ไฮโซรสแซ่บ

โดย: พลอยเฟื่อง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : รุกคืบ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

รุกคืบ



สียงผิวปากอย่างอารมณ์ดีของคนที่หอบแฟ้มงานเข้ามาในออฟฟิศชั่วคราว เรียกสายตาหลายคู่ของคนที่ทำงานอยู่ก่อนให้เงยหน้าขึ้นมามองอย่างประหลาดใจ

“อารมณ์ดีอะไรแต่เช้าเลยนายช่าง” สงกรานต์เอ่ยกระเซ้า

ภาคินวางกระเป๋าเอกสารลงบนโต๊ะ เงยหน้าขึ้นมายิ้ม

“ท้องฟ้าสวย อากาศดี อาหารอร่อย เยอะแยะไปที่ทำให้คนเราอารมณ์ดีขึ้นได้” ตอบไปยิ้มไปช่างให้น่าสงสัยนัก

หากคนอ่อนวัยกว่าส่ายหน้าไปมาว่าไม่เชื่อ

“ไม่ใช่ล่ะ...เมฆเต็มฟ้าดูท่าว่าวันนี้ฝนจะตกแน่ เพิ่งจะเก้าโมงกว่า แต่ร้อนอย่างกับเที่ยงวัน และที่สำคัญนายช่างไม่เคยกินข้าวเช้า เห็นซดแต่กาแฟดำ แต่ที่ทำให้อารมณ์ดีนี่...หรือว่าจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้”

ภาคินส่ายหน้า...ถ้าคำว่า ข่าวดี ที่ทุกคนคิด มันหมายถึงงานแต่งที่ล่มไปไม่เป็นท่า

“ทำไมวะคิน แกยังเก็บตังค์ไม่พอไปขอดาหรือไง?” อัศวินถามขึ้นมาอย่างสงสัยใคร่รู้ในอีกหลายเรื่อง จึงเกริ่นนำไปก่อน

“เขาเลิกกับผมไปแล้วพี่”

“เฮ้ย! เลิกเมื่อไหร่วะ ก็ไหนว่าจะแต่งงานกันปีนี้”

ความรื่นเริง และรอยยิ้มอารมณ์ดีจางหายไปจากใบหน้า แววตาที่เมื่อกี้ยังเต้นระริกระรี้กระตุกวูบ

“ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้อีกที เขาก็บอกว่า เราเลิกกันแล้ว หึๆ” หัวเราะอย่างขื่นๆ เมื่อนึกถึงค่ำคืนอัปยศวันนั้น และที่คิดว่าตัวเองน่าจะเศร้าเสียใจได้มากกว่านี้ เมื่อความรักที่ฟูมฟักมาถึงเจ็ดปีต้องอับปางลง...แต่เปล่าเลย

หลังจากผ่านพ้นวันชื่นคืนสุขกับการแก้แค้นไฮโซสาวตัวแสบให้สาสมหลายค่ำคืนติดช่วงเทศกาลหยุดยาวปีใหม่ อาการเจ็บปวดรวดร้าวที่ว่ากลับหายวับไป ราวกับความรักระหว่างเขากับชลิดาไม่เคยเกิดขึ้นเลยอย่างนั้นแหละ

“ฉันก็ว่าจะถามแกอยู่เหมือนกัน เจอดากับผู้ชายอ้วนๆ หุ่นอาเสี่ย ท่าทางจะรวยน่าดูอยู่บ่อยๆ”

ภาคินกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างนึกสมเพชตัวเอง นี่เขาคงรู้เรื่องนี้เป็นคนสุดท้าย

“นั่นแหละครับแฟนใหม่เขา”

“แล้วแกโอเคหรือเปล่าวะคิน?” น้ำเสียงของเพื่อนรุ่นพี่บ่งบอกถึงความห่วงใย

แววตาสดใสกลับคืนมา ตอนที่เงยหน้าขึ้นมาสบตาพร้อมกับคำตอบ

“สบายมากพี่...เล็กน้อยมาก คนเขาไม่รักแล้ว จะรั้งเอาไว้มันก็เปล่าประโยชน์ อยู่กับคนไม่มีใจ เสียเวลาเปล่า ชีวิตยังต้องเดินหน้าต่อไป”

“เอ่อ...คิดได้อย่างนั้นก็ดี ทำใจเร็วดีนี่หว่า อย่างนี้สิ ถึงค่อยสมกับเป็นน้องกูหน่อย” อัศวินว่า

“ไม่ใช่เพราะได้บ่อใหม่ สดใสซาบซ่านกว่าบ่อเก่าหรอกหรือนายช่าง” ไพศิฐที่นั่งเงียบมานานออกความเห็นยิ้มกริ่มพริ้มพรายพร้อมสายตาที่มองเขาอย่างรู้เท่าทัน

ภาคินหันไปมองหน้าโฟร์แมนหนุ่มใหญ่ที่ทักถามด้วยความประหลาดใจ

“แหม! ใครจะไปหาใหม่ได้ไวว่องเหมือนพี่ศิฐล่ะ” สงกรานต์แก้ต่างแทนให้

“ของอย่างนี้มันก็ไม่แน่หรอกนะเว้ยสงกรานต์ พี่มันเสือเปิดเผย ไม่เหมือนพวกเสือซุ่ม ร้ายหลบใน แอบๆ ซ่อนๆ ลักกินขโมยกิน พวกนั้นน่ะ น่ากลัวกว่าเยอะ จริงไหมนายช่าง?” ถามพร้อมกับยักคิ้วหยับๆ และยิ้มอย่างมีเลศนัย

ภาคินเพียงแค่ยิ้มบางๆ ไม่ออกความเห็น คำพูดของไพศิฐสะกิดให้เขาได้สะดุ้งประสาวัวสันหลังหวะ เสียวสันหลังวาบว่า จะมีใครรู้ใครเห็น เรื่องความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างเขากับบัวสวรรค์เข้า

ซึ่งเขาไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น แม้จะเก็บคลิปลับเอาไว้ข่มขู่เจ้าหล่อน แต่เขาก็ไม่คิดจะเปิดเผยจริงจัง มันไม่ใช่วิถีของลูกผู้ชาย แต่นี่เป็นข้อต่อรองเดียวที่ทำให้แม่ตัวแสบที่ทั้งหัวดื้อและรั้นยอมสยบได้

“เอ่อ ว่าแต่เมื่อวานแกไปคุยกับคุณบัวยังไง เขาถึงยอมง่ายๆ ทุกทีแม่เป็นต้องวีนแตกเข้าให้แล้ว” ความสงสัยของอัศวิน ทำให้บางคนคันปากยิบๆ ขึ้นมา

ภาคินยิ้มที่มุมปาก พร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ

“วาทะศิลป์ส่วนตัวน่ะพี่”

“นั่นสิ...ปกติเธอไม่เคยยอมฟังใคร แต่ฟังพี่คินที่โครตจะเกลียดขี้หน้านี่อ่ะนะ ไม่อยากจะเชื่อ” สงกรานต์หนุนอีกแรงด้วยความสงสัย

“ผมว่านายช่างคงมีวิชา สาลิกาลิ้นทองเสียมากกว่า” ไพศิฐว่าและหัวเราะขำอยู่คนเดียว

จนภาคินชักเริ่มสงสัยตะหงิดๆ ว่าโฟร์แมนหนุ่มใหญ่มีเรื่องอะไรค้างคาใจกับเขาหรือเปล่า?

เรื่องระหว่างเขากับไฮโซสาวคนสวยซึ่งมีฐานะเป็นนายจ้าง มันเกิดขึ้นเร็วมาก และดูเหมือนว่าจะยังยืดเยื้อต่อไปไม่จบลงง่ายๆ

วันนี้...เขาชอบหล่อน เขาติดใจหล่อน จะด้วยรสสวาทหรืออะไรก็ตามแต่ และก็มั่นใจว่า ไม่ได้คิดไปเพียงฝ่ายเดียว เมื่อปฏิกริยาตอบโต้จากบัวสวรรค์เอง ก็ดูเหมือนจะนิยมชมชอบเรื่องใต้สะดือพอกัน แถมยังเข้าขากันได้ดีกับเขา

...แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น ทุกอย่างต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

 

 

“งานก็ยังคงล่าช้าไปกว่ากำหนด”

น้ำเสียงราบเรียบ หากฟังดูเคร่งเครียดและเป็นกังวลมากกว่าตำหนิ ทำเอากลุ่มวิศวกรบริษัทจ้างเหมาในห้องประชุมถึงกับนั่งหลังตรงแหน่วอย่างพร้อมเพรียง

“ทางเราก็เร่งมืออย่างที่สุดแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง ตอนนี้เป็นช่วงมรสุมพัดผ่าน ฟ้าฝนไม่เป็นใจ งานก่อสร้างเลยต้องล่าช้าไปกว่ากำหนดอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง”

“ทางบริษัทคงต้องปรับตามสัญญา” ก้องเกียรติ ฝ่ายกฏหมายที่เข้าร่วมประชุมติดตามงานด้วยเอ่ยขึ้นมาสีหน้าขึงขัง

กลุ่มตัวแทนจากบริษัทจ้างเหมาเหลียวหน้ามองกันเลิ่กลั่ก ภาคินมองใบหน้าสวยที่ไม่ยอมสบตาเขาแม้แต่นิดอย่างเข้าใจ

“แต่ฉันเห็นด้วยนะคะว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ ไม่มีใครควบคุมเรื่องดินฟ้าอากาศได้ และทางบริษัทของคุณอัศวินก็ได้ทำถูกต้องแล้วที่คำนึงถึงความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง” ใบหน้างามหันไปเจรจากับคนของตัวเองแทน

“แต่ว่ากฏก็ต้องเป็นกฏนะครับ” ก้องเกียรติยืนยัน

“ฉันเข้าใจค่ะ แต่ครั้งนี้ ถือว่าเป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย การที่ไม่มีคนบาดเจ็บในงานให้เกิดปัญหาตามมา และงานสามารถเดินหน้าได้ทันทีที่ทุกอย่างพร้อม ฉันเชื่อว่ายังไงโครงการนี้ก็ยังเปิดตัวทันตามกำหนดการเดิม...ใช่ไหมคะ คุณอัศวิน”

“ครับๆ ผมจะเร่งงานให้สุดฝีมือ ขอบคุณคุณบัวสวรรค์ที่เข้าใจ” อัศวินรีบรับปากรับคำทันที แทบจะไชโยโห่ร้องที่บริษัทไม่ต้องเสียค่าปรับซึ่งถ้าคำนวณเป็นตัวเลขออกมา ก็มหาศาลอยู่

“โอเคค่ะ การประชุมวันนี้เสร็จสิ้นแล้ว ประชุมครั้งหน้า หวังว่าคงได้เห็นความคืบหน้ามากกว่านี้นะคะ”

“ครับ” รับปากรับคำหนักแน่น

แล้วที่ประชุมก็พร้อมใจกันลุกพรึ่บ

นัยน์ตาคมกล้าสีนิลมองตามร่างสะโอดสะองที่เต็มไปด้วยสัดส่วนโค้งเว้างดงามในชุดกระโปรงสูทแสนสมาร์ทไปอย่างปลาบปลื้ม ถึงหญิงสาวไม่แม้แต่จะแลหางตามามองเขาเลยสักนิดก็ตามที

ท่าทางหยิ่งๆ หน้าเริ่ดๆ เชิ่ดๆ ของเจ้าหล่อน ทำให้เขาเกิดอารมณ์ขึ้นมาชะมัดยาดสิน่า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนค่า ^^"

พลอยเฟื่อง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha