรางไม่มีทางแน่นอนค่ะ” หญิงสาวกล่าวให้น้าสาวสบายใจ ตอนนี้เธอโล่งใจพอสมควรถึงความปลอดภัยของตัวเองภายในบ้านหลังนี้

แม้จะได้ยินอย่างนั้นก็ยังไม่อาจจะวางใจ สีหน้าของผู้มีประสบการณ์มองดูหลานสาวอย่างเป็นกังวล การวางใจมากเกินไปอาจจะทำให้เกิดความประมาท

“แล้วพ่อเขาก็ถูกปรางวางยาโดยไม่สังเกตอะไรเลย แบบนี้สบายแน่ๆค่ะ” ธยานีกล่าวต่อเมื่อแผนการเอาตัวรอดในคืนแรกผ่านไปได้ด้วยดี

“แล้วยังไงล่ะ พอเข้าถ้ำเสือได้ จะทำยังไงต่อ” น้าสาวอ่อนใจจะโน้มน้าวให้ยกเลิกแผนการ ได้แต่ถามต่อถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา

“ปรางก็จะหาวิธีทำให้มันล่มจม ทำให้มันล้มละลายเหมือนอย่างที่มันทำกับเรา” สายตาของหญิงสาวแปรเปลี่ยนเป็นดุดันทันที

“ปราง...” นวลฉวีใจคอไม่ดีกับสิ่งที่หลานสาวคิดที่จะทำ ตั้งแต่แรกเริ่มที่รู้ว่าหลานสาวเริ่มวางแผนการ แม้จะรู้มาตลอดพยายามห้ามแต่ก็ไม่เกิดผล

ตอนแรกก็เข้าใจว่าจะแก้แค้นแบบเท่าที่ตัวเองจะมีกำลังทำไหว แต่นี้ถึงกับเอาตัวเข้ามาเสี่ยงเป็นเหยื่อล่อแบบนี้ ยังไงก็เห็นด้วยไม่ลง

“พร้อมรึยังคะเจ้าสาว พระมาแล้วค่ะ” แล้วก่อนที่นวลฉลีจะมีโอกาสพูดอะไรออกไปอีก ช่างแต่งหน้าก็เดินเข้ามาแจ้งข่าว

“ค่ะ” ธยานีลุกขึ้นจากเก้าอี้ ท่าทางของเธอพร้อมที่จะเข้าพิธีแต่งงานนี้เหลือเกิน หญิงสาวหันไปมองหน้าผู้ที่รักดั่งมารดาแล้วยิ้มให้หวานฉ่ำ

“ปรางสวยมากเลยลูก” น้าสาวลุกขึ้นตามแล้วเอ่ยปากชม มองดูหลานสาวในชุดไทยราคาแพงที่ทางฝ่ายชายซื้อให้ในวันวิวาห์

“ขอบคุณมากค่ะน้านวล” หญิงสาวยิ้มหวาน กุมมือเหี่ยวของน้าสาวเอาไว้มั่น

“น้าอยากจะบอกว่า อยากให้แม่หนูได้อยู่แทนที่น้าจริงๆ” หญิงวัยกลางคนกล่าวออกไปจากใจ ในเวลานี้เธอคงต้องพูดลักษณะนี้สินะ เธอคิด

“ไม่ค่ะ ถ้าแม่จะได้อยู่ ก็ต้องเป็นงานวิวาห์ที่มาจากความรักของปรางจริงๆ ไม่ใช่งานวิวาห์จอมปลอมแบบนี้” แต่คนฟังกลับส่ายหน้า หากมารดาของเธอยังอยู่ ชีวิตเธอก็จะไม่เป็นแบบนี้อย่างแน่นอน

คำพูดของธยานีทำเอานวลฉวีอึ้งพูดไม่ออก ได้แต่มองร่างบางของหลานสาวเดินออกไปจากห้องแต่งตัวด้วยความรู้สึกหวั่นใจ

งานพิธีเริ่มแต่เช้าแขกสำคัญมากันอย่างพร้อมหน้า เจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าร่วมตักบาตรและฟังพระสวดมนต์ให้พร ขณะที่ลูกชายของเจ้าของบ้านที่ดูเหมือนจะเพิ่งตื่นนอนลงมาจากชั้นบนด้วยสีหน้าบึ้งตึง เหมือนหัวเสียอะไรบางอย่าง หันไปมองห้องรับรองที่กำลังถูกจัดเป็นพื้นที่ทำพิธีอย่างหงุดหงิด

“พี่ภีม ทำไมลงมาช้าจังคะ” เสียงหวานของการะเกดดังขึ้นทันที เธอเองก็เพิ่งมาถึงงานและกำลังจะขึ้นไปหาชายหนุ่มที่ห้องนอน เพราะเดินหาทั่วงานแล้วไม่พบ

“ไม่ได้อยากจะลงมา แต่รำคาญเสียงพระนอนไม่หลับ” ชายหนุ่มกล่าวน้ำเสียงห้วนๆอย่างไม่พอใจ มองร่างบางของหญิงสาวที่ตอนนี้อยู่ในชุดไทยดูสง่า แต่งแต้มใบหน้าดูเป็นธรรมชาติอยู่ๆก็ใจเต้นแรงขึ้นมา แล้วก็สะบัดหน้าหนีด้วยความหงุดหงิด

“เอาน่าวันนี้วันดีของคุณพ่อพี่ภีม ทำอารมณ์ดีๆไว้นะคะ” แฟนสาวในชุด

กระโปรงสั้นเกาะเกี่ยวควงแขนของชายหนุ่มเอาไว้มั่น พยายามยิ้มพูดจาหวานใส่ให้คนหงุดหงิดอารมณ์ดี

“ก็เพิ่งจะอารมณ์ดีก็ตอนที่เจอหน้าเกดนี่แหละ” ชายหนุ่มรู้สึกถึงความนุ่มหยุ่นที่หญิงสาวบดเบียดมาอย่างจงใจ ก็หันไปยิ้มอ่อนโยนให้คนรักหวานฉ่ำ

“ปากหวานอีกแล้ว งั้นถ้าทำตัวดีๆ เกดจะมีรางวัลให้นะ” หญิงสาวยกสองแขนขึ้นคล้องคอชายหนุ่มทำท่าทางออเซาะออดอ้อนเอาใจ

“ออกไปข้างนอกเถอะพี่หิวแล้ว” ชายหนุ่มพยักหน้าแววตาหวานซึ้ง ตอบกลับ โอบประคองร่างเย้ายวนชวนฝันเดินออกไปจากบ้าน

จังหวะพอดีกับพิธีการเสร็จธยานีกำลังเดินออกมาจากพิธีการพร้อมกับคนอื่นๆ เห็นแววตาอ่อนโยนของชายหนุ่มก็นึกในใจ

ทำหน้าตาแบบนั้นเป็นด้วยเหรอ ทีเมื่อวานยังกับยักษ์ เชอะ คงจะเป็นแฟนกันล่ะสิ น่าหมั่นไส้ หล่อนคิดพร้อมตวัดสายตาใส่คนที่เดินออกไปอย่างไม่รู้ตัว

หลังจากพิธีตักบาตรทำบุญเสร็จ ก็ถึงเวลาของการรดน้ำผูกข้อไม้ข้อมือ แขกมากมายร่วมแสดงความยินดี แม้จะมีเสียงกระซิบกระซาบวิจารณ์ถึงการแต่งานที่ต่างรุ่นของทั้งสองอย่างหนาหูก็ตามที บ้างก็กล่าวร้ายว่าเจ้าสาวเป็นหนูตกถังข้าวสาว

“น่าอายดีไหมล่ะ” ชายหนุ่มที่ได้ยินแทบจะตลอดงานกล่าวกับแฟนสาว ความรู้สึกของเขายิ่งเพิ่มความไม่พอใจในตัวหนูตกถังข้าวสารมากยิ่งขึ้น

“อย่างไปสนใจเลยค่ะ ชีวิตของท่าน ท่านอยากทำอะไรก็ปล่อยเถอะ” การะเกดพยายามบอกให้ชายหนุ่มสงบสติอารมณ์ เพราะยิ่งเขาได้ยินวาจาของแขกที่มาร่วมงาน ก็ยิ่งยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มหนัก ยิ่งหงุดหงิดหัวเสีย ก็หวั่นจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น เพราะรู้ดีว่าภีมเดชเวลาเมาแล้วโมโหเอาเรื่องน่าดู

“ก็ถ้าแต่งกับคนอายุไล่เลี่ยกัน พี่จะไม่พูดอะไรสักคำเลย” ชายหนุ่มกล่าวไม่เลิก วางแก้วเหล้าที่ดื่มหมดแล้วก็รีบยกแก้วใหม่เข้าปาก

“คนแก่ก็อยากได้เมียเด็ก พี่ภีมก็ยังคบกับเกดที่เด็กกว่าเลย” การะเกดพยายามให้ชายหนุ่มมองโลกในแง่ดีเอาไว้ก่อน

“แค่กี่ปีกันเชียว นี่รุ่นลูกเลยนะ” ภีมเดชหันมามองตาขวางใส่แฟนสาว ที่คิดเอาตนไปเปรียบเทียบกับผู้หญิงแบบนั้น

“ค่ะๆๆ เกดทราบ  แต่ปล่อยเขาไปเถอะนะ” หญิงสาวพยายามเบี่ยงเบนความสนใจจากชายหนุ่ม ที่ตอนนี้สายตาจับจ้องราวกับจะกลืนกินไปที่เจ้าสาว

“ก็ลองเป็นพ่อเกดบ้างไหม” ชายหนุ่มกล่าวอย่างประชดประชัน หันไปมองแฟนสาวที่ไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง

“พี่ภีม!” หญิงสาวทำเสียงแข็งใส่กับวาจาของชายหนุ่มที่เริ่มหันมาร้ายกาจใส่ตนเองอย่างไม่อาจจะควบคุมเอาไว้ได้

“พี่ขอโทษ พี่อารมณ์ไม่ดีเลยจริงๆ” ชายหนุ่มหลับตานิ่งเหมือนข่มอารมณ์ขุ่นข้อง รู้ตัวว่าพูดจาแรงเกินไปก็หันไปกอดกระชับร่างบางแนบแน่นเป็นการขอโทษ

“นี่ถ้าสถานที่อำนวย เกดจะทำให้พี่อารมณ์ดีขึ้นให้เองนะคะ” แม้ร่างบางจะทำหน้าเง้างอน แต่ก็ยังอุตส่าห์พูดจาหยอดเอาใจคนหัวเสีย ก็เพื่อที่เขาจะได้ไม่ไปพาลใส่แขกในงาน

“แล้วทำไมไม่บอก มาสิพี่จะพาไปหาที่ดีๆ” ภีมเดชหันไปยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่ ลดมือลงต่ำจากเอวลูบไล้สะโพกงอนงามของร่างเย้ายวนอย่างคาดหวัง

“คนบ้า...” หญิงสาวใช้ศอกกระเซ้า แล้วพากันหลบผู้คนเข้าไปในบ้านหามุมเหมาะที่จะได้ผ่อนคลายอารมณ์ของตัวเอง

หลังจากที่พาร่างเย้ายวนขึ้นมาถึงชั้นสอง ใจของเขาตอนแรกจะตรงไปยังห้องนอนตัวเอง แต่เมื่อผ่านหน้าห้องของใครบางคนชายหนุ่มก็นึกสนุก หยุดเดินแล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องที่ตอนนี้มีข้าวของสำหรับการแต่งหน้าแต่งตัววางอยู่เกลื่อนกลาด

“ห้องใครนะ ทำไมไม่ไปห้องพี่ภีมล่ะ” การะเกดแปลกใจที่ชายหนุ่มพาเธอเข้ามาในห้องนี้ ดูยังไงก็น่าจะมีคนใช้งานอยู่

“พี่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ” ชายหนุ่มกระซิบบอกน้ำเสียงระรื่น สองมือหนาโอบกอดร่างบางสอดลึกเข้าไปเสื้อผ้าตัวสวยของหญิงสาว

“อุ้ย...พี่ภีมอ่ะ” ร่างเย้ายวนครางกระเซ้าเลิกสนใจสถานที่ เมื่อความร้อนรุ่มที่ชายหนุ่มกำลังปลุกเร้าทำให้เนื้อตัวของเธอกระสันไปทั่วตัว

ชายหนุ่มผลักร่างเย้ายวนลงสู่เก้าอี้ตัวสวย ตวัดเรียวขางามพาดขึ้นบ่าจูบไซร้ตามซอกคอหอมกรุ่นปลายลิ้นฉกฉวยลิ้มลองรสชาติที่คุ้นเคยด้วยใจที่เต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เสียงหญิงสาวครางกระเซ้าไปกับความวาบหวามที่เขากำลังปลุกเร้า

มือหนาสอดแทรกเข้าภายใต้เสื้อสวย สัมผัสผิวเนื้อเนียนและความนุ่มหยุ่นที่คุ้นมือ ปลายนิ้วสะกิดยอดถันที่ชูชันพร้อมทักทาย กลางลำตัวของเขาบดเบียดเข้าหาใจกลางความเป็นหญิงของเธออย่างร้อนรุ่ม ริมฝีปากประกบกันอย่างเนิ่นนาน

ปลายนิ้วเกี่ยวเพียงเล็กน้อยบิกินี่ตัวกะทัดรัดก็เปิดทางสู่สวรรค์ให้ความ

กำยำของเขาลุกล้ำเข้าไปภายในได้อย่างไม่ยาก เมื่อความชุ่มชื้นของเธอพร้อมตั้งแต่เขาเริ่มบรรเลงปลายลิ้นที่ซอกขา หญิงสาวจิกเกร็งตามเนื้อตัวของชายหนุ่ม บทสวาทร้อนแรงแปลกที่และแปลกเวลาทำให้เธอกระสันไปทั้งกาย

ชายหนุ่มสอดแทรกความใหญ่โตอย่างไม่รอช้า ตวัดเรียวขางามกระชับเข้าแนบชิด ขยับร่างเบาๆแต่ก็หนักหน่วงพอที่จะถึงใจของหญิงสาว เพราะแม้จะขยับช้าแต่ก็หนักหน่วงเน้นหนักทุกสัมผัส มือหนาภายใต้เสื้อสวยยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างไม่บกพร่อง

ร่างบางชันกายยกสะโพกขึ้นรับจังหวะพร้อมกระเด้งรับอย่างหนักหน่วงเพื่อพาตัวเองไปสู่จุดสูงสุดได้ในเวลาไม่นาน ชายหนุ่มเองก็เร่งจังหวะเพราะสำเนียงได้ยินเสียงพระที่กำลังจะสวดจบเกรงว่าใครจะเข้ามาตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มอาจจะทำให้ตนอารมณ์ค้าง

ยิ่งได้ยินเสียงพระเร่งสวดให้จบชายหนุ่มก็ยิ่งเร่งจังหวะใบหน้าแดงก่ำขย่มจนเก้าอี้โยก หญิงสาวก็ครางในลำคอแล้วทั้งคู่ก็บรรลุจุดหมายพร้อมๆกัน พร้อมๆกับบทสวดของพระที่จบลง ชายหนุ่มถอนแกนกายออกมาเปิดโอกาสให้ร่างบางเช็ดทำความสะอาด

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เมื่อเธอแม่เลี้ยงคนใหม่ย่างก้าวเข้ามาในบ้านด้วยอายุที่อ่อนกว่าเขา ชายหนุ่มจึงไม่อาจจะวางใจ ไม่เชื่อว่าเธอมาด้วยใจรักบิดา แผนการแก้แค้นของเธอจะสำเร็จหรือไม่ต้องติดต่ออ่านค่ะ"

รมย์ธีรา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha