บ้านไร่ อุ่นไอรัก

โดย: aom13



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 17 : ณ บ้านกลางน้ำ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“เก๋ ดีใจจังเลยเพื่อนรัก ไม่ได้เจอนานคิดถึงจังเลย” ตรีทิพย์วิ่งปร๋อลงจากรถโฟว์วิลของพี่ชายคนรอง มากอดการะเกดที่มายืนรอรับตรงหน้าบ้าน พร้อมกับตรีศิลป์ทันที การะเกดหัวเราะเบาๆ ส่วนตรีศรพูดล้อๆ น้องสาวคนเล็ก ก่อนจะหิ้วกระเป๋าของน้องสาวลงมาให้ด้วย

            “อ้าวๆ พอเจอเพื่อนเข้า ลืมไหว้พี่ใหญ่ ลืมกระเป๋า ลืมทุกอย่าง น้องสาวเรา”

            “แหม...” ตรีทิพย์หัวเราะกิ๊ก ก่อนจะยกมือไหว้พี่ชายคนโต

 “สวัสดีค่ะพี่ใหญ่ พี่รองล่ะก็ คนดีใจนี่คะเป็นห่วงเก๋ด้วย”

            “น้องเล็กเขาเป็นห่วง กลัวเพื่อนรักจะหัวใจวายตายเพราะพี่ใหญ่ดุเอาน่ะครับ” ตรีศรเสริมอีกคน ตรีทิพย์หัวเราะกิ๊ก ส่วนตรีศิลป์ทำหน้าแปลกๆ เมื่อน้องชายล้อเอาแบบนั้น

            “ไม่หรอกค่ะ คุณใหญ่ใจดี” การะเกดรีบพูดขึ้นมาทันที ตรีศิลป์เลยยิ้มที่มุมปากนิด ๆ ก่อนจะเดินไปโอบบ่าน้องชายแล้วชวนเข้าไปในบ้าน

            “เข้าบ้านกันดีกว่านายรอง น้องเล็ก ขับรถมาคงจะเหนื่อย”

            “เอ...น้องเก๋นี่เข้าข้างเจ้านายน่าดูเลยนะครับ” ตรีศรยักคิ้วให้กับการะเกด ก่อนจะแอบขยิบตากับตรีทิพย์ ที่เกาะแขนเพื่อนรักแล้วอมยิ้มจนแก้มบุ๋ม

            “เก๋ไม่ได้เข้าข้างนะคะ แต่คุณใหญ่ใจดีมากจริงๆ คุณใหญ่ดีกับเก๋มาก”

            “ถ้าอย่างนั้น น้องเล็กขอบคุณมากนะคะพี่ใหญ่ ที่ดูแลเพื่อนรักของเล็กให้” ตรีทิพย์รีบตะโกนบอกพี่ชายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ตรีศิลป์พูดตอบเสียงขรึมๆ แต่ใบหน้าเป็นสีเรื่อว่า

            “ก็น้องเล็กฝากพี่มานี่ พี่ก็ต้องดูแลน้องเก๋ให้ดีเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง”

            น้องสาวอย่างนั้นหรือ...คนฟังแปลบใจทันที ที่ได้ยินประโยคนี้จากริมฝีปากได้รูป ทั้งหมดที่ผ่านมา...สิ่งที่เขาทำให้...แม้การกระทำบางอย่างของตรีศิลป์ จะทำให้ใจเต้นแรง แต่ตอนนี้การะเกดรู้แล้วว่า ชายหนุ่มคิดกับเธอแค่น้องสาวเท่านั้นเอง ...

            อืม...ก็คงจะแค่นั้นแหละการะเกด หญิงสาวเผลอเม้มปากเข้าหากัน ก้มหน้านิ่ง ซ่อนนัยน์ตาหมองเศร้าไว้ เธอคงคิดฝันไปไกลเกินแล้วกระมัง ...ไกลจนเกินเอื้อม

            “ว่าแต่จะให้ผมนอนที่ไหนครับ จองบ้านกลางน้ำของพี่ใหญ่ได้ไหม บรรยากาศดี ผมชอบ”

            “ได้สิ” ตรีศิลป์ว่า

“แต่มันลำบาก ตรงนายต้องพายเรือไปนอนน่ะสิรอง ถ้าง่วงมากๆ ก็หมดแรง”

            “ถ้าง่วงมากๆ ผมก็นอนที่บ้านนี้แหละครับง่ายดี” ตรีศรหัวเราะก๊าก

 “บ้านกลางน้ำพี่ใหญ่มีแต่ที่นอนอย่างเดียว ห้องน้ำก็อยู่ริมฝั่ง พายเรือไปพายเรือมา หมดแรงอย่างที่ว่าจริงๆ “

            “เห็นพี่รองบอกว่ามาช่วงเดือนเมษาจะสวยมาก คราวก่อนน้องเล็กก็มาหน้าหนาวนะคะพี่ใหญ่ อดเห็นเลย”

            “สวยสิ ฟ้าโปร่ง ดาวเต็มฟ้า นอนตรงระเบียงนะ ลมเย็นๆ มองดาว ดูดอกราชพฤกษ์บานเต็มต้นรอบๆ บึงกลางแสงจันทร์ โรแมนติคอย่างบอกใคร” ตรีศรบรรยาย จนคนได้ฟังชักอยากจะเห็นภาพ ส่วนตรีศิลป์อมยิ้มกับท่าทางของน้องชาย

            “จริงๆ น่ะเหรอคะ งั้นเรามากันอีกนะ”

            “นี่ก็ยังไม่กลับเลยน้องเล็ก เพิ่งจะมาถึงไร่ได้ไม่ถึงสิบนาที จะมาอีกแล้วเหรอ” ตรีศรพูดล้อๆ น้องสาวคนเล็กหัวเราะกิ๊ก

            “นั่นน่ะสิคะ แต่น้องเล็กก็ชอบบ้านกลางน้ำของพี่ใหญ่นะคะ น่าจะทำสะพานจากฝั่งไป พายเรือไปพายเรือมา เหนื่อยอย่างที่พี่รองว่าจริงๆ “

            “จะได้ไม่มีคนไปวุ่นวายไง เพราะเรือมีลำเดียว หึ หึ” ตรีศิลป์ว่ายิ้มๆ ตรีศรเลยได้ที ล้อเลียนพี่ชายเสียเลย

            “อ๋อ... รู้แล้ว พี่ใหญ่กะทำไว้ตอนมีแฟนแน่ๆ ใช่ไหมครับ จะได้แอบไปจู๋จี๋ จ๊ะจ๋ากันสองคนปลอด กขค แถมโรแมนติคอีกต่างหาก แผนสูงจริงๆ พี่ชายเรา”

            “บ้าน่านายรอง” ตรีศิลป์ส่ายหน้า เขาไม่เคยคิดแบบนั้นเลยจริงๆ คิดแค่ว่ามันเป็นส่วนตัวดีเท่านั้นเอง คนนอกไปเดินวุ่นวายไม่ได้ด้วย เขาอยากใช้บ้านกลางน้ำเป็นที่พักผ่อนหลบผู้คน ตามประสาคนรักสันโดษ

            “น้องเล็กพักกับเก๋ดีกว่าคะ จะได้คุยกันให้หายคิดถึง ได้ไหมเก๋ ขอเล็กนอนด้วยคนนะ” น้องสาวหันไปออดๆ เพื่อนรัก การะเกดพยักหน้าทันที

            “ได้สิจ้ะ”

            “ผมเองก็ชักจะง่วง ขอนอนเอาแรงหน่อยนะครับพี่ใหญ่ ไว้เดี๋ยวเราค่อยไปบ้านกลางน้ำกัน ผมชอบบรรยากาศ อยากไปตกปลาเอามาทำกับข้าวเสียหน่อย ดีไหม น้องเล็ก น้องเก๋” ตรีศรปิดปากหาวก่อนจะหันมาหาแนวร่วม น้องสาวรีบพยักหน้าทันที แล้วเขย่าแขนเพื่อนรัก

            “ไปนะเก๋ พี่ใหญ่คะวันนี้อนุญาตให้เก๋ไปด้วยนะคะ”

            “ตามสบายสิ เดี๋ยวพี่ขอไปที่โรงไวน์แป๊บหนึ่งนะ พวกเราสามคนไปก่อนก็ได้ ไว้พี่จะตามไป” ชายหนุ่มมองดูนาฬิกา เขานัดกับศรนารายณ์ไว้ที่โรงไวน์ ความจริงเขาก็อยากจะอยู่ต้อนรับน้องๆ ทั้งสองเหมือนกัน เพราะเดินทางมาจากกรุงเทพมาเยี่ยมพี่ชายทั้งที

            “เอาลมแล้งไปนะคะ น้องเล็กอยากลองจะขี่ดู” ตรีทิพย์พูดตามหลังพี่ชายที่หันมายิ้มให้นิดหนึ่ง ก่อนจะเดินก้าวยาวๆ ออกประตูบ้านไป พี่ชายคนรองหิ้วกระเป๋าของตรีทิพย์ ไปไว้ที่ห้องของการะเกด พลางปิดปากหาวอีกรอบ พลางขอตัวกับสองสาว

            “พี่ขอตัวไปงีบสักครึ่งชั่วโมงนะสองสาว แล้วเราไปเที่ยวบึงกัน พี่เอาเจ๊ทสกีมาไว้ที่นี่ด้วย น้องเล็กอยากลองหัดไม่ใช่เหรอ บึงพี่ใหญ่มีปลาตัวโตๆ เยอะนะ เพราะคนงานไม่ค่อยกล้ามาตกปลา เขากลัวนายใหญ่กัน เราจะได้เอามาทำอาหารเย็นกันไง”

            “พี่รองแสดงฝีมือนะคะ น้องเล็กจะเป็นกองเชียร์”

            “ได้ครับ น้องสาว แต่ตอนนี้ขอไปงีบก่อน ไปปลุกด้วยนะน้องเล็ก พี่นอนตรงโซฟานี่แหละง่าย ๆ ดี”   

  ตรีศรว่า เมื่อลับหลังพี่ชายคนรองแล้ว ตรีทิพย์ก็ปิดประตูห้อง พลางมองไปรอบห้องของการะเกด ที่จัดไว้แบบเรียบง่าย มีระเบียงต่อออกไปด้านนอก พอเปิดม่านแล้วจะเห็นไร่องุ่นสุดลูกหูลูกตา ตรีทิพย์สูดลมหายใจเข้าอย่างสดชื่น

            “ห้องของเก๋บรรยากาศดีจัง อยู่ที่นี่เป็นยังไงบ้างเก๋ ไม่ลำบากใช่ไหม?” หญิงสาวหันมาจูงมือของเพื่อนรัก ให้มานั่งตรงเก้าอี้ด้านนอกระเบียงห้องของการะเกดด้วยกัน หญิงสาวส่ายหน้าก่อนจะหัวเราะเบาๆ เมื่อมองไปรอบๆ ตัว

             ไร่องุ่นของตรีศิลป์อยู่เบื้องหน้า กว้างใหญ่ไพศาล และทำให้การะเกดพำนักอยู่ที่นี่ได้ด้วย ความอุ่นใจกับความรักและเมตตา ที่คนในไร่นี้มอบให้ มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และเป็นที่อยู่ที่อบอุ่นที่สุดในชีวิตตลอดยี่สิบปีของการะเกดเลยทีเดียว เธอมีงานทำ มีบ้านพัก และมีคนที่เมตตาเอ็นดูหล่อน ไม่ใช่มีแต่คนจ้องทำลาย เหมือนที่เคยต้องหวาดระแวง ความสุขเริ่มเกิดกับการะเกดเป็นครั้งแรก ความอบอุ่นที่หวนกลับมาให้หัวใจเธออีกครั้ง นับตั้งแต่ที่บิดาเสียชีวิตไป...

            “ไม่ลำบากเลยเล็ก สบายที่สุดตั้งแต่เก๋เกิดมาแล้วล่ะ ที่เก๋อยู่ที่นี่น่ะ” ตรีทิพย์หัวเราะกิ๊ก  ก่อนจะมองหน้าเพื่อนรักอย่างเห็นใจ คำพูดของการะเกดยังสะท้อนถึงความเศร้าลึกๆ ในใจได้เป็นอย่างดี

            “เก๋คิดถึงแม่หรือเปล่า” การะเกดสะท้อนใจ เมื่อได้ยินประโยคนั้น หญิงสาวส่ายหน้าแล้วฝืนยิ้มให้กับเพื่อนรัก

            “แม่คงสบายดี ดีเสียอีกที่ไม่มีเราเป็นภาระ”

            “โธ่เอ๋ย...เก๋...” ตรีทิพย์โอบรอบเอวคนข้างๆ อย่างสงสารสุดหัวใจ เธอเองมีครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุข ส่วนตัวเพื่อนรักเอง การะเกดลำบากมาโดยตลอด หญิงสาวดูซ่อนความโศกเศร้าไว้ในดวงตาคู่สวยตลอดเวลา ตรีทิพย์อยากให้การะเกดมีความสุขบ้างถ้าทำได้

            “เราไม่เป็นไรหรอก จริงๆ นะเล็ก เราต้องขอบใจเล็กมาก ที่ทำให้เราได้มาทำงานที่นี่ เรามีความสุขมาก ทุกคนที่นี่ก็ดีกับเรา”

            “พี่ชายคนโตของเราล่ะ เป็นยังไงบ้าง” ตรีทิพย์เริ่มรุกคืบ เธอสังเกตใบหน้าสวยหวานของการะเกดไปด้วย ขณะที่ถามคำถามนี้ การะเกดมีรอยยิ้มที่ริมฝีปาก นัยน์ตากลมโตแฝงรอยเศร้า เมื่อนึกถึงเขา...ตรีศิลป์

            “คุณใหญ่ดีกับเรามากเล็ก”

            “แล้วพี่ใหญ่ เอ่อ...” ตรีทิพย์คันปากอยากจะถามจะแย่ ว่าตรีศิลป์มีท่าทีอะไรอีกหรือเปล่า  แต่ความที่รู้นิสัยใจคอเพื่อนรักดี ทำให้ไม่กล้าพูด เรื่องแบบนี้ก็คงต้องรอกันต่อไป เธอแอบถอนใจ  งานเป็นกามเทพนี่มันก็เหนื่อยเหมือนกัน ถ้าเกิดเจอคนที่ชอบปิดบังความในใจไว้จนมิดเม้น แถมอีกคนก็ดูว่าจะเจียมตัวเสียด้วย เฮ้อ...

            “อะไรเหรอ?”

            “ไม่มีอะไรหรอก จริงสิ เก๋มาดูของฝากของเราดีกว่า เพื่อนๆ รู้ว่าเราจะมาเยี่ยมเก๋ ฝากของมาให้เพียบเลย แล้วก็ฝากงอนมาด้วย ว่าเก๋จะทำอะไรไม่ยอมบอกบ้างเลย ยังไงถ้าเก็บตังค์ได้ ซื้อมือถือบ้างนะจ๊ะ คนอื่นๆ เขาจะได้คุยด้วยบ้าง พวกเพื่อนๆ เขาว่ากันมา เขาไม่กล้าโทรมาที่ไร่ เพราะเกรงใจพี่ใหญ่ แต่ทุกคนคิดถึงเก๋กันทั้งนั้นเลย”

            “อืม ...ไว้เราจะซื้อนะ ดีเหมือนกันจะได้ติดต่อพวกเพื่อน ๆ ด้วย” การะเกดน้ำตาคลอ เมื่อนึกถึงชีวิตในมหาวิทยาลัยที่จากมา เพื่อเลือกทางเดินของตัวเอง มิตรภาพยังไม่จางหาย แม้ว่าตัวเธอจะอยู่ไกลอีกจังหวัดหนึ่ง และคงไม่ได้เรียนร่วมกับพวกเขาแล้วก็ตาม

            ตรีทิพย์จูงมือเพื่อนรักกลับเข้าไปในห้อง และเริ่มรื้นค้นของฝาก รวมถึงจาระไนไปด้วย ว่าอะไรเป็นอะไร แถมเธอยังต่อโทรศัพท์ให้กับการะเกด คุยกับเจ้าของ ของฝากเสียด้วย การะเกดน้ำตาซึมไปหลายรอบ เพื่อนที่เรียนด้วยกันเป็นห่วงเธอกันทุกคน แม้แต่บางคนที่การะเกดไม่ค่อยได้คุยด้วย ก็ยังฝากของและความคิดถึงมาให้ ตรีทิพย์อมยิ้ม และเช็ดน้ำตาให้เพื่อนรัก ก่อนจะพูดปลอบโยนการะเกดว่า

            “ยังไงถ้าเก๋พร้อม ก็เรียนต่อได้นะ เล็กว่าพี่ใหญ่น่ะไม่ว่าหรอก จะสนับสนุนด้วย”

            “เราก็คิดอยู่เหมือนกัน เพราะยังไงเราก็อยากจะเรียนให้จบปริญญาตรี มันเหมือนเป็นความภูมิใจถ้าเราทำได้นะเล็ก” การะเกดพูดอย่างมุ่งมั่น

            “เราเอาใจช่วยนะเก๋” ตรีทิพย์รวบมือเพื่อนรักมาบีบไว้แน่น การะเกดยิ้ม ก่อนจะบีบมือนุ่มตอบ

            “ขอบใจมากจ้ะ”

 

.................................................................................................................................

.

            “นั่งกันดีๆ นะครับสองสาว ฝีพายมือเอกจะพาไปล่องบึงของไร่การุณการ ณ บัดนี้”

            “อย่าพูดมากเลยน่า พี่รอง พายเป็นหรือเปล่าเหอะ”

ตรีทิพย์หันมาย่นจมูกใส่พี่ชาย ขณะที่ลงเรือกันมาเรียบร้อยแล้ว ตรีศรรับหน้าที่เป็นคนพาสองสาว ไปยังบ้านกลางน้ำของพี่ชายคนโต เขาเอาไม้พายเคาะศีรษะน้องสาวเบาๆ ก่อนจะทำหน้ามุ่ยใส่

            “อะไรน้องเล็ก จะดูถูกพี่ชายเกินไปแล้ว นึกว่าพี่ใหญ่ทำเรื่องแบบนี้เป็นคนเดียวหรือไง พี่ทำเป็นหมดแหละ ขี่ม้า พายเรือ ตกปลา ยิงปืน ปลูกองุ่นเหมือนพี่ใหญ่ก็ยังไหว”      

            “เห็นโดนลมแล้งสะบัดตกหลังมาทีแล้วนี่คะพี่รอง อิ อิ” ตรีทิพย์ขัดจังหวะพี่ชายคนรองเสียเลย การะเกดหัวเราะกิ๊ก ส่วนตรีศรเองก็อดหัวเราะตัวเองไม่ได้ ลืมนึกไปเลยว่าตรีทิพย์ อยู่ในเหตุการณ์วันที่เขาหัดขี่ม้าตัวโปรดของพี่ชายเป็นครั้งแรกด้วย

            “แหม...นั่นมันครั้งแรก น้องเล็กไม่รู้อะไร พี่มาที่ไร่พี่ใหญ่บ่อยกว่าเราอีก พี่ก็ต้องมาหัดกันมั่งสิ ญาติดีกันแล้วน่า เจ้าลมแล้งน่ะ” ตรีศรรีบพูดอย่างอวดๆ

            “งั้นเย็นนี้ขี่ลมแล้งพาน้องเล็กไปชมไร่หน่อยสิคะ”

            “พี่ไม่ว่าง... ต้องตกปลา” ชายหนุ่มทำหน้าตาย เรื่องอะไรจะไปยอมให้ลมแล้งมันดีดตกลงมาให้เจ็บตัวอีกเล่า ตรีศรคิดในใจ ขณะที่สองสาวแอบขำ

            ตรีศรเป็นฝีพายที่ฝีมือพอใช้ได้ เพราะในที่สุดก็พาการะเกดและตรีทิพย์ ถึงบ้านหลังเล็กปลูกไว้ในน้ำ ห่างจากฝั่งพอสมควรแต่ไม่มาก บ้านสีฟ้าหลังเล็กมีระเบียงต่อยาวออกมาให้เป็นพื้นที่เอนกประสงค์ มีห้องเพียงห้องเดียว ตรีศิลป์มักจะใช้ที่นี่เป็นที่พักผ่อนหลีกหนีความวุ่นวาย เพราะมันปราศจากผู้คน มีเพียงแต่เขาและสายน้ำ ลมเย็นๆ เท่านั้นเอง

            พวกเขาไต่บันไดขึ้นไปบนบ้านกลางน้ำ ตรีศรผูกเรือไว้กับเสา ก่อนจะบิดขี้เกียจ แล้วล้มตัวลงนอนง่ายๆ ตรงระเบีย เขาถอนหายใจดังๆ แล้วพูดอย่างสดใสว่า

            “เฮ้อ ....สดชื่น... ลมเย็น... น่านอนจัง”

            “พี่รอง ไหนบอกว่ามาตกปลา” ตรีทิพย์ย่นคิ้ว ชายหนุ่มเอามือหนุนรองศีรษะไว้ ตามองไปยังท้องฟ้าเบื้องบน ฟ้าใสไร้เมฆบัง ลมเย็นเอื่อยๆ ชื่นใจ ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ

            “อืม...ก็ตกปลาไง”

            “ตกปลาอะไรกัน นอนมากกว่า” ตรีทิพย์ว่าพี่ชายที่นอนมองท้องฟ้าเฉย ก่อนจะหันมาหาเพื่อนรักแล้วเอ่ยชวน

 “ลองกันดูไหมเก๋ เล็กยังไม่เคยลองตกปลาดูสักที”

            “คนไม่เคยทำบาปทำขึ้นแน่ๆ “ ตรีศรว่า

 “เบ็ดอยู่ในห้องพี่ใหญ่แนะน้องเล็ก พี่เปลี่ยนใจแล้วเป็นกองเชียร์ให้ดีกว่า” ชายหนุ่มใช้แขนหนุนต่างหมอน นอนอย่างสบายง่ายๆ ตรงระเบียงนั่นเอง

            “ไม่ดีกว่าเล็ก” การะเกดส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะใช้เท้าหย่อนลงไปในน้ำ แล้วแกว่งเท้าเล่นไปมา น้ำเย็นชื่นใจ

 “เราว่าคุยกันเฉยๆ ดีกว่า อากาศดีจัง”

            “ว้า...ก็ชวนกันมาตกปลานี่นา ตกลงมานั่งเล่นกันใช่ไหมเนี่ย?” ตรีทิพย์ว่า เธอนั่งลงข้างการะเกดแล้วหย่อนเท้าลงไปบ้าง

“น้ำน่าเล่นจัง” หญิงสาวมองน้ำใสๆ ของบึงด้วยสายตาเป็นประกาย

            “ก็กระโดดลงไปเลยสิน้องสาว” ตรีศรลุกขึ้นมาจากท่าที่นอนอยู่ แล้วมองตรีทิพย์ที่นั่งหันหลังให้ นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ส่องประกายวาบ แล้วชายหนุ่มก็ยิ้มกริ่ม ก่อนจะผลักน้องสาวลงน้ำ ตรีทิพย์ที่ไม่ทันระวังตัว เลยหล่นไปในน้ำอย่างไม่เป็นท่า

            ตูม ! ซ่า !

            เสียงน้ำกระเซ็นเมื่อตรีทิพย์ร่วงลงไป น้ำกระจายขึ้นมาทันที จนเปียกถึงการะเกดที่นั่งอยู่ด้วยกันข้างๆ เธอหัวเราะเพื่อนรักที่กำลังโผล่ขึ้นมา แล้วลูบน้ำออกจากหน้า ตรีศรเองก็หลิ่วตาให้กับน้องสาว ที่กำลังมองเขาอย่างโมโห พร้อมกับชี้นิ้วใส่หน้าพี่ชายเร่าๆ

            “พี่รอง!”

            “อะไร ก็เห็นเราบอกว่าน้ำน่าเล่น ไหนๆ ก็ไม่ได้ตกปลา ก็เล่นน้ำเลยสิ” ชายหนุ่มหัวเราะก๊าก แล้วรีบเดินหนีน้องสาวเข้าไปในห้อ งพลางปิดประตูอย่างรวดเร็ว ตรีทิพย์ที่ขึ้นมาฝั่งมาได้อย่างทุลักทุเล มองตามประตูที่ปิดอย่างอาฆาต

            “เดี๋ยวต้องลากลงน้ำ ให้เปียกเหมือนเราอีกคนให้ได้ บ้าจังพี่รองนี่” หญิงสาวมองดูตัวเองที่เปียกโชกไปแล้วทั้งตัวแล้วส่ายหน้า

“ดีนะที่นุ่งกางเกงขาสั้นมา ไหนๆ ก็เปียกแล้ว เล่นน้ำกันไหมเก๋ ?” เธอหันมาหาเพื่อนรักที่ส่ายหน้าทันที

            “ไม่เอานะเล็ก”

            “น่า น้ำเย็นดี เร็วๆ เข้า” ตรีทิพย์หัวเราะ มองเพื่อนรักที่อยู่ในเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนขาสั้น

“ชุดนี้เลยเล่นได้”

            “แน้” การะเกดยังโบกมือห้าม แต่ในที่สุด ตรีทิพย์ก็ลากเธอลงน้ำไปด้วยจนได้ สองสาวเล่นน้ำกันอย่างเพลิดเพลิน น้ำทั้งใสและเย็นชื่นใจ

            ตรีศรได้ยินเสียงหัวเราะของพวกเธอ ก็ออกมาจากห้อง เพราะเห็นว่าปลอดภัยแล้ว และแม่น้องสาวคงจะเพลิน จนลืมแก้แค้นที่เขาผลักตกน้ำแล้วแน่ๆ เขาก็มายืนมองสองสาวอยู่ตรงระเบียงพลางกอดอก แล้วอมยิ้ม เมื่อเห็นน้องสาวกับการะเกด ที่กำลังหัวเราะกันเสียงดังเหมือนเด็กๆ

            “เป็นไง สองสาว ได้ปลากี่ตัว”

            “พี่รอง ออกมาแล้ว” ตรีทิพย์มองพี่ชายอย่างหมายมาด ก่อนจะขยิบตากับการะเกด แล้วสองสาวพากันตีน้ำใส่ชายหนุ่มทันที จนชายหนุ่มเปียกไปหมด

            “พอ ๆ เฮ้ย! เปียกแล้วน้องเล็ก” ตรีศรรีบห้าม ตรีทิพย์เลยย่นจมูกใส่พี่ชายคนรอง

            “เปียกแล้วก็ลงมาเลย ไหนๆ ก็ไม่ได้ตกปลาแล้ว” เธอทวนคำพูดของพี่ชาย การะเกดเองก็หัวเราะกิ๊ก

            “นั่นน่ะสิคะ สนุกดีนะคะ น้ำเย็นมากเลย” การะเกดสนับสนุนคำพูดเพื่อนรักทันที เธอเองไม่ได้ทำอะไรแบบนี้มานานแล้ว ลงมาเล่นน้ำแบบเด็กๆ แบบนี้ การะเกดยิ้มเต็มที่อย่างสดใส

            “สาวๆ ชวนทั้งที พี่ไม่มีปฏิเสธ” ตรีศรหัวเราะ แล้วถอดเสื้อยืดที่สวมออก เผยให้เห็นเรือนร่างล่ำสันแข็งแกร่ง เขาโบกมือไล่สองสาว แล้วทำท่าเหมือนนักกีฬากำลังจะกระโดดน้ำ

“หลีกๆ คร้าบ ไมเคิล รองจะโดดน้ำแล้ว ญาติๆ กะไมเคิล เฟลป์”

            “รอง มารับพี่หน่อย” แต่ก่อนที่ตรีศรจะทันกระโดดน้ำลงไป ก็มีเสียงตะโกนจากริมฝั่ง ตรีศิลป์พร้อมกับลมแล้งม้าคู่ใจยืนอยู่ตรงนั้น การะเกดมองตามเสียงเรียกแล้วก็เลิกคิ้ว ตรีศิลป์กลับมาเร็วมากเลยวันนี้ ตรีศรหันมาบอกสองสาว พร้อมกับลากเรือมาเพื่อจะไปรับพี่ชายคนโต

            “พี่ไปรับผู้พันเขาก่อนนะ เดี๋ยวมา”

            “เดี๋ยวเราลากพี่ใหญ่ลงมาเล่นน้ำกับเราด้วยดีกว่าเก๋” ตรีทิพย์ขยิบตากับเพื่อนอย่างนึกสนุก

 “เราล่มเรือเค้ากันเลยดีกว่า”

            “ไม่ดีมั้ง” การะเกดมองตรีศร ที่พายเรือไปรับพี่ชายอย่างลังเล แต่อีกใจก็นึกสนุกตามที่ตรีทิพย์ว่า เมื่อเห็นเพื่อนรักทำหน้าลังเล ตรีทิพย์ก็ยุอีกรอบ

            “น่า...ได้โอกาสแก้แค้นพี่ใหญ่ทั้งที ไม่ดีหรือไงเก๋”

            “แก้แค้นอะไร” การะเกดขำกิ๊ก ตรีทิพย์มองพี่ชายใหญ่ที่ลงเรือมาแล้ว ตรีศรกำลังทำหน้าที่ พายเรือมาทางบ้านกลางน้ำอย่างหมายมาด

            “ก็พี่ใหญ่น่ะ ต้องเคยดุเก๋แน่ๆ เรามั่นใจหรอกน่า หรือไม่ก็แก้แค้นไว้ก่อน เผื่ออนาคตพี่ชายใหญ่เราดุเก๋ไง จะได้หายกัน”      

            “บ้าเล็กนี่” หญิงสาวหัวเราะ ตรีทิพย์หลิ่วตาให้ พร้อมกับพยักหน้าเชิญชวน

            “สักครั้งนะเก๋ เราล่ะอยากแกล้งพี่ชายใหญ่มานานแล้วแต่ไม่กล้า วันนี้มีเพื่อน ชักอยากจะลอง ปรกติเราแกล้งแต่พี่รอง”

            “เอาก็เอา” ความคะนองทำให้การะเกด นึกสนุกตามเพื่อนรัก สองสาวค่อยๆ ว่ายน้ำอย่างเงียบเชียบตรงไปที่เรือของสองหนุ่ม

            “สองสาวนั่นนึกสนุกอะไรลงไปเล่นน้ำกันน่ะ” ตรีศิลป์ถามน้องชาย ที่กำลังตั้งใจพายเรืออยู่ ชายหนุ่มเอาพวกเหยื่อตกปลามาด้วย ตั้งใจจะมาตกปลากับน้องๆ เขาลอบยิ้ม วันนี้เป็นวันหยุดที่ดี ทำให้เขามีเวลาความสุขร่วมกับใครบางคนด้วย

            “ผมผลักตัวแสบตกน้ำ แม่ตัวดีเลยลากน้องเก๋ลงไปด้วยน่ะครับ เพลินกันใหญ่”

            “ไหนว่ามาตกปลาไม่ใช่เหรอ?” ตรีศิลป์อมยิ้ม ผู้เป็นน้องชายหัวเราะ แล้วส่ายหน้า

            “ไม่ได้ตกแล้วครับ รอพรานใหญ่อย่างพี่ใหญ่ดีกว่า ผมคงไม่ได้เรื่อง”

            “อืม...เฮ้ย! อะไรน่ะรอง” ตรีศิลป์อุทานอย่างตกใจ เมื่อเรือที่พวกเขานั่งมาเริ่มโคลงเคลง  พวกเขามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ตรีศรเองก็ถึงกับทิ้งไม้พายเพราะความตระหนก เรือโคลงหนักขึ้นเรื่อยๆ เหมือนโดนใครแกล้งจนในที่สุดก็

            ตูม ! ซ่า !

            


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"นิยายรักหวานๆ ละมุน ระหว่างนายทหารหนุ่มกับสาวน้อยแสนอาภัพ ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ "

aom13


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha