บ้านไร่ อุ่นไอรัก

โดย: aom13



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 10 : วันแรกที่ไร่การุณการ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

   “ถึงเสียที นั่งจนเมื่อยก้นไปหมดเลยนะนาย” เสียงเหน่อๆ ของจอมดังขึ้นและบิดตัวอย่างเมื่อยขบ ตรีศิลป์หันมองลูกน้องก่อนจะยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่ง จอมเปิดประตูลงจากรถไปแล้ว และกำลังตะโกนเรียกคนงานที่เดินอยู่แถวๆ นั้น ให้ช่วยกันขนข้าวของไปเก็บในบ้าน

            “เอ่อ...น้องเก๋” ตรีศิลป์หันมามองคนที่นั่งข้างๆ เขา การะเกดหลับไปแล้ว เพราะความเพลียจากการเดินทางรวมถึงร่างกายที่เพิ่งฟื้นไข้ ทำให้หญิงสาวหลับลึกจนแทบไม่ได้ยินเขาเรียกเลยทีเดียว ตรีศิลป์มองใบหน้าหวานงดงาม ที่กำลังหลับอยู่ในภวังค์ลึกของตัวเองแล้วถอนใจ มือใหญ่ตบแขนของเธออีกครั้งเบาๆ แล้วเรียกเธออีกรอบหนึ่ง

            “น้องเก๋ การะเกด” ตรีศิลป์ถอนใจเมื่อเห็นว่าเธอคงไม่ตื่นขึ้นมาจริงๆ แล้วจะทำยังไง ชายหนุ่มส่ายหน้า มองใบหน้าหวานๆ นั่นอีกครั้งอย่างจะตัดสินใจ ปล่อยเธอนอนตรงนี้ไม่ได้หรอก เจ้าตัวก็ไม่ยอมตื่นจะทำอย่างไรดีนะ ชายหนุ่มคิดอย่างลังเล

            “นาย ผมเข้าบ้านก่อนนะครับ” เสียงเหน่อๆ ของจอมพร้อมกับใบหน้าคล้ำๆ ที่ยื่นมาบอกผู้เป็นนาย ทำให้ตรีศิลป์หันมาพยักหน้าอนุญาต เขามองคนข้างๆ อีกครั้งก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด

            ตรีศิลป์ลงจากรถแล้วเปิดประตูทางด้านของการะเกดออก เขาถอนใจนิดหนึ่ง แล้วช้อนอุ้มร่างบางขึ้นมาจากเบาะ ไอร้อนจากตัวเธอทำให้เขาย่นคิ้ว

นี่ไม่สบายหรือไงกันนะ มิน่าล่ะถึงหลับลึกมากขนาดนี้

ตัวเธอเบาหวิว และบอบบางนักเมื่ออยู่ในวงแขนแข็งแกร่งของเขา ตรีศิลป์กระชับร่างบางไว้แนบอก ก่อนจะพาเธอเดินเข้าไปในบริเวณตัวบ้าน

            คนงานที่ทำงานบริเวณนั้น พากันมองภาพเจ้านาย ที่อุ้มผู้หญิงสาวหน้าตาหวานละมุน  กำลังหลับตาพริ้มในอ้อมกอดของตรีศิลป์ด้วยสายตาตกตะลึง ปรกติเจ้านายของพวกเขา ไม่เคยทำท่าว่าจะสนใจไยดีสตรีนางไหนมาก่อน ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นมีผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้ตรีศิลป์  แต่วันนี้เจ้านายหนุ่มกลับอุ้มหญิงสาวสวยเดินลิ่วเข้าไปในตัวบ้านเสียแล้ว พวกคนงานถึงกับพากันซุบซิบแล้วหัวเราะกันคิกคัก จอมเองที่ยังไม่ได้เข้าไปยังบ้านพักของเขาที่ปลูกแยกกับคนงาน ต่างหากจากบ้านหลังใหญ่ ก็มองตามหลังเจ้านายเหมือนกัน ก่อนจะอมยิ้มแล้วบ่นพึมพำกับตัวเองว่า

            “สงสัย นายเราจะได้เมียเสียล่ะมั้ง หึ หึ”

            “ฮัดเช้ย! “ ตรีศิลป์จามลั่น หลังจากวางร่างบางให้นอนบนเก้าอี้ยาว ที่เขาชอบใช้เอนหลัง เวลาพักผ่อนเพื่ออ่านหนังสือหรือดูโทรทัศน์เรียบร้อยแล้ว ตรีศิลป์ก็มองเธออย่างอ่อนใจ นี่ตกลงแม่คุณจะไม่ตื่นจริงๆ ใช่ไหม แล้วคืนนี้จะทำอย่างไรดีนะ ไอ้ครั้นจะปล่อยให้นอนอยู่อย่างนี้เห็นท่าจะไม่ดีกระมัง ตรีศิลป์ทรุดลงนั่งข้างๆ การะเกด ก่อนจะใช้มือตบแก้มนวลเบาๆ

            “น้องเก๋ การะเกด ตื่นหน่อยสิครับ ถึงแล้วนะ”

            “ไม่นะ ไม่ พ่อขาช่วยเก๋ด้วย” การะเกดโผเข้ากอดตรีศิลป์ เหมือนคนกำลังหลับลึกแล้วผวา  เธอกำลังฝันถึงเหตุการณ์เลวร้ายนั่นอีกแล้ว ตรีศิลป์ตกใจ แต่ก็ลูบหลังให้อย่างปลอบประโลม เสียงทุ้มๆ ดังข้างหูเธออย่างปลอบโยน

            “ใจเย็นๆ นะเด็กดี ไม่มีใครทำร้ายเก๋ได้หรอกนะ พี่จะปกป้องเก๋เอง ชูว์ เงียบๆ นะครับ” มือใหญ่อบอุ่น กับน้ำเสียงห้าวทุ้ม เหมือนทำให้การะเกดตื่นจากภวังค์และฝันอันเลวร้าย

            หญิงสาวกระพริบตาปริบๆ เมื่อนึกถึงความเป็นจริงได้ว่ากำลังโผเข้ากอดใคร นี่ไม่ใช่ผู้เป็นบิดา หากแต่เป็น....

ตายแล้ว ! ละเมออะไรกันนี่ยัยเก๋

 การะเกดรีบผละออกจากอ้อมกอดของเขาทันที

             ตรีศิลป์มองใบหน้าหวานแอร่ม ที่กำลังหน้าตาตื่นนั่นแล้วเกือบจะเผลอยิ้ม คราบน้ำตายังติดอยู่บนแก้มนวล เขาลืมตัวจะใช้หลังมือซับน้ำตาให้ แต่การะเกดก็ทรงตัวลุกขึ้นยืนเสียก่อนอย่างงงๆ ตรีศิลป์เลยยืนขึ้นเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ของเขาข่มจนร่างบางเหลือเล็กนิดเดียว การะเกดมองไปรอบๆ บ้านที่ทำจากไม้สักขนาดใหญ่ของเขา เธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ตรีศิลป์กระแอมนิดหนึ่ง ก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงทุ้มๆ เขาเมินไปทางอื่น ที่ไม่ใช่ใบหน้าหวานๆ ของการะเกด

“คือว่า...พี่ปลุกแล้วแต่น้องเก๋ไม่ยอมตื่น พี่เลยต้องอุ้มลงมาจากรถ ปล่อยไว้ไม่ได้ ยุงกัดแย่เลย”

“ตายแล้ว!” การะเกดอุทาน ก่อนจะหน้าแดงเรื่อ เมื่อนึกถึงภาพที่เขาอุ้มเธอลงมาจากรถ  หญิงสาวบ่นตัวเองเบาๆ

 “เก๋นี่แย่จังเลย ขอบคุณนะคะคุณใหญ่”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ อืม...พี่ยังไม่ได้จัดห้องหับให้เลยนะ เป็นอันว่าคืนนี้” ตรีศิลป์ถอนใจ บ้านใหญ่หลังนี้มีแต่ห้องนอนของเขา และห้องพักแขกที่ยังไม่ได้เก็บกวาดอีกสองห้อง คงจะยังนอนไม่ได้หรอกเพราะเขาขนของบางส่วนไปไว้ในนั้น เป็นพวกเฟอร์นิเจอร์ที่เขาซื้อมาแล้วยังหาที่ไว้ตกแต่งไม่ได้ มันอยู่จนเต็มห้องไปหมด

 ตรีศิลป์มองนาฬิกาที่บอกเวลาเกือบสามทุ่ม มันเป็นเวลาพักผ่อนของคนงาน ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่อยากกวน เป็นอันว่าคืนนี้เอาง่ายๆ ก็แล้วกัน เขาบอกกับการะเกดสั้นๆ ว่า

”น้องเก๋นอนห้องพี่ เพราะยังไม่มีห้องว่างเลย นอนไปก่อนนะครับ”

“เอ่อ...เก๋รบกวนเกินไปหรือเปล่าคะ“ การะเกดมองเก้าอี้นอนยาว ที่ตัวเองใช้นอนเมื่อครู่ ก่อนจะบอกกับเขาอย่างเกรงใจว่า

 “เก๋นอนตรงนี้ก็ได้ค่ะ”

“ไม่ได้หรอก พี่นอนตรงนี้เอง” ตรีศิลป์พูดเสียงดุๆ

“เราไปนอนในห้องเถอะ เห็นว่ากำลังรื้อไข้ เดี๋ยวไข้กลับอีก น้องเล็กจะมาว่าพี่เอาได้ ว่าไม่ดูแลเพื่อนรัก”

“เอ่อ...”

“ไปนอนในห้องพี่” คราวนี้เสียงห้าวๆ เริ่มดุ รวมถึงนัยน์ตาคนพูดด้วย การะเกดกลืนน้ำลาย แล้วพยักหน้าอย่างยอมจำนน

เฮ้อ...คนอะไรก็ไม่รู้ ช่างทรงอำนาจทางสายตาและน้ำเสียงจริงๆ มิน่าล่ะนักเรียนเตรียมทหารถึงกลัวกันหงอ ตรีทิพย์เคยเล่าเรื่องของเขาให้ฟังบ่อยๆ จนการะเกดจำได้เกี่ยวกับชีวิตของพี่ชายในสมัยรับราชการทหาร ว่าตรีศิลป์เป็นครูฝึกที่ดุมาก นักเรียนเตรียมทหารหัวโจกบางคนถึงกับจ๋อย แค่พันตรี ตรีศิลป์มองเขม็งเข้าใส่ เธอก็ชักจะเชื่อๆ แล้วว่าเป็นเรื่องจริง หญิงสาวนึกในใจ ขณะเดินตามเขาขึ้นไปยังชั้นสองของตัวบ้าน ที่เป็นห้องส่วนตัวของตรีศิลป์

“ตามสบายนะ พี่ขอเก็บของนิดเดียว แล้วจะออกไปแล้ว เก๋พักได้เต็มที่” ตรีศิลป์พูด เขาวางกระเป๋าไว้ลวกๆ ตรงมุมตู้เสื้อผ้า แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป เอาผ้าเช็ดตัวและข้าวของเครื่องใช้หอบไว้เต็มสองแขนเพื่อไปใช้ห้องน้ำด้านล่าง วันนี้คงต้องนอนแบบนี้ไปก่อน ชายหนุ่มคิดในใจ แล้วเดินผ่านการะเกด ที่ยังยืนหันรีหันขวางอยู่เพื่อไปเอากางเกงนอน ตรีศิลป์ไม่สวมเสื้อนอนเพราะเขารำคาญ ชอบนอนตัวเปล่าๆ มากกว่า แล้วหันมาพูดกับสมาชิกคนใหม่ของไร่การุณการ ด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก

“ตามสบายนะ คิดเสียว่าที่นี่เป็นบ้าน พี่ขอตัวก่อนแล้วพรุ่งนี้เราค่อยเริ่มต้นกันว่าจะทำอะไรบ้าง”

“ขอบคุณค่ะ” การะเกดพนมมือไหว้เขาอย่างนอบน้อม ตรีศิลป์พยักหน้าเป็นเชิงรับก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มเบาว่า

“ราตรีสวัสดิ์ น้องเก๋”

“ค่ะ คุณใหญ่ ราตรีสวัสดิ์เช่นกันค่ะ” เสียงประตูปิดเบาๆ ทำให้การะเกดถอนใจ พลางมองเตียงกว้างอย่างลังเล แล้วอดนึกขอบคุณเจ้าของห้องไม่ได้ พี่ชายใหญ่ของตรีทิพย์แม้จะดูเป็นคนดุดัน แต่แท้จริงแล้วเขาก็เป็นคนอ่อนโยนมากเลยทีเดียว

หญิงสาวทำธุระส่วนตัว ก่อนจะก้าวขึ้นบนเตียงใหญ่นุ่มสบาย การะเกดนึกสงสารเจ้าของเตียง ที่ต้องนอนบนที่เก้าอี้ยาว ซึ่งดูแล้วไม่ค่อยพอดีกับขนาดตัวของเขานัก หญิงสาวอดหน้าแดงไม่ได้เมื่อนึกว่าเขาอุ้มเธอเข้ามาในบ้านโดยเธอไม่รู้ตัวสักนิด

 เฮ้อ...ยัยเก๋นะยัยเก๋ ทำอะไรน่าอายหลายอย่างจริงๆ... นี่เขาจะมองเธอเป็นเด็กขี้แยไหมนะ ก็เธอน่ะทำตัวอ่อนแอต่อหน้าเขามาหลายรอบแล้วนี่นา

หญิงสาวสวดมนต์ก่อนจะล้มตัวลงหนุนหมอนใบนุ่ม กลิ่นสะอาดๆ หอมๆ  เหมือนกลิ่นของหญ้าหลังฝนตกอวลขึ้นมาทันที เป็นกลิ่นหอมที่ทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก การะเกดกระสับกระส่ายสักพักก็หลับใหลลงด้วยความเพลีย คืนนั้นการะเกดฝันดีอย่างไม่น่าเชื่อ  จนต้องเผลอยิ้ม เธอฝันว่ามีอ้อมอกอุ่นๆ ของใครคนหนึ่งกอดเธอไว้ และพร้อมจะปกป้องเธอจากภัยอันตรายนานา เป็นฝันดีครั้งแรกในรอบหลายเดือนของการะเกดเลยทีเดียว

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"นิยายรักหวานๆ ละมุน ระหว่างนายทหารหนุ่มกับสาวน้อยแสนอาภัพ ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ "

aom13


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha