บ้านไร่ อุ่นไอรัก

โดย: aom13



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 12 : หัวใจที่เริ่มเต้นแรง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

  จอมหิ้วปิ่นโตเข้ามาในบ้านไม้สักหลังใหญ่ ซึ่งเป็นที่พักผ่อนของตรีศิลป์ ก่อนจะมองซ้ายมองขวาเพื่อจะหาตัวการะเกด เขาเกือบลืมไปว่าเจ้านายมีแขกมาด้วย ป่านนี้จะหิวแย่แล้วหรือเปล่าก็ไม่รู้ เกือบสิบเอ็ดโมงแล้ว

            “คุณเก๋ครับ อยู่ตรงไหนเนี่ย?” เสียงเหน่อๆ ที่ร้องเรียกเสียงดัง ทำให้การะเกดซึ่งกำลังนั่งอยู่ตรงระเบียง และเล่นกับแมวขาวที่อยู่แถวๆ นั้นถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ หลังจากคุยกับเพื่อนรักแล้ว การะเกดก็ไม่รู้จะทำอะไร เพราะนายจ้างของเธอก็หายไปเสียด้วย หญิงสาวตะโกนตอบทันที

            “อยู่นี่ค่ะ น้าจอม”

            “ผมเอาข้าวมาให้ ขอโทษทีน่ะครับ ผมทำงานเพลินจนเกือบลืมไปแนะ นายหายไปแต่เช้าเลย ผมก็ลืมไปเลยว่าคุณเก๋อยู่บ้านอีกคน”

            “ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ น้าจอม ขอบคุณมากค่ะที่อุตส่าห์นึกถึงเก๋ เก๋ไม่รู้จะทำอะไรดี คุณใหญ่บอกให้อยู่รอ ไม่รู้จะให้เริ่มงานหรือยัง”

            “หายเข้าไปกับคุณจิลด์แบบนี้ ก็เกือบทั้งวันแหละครับ นายกำลังเห่อกับแปลงองุ่นไหม ประคบประหงมกันมานาน สงสัยคุณเก๋คงไม่ได้ทำงานหรอกวันนี้ มาๆ กินข้าวก่อน” จอมว่าแล้วแกะเถาปิ่นโตออก อาหารข้างในมีไข่พะโล้กับน้ำพริกกะปิ ปลาทูทอดง่ายๆ เขาวางมันบนโต๊ะให้กับการะเกด พร้อมกับออกตัว

             “แม่ศรีไม่อยู่ ผมเลยเอากับข้าวคนงานมาให้ วันนี้ต้องรับหน้าที่พ่อครัวแทนแม่ศรีเขา”

            “น้าจอมเก่งจังเลยค่ะ ทำได้หลายอย่าง” การะเกดชม มองไข่พะโล้สีเข้มน่ากินแล้วกลืนน้ำลาย กลิ่นเครื่องเทศหอมมาก หญิงสาวตักมาทานแล้วก็ชมเปาะ

 “น้าจอมทำไข่พะโล้อร่อยมาก”

            “ขอบคุณครับ แต่คุณนายแม่เขาไม่ชอบ เขาบอกว่าไม่ให้ผมทำให้เขาเห็นอีก ไม่รู้ทำไม อร่อยออกจะตาย” จอมบ่นพึมพำ ทำเอาการะเกดเลิกคิ้ว เพราะไม่ได้อยู่ฟังด้วย ตอนที่ลัดดานินทาลูกน้องคนสนิทของตรีศิลป์ เลยไม่รู้เรื่องวีรกรรมไข่พะโล้ของเขา

            “อร่อยออกค่ะ”

            “นายก็ชอบจะตาย ผมทำให้กินเป็นเดือน นายยังไม่บ่นสักคำเลย” การะเกดแทบจะสำลักข้าวที่ทานอยู่ ตรีศิลป์ชอบไข่พะโล้ถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ต่อให้อร่อยยังไง การะเกดคงกินซ้ำได้ไม่เกินอาทิตย์แน่ๆ จอมยังร่ายยาวต่อไปอย่างคนติดลม

 “พอคุณนายแม่รู้ ด่าผมใหญ่เลย บอกทำให้นายกินของซ้ำๆ เป็นเดือนได้ยังไง ผมก็เถียงว่านายชอบ ถามว่ากินอีกไหม นายก็อืม...ผมก็ทำน่ะสิ ทำเป็นเดือนนายก็ยังไม่บ่นสักคำ ถามทีไรก็อืมๆ แสดงว่าชอบมาก”

            การะเกดอดหัวเราะกิ๊กไม่ได้ หัวเราะเอา หัวเราะเอา เมื่อฟังเรื่องจากจอม เมื่อนึกภาพคนหน้าดุๆ อย่างตรีศิลป์ทำหน้าตาเฉย กินไข่พะโล้เป็นเดือนๆ ก็ยิ่งอดขำไม่ได้ ตรีทิพย์ชอบพูดถึงพี่ชายใหญ่บ่อยๆ ว่าเป็นคนพูดน้อย อะไรๆ ก็อืม ...ไอ้คำว่าอืม...นี่แหละคนฟังบางทีก็เหมารวมเป็นคำตอบรับ จอมทำหน้าตางงๆ เมื่อเห็นว่าการะเกดขำจนน้ำตาไหล

            “หัวเราะอะไรครับ”

            “เปล่าหรอกค่ะ ขอบคุณมากนะคะน้าจอมสำหรับอาหาร” การะเกดยังคงยิ้มกริ่มเมื่อทานอาหารต่อ ค่อยหายเหงาไปได้บ้างมีคนชวนคุยด้วยแบบนี้

            “ไปเที่ยวในไร่ไหมจะได้ไม่เบื่อ เดี๋ยวผมพาไป รอคุณเก๋กินข้าวเสร็จก่อน”

            “ได้เหรอคะน้าจอม” การะเกดทำตาโต เธอได้แต่อยู่ในบริเวณบ้าน ไม่กล้าไปเพ่นพ่านที่ไหน เพราะกลัวว่าตรีศิลป์กลับมาจะไม่เจอ ได้แต่มองไปด้านนอกด้วยสายตาละห้อย ภาพไร่องุ่นแสนสวย ทำให้หญิงสาวอยากไปเดินสำรวจ ชมบรรยากาศให้เต็มที่เอามากๆ

 จอมพยักหน้าเจ้านายไม่อยู่ เขาก็อาสาทำตัวเจ้ากี้เจ้าการ พาแขกเที่ยวเลยก็แล้วกัน อีกอย่างหนึ่ง เดี๋ยวการะเกดก็ต้องมาทำงานร่วมกับเขาแล้วด้วย จะได้คุ้นเคยกับคนที่นี่ไว้เสียหน่อย จะว่าไปสาวน้อยคนนี้ ก็หน้าตาน่ารัก น่าเอ็นดูมากเลยทีเดียว จอมอดนึกภาพที่ตรีศิลป์อุ้มการะเกดเข้ามาในบ้านไม่ได้

อืม...ชักจะอยากให้คุณเก๋อยู่ที่นี่นานๆ เสียแล้ว เผื่อนายจะได้หายโสด และมีเด็กๆ วิ่งวุ่นไปทั่วไร่ คงจะมีความสุขดีแหะ จอมเริ่มคิดไปไกลอยู่คนเดียวแล้วยิ้ม

            “เดี๋ยวจะพาไปใกล้ๆ นี่ก่อนนะครับ ไร่เราสวยน่ะคุณเก๋ มีคนมาขอเข้าเยี่ยมชมบ่อยๆ แต่นายกลัววุ่นวาย เลยไม่ค่อยให้ใครเข้ามา ไร่ของคุณอ้นที่เป็นเพื่อนนายก็สวย เปิดเป็นกึ่งรีสอร์ทด้วยนะครับ พ่อครัวที่นั่นอ้นทำอาหารฝรั่งอร่อยมากๆ“ จอมเริ่มทำหน้าที่เป็นไกด์นำเที่ยว

             การะเกดแทบจะรีบรวบช้อนส้อมในมือ เพราะเธอเองก็ชอบบรรยากาศธรรมชาติ และความสวยงามแบบนี้มาก หญิงสาวแทบจะรอไปสัมผัสสิ่งที่จอมบอกไม่ได้ หญิงสาวยิ้ม รู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจถูกที่มาที่นี่ มาที่ไร่การุณการแห่งนี้ แม้ว่าเจ้าของไร่จะน่าเกรงขามไปนิดหนึ่งก็ตาม

            เมื่อการะเกดอิ่มอาหารและดื่มน้ำเรียบร้อยแล้ว จอมก็ชวนการะเกดเดินไปที่ยังในไร่ หญิงสาวขอตัวไปเปลี่ยนกระโปรงเป็นกางเกง เพราะจะได้ทะมัดทะแมงมากยิ่งขึ้น หลังจากเปลี่ยนกางเกงเสร็จ การะเกดก็เดินอย่างร่าเริงลงมาหาเขา ก่อนจะพูดกับจอมเสียงใสว่า

            “พร้อมแล้วค่ะ”

            “เอ่อ...จริงสิเมื่อคืนคุณเก๋นอนที่ไหนครับ ผมยังไม่ได้ให้เด็กๆ มาเก็บของนายในห้องพักแขกเลย”

            “คุณใหญ่ให้เก๋นอนที่ห้องน่ะค่ะน้าจอม เก๋เกรงใจมากเลย คุณใหญ่เลยต้องมานอนข้างล่าง” การะเกดยิ้มแหยๆ จอมพยักหน้า

            “งั้นเดี๋ยวผมให้เด็กมาเก็บของนายให้ เอาไปรวมๆ ไว้ห้องเก็บของก่อน สงสัยจะเอาไปไว้ที่บ้านกลางน้ำ”

            “ขอบคุณมากนะคะ เก๋เกรงใจคุณใหญ่น่ะค่ะ มาแย่งที่นอนแบบนี้”

            “เดี๋ยวผมจัดการให้ เห็นนายบอกว่าจะให้คุณเก๋อยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วย” จอมแอบลอบมองใบหน้าหวานๆ ของสาวน้อยข้างๆ อีกรอบ อะไรบางอย่างทำให้เขารู้สึกถูกชะตากับการะเกดมาก  จนแอบลุ้นหญิงสาวให้กับเจ้านายสุดที่รัก ซึ่งจอมลงความเห็นว่า

 ‘ที่นายชอบทำตาดุๆ หน้าดุๆ เพราะไม่มีเมีย หาให้สักคนคร้านจะเลิกดุ เผลอๆ กลัวเมียเสียอีก’ เขาแอบยิ้มอยู่คนเดียวขณะที่เริ่มพาการะเกดเที่ยวชมไร่

            ไร่องุ่นขนาดใหญ่ปรากฏแก่สายตา ทำให้การะเกดแทบอุทานออกมาด้วยความชื่นชม มีต้นไม้ใหญ่ถูกปลูกไว้ขนานกับไร่ เป็นจำพวกไม้ผลก็มีหลายชนิด มะขาม มะม่วง กระท้อน ขนุนฯลฯ เจ้านายก็ขยันหามาปลูก รวมถึงคนงานด้วย ใครเจอไม้ผลอะไรก็ช่วยๆ กันเอามาปลูกจนกลายเป็นศูนย์รวมผลไม้ไปเสียแล้ว เพราะดินที่ไร่ร่วนซุยและค่อนข้างสมบูรณ์

            จอมอธิบายว่านายปลูกไว้เพื่อกินกันเองในไร่บ้างแจกบ้าง บางทีก็เป็นไม้ดอกอย่างชมพูพันธุ์ทิพย์ หางนกยูง กัลปพฤกษ์ ราชพฤกษ์ แม้กระทั่งไม้สักก็มี ไร่ของตรีศิลป์กว้างใหญ่และงดงามมาก เขียวชอุ่ม มีธารน้ำไหลผ่านเพื่อผันน้ำไว้ใช้ได้ทั้งปี

             การะเกดมองไปรอบๆ อย่างสดชื่น ชีวิตที่ต้องอยู่แต่ในเมือง และกรำงานหนักมาตลอดของหล่อน แทบจะไม่ได้ท่องเที่ยวไปที่ไหนเลย มาเห็นธรรมชาติสวยงามแบบนี้ ก็ทำให้หล่อนรู้สึกมีความสุขมาก เสียงนกร้องดังเป็นระยะ เมื่อการะเกดกับจอมเดินผ่านใต้ร่มไม้ใหญ่ จอมบอกว่ามีนกหลายชนิด ตรีศิลป์ห้ามขาดไม่ให้คนงานยิงนก แต่ถ้าจะตกปลาเขาไม่ว่า เพราะถือว่าเป็นอาหารอยู่แล้ว จึงกลายเป็นที่ปลอดภัยสำหรับพวกนก พากันมาอยู่อาศัยออกลูกออกหลานกันสนุกเพราะมีทั้งอาหารและปลอดภัย การะเกดเห็นนกแก้วสีเขียวเป็นฝูง ตรงยอดไม้ของต้นมะขามก็อุทานอย่างตื่นเต้น

            “น้าจอมมีนกแก้วด้วยเหรอคะ”

            “มีสิครับ โอย...ร้องกันหนวกหูเลยไอ้พวกนี้น่ะ คนงานซื้อมาเลี้ยงสองตัวแล้วมันหลุดไป ทีนี้ก็พากันออกลูกออกหลานกันสนุก สงสัยเป็นคู่กันพอดีน่ะครับ มีนกกระตั้วด้วยนะครับ สามสี่ตัวมั้ง นั่นไง นายห้ามยิงนก มันเลยอยู่กันเพลินเลย” จอมชี้มือให้ดูนกกระตั้วสีขาวตัวโตที่บินมาเกาะกิ่งต้นมะขามด้วย ตอนนี้มะขามกำลังสุก กลายเป็นอาหารของพวกนก ที่มาชุมนุมกันอย่างมีความสุข บางตัวก็วิ่งไล่จิกอีกตัวที่มาล้ำเขต หรือมาแย่งมะขามที่หมายตาไว้ก่อน ร้องกันเสียงดังลั่นเลยทีเดียว

            “ท่าทางจะมีความสุขจัง เก๋เองก็ชอบนกตามธรรมชาติมากกว่านกในกรงนะคะ เก๋สงสารมัน มันมีปีกควรได้บินอย่างอิสระมากกว่าอยู่ในกรง” การะเกดมองพวกนกแล้วก็ยิ้มอย่างมีความสุข ตอนนี้เธอเองก็มีอิสระเหมือนกันนก และได้โบยบินมาใช้ชีวิตของตัวเองแล้วเหมือนกันสินะ ภายในไร่ที่ร่มเย็นแห่งนี้

            “ที่นี่มีม้าด้วยน่ะครับคุณเก๋ ม้าของนาย ไอ้ลมแล้งน่ะ ปรกตินายจะขี่ม้าตรวจงานในไร่ ไม่ชอบขับรถ แต่วันนี้คุณจิลด์มาเลยพากันเอารถออกไป คุณเก๋อยากเห็นไหมครับ” จอมเห็นการะเกดชอบสัตว์และความร่มรื่นของไร่ จึงอยากพาไปดูม้าสีดำสนิทตัวโปรดของตรีศิลป์ที่อยู่ในคอก การะเกดย่นจมูกเมื่อได้ยินชื่อของเจ้าม้า

            “ลมแล้ง ชื่อแปลกจังเลยค่ะ แปลว่าอะไรคะ”

            “นายเขาตั้งน่ะครับ คุณอ้นเอามาให้เมื่อปีก่อน เห็นว่าแปลว่าดอกราชพฤกษ์ภาษาเหนือน่ะครับ ไอ้ลมแล้งมันเป็นม้าชาวเหนือ เพราะมาจากเชียงใหม่ นายเขาชอบต้นราชพฤกษ์มากเลยตั้งชื่อมันว่าลมแล้ง มีแต่คนถามว่าแปลว่าอะไร”

            “อืม...แปลกดีนะคะ” ความรู้ใหม่เกี่ยวกับตรีศิลป์คือเขาชอบต้นราชพฤกษ์ การะเกดมองไปรอบๆ เธอเห็นต้นราชพฤกษ์ค่อนข้างเยอะมากจากทางที่เดินมา ถ้าถึงฤดูกาลที่ต้นไม้ชนิดนี้ออกดอกและสลัดใบทิ้งหมดคงจะสวยน่าดู

            “นายเขาชอบมากจริงๆ นี่ก็ปลูกไว้รอบบึงเลยนะครับคุณเก๋ ไร่เรามีบึงอยู่หลังสำนักงานที่จะให้คุณเก๋ไปทำงานนั่นแหละครับตรงโน้น” จอมชี้มือไปยังอาคารชั้นเดียวที่เห็นอยู่ไกลๆ เพราะเขาพาเธอมาเดินเล่นในบริเวณไร่องุ่น การะเกดมองตามมือของจอมที่ชี้ เสียงเหน่อๆ ของจอมอธิบายต่อว่า

            “นายมีบ้านกลางน้ำ เอาไว้ไปนั่งตกปลา บึงใหญ่เลยน่ะครับ นายเอาไว้กักเก็บน้ำ เกิดถ้าหน้าแล้งน้ำไม่มีจะได้เอามาใช้ได้ นี่เลี้ยงปลาไว้หลายอย่างเลย คุณรองก็ชอบมาขี่เจ๊ทสกีเล่น เพราะบึงของนายกว้างมาก คุณเก๋ต้องรอดูตอนประมาณเดือนมีนาเมษา เวลาดอกบานเต็มต้น เห็นแล้วสวยมากจริงๆ “

            “เสียดายนะคะ” การะเกดย่นจมูก แล้วถอนใจเมื่อนึกถึงภาพงดงามตามที่จอมบรรยาย แล้วไม่มีโอกาสได้เห็น

“ตอนนี้เดือนสิงหาแล้วด้วย อดเห็นภาพตามที่น้าจอมว่า คงจะสวยมาก”

            “สวยสิครับ ขนาดแขกไร่คุณอ้นที่เป็นฝรั่งแล้วมาหลายรอบจนสนิทกับคุณอ้น เลยขอนายเข้ามาเที่ยวได้ มาเห็นเข้ายังอุทานว่านี่คือซากูระเมืองไทย เมืองไทยมีซากูระแต่เป็นสีเหลือง ถ่ายรูปกันใหญ่เลย”

            “ไว้เก๋จะรอดูนะคะ ว่าจะสวยมากเหมือนที่น้าจอมว่าไหม?” การะเกดอมยิ้ม ไกด์จอมยังคงชวนเที่ยวไร่ต่อไปอย่างสนุกสนาน หญิงสาวเดินชมธรรมชาติอย่างไม่รู้เบื่อ เพราะความช่างพูดของคนพาเที่ยวและความสวยงามของไร่ด้วย ทำให้การะเกดมีความสุขมาก กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เหงื่อซึมแล้ว เพราะเดินตามจอมอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

            จอมหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นใบหน้าของการะเกดเริ่มแดง เพราะแดงยามบ่ายเริ่มร้อน แถมเจ้าตัวก็ไม่ได้สวมหมวกด้วย ตอนนี้จอมกำลังพาการะเกดมาที่ไร่องุ่น พามาดูองุ่นที่ทางไร่ส่งออกขายทุกวัน เพราะเป็นองุ่นพันธุ์สำหรับรับประทาน ส่วนองุ่นทำไวน์ ตรีศิลป์เพิ่งเริ่มโครงการได้ไม่ถึงปี เขารื้นต้นองุ่นเก่าของเจ้าของสวนออกไปเกือบห้าสิบไร่ และลงองุ่นพันธุ์ใหม่ทั้งหมด รวมถึงซื้อที่ดินเพิ่ม อาณาที่ดินบริเวณไร่ของเขากินเนื้อที่ เกือบสองร้อยไร่เลยทีเดียวตอนนี้

            ชายหนุ่มจริงจังกับความฝันของเขามาก เขาจ้างจิณห์นิภาที่เป็นไวน์เมกเกอร์มาจากฝรั่งเศสเพื่อดูแลด้านนี้ให้เขาโดยเฉพาะ จิณห์นิภาเป็นลูกครึ่งไทย –ฝรั่งเศส ผู้เป็นบิดาเป็นชาวฝรั่งเศสมารดาเป็นหญิงไทย ฌองบิดามีไร่องุ่นและทำไวน์ในแคว้นเบอร์กันดี แคว้นที่เป็นหนึ่งในแคว้นขึ้นชื่อของการผลิตไวน์ของฝรั่งเศสและของโลก

             โชคดีที่จิณห์นิภารับข้อเสนอของเขาและบินมาทำงานให้ เหมือนการสานฝันของตรีศิลป์ที่จะผลิตไวน์ชั้นดีไปอีกก้าว ที่ต้องได้ไวน์เมกเกอร์คอยมาช่วยดูแล ควบคุมกันตั้งแต่ตอนปลูกองุ่นเลยทีเดียว  เธอบินกลับฝรั่งเศสเป็นระยะเมื่อบิดาเรียกตัว แต่ดูเหมือนว่าใจของเธอจะจดจ่ออยู่ที่เมืองไทยมากกว่า

            “ร้อนเหรอครับ ไปนั่งพักใต้ต้นมะม่วงก่อนดีกว่าคุณเก๋ มีแคร่อยู่” จอมชวน การะเกดพยักหน้า การทัวร์ไร่วันนี้สนุกมาก แม้จะรู้สึกเหลวไหลนิดๆ ที่มาทำงานแท้ๆ แต่กลับไม่ได้ทำอะไรเลย ก็จะทำอย่างไรได้ นายจ้างเธอเองก็หายไปไหนไม่รู้เหมือนกันนี่นา การะเกดนั่งพักและโบกมือให้กับตัวเองเพื่อคลายร้อนอยู่ไปมา คนงานคนหนึ่งเดินมาหาจอมที่นั่งอยู่ข้างๆ กับการะเกดแล้วกล่าวทัก

            “พี่จอม วันนี้พาใครมาด้วยน่ะ หลานสาวเหรอ หน้าตาน่ารักจัง”

            “เสมียนใหม่ของนาย เขามาทำบัญชี วันนี้เลยพาชมไร่” จอมตอบยิ้มๆ

            “เอ่อ...พี่จอม มัวแต่พาสาวเที่ยว เห็นไอ้เกิดมันตามหาอยู่ ว่าจะคุยเรื่องส่งองุ่นพรุ่งนี้” จอมทำหน้าตาตื่นเหมือนเพิ่งนึกได้

            “ตายล่ะ ลืมไปเลย นายด่าแย่ คุณเก๋ กลับบ้านพักกันก่อนนะ ไว้ผมจะพาเที่ยวใหม่ ต้องไปคุยกับไอ้เกิดมันก่อน”

            “ขอบคุณน้าจอมมากค่ะที่สละเวลาพาเก๋เที่ยว” การะเกดพนมมือไหว้ จอมรีบรับไหว้ทันทีก่อนจะหัวเราะ

            “อย่าไหว้เลยคุณเก๋ อีกหน่อยก็ต้องทำงานด้วยกันแล้ว ที่ไร่มีอะไรสวยๆ อีกเยอะ ไว้ว่างๆ ผมจะพาเที่ยวใหม่”

            “ค่ะ”

การะเกดอมยิ้ม จอมชวนหล่อนเดินกลับไปยังบ้านของตรีศิลป์ กว่าจะไปถึงก็เล่นเอาได้เหงื่อเหมือนกัน เพราะไปเดินเที่ยวกับจอมไกลมาก เมื่อไปถึงบ้านไม้สักหลังใหญ่ของชายหนุ่ม เธอก็เจอเข้ากับหญิงวัยกลางคนร่างอวบท้วม หน้าตาใจดี กำลังอุ้มแมวสีขาวตัวที่การะเกดเล่นเมื่อตอนสายไว้ในอ้อมอก มือเกาคางให้เจ้าเหมียวอยู่ เมื่อเห็นการะเกดก็มองอย่างสงสัย จอมเลยรีบแนะนำคนทั้งคู่ให้รู้จักกันทันที

            “มาแล้วเหรอแม่ศรี นี่คุณเก๋ เพื่อนของน้องสาวนาย เขาจะมาช่วยนายทำบัญชีน่ะ พักอยู่กับนายที่บ้านนี้”

            “อ้อ...หน้าตาน่าเอ็นดูจัง ป้าชื่อป้าศรีสมรนะลูก เป็นแม่ครัวที่นี่จ้ะ” นางแนะนำตัวเสียงสดใส การะเกดไหว้อย่างนอบน้อม หัวใจรู้สึกอบอุ่นกับการต้อนรับของคนที่ไร่การุณการแห่งนี้  เพราะแต่ละคนเหมือนจะเอ็นดูเธอมาก

            “ไปก่อนล่ะแม่ศรี ไปหาไอ้เกิดก่อน นายยังไม่กลับเหรอเนี่ย?” จอมมองไปรอบๆ บ้านแล้วมองนาฬิกา

 “เกือบสี่โมงแล้ว ว่าแล้วหายไปกับคุณจิลด์ทีไร หายไปทั้งวันทุกที” เขาบ่นพึมพำ ก่อนจะเดินลับตาไป ศรีสมรหันมาชวนการะเกดคุยด้วยไมตรีจิต รู้สึกถูกชะตากับสาวน้อยหน้าหวานจิ้มลิ้มคนนี้จริงๆ กับความนอบน้อมของการะเกด

            “เดี๋ยวก็ต้องไปทำอาหารเย็นให้นายก่อน อยากกินอะไรหรือเปล่าหนู บ้านใหญ่มีคนกินข้าวเพิ่มอีกคนแล้ว ชักจะมีกำลังใจอยากจะทำอาหาร” ศรีสมรว่ายิ้มๆ การะเกดตอบเสียงเบา

            “อะไรก็ได้ค่ะ”

            “มาวันแรกคงจะเหงาๆ นายก็ไม่อยู่ เอาอย่างนี้ไปช่วยป้าทำกับข้าวกันไหม จะได้เพลินๆ“  ศรีสมรชวน การะเกดรีบพยักหน้า

            “ได้ค่ะ ถ้าป้าไม่เห็นว่าเก๋เกะกะ”

            “ไม่หรอกลูก สาลี่อย่าไปกวนในครัวนะ อยู่ตรงนี้แหละ” ประโยคหลังหญิงวัยกลางคนหันมาบอกกับเจ้าเหมียว ที่กระโดดลงจากอ้อมกอดเธอ และไปเดินบิดขี้เกียจ ก่อนจะไปเดินนัวเนียพันรอบขาของการะเกด ศรีสมรมองแล้วก็เลิกคิ้ว มองการะเกดที่ก้มลงลูบหัวเจ้าแมว แล้วเกาคางให้มันเบาๆ อย่างประหลาดใจ

            “นี่มันยอมให้หนูจับด้วยเหรอนี่ ป้าเห็นมันหวงตัวจะตาย กับนายมันยังเคยจะกระโดดข่วนเขา จนป้าหัวใจจะวาย”

            “เมื่อเช้าก็เล่นด้วยกันตั้งนานน่ะค่ะ” หญิงสาวตอบยิ้มๆ ศรีสมรมองอย่างทึ่งๆ แล้วชวนการะเกดเข้าครัว เพื่อไปช่วยกันทำอาหารเย็นให้กับเจ้าของบ้าน

เวลาผ่านไปจนเกือบทุ่ม ศรีสมรก็ขอตัวกลับการะเกดจึงเข้าไปจัดของในห้อง ที่จอมบอกว่าเป็นห้องของเธอ ห้องขนาดกลาง มีเตียงกว้างนุ่มตั้งชิดมุมห้อง ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง รวมถึงโต๊ะทำงานเล็กๆ ให้ด้วย การะเกดมองอย่างชื่นชม นี่เป็นห้องที่ดีที่สุด ตั้งแต่เธอได้มีโอกาสใช้เป็นห้องนอน มีห้องน้ำในตัว ระเบียงเปิดกว้างมองเห็นไร่องุ่นสุดลูกหูลูกตา การะเกดเดินไปรับลมยามเย็น นัยน์ตาหวานแกมเศร้ามองไปยังทิวทัศน์ด้านนอกที่เริ่มมืด หญิงสาวสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ พร้อมกับมองท้องฟ้ายามคืบคลานเข้าสู่รัตติกาลอย่างชื่นชม เธอตัดสินใจถูกจริงๆ ที่มาทำงานกับตรีศิลป์ แม้จะกลัวในตอนแรก แต่คนที่นี่ก็ดีกับเธอทุกคน

การะเกดอมยิ้ม เมื่อนึกถึงเจ้าของไร่ ที่แม้จะดูดุมาก แต่เขาก็ดูมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากเฉยชานั่นเหมือนกัน

 

........................................................................................................................................

 

            ตรีศิลป์ถอดหมวกทันที ที่ก้าวลงมากจากรถ วันนี้งานในไร่ทำให้เขาเพลินมากจนเกือบลืมเวลา และต้องไปที่ไร่ของศรนารายณ์ เจ้าของไร่พงศ์พชร ที่อยู่ติดกับเขาเพื่อไปดูโรงทำไวน์ซึ่งใกล้จะเสร็จ ชายหนุ่มเพลินกับเพื่อนสนิทจนเกือบค่ำ รู้ตัวอีกทีก็เกือบสามทุ่มแล้ว ชายหนุ่มรีบขับรถกลับมาบ้านอย่างรวดเร็ว เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาทิ้งใครไว้ที่นี่

 การะเกด...ใช่สินะลืมสาวน้อยคนนั้นเสียสนิทเลย ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง ทิ้งไว้ทั้งวันแบบนี้…เขาคิดอย่างเป็นห่วง

            “เจ้าสาลี่ ชอบล่ะสิ หืม?”เสียงใสๆ ที่คุยกับใครอยู่ตรงโซฟา ทำให้ตรีศิลป์เดินไปทางเจ้าของเสียงทันที การะเกดกำลังเกาคางให้เจ้าเหมียว ที่ทำเหมือนจะทรยศศรีสมรผู้เป็นเจ้าของ  มาติดใจสาวน้อยการะเกดเข้าให้เสียแล้ว ดูเหมือนเธอจะเพลินกับแมวในอ้อมแขน จนไม่ได้ยินและไม่สนใจว่ามีใครเข้ามาในบ้าน ชายหนุ่มกระแอมเบาๆ ทำเอาการะเกดถึงกับสะดุ้งขึ้นสุดตัวอย่างตกใจ

            “อุ้ย!”

            “ขอโทษนะน้องเก๋ พี่ทำงานเพลินทั้งวันเลย” ตรีศิลป์พูดเสียงทุ้ม นัยน์ตาคมดุมองกวาดใบหน้าหวาน ร่างบางที่อยู่ในชุดเสื้อนอนลายทางแขนสั้นกางเกงขายาวอย่างเป็นห่วง เขากลัวว่าเธอจะเหงาที่เขาทิ้งเอาไว้แบบนี้ มัวแต่คิดถึงงานจนลืมเธอไปเลย

            “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ วันนี้น้าจอมพาทัวร์ไร่สนุกมากเลยค่ะ” การะเกดพูดยิ้มๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน เจ้าแมวเหมียวกระโดดลงจากตักทันที เมื่อการะเกดลุกขึ้นแบบนั้น มันเดินหนีออกไปทางห้องครัว เธอรอเขาเพราะจะได้เตรียมข้าวปลาอาหารให้กับชายหนุ่ม เธออยากทำงานให้เขาบ้าง เพราะเขาจ่ายค่าจ้างให้แม่เธอไปแล้ว แต่การะเกดยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง รับเงินเขาแบบนี้แต่ไม่ได้ทำงานมัวแต่เที่ยวเล่น ไม่รู้ว่าตรีศิลป์จะหาว่าเป็นเด็กเหลวไหลไหมนะ...

            “อ้อ...อย่างนั้นเหรอ” ตรีศิลป์พยักหน้า

 “ถ้าอย่างนั้นก็ดี พรุ่งนี้ค่อยเริ่มงานก็แล้วกันนะ พี่ขอตัวก่อน จอมคงจัดการเรื่องห้องหับให้เรียบร้อยแล้วใช่ไหม พี่สั่งไว้”

            “เรียบร้อยแล้วค่ะ เอ่อ...คุณใหญ่จะทานข้าวไหมคะ เก๋จะได้จัดให้”

            “แล้วน้องเก๋ทานหรือยังครับ” ตรีศิลป์รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดเมื่อได้ยินเสียงใสๆ ถามเขาแบบเป็นห่วงเป็นใย ปรกติถ้าเขากลับค่ำขนาดนี้ กับข้าวของแม่ศรีมักจะเป็นหมัน เพราะชายหนุ่มมักจะขึ้นบ้านเลย

            “ยังหรอกค่ะ พอดีว่ารอคุณใหญ่” การะเกดตอบอ้อมแอ้ม เธอจะทานก่อนเจ้าของบ้านได้อย่างไร ศรีสมรทำอาหารเย็นเสร็จ ก็ขอตัวกลับบ้านที่เป็นเรือนเล็กด้านหลังไป เพราะต้องกลับไปดูแลลูกและสามี การะเกดเลยไม่กล้าทานข้าวเย็น เธอตัดสินใจว่ารอตรีศิลป์ก่อนดีกว่า

            “พี่ยังไม่ได้ทานเหมือนกัน มาทานพร้อมๆ กันเลยนะครับ”

            “เดี๋ยวรอเก๋อุ่นแป๊บหนึ่งนะคะ ป่านนี้เย็นหมดแล้ว” การะเกดบอกเขาแล้วเดินเข้าครัวไป ตรีศิลป์เผลอมองตามหลังร่างบางอย่างอ่อนโยน

 อืม...การที่มีคนรอทานข้าวเย็นมันรู้สึกแบบนี้นี่เอง ชายหนุ่มนึกถึงคำล้อเลียนของเพื่อนสนิทของเขาในกลุ่มนายทหารด้วยกัน เมื่อต้องขอตัวไปทานข้าวเย็นที่ภรรยาจัดให้ว่า

            ‘ยังไงก็ต้องไปทานอาหารเย็นฝีมือเขาหน่อย เห็นหน้าหวาน ๆ แล้วทานข้าวอร่อย มันอิ่มอกอิ่มใจและ เจริญอาหารนะใหญ่ ไม่เชื่อลองหาเมียสักคนสิ’

            ตรีศิลป์นั่งตรงหัวโต๊ะแล้วมองร่างบางที่ขยับจัดอาหารให้เขาอย่างคล่องแคล่ว เขาลอบมองใบหน้าหวานๆ นั่นก่อนจะถอนใจ ชักจะคิดอะไรเหลวไหลแล้วนายใหญ่ นั่นเพื่อนน้องสาว อายุห่างกับเขาเกือบรอบ ทำไมต้องมาคิดอะไรเพี้ยนๆ ตอนนี้ด้วยนะ ทำเป็นไม่เคยเห็นผู้หญิงไปได้ แม้แต่จิณห์นิภา สวยสะพรั่งและใกล้ชิดกับเขามากขนาดไหน ก็ไม่ทำให้ตรีศิลป์รู้สึกใจเต้นแปลกๆ เหมือนกับที่รู้สึกกับการะเกดเลยสักนิด

            ชายหนุ่มพึมพำขอบคุณเมื่อเธอตักข้าวสวยร้อนๆ ให้ ก่อนจะนั่งลงทานอาหารเย็นเงียบๆ แม้จะทานมาแล้วก็ตามที แต่ตรีศิลป์ก็ยังทำเหมือนไม่ได้ทานอะไรมาเลย เขาลอบมองหน้าสวยหวานของการะเกดที่กำลังทานอาหารบนโต๊ะเดียวกับเขาเงียบๆ

อืม... อาหารเย็นมื้อนี้ ทำไมมันถึงอร่อยกว่าปรกติก็ไม่รู้สิ...

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"นิยายรักหวานๆ ละมุน ระหว่างนายทหารหนุ่มกับสาวน้อยแสนอาภัพ ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ "

aom13


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha