ไฮโซรสแซ่บ

โดย: พลอยเฟื่อง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : รุกคืบ - 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 

 

 

 

 

“เฮ้ย! จะไปไหนวะคิน?” อัศวินถามเมื่อเขาลุกเดินตามร่างที่เพิ่งเดินออกห้องประชุมไปราวกับต้องมนต์สะกด

“เอ่อ...ว่าจะไปเข้าห้องน้ำหน่อยครับพี่”

“เออ ให้เร็วๆ หน่อยก็แล้วกัน ต้องรีบกลับกันแล้ว ไปทำงานต่อ เดี๋ยวไม่ทัน รอบหน้าเกิดคุณบัวสวรรค์ไม่ใจดีแบบนี้อีกล่ะก็จะซวยเอา” อัศวินย้ำ พวกเขาเดินทางมาร่วมประชุมรายงานความคืบหน้าของงานที่ตึกสำนักงานขาย ซึ่งแม้จะเป็นสาขาย่อยของบริษัทแม่ในกรุงเทพฯ แต่ก็เป็นตึกที่ใหญ่โตโอ่อ่า ด้วยรถกะบะโฟร์วิลล์ของภาคินเพื่อความประหยัด มาพร้อมกันจึงต้องกลับพร้อมกัน

“ครับพี่” ชายหนุ่มรีบรับคำ แล้วไม่รอช้าที่จะเดินตรงไปยังห้องทำงานของบัวสวรรค์

เลขาที่ชื่ออิงอรไม่ได้นั่งอยู่หน้าห้อง เขาจึงถือวิสาสะเคาะประตูสองสามครั้ง พอได้ยินเสียงเอ่ยอนุญาต ก็เปิดเข้าไปทันที

“มีอะไรหรืออิงอร?” ดูเหมือนว่าคนที่วุ่นวนอยู่กับงานเอกสารตรงหน้า จะไม่ได้สนใจว่าใครเข้ามาในห้อง

เขาไม่ตอบ เมื่อเธอเงยหน้า ร่างสูงก็ประชิดโต๊ะทำงานแล้ว

“นี่คุณ” น้ำเสียงไม่พอใจเอ่ยขึ้นมาคำแรกหลังจากอึ้งไป

“ผมจะมาขอบคุณที่คุณยกเว้นเรื่องค่าปรับ” เขารีบชิงพูดธุระสำคัญขึ้นมาทันที เพราะไม่มีเวลามาก

ใบหน้าหยิ่งยโสเฉยชา เพียงผงกหน้ารับทราบ

“คุณน่ารักมากเลยรู้ไหมวันนี้”

คนที่ตัดบทสนทนาด้วยการก้มหน้าก้มตาสนใจอยู่กับเอกสารตรงหน้า ทั้งที่ตาลาย อ่านตัวหนังสือไม่เป็นตัวอยู่แล้วเงยหน้าขวับ

“ฉันต้องขอบคุณคุณด้วยไหมที่ชมฉัน?” น้ำเสียงราบเรียบแฝงแววกระด้างนิดๆ ย้อนถามกลับมา

ภาคินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้ เขาคงหมั่นไส้ท่าทางแบบนี้ของเจ้าหล่อนน่าดูชม หากแต่เวลานี้ เต็มไปด้วยความเอ็นดูระคนขบขันให้กับคนที่พยายามปั้นหน้าวางมาดงามสง่าเป็นนางพญา ทว่าตอนอยู่บนเตียงด้วยกันนั้น แสนจะออดอ้อนเรียกร้องเหมือนลูกแมวตัวน้อยๆ

“ก็แล้วแต่จะกรุณา...แต่ว่าวันนี้...” แววตาคมกล้ามองกวาดใบหน้างามอย่างโลมเลีย

คนฟังหัวใจสะดุด แววตาของเขาที่มองมา กำลังแผดเผาเธอโดยที่ไม่รู้ตัว ให้เกิดอาการวูบวาบอย่างประหลาด

“คุณดูสวยสมาร์ทดี ผมชอบนะ”

และไอ้คำว่า ชอบนะ ก็ยิ่งเพิ่มประกายความร้อนวูบวาบหนักข้อเข้าไปอีก

“อื้ม...โอเค ฉันรับทราบแล้วค่ะ พอใจหรือยัง?”

“อื้ม...ก็ยังนะ”

“แล้วต้องการอะไรไม่ทราบ” เงยหน้าขวับขึ้นมาถาม แล้วก็กลายเป็นรับจูบจากริมฝีปากร้อนเร่าที่โฉบลงมาหาอย่างรวดเร็ว

อุ๊บ!

ยังไม่ทันจะได้หุบปากหนี เรียวลิ้นร้ายๆ ดั่งเช่นผู้เป็นเจ้าของก็ซอกซอนเข้ามาในโพลงปาก ไล่เลี้ยวเกี่ยวพันลิ้นเล็กของเธอที่ไม่ทันให้ได้ตั้งตัวไปดูดดึงอย่างย่ามใจ หัวไหล่บอบบางไหวสะท้าน รู้ตัวอีกทีฝ่ามือใหญ่ก็ตะปบเข้าที่สะเอว แล้วยกตัวเธอลอยเด่นอุ้มขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงาน นานชั่วครู่กว่าที่ริมฝีปากร้อนรุ่มจะถอนออกมา สายตาร้อนแรงของเขายังคงคุกรุ่นด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า

ตาต่อตาสบประสาน เธอไม่มีทางปล่อยให้มันเลยเถิดอย่างครั้งก่อนเป็นแน่

“จะทำบ้าอะไร?” เสียงเบาแผ่ว ไม่หนักแน่นเลยสักนิดถาม

คนบ้าไม่ตอบคำถามด้วยคำพูด หากใช้วิธีจู่โจมด้วยริมฝีปาก ฝ่ามือประคองที่ต้นคอด้านหลังของเธอ นิ้วมือยาวใหญ่ไล่จากท้ายทอยซอกซอนเข้าไปในพวงผมหนาหยักสยาย ริมฝีปากก็บดคลึงเบียดเคล้าอย่างเร่าร้อน ไล่จูบพรมไปทั่วกรอบหน้า เปลือกตา จมูก คิ้ว คางกระทั่งไล่ลงมาที่ซอกคอ ไม่เพียงกดจูบ ยังดูดดึงด้วยริมฝีปากร้อนรุ่มจนสยิวซ่าน ขนทุกเส้นในตัวลุกซู่กรูเกรียวอย่างไม่อาจต่อต้านแรงปรารถนาที่เขาจุดขึ้นมา

ฝ่ามือใหญ่ไล่มาที่หัวไหล่ ลูบไล้ที่ต้นแขนและสีข้าง ก่อนจะกอบประคองที่ทรวงเต้า ขยุ้มขยำอย่างเร้าอารมณ์ กระทั่งกระดุมเสื้อสูทหลุดลุ่ย ภาคินยังไม่หยุดที่จะจูบพรมและลูบไล้

มือใหญ่เลื้อยต่ำลงมาที่ต้นขา ลูบขึ้นและลงวนเวียนไปมาซ้ำๆ ก่อนจะซอนซอกเข้าไปใต้กระโปรง ตะปบฝ่ามือลงบนเนินนางกลางลำตัวที่ชุ่มฉ่ำ แล้วล้วงสอดเข้าใต้ชั้นในสัมผัสถึงความฉ่ำชื่นนั่น

มืออีกข้างก็ยังขยำหน้าอกด้านบน ปากก็ยังจูบดุนดูดอยู่ที่ริมฝีปาก ปลายนิ้วเกี่ยวสะกิดเกงเกงในของเธอร่นขอบลงอย่างรุกคืบ

ก็อก...ก็อก...ก็อก...

เสียงเคาะประตู เรียกให้คนที่กำลังดื่มด่ำกำซ่านในห้วงอารมณ์ที่ตกลึกลงไปถึงก้นโลกลืมตาพรึ่บขึ้นมา รีบยกฝ่ามือผลักแผ่นอกของคนตรงหน้าออกห่างอย่างตกใจ

 

“คุณบัวคะ” เสียงอิงอรเรียกชื่อเจ้านาย พร้อมกับเปิดประตูพรวดเข้ามา เมื่อไม่ได้ยินเสียงขานตอบรับ

เลขาสาวชะงักกาย เมื่อเห็นเจ้านายของหล่อนหน้าตาตื่นเลิ่กลั่ก ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงรุงรัง สาบเสื้อและชายกระโปรงดูไม่เรียบร้อยนัก กำลังยืนประจันหน้ากับวิศวกรหนุ่มจากบริษัทรับเหมาก่อสร้าง...รับรู้ว่าทั้งสองเป็นไม้เบื่อไม้เมากันอยู่

“เอ่อ...อ่า...คืออิงอรเข้ามาขัดจังหวะใช่ไหมคะ? ขอโทษค่ะ ขอโทษ” เจ้าหล่อนรีบผงกใบหน้าซีดเผือดนั่นสองสามครั้ง ก่อนจะถอยกรูดกลับออกไป ในขณะที่สองคนข้างใน กำลังใจหายใจคว่ำ กับสถานการณ์ประดักประเดิดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเลยเถิดขนาดนี้...ก็นี่มันห้องทำงาน

“คุณว่าอิงอรจะรู้ไหม?” บัวสวรรค์กระซิบถามหลังแล่บเลียริมฝีปากที่แห้งผากพร้อมกับกะพริบตาถี่ยิบอย่างตกประหม่า หล่อนแคร์เรื่องชื่อเสียงเหนือสิ่งอื่นใด

ภาคินทำหน้าอึ้งๆ ก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะพรืดออกมา

“ไม่รู้สิ...แต่เขาบอกว่า ขอโทษที่ขัดจังหวะ ก็น่าจะไม่พลาดนะ”

“บ้าจริงเชียว ให้ตายเถอะ” หล่อนยกฝ่ามือเรียวขึ้นปิดใบหน้าร้อนฉ่าอย่างอายแสนอาย แล้วนี่จะสู้หน้าเลขาสาวของตัวเองได้อีกยังไง...น่าอายชะมัด

“เอาน่า...ดูท่าเลขาของคุณไม่ใช่พวกปากสว่าง คงไม่ไปเล่าให้ใครฟังหรอกว่า เห็นเราทะเลาะกันแบบตาต่อตา ฟันต่อฟันอยู่” พูดกลั้วหัวเราะ

ใบหน้างามหันมาค้อนขวับวงโตเข้าใส่ด้วยดวงตาขุ่นเขียว พร้อมกับทุบเข้าไปที่หน้าอกเสียอั๊กใหญ่เลยทีเดียว...เขาขำอะไร มันใช่เรื่องน่าขำที่ตรงไหน?

“แล้วทำไมคุณไม่รู้จักปิดประตูให้เรียบร้อย”

“เอ้า...ผมไม่รู้นี่นา...ว่ามันจะเลยเถิด...ใครใช้ให้คุณเคลิ้มล่ะ” ดูสิดู จู่ๆ มาโยนความผิดให้เธอเสียดื้อๆ

“คนบ้านี่ กวนประสาทที่สุด มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย ให้เร็วเลย ไปสิไป” หล่อนออกปากไล่ พร้อมกับผลักร่างใหญ่นั่นรุนหลังให้ออกไปพ้นๆ จากห้องทำงานเสียที

ภาคินหยุดเสียงหัวเราะไม่อยู่ หันไปจ้องใบหน้าเล็กแดงก่ำที่กำลังเก้อเขินสะเทิ้นอายนั่นอย่างขำๆ

“คุณช่วยผมดูหน่อยสิ ว่าลิปสติกคุณติดปากผมหรือเปล่า? ไม่งั้นนี่แก้ตัวยาว แถมฟังไม่ขึ้นเลยนะว่าเราไม่ได้ปะทะกันอย่างดุเดือดน่ะ” ท้ายเสียงขบขันพร้อมยิ้มดวงตาวิบวับให้

บัวสวรรค์ค้อนเขาตาแทบกลับเลยทีเดียว

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนค่า ^^"

พลอยเฟื่อง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha