ไฮโซรสแซ่บ

โดย: พลอยเฟื่อง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : เรื่องน่าปวดหัว - 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“ผมเคลียร์ได้น่า นายช่างอย่าทำเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตไปหน่อยเลย”

พอถูกเรียกตัวไปสอบถาม ไพศิฐก็เอะอะโวยวายเสียงแข็งใส่ทั้งอัศวินและภาคินที่หน้าเครียดพอกัน

“ครั้งนี้แกทำเกินไปจริงๆ นะศิฐ ลูกสาวของวิไลเพิ่งอายุสิบเจ็ดยังเป็นผู้เยาว์ และแม่เขาก็ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด” อัศวินว่า รู้สึกจะหน้ามืดขึ้นมา ทั้งปัญหาใหญ่ที่ต้องทำงานให้ทันตามกำหนดก็ถือว่าหนักหนาอยู่แล้ว ยังจะมีปัญหาจุกจิกเฉพาะหน้าให้มาแก้ไขกันอีก และคนก่อเรื่องก็ดันเป็นคนวัยเดียวกันที่ล้มลุกคลุกคลานตั้งบริษัทมาด้วยกัน

“อายุเท่านั้นหรอกครับที่เป็นผู้เยาว์ แต่อย่างอื่นของเด็กนั่น...” คนว่าแล่บเลียริมฝีปาก ทำหน้ากะลิ้มกะเหลี่ยอย่างไม่สลดสักนิด

“พี่ศิฐครับ ข้อหาเกี่ยวกับผู้เยาว์นี่เขาดูที่อายุเด็กครับ และโทษก็หนักติดคุกทีสิบยี่สิบปี อย่ามาทำเล่นๆ อย่างนี้เลย” ภาคินหน้าเครียดที่อีกฝ่ายไม่สำนึกสักนิด

“เอาน่า...ผมเคลียร์ได้ก็แล้วกันนายช่าง รับรองไม่ให้เดือดร้อนมาถึงใครหรอก” ไพศิฐโบกไม้โบกมือว่า แล้วลุกพรวดพราดจากไปไม่ยอมเจรจา ในขณะที่อัศวินหน้ามืดยืนเซ

“พี่อัศ” ภาคินกับสงกรานต์ต้องเข้าไปช่วยพยุงพาหัวเรือใหญ่ของบริษัทไปนั่งพัก

“ไหวไหมครับเนี่ย?”

“จะอายุสั้นก็เพราะเรื่องกวนใจไม่เป็นเรื่องพวกนี้แหละ นี่ก็ต้องทำงานให้ทันตามที่เขาสั่งมาก็ว่าหนักแล้ว ถ้าคุณบัวสวรรค์รู้ว่าเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นมาในไซต์งาน พี่ว่าเรื่องใหญ่แน่ๆ” อัศวินว่า พร้อมกับดมยาดมเสียยกใหญ่

“ดูท่าน้าวิไลจะไม่ยอมนะครับ แต่ก็ไม่แน่ พี่ศิฐแกอาจจะมีสาลิกาลิ้นทองกล่อมให้น้าวิไลไม่เอาเรื่องก็ได้ ว่าไปก็น่าอิจฉา พระยาเทครัวชัดๆ ได้ทั้งแม่ได้ทั้งลูก”

“สงกรานต์” ภาคินปรามเสียงเข้ม พร้อมกับส่ายหน้า “มันไม่ใช่ตัวอย่างที่ดี ควรจะเอาเยี่ยงอย่าง อย่าไปยกย่องคนอย่างนี้” เขาเอ็ดหน้าเครียด จนไอ้หนุ่มรุ่นน้องหน้าจ๋อย

“ พี่เห็นทีจะไม่ไหวแล้วจริงๆ นะคิน หลังจบงานโครงการนี้ คงต้องให้ไพศิฐออกจากบริษัท ร่วมงานกันไม่ได้แล้ว ไม่งั้นก็ก่อปัญหาบ้าบอคอแตกกวนใจให้ไม่รู้จบ” อัศวินเอ่ยขึ้นมาอย่างตัดสินใจ

“โอเคครับพี่ เดี๋ยวผมจะลองติดต่อหาโฟร์แมนคนใหม่เข้ามาช่วยงานไปก่อน แล้วค่อยดูว่าจะจ้างต่อแทนพี่ศิฐหรือเปล่า คงหาไม่ยากแวดวงเราพอแนะนำกันได้ แล้วพอจบโครงการนี้ ผมจะเป็นคนคุยกับพี่ศิฐให้แกออกเอง ยังไงเราก็คงต้องเตรียมการทางกฏหมายไว้ด้วย ผมจะลองไปปรึกษาเพื่อนที่เป็นทนายดู”

“อือๆ ขอบใจ ดำเนินการเลยนะ” อัศวินโบกไม้โบกมือว่า

“ให้ออกเลยหรือครับ? แกจะยอมหรือ?” สงกรานต์ถามขึ้นมา หน้าตาไม่สบายใจ เพราะไพศิฐถือว่าเป็นคนเก่าคนแก่

“ทำไงได้ล่ะ ถ้ายังก่อปัญหาไม่หยุดหย่อนให้ตามแก้ ก็คงต้องใช้มาตรการนี้แหละ เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวของแกคนเดียว แต่มันเดือดร้อนเสียหายมาถึงบริษัทด้วย” ภาคินว่าหน้ากลุ้ม

“แล้วเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นในวันนี้ อย่าให้ได้รู้ไปถึงหูคุณบัวสวรรค์เชียว” อัศวินเอ่ยกำชับกำชา

“ครับๆ พี่”

โดยที่ไม่รู้ว่า คนกำลังจะถูกให้ออกจากงานที่ลุกพรวดพราดหนีไปไม่ยอมเจรจานั่น ไม่ได้ไปไหนไกลเลย แต่แอบฟังอยู่นอกประตูว่าคนข้างในกำลังคิดเห็นและจะทำยังไงกับเรื่องที่เขาก่อขึ้นมาวันนี้

“หน็อย...ไอ้ภาคิน ไอ้เด็กเมื่อวานซืน นี่มึงกล้าจะไล่กูออกจากงานงั้นหรือ?” ดวงตาของไพศิฐลุกวาวขึ้นมาอย่างอาฆาตแค้นเคืองเมื่อได้ยินว่าวิศวกรหนุ่มรุ่นน้องที่เขาแอบไม่ชอบหน้าว่ากระไร

“ถ้ากูอยู่ไม่ได้ ก็หวังว่ามึงจะได้อยู่”

 

 

“คุณบัวไม่อยู่ค่ะ”

คำบอกกล่าวจากเลขาสาวหน้าห้องทำเอาคนที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาขอพบเจ้านายสาวคนสวยของเจ้าหล่อนชะงักงันทันที

“ไม่อยู่?” ภาคินทวนคำพูดของอิงอรอย่างอึ้งๆ เพราะว่าได้โทรศัพ์มานัดหมายเวลาเอาไว้แล้วเป็นดิบดี

“ค่ะ” สาวแว่นหน้าตายเหมือนพวกคุณครูอนุบาลมากกว่าจะทำงานเลขา ไม่ได้ความเปรี้ยวปรี๊ดทันสมัยจากผู้เป็นนายมาสักกะผีกผงกหน้ายืนยัน

“จะไม่อยู่ได้ไงในเมื่อผมนัดมาแล้ว...หรือเธอไม่ทราบ”

เขาถามอย่างหงุดหงิด เพราะไม่ได้เห็นหน้าบัวสวรรค์มาเกือบอาทิตย์แล้ว แถมสองคืนติดที่เจ้าหล่อนไม่ยอมรับโทรศัพท์จากเขา เหมือนกำลังจงใจปั่นหัวกันอยู่ เชื่อเถอะว่า เขาหงุดหงิดงุ่นง่าน ราวกับเด็กหนุ่มวัยนมเพิ่งแตกพานมีความรักครั้งแรกกำลังทะเลาะกับแฟนทีเดียว

“ดิฉันเรียนแล้วค่ะว่าคุณภาคินจะมาพบตอนบ่ายนี้ แต่คุณบัวก็ไม่ได้ว่าอะไร?”

แบบนี้แปลว่าจงใจจะหลบหน้ากันชัดๆ ชายหนุ่มกำลังนึกทบทวนว่าตัวเองทำอะไรให้เธอไม่พอใจหรือเปล่า?

“แล้วเธอไปไหน? ไปเมื่อไหร่ ไปกี่วัน และจะกลับเมื่อไหร่?” เขาถามทุกคำถามที่อยากรู้

“เธอบอกว่าไปพักผ่อนสมองสักสองสามวันที่ปากช่อง ถ้ารวมกับวันหยุดก็คงกลับวันจันทร์หน้า แล้วคุณภาคินมีธุระอะไรเร่งด่วนหรือเปล่าคะ?”

ธุระเร่งด่วนน่ะมี แต่ทันทีที่ได้ยินพิกัดว่า ปากช่อง เท่านั้น อะไรก็ไม่สำคัญไปกว่า การไปตามหาและเจรจากับเจ้าตัว แบบตัวต่อตัว ไม่เกี่ยวกับเสื้อผ้าในนาทีนี้เลย

เล่นเบี้ยวนัดเขา และบอกเลขาสาวให้รู้จุดหมายปลายทาง มันจะอะไรได้ ถ้าไม่ใช่....

“อ้าว! คุณคะ...คุณ...คุณคะ...ตกลงว่าจะให้ดิฉันเรียนคุณบัวว่ายังไงบ้างคะ?” อิงอรเรียกตามหลัง คนที่รีบทะยานจากไปราวกับพายุบุแคมดั่งเช่นตอนมา แต่ดูเหมือนว่าหูของภาคินจะไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น

“อากาศร้อนหรือไง? ถึงได้มีแต่คนเพี้ยน” อิงอรบ่นพึมงึมงำเพียงลำพัง ขนาดว่าเจ้านายสาวที่เอาการเอางาน อยู่ดีๆ ก็เกงานไปเสียดื้อๆ อย่างนั้น

แล้วผู้ชายคนนี้ก็เหมือนกัน...ตั้งแต่เปิดประตูไปเจอทั้งคู่ยืนประจันหน้ากันในห้องทำงานวันนั้น หล่อนก็รู้สึกแปลกๆ ว่า ระหว่างบัวสวรรค์ และภาคิน ดูกำลังมีอะไรลับลมคมนัยที่รู้กันอยู่แค่สองคน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนค่า ^^"

พลอยเฟื่อง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha