บ้านไร่ อุ่นไอรัก

โดย: aom13



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 8 : ของฝากจากน้ัองสาว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“กินนี่สิตาใหญ่ ห่อหมกใบยอปลาช่อน แม่เลือกตัวที่มีไข่มาด้วยนะ อร่อยมาก”

            “พี่ใหญ่คะ มะระผัดไข่ อร่อยนะคะ มะระน่ะน้องเล็กเป็นคนต้มเองเลยนะ รับรองไม่ขม”

            “นี่อีกตาใหญ่แกงเขียวหวานกุ้ง แม่วาเขาโขลกน้ำพริกเองเลย ไม่ยอมให้แม่ไปซื้อน้ำพริกสำเร็จ พอรู้ว่าใหญ่จะมา กุ้งก็ให้แม่ซื้อกุ้งแม่น้ำเลยนะตาใหญ่ คนสั่งน่ะแม่วา หึ หึ ต้องทานให้หมดนะไม่งั้นแกเสียใจแย่” ลัดดาหมายถึงวารี ผู้เป็นแม่ครัวเก่าแก่ของครอบครัว ที่ตื่นเต้นเรื่องตรีศิลป์กลับมาบ้านไม่แพ้กับคนอื่น เพราะแกช่วยเลี้ยงตรีศิลป์มาด้วยตั้งแต่เด็กๆ

            “โอ๊ย! ผมหนีไปทำไร่แทนทำบริษัทโฆษณาบ้างได้ไหมครับพ่อ อิจฉาพี่ใหญ่มีแต่คนเอาใจ ทีผมกินข้าวด้วยทุกวัน ไม่เห็นแม่วาเอาใจแบบนี้บ้างเลย” ตรีศรแกล้งร้องเสียดังเมื่อเห็นลัดดากับตรีทิพย์พากันเอาใจตรีศิลป์ โดยการตักนั่นนี่ให้ไม่หยุด พันเอกไสวหัวเราะก่อนจะแกล้งบุตรชายคนรอง ด้วยการตักใบยอเปล่าๆให้กับตรีศร

            “กินนี่ก็แล้วกันนะรอง หมาหัวเน่าแล้วเราน่ะ พระเอกตัวจริงมาแล้ว แม่เขาตักไข่ปลาให้พี่ใหญ่หมดแล้ว เรากับพ่อก็กินใบยอแทนก็แล้วกัน”

            “แหม...คุณล่ะก็ ก็นานๆ ตาใหญ่มาที ไม่รู้จะได้กินอะไรบ้างทางโน้นน่ะ “ เมื่อภรรยาหันมาค้อนให้ พันเอกไสวกับตรีศรก็พากันหัวเราะ

            “แม่ครัวผมก็ทำอาหารใช้ได้นะครับแม่” ตรีศิลป์รีบพูด แต่ลัดดากับตรีทิพย์ก็ยังพากันคะยั้นคะยอให้ชายหนุ่มทานนั่นทานนี่ไม่หยุดอยู่ดี

            “อืม...มัวแต่ตื่นเต้นที่พี่ใหญ่มา ผมว่าเราลืมแขกไปอีกคนหรือเปล่า? น้องเล็ก น้องเก๋ไปไหนล่ะ หรือยังไม่หายดี ไม่เห็นมาทานข้าวกับพวกเราเลย” ตรีศิลป์ย่นคิ้วอย่างสงสัยกับคำพูดของน้องชาย แต่เขาก็เงียบและรับฟังเฉยๆ เท่านั้น

            “เก๋โทรมาบอกว่ากลับเย็นหน่อยน่ะค่ะ สงสัยอาจารย์เรียกคุยนาน คงเสียดายเก๋มาก” ตรีทิพย์พูดก่อนจะถอนใจ เมื่อนึกถึงเพื่อนรัก ตรีศรเองก็ถอนใจเหมือนกัน

            “พี่เองก็เสียดาย แต่ว่าน้องเก๋ตัดสินใจแล้วว่าอยากจะทำงาน ดูท่าทีคงไม่อยากจะกลับไปบ้านอีกแล้วล่ะ ถึงอยากยืนด้วยขาของตัวเองแบบนี้”

            “เป็นน้องเล็ก น้องเล็กก็ไม่อยู่หรอกค่ะ เฮ้อ...”

            “พ่อเองก็สงสารเพื่อนเรานะ เป็นอันว่าพวกเราก็ช่วยเขา เท่าที่เขาเต็มใจจะรับก็แล้วกัน” พันเอกไสวพูด เมื่อนึกถึงใบหน้าสวยอมเศร้า นัยน์ตากลมโตแม้จะมีรอยหมอง แต่ก็แฝงแววเด็ดเดี่ยวเอาจริง ของหญิงสาวผู้เป็นเพื่อนสนิทของลูกสาว เขาผ่านโลกมามากและเข้าใจความรู้สึกของหญิงสาวผู้ดูบอบบาง หากซ่อนไว้ด้วยความแข็งแกร่งอย่างการะเกดดี ว่าเจ้าตัวคงจะไม่ค่อยยอมรับความช่วยเหลือจากใครง่ายๆ

            ตรีศิลป์นิ่งฟังบทสนทนาก่อนจะย่นคิ้ว ทุกคนพูดถึงหญิงสาวชื่อเก๋ ที่เป็นเพื่อนสนิทของน้องสาว ตรีศิลป์ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เพราะความที่เขาเป็นทหารอยู่แต่ในค่าย และเมื่อออกจากราชการมา เขาก็ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นครราชสีมา เลยไม่เคยรู้จักกับเพื่อนสนิทของตริทิพย์ แต่ก็เคยได้ยินน้องสาวพูดถึงบ่อยๆ เหมือนกัน ดูเหมือนเจ้าตัวจะสนิทสนมกับทุกคนในครอบครัวเขาเป็นอย่างดี เพราะแต่ละคนดูจะห่วงใยกันทั้งนั้น

            “อืม...พี่ใหญ่ขา ที่ไร่ของพี่ใหญ่มีงานด้านการบัญชีอะไรแบบนี้ไหมคะ” ตรีทิพย์หันมาหาพี่ชายคนโต ที่นั่งเงียบฟังบทสนทนาอยู่ ตรีศิลป์นิ่งไปนิดหนึ่งก่อนจะพยักหน้า เขาเองก็กำลังหาคนมาช่วยด้านนี้เหมือนกัน

            “พี่กำลังหาคนมาช่วยอยู่เหมือนกันนะจ้ะน้องเล็ก”

            “พอดีเลย น้องเล็กอยากจะฝากเพื่อนไปทำงานด้วยได้ไหมคะ?” ตรีทิพย์ปรบมือเข้าหากันอย่างดีใจ ตรีศรพูดล้อๆ

            “อ้าว... ไม่ถามพี่เหรอ ตัวยุ่ง ถามแต่พี่ใหญ่” ตรีทิพย์หันมาค้อนพี่ชายขวับ ทำเอาชายหนุ่มอดหัวเราะไม่ได้

            “น้องเล็กถามพี่ใหญ่ก่อน อยากให้เก๋ไปทำงานที่อากาศดีๆ แล้วก็กับคนที่ไว้ใจได้อย่างพี่ใหญ่ ไปไกลๆ จากที่นี่สักพักหนึ่ง น้องเล็กกลัวว่าแม่ของเก๋กับนายสมหมาย จะมาวุ่นวายกับเก๋อีก ไปต่างจังหวัดก็ดี จะได้ไม่ต้องมายุ่งกัน”

            “เอ...แล้วพี่ไว้ใจไม่ได้ตรงไหน” ตรีศรยักไหล่ คราวนี้ผู้เป็นบิดาตอบแทนลูกสาวคนเล็ก

            “ตรงที่เป็นแกไง เจ้ารอง”

            “โธ่...พ่อ” ตรีศรครวญที่ไม่มีคนเข้าข้างเขาเลยคราวนี้ มารดาเองก็หัวเราะเอา หัวเราะเอาที่ตรีศรโดนเล่นงาน

 “แม่ก็อีกคน หัวเราะอยู่ได้ เฮ้อ...น้อยใจ พี่ใหญ่ครับคืนนี้ไปท่องราตรีกับผมดีกว่า อยู่แต่ในไร่เบื่อแย่เลย”

            “นั่นไง พี่จะมาเยี่ยมแม่เยี่ยมน้อง พาไปเที่ยวอีกแล้ว อย่าไปกับตารองนะตาใหญ่ อยู่คุยกับแม่ก่อน” ลัดดารีบขัดขึ้นมาทันที ตรีศิลป์หัวเราะหึ หึ

            “ไม่ไปหรอกครับ ขับรถมาเหนื่อยๆ ไม่อยากนอนดึก น้องเล็กพี่ถามอะไรเราหน่อย เราจะฝากงานให้ใคร”

            “ก็ฝากงานให้…”

            “อ้าว! คุณเก๋กลับมาแล้วเหรอคะ เชิญทานข้าวกับคุณๆ ก่อนสิคะ” เสียงทักทายที่ดังขึ้นภายนอกห้องอาหาร ทำให้ตรีทิพย์ละมือจากช้อนและส้อม ก่อนจะลุกขึ้นทันที ทิ้งจานอาหารไว้แบบนั้น แล้วหันมายิ้มให้พี่ชายคนโต

            “เดี๋ยวน้องเล็กไปพาเด็กฝากมานะคะ”

..........................................................................................................................................

           

            ใบหน้าเรียวรูปไข่ นัยน์ตากลมโตหวานแฝงรอยเศร้า จมูกโด่งปลายรั้นเล็กน้อย ริมฝีปากรูปกระจับสีแดงเรื่อแบบไม่ต้องแต่งแต้ม ผมยาวดำมันถูกรวบไว้เป็นหางม้า อวดใบหน้างดงามเต็มที่ เธออยู่ในชุดนักศึกษา ตรีศิลป์เผลอมองใบหน้าหวานๆ นั้นนิ่งไปนาน ก่อนจะเมินมองเสีย หัวใจเขารู้สึกแปลกๆ เมื่อมองเธอแบบนี้ ตรีทิพย์เกาะแขนเพื่อนรักไว้แน่น แล้วแนะนำเพื่อนสนิทเสียงใส

            “พี่ใหญ่ขา นี่เก๋ หรือการะเกด เพื่อนรักของน้องเล็ก คนที่น้องเล็กอยากจะฝากให้ไปทำงานด้วยน่ะค่ะ เก๋นี่พี่ใหญ่ พี่ชายเราเอง”

            “สวัสดีค่ะ” การะเกดยกมือไหว้ผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชายเพื่อนอย่างนอบน้อม ตรีศิลป์มองเธออย่างสำรวจอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะรับไหว้ ใบหน้าเข้มคมไม่มีรอยยิ้มให้ มีแต่สายตาที่มองมาอย่างพินิจเท่านั้น เขาเอ่ยทักทายตอบเสียงห้าว

            “สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จัก ว่าแต่น้องเล็ก เพื่อนเราอยากจะไปทำงานกับพี่จริงๆ ไหม งานหนักนะ ดูตัวเล็กๆ ไม่น่าจะทำได้” ตรีศิลป์มองร่างบอบบางในชุดนักศึกษาของการะเกด ตรีทิพย์ย่นจมูกใส่พี่ชายคนโต

            “ได้สิคะ แหม...พี่ใหญ่ไปทำบัญชีนะคะพี่ใหญ่ จะใช้เพื่อนน้องเล็กไปแบกไม้ในไร่หรือไงกันเล่าถึงว่างานหนัก” ประโยคที่ตรีทิพย์พูดทำเอาอดหัวเราะกันไม่ได้ แม้กระทั่งตรีศิลป์เอง เขาก็เกือบหลุดหัวเราะออกมา แต่ก็แกล้งตีหน้าขรึม

            “พี่ใหญ่แกล้งทำหน้าดุอีกแล้วครับพ่อ เห็นสาวสวยทีไรภูมิคุ้มกันความโสดปรากฏทุกที หึ หึ”ตรีศรแอบกระซิบกับบิดา ตอนนี้พวกเขาอิ่มอาหารแล้ว กำลังมารวมตัวกันในห้องนั่งเล่น

            “พ่อก็คิดอยู่ เห็นมองหนูเก๋นิ่งเลย” คนที่กำลังถูกนินทา ก็กำลังลอบมองคนหน้าหวานที่นั่งกับน้องสาวจริงๆ นั่นแหละ เขากำลังสงสัยว่าทำไมตรีทิพย์ ถึงอยากจะฝากเพื่อนไปทำงานกับเขาทั้งที่ยังเรียนไม่จบแบบนี้ ชายหนุ่มถามออกมาตรงๆ กับการะเกดทันที

            “แล้วคิดยังไงถึงอยากจะไปทำงาน กำลังเรียนอยู่ไม่ใช่เหรอ?”

            “คือว่าเก๋มีปัญหานิดหน่อยน่ะค่ะ ก็เลยไม่อยากเรียนต่อ” ประโยคนี้ไม่ได้ดังมาจากริมฝีปากรูปกระจับของการะเกด หากแต่ดังมาจากปากของน้องสาวเขาเอง ตรีศิลป์ย่นคิ้ว

            “พี่คิดว่าเราน่าจะเรียนมากกว่านะ แล้วที่ไร่ของพี่ก็อยู่ในชนบทเลย จะไปอยู่ไหวไหมครับ”

            “ถ้ามีงานให้เก๋ทำ เก๋ยินดีค่ะ” การะเกดเป็นคนตอบประโยคนี้เอง คราวนี้นัยน์ตาที่มองสบกับนัยน์ตาคมดุไม่ยอมหลบฉายประกายมุ่งมั่น ตรีศิลป์พยักหน้า

            “ถ้าอย่างนั้นก็ตกลง พี่จะรับเพื่อนของน้องเล็กไปทำงานด้วย พี่มีเงินเดือน มีที่พักให้”

            “ดีใจจังเลย รักพี่ใหญ่มากที่สุดเลยค่ะ” ตรีทิพย์โผนเข้าไปเกาะแขนพี่ชายคนโตอย่างประจบ ตรีศิลป์ยิ้มพร้อมกับโคลงศีรษะน้องสาวเบาๆ

             การะเกดแทบจะถอนหายใจดังๆ ด้วยความโล่งอก ที่นัยน์ตาคมดุเปลี่ยนเป้าหมายไปจากเธอไปจ้องน้องสาวเขาแทน หญิงสาวเพิ่งจะเคยเห็นหน้าตรีศิลป์พี่ชายของตรีทิพย์วันนี้ แต่ก็ลงความเห็นว่า เขาเป็นผู้ชายที่น่าเกรงขามมาเลยทีเดียว โดยเฉพาะนัยน์ตาคมดุนั่น มันทำให้เธอรู้สึกหวาดๆ

            การะเกดตัดสินใจไปทำงานกับเขา ก็เพราะหนึ่ง เกรงใจตรีทิพย์เลยไม่อยากปฏิเสธน้ำใจของเพื่อนรัก และข้อสอง เห็นด้วยกับตรีทิพย์ที่บอกกับเธอว่า อยากให้ไปทำงานไกลๆ ผู้เป็นบิดาเลี้ยงสักพัก เพราะสมหมายดูเหมือนจะโกรธเธออยู่มาก ที่ทำเอาเขาถึงกับปางตายแบบนี้ เธอไม่รู้ว่าคนพาลแบบนั้นจะทำอะไรอีกหรือเปล่า? และจะได้ไม่ต้องทำให้มารดารำคาญใจ

             ข้อหลังทำให้การะเกดเม้มปากด้วยความน้อยใจ ตรีทิพย์ผละจากพี่ชายแล้วเดินเข้าไปในห้องครัว โดยชวนเธอไปด้วย เมื่ออยู่ด้วยกันสองคนแล้ว ตรีทิพย์ก็หันมายิ้มหวานกับเพื่อนรัก  นัยน์ตาเป็นประกายระยับด้วยความพึงพอใจ กับเรื่องที่ทำให้การะเกดได้งานทำจนได้

            “ดีใจด้วยนะเก๋ ไปทำงานกับพี่ชายเรารับรองว่าต้องดีแน่ๆ พี่ใหญ่ใจดีนะ”

            “แต่เราว่า พี่ใหญ่ของเล็ก หน้าตาดุจังเลย” การะเกดยิ้มแหยๆ ทำเอาตรีทิพย์ถึงกับหัวเราะกิ๊กออกมา เธอเอาถาดขนมออกมาจากตู้เย็น และเคาะพิมพ์ลงกับจานใบเล็กๆ ลวดลายน่ารัก

            “พี่ใหญ่ชอบทำหน้าตายแบบนั้นแหละน่า เก๋ไม่ต้องกลัวหรอก ใจดีจะตายไป แล้วเก๋ต้องกลับไปเอาพวกหลักฐานอะไรที่บ้านหรือเปล่าน่ะ เพราะว่าพี่ใหญ่พักอยู่แค่สองวันเอง ก็จะกลับโคราชแล้ว เก๋ต้องไปแล้วนี่ ใจหายจังเลยที่เราจะไม่ได้เห็นหน้าเก๋ตั้งนานแนะ ไว้ปิดเทอมเราจะไปเยี่ยมนะ”

            “ปิดเทอมก็อีกไม่กี่เดือนเอง” การะเกดก็รู้สึกใจหายเหมือนกัน อีกเพียงสองวันเธอก็ต้องจากเพื่อนรัก และทุกคนที่ดีต่อเธอ ไปกับคนที่เพิ่งรู้จักวันนี้แล้วสินะ

            การะเกดคิดแล้วก็สะท้อนใจ แต่เธอตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ตรีทิพย์ช่วยเหลือเธอมาทุกอย่าง ตั้งแต่ออกจากบ้านมา ให้ทั้งอาหาร เสื้อผ้าแล้วก็ที่อยู่อาศัย เธอจะไม่ลืมบุญคุณของเพื่อนแท้อย่างตรีทิพย์เลย เพื่อนที่มีทั้งสุขและทุกข์ไปพร้อมๆ กันกับเธอ และช่วยเหลือทุกเรื่อง มือเรียวของเธอจับมือของเพื่อนรัก ที่กำลังจัดช้อนมาบีบแน่น นัยน์ตากลมโตงดงามคลอไปด้วยหยาดน้ำตา เมื่อมองใบหน้าจิ้มลิ้มของเพื่อนรัก ตรีทิพย์อุทานเมื่อเห็นว่าการะเกดกำลังจะทำท่าร้องไห้

            “อะไรกันน่ะเก๋”

            “เรารักเล็กนะ เล็กดีกับเรามากจริงๆ ฮือ...ขอเรากอดเล็กหน่อยนะ”

            “โอ๋ๆ “ ตรีทิพย์อ้าแขนรับร่างบอบบางของเพื่อน เข้ามาในอ้อมกอด ก่อนจะลูบหลังให้เพื่อนรักเบาๆ ตนเองก็น้ำตาจะไหลเหมือนกัน เมื่อนึกว่าการะเกดจะจากไปอยู่ที่อื่นเสียแล้ว คงไม่ได้เจอกันอีกนาน

            “เราจะไม่ลืมสิ่งที่เล็กทำให้กับเราเลย”

            “ไว้ถ้าเก๋ถูกหวย เก๋ก็แบ่งเล็กบ้างก็แล้วกันนะ” หญิงสาวพูดล้อ

            “บ้า!“ การะเกดอดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ ตรีทิพย์เองก็สูดน้ำมูก น้ำตากำลังจะหยดลงมาด้วยความอาดูร

            “พี่จะได้กินขนมฝีมือน้องสาวไหมนี่” ประโยคล้อเลียนที่ดังขึ้น ทำเอาสองสาวสะดุ้ง เมื่อหันไปเห็นใบหน้ายิ้มๆ ของตรีศร ที่เดินมาตามน้องสาว เพราะว่าตรีทิพย์กับการะเกดมาจัดการเรื่องของหวานนานเหลือเกิน มาเห็นสองสาวกอดกันกลมแล้วร้องไห้ก็อดหัวเราะไม่ได้

            “ไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะพี่รอง มาขัดจังหวะได้คนเค้ากำลังซึ้ง” ตรีทิพย์ว่า ก่อนจะมองหน้ากันกับการะเกดแล้วสองสาวก็หัวเราะเบาๆ พร้อมกัน

             ตรีศรเห็นผู้เป็นน้องสาวกับเพื่อนก็อมยิ้ม เหมือนเด็กจริงๆ เลยสองคนนี่ร้องไห้กันแหมบๆ หัวเราะกันได้แล้ว แล้วมองตามร่างบางของการะเกด ขณะเดินตามหลังสองสาวออกมาที่ห้องนั่งเล่น ไม่รู้ว่าสาวน้อยเพื่อนรักของน้องสาวคนนี้ จะทำงานกับพี่ชายใหญ่จอมดุได้ไหมนะ

            ตรีศรคิดอะไรเพลินๆ คนเดียวแล้วก็หัวเราะกับตัวเองเบาๆ การะเกดหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู หวานเหมือนสาวไทยแท้ ถ้าเกิดพี่ชายมาดขรึมของเขาจะสนใจสาวน้อยน่ารักและนิสัยดีอย่างการะเกด ก็คงจะดีมากเลยทีเดียว กลัวแต่ว่าตรีศิลป์จะเผลอเอ็ดเอา จนการะเกดทนไม่ไหวหนีกลับมาเข้าล่ะสิ เขากลัวนิสัยข้อนี้ของตรีศิลป์มากจริงๆ ไม่รู้ว่าจะขยาดอะไรกับผู้หญิงนักหนา  ถึงกับตั้งป้อมกับสตรีทุกคนยกเว้นแต่มารดาและน้องสาวเท่านั้นเอง พอคนอื่นเข้าใกล้ก็ทำหน้าตายใส่ทุกที ตรีศรคิดขณะที่ลอบมองหน้าพี่ชายใหญ่ ขณะที่รับขนมจากการะเกด เขาทำหน้าแบบที่บิดาเรียกว่า ‘ไอ้เสือยิ้มยาก’ อีกแล้ว...

ให้ตายสิพี่ชายเรา...

ตรีศรลอบมองไปก็แอบขำอยู่คนเดียว...

.................................................................................................................................

 

            “พี่รองขา เราไปแวะซื้อของให้กับเก๋กันหน่อยได้ไหม เก๋ไม่มีเสื้อผ้ากับของใช้เลย น้องเล็กอยากซื้อให้เพื่อนรัก” ตรีทิพย์อ้อนพี่ชาย ที่วันนี้รับหน้าที่มารับเธอที่มหาวิทยาลัย เพราะรถของตรีทิพย์เอาไปเข้าอู่

            “ดีสิ เป็นที่ระลึกไง เดี๋ยวพี่ช่วยออกเงินให้ด้วย” ตรีศรคิดอย่างนึกสนุก เขาอยากเตรียมเสื้อผ้าสวยๆ ไว้ให้กับการะเกด เปลี่ยนตัวเองให้สวยขึ้น เขาอยากจะทดสอบหัวใจหินของพี่ชายคนโตอย่างตรีศิลป์ ว่าจะเป็นอย่างไรนะ ถ้ามีสาวสวยแบบการะเกดร่วมทางไปด้วย ผู้เป็นเพื่อนรักของน้องสาวตอนนี้ ใช้เสื้อผ้าของตรีทิพย์ที่สูงกว่าเกือบสิบเซนติเมตร บางชุดเลยหลวมๆ ไปสักนิด เพราะการะเกดตัวเล็กกว่าตรีทิพย์มาก วันนี้เพื่อนรักของน้องสาวกลับไปเก็บข้าวของที่บ้านโดยมีพี่ชายใหญ่ของเขาไปส่ง

            “เอ๊ะ?” ตรีทิพย์ย่นคิ้วอย่างสงสัย เธอมองใบหน้าคมคายของพี่ชายคนรอง ที่กำลังยิ้มๆ นัยน์ตาคมเป็นประกาย ตรีศรมีแผนอะไรหรือเปล่านี่ ถึงอยากจะช่วยซื้อเสื้อผ้าให้กับการะเกดด้วยอีกคน

            “พี่อยากจะให้น้องเก๋สวยๆ ไง พี่ว่าน้องเก๋เป็นคนสวยมาก พี่อยากจะเป็นพ่อมดที่เนรมิตเจ้าหญิงให้กับเจ้าชาย เอาให้ประทับใจกันสักหน่อย” ชายหนุ่มยักคิ้วให้น้องสาว

            “อ๋อ” คราวนี้ตรีทิพย์เข้าใจแจ่มแจ้งเลยทีเดียวว่าตรีศรกำลังคิดอะไรอยู่ หญิงสาวย่นจมูกให้กับพี่ชายคนรองแล้วหัวเราะกิ๊ก

“พี่รองคิดอะไร น้องเล็กรู้นะ”

            “รู้ก็ดีแล้ว พี่อยากจะรู้ว่าน้องเก๋ ถ้าจับแปลงโฉมแล้วจะสวยขนาดไหน เลิกทำหน้าเศร้าๆ คิ้วขมวดแบบเดิมคงจะมีเสน่ห์มาก เห็นน้องเล็กบ่นๆ เรื่องกลัวพี่ชายคนโตของพวกเราจะขึ้นคานไม่ใช่เหรอ?”

            “แหม...” ตรีทิพย์หัวเราะกิ๊ก สมองเริ่มคิดปราดๆ ตามพี่ชายคนรอง

จริงสินะ... ถ้าเกิดว่าตรีศิลป์ชอบการะเกด งานนี้เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว เพราะเธอรักทั้งตรีศิลป์ผู้เป็นพี่ชายอยากให้เขามีแฟนสักที จะได้มีครอบครัวที่อบอุ่น ส่วนเพื่อนรัก เธอหวังอยากจะให้การะเกดได้คนที่ดีๆ มาปกป้องคุ้มครอง ซึ่งถ้าเป็นพี่ชายคนโตของเธอเองทีตรีทิพย์รู้จักมาตลอดอายุ 20 ปีก็การันตรีได้ว่า การะเกดต้องได้ผู้ชายที่ดีที่สุดในการปกป้องคุ้มครองแน่นอน

            “ว่าไง จะเอาด้วยไหม? แผนการขจัดความโสด ให้พี่ชายคนโตของพวกเราน่ะ”

            “แต่ยังไม่มีเวลาน่ะสิคะ เสียดายจังเลย” ตรีทิพย์บ่น

            “ปล่อยให้เขาใกล้ๆ กันไปก่อนสิน้องเล็ก เราก็ฝ่ายสนับสนุน ไว้ยังไงถ้าปิดเทอมเราก็ไปดูผลกันอีกที ว่าจะเข็นขึ้นไหมแผนที่ว่านี่น่ะ พี่ใหญ่อายุเยอะมากแล้ว เดี๋ยวช้าไปอดมีหลานพอดี ถ้าเขายังเฉยๆ ต่อกันเราค่อยคิดวางแผนกันใหม่ มาจับมือกันหน่อยดีไหม ไหนๆ ก็ร่วมงานกันแล้ว” ตรีศรยิ้ม แล้วยื่นมือให้น้องสาว

            “น้องเล็กเอาด้วยค่ะ” ตรีทิพย์ส่งมือให้พี่ชายคนรองพร้อมกับยิ้มแป้น

 “งานนี้คนที่น้องเล็กรัก จะมีความสุขทั้งสองคนเลยถ้าสำเร็จ”

            “โอเค! พี่ก็ชอบน้องเก๋ อยากได้มาเป็นพี่สะใภ้เหมือนกัน หึ หึ เดี๋ยวน้องเล็กเลือกเสื้อผ้าสวยๆให้เต็มที่เลยนะ งบไม่อั้น”

            “รับรองค่ะ น้องเล็กจะใช้เงินของพี่รองให้คุ้มเลย”

            “ตามสบายเลยน้องรัก” ตรีศรหัวเราะกับท่าทางหมายมั่นปั้นมือของน้องสาว ชายหนุ่มยิ้มกริ่มกับแผนการของตัวเอง งานนี้ถ้ามารดารู้ว่าสองพี่น้องกำลังวางแผนอะไรกันอยู่ล่ะก็ คงอยากจะร่วมมือด้วยแน่ๆ เพราะลัดดาเองก็เคี่ยวเข็ญให้ตรีศิลป์ รีบๆ มีแฟนได้เสียทีแล้วเหมือนกัน 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"นิยายรักหวานๆ ละมุน ระหว่างนายทหารหนุ่มกับสาวน้อยแสนอาภัพ ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ "

aom13


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha