แรงแค้นบ่วงเสน่หา

โดย: รมย์ธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : วันวิวาห์ที่เผ็ดร้อน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ขณะเดียวกันหลังจากที่เสร็จพิธีสงฆ์ เจ้าสาวและเจ้าบ่าวได้มีโอกาสเจอหน้าและต้อนรับแขกที่มาร่วมงานพอสมควรก็ได้เวลาที่เธอจะไปเปลี่ยนชุดที่สองสำหรับพิธีการ หล่อนหันไปขอตัวจากวงสนทนาทันที “เดี๋ยวปรางไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ”

“ครับ” ชายสูงวัยพยักหน้า เพราะตนเองก็ต้องไปเปลี่ยนชุดเหมือนกัน

ธยานีและทีมช่างแต่งานพร้อมด้วยนวลฉวีเดินตรงกลับเข้าไปภายในบ้าน สู่ห้องแต่งตัวของเจ้าสาว แต่แล้วเมื่อเปิดประตูเข้าไป ก็พบร่างหนาของภีมเดชกำลังทับทาบอยู่กับหญิงสาว มือหนากำลังซุกซนอยู่ที่ความอวบอิ่ม นี่ถ้าถอดเสื้อคงได้เห็นยอดถันของใบหน้าที่กำลังแดงระเรื่อเพราะความสุขสม

“อุ้ยตายแล้ว” เสียงสาวประเภทสองที่เป็นช่างแต่งหน้าอุทาน แต่ก็ทำสายตาสอดส่องพฤติกรรมของทั้งสองอย่างสนอกสนใจ

“อ้าว...จะเข้ามาทำไมไม่เคาะประตู” ภีมเดชหันมาชายตามองผู้ที่เข้ามา

ใหม่อย่างไม่สนใจ ลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าของตัวเองพร้อมฉุดร่างบางของการะเกดที่มึนงงอยู่ให้ลุกขึ้น

“นี่มันห้องแต่งตัวเจ้าสาว” ธยานีหน้าชาที่ชายหนุ่มกระทำการไม่ไว้หน้าตน กล่าวน้ำเสียงหนักๆใส่พยายามเก็บอารมณ์เอาไว้ภายใต้ใบหน้าที่แดงซ่านเพราะความเขินไม่เคยเห็นคนกำลังร่วมรักต่อหน้าต่อตา

“แต่มันอยู่ในบ้านฉัน ฉันจะทำอะไรที่ไหนก็เรื่องของฉัน” ชายหนุ่มจูงมือแฟนสาวแล้วกล่าวใส่หน้าเจ้าสาว แล้วยิ่งได้เห็นใบหน้าที่แดงจัดของเธอเพราะความเขินกับสิ่งที่เห็นก็ทำเอาเขารู้สึกสะอิดสะเอียนที่เธอแสร้งทำได้แนบเนียนราวกับสาวบริสุทธิ์

“ไม่ต้องมาทำหน้าแดง อย่าทำเป็นไม่เคย แรด” อดไม่ได้ที่ภีมเดชจะพูดจาร้ายกาจใส่ พร้อมคำลงท้ายที่กระแทกน้ำเสียงอย่างดูแคลน

“พี่ภีม...” การะเกดตาโตใส่แฟนหนุ่ม ไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดจาแบบนี้ใส่ว่าที่แม่เลี้ยงของตัวเอง ตนได้แต่ยิ้มบางๆวางหน้าไม่ถูก เหมือนๆกับทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์

“ไปเถอะ เกด บรรยากาศไม่ดีแล้ว” ชายหนุ่มโอบกอดร่างเย้ายวนของแฟนสาวเอาไว้ เขาไม่ได้ตั้งใจจะร่วมหลับนอนกับหล่อนตอนนี้หรอก แต่ที่ขึ้นมาก็

เพื่อจะแกล้งใครบางคนให้เจียมกะลาหัวตัวเอง

“พี่ภีมเนี่ย ร้ายนะคะ” เมื่อเดินออกมาพ้นประตูห้อง การะเกดก็หันไปหยิกใส่แฟนหนุ่มที่ร้ายกาจกับแม่เลี้ยงไม่เบาเลยทีเดียว

“หึ อย่าหวังจะอยู่บ้านหลังนี้อย่างมีความสุขหน่อยเลย” ชายหนุ่มหันกลับไปมองประตูห้องของหญิงสาว นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น

“แต่จะว่าไป ดูใกล้ๆเมียพ่อคุณสวยเหมือนกันนะคะ อยู่บ้านเดียวกันแบบนี้จะไว้ใจได้ไหมเนี่ย” การะเกดอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชื่นชมความงามของเจ้าสาวในวันนี้

“สวยตรงไหน ไม่เห็นจะสวย เกดของพี่สวยกว่าเยอะเลย วางใจเถอะพี่ไม่ลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับผู้หญิงแบบนั้นหรอก” แม้ส่วนหนึ่งของใจเขาจะมองเห็นความงามของธยานีตรงกับการะเกดก็ตามที แต่พฤติกรรมของเธอก็บดบังความงามเอาไว้จนสิ้น

“ขอให้จริงเถอะค่ะ” หญิงสาวหัวเราะเบาๆ วางใจแฟนหนุ่ม เพราะรู้ดีว่าภีมเดชเกลียดผู้หญิงรวยทางลัดแค่ไหน ก็เพราะมารดาที่ทิ้งปมไว้ให้ทำให้ตนวางใจในเรื่องได้อย่างแน่นอน

หลังจากที่คู่รักของลูกชายเจ้าของบ้านออกไปจากห้อง คนที่อยู่ภายใน

ห้องก็เหมือนหายใจหายคอโล่งขึ้นมา ช่างแต่งหน้าเดินเข้ามาจับมือที่เย็นเฉียบของธยานีเอาไว้แน่นท่าทางตื่นๆ ดูเหมือนจะหวั่นใจแทนการอยู่ร่วมบ้านหลังนี้ “ตายแล้วคุณปราง นั่นลูกชายคุณภาคเหรอคะ ร้ายกาจมาก”

“ช่างเถอะค่ะ มันก็เป็นธรรมดาของลูกที่พ่อมีเมียเด็กกว่าตัวเอง รีบแต่งตัวเถอะค่ะเดี๋ยวจะเสียฤกษ์” หญิงสาวฝืนยิ้มพยายามไม่สนใจ

“ปราง จะไหวเหรอลูก” นวลฉวีเห็นฤทธิ์เดชของภีมเดชแล้วใจเสีย กระซิบถามหลานสาวอย่างไม่แน่ใจ หากจะถอนตัวตอนนี้ก็ยังไม่สายสำหรับเธอ

“ไม่ต้องห่วงค่ะน้านวล ปรางไหว” ธยานียิ้มให้อย่างมุ่งมั่น กระชับมือตอบกลับน้าสาวเข้าใจถึงความเป็นห่วง แล้วเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เมื่อหญิงสาวเปลี่ยนชุดเสร็จ ก็รอขบวนขันหมากมารับตัว ท่ามกลางความสนุกสนานของการกั้นประตูเงินประตูทอง ไม่นานหญิงสาวก็ถูกรับตัวออกไปทำพิธีต่อ จวบจนกระทั่งแขกที่มาร่วมงานรดน้ำอวยพรให้คู่บ่าวสาวจนเสร็จสิ้น ก็ทำการจดทะเบียนสมรส

แล้วการเลี้ยงฉลองก็เริ่มขึ้นในงานแต่งงานของพวกเขาไม่มีการเลี้ยงกลางคืน มีแค่งานเลี้ยงกลางวันแบบเป็นกันเองเพราะไม่ต้องการจัดงานให้ใหญ่โตเกินไป แม้ภาคภูมิจะเสนอสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อเชิดหน้าชูตาภรรยาสาวของตัวเอง แต่ธยานีก็ปฏิเสธเพราะไม่ต้องการสิ่งเหล่านั้น

เมื่องานเลี้ยงเริ่มคู่บ่าวสาวก็เดินทักทายแขกที่มาร่วมงานอย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางสายตาของหลายคนที่มองดูหนูตกถังข้าวสารอย่างเธออย่างดูแคลน บางคนก็เหมือนจะจริงใจ แต่เมื่อเดินให้หลังไปก็อดไม่ได้ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ให้ได้ยิน

“ไม่เป็นไรนะปราง” เจ้าบ่าวกระซิบถามเจ้าสาวของตัวเองด้วยความเป็นห่วงความรู้สึก

“ไม่ต้องห่วงค่ะ ปรางเข้าใจดี ก็แค่ปากคน” หญิงสาวยิ้มให้บางๆ หล่อนไม่แคร์ขี้ปากคนเพราะงานใหญ่กำลังรอตัวเองอยู่

กว่างานเลี้ยงฉลองจะเสร็จสิ้นเวลาก็ล่วงเลยเข้าไปยามบ่ายจัด แขกเริ่มทยอยกลับจนเหลือแต่คนสนิทๆของปรางเท่านั้น เจ้าบ่างที่ป่วยเป็นโรคหัวใจถูกเจ้าสาวพาตัวไปพักผ่อนที่ห้องนอน ส่วนตัวเองก็ลงมาพูดคุยกับแขกที่เหลือแทนเจ้าของบ้าน

ขณะที่ลูกชายเจ้าของบ้านกำลังนั่งหน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์เหล้าที่ดื่มเข้าไปจำนวนมาก กับแฟนสาวและชายวัยกลางคนที่เป็นลุงของการะเกด สายตาของภีมเดชกำลังจ้องมองธยานีด้วยความหมั่นไส้ หล่อนวางตัวราวกับเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ ทั้งที่เพิ่งเข้ามาอยู่ไม่กี่วัน

“มองอะไรหล่อนนักหนาคะพี่ภีม” การะเกดเห็นชายหนุ่มมองแม่เลี้ยงคนใหม่ไม่วางสายตา ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากแซว

“ดูสิ ทำตัวเคยชินได้รวดเร็วเสียจริง” ชายหนุ่มเบ้ปากใส่ เขาไม่อาจจะละสายตาไปจากร่างบางที่สวมชุดเจ้าสาวเดินกรีดกราดอยู่ในบริเวณบ้านของตัวเอง

“มองหล่อนมากๆ ระวังหลงรักหล่อนเหมือนพ่อพี่ภีมนะคะ” หญิงสาวทำน้ำเสียงประชดประชันใส่บ้าง ก็ทั้งที่หล่อนนั่งอยู่ข้างกายสายตาของเขาก็ยังจับจ้องอยู่แต่คู่อริคนงาม

“นี่ก็พูดไป พี่บอกแล้วคนอย่างหล่อนไม่มีค่าพอหรอก” ภีมเดชหันกลับมามอง ดูเหมือนแฟนสาวเริ่มไม่พอใจที่ตนใส่ใจกับแม่เลี้ยงของตนขึ้นมาบ้างแล้ว

“แล้วนี่พ่อเราแต่งรอบสองไปแล้ว เมื่อไรเราจะแต่งรอบแรกสักทีล่ะ จะให้หลานอารออีกนานแค่ไหน” เสียงของชายวัยกลางคนที่ชื่อ จักรี ชัยณรงค์ หรือ จัก ชายผู้เป็นอาของการะเกดแฟนสาวของภีมเดชกล่าว อย่าคาดหวังรอวันวิวาห์ของหลานสาว

“คุณลุงล่ะก็...” หญิงสาวใบหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที ทำท่าทางเขินอาย

ชายตามองชายหนุ่มที่ตอนนี้ยังไม่วายลอบหันไปมองแม่เลี้ยงอยู่บ่อยๆ

“ลุงมีหลานคนเดียว แถมพ่อแม่ก็ไม่มี รักเหมือนลูก ก็อยากจะให้เป็นฝั่งเป็นฝาเร็ว” จักรีลูบหัวหลานสาวด้วยความรู้สึกเอ็นดู

“ก็น้องเกดเล่นตัวไม่ยอมรับรักผมสักที” ชายหนุ่มปากก็ตอบแต่ดูเหมือนสายตาและใจของเขาไม่ได้จดจ่ออยู่กับการสนทนาเลยสักนิด เขากำลังจ้องจะจับผิดว่าภรรยาสาวของบิดาจะแอบเอาของมีค่าฝากให้น้าสาวกลับบ้านไปขายหรือเปล่า

“มาถึงขนาดนี้แล้วยังจะเล่นตัวอะไรอีก” ผู้เป็นอาหันไปตำหนิหลานสาว โดยที่ใจจริงเขารู้ดีว่าหล่อนไม่ได้ตั้งใจจะเล่นตัว แต่ก็เพราะหล่อนยังมีความสุขกับชีวิตโสด ความโสดที่มีเบื้องหลังซึ่งชายหนุ่มยังไม่รู้ และถ้ารู้เข้าจะรับได้หรือไม่ดังนั้นก่อนที่เรื่องจะรั่วไหลเขาก็ต้องหาทางให้หลานสาวรีบเข้าพิธีวิวาห์

“เกดยังอยากทำงานก่อนนี่ค่ะ อีกอย่างพี่ภีมก็เพิ่งรับตำแหน่งไม่นาน อยากจะให้มุ่งมั่นกับงานก่อน” หญิงสาวพูดแก้ตัว ก็เมื่อตอนที่ชายหนุ่มเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ เขาเคยขอเธอแต่งงานมาแล้ว แต่ตนเองปฏิเสธเพราะอยากให้เขามุ่งมั่นกับงาน

และตนเองก็ยังสาวโอกาสจะได้เจอใครอื่นก็ยังมี ยิ่งตอนนี้ตัวเลือกเธอ

มากเหลือเกิน แล้วเขาก็ยังไม่รู้ เรื่องอะไรที่จะปิดโอกาสตัวเองแล้วจมอยู่กับเขา แม้จะเพียบพร้อมแค่ไหน ความรู้สึกภายในก็ยังไม่พร้อมที่จะร่วมหอกับใครเป็นจริงเป็นจัง

“เมียน่ารักน่ารักเข้าใจสามีแบบนี้หายากนะภีมอย่าปล่อยให้หลุดมือไปล่ะ” จักรีเห็นวาจาหลานสาวแสนดีกล่าวออกมาดังนั้น ก็หันไปตบบ่าชายหนุ่ม ใจจริงอยากจะเร่งเร้าให้แต่งงานโดยไว

“แน่นอนครับคุณอา” ภีมเดชหันกลับมายิ้มให้อาหลานทั้งสอง เอื้อมมือไปกุมแฟนสาวเอาไว้มั่นมองแววตาอ่อนโยนเป็นประกาย

“วันนี้อาจะกลับก่อนล่ะ ว่าไงจะกลับพร้อมอาไหม” แล้วชายวัยกลางคนก็เอ่ยปากปลีกตัว เพราะในงานพิธีไม่มีอะไรสำคัญให้ต้องอยู่ต่อ

“กลับสิคะ” การะเกดลุกขึ้นทันที หล่อนเองก็พร้อมที่จะกลับเพราะรู้สึกเริ่มเบื่อหน่ายขึ้นมาแล้ว เมื่อไม่มีอะไรสนุกๆให้ทำ แถมแฟนหนุ่มก็สนใจแต่คิดจะกลั่นแกล้งแม่เลี้ยง ซึ่งเธอไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวด้วย เพราะไม่อยากมีปัญหากับผู้ใหญ่ จึงอยากจะปลีกตัวก่อนที่จะถูกดึงไปเป็นเครื่องมือช่วยแกล้ง

“ไม่อยู่ค้างเหรอจ้ะ” ชายหนุ่มเห็นแฟนสาวทำท่าจะกลับก็หันมาสนใจ ใจจริงเขาคาดหวังให้เธออยู่ต่อ และทำในสิ่งที่ค้างคาในห้องแต่งตัวเจ้าสาวเมื่อครู่ให้

เสร็จเรียบร้อย

“ไม่ล่ะค่ะ ไม่อยากเข้าหอพร้อมคุณพ่อพี่ภีม แล้วอีกอย่างไม่อยากจะอยู่เป็นกรรมการระหว่างแม่เลี้ยงกับพี่ภีมด้วย” การะเกดส่ายหน้าทำจมูกย่นใส่

“งั้นก็ตามใจนะ เพราะพี่ว่าหลังจากนี้คงจะจัดหนักเอาให้อยู่ไม่ได้เลย” ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ขัด เข้าใจดีว่าหญิงสาวของเขาแสนดีเกินกว่าจะลดตัวลงมาทำเรื่องไม่ดีอย่างตน

“ยังไงก็เบาๆหน่อยนะหลาน ทำอะไรก็คิดถึงพ่อไว้บ้าง” จักรีส่ายหน้า รู้ดีถึงความร้ายกาจของภีมเดช ก็ถ้าลองไม่เอาใครขึ้นมา บทจะร้ายเขาก็ร้ายได้อย่างน่ากลัว

“ก็เพราะคิดถึงไงครับถึงต้องทำ” ชายหนุ่มกล่าว แล้วหันไปทอดสายตามองร่างบางที่กำลังยกมือไหว้แขกที่กำลังจะเดินทางกลับด้วยความหมั่นไส้

แล้วเมื่อแฟนสาวและผู้เป็นอาเดินทางกลับไป ชายหนุ่มก็เดินตรงไปหาแม่เลี้ยงคนใหม่ของตนเองทันที พร้อมพูดจาด้วยน้ำเสียงกระแทกใส่ “ทำตัวคุ้นเคยได้ดีนี่ เร็วเหมือนกิ้งก่าเปลี่ยนสี”

“ขอบคุณนะคะที่ชม ดิฉันขอตัวไปดูคุณท่านก่อน” หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ วาจาร้ายกาจของอีกฝ่ายทำเอาภายในของเธอเดือดดาล ถ้าไม่ติดว่ามีเรื่อง

ใหญ่รออยู่คงจะหันไปตบสักฉาดให้หายโมโห แต่ก็ทำได้แค่สงบอารมณ์ของตัวเอง

“ถ้าวันนี้ขอมีค่าในบ้านฉันหายไป ก็คงเพราะเธอหยิบให้น้าสาวของเธอเอากลับไป” ชายหนุ่มกล่าวต่อเหมือนจะพูดลอยๆ

“ก็ลองไปเดินตรวจดูเลยค่ะ ว่าจะมีก้อนกรวดสักชิ้นหายไปไหม” ธยานีหันกลับมาตอบด้วยวาจาสุภาพ แม้จะโมโหคำพูดถูกของเขาแค่ไหนก็ต้องพยายามอย่างที่สุด เมื่อกล่าวจบก็รีบเดินจากไปในทันทีไม่รอให้เขากล่าวอะไรเสียดสีเธอต่อ

คนยั่วยุอารมณ์หงุดหงิดใจที่ยุให้อีกฝ่ายโมโหไม่ขึ้น ทั้งที่ตั้งใจว่าจะให้เผยธาตุแท้ออกมาถึงความปากร้าย ให้ส่วนลึกของใจแต่สิ่งที่ได้ก็คือความนิ่งสงบ คนที่เป็นฝ่ายร้อนรุ่มกลับเป็นตัวของเขาเอง สายตาชิงชังมองร่างบางที่เข้าบ้านไปจนลับสายตา

งานนี้ไม่จบง่ายๆ ชายหนุ่มคิดแล้วหันไปคว้าเหล้าขึ้นมาดื่มแล้วเดินตามเข้าบ้านไป

“ไง จะรีบไปเข้าห้องหอกับพ่อฉันเหรอ อยากจนทนไม่ไหวรอดึกๆไม่ได้เลยหรือยังไง พ่อยิ่งยังเป็นโรคหัวใจอยู่ เป็นพยาบาลซะเปล่า ยังคิดจะมาเข้าหอกับท่านไม่รู้ฉลาดหรือโง่ ถ้าพ่อฉันเป็นอะไรขึ้นมาฉันไม่เอาเธอไว้แน่” เมื่อเดินมาใกล้หญิงสาวที่หน้าห้องของบิดา ชายหนุ่มก็เอ่ยปากแดกดันเธอทันที

“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ ที่จริงคนที่เรียกร้องอยากจะเข้าหอคือคุณพ่อของคุณมากกว่า ส่วนตัวดิฉันเนี่ยไม่เท่าไรหรอก เพราะยังไงก็ขึ้นชื่อว่าเมียแล้ว จะเข้าหอหรือไม่เข้าก็คงไม่มีผลอะไรเท่าไร” ธยานีเองก็ตอบกลับแบบเผ็ดร้อนใบหน้านิ่งเฉย

“หึ ก็จดทะเบียนได้ส่วนแบ่งของสมบัติไปแล้วนี่ จะแคร์อะไรล่ะจริงไหม” ภีมเดชได้ยินวาจาแบบนั้นก็คาดการณ์ไปไกล หล่อนหมายจะรวยทางลัดอย่างที่คิดเอาไว้แน่นอน

“เหรอคะ อุ้ยตายลืมนึกไปเลยว่าจดทะเบียนกับท่านแล้ว ดิฉันก็คงรวยไปด้วย” หญิงสาวทำหน้าซื่อใส่ ชักจะอดทนต่อไปไม่ไหว เห็นทีจะต้องตอบโต้ออกไปบ้าง ไม่งั้นก็ถูกโขกสับอยู่ฝ่ายเดียว

“หึ ตอแหล” ชายหนุ่มเดินเข้าประชิด กระแทกน้ำเสียงใส่หน้าหญิงสาว ใบหน้าบูดบึ้งแทบอยากจะบีบคอเธอเสียให้ตายตรงนี้

“อะไรกันตาภีม” แล้วเสียงของชายสูงวัยก็ดังออกมาจากห้องนอน ประตูสวยถูกเปิดออกมองเห็นภาคภูมิที่ใบหน้าเป็นกังวลกับท่าทางของลูกชาย

“ท่านตื่นแล้วเหรอคะ” ภรรยาสาวเห็นสามีเดินออกมาก็เข้าประคอง ปรับสีหน้าเป็นนางพยาบาลแสนดีใสซื่ออีกครั้ง

“แกว่าใครตอแหลเจ้าภีม” ชายสูงวัยพอจะจับทางเรื่องราวออก มองดุลูกชายที่รู้จักนิสัยเป็นอย่างดีด้วยสายตาไม่พอใจ

บุตรชายไม่ตอบ ทำลอยหน้าลอยตาผิวปากเล่น แล้วก็หัวเราะในลำคอ ราวกับจะหมายความว่า ก็รู้อยู่แล้วว่าว่าใครจะถามทำไมอีก

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” ธยานีหันไปกล่าวกลบเกลื่อน พร้อมยกเรื่องฉาวของชายหนุ่มขึ้นมาพูดให้แสบๆคันๆคนหน้าไม่อาย

“คุณภีมเขาว่าเด็กที่มาเสิร์ฟน้ำที่มาฟ้องปรางว่าเห็นคุณภีมกับแฟนเข้ามาทำอะไรในห้องแต่งตัวเจ้าสาว ประเจิดประเจ้อหน้าไม่อาย พอปรางมาถาม คุณภีมก็เลยต่อว่าเด็กว่าตอแหลค่ะ” หญิงสาวกล่าวจบก็ชายตามองชายหนุ่มด้วยความสะใจเล็กน้อย

ทำเอาคนถูกประจานชักจะวางสีหน้าไม่ถูกที่ถูกเอาความจริงมาพูดถึง สายตาเคียดแค้นชิงชังเกิดขึ้นอีกครั้งมองหล่อนไม่วางตา

“งั้นเหรอ” ผู้เป็นพ่อเลิกคิ้วสูง เชื่อคำพูดของภรรยาสาวอย่างสนิทใจ และก็ไม่เชื่อว่าลูกชายจะหน้าไม่อายกระทำการแบบนั้นออกไปด้วย

“ก็คงงั้นครับ” ชายหนุ่มได้แต่เออออไปอย่างไม่เต็มใจเท่าไรนัก เม้มปากสนิทเหมือนพยายามคิดหาทางจะตอบโต้คืน

“แล้วนี่เหนื่อยไหมจ้ะปราง รับแขกคนเดียว พี่เผลอหลับไป” ชายสูงวัยโอบประคองภรรยาสาว พร้อมเปลี่ยนคำแทนตัวเองอย่างสนิทสนมราวกับรุ่นราวคราวเดียวกัน

“ท่านคงเหนื่อย เข้าไปนอนพักอีกเถอะค่ะ” หญิงสาวทำน้ำเสียงออเซาะตอบกลับ ยิ่งทำให้คนเหม็นขี้หน้าได้ฟังแล้วสะอิดสะเอียน

“ตอนนี้พี่ดีขึ้นแล้ว” ภาคภูมิทำสีหน้าอ่อนเพลียแต่พยายามฝืนยิ้ม

“คุณพ่อเป็นอะไรไหมครับ” ทำเอาลูกชายปรับอารมณ์เอ่ยถามด้วยความห่วงใย มองสังเกตสีหน้าท่าทางของบิดาราวกับจับผิด

“ไม่หรอก แค่เหนื่อยน่ะ จะให้เข้าหอตอนนี้เลยก็ยังไหว” ชายสูงวัยทำท่าทางคึกคักใส่ แล้วหันไปหัวเราะต่อกระซิกกับภรรยาสาวอย่างคาดหวัง

ลูกชายถึงกับเบือนหน้าหนีไม่อยากมอง ส่ายหน้าไปมาเบาๆมองตาขวางอย่างไม่สบอารมณ์ภาพที่ได้เห็น สภาพบิดาตนดูยังไงก็ไม่เหมาะกับเธอคนนี้เลยแม้แต่น้อย

“อุ้ย...อย่าเพิ่งเลยค่ะ อดใจรอหน่อยสิคะ ของดีต้องดึกๆ” ธยานีได้ทีก็กล่าวอย่างเย้ายวนเอาใจชายแก่ พร้อมยั่วประสาทลูกชายไปในตัว

“ของเน่า” ชายหนุ่มทำเป็นสำลักคำพูดออกมาพร้อมกับกระแอมกระไอ

“อะไรนะ” ภาคภูมิหันไปมองลูกชายตาขวาง เขาได้ยินเต็มสองหูแต่ก็อยากจะรู้นักว่าจะกล้าพูดตรงๆออกมาต่อหน้าตนเองไหม

“เปล่าครับ ผมไปหาเหล้าดื่มอีกดีกว่าฉลอง ฉลองงานวิวาห์” บุตรชายยักไหล่แล้วเดินเลี่ยงลงบันไดไปสู่ชั้นล่างของบ้าน

“เจ้าลูกคนนี้ไม่ไหวเลย ขอโทษด้วยนะปราง” ชายสูงวัยถอนหายใจแล้วส่ายหน้า งานนี้ดูเหมือนภรรยาสาวของตัวเองจะต้องเจอกับศึกหนัก

“ไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวกล่าวอย่างเข้าใจ หันไปมองร่างสูงของลูกชายเจ้าของบ้านด้วยสายตาไม่ไว้วางใจนัก ดูเหมือนท่าทางจะกัดเธอไม่ปล่อยเสียแล้ว

“ขอบใจนะที่อดทนกับมัน เดี๋ยวพอมันรู้ว่าปรางดีแค่ไหน มันก็ยอมรับปรางเอง” ชายสูงวัยกล่าวอย่างเชื่อมั่นว่าตนมองคนไม่ผิด

“ค่ะ” ธยานีพยักหน้าแล้วยิ้มที่มุมปากกับคำพูดที่เชื่อมั่นของภาคภูมิ

เขาเองนั่นแหละที่มองเธอผิดไป อยากรู้นักวันใดที่ความจริงเปิดเผยออกมาจะคลั่งตายไหม

ในช่วงยามเย็น อาหารค่ำถูกจัดเตรียมในห้องอาหารสุดหรูของบ้านหลังงาม วันนี้หญิงสาวเป็นแม่ครัวทำเองเพราะคำเรียกร้องของผู้เป็นสามี ที่อยากจะลองลิ้มชิมรสฝีมือทำกับข้าวของภรรยาป้ายแดงของตน ขณะที่ชายหนุ่มได้กลิ่น

อาหารที่ส่งกลิ่นหอมชวนทานมาก็พาน้ำลายไหล

เดินถือแก้วเหล้าเข้ามาภายในห้องอาหารที่กำลังจัดโต๊ะ ชายหนุ่มนั่งลงที่เก้าอี้ด้วยความรู้สึกอยากอาหาร นานมาแล้วที่ไม่ได้กลิ่นหอมหวนชวนกินแบบนี้ ซึ่งเขาเข้าใจว่าแม่ครัวของเขาเป็นผู้จัดทำ ยังคิดแปลกใจว่าต้องทำสุดฝีมือขนาดนี้เพื่อต้อนรับนายหญิงคนใหม่เลยหรืออย่างไร

ธยานีประคองร่างของสามีป้ายแดงเข้ามาภายในห้องอาหาร ชายสูงวัยนั่งหัวโต๊ะทางด้านซ้ายเป็นที่นั่งของลูกชายซึ่งนั่งรออยู่แล้ว หญิงสาวจึงนั่งทางด้านขวาซึ่งตรงข้ามกับชายหนุ่มพอดี เห็นแล้วภีมเดชก็เบ้ปากเบือนหน้าหนีราวกับจะกินไม่ลง

แล้วเมื่อภาคภูมิเริ่มตักอาหารใส่จาน การรับประทานอาหารก็เริ่มขึ้น คู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามันตักอาหารให้กันอย่างเอาอกเอาใจ ก็ทำเอาลูกชายยิ่งหมั่นไส้ถ้าอาหารไม่อร่อยก็คงจะลุกหนีไปแล้ว แต่นี่อาหารในวันนี้อร่อยถูกปาก คนที่กินเหล้ามาทั้งวันอย่างเขาก็ยิ่งรู้สึกโหย พอได้กินก็เหมือนหยุดไม่ได้

หลังจากทานไปได้พักใหญ่ อาหารที่ถูกจัดวางก็หดหายไปเกินครึ่ง ภีมเดชวางช้อนส้อมลงแล้วหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม ชายสูงวัยมองดูลูกชายแล้วอมยิ้มใส่ หันไปมองหน้าภรรยาป้ายแดงอย่างมีความหมายแล้วเอ่ยกับลูกชาย“ เจริญอาหารนะ

แกวันนี้”

“อาหารอร่อยดีครับ ป้าแจ่มคงทำสุดฝีมือเลยล่ะสิ หึ” ชายหนุ่มกล่าวยอมรับรสชาติของอาหารอย่างเต็มปาก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้มที่อาหารคงอร่อยคงทำเพราะต้อนรับใครบางคน

“ฝีมือแจ่มที่ไหนล่ะ” ภาคภูมิอมยิ้มสายตามีเลศนัย ธยานีทำหน้านิ่งเฉยเหมือนไม่เข้าใจความหมายของสามีป้ายแดง

ภีมเดชชักเริ่มแปลกๆใจ มองหน้าบิดาที่อมยิ้มและใบหน้าที่เมินเฉยของแม่เลี้ยง ก็ไม่แน่ใจเสียแล้วว่าไอ้ที่เขาเอ่ยปากชมไปนั่นสมควรหรือไม่

“ฝีมือปรางเขาตะหาก เป็นไงถูกใจสินะ” ผู้เป็นพ่อเปิดเผยความจริงออกไป แล้วก็ทำท่าเหมือนสะใจที่ลูกชายเอ่ยปากชมฝีมือทำอาหารของภรรยาใหม่

“ก็งั้นๆ ไม่ได้กินข้าวมาทั้งวันก็เลยกินเยอะไปหน่อย ที่จริงก็ไม่ได้เรื่อง” ชายหนุ่มรีบกลับคำทันที รู้สึกวางหน้าไม่ถูกที่ดันเผลอชมแถมยังกินเข้าไปเสียตั้งมาก

“พ่อเห็นแกเติมตั้งหลายจาน” ภาคภูมิอดไม่ได้ที่จะแซวลูกชายต่อ ให้ยอมรับความจริงว่าตนเองถูกใจอาหารรสมือของปราง

“ฝืนๆไปงั้นแหล่ะ จะได้ไม่ปวดท้อง” ชายหนุ่มตอบด้วยใบหน้าร้อนวูบๆ

ชายตามองธยานีที่ตอนนี้ยกแก้วน้ำขึ้นจิบโดยไม่แสดงกิริยาอะไรยิ่งนึกหมั่นไส้

คงสะใจล่ะสิที่แกล้งฉันได้ เขาคิดแล้วก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ท่าทางหัวเสียที่เสียหน้าต่อหน้าคู่อริ

“อ้าวอิ่มแล้วเหรอ” ชายสูงวัยมองดูบุตรชายที่ทำท่าจะปลีกตัวออกไปอีกครั้ง ทั้งที่อุตส่าห์ดีใจที่กินข้าวไปตั้งเยอะแต่ก็ยังปากแข็งไม่ยอมรับธยานี

“ครับ ผมอิ่ม...หมายถึงกินไม่ลงแล้ว” ชายหนุ่มพูดลิ้นพันกัน คิดสาปแช่งตัวเองที่เปิดปากให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสหัวเราะเยอะอีกครั้ง กล่าวจบตนก็เร่งฝีเท้าเดินออกไปจากห้องอาหารทันที

“หึๆๆ เจ้าลูกคนนี้ไม่ไหว” บิดาส่ายหน้ากับพฤติกรรมของลูกชาย แล้วหันไปมองธยานีที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเฉยไม่บ่งบอกความรู้สึกภายใน

“ปล่อยเถอะค่ะ เขาทานได้ก็ดีแล้ว ปรางเห็นเขาดื่มทั้งวันเลย ข้าวปลาไม่ค่อยกิน” หญิงสาวกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ แต่ภายในของเธอแอบสะใจเล็กๆ

“ขอบใจนะปราง” ชายสูงวัยเอื้อมมือมากุมมือบางเอาไว้เบาๆแล้วยิ้มให้อย่างอ่อนโยน รู้สึกเหมือนเลือกผู้หญิงไม่ผิดคน ที่จะมาดูแลบั้นปลายชีวิต

“เลิกขอบใจปรางเถอะค่ะ ทำเป็นคนอื่นคนไกลไปได้” หญิงสาวกล่าวน้ำเสียงแผ่วเบา ไม่เบือนหน้าหนีไม่กล้าสบสายตาคนที่กำลังซาบซึ้ง

“เราทานข้าวให้อิ่ม แล้วขึ้นไปมีความสุขก่อนดีกว่า” ภาคภูมิกล่าวอย่างมีความหวังน้ำเสียงระรื่น คืนนี้แล้วสินะที่เขาจะได้เสพสุขกับร่างงามตรงหน้า

“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าเบาๆ ใจเริ่มเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ งานนี้หล่อนต้องพึ่งยาอย่างเดียวที่จะเอาตัวรอดปลอดภัยอยู่ได้

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เมื่อเธอแม่เลี้ยงคนใหม่ย่างก้าวเข้ามาในบ้านด้วยอายุที่อ่อนกว่าเขา ชายหนุ่มจึงไม่อาจจะวางใจ ไม่เชื่อว่าเธอมาด้วยใจรักบิดา แผนการแก้แค้นของเธอจะสำเร็จหรือไม่ต้องติดต่ออ่านค่ะ"

รมย์ธีรา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha