ไซด์ไลน์ที่รัก

โดย: ณรีรัช



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 8 : พี่คิมใจร้ายยย...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 8  

สายๆ ของวันถัดมา พิมพ์ ลภัส ออกมาซื้อของที่ซุปเปอร์กับแม่บ้าน พอลงจากรถ พิมพ์ ลภัส และแม่บ้านก็เดินตรงเข้าไปซื้อของใช้ตามที่จดเอาไว้ เธอใช้เวลาในซุปเปอร์ชั่วโมงกว่าๆ ก็เดินเข็นรถออกมาที่ลานจอดรถ พิมพ์ ลภัสกำลังยืนรอแม่บ้านอยู่ที่ประตูทางออก เธอไม่ทันได้สังเกตเลยว่า ได้มีชายฉกรรจ์สองคน ยืนจ้องเธออยู่ที่ตู้โทรศัพท์ใกล้ 

พิมพ์ ลภัส กำลังยืนมองโน่นมองนี่เพลินๆ ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนก็แกล้งเดินเข้ามาใกล้ แล้วกระชากกระเป๋าสะพายของเธอไป พิมพ์ ลภัส ตกใจจึงร้องให้คนช่วย ชายฉกรรจ์คนที่ถือกระเป๋าวิ่งตรงไปทางด้านประตูทางออกอีกทางหนึ่ง

“นั่นเขามีเรื่องอะไรกันเหรอ สตี๊ฟ” แทนไทยถามเพื่อนร่วมงาน เพราะเขาได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือมาแต่ไกล แทนไทยเพิ่งมาที่ริโอ ได้ 1 อาทิตย์ ทางบริษัทที่เขาทำงาน ส่งให้เขามาประจำที่นี่ วันนี้เป็นวันหยุดของเขา ก็เลยออกมาหาซื้อของใช้ส่วนตัวซะหน่อย

“สงสัยจะวิ่งราวกระเป๋าน่ะ มีให้เห็นทุกวัน นั่นไง ตัวการวิ่งมาทางนี้ด้วย” เพื่อนร่วมงานชาวอเมริกันของแทนไทยบอกเขา สตี๊ฟอยู่ที่นี่มาเกือบ 10 ปี เขาเห็นแบบนี้บ่อยๆ และก็ไม่เห็นตำรวจจะจัดการขั้นเด็ดขาดซะที จับแล้วอีกไม่กี่ชั่วโมงก็ปล่อยออกมา เห็นแบบนี้ทุกวันจนชินตา เลยไม่คิดที่จะยุ่งเกี่ยว

“งั้นดีเลย มานี่ ฉันจะเป็นฮีโร่สักหน่อย เร็ว! สตี๊ฟ มาช่วยกัน” แทนไทยบอกกับ สตี๊ฟ เขายืนจ้องโจรวิ่งราว ที่เริ่มจะใกล้เข้ามาทุกที

 “ตุบ โอ๊ย! ตุบๆ ถุย! นึกว่าจะแน่” ชายฉกรรจ์คนที่วิ่งถือกระเป๋าโดน แทนไทยและสตี๊ฟช่วยกันรุมเตะสกัด และกระชากกระเป๋าคืนมาได้ สองโจรวิ่งราว เห็นว่าแทนไทยและสตี๊ฟเหนือกว่าและเริ่มมีคนเข้ามารุมดูมากขึ้น สองโจรจึงรีบวิ่งหลบหนีไป

“คุณ นี่ครับกระเป๋า” แทนไทยเอากระเป๋าส่งให้หญิงสาวที่วิ่งตามมา

“ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยฉันไว้” พิมพ์ ลภัส เอ่ยขอบคุณแล้วยิ้มหวานให้พลเมืองดีผู้ช่วยเธอเอาไว้

“พิม! แทนไทยเรียกชื่อหญิงสาวตรงหน้าออกมาอย่างตื่นเต้น เขาทั้งดีใจและแปลกใจที่ได้พบเธอที่นี่

“พี่แทน! พิมพ์ ลภัส โผเข้ากอดแทนไทยด้วยความดีใจ แล้วรีบผละออกทันทีเมื่อนึกขึ้นได้

“ทำไมถึงมาอยู่ที่ริโอได้ล่ะ พี่คิดว่าพิมอยู่กรุงเทพซะอีก”

“เรื่องมันยาวน่ะค่ะ แล้วพี่แทนล่ะคะ ทำไมถึงอยู่ที่ริโอได้ล่ะ แล้วเป็นไงมั่งเนี่ยะ เจ็บตรงไหนรึเปล่าคะ” พิมพ์ ลภัสหันไปตรวจดูตามร่างกายของแทนไทย

“พี่ไม่เป็นไรหรอก ก็บริษัทที่พี่ทำงานส่งพี่มาประจำอยู่ที่นี่ นี่พี่เพิ่งมาได้อาทิตย์เดียวเองนะ ไม่คิดว่าจะได้มาเจอพิมที่นี่ พิมพักอยู่ที่ไหนล่ะ เดี๋ยวถ้าว่างๆ พี่จะไปเที่ยวหาไง”

“คือ... พิมอยู่กับคุณบาสเตียนน่ะค่ะ คนที่ลากตัวพิมออกมาวันนั้น...  คุณคิมเป็นสามีของพิมค่ะ พี่แทนอย่าไปหาพิมเลยนะคะ พิมเกรงใจเขา เอาแบบนี้ดีกว่า พี่แทนมีเบอร์ติดต่อมั๊ยคะ ถ้าวันไหนพิมว่างๆ พิมจะโทรหาพี่แทนเอง...นะ”

“อืม ได้สิ อ่ะนี่เป็นเบอร์ที่ทำงานของพี่น่ะ ตอนนี้พี่เพิ่งย้ายมา ยังไม่มีเบอร์ติดต่อหรอก พิมดูอ้วนขึ้นนะ หน้าตาสดใสขึ้นเยอะ เขาคงเลี้ยงพิมดีล่ะสิท่า วันหลังก็แนะนำให้พี่รู้จักบ้างละกัน”

“ค่ะ พิมไปก่อนนะคะ” พิมพ์ ลภัสเห็นแม่บ้านเดินมา เธอจึงบอกลาแล้วรีบเดินไปหาแม่บ้านทันที

“บายจ้ะ”

“ค่ะบาย”

“ใครกันแทนไทย นั่งรถหรูซะด้วย คนขับรถหน้าเหมือนพวกมาเฟียเลยว่ะ” สตี๊ฟ มองไปทางรถที่มารับพิมพ์ ลภัส เขามองเห็นคนขับแต่งชุดสูทสีดำคล้ายๆ พวกมาเฟียตระกูลใหญ่

“อดีตรุ่นน้องน่ะ รู้สึกว่าจะเป็นภรรยาของคุณบาสเตียน นะ นายรู้จักมั๊ยสตี๊ฟ บาสเตียนน่ะ” แทนไทยหันไปถามเพื่อนผู้รอบรู้ ที่อยากรู้อะไร ถ้าถามสตี๊ฟต้องได้คำถามทุกครั้ง

“ห๊า... บาสเตียน อย่าบอกนะว่า คิม บาสเตียน น่ะ” สตี๊ฟ ทำหน้าตกใจหันมาถามแทนไทยอย่างต้องการคำตอบ

“อืมน่าจะใช่นะ เพราะเมื่อกี๊พิมเรียกเขาว่าคุณคิม ทำไมเหรอ เขาเป็นใครกัน” แทนไทยสงสัย เลยเอ่ยถามสตี๊ฟ เพราะดูท่าทางจะรู้จักดี

“คิม บาสเตียน เวราสโค่  CEO ใหญ่ของท่าเรือที่แกทำงานอยู่ไง  อะไรกัน นี่แกไม่รู้จักชื่อเจ้านายเลยเหรอ” สตี๊ฟหันมองหน้าแทนไทยที่ยืนส่ายหน้าให้กับเขา

“ฉันว่าแกควรอยู่ให้ห่างจากพวกเขาจะดีกว่านะ ครอบครัวของคุณบาสเตียนน่ะมีอิทธิพลมากในบลาซิล จะเรียกว่ามาเฟียก็ไม่เชิงนะ ยิ่งดอนริคาร์โด้พ่อของคุณบาสเตียน เขาลือกันว่าท่านโหดมาก จนพวกนักการเมืองยังต้องเกรงใจเลย แต่ถ้าเราไม่ไปยุ่งกับเขาซะก็อยู่ที่นี่ได้สบาย หายห่วง”

“ป่ะ กลับกันเถอะ ยืนนานร้อนว่ะ” แทนไทยทำหน้าครุ่นคิดในคำตอบของสตี๊ฟ เขาพยักหน้าแล้วเดินตามสตี๊ฟไป

การพบกันของพิมพ์ ลภัส และแทนไทย อยู่ในสายตาของใครคนหนึ่ง เธอเอาโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพทั้งหมดเอาไว้

“ฉันรู้วิธีกำจัดแกแล้ว นังพิมพ์ ลภัส ฮึ! ฮึ!” จีน่ากดดูภาพทั้งหมดแล้วยิ้มร้ายๆ ออกมา

พิมพ์ ลภัสกลับมาถึงก็ทำงานปกติจนเสร็จเรียบร้อย ก็เลยมานั่งอ่านหนังสือที่สวนด้านหลัง บาสเตียนที่เพิ่งก้าวเท้าลงมาจากรถ เขาเดินเข้ามาถามหาพิมพ์ ลภัส ทั่วๆ บ้าน พอรู้ตำแหน่งก็รีบเดินไปหาทันที บาสเตียนเดินไปที่สวนหลังบ้าน เขาเห็นเธอนั่งอ่านหนังสืออยู่ ก็ตรงดิ่งเข้าไปยืนตรงหน้าเธอ

“วันนี้เธอไปไหนมา” บาสเตียนถามเมียรักเสียงเข้ม

“พิมออกไปซื้อของที่ซุปเปอร์น่ะค่ะ” พิมพ์ ลภัส ตอบเขาด้วยน้ำเสียงสดใส แล้วยิ้มหวานๆ ให้เขา

“แล้วยังไงต่อ” ดวงตาดุดันยังคงจ้องหน้าคาดคั้นเอาคำตอบจากเธอ

“ก็กลับบ้านยังไงล่ะคะ” พิมพ์ ลภัส เริ่มแปลกในใจคำถามที่ดูคาดคั้นของเขา

“แล้วนี่ล่ะ” บาสเตียนเอาโทรศัพท์ที่เปิดคลิปภาพไว้ วางลงตรงหน้าหญิงสาว

พิมพ์ ลภัส หน้าตึงขึ้นมาทันที เธอมองหน้ายับยู่ยี่ของสามี แล้วจ้องกลับอย่างไม่ลดละ “คุณจะฟังฉันอธิบาย หรือว่าคุณจะเชื่อภาพนั้นล่ะคะ”

“ผมอยากฟังจากปากของคุณ” บาสเตียนพูดสั้นๆ แล้วนั่งลงตรงหน้าของเธอ

“ตอนฉันซื้อของเสร็จ ฉันยืนรอคุณแม่บ้านที่ทางออกไปลานจอดรถ แล้วโดนโจรวิ่งราวกระเป๋า ซึ่งแถวนั้นไม่มีใครอยู่เลย ฉันพยายามวิ่งตามและร้องให้คนช่วย ด้วยความบังเอิญที่โจรมันวิ่งไปที่ทางออกอีกทาง แล้วก็มีพลเมืองดีช่วยจับโจรเอาไว้ และแย่งกระเป๋ามาคืนฉันได้ ซึ่งก็คือ พี่แทนไทย คนที่คุณเห็นฉันกระโดดกอดคอวันนั้น ซึ่งฉันอธิบายไปแล้วว่าเป็นใคร พี่แทนเขาเพิ่งย้ายมาประจำงานที่นี่ และนี่คือเบอร์ติดต่อของที่ทำงานเขา ฉันไม่ได้ให้เบอร์เขาไว้หรอกนะคะ เพราะคิดเอาไว้แล้ว ว่าถ้าให้ไปจะต้องมีปัญหาตามมา เรายืนคุยกันไม่ถึง 10 นาทีก็แยกย้ายกันกลับ และถ้าคุณไม่เชื่อ ก็ไปถามเอากับคุณแม่บ้านและคนขับรถได้ค่ะ อ่อ... นี่ค่ะกระเป๋าที่โดนกระชากจนขาด ยังมีอะไรสงสัยอีกมั๊ยคะ” พิมพ์ ลภัส มองหน้าสามี เขายิ้มออกแล้วลุกขึ้นเดินมายืนข้างหลัง แล้วสวมกอดเธอเอาไว้ หอมแก้มนวลแรงๆ สองสามที

“ผมเชื่อใจคุณ”

“นี่ขนาดว่าคุณเชื่อใจฉันนะคะ คุณยังรีบกลับมาถามฉันซะตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน”

“ก็มัน... โมโหน่ะ เห็นแล้วของมันขึ้น อยากจะฟังจากปากของคุณมากกว่า ผมก็เลยต้องรีบกลับมาหาคุณ จุ๊บๆ” บาสเตียนกดจูบซ้ำๆ ที่แก้มนวล อย่างเอาใจ คนโดนจูบก็คลายความตึงเครียดลงบ้าง แล้วถามสามีอย่างรู้หน้าที่

“นี่เพิ่งบ่ายโมงกว่าๆ เอง คุณทานอะไรมารึยังคะ เดี๋ยวฉันไปหาอะไรมาให้คุณทานดีกว่านะ”

“อืม ผมก็เริ่มหิวแล้วนะ วันนี้กินกาแฟไปแก้วเดียวเอง เอาซักหน่อยก็ดี”

“ค่ะ รอสักครู่นะคะ”

“ครับที่รัก จุ๊บ” พอเมียรักเดินไป บาสเตียนก็หยิบนามบัตรขึ้นมาดู เห็นว่าเป็นชื่อบริษัทของตัวเองก็นึกแปลกใจ เลยโทรเรียกพายัพให้มาหาเขา

“อ่ะ แกลองไปสืบดูซิ มันชื่อแทนไทย เพิ่งมาประจำที่นี่ได้อาทิตย์ กว่าๆ” บาสเตียนส่งนามบัตรใบเล็กๆ ให้พายัพ

“ครับคุณคิม” พายัพรับนามบัตรมาแล้วเดินออกไป

ทางฝั่งจีน่าเธอหันไปเห็นสตี๊ฟเดินกับแทนไทยที่ลานจอดรถเลยยิ้มร้ายออกมา  “โชคเข้าข้างฉันเข้าให้แล้ว”

จีน่ารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาเบอร์ของสตี๊ฟทันที สตี๊ฟและจีน่าเคยเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน เธอนัดกับสตี๊ฟให้ออกมาคุยธุระกับเธอข้างนอกและเมื่อเวลานัดมาถึง จีน่าจอดรถรอสตี๊ฟไม่ถึง 5 นาที รถของสตี๊ฟก็แล่นเข้ามาจอดข้างๆ รถของเธอ

“ไงจีน่า ไม่ได้เจอกันนาน เธอดูสวยขึ้นนะ มีเรื่องอะไรจะใช้บริการฉันเหรอคนสวย” สตี๊ฟเปิดประตูรถของจีน่าแล้วก้าวขึ้นไปนั่งข้างๆ เธอ

“มีสิ แต่ว่าคุณจะกล้ารึเปล่า เรื่องนี้เสี่ยงพอดูเลยนะ แต่รับรองว่าผลตอบแทนสูง”

“ก็ลองพูดมาสิ บางทีการเสี่ยงมันก็มักจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า”

จีน่าเล่ารายละเอียดให้สตี๊ฟฟัง เขารีบปฏิเสธทันควัน ”ไม่ล่ะ งานนี้ผมขอบาย ผมยังไม่อยากเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ เพราะคุณบาสเตียนเขาต้องไม่ปล่อยผมเอาไว้แน่ๆ”

จีน่ารีฉุดดึงแขนของเขาเอาไว้ และหาทางโน้มน้าวสตี๊ฟทันที “ถ้าคุณทำงานนี้สำเร็จ ฉันจะให้ทุกอย่างที่คุณต้องการ!อะไรก็ได้ที่คุณต้องการ ฉันจะให้หมด!” สตี๊ฟได้ยินก็หยุดชะงักนั่งนิ่งครุ่นคิด เพราะงานนี้ความเสี่ยงสูง และอาจจะต้องเสียเพื่อนที่ดีไปคนนึง!

“ผมขอคิดดูก่อนนะจีน่า แทนไทยเขาเป็นเพื่อนของผม”

“ทำไมคุณจะต้องคิดล่ะคะ ถ้าสำเร็จคุณก็ค่อยไปขอโทษเขาทีหลังก็ได้ และถ้าคุณตกลง วันพรุ่งนี้คุณมาหาฉันที่นี่ เวลาเดิม โอเคนะคะ ฉันจะรอคุณ” สตี๊ฟก้าวขาลงจากรถของจีน่าแล้วมายืนคิดหนักอยู่ข้างๆ รถของตัวเอง ถ้าเขาปฏิเสธงานนี้ ก็เท่ากับเดือนนี้ทั้งเดือนเขาไม่มีเงินส่งให้ทางบ้านแน่ๆ ไหนจะหนี้สินที่นัดเขาเอาไว้อีก สตี๊ฟเดินขึ้นรถของตัวเองแล้วขับออกไป ในใจครุ่นคิดตลอดทาง

เวลาเดิมของวันถัดมา จีน่าขับรถมาจอดตรงที่เก่า เธอมองหาสตี๊ฟ และนั่งลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ 15 นาทีต่อมารถของสตี๊ฟก็เลื่อนเข้ามาจอดเทียนกับรถของเธอ จีน่ายิ้มกว้างทันทีที่เห็นรถของเขา

“ตกลง ผมรับงานนี้ เราจะเริ่มกันเมื่อไหร่ล่ะ”

“วันพรุ่งนี้ค่ะ ช่วงบ่ายๆ ฉันสืบมาแล้วว่าไม่มีใครอยู่บ้านเลย เดี๋ยวฉันจะหลอกล่อมันออกมาเอง คุณเองก็ไปจัดการทางฝั่งของคุณให้เรียบร้อยเถอะ อ่ะนี่ 50% ของเงินทั้งหมด ถ้าเสร็จงาน คุณค่อยมารับส่วนที่เหลือ” จีน่าส่งซองสีน้ำตาลให้กับสตี๊ฟ

สตี๊ฟรับซองสีน้ำตาลมาถือเอาไว้และลงจากรถไป จีน่ายิ้มร่าเริง เธอฮัมเพลงและขับรถออกไปอย่างอารมณ์ดี

คฤหาสน์ของคิมบาสเตียน

09.20 PM

“พรุ่งนี้ดอนกับมาดามต้องไปสวิซ ไปครั้งนี้เห็นดอนบอกว่านานเป็นเดือนเลย แล้วยัยอเลสซานดร้าก็ไม่อยู่ คุณต้องอยู่คนเดียว คงเหงาแย่เลย ผมว่าพรุ่งนี้ผมไม่เข้าบริษัทดีกว่า จะอยู่เป็นเพื่อนคุณดีมั๊ย” บาสเตียนนอนลูบผมยาวสลวยของภรรยา

“ไม่ดีค่ะ คุณไปทำงานเถอะค่ะ ฉันอยู่ได้ คุณแม่บ้านก็อยู่และเด็กรับใช้อื่นๆ เขาก็อยู่ ฉันว่าคุณไปทำงานดีกว่านะคะ ไม่ต้องมาอยู่เป็นเพื่อนฉันหรอก” พิมพ์ ลภัส นั่งหันหน้ามาทางสามี เธอเอามือจัดหมอนเตรียมจะล้มตัวลงนอน

“แต่ผมอยากอยู่ ไม่อยากไปทำงานเลยซักนิด”

 “มันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีนะคะ”

“ถ้างั้น ช่วงเช้าผมจะเข้าไปเคลียงานที่บริษัทให้เสร็จ แล้วผมจะรีบกลับมาทานมื้อกลางวันกับคุณ แบบนี้โอเคที่สุดนะจ๊ะที่รัก”

“เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะ” พิมพ์ ลภัส ยิ้มหวานๆ และล้มตัวลงนอนข้างๆกายเขา บาสเตียนรีบขยับเข้ามากอดเธอเอาไว้ทันที

“พิมอีกไม่กี่วันก็จะครบเดือนแล้ว มาดามก็ดูจะปลื้มคุณเอามากๆ ผมอยากให้เราแต่งงานกันเร็วๆ จังเลย วันนั้นผมคงมีความสุขที่สุด”

“ฉันไม่เห็นว่ามันจะแตกต่างกันตรงไหนเลย ตอนนี้มันก็เหมือนว่าฉันแต่งงานกับคุณแล้ว อยู่ด้วยกันซะขนาดนี้ คุณยังจะต้องการแต่งงานทำไมคะ” พิมพ์ ลภัส เงยหน้าขึ้นมามองหน้าสามี

“ผมต้องการการยอมรับต่างหากล่ะ ผมอยากประกาศให้ทุกคนรู้ ว่าคุณคือภรรยาของผม ถ้ามาดามกลับมาครั้งนี้ผมจะทวงเอาผลการตัดสินของมาดาม”

“ถ้างั้นก็แล้วแต่คุณเถอะค่ะ”

“แล้วแต่ผมเหรอ ได้เลย จุ๊บๆ” บาสเตียนจัดการกดจูบไปทั่วๆ ใบหน้างาม และร่ายบทพิศวาสยาวๆ ใส่พิมพ์ ลภัส จนเธอร้องครางแทบไม่เป็นภาษา เขาจับเธอพลิกหน้าพลิกหลัง ตามแต่เขาจะต้องการ จนเมื่อเขาอิ่มเอมนั่นแหละ เขาถึงได้ปล่อยเธอให้ได้นอนพัก และนอนกอดเธอเอาไว้จวบจนรุ่งสาง

07.20 AM

“แล้วผมจะรีบกลับมาทานมื้อกลางวันกับคุณนะพิม” บาสเตียนยืนกอดเธอ เขาก้มลงกดจูบแล้วจูบอีก จนลูกน้องที่อยู่ใกล้ๆ แถวนั้นเริ่มยิ้มออกมา

“ค่ะ แล้วพิมจะรอนะคะ” พิมพ์ ลภัส ยืนส่งสามีที่หน้าบันไดของคฤหาสน์ เธอรอจนรถของเขาแล่นออกไป แล้วจึงเดินกลับเข้ามาด้านใน แต่แล้วก็ต้องชะงักเท้า เมื่อมีรถยนต์หรูสีแดงสด แล่นเข้ามาจอดตรงทางขึ้น

“มาอีกแล้ว วันนี้จะอาละวาดอะไรอีกนะ เฮ้อ! น่าเบื่อจริงๆ” พิมพ์ ลภัสยืนถอนหายใจ แล้วหันไปหาผู้มาเยือนที่แต่งตัวซะเปรี๊ยวจี๊ด

“สวัสดีค่ะ วันนี้ไม่มีใครอยู่เลย ไม่ทราบว่า คุณจีน่าต้องการพบใครคะ”

“ฉันต้องการพบเธอนั่นแหละ ไปกับฉันหน่อยสิ ฉันมีธุระอยากคุยด้วยสักหน่อย” จีน่ามอง พิมพ์ ลภัส ที่มองเธออย่างแปลกใจ และดูท่าว่าจะไม่ไว้ใจเธอ

 “ไม่นานหรอกน่า แค่แป๊บเดียวเอง มาสิฉันไม่เอาเธอไปฆ่าหรอก กลัวฉันนักรึไง” จีน่ารีบแหวะใส่พิมพ์ ลภัส เพื่อไม่ให้เธอสงสัยเธอไปมากกว่านี้

“ก็ได้ค่ะ แค่แป๊บเดียวนะคะ” พิมพ์ ลภัส ก้าวขึ้นรถของจีน่าไป จีน่าขับรถออกไปยังที่นัดหมายกับสตี๊ฟไว้ ซึ่งไม่ไกลจากคฤหาสน์ของบาสเตียนมากนัก เมื่อไปถึงเธอจอดรถแล้วหันมาหา พิมพ์ ลภัส

“คุณมีธุระอะไรก็ว่ามาเถอะค่ะ ฉันจะต้องรีบกลับไปทำงานต่อ” พิมพ์ ลภัส หันไปพูดกับจีน่า จีน่าที่เตรียมบาวสิ่งบางอย่างไว้แล้ว เธอสอดมือเข้าไปหยิบมันออกมาแล้วจัดการโปะไปที่หน้าของพิมพ์ ลภัส เอาไว้อย่างรวดเร็ว

พิมพ์ ลภัส ที่ไม่ทันตั้งตัวเลยโดนเข้าเต็มๆ จีน่ากดผ้านิ่งเอาไว้จนแน่ใจว่าพิมพ์ ลภัส สลบแน่นิ่งไปแล้วเธอจึงเอาผ้าออก

“แค่นี้ก็เรียบร้อย หมดเวลาชูคอของแกแล้วนัง พิมพ์ ลภัส ฮึ ฮึ” จีน่ายิ้มร้ายออกมา และใช้สายตาเหยียดมองหญิงสาวผู้เป็นเหยื่อ

ทางฝั่งของสตี๊ฟ เขานั่งทานกาแฟกับแทนไทยและเพื่อนๆ หลายๆ คน เขาจ้องคอยหาโอกาส และแล้วโอกาสของสตี๊ฟก็มาถึง เมื่อมีสาวๆ เดินผ่านหน้ากลุ่มพวกเขาไป เพื่อนๆ ของเขาและแทนไทยหันไปสนใจและส่งเสียงแซวสาวสวยกิ๊วก๊าว สตี๊ฟรีบตะครุปโอกาสนั้น เขารีบเทสารบางอย่างลงในแก้วของแทนไทยทันที

เมื่อสาวสวยเดินผ่านไป ทุกๆ คนก็หันหน้ามานั่งคุยกัน แทนไทยเห็นว่าใกล้ได้เวลาเข้างานแล้ว เขากระดกกาแฟที่เหลือเข้าปากจนหมด แล้วลุกขึ้นเตรียมเข้าไปประจำหน้าที่

“เฮ้ย! แทนไทย นายเป็นอะไร” เพื่อนคนหนึ่งรีบคว้าตัวเขาไว้เมื่อแทนไทยหมดสติล้มลงไปทันทีที่เขายืนขึ้น สตี๊ฟที่ดูจะสนิทกับแทนไทยที่สุด เขารีบอาสาพาแทนไทยกลับห้องพัก โดยให้เพื่อนๆ ช่วยพาแทนไทยไปที่รถของเขา

อีก15 นาทีต่อมา รถของสตี๊ฟก็แล่นเข้ามาจอดคู่กับรถของจีน่า “ฉันคิดว่าคุณจะไม่มาแล้วซะอีก”

“มือชั้นนี้แล้ว พลาดได้ไง ป่ะ ไปกันเถอะ เดี๋ยวนานพวกมันจะตื่นขึ้นมาซะก่อน ฉันยิ่งใส่เข้าไปไม่มากด้วย”

จีน่าและสตี๊ฟ จัดแจงพาร่างทั้งสองไปที่โรงแรมชั่วคราวแห่งหนึ่ง พวกเขาจ้างพนักงานของโรงแรม แบกอุ้มร่างทั้งสองคนเขามานอนบนเตียงเดียวกัน แล้วจัดแจงปลดเสื้อผ้าช่วงบน เอาแค่เผยให้เห็นช่วงอก และจัดท่าทาง แล้วออกมายืนถ่ายรูปสองสามภาพจนสมใจ แล้วจัดการใส่เสื้อผ้าให้คนทั้งสองกลับเหมือนเดิม

สตี๊ฟให้เด็กแบกร่างของแทนไทยไปไว้ที่รถของเขา และแบกร่างของพิมพ์ ลภัส ไปไว้ที่รถของจีน่า จีน่าจัดการจ่ายเงินให้เด็กของโรงแรมและค่าห้องทั้งหมด เธอเดินมาหาสตี๊ฟที่รถ แล้วเอาเงินส่วนที่เหลือให้สตี๊ฟ

“ขอบคุณนะคะสตี๊ฟ ฉันหวังว่าเรื่องนี้จะไม่หลุดออกมาจากปากของคุณนะคะ”

“คุณก็รู้ว่าซิปของผมเป็นสนิม”

“ค่ะ ฉันก็หวังว่าอย่างนั้น” จีน่ายิ้มกว้าง แล้วเดินกลับไปที่รถของเธอ สตีฟขับรถกลับไปที่ห้องพัก เขาแบกร่างของแทนไทย ขึ้นไปที่ห้องแล้ววางบนเตียงกว้าง  “ฉันขอโทษนะแทนไทย”  สตี๊ฟพึมพำเบาๆ แล้วเดินออกไป

ทางจีน่า เธอพาพิมพ์ ลภัส มาส่งที่คฤหาสน์ จีน่าเรียกเด็กรับใช้ให้มาพานายของพวกเขาขึ้นไปพัก จีน่าบอกพวกเธอว่านายหญิงของพวกเธอเป็นลม แล้วขับรถออกไปทันที เด็กรับใช้ช่วยกันอุ้มร่างของพิมพ์ ลภัสไปที่โซฟาของห้องนั่งเล่น  แล้วรีบไปบอกแม่บ้าน

ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถของบาสเตียนแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ บาสเตียนก้าวลงจากรถ หน้าตาของเขาดุดันด้วยความโกรธ เขาถามหาพิมพ์ ลภัส แล้วตรงดิ่งไปหาเธอทันที

บาสเตียนเดินเข้ามาเห็นพิมพ์ ลภัสนอนคอหลับคอพับอยู่ เขานั่งนิ่งขบกรามแน่น มือทั้งกำแน่นจนเหมือนจะรวมเป็นเนื้อเดียวกัน บาสเตียนนั่งจ้องพิมพ์ ลภัส นานนับชั่วโมง จนเธอรู้สึกตัวลืมตาขึ้น

“คุณ...อ้าว... คุณ ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ แล้วคุณจีน่าล่ะ”พิมพ์ ลภัสส่ายหัวไปมาไล่อาการมึนงง บาสเตียนมองอาการของพิมพ์ ลภัส เขานั่งนิ่งเฉย จนพิมพ์ ลภัสเริ่มแปลกใจ

“คุณมีอะไรหรือเปล่าคะคุณคิม”

บาสเตียนโยนรูปภาพให้เธอดู พิมพ์ลภัสมองภาพนั้น เธอนิ่งอึ้งไม่มีคำพูดสักคำหลุดออกมาจากปากของเธอ

“ถึงกับพูดไม่ออกเลยเหรอ นี่เธอคงจะเพลียมากสินะ ถึงได้กลับมานอนหลับนานซะขนาดนี้” บาสเตียนกัดฟันถาม เขาจ้องหน้าเธอตาไม่กระพริบ ความโกรธแค้นในใจมันประทุขึ้นมาจนเขาอยากจะจับเธอมาขยี้ให้แหลกคามือ

“คุณควรฟังฉันอธิบายก่อนนะคะ...” พิมพ์ ลภัสพูดยังไมทันจบ ก็ต้องหยุดชะงักทันที เมื่อบาสเตียนตวาดกลับเสียงดังลั่น

“คำแก้ตัวของเธอ ฉันไม่อยากฟัง ภาพครั้งที่แล้วฉันพอจะให้อภัยได้ แต่ครั้งนี้ คงยากนะที่จะแก้ตัวให้พ้นผิด ฉันไม่ดีกับเธอตรงไหน ในสายตาของเธอ ฉันมันคงเป็นไอ้โง่คนหนึ่งสินะ” บาสเตียนเดินเข้าไปจับที่ต้นแขนของเธอทั้งสองข้าง เขาออกแรงบีบ จนเธอเจ็บจนชาไปหมด

“ถ้าคุณคิดอย่างนั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะพูด ในเมื่อฉันมันเป็นคนไม่ดี ฉันก็จะเป็นฝ่ายไปจากคุณเอง ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนะคะ” พิมพ์ ลภัสทำใจดีสู้เสือ พูดเถียงเขา สายตาของเธอจ้องหน้าเขาอย่างไม่ลดละ

“อย่าหวังว่าฉันจะปล่อยให้เธอไปเสวยสุขกับไอ้แทนไทยเธอจะต้องอยู่ชดใช้ให้คุ้มกับเงินที่ฉันเสียไป อย่าได้หวังว่าจะมีความสุขเลย” บาสเตียนกระชากตัวพิมพ์ลภัสขึ้นมาตะบมจูบ เขาจัดการอุ้มตัวเธอแล้วก้าวยาวๆ ตรงไปที่ห้องนอนชั้นบน แล้วโยนเธอลงบนเตียนอย่างแรง

เงินของฉันมันมีค่า ถ้าเสียไปฉันต้องได้คืน และเธอจะต้องอยู่ชดใช้จนครบหรือจนกว่าฉันจะเบื่อ! ถ้าฉันไม่ปล่อยมือ เธอก็ไปไหนไม่ได้! 

บาสเตียนตะวาดใส่หน้าพิมพ์ ลภัสเสียงดังลั่นห้อง

ก็เอาสิ ในเมื่อคุณต้องการแบบนั้น ฉันก็จะสนองให้ เงินของคุณมันมีค่ามากนักไม่ใช่เหรอ เร็วสิ รีบๆ เข้า เดี๋ยวจะเสียเวลาอันมีค่าของคุณอีก 

พิมพ์ ลภัส ตะวาดกลับเขา เธอนึกน้อยใจ ที่คนตรงหน้าไม่คิดที่จะฟังความจากปากของเธอเลยสักนิด น้ำตาของความน้อยใจเริ่มจะเอ่อล้นออกมา

ปากดี! เก่งให้ได้อย่างปากพูดก็แล้วกัน อย่าได้สลบไปก่อนเลยเชียว ฉันจะทบดอกทบต้นเธอให้คุ้ม ให้สมกับความอวดดีของเธอ บาสเตียนพูดจบก็จัดการพิมพ์ ลภัส ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า อย่างไม่คิดที่จะปราณี เขาจัดการจนเธอสลบคาอก แล้วนอนกอดเธอเอาไว้อย่างหวงแหน

พิมพ์ ลภัสค่อยๆ ลืมตาขึ้นในช่วงสายของอีกวันหนึ่ง เธอเจ็บระบบไปทั่วทั้งร่างกาย ค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นมา และสอดสายตามองหาบาสเตียน    

เขาคงออกไปทำงานแล้วสินะ 

เธอค่อยๆ เดินเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกาย นอนแช่น้ำอุ่นเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดตามร่างกาย

“ตื่นแล้วรึ ฉันรอเธอตั้งนาน ในเมื่อตื่นแล้ว ก็มาสิ มาจัดการชดใช้ให้ฉัน ขืนช้า ฉันจะคิดค่าเสียเวลาอีกนะ” บาสเตียนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ที่เตียงนอน เขาเอ่ยทักเธอทันทีที่เธอเดินออกมาจากห้องน้ำ

“ใจคอคุณจะไม่ให้ฉันได้พักบ้างเลยรึไง” พิมพ์ ลภัสร้องทักท้วงเขา เธอยังคงเจ็บปวดไปทั่วๆ ร่าง

“ลูกหนี้มีสิทธิ์ต่อรองได้ด้วยเหรอ หนี้อย่างอื่นอาจต่อรองได้ แต่หนี้แบบเธอฉันไม่ให้ต่อรอง พูดมากเสียเวลา มานี่!” 

บาสเตียนฉุดกระชากพิมพ์ ลภัสมาที่เตียงกว้าง แล้วระดมกดจูบไปทั่วๆ ซ้ำยังส่งมือหน้าบีบเค้นตามเนื้อนวลของเธออย่างแรง พิมพ์ ลภัสหมดแรงจะขัดขืน เธอเจ็บระบบจนไม่มีแรงสู้ จึงปล่อยให้เขาข่มเหงตามอารมณ์โกรธที่พลุ่งพล่าน

ต่อไปนี้ หน้าที่ของเธอคือบนเตียง อย่าได้คิดลงไปข้างล่าง เธอจะต้องคอยฉันอยู่ที่นี่! ห้องนี้! และบนเตียงนี้เท่านั้น!ต้องนอนกับฉันทุกคืน! อย่าให้มีผ้าติดกายซักชิ้น ต้องพร้อมทุกเมื่อถ้าฉันต้องการ บาสเตียนร้องสั่งเสียงเข้ม คนใต้ร่างเริ่มจะมีน้ำใสๆ ไหลออกมาจากดวงตาหวานทั้งสองข้าง

คุณมันใจร้าย คนเลว พิมพ์ ลภัส ร้องด่าเขาทั้งน้ำตา จนทำให้คนฟังนิ่ง สะอึก เพียงแค่เห็นน้ำตาของเธอ ใจของบาสเตียนก็สั่นไหวเริ่มอ่อนลง แต่พอนึกถึงคลิปภาพ ความสงสาร เห็นใจก็หายวับไปทันที

ฉันยังร้ายและเลวได้มากกว่านี้อีก อีกหน่อยเธอก็คงจะรู้เอง บาสเตียนจัดการเธออย่างไร้ความปราณี เขากระแทกกระทั้นอย่างสุดแรง และพยายามไม่มองหน้าของเธอ เพราะกลัวว่าตัวเองจะใจอ่อน หลงไปกับมารยาของเธออีก เขาจัดการจนเธอแน่นิ่ง แล้วนอนกอดเธอเอาไว้

บาสเตียนกดจูบอย่างแผ่วเบาที่ริมฝีปากบางได้รูป และหอมแก้มนวลซ้ำๆ ที่หอมอีกกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ ใจหนึ่งก็สงสาร แต่อีกใจก็แค้นแสนแค้น

ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปให้กับใครทั้งนั้น เธอจะต้องเป็นของฉันคนเดียว พิมพ์ ลภัส ที่รักของฉัน 

บาสเตียนกดจูบที่หน้าผากนวลแล้วหลับตาลง นอนกอดเธอเอาไว้โดยไม่คิดที่จะปล่อยมือ

วันเวลาผ่านไปเกือบอาทิตย์ พิมพ์ ลภัส ที่ต้องคอยรับแรงอารมณ์ของคนใจร้ายแทบทุกวันและวันละหลายๆ ครั้ง ตามแต่เขาจะต้องการและสั่งเธอ  จนเมื่อสายๆ ของวันหนึ่ง เธอรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว ไอในกายมันร้อนระอุออกมาเรื่อยๆ เธอพยายามลุกขึ้นนั่ง เอามือกุมศีรษะ ไม่กี่นาทีประตูก็ถูกเปิดออก

แม่บ้านใหญ่เดินเข้ามา เธอยกอาหารมาให้พิมพ์ลภัสเหมือนที่เคยทำ แม่บ้านใหญ่เห็นท่าทางของ พิมพ์ ลภัส แล้วนึกสงสาร เธอเดินเข้ามาเอามืออังที่หน้าผาก แล้วรีบเดินเข้าห้องน้ำเอาผ้าชุบน้ำหมาดๆ มาเช็ดตามเนื้อตัวของพิมพ์ ลภัส

“ฉันเช็ดตัวให้คุณแล้ว เดี๋ยวคุณทานยาหน่อยนะคะ ไข้จะได้ลดลง” แม่บ้านใหญ่เอายาใส่มือของหญิงสาวให้เธอทานเข้าไป แล้วยกแก้วน้ำป้อนที่ริมฝีปากบางที่ตอนนี้แดงระเรื่อ แห้งผากจนน่าสงสาร

“คุณนอนพักก่อนนะคะ เดี๋ยวอีกสักหน่อยอาการน่าจะดีขึ้น” แม้บ้านใหญ่พยุงตัวให้พิมพ์ ลภัสนอนลง แล้วเก็บของและเดินออกไป เธอสงสารและเห็นใจว่าที่นายหญิงของเธอ แต่ก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร พิมพ์ ลภัส หลับตาลงทันทีด้วยความเพลีย

ช่วงใกล้มื้อกลางวัน พายัพลูกน้องคนสนิทของบาลเตียน เข้ามารายงานเจ้านายทันทีเมื่อรู้เรื่องราวทั้งหมด บาสเตียนสั่งให้ลูกน้องจัดการกับสตี๊ฟอย่างเงียบที่สุด ส่วนจีน่าเขาเพียงแค่โทรไปเล่าให้กับพ่อของเธอฟัง และส่งหลักฐานทั้งหมดไปให้ดู เพียงเท่านี้จีน่าก็แทบจะอยู่ไม่เป็นสุขแล้ว ส่วนตัวเขาความรู้สึกผิดมันประดังเข้ามาทันที “พิม...ผมขอโทษ!

ชายหนุ่มรีบกลับไปหาเมียรักที่บ้านทันที วันนี้เขาจะยอมให้เธอลงโทษ! พอบาสเตียนกลับมาถึงบ้าน แม่บ้านก็รายงานเขาว่าเมียของเขาไม่สบาย ชายหนุ่มรีบก้าวเดินขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบน เขารีบเดินขึ้นมาดูด้วยความเป็นห่วงและรู้สึกผิด

บาสเตียนเดินมาที่เตียงนอนนั่งลงข้างกายเธอ เขากดจูบที่แก้มนวลอย่างแผ่วเบา มองใบหน้างามที่ดูซีดเซียวจนน่าสงสาร ริมฝีปากบางที่เคยดูอวบอิ่มจนน่าสัมผัสกลับแห้งผากแตกแยกเป็นขุย ดูแล้วน่าสงสารยิ่งนัก บาสเตียนเอามืออังที่หน้าผากนวล จนรับรู้ถึงไอร้อนจากร่างกายของเธอที่มันเริ่มระอุออกมาอีกครั้ง เขารีบเดินเข้าไปในห้องน้ำ เอาผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ชุบน้ำบิดหมาดๆ แล้วเอามาซับไปทั่วๆ ใบหน้าและร่างกายของเธอ แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำ ซักและบิดหมาดๆ แล้ววิ่งมาเช็ดไปทั่วๆ ตัวของพิมพ์ ลภัส เขาทำแบบนี้หลายๆ ครั้ง จนอุณภูมิในร่างกายของเธอเริ่มลดลง จึงเดินมานั่งอยู่ข้างๆ กายของเธอ และนอนกอด พิมพ์ ลภัส เอาไว้แนบอก

“ผมขอโทษพิม ผมรักคุณ... พิม... ผมรักคุณ...” บาสเตียนพึมพำจนหลับไป

ครืด...ครืด ครืด...ครืด บาสเตียนลืมตาขึ้นมาหยิบโทรศัพท์ออกมาดู เห็นว่าเป็นเบอร์ของพายัพคนสนิท ก็เลยลุกขึ้นนั่งแล้วรับสาย

“มีอะไรพายัพ”

“ตอนนี้เราเจอปัญหาใหญ่แล้วครับนาย เรือส่งสินค้าของเราถูกจับที่อิตาลีครับ เห็นว่ามีการตรวจเจอยาเสพติดล็อตใหญ่ที่ห้องเครื่องครับ เราจะต้องบินด่วนคืนนี้ครับนาย ผมให้นักบินเตรียมเครื่องเอาไว้แล้ว และตอนนี้รถจอดรออยู่ข้างล่างแล้วครับ”

“อืม เดี๋ยวฉันจะลงไป” บาสเตียนกดตัดสายแล้วเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าเสื้อ เขาหันไปมองหญิงสาวข้างกาย ล้มตัวกอดเธอเอาไว้อย่างแนบแน่น และกดจูบที่ริมฝีปากแห้งผาก และอีกหลายๆ ครั้งที่แก้มนวล รวมไปถึงหน้าผากมนสวย

“พิม ผมรู้ความจริงทุกอย่างแล้ว ผมขอโทษ...ที่เข้าใจคุณผิด และรุนแรงกับคุณ คืนนี้ผมต้องบินด่วนไปอิตาลี พิมคงไปกับผมไม่ไหว พิมอยู่คนเดียวดูแลตัวเองดีๆ นะ ผมรักคุณพิม ผมรักคุณ ถ้ามาดามกลับมา ผมจะให้มาดามจัดงานแต่งงานของเรา รอผมนะที่รัก รอผมกลับมา ผมรักคุณ... จุ๊บๆ” บาสเตียนกดจูบซ้ำๆ ที่ริมฝีปากและทั่วใบหน้างาม เขาไม่อยากห่างเธอในเวลานี้ เวลาที่เธอต้องนอนซมแบบนี้ และเธอยังต้องอยู่คนเดียวอีก แต่มันจำเป็นที่จะต้องไป ถ้าจะให้เอาเธอไปด้วยก็กลัวว่าเธอจะยิ่งเป็นหนักขึ้นกว่าเดิม บาสเตียนรู้สึกเหมือนกับว่าการไปของเขาครั้งนี้จะทำให้เขาไม่ได้เจอหน้าของเธออีกครั้ง เขากดจูบซ้ำๆ ที่แก้มนวลและริมฝีปากบาง แล้วลุกเดินออกจากห้องไป

พิมพ์ ลภัสลืมตาขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงปิดประตู 

รักเหรอ คุณรักฉันเหรอ คนรักกันที่ไหน เขาทำกับคนรักแบบนี้ แบบที่คุณทำกับฉัน ในเมื่อไม่เชื่อใจกัน ฉันก็จะไป ฉันไม่เชื่อคำพูดลมๆ แล้งๆ ของคุณอีกแล้ว...คิม บาสเตียน” 

พิมพ์ ลภัสหลับตาลง เธอรอเวลาให้ถึงรุ่งเช้า เวลาที่เธอจะได้เป็นอิสระจากคนใจร้ายซะที!

รุ่งสางพิมพ์ ลภัสลุกขึ้นแต่งตัว เธอหยิบเอาเอกสารและพาสปอตของเธอมาใส่ไว้ในกระเป๋าสะพาย เธอไม่เอาเสื่อผ้าหรือสิ่งของติดตัวไปเลย เอาเพียงกระเป๋าสะพายใบเล็กๆ ที่เธอใช้ประจำเท่านั้น พอสายๆ เธอจึงเดินลงไปข้างล่าง

“คุณพิมจะไปไหนคะ” แม่บ้านใหญ่ร้องทักเธอทันทีที่เห็นเธอเดินลงมาด้านล่าง

“พิมจะออกหาซื้ออะไรหน่อยค่ะคุณแม่บ้าน คุณแม่บ้านช่วยบอกคนรถให้พิมทีนะคะ” หญิงสาวพยายามทำให้ดูปกติที่สุด จนแม่บ้านใหญ่เชื่อและเดินไปตามรถมาให้เธอ

รถยนต์หรูแล่นออกมาจากคฤหาสน์ใหญ่ พิมพ์ ลภัสบอกให้คนขับรถไปที่ห้างสรรพสินค้าที่เคยไปเป็นประจำ เมื่อไปถึงเธอบอกให้คนขับรอที่รถ เพราะเธอไปทำธุระไม่นานจะรีบกลับมา ลูกน้องของบาสเตียนหลงเชื่อจึงปล่อยให้เจ้านายสาวเดินเข้าไปในห้างใหญ่

พิมพ์ ลภัสเดินเข้าไปในห้างดัง เธอพยายามทำตัวให้เป็นปรกติที่สุด เมื่อเดินพ้นจากประตูทางเข้า เธอหันไปมองดูว่าพ้นจากสายตาของลูกน้องของบาสเตียนแล้ว เลยรีบเดินไปที่ประตูทางออกด้านตรงข้าม แล้วเรียกแท็กซี่ทันที!

“ไปสนามบิน ด่วนค่ะ” คนขับพยักหน้าแล้วรีบออกรถทันที เมื่อรถวนมาที่ทางออก พิมพ์ ลภัสรีบก้มตัวหลบลูกน้องของบาสเตียน จนเมื่อพ้นเขาไปแล้วเธอจึงลุกขึ้นมานั่งตามปกติ

เมื่อมาถึงสนามบิน พิมพ์ ลภัสรีบเดินไปที่ช่องขายตั๋ว ติดต่อซื้อตั๋วเครื่องบินทันที และเธอก็โชคดีที่ได้ตั๋วมาพอดี

“เครื่องจะออกในอีกสองชั่วโมงนะคะ กรุณาเตรียมตัวให้พร้อม ขอบคุณที่ใช้บริการสายการบินเราค่ะ” พนักงานส่งเสียงหวานๆ บอก

 พิมพ์ ลภัส เมื่อติดต่อตัวเรียบร้อยแล้วก็ไปเดินหาอะไรกินใกล้ๆ เพราะเช้านี้เธอยังไม่ได้ทานอะไรเลย เธอเดินเล่นและหาที่นั่งรอ จนเมื่อได้เวลา เจ้าหน้าที่ประกาศเรียก เธอก็ลุกเดินเข้าไปทันที

ทางด้านลูกน้องของบาสเตียน เขานั่งรอเจ้านายสาวอยู่นานจนเริ่มผิดสังเกต เลยเดินเข้าไปตามหา และสอบถามไปเรื่อยๆ จนรู้ว่าเธอออกไปขึ้นแท็กซี่ที่ประตูทางออกอีกด้านหนึ่ง เขารีบเดินตามหาแท็กซี่คันดังกล่าวทันที

ลูกน้องของบาสเตียนยืนรออยู่ราวเกือบสองชั่วโมง แท็กซี่คันที่รับเจ้านายสาวของเขาไป ก็เข้ามาจอดรอรับผู้โดยสาร พวกคนขับแท็กซี่เดินมาบอกกับเขา เขารีบเข้าไปหาคนขับแท็กซี่คันนั้นทันที

ลูกน้องของบาสเตียนสอบถามจนได้รู้ว่าเจ้านายสาวของเขาไปที่สนามบิน เขารีบกดโทรศัทพ์โทรหาแม่บ้านให้ติดต่อพายัพทันทีส่วนตัวเขาจะไปตามเจ้านายสาวที่สนามบิน

พายัพเมื่อทราบข่าวเขารีบรายงานเจ้านายหนุ่มทันที บาสเตียนขบกรามแน่น

“คิดเหรอว่าจะหนีฉันพ้น พายัพ โทรบอกให้คนของเราที่เมืองไทย ไปดักรอเมียฉันที่สนามบิน กำชับด้วยว่าต้องเจอตัวให้ได้ คอยตามดูเธออย่าให้คลาดสายตา และให้คอยตามดูอยู่ห่างๆ อย่าให้รู้ตัวเด็ดขาด เดี๋ยวฉันจะกลับไปจัดการเอง” 

ร้ายนักนะ จะปราบให้อยู่หมัดเลยคอยดู

…………………………………..


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"สำหรับนักอ่านที่มอบเหรียญ ไรต์แถมตอนพิเศษให้ด้วยนะคะ ในช่วงท้ายๆ มีการพลิกผันอีกมากมายค่ะ แถมพระเอกของเรายังแซ่บจนได้เรื่องอีกต่างหาก มาร่วมลุ้นเอาใจช่วย คิม บาสเตียน ไปพร้อมๆกันนะคะ ขอขอบคุณสำหรับนักอ่านที่มอบเหรียญกำลังใจให้กับนิยายเรื่องนี้ค่ะ ^^"

ณรีรัช


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


เจ็บใจมากเลยอ่ะถ้าเป็นเราเราไม่ยอมให้ทำแบบนี้หรอกเพราะผู้หญิงหรือว่าผู้ชายต่างเท่าเทียมกันไม่ว่าจะคนรวยหรือจนก็ตาม
โดย Anonymous | 1 year, 10 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
คือพิมจริงๆนะไม่อยากอ่านเรื่องนี้มากไม่ไช่เพราะไม่ชอบหรอกนะแต่ยิ่งอ่านยิ่งอยากฆ่าพระเอกเเต่จะค่อยถะยอยอ่านทีละตอนนะ
โดย Anonymous | 1 year, 11 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
อยากฆ่าพระเอกมากอะ
โดย Anonymous | 1 year, 11 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
อร๊ายยยยย น่าจะปล่อยให้พี่คิมทรมานกว่านี้ อยากร้ายกับน้องพิมพ์นัก
โดย Anonymous | 2 years, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
อ่านมาถึงตอนนี้สนุกมากเลยค่ะ
โดย Anonymous | 2 years, 2 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha