แรงแค้นบ่วงเสน่หา

โดย: รมย์ธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : เสือซุ่ม


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ทางด้านผู้เป็นพ่อก็กำลังมองยาในมืออย่างหงุดหงิดใจ พยาบาลสุดที่รักจัดยาชุดใหญ่มาให้ตนเหมือนทุกคืน แล้วทุกคืนหลังจากที่ทานยาเข้าไป เขาก็จะหลับเป็นตายจนถึงเช้าที่เธอมาปลุกเรียกให้ตื่น เขาอยากจะลิ้มลองความหอมหวานของหญิงสาวจะขาดใจ

“ก็เดี๋ยวยาออกฤทธิ์แล้วพี่หลับจะทำยังไง” ชายสูงวัยบ่นเป็นเด็กน้อยกินยายาก มองหน้าภรรยาสาวสวยอย่างวิงวอนไม่ขอกินยาในคืนนี้

“ก็จะได้พักผ่อนไงคะ” ภรรยาวัยสาวส่งแก้วน้ำให้พร้อมกับรอยยิ้มหวานฉ่ำ นั่งลงข้าวเตียงมองด้วยแววตาห่วงใยสุขภาพของสามีสูงวัยอย่างถ่องแท้

“หลายคืนแล้วนะที่พี่ทานยาตามที่บอก ขอไม่ทานสักคืนไม่ได้เหรอ” ชายสูงวัยกำยาในมือพลางเอื้อมมือไปโอบเอวคอดกิ่ว ขยับกายแนบชิดสูดดมความหอมหวานจากกายหญิงสาวอย่างไม่อาจจะยับยั้งใจ

“สุขภาพยังไม่ดีเลย ความดันเพิ่งจะคงที่” ธยานีดันร่างหนาออกห่างอย่าง

ใจเย็น จับมือหนาที่กำยาของเขาจ่อเข้าที่ริมฝีปาก

“แต่พี่จะรอไม่ไหวแล้วนะ” ภาคภูมิส่ายหน้าช้าๆ มองยาในมืออย่างฝืนทน อ้าปากรับยาที่ถูกบังคับให้ทานเข้าปากอย่างไม่เต็มใจพร้อมดื่มน้ำตาม

“ทำเป็นวัยรุ่นไปได้นะคะ” หญิงสาวกล่าวติดตลกด้วยสีหน้าจริงจัง ภายในใจยิ้มกริ่ม คืนนี้เธอจะรอดได้อีกหนึ่งคืน

“ขอพี่จูบหน่อยนะ” ใบหน้าเหี่ยวย่นขยับยื่นริมฝีปากเข้ามาใกล้แก้มหอมเนียน จนเกือบจะสัมผัสความนุ่มนิ่มของพวงแก้มสาว เล่นเอาใจของชายสูงวัยเต้นไม่เป็นจังหวะอยากสัมผัสทั้งเนื้อทั้งตัวแทบขาดใจ

“ใจเย็นๆค่ะ เดี๋ยวปรางปรนนิบัติให้เอง” ธยานีกล่าวอย่างเอาใจ ผลักร่างหนาเอนกายลงบนที่นอนกว้าง ส่งสองมือบางลูบไล้ใบหน้าแผ่วเบาราวกับจะเล้าโลมไปทั้งร่างหนา

“ดีจัง... พี่แทบรอไม่ไหวแล้ว” สามีสูงวัยผ่อนลมหายใจเบาๆ มองดูร่างบางที่กำลังเข้าหาด้วยใจเต้นแรง หลับตาพริ้มรับสัมผัสอ่อนโยนที่ลูบไล้ตามใบหน้า เหมือนตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน เพลิดเพลินความกับความงามของนิทราที่ถูกหยิบยื่นให้ด้วยยานอนหลับอย่างดี

“หลับสักที สงสัยต้องระวังตัวกว่าเดิมแล้วล่ะ” หญิงสาวถอนหายใจ เมื่อ

เห็นอกหนาขยับขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ รีบถอยกายออกห่างอย่างขยะแขยง

ขณะที่บิดากำลังถูกภรรยาสาวหว่านล้อมให้กินยาก่อนนอน ลูกชายของตระกูลเทพพระคุณก็กำลังเดินไปที่ห้องพักของแฟนสาว แผนการของเขาที่คิดเอาไว้คือเธอน่าจะกลับจากทำงานต่างจังหวัดดึก และเขาจะจัดเตรียมอาหารของโปรดของเธอเอาไว้เสิร์ฟให้เธอได้คลายความหิวยามทำงานมาเหนื่อย

ชายหนุ่มคิดการไกลไปถึงของหวานหลังอาหารมื้อดึก แฟนสาวของเขาคงจะจัดของหวานเป็นรางวัลให้ชุดใหญ่ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกกระชุ่มกระชวย ภีมเดชอมยิ้มอย่างอารมณ์ดีจนถึงห้องของแฟนสาว สังเกตเห็นว่าประตูไม่ได้ถูกล็อคด้วยแม่กุญแจเหมือนทุกครั้ง

เขาใช้กุญแจสำรองที่มีไขประตูที่ถูกล็อคจากด้านในราวกับมีใครอยู่ ค่อยๆเปิดประตูเข้าไปก็ไม่เห็นไฟในห้องถูกเปิด คิดในใจหรืออาจจะเป็นขโมย ชายหนุ่มเริ่มกำหมัดเตรียมระวังสิ่งไม่คาดคิด แล้วก็เหมือนหูแว่วเสียงคนมาจากห้องนอนของแฟนสาว

สาวเท้าเข้าไปอย่างช้าๆไม่อยากให้โจรตื่นตกใจ ตั้งใจว่าจะจับให้ได้คาหนังคาเขา เมื่อแง้มประตูมองก่อนเข้าโจมตีสิ่งที่เขาเห็นกลับไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดคิดเอาไว้เลย

ร่างบางของหญิงสาวที่ดูรูปร่างหน้าตาจากไฟสลัวที่สาดส่องเข้ามาภายใน

ห้อง เห็นชัดว่าเป็นการะเกดยอดรักของตน กำลังนอนหงายเปลือยเปล่าส่งเสียงครวญคราง เมื่อถูกร่างหนาอันเปล่าเปลือยของฝ่ายชายที่เขาไม่รู้ว่าเป็นใครทับทาบอยู่อย่างเป็นจังหวะร้อนแรง

ภีมเดชใจหายวาบ หรือแฟนสาวของเขากำลังถูกปลุกปล้ำ แต่เมื่อฟังเสียงกระเส่าชัดๆกลับเป็นเสียงหวานที่ร้องเรียกหาจังหวะรักอันร้อนแรง เรียวขาของเธอถูกพาดขึ้นบ่าของอีกฝ่าย ทรวงอกถูกขย้ำบีบเคล้นอย่างไม่ปราณี แถมเธอยังส่งเสียงร้องเรียกจังหวะให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น

เสียงความร้อนแรงทำเอาคนแอบฟังใบหน้าชา นี่การะเกดยอดรักของเขากำลังนอกใจมีใครอื่น เมื่อไหร่ อะไร ยังไงกัน ชายหนุ่มคิดอย่างสับสน จนกระทั่งจังหวะรักของผู้ที่แอบร่วมรักกันสิ้นสุด เสียงหายใจของทั้งคู่กระหืดกระหอบ นอนกายกกกันอยู่บนเตียงนอนท่าทางพอใจกับบทรักอันดุเด็ดเผ็ดมัน

“ตั้งแต่แฟนคุณกลับมา ก็ไม่ค่อยได้เจอกันเลย จะเป็นแบบนี้อีกนานไหม ผมเบื่อจะแอบคบกับคุณแล้วนะ” เสียงฝ่ายชายเป็นผู้กล่าว พลางจูบตามต้นแขนของหญิงสาว

“ก็จะให้ทำยังไงล่ะ ก่อนหน้าก็คุยกันรู้เรื่องแล้ว ว่าเราอยู่กันในฐานะแค่คู่

นอนเท่านั้น” หญิงสาวชันกายขึ้นกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

“เป็นคู่นอนที่นอนกันในยามที่แฟนของคุณไม่อยู่เท่านั้นใช่มั้ย” ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งตาม น้ำเสียงตัดพ้อให้หญิงสาวเห็นใจ

“ก็ลีลาถึงใจแบบนี้จะให้เปลี่ยนได้ยังไง” การะเกดหันกายกลับมาหาคู่นอน ส่งปลายนิ้วเขี่ยไล่เล่นบนแผงอกอันมีแต่มัดกล้าม

“ผมอยากเป็นมากกว่าคู่นอนของคุณ” ชายหนุ่มถอนหายใจ จับมือบางขึ้นมาจูบ แววตาของเขาหลงใหลในตัวของหญิงสาวอย่างหัวปักหัวปรำ

“เกดไม่อยากทะเลาะกับคุณเรื่องนี้นะ” การะเกดเริ่มชักน้ำเสียง หล่อนไม่ค่อยชอบนักที่คู่นอนของเธอจะมาเรียกร้องสิทธิมากไปกว่านี้

“ก็ได้ ไม่คุยก็ไม่คุย รู้ฐานะตัวเองดี” ชายหนุ่มถอยหายใจ ผุดกายลุกขึ้นอย่างรู้งาน เสร็จสิ้นกิจกามหล่อนก็จะผลักไสให้เขารีบกลับเหมือนอย่างเคย

“อย่าโกรธสิ” หญิงสาวมองดูร่างหนาอันสมส่วน กระดกปลายลิ้นเลียริมฝีปาก กล่าวน้ำเสียงเย้ายวนอย่างไม่อยากจะให้คู่นอนโกรธเคือง

ชายหนุ่มยืนนิ่งข่มใจ หันกายกลับมามองร่างบางที่ตอนนี้กำลังทอดกายนอนด้วยท่วงท่าที่น่าเข้าหา น่ากระโดดเข้าใส่แล้วขยับจังหวะร้อนแรงให้สาแก่ใจกับคนไม่มีฐานะอย่างตน

“จะโกรธหรือจะมาต่อล่ะ” หญิงสาวเอ่ยถาม ส่งปลายเท้าไปถูไถเล่นที่กลางลำตัวของชายหนุ่มอย่างปลุกเร้าอารมณ์ สองมือกอบกุมเต้าอวบอิ่มของตัวเองเอาไว้อย่างเล้าโลมร่างกายรอการเข้าหา

“ถามได้...” ชายหนุ่มไม่อาจจะยับยั้งใจ กล่าวน้ำเสียงแผ่วแพ้ความกระสันภายในของตนเอง แล้วทับทาบเข้าหาร่างบาง ปลุกเร้าบทสวาทอันเร่าร้อน โดยไม่รู้เลยว่าเจ้าของร่างบางที่ทั้งสองเอ่ยถึงกำลังยืนตัวชากับภาพและบทสนทนาที่ได้ยิน

ภีมเดชจากที่คิดจะเข้าไปเอาเรื่องคนทั้งสอง เขากำลังรู้สึกหมดแรงกับคำพูดของหญิงสาว ตนถูกสวมเขามาตั้งแต่ไปเรียนต่อ การะเกดมีความปรารถนาแอบแฝงกับความสัมพันธ์ ทั้งๆที่เขารักเธออย่างหมดใจ คิดว่าเป็นหญิงสาวไร้เดียงสาแสนดี

แต่ที่ไหนได้...

ชายหนุ่มเดินออกห่างประตูห้องอย่างหมดเรี่ยวแรง โกรธแค้น เสียใจ ร้อนรุ่ม สับสนปะปนไปจนไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ เหมือนอกหัก เหมือนถูกทรยศ หักหลัง หลอกลวง เขาขับรถกลับบ้านด้วยความรวดเร็ว กับอารมณ์มากมายที่ยังค้างคาอยู่ในใจ 

ผู้หญิง!!! เลวเหมือนกันหมด เขากล่าวโทษผู้หญิงอย่างโกรธแค้นเหมารวมไปหมดเสียทุกคนบนโลก

ขณะเดียวกันธยานีกำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ของภาคภูมิ หล่อนกำลังค้นหาข้อมูลต่างๆ ศึกษางานบริษัทที่เธอไม่คุ้นเคย เพื่อที่จะเอาไว้ใช้ยามที่ตนเองได้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืน พร้อมกับหาหลักฐานที่จะทำให้ตัวเองได้เป็นต่อ ในการยึดบริษัทคืนมา

เธอทำแบบนี้ทุกวันตั้งแต่ย่างก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ ทุกครั้งหลังให้ยาสามีสูงวัยเสร็จเธอก็จะมาดูงานให้ห้อง ส่วนลูกชายของภาคภูมิก็ทำงานที่ออฟฟิตจนดึก หรืออาจจะอยู่คอนโดแฟนไม่ค่อยกลับบ้าน โชคดีที่ไม่ต้องเจอหน้ากันบ่อยครั้ง เธอจะได้ไม่ต้องปะทะคารม

เมื่อคิดถึงลูกชายเจ้าของบ้านหญิงสาวก็ถอนหายใจ อุปสรรคใหญ่ของเธอคือภีมเดชที่จ้องจะจับผิดตน ก็มองออกเสียขนาดนั้นจะไม่ไห้กังวลได้อย่างไร หญิงสาวหันไปมองดูเวลาซึ่งก็ดึกมากแล้ว จึงหันไปปิดคอมพิวเตอร์เก็บทุกอย่างเข้าที่ให้เหมือนตนไม่ได้เข้ามาวุ่นวาย

แต่เมื่อหญิงสาวลุกขึ้นยืนเงยหน้าขึ้นมองก็ใจหายวาบ เพราะร่างหนาของชายหนุ่มที่ไม่อยากเจอกำลังยืนอยู่ในเงามืดด้วยสายตาจ้องอย่างจับผิด พร้อมสาวเท้าก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ เมื่อรู้ว่าร่างบางเห็นเขาแล้วอย่างแสดงตัว ยิ่งเห็นได้ถึงแววตาที่ชวนน่าหวาดหวั่น

“เธอเข้ามาทำอะไรในห้องทำงานของพ่อฉัน” ชายหนุ่มเสียงเข้มใส่ สายตาสอดส่องมองดูกระจกที่สะท้อนจอคอมพิวเตอร์ที่เพิ่งจะถูกปิดตัวลง

“เข้ามาอ่านหนังสือ” หญิงสาวน้ำเสียงเย็นชาทำใบหน้านิ่งเฉยตอบ แต่ไม่ยอมสบสายตากับชายหนุ่มที่กำลังจ้องจะจับผิด

“ในห้องนอนมันอ่านไม่ได้หรือยังไง” ชายหนุ่มแสยะปากอย่างไม่เชื่อคำพูด สายตาของเขาจ้องมองราวกับจะกลืนกินอีกฝ่าย

โกหกตอแหล !!! นี่แหล่ะนิสัยของผู้หญิง เขาคิดอย่างอารมณ์คับแค้นที่เหมารวมไปเสียทุกคน

“ไม่อยากจะเปิดแสงไฟรบกวนท่านเวลาพักผ่อน” ธยานีหันกลับมาตอบพยายามเก็บซ่อนความหวาดหวั่นเอาไว้ในใจ แต่ดูเหมือนจะเก็บไว้ไม่มิด เพราะมือบางที่กำลังถือมือถืออยู่ดูเหมือนจะกำลังสั่นน้อยๆด้วยความหวาดกลัวในสายตาคู่นั้นของอีกฝ่าย

“หึ แน่ใจเหรอว่าอ่านหนังสือ” ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้าใกล้หญิงสาวมากยิ่งขึ้น มองดูเธอที่ตอนนี้มีภาพของการะเกดซ้อนกันอยู่

“ทำไม จะจับผิดอะไรฉันไม่ทราบ” หญิงสาวทำเสียงแข็งใส่ แต่ก็ก้าวเท้าถอยหลังออกห่างทีละนิด เริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง

“ตอแหลกันเหลือเกิน” ชายหนุ่มกัดฟันพูดใส่ ภาพของคนรักที่หักหลังยังวนเวียนอยู่ในสมอง ตอนนี้เขาไม่ไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น

“พูดจาให้ดีๆหน่อย คุณภีม อย่างน้อยๆดิฉันก็เป็นถึงแม่เลี้ยงของคุณ” หญิงสาวทำเชิดหน้าอ้างสิทธิของตนเอง ราวกับเป็นยันต์คุ้มครองเธอได้

“คนอย่างเธอไม่มีวันได้ขึ้นแท่นเป็นแม่เลี้ยงฉันหรอก” แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมรับสิทธินั้นของหล่อนแม้แต่น้อย ยิ่งได้ยินวาจาอวดอ้างของอีกฝ่ายก็เดินเข้าประชิดร่างบางสายตาลุกวาว

“ได้หรือไม่ก็ขึ้นไปแล้ว” หญิงสาวทำเสียงแข็งคอแข็งใส่เหมือนไม่เกรงกลัว ทั้งๆที่ใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เพราะสายตาของเขาทำเอาเธอแทบจะมอดไหม้

“ปากดีนักนะ” ชายหนุ่มเงื้อมือเข้าหา อารมณ์ขุ่นข้องที่กัดกินอยู่ภายในจิตใจ หญิงสาวทั้งสองคนทำให้อารมณ์ของเขาแทบคลั่ง

“อย่าเข้ามานะ” ธยานีถอยกายออกห่าง แต่ตนก็ถอยมาเสียจนสุดทาง สะโพกงอนงามชิดกับโต๊ะทำงานตัวสวยของสามีไร้ทางหนี

“ทำไม กลัวฉันหรือยังไง” ชายหนุ่มแสยะริมฝีปากแยกเขี้ยวกล่าวประชิด

กาย จนได้กลิ่นกายอ่อนๆของอีกฝ่ายชวนกระตุ้นความปรารถนาอันดิบเถื่อน

“ทำไมต้องกลัว...” หญิงสาวตอบกลับรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนกรุ่นของอีกฝ่ายที่รดอยู่ตรงหน้า ลมหายใจที่มีกลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆผสมกับกลิ่นหอมบางอย่างที่น่าจะเป็นน้ำหอมของเขา

สองมือของเขาวางทาบข้ามร่างบางไปยันอยู่ที่โต๊ะ หญิงสาวโน้มกายถอยห่างอย่างสุดตัว สายตาของเขาจรดจ้องอยู่ที่ดวงตากลมโตอันไม่น่าพิสมัยของอีกฝ่ายตามที่เขาคิด แต่มันกลับตราตรึงไม่ให้เขาละสายตาไปจากดวงตาคู่นั้นได้ ยิ่งมองด้วยความขุ่นข้องหมองใจ

แต่ภายในสมองกลับพิจารณาว่าริมฝีปากของเธอบางเฉียบสีชมพู จมูกโด่งเป็นสันได้รูปราวกับได้หมอดีทำให้ แผงขนตางอนงามกระพริบถี่ แววตามุ่งมั่นใบหน้าเชิดขึ้นเหมือนไม่เกรงกลัว ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกว้าวุ่นภายในอย่างบอกไม่ถูก เหมือนต้องมนต์

ยัยแม่มด !!! เขาคิดแม้ใบหน้าจะขยับเข้าหามากยิ่งขึ้น สายตาจับจ้องเริ่มจาบจ้วงขึ้นทุกที ภาพของแฟนสาวกับชู้รักผุดขึ้นสลับไปกับรสจูบเมื่อครั้งก่อน ทำเอาชายหนุ่มสับสนกับอารมณ์ของตัวเอง

ขณะที่คนถูกสำรวจเองก็พยายามสะกดลมหายใจ ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นกับ

ตนเองบ้าง สายตาของเขาดูน่ากลัวผสมกับน่าหลงใหล คนอะไรสายตาดุดันได้น่ามองเหลือเกิน ความคมเข้มของเขาถอดแบบมารดาอย่างไม่มีที่ติ น่าเสียดายที่นิสัยกักขฬะไม่น่าคบเสียเหลือเกิน

แล้วในขณะนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกมาจากบุคคลอื่น ขัดจังหวะความคิดภายในสมองของทั้งสองคน ให้รีบถอยกายออกห่างกันและกัน

“อุ้ย ขอโทษค่ะ” ผู้เปิดประตูคือแม่บ้าน ที่เห็นประตูห้องเปิดอยู่ก็จะเข้ามาดูเผื่อมีผู้ไม่ประสงค์ดีแอบเข้ามา ไม่คิดว่าจะได้เป็นคุณนายป้ายแดงกับคุณชายกำลังยืนกันอยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะไม่ควร

“มีอะไร เข้ามาไม่ให้เสียง ไร้มารยาท” บุตรชายเจ้าของบ้านกล่าวตักเตือนอย่างไม่พอใจ เหมือนสาวใช้เข้ามาขัดจังหวะขัดอารมณ์ของเขา

“ขอโทษค่ะ พอดีเห็นประตูห้องเปิดอยู่ เลยจะมาปิด แต่ได้ยินเสียงคนคุยกัน” แม่บ้านก้มหน้าก้มตาตอบ ด้วยความรู้สึกว้าวุ่นกับภาพที่ได้เห็นเมื่อครู่

“ไม่เป็นไรจ้ะมาก็ดีเลย ฉันอยากได้นมอุ่นๆสักแก้ว นอนไม่ค่อยหลับ ทำให้หน่อยสิ” ธยานีได้ทีก็เดินเข้าหาสาวใช้ แล้วพากันออกจากห้องทำงานเชิงกลบเกลื่อนเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ

ชายหนุ่มยกปลายนิ้วขึ้นขยี้ปลายจมูกอย่างหงุดหงิดใจ แล้วเดินอ้อมโต๊ะ

ทำงานของบิดามองดูความผิดปกติที่เกิดขึ้น

ไม่มี! ทุกอย่างปกติดี ปกติเกินไปสำหรับการเข้ามานั่งอ่านหนังสือ

หล่อนเปิดข้อมูลอะไรในคอมนะ ผู้หญิงคนนี้ต้องการอะไรกันแน่ ชายหนุ่มคิดด้วยความอยากรู้

เช้าวันรุ่งขึ้น ธยานีกำลังจัดแจงทำอาหารเช้าตามปกติ วันนี้เธอเสิร์ฟเป็นข้าวต้มทะเล ด้วยน้ำซุบกระดูกหมูที่เคี่ยวไว้ตั้งแต่ตอนฟ้ายังไม่สาง กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทั้งบ้าน ชายสูงวัยผู้เป็นเจ้าของบ้านเดินตามกลิ่นลงมาด้วยความหลงใหล

“วันนี้ยอดรักของพี่ทำอะไรให้พี่ทานจ้ะ” เสียงออดอ้อนวาจาชวนคลื่นไส้ดังขึ้นพร้อมโอบกอดภรรยาของตนจากด้านหลัง

“ข้าวต้มทะเลค่ะ” คนทำตอบสั่นๆรู้สึกขนกายลุกชันไปทั้งตัว ไม่เคยชินกับความใกล้ชิดแบบนี้จากผู้ที่ไม่มีหัวใจให้กัน

“เมื่อคืน ปรางผิดสัญญากับพี่นะ รู้ไหม” คนกระหายเนื้อหนังหญิงสาวรุ่นลูกกล่าวพร้อมขโมยหอมแก้มฟอดใหญ่ รู้สึกกระชุ่มกระชวยเหมือนได้ยาดี

“ร่างกายไม่แข็งแรง อย่าเพิ่งเก่งไปหน่อยเลยค่ะ” หญิงสาวหลบเลี่ยงหมุนตัวออกจากอ้อมกอดคนขี้ขโมย ทำเป็นเดินไปหยิบของมาเสิร์ฟ

“อ้างตลอดเลยนะปรางจ๋า พี่อยากชิมมะปรางแล้วว่าจะหวานฉ่ำแค่ไหน” ชายสูงวัยมือปลาหมึกคว้าร่างบางมาสวมกอด ทำสายตาหวานซึ้งไม่อายสายตาของคนในบ้าน เปิดเผยความเป็นข้าวใหม่ปลามัน ซึ่งตรงกันข้ามกับอารมณ์ของคนถูกกอด

หญิงสาวหลบสายตารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องในอ้อมกอดของสามี ไหนจะเมื่อคืนก็ต้องหนีวงแขนของคนลูก ทำเอารู้สึกเหมือนตนเองเริ่มเป็นของเล่นของคนที่บ้านนี้

“ปะ...” แต่ก่อนที่หญิงสาวจะเอ่ยวาจาอะไรออกไป เสียงของเธอก็ถูกกลบด้วยเสียงคลื่นไส้ของใครบางคน ที่กำลังนั่งเล่นมือถืออยู่

“แหวะ หน้าไม่อาย” เสียงของบุตรชายดังขึ้นจากโต๊ะอาหาร สายตาของเขาแสดงออกถึงความรังเกียจการแสดงออกของคนทั้งคู่

“อยู่บ้านเป็นด้วยเหรอเรา” ชายสูงวัยเดินมานั่งที่หัวโต๊ะทักทายลูกชายน้ำเสียงปกติ ไม่ได้รู้สึกขัดเขินแต่อย่างใดเพราะอยากให้ลูกเห็นว่าเขารักธยานีแค่ไหน

“แล้วพ่อจะให้ผมอยู่ไหนละครับ” ชายหนุ่มตอบชักน้ำเสียงใส่ ขัดหูขัดตาขัดใจกับภาพที่เห็นเมื่อครู่

“อยู่กับหนูเกดไงล่ะ เห็นทุกทีก็อยู่ด้วยกัน บ้านช่องไม่รู้จักกลับ” ชายสูงวัยกล่าวอย่างไม่คิดอะไร ก็เห็นลูกชายรักนักรักหนากับการะเกด ตั้งแต่กลับมาจากต่างประเทศก็ไม่ได้เป็นอันอยู่บ้านอยู่ช่อง

“ต่อไปคงจะอยู่บ้านมากขึ้นแล้วล่ะ” ชายหนุ่มกัดฟันตอบ ภาพวาบหวามของอดีตคนรักกับชู้ทำเอารู้สึกจุกขึ้นมาที่อก จะเปิดปากบอกบิดาก็ยังไม่เหมาะเพราะมีตัวกากีอยู่ไม่ห่าง หวั่นหล่อนจะซ้ำเติมความเสียใจของตนเอง

“ทำไมล่ะ ทะเลาะกับหนูเกดเหรอ” ผู้เป็นพ่อรู้สึกได้ถึงความผิดปกติในตัวบุตรชาย มองหน้าถามอย่างค้นหาความจริง

“เปล่า ผมต้องเฝ้า...คน” ชายหนุ่มส่ายหน้า หลบสายตาบิดาไปเจอเข้ากับแม่เลี้ยงที่กำลังเดินถือหม้อข้าวต้มเข้ามาพร้อมกับกลิ่นหอมที่ปลุกเขาเมื่อเช้านี้

“ใคร” ภาคภูมิขมวดคิ้วถามอย่างไม่เลิกสงสัย

“อาหารมาแล้วค่ะ” เสียงของธยานีดังขึ้นทำให้ทั้งสองจบบทสนทนากันโดยปริยาย พร้อมหันไปพยักหน้ากับแม่บ้านให้เริ่มเสิร์ฟอาหาร ตนเองก็นั่งฝั่งตรงข้ามกับคู่อริ

“น่ากินจังป้า วันนี้หอมเป็นพิเศษนะ เล่นเอาซะผมลุกขึ้นจากเตียงตามกลิ่นลงมาเลย” ชายหนุ่มได้ทีเปลี่ยนเรื่อง หันไปชื่นชมข้าวต้มหอมๆชวนทาน ที่

กำลังถูกตักใส่ถ้วยดูน่ารับประทาน

“ฝีมือป้าที่ไหนกันคะคุณชาย คุณนายเป็นคนทำค่ะ ทำตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่เลย” หญิงสูงวัยผู้มีหน้าที่ทำกับข้าวและดูแลบ้านหลังนี้ตอบ พร้อมยิ้มให้อย่างชื่นชมรสชาติการทำอาหารของคุณนายป้ายแดง

“พ่อเองยังติดใจฝีมือของปรางเลย” ผู้เป็นสามีเอื้อมมือไปกุมชื่นชมภรรยาสาว มองดูอาหารเลิศรสที่ถูกตักใส่ถ้วยกำลังร้อนๆยิ่งส่งกลิ่นหอมกว่าเดิมยามที่อยู่ตรงหน้า

“ก็แค่กลิ่น หน้าตา รสชาติไม่ได้เรื่องเหมือนเนื้อใน” ชายหนุ่มแสยะปากพูด ซึ่งตรงกันข้ามกับร่างกายที่ตอนนี้ต่อมน้ำลายกำลังแตกฟอง

“พูดอะไรไม่เข้าหู ชิมก่อนแล้วค่อยพูดเถอะ” ผู้เป็นพ่อกล่าวอย่างท้าทาย มั่นใจในฝีมือการทำอาหารของภรรยาคนสวย

ชายหนุ่มชายตามองดูธยานีที่ตอนนี้กำลังตักอาหารเข้าปากรับประทานกับบิดาของตนเองท่าทางมีความสุข ใจหนึ่งก็ไม่อยากจะทาน แต่ถ้าไม่ทานเดี๋ยวจะหาว่าไม่แน่จริง เขาคนช้อนอยู่ในถ้วยสองสามรอบก็ตักเข้าปากทันทีแล้วก็ปล่อยพรวดออกมาใส่ถ้วย

“รีบตักแบบนั้นไม่กลัวร้อนเหรอคะ” คนทำอาหารเอ่ยถามสายตายิ้มๆ

เหมือนแอบสะใจหน่อยๆที่อีกฝ่ายใจลอยจนลืมไปว่าข้าวต้มเพิ่งจะยกลงจากเตา

ชายหนุ่มตวัดสายตาใส่ หยิบกระดาษมาเช็ดปาก แล้วกัดกรามนิ่งชักสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วเป่าอาหารส่งเข้าปากอีกครั้ง แม้เมื่อครู่จะต้องลิ้นพองเพราะความร้อน แต่เมื่อได้สัมผัสรสชาติที่แท้จริงก็บอกได้เลยว่าข้าวต้มหม้อนี้อร่อยอย่างที่โฆษณา

“เป็นไงล่ะ ไม่มีที่ติเลยใช่ไหม” ผู้เป็นพ่อกล่าวอย่างอารมณ์ดี มองดูลูกชายก้มหน้าตักอาหารเข้าปากอย่างไม่หยุด

“ก็งั้นๆ ไม่ได้วิเศษวิโสอะไร” ชายหนุ่มตอบใบหน้านิ่ง แต่คัดค้านกับความจริงของรสชาติ ทำเอาคนทำอาหารเม้มปากชักอยากรู้ว่ารสชาติอาหารของเธอถูกปากเขาบ้างหรือเปล่านะ

“ไอ้ลูกคนนี้ปากแข็ง อร่อยก็ว่าอร่อยมาเถอะ” ภาคภูมิกล่าวอย่างอารมณ์ดีตักข้าวต้มเข้าปากอย่างพอใจ แอบหัวเราะในลำคอที่ได้ทานอาหารกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

“ไร้สาระนะคุณพ่อ” ชายหนุ่มจัดการข้าวต้มหมดด้วยความรวดเร็ว แล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่มอึกใหญ่ รู้สึกอิ่มและอร่อยกับอาหารเช้าที่เขาไม่ได้กินรสชาติแบบนี้มาแสนนาน ภีมเดชกล่าวจบก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องอาหารอย่างไม่

สนใจใคร

“แล้ววันนี้ไม่ไปทำงานหรือไง เห็นทุกทีรีบไปตั้งแต่บริษัทยังไม่เปิดด้วยซ้ำ” เสียงของชายสูงวัยเอ่ยถามลูกชายก่อนจะเดินขึ้นบันได

“วันนี้ผมเข้าสายหน่อย ไม่มีงานด่วน” ชายหนุ่มตอบด้วยความรู้สึกเลื่อนลอย วันนี้เขาไม่มีอารมณ์จะทำอะไรสักเท่าไร กล่าวจบก็เดินขึ้นไปบนห้องของตัวเองนึกถึงแฟนสาวที่ทรยศตน

“เจ้าลูกคนนี้ไม่อร่อย แต่ตักเข้าปากพรวดๆ แล้วไปนอน” ผู้เป็นพ่อยังอมยิ้มไม่เลิก เชื่อมั่นว่าไม่นานลูกชายจะต้องเปิดใจรับภรรยาสาวของตนเองอย่างแน่นอน

“คงฝืนทานกระมั้งคะ” เจ้าของข้าวมองตามหลังร่างสูงไป แล้วหันไปตอบ พลางหยิบกระดาษมาเช็ดปากชายสูงวัยอย่างเอาอกเอาใจ

“คนอย่างคุณภีม ถ้าไม่อร่อยไม่ฝืนทานหรอกค่ะคุณนาย” แม่บ้านอาวุโสเดินเข้ามาเก็บถ้วยข้าวต้มที่หมดแล้วของลูกชายเจ้าของบ้านกล่าวอย่างรู้นิสัย

“วันนี้พี่ปลื้มกับน้านวลจะเข้ามาหา ปรางขออนุญาตพาพวกเขาออกไปข้างนอกนะคะ” หญิงสาวเอ่ยปากเชิงขออนุญาตผู้เป็นสามี พลางส่งมือไปจับกุมท่าทางเหมือนหลงใหล

“ได้สิ แวะเดินห้างซื้อของหน่อยก็ได้นะ ซื้อให้น้าของปรางด้วยล่ะ” ชายสูงวัยบีบมือตอบกลับอย่างเอาใจภรรยาสาวและครอบครัว

“ไม่ต้องหรอกค่ะ แค่ออกไปทานอาหารกันก็พอ” หญิงสาวส่ายหน้าลุกขึ้นยืนขึ้นมาบีบที่บ่าของผู้เป็นสามี เป็นปกติทุกครั้งหลังทานอาหารที่เธอจะปรนนิบัติให้

“ไม่ทำอะไรทานกันที่บ้านล่ะ เผื่อจะได้สนิทสนมกันกับคนที่นี้” เจ้าของบ้านเสนอ และหากเธอสนองเขาก็จะยกเลิกงานแล้วอยู่ร่วมเปิดบ้านกับครอบครัว

“ปรางขอความเป็นส่วนตัวหน่อย ไม่อยากเหนื่อยด้วย อยากทานสบายๆ” หญิงสาวส่ายหน้ายิ้มหวานให้อย่างหว่านเสน่ห์

“งั้นก็แล้วแต่ แต่อย่างลืมซื้อของให้น้าด้วยล่ะ” ภาคภูมิพยักหน้าอย่างไม่ขัดข้อง จับมือหอมกรุ่นขึ้นมาจูบหนักหน่วง พลันคิดไปถึงเมื่อไรเขาจะได้ร่วมหอกับเธออย่างเป็นทางการ จะจูบทุกซอกทุกมุมของเรือนร่างนี้ให้หายอยากเลยทีเดียว

“ไม่ต้องจริงๆค่ะ พวกเราแค่อยากมาเจอหน้าเจอตากัน” หญิงสาวโน้มกายกระซิบบอก ตอนนี้ปลายนิ้วของเธอบีบนวดขึ้นมาที่ต้นคอของผู้ที่กำลังเมื่อยล้า

“ไม่ได้หรอกเดี๋ยวเสียชื่อภรรยามหาเศรษฐีหมด” ชายสูงวัยหลับตาตอบอย่างผ่อนคลาย ภรรยาสาวของเขานี่แสนจะช่างเอาใจ

“ปรางไม่ได้ต้องการเงินของคุณนี่คะ” หญิงสาวขยับกายมองหน้าสายตามุ่งมั่น ทำท่าทางใส่ซื่อไร้เดียงสาตามที่เอ่ย

“เพราะแบบนี้แหล่ะผมถึงรักคุณไงปราง” มือหนาเอื้อมมาจับปลายคางเชยขึ้นอย่างเอ็นดู เขาทั้งรักทั้งหลงรูปงามวาจาหวานฉ่ำและกิริยาที่อ่อนช้อยช่างเอาใจของเธอจนแทบจะโงหัวไม่ขึ้นอยู่แล้ว

ภาพหวานของสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันไม่พ้นสายตาของผู้เป็นบุตรชาย ที่มองดูอยู่ที่ระเบียงชั้นสอง เห็นแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียด ความรักของคนต่างวัยที่ไม่น่าไว้วางใจสักเท่าไร บวกกับความรู้สึกที่ไม่อยากไว้ใจผู้หญิงอย่างเธอ

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เมื่อเธอแม่เลี้ยงคนใหม่ย่างก้าวเข้ามาในบ้านด้วยอายุที่อ่อนกว่าเขา ชายหนุ่มจึงไม่อาจจะวางใจ ไม่เชื่อว่าเธอมาด้วยใจรักบิดา แผนการแก้แค้นของเธอจะสำเร็จหรือไม่ต้องติดต่ออ่านค่ะ"

รมย์ธีรา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha