บ้านไร่ อุ่นไอรัก

โดย: aom13



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 13 : น้องยังเด็ก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

การะเกดมองหญิงสาวสวย ที่มาเป็นแขกของไร่การุณการอย่างอดชื่นชมไม่ได้ วันนี้การะเกดทานอาหารเช้าร่วมกับตรีศิลป์และจิณห์นิภา ศรีสมรทำข้าวต้มปลาและได้รับคำชมจากจิณห์นิภาไปจนแทบจะตัวลอยเพราะความปลื้ม การะเกดรู้สึกทึ่งหญิงสาวสวยท่าทางทะมัดทะแมงและคล่องไปทุกอย่าง อย่างจิณห์นิภาว่าช่างเก่งกาจเหลือเกิน

            “น้องเก๋มาช่วยงานบัญชีเหรอค่ะ จบปริญญาตรีแล้วเหรอ? หน้าตายังเด็กๆ อยู่เลย”

            “เก๋ยังเรียนไม่จบเลยค่ะ คุณจิลด์” การะเกดตอบเสียงเบา รู้สึกละอายเล็กน้อยที่ตัวเองเลิกเรียนกลางครันแบบนี้

“น้องเก๋เขาเรียนเก่งมากนะครับจิลด์ แต่มีปัญหาทางบ้านนิดหน่อย เลยต้องมาทำงานกับผมแบบนี้” ตรีศิลป์รีบแก้ต่างให้สาวน้อยทันที ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน แต่เห็นสีหน้าจิณห์นิภาที่มองสาวน้อยที่นั่งข้างๆ เขา ชายหนุ่มก็อดพูดแทนไม่ได้

            “เหรอคะ เอ...น้องเก๋เป็นญาติกับใหญ่หรือเปล่าคะ?” จิณห์นิภารีบรุกคืบถามเรื่องที่สงสัยในใจ ถ้าเป็นญาติกัน จะได้ไม่ต้องระวังแม่สาวน้อยหน้าใสนี่มากนัก หญิงสาวคิดในใจ

            “ไม่ใช่หรอกค่ะ เก๋เป็นเพื่อนกับน้องเล็ก น้องสาวของคุณใหญ่ค่ะ”

            “อ๋อ” จิณห์นิภาแสร้งทำเหมือนชวนสนทนาเฉยๆ แต่ความจริงตั้งใจเก็บรายละเอียดเต็มที่ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนลอบมองใบหน้าสวยใสของการะเกด ดูตรีศิลป์เองก็เฉยๆ กับแม่สาวน้อย คงไม่มีอะไรหรอกน่า จะว่าไปตรีศิลป์เอง ก็ไม่ค่อยจะรู้ร้อนรู้หนาวกับสตรีคนใดอยู่แล้ว

             จิณห์นิภาคิดแล้วแอบยิ้มอย่างเหนื่อยใจ แม้แต่เธอเองเขาก็ไม่มีทีท่าจะหวั่นไหวด้วยสักนิด แล้วเด็กๆ อย่าง การะเกด ไม่ได้มีท่าทีเย้ายวนมีเสน่ห์น่าสนใจอะไร ตรีศิลป์คงจะไม่สนใจหรอก

            “เดี๋ยววันนี้พี่จะพาไปที่สำนักงานนะ จะได้เริ่มแนะนำงานให้เลย” ตรีศิลป์ว่าก่อนจะรวบช้อน จิณห์นิภารีบบอกเขาเสียงใสทันที

            “เดี๋ยวใหญ่ไปกับจิลด์ที่ไร่ของอ้นหน่อยนะคะ เห็นว่าจะให้เราดูโรงงานส่วนที่ทำไว้เป็นที่เก็บไวน์ อยากให้ใหญ่ไปดูพร้อมๆ กันก่อนจะก่อสร้างน่ะค่ะ”

            “ได้ครับ ถ้าอย่างนั้น น้องเก๋อิ่มแล้ว เราไปกันเลยไหมครับ พี่จะได้ให้น้องเก๋ไปรู้จักกับรตีที่มาช่วยทำเอกสารเล็กๆ น้อยๆ ส่วนงานบัญชีในไร่ทั้งหมด พี่ค่อยมาบอกว่าจะให้ทำอะไรตรงไหน”

            “ได้ค่ะ”

การะเกดพยักหน้า เขาจะหนีไปอีกแล้วสินะ เฮ้อ...ดูเหมือนนายจ้างของเธอจะยุ่งมากจนไม่มีเวลาแม้แต่จะสอนงานให้เธอเลย หญิงสาวคิดขณะที่เดินตามหลังชายหนุ่มและจิณห์นิภาไปขึ้นรถกะบะสี่ประตูของเขา ดูเหมือนว่าตรีศิลป์จะสนิทกับจิณห์นิภามากจริงๆ คงจะดีสินะถ้าได้คุยกับตรีศิลป์แบบนั้นบ้าง

            การะเกดคิดอย่างเผลอๆ เมื่อลอบมองใบหน้าคมสันของตรีศิลป์ แต่เธอก็คงไม่กล้าหรอกเพราะตรีศิลป์คงจะไม่อยากคุยเล่น ไร้สาระกับเธอ เวลาคุยกับจิณห์นิภาเขาก็ถามเกี่ยวกับเรื่องไวน์และไร่องุ่น ตรีศิลป์คงจะเป็นคนที่ชื่นชอบสิ่งนี้มาก เพราะเวลาที่คุยถึงมัน สีหน้าเขาจะมีความสุขใบหน้าคมสันคลายความดุและเอาจริงลงได้มากทีเดียว

            รถจอดลงตรงหน้าอาคารชั้นเดียวขนาดเล็ก เป็นปูนและทาสีขาวไว้ทั้งหลัง ตรีศิลป์หันมาบอกการะเกดเสียงทุ้ม โดยไม่ยอมดับเครื่องยนต์

            “น้องเก๋อยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวยังไงพี่จะรีบมา รตี รตี! “ประโยคหลังชายหนุ่มตะโกนเสียงดัง เมื่อเจ้าของชื่อได้ยินเสียงห้าวดุของเจ้านาย ที่เรียกดังขนาดนั้น ก็รีบวิ่งหน้าตาตื่นมาทันที แล้วตะโกนรับเสียงแจ๋ว

            “ค่า นายใหญ่”

            “มานี่ก่อนสิ ฉันไม่อยากลงรถจะรีบไปไร่พงศ์พชร” หญิงสาววัยประมาณเดียวกับการะเกด แต่ร่างท้วมกว่า สูงกว่าเธอเล็กน้อยวิ่งตุบตับมาทันทีแบบไม่ต้องเรียกซ้ำ รตีมองหน้าการะเกดอย่างแปลกใจที่เห็นเธอ ตรีศิลป์ลดกระจกลงและหันมาปลดล็อกด้านหลังให้การะเกด

            “มีอะไรคะนาย”

            “ฝาก น้องเก๋หน่อย คงจะรุ่นน้องเรา เขาจะมาช่วยฉันดูบัญชี น้องเก๋ อยู่กับรตีไปก่อนนะ เดี๋ยวยังไงก่อนเที่ยงพี่จะกลับมา”

            “ค่ะ” การะเกดรับคำสั้นๆ และเปิดประตูลงจากรถ ตรีศิลป์หันมาสั่งเธออีกรอบก่อนจะออกรถไปว่า

            “เดี๋ยวพี่กลับมาทานข้าวเที่ยงด้วย ไปไม่นานหรอก”

            “สวัสดีจ้ะ” รตีมองสาวน้อยหน้าใสที่ยืนอยู่ข้างๆ มองตามหลังรถที่แล่นไปด้วยความเร็วของตรีศิลป์ การะเกดหันมายิ้มและทักทายตอบ พร้อมกับยกมือไหว้รตีอีกด้วย

            “สวัสดีค่ะ”

            “ไม่ต้องๆ เดี๋ยวอายุสั้นจ้ะ” รตีว่า มองใบหน้าหวานๆ ของการะเกดอย่างเอ็นดู

 “มาช่วยงานนายใหญ่เหรอ คราวนี้นายไปรับมาเองด้วยแหะ ดีๆ พี่ได้แต่พิมพ์งาน บัญชีไม่กระดิกสักตัว ไม่กล้าทำกลัวทำเงินนายหาย”

            “ค่ะ” การะเกดอมยิ้ม รตีดูเหมือนจะเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีมากทีเดียว เธอจูงมือจูงไม้การะเกดเข้าไปในสำนักงานเหมือนรู้จักกันมานานปีและชวนคุยจ้อ

            ไม่ถึงสิบนาที การะเกดก็เหมือนจะรู้จักกับคนตรงหน้ามานาน เพราะรตีช่างพูดและเปิดเผย การะเกดฟังเธอคุยเพลินไปเลยทีเดียว เธอช่วยรตีดูรายการเช็คเอกสารง่ายๆ ไปพลางๆ ก่อน ระหว่างที่รอตรีศิลป์ การะเกดตั้งใจมากเลยทีเดียว เพราะเพิ่งได้เริ่มงานจริงๆ จังๆ เป็นวันแรก เสียงรถยนต์แล่นมาจอดที่หน้าสำนักงาน ทำให้การะเกดอดนึกดีใจไม่ได้ว่าตรีศิลป์กลับมาแล้ว เธอมองนาฬิกาที่ข้างฝาแขวนไว้ภายในห้องทำงาน วันนี้ตรีศิลป์กลับมาเร็วมาก ยังไม่ถึงเวลาเที่ยงตามที่เขาบอกไว้เลย

            “ใหญ่ไม่อยู่ที่นี่เหรอ?” เสียงห้าวๆ ดังขึ้น แต่ไม่ใช่เสียงตรีศิลป์ ทำเอาหญิงสาวอดผิดหวังนิดหน่อยไม่ได้ เธอนั่งหันหลังให้ประตูและกำลังเช็คเอกสารอยู่ รตียิ้มกว้างให้กับคนพูดทันที

            “คุณอ้น นายใหญ่ไปที่ไร่คุณอ้นนี่คะ ไปกับคุณจิลด์”

            “ว่าแล้ว ว่าต้องไม่ทันจิลด์ ขานั้นมาแต่เช้าเลยจริงๆ ไอ้เราก็อุตสาห์จะมารับมันสักหน่อย  เอาแอปเปิ้ลไปกินสิรตี ฉันแวะที่ตลาดมาซื้อมาฝาก”

            “ขอบคุณค่ะ” รตียิ้มแป้น ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที แขกผู้มาเยือนเหมือนจะเพิ่งสังเกตว่ามีใครนั่งอยู่ด้วย เขามองแผ่นหลังบอบบางอย่างสงสัย ที่นี่อัตคัดผู้หญิงมาก เห็นมีแต่รตี ป้าศรีสมร เท่านั้นเอง คนอื่นเข้ามายุ่งย่ามที่นี่ไม่ได้ ความสงสัยทำให้เขาทักออกไปทันที

            “ใครกันน่ะ รตี”

            “น้องเก๋น่ะค่ะ น้องเก๋ น้องเก๋ นี่คุณอ้นค่ะ” การะเกดมาตามเสียงเรียกทันที เธอจึงเห็นชายผิวขาวร่างสูงใหญ่ เขาหน้าตาดี คิ้วเข้ม นัยน์ตายาวรี เป็นชายหนุ่มหน้าใสและดูเด็กกว่าอายุ แต่ดูเหมือนอยู่ผิดที่ผิดทางยังไงพิกล เพราะผิวเขาขาวมาก ไม่เหมือนคนทำงานในไร่แบบนี้ การะเกดเคยได้ยินชื่อเขา และจำได้ว่าชายหนุ่มเป็นเพื่อนกับตรีศิลป์ จึงยกมือไหว้ทันทีอย่างนอบน้อม

            “สวัสดีค่ะ” ศรนารายณ์มองหญิงสาวหน้าตาน่ารักแรกแย้มตรงหน้า อย่างพินิจ

นี่นายใหญ่ไปได้สาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มนี่มาจากไหนนะ ชายหนุ่มทักอย่างอารมณ์ดีว่า

            “น้องสาวใหญ่หรือเปล่าครับนี่? แต่ผิวไม่ยักกะเหมือนกัน นายใหญ่มันดำได้ดำดีจริงๆ หึ หึ”

            “ไม่ใช่หรอกค่ะ เก๋เป็นพนักงานบัญชีที่คุณใหญ่เพิ่งจะรับมาน่ะค่ะ” การะเกดรีบพูด อดขำไม่ได้กับคำพูดของศรนารายณ์ ชายหนุ่มพยักหน้า

            “ว่าแล้วว่าต้องไม่ใช่น้องสาวเพื่อนผม ผมก็คิดๆ อยู่ว่าน้องสาวมันจะหน้าตายังไง ก็เพื่อนผมผิวเข้ม หน้าดุขนาดนั้น กำลังคิดว่าถ้าสาวตาดุๆ คมๆ แล้วเป็นผู้หญิงจะเป็นยังไงหนอ”

            “เอ่อ...น้องเล็กหน้าไม่ดุหรอกค่ะ แล้วก็ผิวไม่คล้ำด้วย” การะเกดเผลอพูด ถ้าตรีทิพย์ได้ยินคำวิจารณ์จากคนตรงหน้าคงหัวเราะกิ๊ก เพราะคนที่ผิวผิดแผกจากคนในบ้านก็ตรีศิลป์นี่แหละ  มรดกผิวสองสีนี่เขาได้มาจากผู้เป็นปู่ ยิ่งมาทำงานในไร่ จากสองสีก็เริ่มเอนเอียงไปทางสีคล้ำมากขึ้นทุกวัน

            “ตายล่ะ รู้จักกับน้องสาวนายใหญ่ด้วย อย่าไปบอกนะว่าผมนินทา ทำงานกับนายใหญ่ไม่ต้องกลัวนะครับ เพื่อนผมพูดเป็นคำเดียวคือ อืม...ไม่ต้องกลัวมันดุหรอก ดอกพิกุลคงร่วงถ้านายใหญ่ดุใครยาวๆ”

            “ว่าไปโน่นล่ะค่ะคุณอ้น” รตีรีบขัด เธอเอาแอปเปิ้ลที่ศรนารายณ์ซื้อมาฝากไปล้าง แล้วเริ่มกัดกินอย่างอร่อยทันที แถมส่งให้การะเกดด้วยลูกหนึ่งแล้วพยักหน้าชวนให้ทาน

 “ไม่ต้องพูดเกินสามคำหรอกค่ะนายใหญ่น่ะ แค่มอง วุ้ย!หนูก็ขนลุก”

            “ปวดท้องกะทันหันเหรอรตี ถึงได้ขนลุกเวลานายใหญ่มันมอง” ศรนารายณ์แกล้งทำหน้าตาย ทำเอาการะเกดกับรตีขำพรืด คนหลังถึงกับสำลักแอบเปิ้ลจนต้องหาน้ำมาดื่ม ก่อนจะพูดกลั้วหัวเราะว่า

            “บ้าสิคะ คุณอ้น เจ้านายรตีไม่ใช่ยาถ่ายเสียหน่อย มองแล้วจะปวดท้องจนขนลุกน่ะ น่ากลัวต่างหากล่ะคะ ไม่ต้องด่าหรอก แค่มองก็สำนึกผิดเองแล้ว”

            “เชื่อว่าแค่มันมองก็น่ากลัวแล้ว เพราะตอนที่ไปเยี่ยมมันที่ค่ายน่ะ เห็นว่ากำลังสอบสวนเรื่องเด็กนักเรียนเตรียมเล่นแผลงๆ อะไรกันสักอย่าง กำลังหาหัวโจกว่าใคร พอใหญ่มันเรียกแถวปุ๊บ ฉันก็เห็นเด็กคนหนึ่งที่นายใหญ่แค่มองก็ไหว้ประหลกๆ แล้ว หึ หึ บอกว่าผมทำเองล่ะครับ มันยังไม่ได้คาดคั้นเสียหน่อยว่าใครทำผิดใครเริ่ม สารภาพเองเลย ความจริงกองทัพไม่น่าให้นายใหญ่ลาออกจากราชการทหารนะ น่าจะให้หมอไปเป็นเครื่องตรวจเท็จเวลาที่จับพวกคนร้ายได้ไง เห็นหน้านายใหญ่มันคงยอมสารภาพหมดเปลือก”

            คำพูดของศรนารายณ์ ทำให้การะเกดกับรตีถึงกับหัวเราะกันจนน้ำตาไหล ยิ่งนึกถึงหน้าตรีศิลป์ด้วยแล้วก็ยิ่งอดหัวเราะไม่ได้

            “นายอ้น” เสียงห้าวดุที่ดังขึ้น เหมือนจะเบรกเสียงที่กำลังหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ให้เงียบกริบทันที รตีเองถึงกับอ้าปากค้าง ศรนารายณ์หันไปมองต้นเสียง ก่อนจะยักไหล่พลางอมยิ้ม

            “นายใหญ่ ตายยากแหะ กำลังนินทานายให้ลูกน้องใหม่ฟังอยู่ มายังไง ไม่ได้ยินเสียงรถเลย”

            “ก็เห็นแม่นายบอกว่านายมารับฉันที่ไร่ เลยวกกลับมาหาน่ะสิ กลัวนายไปต่อที่อื่นอีก มือถือก็ไม่เอามาด้วย ฉันลงรถมาตามนาย ให้คุณจิลด์ขับรถไปก่อน”

            “ลืมว่ะ ฉันไม่ค่อยชอบพกโทรศัพท์นายก็รู้ ไปก่อนนะครับสาวๆ“

ศรนารายณ์หันมายักคิ้ว และโบกมือให้กับการะเกดและรตี การะเกดยิ้มกว้างตอบเขา ทำเอาตรีศิลป์ขมวดคิ้ว ศรนารายณ์เพื่อนเขามาแค่ไม่กี่นาที ก็ดูเหมือนว่าจะสนิทกับการะเกดเข้าเสียแล้ว ตรีศิลป์ถามสาวน้อยด้วยเสียงทุ้มๆ อย่างเป็นห่วงว่า

            “อืม...น้องเก๋ยังไงก็รอพี่อีกนิดนะ พี่ติดงานจริงๆ เดี๋ยวจะมาทานข้าวเที่ยงด้วย”

            “ค่ะ” การะเกดพยักหน้ารับ

            “ถ้านายใหญ่มาไม่ทัน เดี๋ยวหนูพาน้องเก๋ไปหาอะไรกินเองก็ได้ค่ะ” รตีรับอาสา เพราะกลัวผู้เป็นนายจะห่วงหน้าพะวงหลัง อีกอย่างหนึ่งตรีศิลป์ถ้าลงได้ทำงานล่ะก็ บางทีก็ลืมเอาดื้อๆ เสียด้วย

            “ขอบใจนะ ไปกันเถอะนายอ้น” ตรีศิลป์ว่า ก่อนจะรีบดึงแขนเพื่อนรักออกมาจากห้องสำนักงาน ศรนารายณ์เปิดประตูรถให้เพื่อน หันมายิ้มให้กับเพื่อนสนิทหน้าตายของเขาแล้วพูดล้อเลียนว่า

            “ไม่เลวนี่หว่านายใหญ่ ไปพาสาวน้อยมาจากไหนวะ”

            “เพื่อนน้องสาว เขาฝากมาทำงานน่ะ” ตรีศิลป์ตอบสั้นๆ

            “เออ ...หน้าตาน่ารักดีนะ”

            “เขายังเด็กนะ” ชายหนุ่มพูดดักคอเพื่อนรักไว้ก่อน ศรนารายณ์หันมาหัวเราะชอบใจ ก่อนจะหรี่ตามองคนข้างๆ แล้วพูดลอยๆ ว่า

            “เด็กที่ไหน เป็นสาวแล้วต่างหากล่ะ”

            “เด็ก” ตรีศิลป์ยังย้ำ

“นายอย่ายุ่งกับเขาเลยดีกว่าน่า น้องเขายังเด็ก”

            “นั่นแนะ กันท่าหรือเปล่าเพื่อน” ใบหน้าเข้มคมของตรีศิลป์เริ่มมีสีเรื่อๆ ขึ้นทันที ศรนารายณ์มัวแต่มองทาง จึงไม่ได้สังเกตใบหน้าของเพื่อน ชายหนุ่มพูดเสียงห้วนๆ

            “กันท่าที่ไหนกัน พูดมากน่านายอ้น ขับรถไป เดี๋ยวจะโดนเตะ”

            “ครับๆ ท่านพันตรี” ศรนารายณ์ลอบอมยิ้ม ในใจเขาเริ่มสงสัยเพื่อนสนิท ปรกติตรีศิลป์เคยกันท่าแบบนี้ที่ไหนกันนะ นี่พูดแบบกันท่ากันมาเลยเสียด้วย หรือสาวน้อยนามว่าการะเกด จะมีอะไรมากกว่า แค่เด็กที่น้องสาวฝากมาทำงานด้วยนะ ชายหนุ่มคิดในใจอย่างรื่นเริง ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงจะดีมากๆ เขาซ่อนประกายตาบางอย่างไว้ ขณะที่ชวนเพื่อนรักคุยไปเรื่องอื่น เขาก็ไม่อยากจะเสี่ยงโดนตรีศิลป์เตะหรอก เพราะตรีศิลป์ไม่พูดซ้ำอีกรอบ แต่ทำจริงๆ เลยด้วยสิ



    การะเกดนั่งซ้อนจักรยานของรตี กลับมาที่บ้านไม้สักหลังใหญ่ของตรีศิลป์ในตอนเย็น ตกลงว่าเขาก็ไม่กลับมาจริงๆ ด้วย วันนี้ก็เป็นอีกวันที่การะเกดไม่ได้ทำงานเลย แต่ก็ยังได้หยิบจับช่วยรตีไปได้บ้าง การะเกดโบกมือให้กับเพื่อนใหม่ แล้วเดินเข้าไปในบ้านพัก เจ้าสาลี่ร้องเหมียวๆ ทันทีที่เห็นเธอและวิ่งเข้ามาคลอเคลีย หญิงสาวเลยต้องนั่งลงลูบหัวของมันและทักทายมันเบาๆ

            “มาแล้วเหรอหนูเก๋ วันนี้ป้าทำไก่ตุ๋นมะนาวดอง กับน้ำพริกปลาทูไว้ให้ ยังไงฝากจัดการให้นายด้วยนะ ป้าจะรีบไปดูไอ้เปี๊ยกลูกชาย มันตัวรุมๆ“

            “เดี๋ยวเก๋จัดการให้เองค่ะ” การะเกดรับคำ จากที่อยู่ร่วมบ้านกับเขามาสองวัน ดูเหมือนว่าตรีศิลป์จะเป็นคนทำงานทุ่มเทมาก แต่ยังไงเธอก็จะรอเขาทานอาหารเหมือนเมื่อวาน เพราะจะได้อุ่นอาหารและจัดการให้เขาด้วย หญิงสาวคิด

            “นายครับ กลับมาหรือยัง ผมจัดการเอาของไปไว้บ้านกลางน้ำแล้วนะครับ” เสียงจอมดังมาจากหน้าบ้าน ทำให้การะเกดเดินก้าวยาวๆ ไปหาเขา พร้อมกับรอยยิ้ม

            “ยังไม่กลับมาหรอกค่ะ น้าจอม”

            “สงสัยไปไร่โน้นแน่ๆ คุณเก๋อยู่คนเดียวตามเคย นายก็แบบนี้ล่ะ บ้างานเอามากๆ “

            “เดี๋ยวเก๋บอกให้นะคะ” การะเกดพูดยิ้มๆ ตรีศิลป์ดูเหมือนจะจริงจังกับงาน เหมาะกับบุคลิกของเขาที่ดูเป็นคนเอาจริงเอาจัง

            “ยังไงก็ฝากหน่อยก็แล้วกันนะครับ ดีเหมือนกันมีผู้หญิงมาอยู่บ้านเดียวกับนายแบบนี้ จะได้ดูแลอาหารการกินให้บ้าง กลัวว่าค่ำๆ จะไม่ยอมกิน นายจะนอนไปเลยเพราะเหนื่อย ไอ้ผมก็ไม่ได้มาคอยดูแลเหมือนตอนอยู่ค่าย เพราะอยู่คนล่ะหลัง กลัวนายด่าเอาว่ามาวุ่นวาย”

            “ค่ะ” การะเกดพยักหน้ารับ จอมมองหน้าสาวน้อยก่อนจะยิ้มกว้าง

อีทีนี้ไอ้จอมจะได้หมดห่วงไปเปราะหนึ่งแล้ว หึ หึ

            “ว่าแต่ว่า คุณเก๋อยากเที่ยวน้ำตกท้ายไร่ที่ไร่นายอ้นไหมครับ ไว้ผมจะพาไป”

            “อยากไปเหมือนกันแหละค่ะ แหม...แต่ว่า” การะเกดย่นจมูก

 “น้าจอมมาชวนเก๋เที่ยวเรื่อยเลย เก๋กลัวโดนคุณใหญ่ดุเอาจังเลยค่ะ นี่งานก็ยังไม่ได้ทำสักอย่าง มาอยู่ได้สองวันเข้าแล้ว”

            “โอย...” จอมรีบโบกมือ ก่อนจะหัวเราะ

 “ไม่ต้องกลัวหรอกครับ แค่คุณเก๋ไม่สบตาคุณใหญ่ ไม่มองหน้า ปิดหูเสียเป็นพอ แล้วจะได้ไม่กลัว”

            “น้าจอมก็” การะเกดหัวเราะกิ๊ก

 “ทำแบบนั้นก็ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ คุณใหญ่ก็น่ากลัวสำหรับเก๋อยู่ดี”คำพูดของการะเกดทำเอาจอมหัวเราะก๊ากๆ เสียงดังอย่างถูกใจ จนการะเกดอดหัวเราะตามไม่ได้ เสียงหัวเราะของคนทั้งคู่ดังไปจนถึงหน้าบ้าน ทำเอาคนที่เพิ่งลงมาจากรถถึงกับย่นคิ้ว พลางก้าวยาวๆ เดินไปทางต้นเสียง เมื่อเห็นว่าการะเกดกำลังหัวเราะเต็มที่กับจอม ตรีศิลป์ก็กระแอมเบาๆ ให้สองคนที่มัวแต่หัวเราะกันจนไม่ได้สนใจอะไรเลย

            “อะแฮ่ม!” เสียงกระแอมของตรีศิลป์ ทำเอาการะเกดและจอมสะดุ้ง ตรีศิลป์อดมองใบหน้าหวานๆ ที่กำลังก้มหลบสายตาเขาไม่ได้

ทำไมนะ ทีกับคนอื่นเธอถึงยิ้มให้เต็มที่ หัวเราะอย่างสนุกสนานได้ ทีกับเขาเธอทำไมต้องคอยก้มหน้าหลบ และทำเหมือนกลัวเขาเอา ขนาดนี้ด้วย ชายหนุ่มคิดในใจอย่างอดเคืองเธอไม่ได้ ตอบตัวเองไม่ถูกเหมือนกัน ว่าทำไมเขาต้องอยากให้เธอคุยกับเขา เหมือนกับที่คุยกับจอมด้วย

            “นาย มาแล้วเหรอครับ โรงไวน์เป็นยังไงบ้าง”

            “ก็เรียบร้อยดี จิลด์เขาดูแลแนะนำให้เรียบร้อย ใกล้เข้าที่แล้ว” ตรีศิลป์ตอบ ก่อนจะมองลูกน้องคนสนิท ด้วยนัยน์ตาสีดำสนิทที่ส่องประกายนิ่งสงบ

 “ในไร่เป็นไงบ้าง ไม่ค่อยได้คุยกันเลยหมู่นี้”

            “ไม่มีอะไรครับนาย พวกตลาดไทอยากให้เราส่งเพิ่ม แต่ผมบอกแล้วว่าองุ่นของเรา ตอนนี้คงจะส่งได้เท่านี้ เห็นเขาบอกว่าองุ่นไร่เรารสชาติดี”

            “อืม...”

            “ถ้าอย่างนั้น ผมกลับบ้านก่อนนะครับนาย” จอมว่า แล้วหันมาล่ำลาการะเกดอีกคน

 “ผมไปก่อนนะครับคุณเก๋ ไว้จะพาไปเที่ยวน้ำตก ถ้าเป็นวันหยุด”

            “ขอบคุณนะคะน้าจอม” การะเกดยิ้มหวานตอบจอม ตรีศิลป์มองรอยยิ้มนั้นก็รู้สึกให้ขุ่นเคืองใจพิกล เมื่อจอมเดินจากไปแล้ว การะเกดก็มองหน้าเขาอย่างขลาดๆ เอ่ยกับเขาเสียงเบาว่า

            “เอ่อ คุณใหญ่จะทานข้าวเลยไหมค่ะ เก๋จะตั้งโต๊ะให้”

            “ก็ดีเหมือนกัน ทานข้าวเสร็จพี่จะได้เริ่มสอนงานให้เก๋ ไม่ว่ากันนะครับ พอดีวันนี้พี่ยุ่งมากจริงๆ” ตรีศิลป์ตอบ การะเกดพยักหน้า

            “ค่ะ”

            ร่างบางเดินลับสายตาไปแล้ว ตรีศิลป์นั่งลงตรงเก้าอี้ริมระเบียง เขามองตามหลังเธอ ก่อนจะบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างลืมตัวว่า

            “ทำไมต้องกลัวพี่นักนะ น้องเก๋”

..............................................................................................................................................

 

 

            หลังอาหารเย็นจบลง ตรีศิลป์ก็เอาพวกงานเอกสารบัญชีทั้งหมด ที่เขาต้องการให้การะเกดทำ มานั่งอธิบายงานในห้องนั่งเล่น เขาเอาเอกสารวางเรียงจนเกือบเต็มโต๊ะ และตั้งหน้าตั้งตาอธิบายให้เธอฟัง

            การะเกดแอบลอบมองใบหน้าคมสัน ที่กำลังก้มมองเอกสารในมืออย่างชื่นชม แกมหวาดๆ บอกตัวเองไม่ถูกเหมือนกัน ว่าทำไมเธอถึงเครียดและเกร็งเวลาอยู่ใกล้ตรีศิลป์ แต่ก็แอบรู้สึกอบอุ่นผสมปนเปกันไป ความรู้สึกนี้จะบอกใครได้นะ ว่าเธอกำลังเป็นอะไรไปกันแน่ รู้แต่ว่าอยากอยู่ใกล้เขาส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งก็ไม่อยากอยู่ใกล้ๆ ความขัดแย้งนี้มันคืออะไรกันนะ มัวแต่แอบมองเขาเพลิน จนสะดุ้งเมื่อตรีศิลป์ถามหล่อนเสียงทุ้ม

            “งานที่พี่ต้องการมีแค่นี้ บัญชีรับจ่ายรายวัน แล้วก็สรุปยอดกำไรให้พี่ตอนสิ้นเดือน จะมีพวกทำเอกสารเกี่ยวกับธนาคารด้วยอีกเล็กน้อย น้องเก๋พอจะทำได้ไหม?”

            “เอ่อ..ได้ค่ะ” การะเกดอ้ำอึ้งไปนิด พยายามรวบรวมว่าเขาพูดอะไร แล้วตอบออกมาเสียงเบา ใบหน้างดงามก้มหลบสายตาคมๆ ของเขาที่มองจ้องมา เป็นมองเอกสารในมือที่เขาเอามากางอธิบายให้ดูแทน ตรีศิลป์ถอนหายใจออกมาอย่างเผลอๆ

            “อยู่กับพี่มันน่าอึดอัดนักหรือไง”

            “คะ?” การะเกดเงยหน้าขึ้นมามองคนพูด เธอได้ยินไม่ถนัดว่าเขาพูดว่าอะไร คราวนี้เขาเป็นฝ่ายหลบนัยน์ตากลมโตที่มองเขาอย่างสงสัยบ้าง ใบหน้าของเขาเป็นสีเรื่อขึ้นเหมือนจะรู้สึกตัวว่าตัวเองเผลอพูดอะไรออกไป ตรีศิลป์จึงแก้เก้อด้วยการลุกขึ้นยืนเสียเลย แล้วกระแอมเบาๆ

            “ไม่มีอะไรหรอก ถ้าเข้าใจงานแล้วก็ดี พี่ขอตัวไปนอนก่อนนะ”

            “ค่ะ”

การะเกดยังคงสงสัยไม่หาย ว่าที่เธอได้ยินเมื่อกี้ เขาบอกว่าอะไร แต่ก็ไม่กล้าถามซ้ำ ได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างๆ ของตรีศิลป์ที่เดินขึ้นบ้านไปแล้วเท่านั้น หญิงสาวมองเอกสารที่เธอได้รับมอบหมายให้ทำอย่างมุ่งมั่น เธอจะไม่ทำให้เขาผิดหวังที่จ้างเธอมาแน่นอน การะเกดต้องทำให้ดีที่สุด 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"นิยายรักหวานๆ ละมุน ระหว่างนายทหารหนุ่มกับสาวน้อยแสนอาภัพ ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ "

aom13


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha