แรงฤทธิ์พิศวาส

โดย: พลอยเฟื่อง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : แผนเด็ดดอกฟ้า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

แผนเด็ดดอกฟ้า

 

 

 

 

 

กุหลาบแดงแซมลิลลี่สีขาวช่อใหญ่ราคาครึ่งหมื่นที่เขาโอบประคองมาอย่างดีถูกส่งต่อให้รีเซฟชั่นของโรงแรม พร้อมกับระบุชื่อและห้องของผู้รับ

เขาไม่เคยลงทุนขนาดนี้ ทัศนัยคาดหวังว่าดอกไม้ช่องามพร้อมกับการ์ดแนบด้วยถ้อยคำหวานๆ จะได้รับการตอบรับที่ดีกว่า เห็นมันถูกแม่บ้านถือออกมาจากห้องของหญิงสาว และกำลังจะนำไปทิ้งลงถังขยะ

“ป้าครับๆ” เขาเรียกเอาไว้ พร้อมกับรีบวิ่งไปหาแม่บ้านคนนั้นฉวยคว้าเอาดอกไม้ช่องามแสนแพงมาถือเอาไว้เอง

“อะไรกันคุณ?” เสียงถามตกอกตกใจ

“ป้าจะทิ้งทำไม? ดอกไม้ยังสดใหม่อยู่เลย”

“เอ้า ก็คุณเขาสั่งมา”

“คุณไหน?”

“คุณคนสวยๆ เจ้าของดอกไม้น่ะสิ นี่ยังให้ค่าจ้างตั้งห้าร้อยแน่ะ กำชับมาว่า ห้ามเอาไปให้ใคร ทิ้งลงถังขยะเท่านั้น”

ถ้อยคำยืนยันชัดหนักแน่นทำให้ทัศนัยรู้สึกเหมือนถูกเด็ดหัวใจออกจากขั้วแล้วเหวี่ยงทิ้งลงกับพื้น ก่อนจะตามามาเหยียบย่ำ และบดบี้ขยี้ด้วยปลายเท้า...หล่อนทำเกินไป...ทำเกินไปแล้ว

ตั้งแต่วัยหนุ่มรุ่นกระทง คนอย่างเขาไม่เคยซื้อดอกไม้ให้ผู้หญิงคนไหน ด้วยหน้าตาหล่อลาก รูปร่างสูงใหญ่กำยำ จึงมีแต่สาวๆ เป็นฝ่ายวิ่งเข้าหา เสนอตัวให้มาตลอด

แล้วผู้หญิงคนนี้ เมวิกา กสิทสุนทร หล่อนเลิศเลอสูงส่งมาจากไหน ถึงกล้ามาทำกับเขาอย่างนี้

อีบ้าเอ๊ย! สวยเสียเปล่า แต่นิสัยแย่มาก อวดเก่งเอาแต่ใจก็เท่านั้น เจ้าอารมณ์ ชอบข่มคนอื่น ดูถูกคน

ถ้อยคำก่นด่าจากปากแฟนเก่าของหล่อนดังก้องขึ้นมาในหัวสมองของเขาเวลานี้...จริงแท้ แน่ชัดทุกอย่าง

ผู้หญิงเช่นนี้ไม่ควรจะไปยุ่งด้วย...ก็ถ้าหล่อนไม่รวย เขาคงจะเบ้ปากใส่แล้วเดินหนีไปเสีย แต่นี่ไม่...หล่อนรวยและสวยมาก การปราบพยศผู้หญิงแสนเย่อหยิ่ง เป็นเรื่องที่ท้าทายผู้ชายอย่างเขาเหลือเกิน

+++++++++

 

“ผู้ชายระดับแกนี่นะไอ้ทัศ จะต้องไปหาหมอเสน่ห์ที่ไหน แค่เอาหน้าหล่อๆ ไปหลอกเลี้ยงเหล้าสาวๆ ก็ได้กินแล้วมั้ง” จักรีถามอย่างกังขา พร้อมกับแนะนำวิธีมาให้

“ฉันต้องการความชัวร์ แกบอกเองไม่ใช่หรือว่า ถ้าไม่ได้ผล ยินดีคืนเงินน่ะ”

“เฮ้ย! เอาจริงหรือวะ?” พอเห็นเพื่อนหน้าซีเรียส คนแนะนำไปแต่ทีแรกก็ซีเรียสตามไปด้วย และก็ให้สงสัยนักหนาว่าผู้หญิงที่ไหนกันถึงทำให้ทัศนัยขาดความมั่นใจ ถึงกับต้องใช้ไสยศาสตร์เข้าช่วย

“ถามจริงว่ะ ใครวะ?”

“เออน่า...แกอย่ารู้เลย ไว้สำเร็จแล้วฉันจะบอก”

“อย่าบอกนะว่าคุณเม?” จักรีชี้หน้าแล้วถามเสียงหลง ไม่คิดว่าเพื่อนจะเอาจริง

แต่ทัศนัยไม่ยอมตอบ กลับยิ้มกริ่มให้อีกฝ่ายไปคิดคนเดียว

“ฉันว่าอย่าเลยดีกว่าว่ะไอ้ทัศ เล่นของน่ะมันถอนยากนะเว้ย แล้วของแรงๆ เกิดมันย้อนกลับมาเข้าตัว อาจถึงตาย” จักรีเริ่มมีท่าทีไม่ค่อยเห็นด้วยนัก

“แกเอาที่อยู่หมอที่ว่ามาให้ฉันเหอะ”

“ไอ้ทัศ นี่แกคิดจะทำจริงๆ หรือ? ถึงไม่กลัวตาย ก็น่าจะกลัวบาป”

“อะไรกันไอ้จักร ก็แกเองไม่ใช่หรือที่แนะนำฉันแต่ทีแรก”

“ฉันก็แค่พูดเล่น ไม่คิดว่าแกจะเอาจริง”

“ฉันไม่ได้ทำเองหรอก...หล่อขนาดฉัน มั่นใจเว้ย จีบสาวที่ไหนก็ติด นี่ถามไปให้คนอื่นเฉยๆ”

“คนอื่นน่ะใครวะ?” พอเห็นเพื่อนจริงจัง จักรีก็ชักจะไม่เชื่อเสียแล้ว

“แกไม่รู้จักหรอก บอกมาเถอะน่า ที่เหลือเดี๋ยวฉันไปจัดการเอง” พอย้ำคำหนักแน่นจริงจัง จักรีก็มีท่าเหมือนว่าไม่ค่อยอยากบอกเท่าไหร่ แต่พอถูกตื๊อหนัก ที่สุดเขาก็ได้ที่อยู่หมอเสน่ห์ที่ว่ามาจนได้

ทัศนัยไม่รอช้า รีบเดินทางมาตามลายแทงที่อยู่จากเพื่อน จากถนนเส้นหลัก เลี้ยวเข้าทางลาดยางแคบๆ จนมาถึงทางลูกรัง กระทั่งถึงสวนกล้วยเปลี่ยวร้างไกลบ้านเรือนผู้คน

รถยุโรปคันงาม จอดลงหน้าบ้านที่ปิดประตูแน่นหนา ลดกระจกลง พร้อมกับยกกระดาษจดแผนที่และเลขที่บ้านขึ้นมาดูอีกครั้ง

“หลังนี้เหรอวะ?” ในความคิดของเขา ที่อยู่หมอเสน่ห์ น่าจะล่ำซำมากกว่านี้สิ ถ้าเก่งจริงก็น่าจะมีลูกศิษย์ลูกหาคับคั่ง มีเงินมีทองใช้จ่ายไม่ขาดมือ แต่มองสภาพบ้านหลังใหญ่ ไม้สักทองทั้งหลัง หมอที่จักรีแนะนำมา ก็คงไม่ธรรมดานักหรอก

เขาจอดรถแอบข้างทาง แล้วเปิดประตูลงไป เห็นมีเด็กสาวสองคนกำลังยืนกวาดใบไม้อยู่

“นี่น้อง...น้อง...” เด็กทั้งสองหันมามองหน้าเขา

“นี่ใช้บ้านเอ่อ...หมอเนรมิตใช่ไหม?”

เด็กสาวร่างอวบอ้วนถือไม้กวาดเดินเข้ามาหาเขา กวาดตามองขึ้นลง

“จะมาหาแม่ทำไม?”

ทัศนัยขมวดคิ้ว...แม่?...แม่ใคร?...เขาไม่ได้มาหาแม่ใครทั้งนั้น

“เปล่า ฉันมาหาหมอเนรมิต อยู่หรือเปล่า?”

“ก็นั่นแหละ คุณจะมาหาแม่ทำไม?”

นี่ถ้าถามกลับว่า...มาหาพ่อทำไม? เป็นได้มีด่าไปแล้ว

“แม่ใครที่ไหนกัน?”

“ก็ที่คุณถามน่ะ?”

“หมอเนรมิตนี่เป็นผู้หญิงหรือ?”

“อ้าว! ตกลงที่มาถามหานี่ไม่รู้จักใช่ไหม? งั้นกลับไปเถอะคุณ” เด็กสาวว่าแล้วผินหลังกลับ...ไม่ง้อซะด้วย

“เดี๋ยวๆ ก่อนสิ พอดีเพื่อนฉันแนะนำให้มาหาหมอเนรมิต ขอฉันพบหน่อยได้ไหม?”

ร่างอวบอ้วนหมุนตัวกลับมา

“บอกก่อนว่ามาพบแม่ทำไม?”

“เอ่อ...ฉันอยากคุยกับหมอเนรมิตส่วนตัวน่ะ ไม่อยากบอกผ่านคนอื่น”

“ถ้าคุณจะมาทำของ ก็กลับไปเถอะ แม่เขาเลิกแล้ว”

“เฮ้ย! เลิกได้ยังไง? ฉันเดือดร้อนจริงๆ นะ  ไม่งั้นก็คงไม่ดั้นด้นมาไกลขนาดนี้หรอก”

เด็กสาวปรายตากลับมากวาดตามองขึ้นลงอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่ พร้อมกับส่ายหน้าไปมา

“กลับไปเถอะคุณ”

“จะให้กลับได้ยังไง? ฉันอุตส่าห์มาไกลขนาดนี้”

“แต่แม่แกเลิกแล้ว เรื่องอวิชชาอะไรไม่เอาทั้งนั้นแหละ คุณไปหาคนอื่น ที่อื่นเถอะ”

“ฉันตั้งใจมาจริงๆ ยังไงก็ขอให้ฉันได้พบแม่หมอก่อนเถอะ”

“เอ๊ะ! คุณนี่ยังไง ดื้อด้านจริงๆ แม่เขาเลิกทำบาปทำกรรมแล้ว อย่ามาชักจูงเขาลงสู่ทางต่ำอีกเลย”

“ฉันเดือดร้อนจริงๆ นะ อย่างน้อยก็ขอให้ฉันได้พบแม่หมอก่อนเถอะ ขอร้องล่ะ”

“เอะอะ อะไรกันนังระกา แล้วนั่นใครมานั่น?” เสียงถามดังมาจากตัวบ้าน

“ก็ผู้ชายคนนี้ เขามาตื๊อจะพบแม่ ให้แม่ช่วยทำคุณไสยให้น่ะสิ”

“แม่หมอครับ สวัสดีครับ ผมขับรถดั้นด้นมาไกลจริงๆ มีเรื่องไม่สบายใจใหญ่โต อยากปรึกษาสักหน่อย เป็นที่พึ่งยามยากให้ผมด้วยเถอะครับ” ทัศนัยลงทุนอ้อนวอน

เสียงเงียบไปครู่ใหญ่ จนนึกว่าจะไม่มีคำตอบ

“เอ้าๆ เปิดประตูให้เขาเข้ามา”

“แม่ก็...ไหนว่าจะเลิกแล้วไง”

“แกเงียบเถอะนังระกา เชิญคุณเขาเข้ามาข้างใน” เสียงเข้มสั่ง ทัศนัยยิ้มออกมา ดีใจจนเนื้อเต้น กว่าเด็กระกาจะเปิดประตูให้เขาเข้าไปข้างในบ้านได้

พอเดินผ่านพ้นเข้าเขตบ้านของหมอเนรมิตมา ลมวูบใหญ่ก็พัดแรงปะทะใบหน้าจนเย็นยะเยือกเลยทีเดียว เขาแอบลอบกลืนน้ำลาย ก่อนจะเดินเข้าไปข้างในที่บรรยากาศดูเงียบเชียบวังเวงพิกล

แล้วขนทุกเส้นในกาย ก็พร้อมใจกันลุกซู่อย่างพร้อมเพรียง

+++++++++


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนค่า ^^"

พลอยเฟื่อง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha