บัวปริ่มน้ำ

โดย: เวอร์บีน่า,ปักษาสวรรค์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : ชีวิตใหม่


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่5 ชีวิตใหม่

"อ๊ะ....อ๊ะ...อ๊าาาห์" เสียงครางกระเส่าออกมาจากเรียวปากอวบอิ่มเคลือบด้วยลิปสติสีสวย นางแบบสาวโยกย้ายเรือนกายแสนเซ็กซี่บนร่างกายแสนกำยำหนั่นแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อมัดสวย

"อูวส์......ซานดร้าไม่ไหวแล้วค่ะที่รัก อ๊ะ...!" ร่างสะอวดสะองค์สั่นระริกเมื่อไปแตะขอบสวรรค์ รอยยิ้มร้ายกาจเผยบนใบหน้าหล่อราวเทพบุษ

"อะไรกัน ที่รักคุณนำผมไปสามแล้วนะ ผมยังไม่ถึงครึ่งทางเลย" ไม่รอช้าเขารีบพลิกกายบางให้อยู่ใต้อาณัติทันทีและสาวสะโพกสอบใส่ดอกไม้งามเร็วรี่ จนคนใต้ร่างหน้าบิดเบี้ยวเหยเก ครางไม่เป็นภาษา

เขาส่งตัวเองให้ไปถึงสวรรค์แล้วล้มตัวข้างๆนางแบบสาวคู่ควงคนล่าสุดของเขา ดึงเครื่องมือป้องกันออกจากแก่นกายไซส์ยุโรป ก่อนจะทิ้งลงถังแล้วเดินไปชำระล้างร่างกายก่อนที่จะมาล้มตัวนอนกอดกายนุ่มของแม่นางแบบสาวจอมยั่ว

คิน หรือธนิน สิงหวงค็ ในวัย31 ปี เขานั้นไม่เหลือเค้าของเด็กหนุ่มเมื่อสิบเอ็ดปีก่อนที่ขี้กลัว เอาแต่ใจตัวเองและอ่อนต่อโลกอีกแล้ว ตอนนี้เขาเป็นธนินคนใหม่ ธนินที่เก่งและฉลาด เขามาเรียนที่อเมริกาจนจบปริญญาโทเอกบริหารและตั้งใจจะใช้ชีวิตที่นี่ตลอดไป เขากลายเป็นคนหนึ่งในแวดวงธุรกิจที่น่าจับตามอง เพราะด้วยอายุที่ยังน้อย บวกกับรูปร่างหน้าตาเขาขั้นนายแบบ เขาถือหุ้นสี่สิบเปอร์เซ็นของบริษัทผลิตเครื่องมือก่อสร้างยักใหญ่ของอเมริกา แถมที่เมืองไทยบิดามารดายังเป็นเจ้าของโรงแรมห้าดาวหลายแห่งอีกด้วย เรียกว่าเขาสามารถนำเงินและความรู้ที่มีมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด และเขาก็ประสบความสำเร็จ ร่างสูงกำยำเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อมัดสวยที่เอวคาดด้วยผ้าขนหนูสีขาวออกมายืนสูบบุหรี่ที่ระเบียงของแพนเฮาน์สุดหรูกลางกรุงวอชิงตันดีซี เวลานี้เป็นเวลาเกือบเช้าตาคมมองไปยังท้องฟ้าเบื้องหน้าที่เริ่มมีสีส้ม ฝูงนกเริ่มบินออกหากิน ผู้คนเริ่มออกมาเพื่อจะได้ออกไปทำงานต่อสู้กับรถติดบ้างเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน เขาคิดถึงมารดาที่เขาไม่ได้เจอหน้าเป็นเวลาสิบเอ็ดปี แต่ด้วยเทคโนโลยีทำให้คนไกลได้ไกล้กัน เขาวีดีโอคอลหามารดาแทบจะทุกวัน แต่ช่วงหลังมานี่ได้ข่าวว่านางฤดีมารดาของเขาป่วยออดๆแอดๆ เขาคิดว่าสิ้นปีนี้เจาจะกลับเมืองไทยไปเยี่ยมท่านบ้าง

"มายืนอยู่ตรงนี่เอง มานอนกอดซานดร้าหน่อยนะคะ ซานดร้าอยากให้คุณกอด" นางแบบสาวโอบกอดกายแกร่งจากด้านหลังพร้มกับซบหน้าเข้ากับแผ่นหลังกว้างอย่างออดอ้อน

"เดี๋ยวผมตามไป" เขาหันไปจูบหน้าผากมนของหล่อน

"รีบตามมานะคะ" นางแบบสาวส่งสายตายั่วยวนไปให้ก่อนที่จะเข้าไปซุกกายใต้ผ้าห่มนวมหนา

………………………………..

สองปีต่อมา

"หนึ่ง.....สอง.....สาม"

แช๊ะ....! เสียงชัตเตอร์ดังสลับกับเสียงให้สัญญาญของช่างภาพหนุ่ม

"วันนี้บัวน้องพี่สวยที่สุดเลย" สองพี่น้องยืนถ่ายรูปในวันสำเร็จการศึกษาของนางสาว

 อลินนารา โสสว่าง สองสาวยิ้มให้กับกล้องถ่ายรูปอีกครั้งและอีกครั้ง ก่อนที่บัณฑิตสาวจะไปสมทบกับเพื่อนเพื่อถ่ายรูป และสาลีก็เดินไปคุยโทรศัพท์กับใครบางคนที่ใต้ร่มไม้ไกล้ๆ

"คุณไกรจะมาเหรอคะ...." สาลีพูดกับเครื่องมือสื่อสารด้วยน้ำเสียงที่ปนตื่นเต้นดีใจ

"ได้คะ น้องบัวกำลังถ่ายรูปกับเพื่อนๆไม่น่าเกินหนึ่งชั่วโมงก็คงเสร็จ....ค่ะ.....ได้ค่ะ" เก็บเครื่องมือสื่อสารใส่กระเป๋าสะพายราคาหลายหมื่นบาทแล้วก็เดินไปสมทบกับบัณฑิตคนอื่นๆ เมื่อสองปีที่แล้วสาลีได้เจอกับ ชายวัยกลางคนชื่อ วุฒิไกร ในผับหรูซึ่งสาลีทำงานอยู่ ด้วยที่คุยกันถูกคอและวุฒิไกรเองก็ยังดูหนุ่มถึงแม้อายุจะย่างเข้าสู่เลขหกแล้วก็ตามแต่ใบหน้าที่คมคายหล่อเหลาทำให้เขาดูเด็กกว่าอายุจริงเป็นสิบปี ไม่ยากที่สาวๆจะมองว่าอายุไม่ใช่ปัญหาในการคบ หลังจากที่รู้จักกันไม่ถึงเดือนวุฒิไกรก็ตกลงส่งเสียเลี้ยงดูสาลีเป็นเรื่องเป็นราว ซื้อคอนโดและรถยนต์ให้ สองพี่น้องจึงมีชีวิตที่สุขสบายขึ้นตามลำดับ

"บัว....บัวไปฉลองกับเพื่อนเถอะ พี่มีธุระ"

"แล้วไหนว่าเราจะไปกินข้าวด้วยกันไง"

"เออ...แต่ตอนนี้พี่มีนัดกับคุณไกร บัวไปกับเพื่อนนะ ถ้ากลับดึกก็โทรบอกพี่ พี่จะได้ไปรับ"

อลินนาราพยักหน้าเล็กน้อยและตามไปสมทบกับเพื่อนๆ วุฒิไกรไม่ค่อยมีเวลามาหาสาลีนักเพราะงานที่ยุ่งเวลาผ่อนคลายที่เหลือก็จะนำมาใช้กับสาลีแทน สาลีในวัย27ปี ช่างสง่างามไม่เหมือนสาลีเมื่อสิบกว่าปีก่อน เธอออกมายืนตรงที่นัดหมาย ด้วยความสวยสง่าจึงเป็นเป้าสายตาของคนรอบข้างได้ไม่ยาก ผิวขาวราวน้ำนมในชุดเกาะเอกสีขาวกางเกงยีนส์สีเข้มรองเท้าส้นเข็มช่วยเสริมบุคคลิคให้โดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีกผมยาวสีน้ำตาลถูกลอนให้เป็นลอนคลายแบบธรรมชาติ เมื่อรถหรูคันคุ้นเคยมาจอดที่ฟุตบาท สาลีก็เปิดประตูรถเข้าไปนั่งที่เบาะหลังคนขับที่มีชายวัยกลางคนนั่งรออยู่แล้ว

"คิดถึงจังเลย" วุฒิไกรคว้าร่างบางมาโอบกอด

และยื่นหน้าที่มีรอยเหี่ยวย่นแต่ความหล่อคมคายไม่ได้น้อยไปกว่ากัน เข้ามาจะหอมแก้มเนียน

"เดี๋ยวค่ะ คราวก่อนคุณบอกว่าจะมาหาสาแต่ก็ไม่มา อย่างนี้ต้องถูกทำโทษ" สาลียกมือขึ้นมาขวางปากหยักเอาไว้ทันท่วงที

"ก็คราวก่อนมีธุระกระทันหัน เลยมาไม่ได้จริงๆ เอาเป็นว่า สาจะลงโทษอะไรพี่ พี่ก็ยอมทั้งนั้นแหละจ่ะ" พูดออดอ้อนไม่ได้สนใจคนขับรถที่บังคับพวงมาลัยอยู่ข้างหน้าแม้แต่น้อย เพราะนายเริงนั้นความลับของนายคือความลับของตน เขาไม่เคยแม้จะปริปากพูดให้เจ้านายเสียหาย วุฒิไกรจึงให้ความใว้วางใจเป็นพิเศษ

"ยอมจริงๆเหรอคะ......." สาลีส่งสายตายากที่จะคาดเดา

"จ่ะ......."



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha