บ้านไร่ อุ่นไอรัก

โดย: aom13



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : พี่ใหญ่ของบ้าน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 การะเกดค่อยๆ ทรงตัวขึ้นนั่ง เธออาการดีขึ้นมากกว่าเมื่อเช้า ที่อยากจะนอนเพียงอย่างเดียว หญิงสาวมองไปรอบห้องที่ใช้เป็นที่พักพิง มาตลอดระยะเวลาเกือบสามวัน เธอก้าวเท้าลงจากเตียงนุ่ม แล้วเดินเข้าไปห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว ขณะที่กำลังล้างหน้าอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงใสๆ ของเพื่อนรักดังลั่น

            “เก๋... เก๋จ๋า หายไปไหนน่ะ ค่อยยังชั่วหรือยัง พ่อกับแม่เรากลับมาแล้วนะ”

            “อยู่นี่จ้ะ เล็ก” การะเกดร้องบอกเพื่อน พลางใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับหยดน้ำพราวบริเวณใบหน้า หน้าตาเซียวๆ ที่มองตอบกลับมาจากเงาในกระจก ทำให้การะเกดใช้มือลูบหน้าตัวเองเบาๆ เธอคงจะป่วยมาก ถึงกับนอนไม่รู้เรื่องแบบนี้ แถมฝันว่ามารดามาหาอีกด้วย

             การะเกดถอนใจเมื่อนึกมาถึงตรงนี้ หัวใจเต้นรัวเร็วเมื่อนึกในแง่ร้าย ว่าสมหมายอาจจะอาการหนัก หรือจะตาย แล้วมารดาจะทำอย่างไรนะ หญิงสาวคิดอย่างสับสน ความกังวลในใจทั้งหมดสื่อออกมาทางนัยน์ตาคู่สวย เมื่อมองสบกับตรีทิพย์ ที่กำลังนั่งยิ้มอยู่ตรงเตียงนุ่ม พอเห็นสายตาแบบนั้นของเพื่อนเข้า เจ้าตัวก็แทบจะหุบยิ้มทันที แล้วเดินมาหาการะเกด พลางลูบแขนเรียวอย่างปลอบใจ ตรีทิพย์ใช้หลังมืออังที่หน้าผากของการะเกด เพื่อวัดอาการไข้แบบง่ายๆ และอมยิ้มเมื่ออาการของเพื่อนดีขึ้น

            “ตัวไม่ค่อยร้อนแล้ว หน้าตาก็ดีขึ้นหน่อย เก๋ เราคุยกับพ่อกับแม่แล้วนะเรื่องเก๋น่ะ ท่านยินดีที่จะรับส่งเสียเก๋จ้ะ แล้วก็ยินดีที่จะให้เก๋อยู่ที่บ้านนี้ด้วย” การะเกดถึงกับน้ำตาคลอเมื่อได้ยินเพื่อนรักพูด เธอโผเข้ากอดร่างเพรียวของตรีทิพย์แล้วพึมพำขอบคุณเสียงอู้อี้

            “ขอบใจนะเล็ก เล็กดีกับเรามาก แต่เราคงไม่รบกวน เราคงจะไม่เรียนต่อแล้ว” การะเกดเม้มปาก เธอจะทำตัวให้เป็นภาระของใครไม่ได้หรอก และอีกอย่างหนึ่ง ก็คงจะกลับไปอยู่ที่บ้านเดิมไม่ได้อีกแล้ว มารดาคงไม่ให้อภัย หรือถึงให้อภัย การะเกดก็ทนอยู่ร่วมบ้านกับสมหมายไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าวันไหน เธอจะโดนเข้าหาอีก แม้ว่าเพื่อนรักจะให้การเกื้อกูลช่วยเหลือ แต่การะเกดก็คิดว่ามันรบกวนตรีทิพย์และครอบครัวมากเกินไป

            “แล้วเก๋จะทำอย่างไรต่อล่ะ เก๋ยังเรียนอยู่นะ ปีสองแล้วด้วย เราเสียดาย” การะเกดคลายกอด ก่อนจะพยายามฝืนยิ้มให้เมื่อมองหน้าเพื่อนรัก ตรีทิพย์มีสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยมาก มือเรียวของการะเกด กุมมือนิ่มของเพื่อนรักไว้ก่อนจะบีบแน่น

            “เราจะทำงาน ส่วนเรื่องเรียนจะดร๊อปไว้ก่อน ไม่แน่เราอาจจะเรียนมหาลัยเปิด แล้วโอนหน่วยกิตเอา ช่วงแรกๆ เราอาจจะขอรบกวนเล็กก่อนนะเรื่องที่อยู่ ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ ถ้าได้งานแล้วเราก็จะไป เอกสารหลักฐานของเราที่บ้าน...” การะเกดน้ำตารื้นเมื่อพูดคำว่าบ้าน ที่ที่คงจะไม่ได้กลับไปอีกต่อไปแล้ว

 “เราคงต้องหาเวลาไปเอา ไม่รู้ว่าแม่จะว่ายังไงบ้างเรื่องน้าสมหมาย”

            “เห็นว่าไม่เป็นอะไรมากนี่” ตรีทิพย์พ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด เมื่อต้องพูดถึงแตงและสมหมาย ต้นเหตุที่ทำให้เพื่อนของเธอ ต้องกลายเป็นลูกนกหลงรังหาทางไปไม่ได้แบบนี้  อนาคตของการะเกดจะเป็นอย่างไรต่อไปนะ แม้ว่าการะเกดจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากเธอเรื่องเรียน แต่อย่างไรตรีทิพย์ก็ต้องหาทางช่วยเพื่อนรักให้ได้      

            “เล็กรู้ได้ยังไง?” การะเกดถามอย่างสงสัย ตรีทิพย์ถอนใจอีกรอบ ก่อนจะเล่าเรื่องที่แตงมาหาการะเกดให้เจ้าตัวฟัง

            “แม่เก๋มาที่นี่ แล้วจะลากเก๋กลับไปให้ได้เลย แต่เราขวางไว้ ดูท่าทางโกรธเธอมากเลยนะเก๋ เห็นว่าไอ้คนชั่วนั่นก็อาการหนัก”

            “จริงๆ น่ะเหรอ?” การะเกดยิ่งมีสีหน้าสลดลง เมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากเพื่อนรัก เธอรู้จักนิสัยแตงมารดาดี ว่าคงจะโกรธมากที่ทำกับสมหมายแบบนั้น และคงจะไม่ฟังข้อแก้ตัวของการะเกดทั้ง ที่มันเป็นเรื่องจริงก็ตาม อย่างนี้ยิ่งเป็นไปได้ยาก ที่เธอจะได้มีโอกาสกลับบ้านอีกครั้ง

            “ถ้าเก๋จะไปเอาพวกหลักฐานเกี่ยวกับตัวเก๋ ไปตอนนี้น่าจะสะดวกนะเพราะเห็นแม่เก๋บอกว่าไอ้คนเลวนั่นนอนอยู่โรงพยาบาล แล้วป้าแตงก็ไปเฝ้าอยู่ บอกตรงๆ นะเก๋ เราไม่อยากให้เก๋ลาออกเลย ทำไมล่ะในเมื่อบ้านเราก็ยินดีช่วยเก๋ทุกอย่าง”

            “ไม่ได้หรอกเล็ก” การะเกดยิ้มเศร้าๆ ให้กับเพื่อนรัก

 “ชีวิตของเรา เราจะทำให้เป็นภาระคนอื่นมันไม่ดีหรอก เราคิดว่าเราหยุดเรียนก่อนดีกว่า เราอยากทำงาน เพราะเราคงต้องออกมาอยู่ด้วยตัวเองแล้ว เราอยู่บ้านนั้นต่อไปไม่ได้แล้ว แม่คงจะไม่ยอมให้เรากลับไปอยู่ด้วย เพราะเราทำกับคนที่แม่รักหนักมาก”

            “แล้วแม่เก๋เขาไม่รักเก๋หรือไง?” ตรีทิพย์อดไม่ได้ เธอจึงโพล่งออกมา นัยน์ตาเป็นประกายระยับด้วยความไม่พอใจ

             “น่าจะฟังกันบ้างว่ามันเรื่องอะไร คราวก่อนก็ทีหนึ่งแล้ว แม่เก๋ดันเชื่อคนเลวนั่นสนิทว่าแค่ล้อเล่น คราวนี้นายนั่นเอาอะไรมาอ้างกับแม่เก๋อีกล่ะ แม่อะไรแย่จริงๆ ฟังแต่สามี ไม่ฟังลูกสาวบ้างเลย”

            “ช่างเค้าเถอะเล็ก ยังไงเขาก็เป็นแม่ของเรา เรามีวุฒิมอหกอยู่คงจะพอหางานทำได้บ้าง” การะเกดเองก็เจ็บปวดไม่น้อยอที่มารดาไม่เคยเชื่อเธอเลย หญิงสาวเม้มปาก กล้ำกลืนน้ำตาที่จะหยาดหยดลงมาอีกรอบ

            “สมัยนี้จะทำอะไรได้กันเล่าเก๋ วุฒิมอหกเนี่ย เฮ้อ...เราเสียดายแทนเก๋จริงๆ ที่เก๋ตัดสินใจแบบนี้ อีกสองปีเองเราก็จะจบแล้ว เสียดายความฝันที่อยากเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของเก๋”

            “ยังไงเรามีโอกาสเราก็จะไม่ทิ้งการเรียนนะเล็กขอบใจมากที่ดูแลเรา และให้ความช่วยเหลือเรา” การะเกดจับมือเพื่อนรักมาบีบอย่างซาบซึ้ง ตริทิพย์พยักหน้า แล้วยิ้มให้กับเพื่อนรักก่อนจะบีบมือตอบ

            “เราไม่ทิ้งเก๋หรอก เอานะ... ถึงเก๋จะไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากทางบ้านเราเรื่องเรียนก็ไม่เป็นไร เก๋อยากทำงานใช่ไหม เราจะปรึกษาพี่ๆ เราให้ สองคนนั่นเป็นเจ้าของกิจการทั้งคู่ ยอมเป็นเด็กฝากเสียดีๆ นะเก๋ ห้ามปฏิเสธเราด้วย เราอยากช่วยจริงๆ“

            “ขอบใจมากนะเล็ก” การะเกดยิ้ม มองเพื่อนรักด้วยความตื้นตัน ชีวิตที่เลือกเดินคราวนี้ หวังว่าคงจะทำให้เธอดีขึ้นบ้างนะ หญิงสาวคิดในใจ...

 

.....................................................................................................................................

 

            ชายร่างสูงใหญ่ ผิวของเขาเป็นสีแทน ใบหน้าคมสัน คิ้วเข้ม นัยน์ตาคมค่อนข้างดุ ทำให้ดูน่าเกรงขามไม่น้อย สวมเสื้อเชิ้ตลายหมากรุกสีดำสลับขาวกับกางเกงยีนสีเข้มกระชับตัว ก้าวลงมาจากรถกะบะสี่ประตูที่ขับมา แล้วบิดตัวอย่างเมื่อยขบ ก่อนจะมองบ้านที่จากมานานถึงสองปีด้วยความคิดถึง

            เขาดูที่กะบะด้านหลังก่อนจะเปิดมันออก เพื่อเอาของฝากจากไร่ออกมา พร้อมๆ กับชายร่างเล็กที่หอบของเต็มสองมือซึ่งลงมาพร้อมกับคนขับ เขาพูดด้วยสำเนียงที่เหน่อบอกถึงบ้านเกิดได้เป็นอย่างดีกับผู้เป็นนายว่า

            “เอาไวน์ได้ด้วยเลยไหมครับ น่าย”

“เอาไปเลยสิจอม ฉันซื้อไวน์มาให้พ่อจากฝรั่งเศสเลยเก็บไว้นานแล้ว ไวน์ชั้นได้รางวัล *AOC เลยนะ ขวดหนึ่งเกือบแสน” น้ำเสียงเวลาที่เขาพูดถึงสิ่งที่เขาหลงใหล ฟังอ่อนโยนนัก ตรีศิลป์ชื่นชอบเกี่ยวกับไวน์และไร่องุ่นมาก

 

* AOC . Appellation d’ Origine Controlee – AOC (อัปเปอลาซิยง ดอริจิ้น กงโทลเล่)
ไวน์ ผลิตภายใต้การควบคุมคุณภาพมาตรฐานกรรมวิธีการผลิตอย่างเข้มงวดกวดขัน ละเอียดถี่ถ้วน รวมไปถึงการควบคุมสายพันธุ์องุ่น การปลูก ปริมาณการผลิต ทำเล และขนาดของไร่องุ่น ฯลฯ โดยกฎหมายและทางการฝรั่งเศส ตลอดจนองค์กรอื่นๆ เช่น Institute National des Appellation d’ Origine – NAO สถาบันแห่งชาติ ทำการควบคุมดูแลตรวจสอบขั้นตอนต่างๆ และคุณภาพไวน์อย่างจริงจัง

 

 

 เมื่อได้หุ้นจากผู้เป็นปู่จำนวนเงินก้อนใหญ่มากพอสมควร ตรีศิลป์จึงขายและแลกกับการไปลงทุนกับสิ่งที่เป็นความฝัน เรื่องการทำไร่องุ่นเป็นสิ่งที่เขาทุ่มเทมากจนยอมแลกเงินมหาศาลกับมัน

            “ผมเห็นแต่ท่านชอบกินเหล้าสาโท ไม่เคยเห็นดื่มไวน์สักกะที ไอ้ผมเองก็ไม่ชอบเหมือนกัน รสชาติมันแปลกๆ นายทำไมชอบกินกันหนักก็ไม่รู้” จอมบ่น ผู้เป็นนายอดหัวเราะไม่ได้ เมื่อเขายิ้มแบบนี้ นัยน์ตาคมดุค่อยคลายความดุดันลงไปได้บ้าง

            “ก็แกกินไม่เป็นล่ะสิไอ้จอม หึ หึ แพงนะ ขวดหนึ่งน่ะ ยิ่งหมักนานๆ 5- 10 ปีขึ้นไปก็ยิ่งแพง”

            “โห กว่าจะกินได้ นานมากๆ ผมกินเหล้าสาโทกะแสงโสมเหมือนเดิมดีกว่า” จอมส่ายหน้าดิก แล้วเริ่มไปช่วยผู้เป็นนายยกของด้านหลังลงจากรถ

            “พี่ใหญ่มาแล้ว ดีใจจังเลยคะ” เสียงใสๆ ของน้องสาวที่วิ่งปร๋อมารับพี่ชาย ทำให้ตรีศิลป์หันไปมองทางต้นเสียง พร้อมกับรอยยิ้มให้กับน้องสาวที่วิ่งเข้ามากอดแขนเขา ชายหนุ่มก้มมองใบหน้าจิ้มลิ้มของน้องสาวอย่างเอ็นดู เขาโคลงศีรษะได้รูปของตรีทิพย์ไปมา

            “เป็นไงบ้างล่ะเรา น้องเล็กไม่ได้เจอกันนานเลย ไม่ยอมไปเยี่ยมพี่บ้างเลยนะ”

            “แหม...พี่ใหญ่นั่นแหละ ไม่ยอมมาที่บ้านบ้างเลย ปีสองน้องเล็กเริ่มเรียนหนักน่ะค่ะ แล้วไปไร่พี่ใหญ่เมื่อปีที่แล้วพี่ใหญ่ก็บินไปฝรั่งเศสเสียอีก เจอแต่ไร่ไม่เจอคน” น้องสาวพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ ทำเอาผู้เป็นพี่ชายอมยิ้ม

            “พี่ไปดูงานเรื่องทำไวน์น่ะ ตอนนี้ที่ไร่เริ่มทำไวน์แล้วพี่เองก็ขยายไร่เพิ่ม เลยยุ่งมากหน่อย”

“ดูสิดำปี๋เลยค่ะพี่ใหญ่ ว้า...พี่รองเห็นเดี๋ยวล้อแย่” ตรีทิพย์มองมือตัวเองที่เกาะแขนพี่ชายคนโตก่อนจะทำเสียงตกใจ เมื่อสีผิวของสองพี่น้องตัดกันฉับเลยทีเดียว ผิวของเธอเป็นสีขาวอมชมพู ส่วนผิวของตรีศิลป์เป็นสีแทนเพราะแดดเผา

            “พี่ทำไร่นะ ก็ต้องคล้ำสิ”

            “เข้าบ้านกันก่อนดีกว่าค่ะ นั่นน้าจอมหรือเปล่า น้าจอมสวัสดีค่ะ” ตรีทิพย์หันไปมองคนที่กำลังยกของลงจากรถอย่างขยันขันแข็ง จอมยกมือไหว้ตอบน้องสาวผู้เป็นนาย ก่อนจะส่งเสียงเหน่อๆ ทักทายว่า

            “สวัสดีครับคุณหนู่เล็ก”

            “น้าจอมนี่ไปอยู่โคราชตั้งนาน ยังเหน่อไม่เลิกนะคะ พี่ใหญ่” ผู้เป็นน้องสาวแอบนินทาเมื่อเกาะแขนพี่ชายเดินเข้าบ้าน ตรีศิลป์อมยิ้มก่อนจะพูดเสียงทุ้มๆ ว่า

            “จอมน่ะ มันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บอกเลยว่าสุพรรณแท้”

            “เย็นนี้แม่ทำกับข้าวอร่อยๆ ไว้เยอะเลยนะคะพี่ใหญ่ มีขนมฝีมือน้องเล็กด้วย” ตรีทิพย์เริ่มโฆษณา เธอคิดถึงพี่ชายคนโตมากจนชวนคุยจ๋อยๆ ไม่หยุดปาก เมื่อตรีศิลป์เข้าไปในบ้านแล้ว เขาก็ได้รับการต้อนรับจากสตรีอีกคน คือผู้เป็นมารดาที่ลูบหน้าลูบหลังบุตรชายด้วยความคิดถึงเช่นกัน

            “สวัสดีจ้ะลูกรัก ดำลงไปเยอะเลยนะตาใหญ่ ดูสิ นี่นายจอมทำแต่ไข่พะโล้ให้กินอีกหรือเปล่าน่ะเรา” ประโยคทักทายของมารดา ทำเอาตรีศิลป์อมยิ้มก่อนจะส่ายหน้า

            “เปล่าหรอกครับ ที่ไร่มีแม่ครัว ไอ้จอมมันยุ่งๆ กับคุมคนงานในไร่ ไม่ค่อยมีเวลามาทำกับข้าวหรอกครับแม่”

            “โล่งอกไปที”ลัดดาว่า ก่อนจะหัวเราะกิ๊ก

 “พ่อเราเขานึกว่าป่านนี้เราจะหน้าเหมือนไข่พะโล้ของนายจอมไปแล้วหรือยัง นี่จะมากี่วันล่ะลูก”

            “สองสามวันน่ะครับ ทิ้งไร่นานไม่ได้” ตรีศิลป์ตอบ มารดาหันมามองก่อนจะค้อนขวับให้ลูกชายคนโต แล้วตีแขนเอาเบาๆ

            “แหม อยู่กับพ่อกับแม่กับน้องนานๆ หน่อยไม่ได้หรือไงกันตาใหญ่ มาแป๊บๆ ก็จะไปอีกแล้วน่ะลูก”

            “งานที่ไร่ทิ้งไม่ได้จริง ๆ ครับแม่” ตรีศิลป์แก้ตัว งานที่ไร่องุ่นของเขาต้องดูแลเอาใจใส่อย่างดี เพราะใกล้ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว

             ตรีศิลป์ทำบัญชีเองและคุมไร่โดยมีจอมคอยช่วยเหลืออีกแรงหนึ่ง ไร่ที่ต้องขยาย โรงงานไวน์ที่เพิ่งทำกับเพื่อนสนิทคือศรนารายณ์ ทำให้ช่วงนี้เขาต้องทำงานหนักมาก แต่เพราะความที่คิดถึงครอบครัวที่ไม่ได้เจอหน้ากันนานนับปี ทำให้ตรีศิลป์ต้องขึ้นมาหาบิดามารดาและน้องสาวน้องชายที่กรุงเทพฯ

            “ตาใหญ่มาแล้วเหรอลูก?” เสียงทักทายอีกเสียงดังขึ้น พร้อมกับฝ่ามือหนักๆ ที่ตบลงบนบ่าชายหนุ่ม ทำให้ตรีศิลป์หันไปยิ้มให้ พันเอกไสวและตรีศรยืนยิ้มมองเขาอยู่อย่างคิดถึง ผู้เป็นน้องชายทำท่าเคารพแบบทหาร ให้เขาอย่างล้อๆ ทำให้ตรีศิลป์หัวเราะเบาๆ

            “สวัสดีครับ ท่านพันตรีตรีศิลป์”

            “เลิกเป็นแล้วล่ะน่านายรอง ตอนนี้พี่เป็นทหารนอกราชการออย่ามาเรียกด้วยยศเลย หึ หึ ตอนนี้พี่เป็นชาวไร่ธรรมดาๆ “

            “ไปคุยกันทางโน้นตามประสาหนุ่มๆ ดีกว่า ปล่อยให้สาวๆ เขาเตรียมกับข้าวกับปลาไป เห็นว่าจะหาของอร่อยให้ตาใหญ่กิน กลัวลูกชายคนโตไปลำบากอดอยากมา” พันเอกไสวกอดคอบุตรชายคนโตและคนรอง ออกไปด้านนอกสวนด้วยกัน เพื่อคุยกันตามประสาผู้ชายๆ สักครู่ก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะ ทำเอาลัดดาที่ยืนอยู่ในครัวกับบุตรสาวอมยิ้ม

            “สนุกกันใหญ่ล่ะพวกหนุ่มๆ เออ...ว่าแต่หนูเก๋ค่อยยังชั่วหรือยังล่ะลูก”

            “ดีขึ้นมากแล้วค่ะ” เมื่อพูดถึงเพื่อนรัก ก็ทำเอาตรีทิพย์อดถอนใจไม่ได้ การะเกดออกไปที่มหาวิทยาลัยเพื่อติดต่อเรื่องดร๊อปเรียนทั้งที่ห้ามแล้วแท้ๆ แต่เพื่อนรักก็ดูเหมือนจะมุ่งมั่นที่จะทำงานมากกว่า ความดื้อดึงของการะเกด ตรีทิพย์รู้ดีว่าใครก็ไม่อาจจะห้ามได้ ถ้าลองการะเกดตัดสินใจเรื่องใดแล้ว อาการของบุตรสาว ทำให้ลัดดาเงยหน้ามอง แล้วเอียงคออย่างสงสัย

            “ว่าแต่หนูเก๋ว่ายังไงบ้าง เรื่องที่พ่อกับแม่ตกลงจะให้เขาอยู่ที่นี่ แล้วจะช่วยเรื่องเรียนน่ะ”

            “เก๋เขารู้สึกขอบคุณพ่อกับแม่มากค่ะ แต่เขาก็กลัวจะรบกวนทางเรา นี่เห็นว่าอยากทำงาน” ตรีทิพย์ว่าก่อนจะถอนใจอีกรอบ มือเรียวกำลังต่อยไข่ใส่ชามเพื่อทำขนมคัสตาส เธอตั้งใจแสดงฝีมือเต็มที่เพื่ออวดพี่ชายคนโต ลัดดาจับกระแสเสียงกลุ้มใจของบุตรสาวได้ ตรีทิพย์รักใคร่กันดีกับการะเกด นางเองก็เห็นการะเกดมานานแล้ว รู้สึกชอบพอและเอ็นดูเด็กสาวมาก จึงอยากจะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้

            “หนูเก๋เขาน่าสงสารนะลูก คงจะเกรงใจทางเราเรื่องที่อยู่ที่กินนั่นแหละ เฮ้อ...เด็กดีๆ ทำไมต้องเจอเรื่องแย่ๆ แบบนี้ด้วยก็ไม่รู้ ถ้าหนูเก๋อยากทำงานจริงๆ เราก็ลองถามพี่ชายเราทั้งสองคนดูสิ  ทั้งตาใหญ่ตารอง คงจะพอช่วยได้แหละ” ลัดดาให้คำแนะนำ ตรีทิพย์พยักหน้า เธอคิดไว้แบบนั้นอยู่แล้ว ว่าจะคุยกับพี่ชายทั้งสองดูเรื่องที่จะฝากการะเกดให้ช่วยทำงาน

            “น้องเล็กคิดแบบนั้นแหละค่ะแม่ ว่าจะขอร้องพี่ชายทั้งสองดู ว่าใครจะพอช่วยเพื่อนน้องเล็กได้บ้าง เพราะพี่รองก็มีบริษัททำโฆษณา ส่วนพี่ใหญ่ก็มีไร่องุ่น รับรองว่าเก๋ไม่ตกงานแน่ ๆ”

            “หนูเก๋เขาเป็นเด็กขยัน คงจะเกรงใจพวกเราด้วยน่ะแหละ แม่เข้าใจ เขาคงไม่อยากทำตัวเป็นภาระของใครน่ะ แล้วนี่ไปไหนเสียแล้วล่ะลูก แม่ไม่เห็นเลย”

            “ไปมหาวิทยาลัยน่ะค่ะ น้องเล็กไปส่งเมื่อเช้า เห็นว่าจะไปคุยกับอาจารย์เรื่องดร็อปเรียนไว้ก่อน เก๋ตอนออกมาจากบ้านไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาสักอย่าง นี่ก็ต้องกลับไปเอาพวกหลักฐานเอกสารมาอีกนะคะแม่ ไม่รู้ว่าป้าแตงจะว่ายังไงบ้าง น้องเล็กว่าถ้าจะไปบ้านเก๋จะชวนพี่ใหญ่ไปด้วย”

            “ทำไมต้องเป็นตาใหญ่ด้วยล่ะ” ลัดดาทำหน้าสงสัย

            “พี่ใหญ่หน้าตาน่ากลัว เอ้ย! น่าเกรงขามน่ะค่ะแม่ เวลาไปเอาเอกสารกับเก็บของ ถ้าไอ้พ่อเลี้ยงเลวๆ นั่น เจอสายตาอดีตครูฝึกนักเรียนเตรียมทหารเก่าอย่างพี่ใหญ่ คงจะหงอ สายตาพี่ใหญ่ดุจะตาย” ลัดดาอดหัวเราะกับน้ำเสียงของบุตรสาวไม่ได้

            “ไปว่าพี่ชายเรา ตาใหญ่หน้าเฉยๆ แต่ใจดีออกนะ ไว้ยังไงเรื่องหนูเก๋นะ น้องเล็กไม่ต้องห่วงหรอกลูก พี่ชายเราทั้งคู่น่ะเต็มใจช่วยอยู่แล้ว”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"นิยายรักหวานๆ ละมุน ระหว่างนายทหารหนุ่มกับสาวน้อยแสนอาภัพ ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ "

aom13


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha