บ้านไร่ อุ่นไอรัก

โดย: aom13



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 11 : สมาชิกใหม่ของบ้านการุณการ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เสียงนกร้องจิ๊บ ๆ และแสงแดดที่ลอดส่องทิวไม้ลงมา สาดส่องมาที่หน้าต่างบานที่เปิดไว้ เพื่อรับลม อากาศที่นี่ดีมาก และการะเกดก็ตื่นขึ้นด้วยเสียงเพลงธรรมชาติ ที่นกน้อยหลายตัวร้องบรรเลงยามเช้า หญิงสาวบิดตัวไปมา แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าที่นี่คือที่ไหน

 การะเกดเดินไปที่หน้าต่าง มองไปด้านนอก ไร่องุ่นสุดลูกหูลูกตาปรากฏแก่สายตาทันคนงานในไร่เริ่มออกมาทำงานกันแต่เช้า โดยมีจอมคอยดูแลอยู่ด้วย หญิงสาวมองนาฬิกา ที่บอกเวลาเกือบเจ็ดโมงเช้าแล้ว

 ตายล่ะ! นี่เราตื่นสายขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย หญิงสาวคิดในใจ

การะเกดมองหาห้องน้ำ และกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเอง ก่อนจะรีบเข้าห้องน้ำและทำธุระส่วนตัวทันที เธอเลือกเสื้อเชิ้ตสีเหลืองอ่อน กับกระโปรงสั้นเหนือเข่าสีครีมมาสวม รวบผมเปิดใบหน้ารูปไข่ เดินหิ้วกระเป๋าลงมาด้วยเพราะไม่แน่ใจว่า เจ้าของห้องที่ยึดมาทั้งคืนจะให้เธอไปพักที่ไหน แค่นี้เธอก็เกรงใจเขามากแล้ว

หญิงสาวเดินลงมาที่ชั้นล่าง แล้วหันรีหันขวางอย่างไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี และแล้วเธอก็หันไปเจอเจ้าของบ้านที่นอนขดอยู่บนเก้าอี้ยาว เขาเปลือยอกล่ำๆ นอนหลับสนิท ขายาวๆ ของชายหนุ่มข้างหนึ่งตกลงมาที่พื้น

การะเกดเมินหน้าหนี เพราะไม่เคยเห็นผู้ชายเปลือยท่อนบนใกล้ชิดขนาดนี้มาก่อน  หน้านวลแดงเรื่อ แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะเรา เธอไม่กล้าปลุกเขาหรอก

เอ้า! ยืนอยู่อย่างนี้จนกว่าเขาจะตื่นก็แล้วกัน การะเกดนึกอย่างปลงๆ

เมื่อยืนอยู่ตรงนั้นสักพัก เธอก็อดมองตามร่างกายสีแทนของตรีศิลป์อย่างชื่นชมไม่ได้ เขาหุ่นดีมากจริงๆ แถมใบหน้าคมสันที่กำลังหลับสนิทก็งดงาม ราวกับรูปสลักของจิตกรชั้นเอก ใครว่าผู้ชายไม่สวย เธออดนึกชื่นชมโครงหน้าของตรีศิลป์ไม่ได้ มันดูสมชาย แข็งแกร่ง และงดงามยิ่งนัก  ขณะที่เผลอมองเขาเพลินนั่นเอง ตรีศิลป์ก็บิดตัวก่อนจะกระพริบตาถี่ๆ เมื่อเห็นว่ามีใครบางคน กำลังมองเขาแบบจ้องเอาจ้องเอาด้วยความลืมตัว

“อะแฮ่ม” ตรีศิลป์กระแอมเบาๆ และทรงตัวลุกขึ้นนั่ง ทำเอาการะเกดที่เผลอมองเขานิ่งนานถึงกับหน้าแดง เธอเมินไปทางอื่นทันที แล้วพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักว่า

“คือว่า ...เก๋ไม่รู้จะไปไหนน่ะค่ะ แล้วไม่กล้าปลุกคุณใหญ่แล้ว เอ่อ...เอ่อ...” ตรีศิลป์มองคนตัวเล็กบางที่ทำอะไรไม่ถูก แล้วก็เกือบหลุดหัวเราะออกมา เมื่อเห็นท่าทางเก้อเขินของเธอ  นัยน์ตาคมดุเป็นประกายระยับ เมื่อมองใบหน้าหวานที่ไม่ยอมมองสบตากับเขา ไม่รู้จะไปไหน เลยมายืนมองเขาเพลินไปเลยสิ ตรีศิลป์คิดในใจ เขาเอาผ้าเช็ดตัวที่พาดไว้กับเก้าอี้ยาวมาคลุมท่อนบนที่เปลือยเปล่าเสีย การะเกดจะได้หายเขินเขาเสียที

“พี่เรียบร้อยแล้วหันมาได้แล้วครับ รอแป๊บนะขอขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวก่อน” ตรีศิลป์พูดด้วยเสียงขรึมๆ ทำเอาการะเกดหน้าแดงกว่าเดิม เมื่อรู้ตัวว่าเผลอไปมองเขาเข้า แล้วเจ้าตัวจับได้เสียด้วย

“ค่ะ” หญิงสาวก้มหน้าหนีสายตาเขา ขณะที่ตรีศิลป์ลอบยิ้มเมื่อเห็นท่าทางของคนตรงหน้า

“ใหญ่คะ ตื่นหรือยัง เห็นนายจอมบอกว่าวันนี้ใหญ่ตื่นสาย เลยไม่ออกไปไร่” เสียงใสแหลมเล็ก เอ่ยทักทายดังขึ้นที่หน้าบ้านพร้อมกับร่างเพรียวบาง ที่เปิดประตูเข้ามาทันทีแบบไม่ต้องรอเจ้าของอนุญาต

 หญิงสาวร่างสูง ผมหยักศกยาวสลวยม้วนเป็นหลอดเล็กๆ สีน้ำตาลเข้ม คิ้วโก่งเรียว นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเป็นประกายระยับ จมูกโด่งสวย ริมฝีปากอิ่ม ก้าวเข้ามาในบ้าน เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีครีมกระชับตัว หมวกคาวบอยสีน้ำตาล กางเกงยีนสีน้ำเงินเข้ม และบูทสูทครึ่งแข้งสีน้ำตาลอ่อน ดูทะมัดทะแมงและสวยสง่า ราวกับหลุดมาจากภาพยนตร์ตะวันตกยุคคาวบอยเลยทีเดียว ใบหน้าสวยนั้นมองรู้เลยว่า มีเลือดทางตะวันตกผสมอยู่ด้วยแน่ๆ

“อ้อ ! จิลด์ ขอโทษนะครับ ผมยังไม่เรียบร้อย ขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” ตรีศิลป์บอกผู้มาเยือน ก่อนจะเกาศีรษะอย่างเก้อๆ

 “ผมลืมสนิทเลยว่านัดคุณไว้ รอไม่นานนะครับ จะรีบลงมาเลย”น้ำเสียงที่พูดโต้ตอบกันดูสนิทสนม การะเกดมองคนทั้งสองทักทายกัน โดยไม่สนใจหล่อนที่ยังยืนเหวอๆ อยู่กลางบ้าน อย่างงงๆ ตรีศิลป์เดินขึ้นบันไดชั้นสองไปแล้วอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้สองสาวเผชิญหน้ากันตามลำพัง

จิลด์ หรือ จิณห์นิภา มองคนตรงหน้าอย่างประเมินคร่าวๆ เธอมองหญิงสาวหน้าหวาน ดูจะอยู่ในวัยไม่เกินสิบเก้าปีหรือยี่สิบปีเป็นอย่างมาก ใบหน้าสวยใส นัยน์ตากลมหวาน ริมฝีปากรูปกระจับสีชมพูเรื่อ ใครกันนะ จิณห์นิภามองแล้วหรี่ตาอย่างครุ่นคิด ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร

“อืม...แม่บ้านใหม่ของใหญ่เหรอคะ?” หลังจากประเมินดูแล้ว ท่าทีคนตรงหน้าไม่น่าจะเป็นอะไรไปได้นอกจากเด็กรับใช้ เพราะเครื่องแต่งกายของเจ้าตัว แม้จะดูผิวพรรณดีและหน้าตาสวยหวานมากก็ตามที เธนคิดในใจอย่างดูถูก เมื่อมองเสื้อเชิ้ตสีเหลืองนวล และกระโปรงสีครีมแบบเรียบๆ นั่น เจ้าหล่อนไม่มีเครื่องประดับสักชิ้น แม้จะแต่งตัวดีหน่อยก็ตามที ไม่น่าจะเป็นอะไรมากไปกว่าแม่บ้าน เพราะตรีศิลป์ไม่เคยให้ใครมายุ่งย่ามในที่พักส่วนตัว นอกจากแม่บ้านและคนมาทำความสะอาด

“เอ่อ คือว่า เก๋มาทำงานกับคุณใหญ่น่ะค่ะ” การะเกดตอบพลางหลบตาหญิงสาวที่มองจ้องมา คนที่ตรีศิลป์เรียกว่าจิลด์สวยมากๆ และท่าทีสนิทกับเขามาก เธอจำได้ถึงความกลุ้มใจของตรีทิพย์ที่มักบ่นพี่ชายใหญ่บ่อยๆ ต่อไปนี้คงเลิกกังวลได้แล้ว เพราะดูท่าทีเหมือนว่าพี่ชายใหญ่ของตรีทิพย์จะมีผู้หญิงในดวงใจแล้วแน่ๆ ก็ผู้หญิงมาดดีที่หล่อนเห็นดูสวยและมีเสน่ห์ แถมมั่นใจในตัวเองมาก

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย ชื่อเก๋ใช่ไหม ไปเอาน้ำเย็นๆ มาให้หน่อยสิคะ” จิณห์นิภายิ้มหวานให้กับการะเกด เมื่อแน่ใจชัดแล้วว่าเจ้าหล่อนเป็นใคร ตอนแรกยอมรับเหมือนกันว่าใจหาย กลัวว่าคนที่เธอแอบคิดถึงทุกลมหายใจอย่างตรีศิลป์ จะพาสาวน้อยหน้าตาหมดจดมาเป็นว่าที่ภรรยา  หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งกับโซฟานุ่ม พลางเอาหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกมาอ่าน อย่างคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดี

การะเกดยืนหันรีหันขวางสักพัก เพราะไม่รู้ว่าที่ไหนเป็นที่ไหน เธอเดินตรงไปทางด้านที่คิดเอาเองว่าเป็นห้องครัว จิณห์นิภาหรี่ตาเมื่อเห็นหญิงสาวร่างบางตัวเล็ก ที่เธอเข้าใจว่าเป็นแม่บ้านเดินเลี้ยวผิดทาง

“ผิดทางแล้วค่ะ ทางขวามือ”

“ขอบคุณค่ะ” การะเกดหันมายิ้มแหยๆ ให้ ก่อนจะรีบเดินตรงไปยังทางที่จิณห์นิภาบอกทันที

“ขอโทษนะจิลด์ ลืมสนิทเลยว่านัดคุณไว้เช้านี้ พอดีผมเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพน่ะ เพลียไปนิดหนึ่งเลยตื่นสาย” ตรีศิลป์เดินเร็วๆ ลงมาจากชั้นสอง เขาอาบน้ำและแต่งตัวรวดเร็วมาก เพราะกลัวว่าเธอจะรอนาน

จิณห์นิภามองเรือนร่างสูงใหญ่ ในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีน้ำเงินเข้ม กางเกงยีนสีดำ ในมือของเขาถือหมวกไว้ ตรีศิลป์ช่างดูสง่างามและสมกับเป็นชายชาตรีจริงๆ เธอวางหนังสือพิมพ์ในมือลงก่อนจะยิ้มกว้างให้เขา

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ขอบคุณมากจ้ะเก๋” ประโยคหลังหันมาพูดกับการะเกดที่ยกน้ำเย็นมาเสิร์ฟหล่อน ตรีศิลป์มองสิ่งที่การะเกดทำก่อนจะย่นคิ้ว เขาพูดเสียงห้วนๆ

“เก๋ไม่ใช่แม่บ้าน”

“คะ?” จิณห์นิภาแทบจะสำลักน้ำที่ดื่ม เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด เธอทำตาโต กลัวว่าเขาจะไม่พอใจ จริงสิ ตรีศิลป์มีน้องสาว หรือสาวน้อยหน้าหวานนี่จะเป็นน้องสาวของเขา จิณห์นิภารีบละล่ำละลักพูดทันที

“ขอโทษค่ะใหญ่ เอ่อ...จิลด์นึกว่าน้องเขาเป็นแม่บ้านก็เลย”

“เก๋มาทำงานบัญชีให้ผมน่ะครับ เอ่อ...พอดีพี่ต้องไปดูองุ่นกับคุณจิลด์ เก๋อยู่พักผ่อนไปก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวนายจอมจะเข้ามาจัดการห้องหับ และเรื่องอาหารการกินให้ ไว้พรุ่งนี้ค่อยเริ่มงาน ไปกันเลยดีกว่าครับจิลด์ ผมอยากจะให้คุณดูช่อดอกองุ่นพันธุ์ *Cabernet Saurignon และ *Shiraz ที่ลงไว้ ผมอยากให้ดูว่าสภาพช่อเรียบร้อยดีหรือเปล่าครับ”

“ไม่มีปัญหาค่ะ นี่คุณอ้นก็โทรมาบอกว่าทางไร่โน้น องุ่นพันธุ์ *Chardonnay ก็เริ่มแทงช่อแล้วเหมือนกันค่ะ”

 

 Cabernet Saurignon องุ่นสายพันธุ์ที่นำมาใช้ทำไวน์แดง ถือว่าเป็นราชาแห่งองุ่นที่นำมาใช้ทำไวน์แดงเลยทีเดียว เพราะมีรสฝาดมาก มีกลิ่นคล้ายผลแบล็กเบอรี่ มักใช้ผสมกับองุ่นพันธุ์อื่น ๆ เพื่อความนุ่มนวลมากขึ้นเวลาทำไวน์ แหล่งมีชื่อเสียงที่ผลิตองุ่นชนิดนี้คือในแคว้นเบอร์กันดีของฝรั่งเศล

·        Shiraz องุ่นสายพันธุ์ที่นำมาใช้ทำไวน์แดง ไวน์ที่ทำจากองุ่นชนิดนี้จะเข้ากับรสชาติอาหารไทยมาก ให้รสเข้มข้นแต่นุ่มนวล เมืองไทยนิยมปลูกองุ่นสายพันธุ์นี้มาก เพราะเข้ากับอากาศทางบ้านเราได้เป็นอย่างดี

·        Chardonnay องุ่นสายพันธุ์ที่นำมาใช้ทำไวน์ขาว ให้รสชาติเปรี้ยวเหมือนน้ำแอบเปิ้ล และมีกลิ่นที่หอมมากเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของไวน์ขาวเลยทีเดียว แหล่งมีชื่อเสียงที่ผลิตองุ่นชนิดนี้คือในแคว้นเบอร์กันดีของฝรั่งเศล

 

“ผมกังวลเหมือนกันนะครับ เพราะเกร็งหลายเรื่องเลย” ตรีศิลป์ว่า แล้วมองคนตรงหน้าด้วยสายตาชื่นชมในความเก่งกาจของเธอ

“เราเพิ่งทดลองปลูก เลยกลัวหลายๆ เรื่อง แต่ดีที่ได้คุณจิลด์ ไวน์เมกเกอร์มือดีจากฝรั่งเศสมาเป็นที่ปรึกษาแบบนี้ ค่อยอุ่นใจหน่อย”

“แหม...” จิณห์นิภาลากเสียง พลางช้อนตามองเขาอย่างมีจริต ก่อนจะยิ้มเยือนให้กับชายหนุ่ม

            “จิลด์เป็นคนไทยครึ่งหนึ่ง ก็อยากจะช่วยคนไทยด้วยกันผลิตไวน์ดีๆ ไม่ให้แพ้ต่างชาติเลยน่ะสิค่ะ ที่ไร่ของคุณใหญ่สภาพพื้นที่และอากาศเหมาะสม ปรับปรุงนิดๆ หน่อยๆ ก็สามารถใช้ปลูกองุ่นสามสายพันธุ์นี้ให้ได้ผลดี จิลด์รับรองเลยค่ะ ไม่เกินห้าปี ไวน์ของไร่คุณและคุณอ้นต้องเป็นที่รู้จักแน่ๆ จิลด์จะทำให้ไวน์ของคุณได้รับมาตรฐาน AOC .ให้ได้เลย”

“ฝันที่สูงมากเลยครับ” ตรีศิลป์หัวเราะหึ หึ ก่อนจะสวมหมวก เขาหันมาหาการะเกด มัวแต่คุยกับจิณห์นิภาเพลิน จนเกือบจะลืมหล่อนไปเสียแล้ว ชายหนุ่มบอกกับการะเกดที่ยืนมองพวกเขาเงียบๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มว่า

 “อยู่ที่นี่ไปก่อนนะครับ พี่อาจจะกลับมาตอนเย็นเลย อยู่ได้นะ”

“อยู่ได้ค่ะ” การะเกดยิ้มให้กับเขา ตรีศิลป์เลยหันมาชวนจิณห์นิภาเดินออกไปนอกตัวบ้านด้วยท่าทางตื่นเต้น คุยกับจิณห์นิภาไปด้วยเกี่ยวกับเรื่องไร่องุ่นของเขา

การะเกดมองไปรอบๆ ตัวบ้าน อืม...จะเริ่มต้นทำอะไรดีนะ เธอรู้สึกเดียวดายเมื่อต้องอยู่คนเดียว ในสถานที่ที่ไม่รู้จักแบบนี้ เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น ทำให้การะเกดต้องเดินไปรับเนื่องจากมีเธออยู่เพียงคนเดียว ในบ้านหลังนี้เท่านั้นเอง

“ค่ะ ไร่การุณการค่ะ”

“นี่เล็กเองนะเก๋ เป็นยังไงบ้าง” เสียงเพื่อนรักที่ดังมาตามสาย ทำให้การะเกดใจชื้นว่า ไม่ได้ถูกทอดทิ้งไปเสียทีเดียว ใ นสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยแบบนี้อย่างน้อย ก็ยังมีเพื่อนรักอย่างตรีทิพย์ที่เคยห่วงใยเธอเสมอมา...

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"นิยายรักหวานๆ ละมุน ระหว่างนายทหารหนุ่มกับสาวน้อยแสนอาภัพ ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ "

aom13


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha