ไซด์ไลน์ที่รัก

โดย: ณรีรัช



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 10 : ฮีโร่!!!


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 10

พิมพ์ ลภัส รู้สึกกังวล กับปฏิกิริยาบางอย่างในร่างกาย จึงแอบเดินไปที่ร้านขายยาใกล้ แล้วซื้ออะไรบางอย่างติดมือกลับมาด้วย พอมาถึงร้านเธอรีบทำเป็นทำงานต่อ แล้วเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องน้ำ

พิมพ์ ลภัสหยิบของที่ซื้อจากร้านขายยาออกมา เธอยืนมองมันอยู่พักใหญ่ เมื่อทำใจได้แล้ว ก็เลยลองทำตามวิธีการที่ข้างกล่องแนะนำ แล้วรอลุ้น อย่างใจจดใจจ่อ พิมพ์ ลภัส หลับตานิ่ง แต่ในใจของเธอเต้นรัวโครมครามจนจะหลุดออกมาเต้นข้างนอกอยู่แล้ว จนสักพัก หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองไปที่สิ่งของที่เธอกำลังรอลุ้นอยู่

2 ขีด! โอ๊ย...ย ทำไมเป็นแบบนี้นะ แล้วจะทำยังไงดีเนี่ยะพิม...” ยังไม่ทันที่จะคิดอะไร เด็กในร้านก็มาเคาะประตูเรียก

“ก๊อก ก๊อก พี่พิมๆ เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมเข้าไปนานจัง”ฝนเด็กในร้านเคาะประตูแล้วร้องถาม

“ไม่เป็นไรจ้ะ พี่กำลังจะออกไปแล้ว” พิมพ์ ลภัสรีบตอบออกไป แล้วเก็บที่ตรวจครรภ์และกล่องใส่ในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนของตัวเอง แล้วเปิดประตูออกมา โดยไม่ลืมที่จะหยิบหนังสือการ์ตูนติดมือออกมาด้วย

“พี่อ่านหนังสือน่ะ เห็นมันสนุกดี ก็เลยเพลินไปหน่อย” พิมพ์ ลภัส ยื่นหนังสือการ์ตูนให้ฝนเด็กในร้านดู

“อือ ใช่จ้ะ เรื่องนี้สนุกมาก ฝนยังชอบอ่านเลย แต่ไม่รู้ว่าพี่พิมก็ชอบด้วย ที่บ้านฝนมีเยอะ เดี๋ยววันหลังฝนเอามาให้พี่พิมอ่านนะ”

“จ้ะ” พิมพ์ ลภัสตอบแล้วเดินออกไป ทางด้านหลังร้าน ไปนั่งเด็ดผักต่อ แต่สีหน้าของเธอดูกังวล จนบาสเตียนที่เพิงเดินเข้ามาต้องเอ่ยทัก

“มีอะไรหรือเปล่า คุณดูแปลกๆ ไปนะ”

“ฉันไม่มีอะไร” พิมพ์ ลภัสตอบเขาแล้วแลเขาด้วยหางตา ทำหน้างอง้ำใส่ทันทีที่เห็นหน้าของเขา  ตัวการเล๊ยยย ฮึ!

“มองแบบนี้ มีแน่ๆ” บาสเตียนนั่งลงตรงข้ามกับเธอ แล้วช่วยเธอเด็ดผักใส่ตะกร้า พิมพ์ ลภัส ลุกขึ้นแล้วเดินหนีเข้าร้านไปทันที จนบาสเตียนมองตามอย่าง งงๆ

สงสัยจะโกรธ แล้วโกรธเรื่องอะไรวะ รึว่าเรื่องยาเสน่ห์ ฮึ ฮึ

ช่วงสายๆ  ของวันนี้ที่ร้านของอรอุมามีลูกค้าแน่นร้านไปจนถึงตอนเที่ยง ทุกคนช่วยกันวุ่น จนแทบไม่ได้หยุดพัก บาสเตียนต้องให้พายัพไปซื้อของมาเพิ่ม จวบจนช่วงบ่าย ลูกค้าก็เริ่มซาลงทุกๆ คนก็พอได้หมุนเวียนกันไปนั่งพักบ้าง

อรอุมาเพิ่งทานมื้อเที่ยงเสร็จก็เลยเปลี่ยนให้ พิมพ์ ลภัส ได้ไปทานบ้าง  พิมพ์ ลภัสเดินเข้าไปในครัว ตักอาหารยกใส่ถาด แล้วเดินถือถาดอาหารไปนั่งกินหลังร้านคนเดียว บาสเตียนเลยเดินถือจานข้าวไปนั่งทานร่วมโต๊ะกับเธอ

“ใครชวนคุณ” พิมพ์ ลภัส นั่งส่งสายตาพิฆาตให้คนตรงหน้า  แต่บาสเตียนมีหรือจะรู้สึก เขานั่งลงตรงข้ามกับเธอ ตักอาหารเข้าปากอย่างไม่สนใจในคำเอ่ยทักทายของหญิงสาว

“ไปทานที่อื่น นี่มันของฉัน”

“เป็นอะไรไปอีกล่ะคุณ เราทำงานที่เดียวกัน มีอะไรก็ต้องแบ่งปันกันสิ ของแค่นี้ทำเป็นหวงไปได้ มามา อย่าเรื่องมากน่า รีบๆ ทานเข้า ... เอ้า เร็วสิ ถ้าคุณไม่ทาน ผมทานหมดเลยนะ อืม...อันนี้น้าอรบอกว่ามันชื่อไข่ลูกเขย แล้วไข่หลานเขยมีบ้างมั๊ยนะ...”บาสเตียนตักไข่ลูกเขยใส่จานของตัวเอง แกล้งพูดแหย่ยหญิงสาวแล้วชำเรืองตามองเธอ

“ไม่มี! คุณบาสเตียนทำไมคุณถึงไม่กลับไปซะที ในเมื่อฉันก็อยู่ในที่ของฉันแล้ว ทำไมคุณถึงไม่กลับไปอยู่ในที่ของคุณ คุณยังจะต้องการอะไรอีก ถึงได้มาวุ่นวายกับฉันและน้าของฉันไม่จบไม่สิ้น ฉันว่าคุณกลับไปซะเถอะ ถึงยังรั้นอยู่ต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์ คนเราในเมื่อไม่เชื่อใจกันแล้ว ดึงดันอยู่ด้วยกันไปมันก็แค่นั้น ฉันว่าเราต่างคนต่างอยู่ มันคือทางออกที่ดีที่สุดแล้ว”

บาสเตียนหยุดชะงักมองหน้าคนรักตรงหน้า คำพูดของเธอมันช่างดูห่างเหินหมดเยื่อใยต่อเขา เขานั่งก้มหน้านิ่ง แล้วลุกขึ้นยืน เอามือเอื้อมไปแกะเอาผ้ากันเปื้อนออก แล้วเอาวางบนโต๊ะ

“ผมพยายามทำดีที่สุดแล้ว แต่ถ้าคุณต้องการแบบนั้น ก็ได้ ผมจะไป” บาสเตียนเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วเดินออกไปทางหน้าร้านทันที พิมพ์ ลภัส เบือนหน้าหนี เธอไม่อยากมองเขา น้ำใสๆ ก็เริ่มจะเอ่อล้นออกมา

อรอุมาเห็นบาสเตียนเดินออกมาก็แปลกใจ เลยร้องทัก “อ้าวคุณบาสเตียนทานอิ่มแล้วเหรอคะ ทำไมทานไวจังล่ะ”

ผมลาก่อนนะครับน้าอร ขอบคุณนะครับที่ให้โอกาสผม ผมไปล่ะครับ” บาสเตียนพูดจบก็ก้าวเท้าออกจากร้าน พายัพที่กำลังช่วยเสริฟ์อาหารอยู่ ก็วางถาดอาหาร และแกะผ้ากันเปื้อนออก แล้วรีบเดินตามหลังเจ้านายไป

อรอุมาหันไปมองหน้าเด็กในร้านอย่างถามสาเหตุ ทุกๆ คนส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วทำมือชี้ไปทางด้านหลังร้านที่มี พิมพ์ ลภัสนั่งอยู่

อรอุมาเลยเดินไปหลังร้าน เห็นหลานสาวของตัวเองนั่งเอาหน้าซบกับพนักเก้าอี้ อรอุมาเดินเข้าไปใกล้ๆ จนได้ยินเสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา เลยเดินเข้าไปเอามือจับไหล่ของหลานสาว พิมพ์ ลภัส เงยหน้าขึ้นแล้วกอดเอวอรอุมา เอาหน้าซบกับลำตัวของน้าสาว แล้วร้องไห้ออกมา

“ไล่เขาไป แล้วมานั่งร้องไห้ มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะพิม คุณบาสเตียนเขาก็พยายามง้อแล้ว ทำไมพิมถึงไม่ให้อภัยเขา จะถือธิฐิใส่เขาไปถึงไหน คนดีๆ และรักเราจริงแบบนี้มันหายากนะ แล้วถ้าเขาไปจริงๆ ไม่กลับมาหาเราอีก ตัวเรานั่นแหละที่จะมานั่งเสียใจซะเอง” อรอุมาเอามือโอบกอดหลานสาว แล้วลูบผมเธอเบาๆ

“พิมไม่อยากเห็นหน้าเขาอีก พิมอยากลืมเขาค่ะน้าอร ฮือ...”

“แล้วเขาทำผิดอะไรนักหนา พิมถึงไม่ให้อภัยเขาซะที”

“เพราะเขาไม่เชื่อใจพิม เขาเชื่อคนอื่น เขาดูถูกน้ำใจของพิม คนเราถ้าไม่เชื่อใจกันแล้ว จะอยู่ด้วยกันไปทำไมคะ”

“แต่เขาก็ยอมรับผิดแล้วนี่จ๊ะ และเขาก็อุส่าลงทุนตามมาง้อถึงที่นี่ พิมยังไม่ยกโทษให้เขาอีกเหรอ คนเรามันทำผิดกันได้ เรื่องอะไรที่ไม่หนักหนามากก็น่าจะให้อภัยกันซะ แค่นี้เอง แค่อภัยหนูก็มีความสุขแล้ว”

“น้าอร พิม...” พิมพ์ ลภัสกำลังจะบอกเรื่องสำคัญที่เก็บเอาไว้คนเดียว ให้กับอรอุมารู้ แต่เธอก็ต้องหยุดและหันไปทางเสียงเรียกที่ดังสวนมา

“น้าอรครับ มาที่หน้าร้านด่วนเลยครับ” เด็กในร้านเรียกอรอุมาเสียงหลง ท่าทางของเขาดูตื่นตระหนกจนอรอุมาและพิมพ์ ลภัส ตกใจ

“ทำไม มีอะไรเหรอโจ” อรอุมาและพิมพ์ ลภัส รีบลุกเดินตามโจ ไปด้านหน้าร้าน พอมาถึง อรอุมาและพิมพ์ ลภัส ก็ตกใจ ที่มีชายฉกรรจ์ สามคน เอะอะโวยวายลั่นร้านแถมยังเตะโน่น พังนี่ทั่วๆร้าน จนลูกค้าในร้านกลัวจนรีบเช็คบิลเดินออกไปจนจะหมดร้านแล้ว

“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้! พวกคุณเป็นใครกัน ทำไมถึงมาทำร้ายข้าวของในร้านฉันแบบนี้” อรอุมาร้องถามชายฉกรรจ์ทั้งสามเสียงดุ

“กูก็แค่ มาทักทายให้รู้จักกันไว้เฉยๆ โว๊ย” หนึ่งในสามชายฉกรรจ์ตอบแล้วยกเท้าวางบนเก้าอี้ สายตาของมันจดจ้องมาที่อรอุมาและพิมพ์ ลภัส

“เนี่ยะนะที่เขาเรียกว่าทักทาย ฉันว่าเรียกทำลายน่าจะถูกกว่านะ” พิมพ์ ลภัส ต่อปากต่อคำกับหนึ่งในสามชายฉกรรจ์ อย่างไม่ลดละ จนหนึ่งในชายฉกรรจ์ ยิ้มกว้างออกมา แล้วเดินเอาหน้ามาใกล้ๆ กับหน้าสวยๆ ของเธอ

“สวยๆ ปากดีๆ แบบนี้ สเป็คของพี่เลย ไหนพี่ขอจูบหน่อยซิ อยากจะรู้ว่ารสจูบจะหวานเหมือนคำพูดรึเปล่า ฮึ ฮึ” ชายฉกรรจ์คนหนึ่ง เอามือบีบคางของพิมพ์ ลภัส เอาไว้แล้วเอาหน้าของมันเข้ามาใกล้ๆ  พิมพ์ ลภัสพยายามดิ้นรน ขัดขืน อรอุมาและเด็กในร้านจะเข้าไปช่วยก็โดนชายฉกรรจ์อีกสองคนผลักและรุมทำร้าย จนไม่กล้าที่จะเข้ามาช่วย

“ปากดีๆ แบบนี้ มึงต้องเจอกู!” ชายฉกรรจ์คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากำลังก้มจะกดจูบที่ริมฝีปากบางของพิมพ์ ลภัส  พิมพ์ลภัสฮึดสู้จึงเอามือสองข้างที่ยังว่างอยู่ผลักดันหน้าของมันออกอย่างแรง และใช้เท้ากระทุ้งไปที่จุดสำคัญของมันจนมันต้องถอยไปนั่งตัวงอกับพื้น

“ตุ๊บ! ปึกโอ๊ยยย ซี๊ดด อีนี่ฤทธิ์เยอะนัก เฮ้ย พวกมึงจับตัวมันไว้ เดี๋ยวกูจะสั่งสอนมันสักหน่อย

เมื่อได้จังหวะ อรอุมากระซิบบอกให้ฝนเด็กในร้านวิ่งหลบไปด้านหลังแล้วรีบโทรไปหาพายัพและบาสเตียน ฝนจึงค่อยๆ หลบไปอย่างรวดเร็ว

“ครืด...ครืด ครืด...ครืด ฮัลโหลสวัสดีครับ” พายัพกำลังขับรถออกจากปั๊มน้ำมันที่อยู่ใกล้ๆ กับร้านของอรอุมา

“ห๊า... อะไรนะ ได้ๆ เดี๋ยวพี่จะไปเดี๋ยวนี้”

“มีอะไรพายัพ”

“ร้านของคุณอรถูกพวกนักเลงมาพังร้านครับ และตอนนี้มันก็กำลังจับตัวคุณพิมไว้” พายัพรีบหันไปรายงานเจ้านาย

“รีบไปเลย เร็ว!

“ครับ” พายัพ รีบกลับรถ แล้วรีบบึ่งรถไปที่ร้านของอรอุมาทันที

ชายฉกรรจ์ คนที่เป็นหัวหน้า เริ่มจะหายจากการเจ็บปวด มันลุกขึ้นยืน แล้วเดินมาใกล้ๆ กับพิมพ์ ลภัส  มันแสยะยิ้ม สายตาของมันจดจ้องพิมพ์ ลภัสอย่างกระหาย

“สวย กล้าและปากดี แบบนี้อยากจะเป็นเมียพี่นักรึไงจ๊ะ ฮึ ฮึ”

“พวกแกต้องการอะไร” อรอุมา ร้องถามเพื่อยื้ดเวลารอให้บาสเตียนมาถึง

“หล่อ เร้าใจแบบนี้ กูมาเก็บค่าที่โว๊ยยย”

“ค่าที่อะไร ฉันไม่ได้ติดใครไว้ ฉันจ่ายเจ้าของเขาไปหมดแล้ว”

“ก็ค่าคุ้มครองไง อีโง่!

ชายฉกรรจ์ คนที่เป็นหัวหน้าหันมาตวาดใส่อรอุมาลั่นร้าน

“ฉันไม่ให้! น้าอรอย่าไปให้พวกมันนะ! รีบไปแจ้งความสิ!

“ถ้ามึงแจ้งความกูจะเผาร้านมึงทิ้งซะ รวมถึงมึง...อีคนสวย ปากดีนัก มึงต้องไปเป็นเมียกู”

“ไม่! ฉันไม่ยอมแกง่ายๆ หรอก ไอ้พวกสวะ”

“เพี๊ยะ! เพี๊ยะรางวัลของความปากดีของมึง”

“พิม...” อรอุมาและทุกๆ คนในร้านเรียกชื่อพิมพ์ ลภัส เสียงหลง เมื่อไอ้โจรเก็บค่าคุ้มครอง ตบไปที่หน้าของพิมพ์ ลภัสแรงๆ จนหน้าของเธอหันไปตามแรงตบ เลือดสีสดไหลออกมาตรงมุมปาก พิมพ์ ลภัสส่ายหน้าไปมาไล่ความเบลอ เธอเจ็บจนชาไปทั้งหน้า

“ไอ้เลว ไอ้ชั่ว ฉันไม่กลัวแกหรอก ไอ้...” ยังไม่ทันที่พิมพ์ ลภัสจะด่ามันจบ มันก็ฟาดมือไปที่ใบหน้างามของเธออย่างแรง จน พิมพ์ ลภัส ต้องหันไปตามแรงตบของมัน

“เพี๊ยะ! ปากดีอย่างนี้ขอลิ้มรสจูบซะหน่อยเถอะวะ ว่าจะหวานสู้หน้าสวยๆ ได้รึเปล่า” หัวหน้าโจรเก็บค่าคุ้มครอง เอามือจับตรึงคางของพิมพ์ ลภัสไว้ แล้วบีบแรงๆ และกำลังก้มหน้าจะจูบ แต่ก็ต้องหยุดชะงัก แล้วหันไปหาเสียงเข้มๆ

“ปล่อยเมียกูเดี๋ยวนี้! กูบอกให้มึงปล่อย! บาสเตียนที่เพิ่งมาถึง เขารีบวิ่งลงมาจากรถทันทีที่เห็นมันเอามือจับหน้าของพิมพ์ ลภัสไว้ แล้วตะวาดเสียงเข้ม จนไอ้โจรเก็บค่าคุ้มครองหยุดชะงัก แล้วหันไปมองเขา

“กูไม่ปล่อย มึงจะทำไมวะ”

“ก็ทำอย่างงี้ไง”

ปัง ปัง!  ปัง!  

บาสเตียนตะวาดลั่น แล้วกระชากปืนออกมาจากเอว เขายิงไปที่ขาของพวกมันทั้งสามคน จนพวกมันร่วงลงไปกองอยู่กับพื้น พอดีกับมีรถของสายตรวจขับผ่านมาพอดี สายตรวจได้ยินเสียงปืนดังขึ้น จึงรีบเลี้ยวรถมาจอดหน้าร้านทันที

พิมพ์ ลภัสจึงเป็นอิสระ เธอกำลังจะวิ่งเข้าหาบาสเตียน แต่ก็หมดแรงเป็นลมกลางคัน  ทุกคนร้องเรียกเธอเสียงหลง ดีที่ว่าบาสเตียนก้าวเข้าไปคว้าตัวของเธอเอาไว้ได้ เขาช้อนอุ้มเธอขึ้นแนบอก แล้วก้าวยาวๆ ไปที่รถของเขาทันที พายัพรีบขึ้นประจำตำแหน่งอย่างรวดเร็ว

“น้าอร ผมฝากด้วยนะครับ ผมจะพาพิมไปโรงพยาบาลก่อน เดี๋ยวผมจะให้พายัพกลับมาเคลียเรื่องทุกอย่าง”

“จ้ะ รีบๆ ไปเถอะน้าฝากยัยพิมด้วยนะ”

“ครับผมจะดูแลเธอให้ดีที่สุด ไป! พายัพ!

ตลอดทางบาสเตียนกอดพิมพ์ ลภัสเอาไว้แนบอก เขาเอามือลูบไปที่ใบหน้างาม ที่ปรากฏรอยมือของไอ้โจรเก็บค่าคุ้มครอง แล้วกดจูบไปทั่วๆ ดวงหน้า นึกเจ็บใจตัวเอง ที่เมื่อเช้าเขาหุนหันรีบออกจากร้านมา ถ้าเขายังอยู่เธอคงไม่โดนพวกมันแบบนี้ เขาจะต้องคุ้มครองเธอไว้ได้ อีกใจก็นึกแค้นไอ้โจรพวกนั้นที่มันบังอาจมาทำร้ายให้คนที่เขารักต้องเจ็บ ถ้าเป็นที่ริโอ เขาจะฆ่ามันทิ้งซะตั้งแต่เมื่อกี๊ แต่ที่นี่ อำนาจของเขาคงไม่มากพอ เขาเลยหันไปยิงที่ขาของมันแทน

พายัพขับรถมาจอดตรงพนักงานเปล แล้วรีบเปิดประตูให้เจ้านายเขาอุ้มเธอลงมา พวกพนักงานเปลต่างกุลีกุจอช่วยกันดูแลเธอ แล้วเข็นเธอไปที่ห้องฉุกเฉิน บาสเตียนและพายัพเดินตามไปติดๆ

หมอให้ พิมพ์ ลภัส พักดูอาการที่โรงพยาบาล บาสเตียนให้พายัพ จัดการเรื่องทุกอย่างจนแล้วเสร็จ แล้วให้กลับไปที่ร้านของอรอุมาเพื่อเคลียปัญหาทุกอย่าง แล้วพาอรอุมา มาที่โรงพยาบาล

บาสเตียนเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ เตียงของพิมพ์ ลภัส เขากดจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากบาง ที่ตอนนี้บวมเจ่อ ใบหน้างามที่นวลเนียน ก็บวมเห่อแดงเป็นปื้น แล้วไหนจะมีรอยช้ำที่แขนของเธออีก แค่เขาเอาปากแตะเบาๆ ที่ริมฝีปากบาง  ใบหน้าของเธอก็กระตุก สะดุ้งหน้าตาเหยเก ด้วยความเจ็บปวด จนเขานึกสงสารเธอจับใจ พอสักพักใหญ่ๆ หมอใหญ่และนางพยาบาลก็เปิดประตูเข้ามาในห้อง บาสเตียนเลยเดินออกไปที่โซนของญาติอีกห้องหนึ่ง แล้วนั่งมองเธอผ่านกระจก

หมอและนางพยาบาลตรวจดูอาการโดยทั่วๆ ไปแล้วเดินออกมาหาบาสเตียนที่นั่งนิ่งรออยู่ที่โซฟาโซนของญาติผู้ป่วย

“เธอเป็นอย่างไรบ้างครับหมอ ผมเป็นสามีของเธอ” บาสเตียนรีบเอ่ยถามหมอทันที

“อืมตามใบหน้าและตามตัว ก็มีแค่รอยฟกช้ำ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ หมออยากให้คุณดูแลเธอให้ดีกว่านี้ ยิ่งเธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ นี่มันอันตรายมากนะครับ ดีที่ว่า เธอไม่โดนทำร้ายที่บริเวณท้องด้วย ไม่งั้นผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น”หมอใหญ่อธิบายอาการของพิมพ์ ลภัส ใหบาสเตียนฟัง แต่แล้วบาสเตียนก็ต้องอึ้งเมื่อได้ยินคำว่า ตั้งครรภ์

“อะไรนะครับ หมอบอกว่าเธอตั้งครรภ์เหรอครับ” บาสเตียนมีสีหน้าตกใจที่ได้ยินหมอใหญ่พูดบอกเล่าอาการของพิมพ์ ลภัส

“ครับ เธอตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าๆ แล้ว คุณไม่รู้หรอกเหรอครับ ผมอยากคุณสามีช่วยดูแลเธอให้ดีกว่านี้หน่อยนะครับ”

“ครับต่อไปนี้ผมจะดูแลเธอให้ดีที่สุดเลยครับ เยส! ว้าว!ผมดีใจที่สุดเลยครับหมอ” บาสเตียนลุกยืนขึ้น มาจับมือของหมอใหญ่เขย่าไปมา แล้วร้องออกมาด้วยความดีใจ

“ครับหมอยินดีด้วยนะครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวก่อนนะครับ”

“ครับๆ ขอบคุณมากครับ” บาสเตียนรอให้หมอใหญ่และพยาบาลเดินออกไป แล้วรีบเดินเข้าไปหาพิมพ์ ลภัสทันที เขาเข้าไปยืนข้างๆ เธอ แล้วกดจูบที่หน้าผากนวลอย่างเบาที่สุด พิมพ์ ลภัส พอเห็นหน้าเขาก็น้ำตาไหลออกมาทั้งสองข้างแก้ม

“พิม ผมดีใจที่สุด เรากำลังจะมีลูกด้วยกัน ตอนนี้มีตัวน้อยๆ อยู่ในท้องของพิมแล้วนะที่รัก” บาสเตียนเอามือลูบไปที่หน้าท้องแบนราบ ที่เริ่มจะนูนขึ้นเล็กน้อย  แล้วกดจูบเบาๆ

“ต่อไปนี้ ผมจะดูแลเอาใจใส่คุณให้มากขึ้นกว่าเดิม พิมหายโกรธผมนะที่รัก ผมสัญญาว่าผมจะไม่ฟังที่คนอื่นๆ พูด จะรักและเชื่อใจคุณคนเดียว ผมสัญญา” บาสเตียนกดจูบซ้ำที่กลางหน้าผากนวล พิมพ์ ลภัส น้ำตาไหลพราก จนบาสเตียนต้องเอากระดาษทิชชู่มาเช็ดให้ แล้วกอดปลอบเธอเอาไว้ อย่างเบามือ

อรอุมากับพายัพ เปิดประตูเข้ามา อรอุมารีบถลาไปที่เตียงทันที บาสเตียนเลยเดินออกไปนั่งรอที่โซฟาอีกห้องหนึ่งที่กั้นด้วยกระจกบานใหญ่

อรอุมานั่งลงข้างเตียง เธอมองหลานสาวที่ใบหน้าบวมมีแต่รอยฟกช้ำ  ที่เห็นแล้วนึกสงสารจับใจ อรอุมาเอามือลูบผมของหลานสาวเบาๆ “พิม เป็นยังไงบ้าง หนูเจ็บมากมั๊ยลูก ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว หนูปลอดภัยแล้วนะคนดีของน้า คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองนะลูก”

“น้าอร...” พิมพ์ ลภัสเรียกอรอุมาเบาๆ น้ำตาไหลออกมาอาบสองข้างแก้ม

อรอุมานั่งเฝ้าจน พิมพ์ ลภัส หลับลงด้วยฤทธิ์ยาแก้ปวด และความเพลีย อรอุมาเลยเดินออกไปหาบาสเตียนที่นั่งอยู่อีกห้องหนึ่ง

“น้าอรครับ ผมมีเรื่องจะบอกน้าอร”

“อะไรจ๊ะ ยังมีเรื่องอะไรอีกเหรอ”

“พิมท้องได้เดือนกว่าแล้วครับ ผมก็เพิ่งรู้จากหมอก่อนหน้าน้าอรสักครุ่” อรอุมานั่งนิ่ง มองหน้าบาสเตียน จนบาสเตียนรู้สึกกลัว

“แต่น้าอรไม่ต้องกังวลนะครับ ผมรักพิม และจะรับผิดชอบพิม รอสักเดือนหน้าให้ดอนกับมาดามทำธุระที่สวิทเสร็จ ท่านบอกจะมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวของท่านเอง น้าอรไม่ต้องห่วงนะครับ พวกเรารักพิมกันทุกคน”

“น้าก็พอรู้ความสัมพันธ์ของพวกเธอนะ และคิดเอาไว้แล้วว่ามันต้องมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแน่นอน น้าไม่คิดโกรธคุณหรอกนะ เรื่องมันเป็นแบบนี้แล้ว ก็ขอให้คุณทำให้ถูกต้องก็พอ และน้าก็ขอฝากยัยพิมของน้าไว้กับคุณด้วยนะ และยินดีด้วยนะจ้ะ คุณพ่อคนใหม่” อรอุมายิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน

“ครับน้าอร ผมจะรักและดูแลพิมให้ดีที่สุด ให้เท่าๆกับชีวิตของผมครับ ผมสัญญา” บาสเตียนยิ้มกว้างรับปากกับอรอุมา

พายัพยืนยิ้มมองเจ้านายของเขา   เฮ้อ! มีความสุขซะทีนะครับเจ้านาย

“แล้วที่ร้านเป็นยังไงมั่งครับ”

“ตำรวจเขามาทำแผนไปเรียบร้อยแล้ว และนักเลงสามคนนั้นก็เป็นคนที่ทางการกำลังต้องการพอดี ก็เลยถูกตำรวจเอาไปเลี้ยงไว้ดูเล่นน่ะจ้ะ”

“อืม ก็สมควรนะครับ แต่จะดีกว่านี้ถ้าผมลงมือจัดการพวกมันเอง คนเก่งๆ แบบนี้ ต้องได้เจอของจริงซะทีจะได้รู้สึก”

“อย่าทำให้เปลืองมือเลยจ้ะ ให้ตำรวจจัดการน่ะ ดีแล้ว นี่น้าก็ทิ้งร้านมานานแล้ว น้าว่าน้ากลับก่อนดีกว่า ฝากคุณบาสเตียนช่วยดูและยัยพิมด้วยนะคะ”

“ครับ ผมจะดูแลเธอให้สุดชีวิตเลย น้าอรวางใจได้ครับ”

“น้ากลัวว่าคนป่วยจะแผลงฤทธิ์น่ะสิ”

“อาการขนาดนี้ คงหมดฤทธิ์ไปเยอะเลยครับ คงอีกนานกว่าจะออกฤทธิ์ได้”

“ยังไงน้าก็ขอขอบคุณ คุณบาสเตียนมากนะจ้ะ ที่กลับมาช่วยที่ร้าน อ่อ... น้าลืมบอกไป ตอนที่คุณบาสเตียนเดินถือปืนเข้ามา คุณเท่ห์สุดๆ ไปเลยจ้ะ น้าเทคะแนนให้หมดใจเลย ฮีโร่ของน้า...”

“ขอบคุณครับน้าอร พายัพเดี๋ยวแกไปส่งน้าอรที่ร้านและอยู่ช่วยสักพักนะ เพราะทางนี้คงไม่มีอะไรแล้ว”

“ครับ”

ตลอดเวลาที่ พิมพ์ ลภัส อยู่ที่โรงพยาบาล บาสเตียนคอยดูแลเธอไม่ห่างจน พิมพ์ ลภัส เริ่มใจอ่อน ยอมพูดดีๆ กับเขา หลังจากออกจากโรงพยาบาล บาสเตียนพา พิมพ์ ลภัส ไปอยู่ด้วยที่โรงแรม แรกๆ พิมพ์ ลภัส ก็มีอาการขัดขืน รั้งแต่จะกลับไปบ้านของเธอ แต่พอบาสเตียนหาเหตุผลต่างๆ นานา มาอ้าง และอรอุมาก็ช่วยพูด เธอจึงยอมพักอยู่ที่โรงแรมกับเขา แต่พอว่างๆ บาสเตียนก็พาเธอไปที่ร้านบ่อยๆ

วันเวลาผ่านไปร่วมอาทิตย์กว่าๆ ทุกๆ อย่างก็เริ่มลงตัวขึ้น จนบ่ายๆ ของวันหนึ่ง ขณะที่ พิมพ์ ลภัสกำลังนั่งเล่นอยู่ที่สวนของชั้นบนสุดของโรงแรม ชั้นเดียวกันกับห้องพักของบาสเตียน  ขณะที่เธอกำลังนั่งมองดูวิวรอบๆ อย่างเพลินตา ก็มีเสียงแหลมๆ ของผู้หญิงดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง

“เธอนี่เก่งนะ โดนเข้าไปขนาดนั้นแล้ว ก็ยังนั่งชูคออยู่บนนี้ได้” พิมพ์ ลภัสหันควับไปมองต้นตอของเสียงแหลม ที่ดังมาจากด้านหลัง

“ก็เพราะว่ามันไม่จริงไงคะ มันเป็นเพียงคลิปภาพที่ถูกคนเลวๆ สร้างขึ้น แล้วคุณคิมเขาก็ดูออกว่าเรื่องจริงมันเป็นยังไง ฉันก็เลยได้นั่งชูคออยู่บนนี้ ที่นี่! อย่างที่คุณเห็นนี่แหละค่ะ” พิมพ์ ลภัสหันกลับไปประชันหน้าและสวนกลับจีน่า เธอยืนกอดอกจ้องหน้าหญิงสาวที่จ้องจะเป็นศัตรูอย่างไม่ลดละ

“เก่งนี่... อุส่าแก้เกมส์ ฉันได้ แต่ก็พยายามให้ตลอดเถอะนะ รักษาตำแหน่งที่นั่งของเธอเอาไว้ให้ดีล่ะ เพราะฉัน... จะไม่ยอมแพ้เธอ เด็ดขาด! เตรียมรับมือเอาไว้ก็แล้วกัน” จีน่าเดินเข้ามาใกล้กับพิมพ์ ลภัส แล้วเอามือจิ้มไปกลางอก แล้วยิ้มเยาะเย้ยใส่เธอ

“ด้วยความยินดีค่ะ” พิมพ์ ลภัสฉีกยิ้มออกมาอย่างท้าทาย 

“แล้วเจอกัน” จีน่าพูดทิ้งท้ายอย่างอารมณ์ดีแล้วเดินกลับออกไป  พิมพ์ ลภัส ยืนมองตามหลังเธอ 

ครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมแพ้คุณหรอกนะคะ...คุณจีน่า

…………………………………………


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"สำหรับนักอ่านที่มอบเหรียญ ไรต์แถมตอนพิเศษให้ด้วยนะคะ ในช่วงท้ายๆ มีการพลิกผันอีกมากมายค่ะ แถมพระเอกของเรายังแซ่บจนได้เรื่องอีกต่างหาก มาร่วมลุ้นเอาใจช่วย คิม บาสเตียน ไปพร้อมๆกันนะคะ ขอขอบคุณสำหรับนักอ่านที่มอบเหรียญกำลังใจให้กับนิยายเรื่องนี้ค่ะ ^^"

ณรีรัช


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


ชิ!! อยากจะกระชากยัยจิน่ามาตบ
โดย Anonymous | 8 months, 1 week ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ชิ!สงสัยยัยจีน่าคงไม่รู้ว่าพิมท้อง
โดย Anonymous | 1 year, 10 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ถ้าเป็นพิมนะกระชากจีน่ามาตบมห้รู้แล้วรู้ลอดไปเลยเอาแบบหยอดน้ำข้าวต้มก็ไม่ได้เลย-_-""
โดย Anonymous | 1 year, 10 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
พิม ลภัส สู้ๆ อย่ายอมแพ้จีน่า
โดย Anonymous | 2 years, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ยัยจีน่า ยังจะซ่าได้อีก
โดย Anonymous | 2 years, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha