บรรณาการรัก CEO

โดย: ณรีรัช



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : อดีตที่ฝังใจ...


ตอนต่อไป

ตอนที่ 1

แสงแดดอ่อนๆ กำลังทอแสงส่องลงมา เล็ดรอดตามช่องว่างของใบไม้  ใต้ต้นไม้ใหญ่มีเด็กหญิงกับเด็กชายวัยประมาณ 8-10ขวบ กำลังนั่งเล่นขายของด้วยกัน เด็กผู้ชายผิวขาวผ่อง ผมสีน้ำตาลแดง ดวงตาสีน้ำเงินอมเขียว ตามแบบฉบับของชาวตะวันตก กำลังนั่งนิ่งๆ มองดูเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเขา

เด็กผู้หญิงตัวเล็กกำลังเล่นเป็นแม่ค้าขายขนมครก เธอกำลังตั้งใจแคะขนมครกที่ทำจากดิน  “นี่ค่ะขนมครก” เด็กหญิงตัวน้อยยื่นกระทงใส่ขนมครกให้กับเด็กผู้ชายตรงหน้า แต่ดูเหมือนว่าเด็กผู้ชายจะไม่ได้ตั้งใจเล่นเท่าไหร่นัก

เด็กหญิงตัวน้อยเอามือจับแขนของเด็กชาย แล้วเขย่าเบาๆ “ตะวัน ตะวัน ทำไมนั่งเหม่อล่ะ ไม่อยากเล่นกับหนูเจแล้วเหรอ”

“อยากสิ เราอยากเล่นกับหนูเจทุกวันเลย แต่...” เด็กชายตะวันทำหน้าเศร้า จนหนูน้อยเจนิชต้องถามด้วยความเป็นห่วง

“ทำไมเหรอ คุณยายสาห้ามไม่ให้ตะวันมาเล่นกับหนูเจเหรอ เดี๋ยวหนูเจไปขอคุณยายสาให้เอามั๊ย”

“เปล่า... คุณยายไม่ได้ห้าม แต่ตอนบ่ายพ่อจะมารับเราไปอยู่ด้วย เราคงไม่ได้เล่นกับหนูเจอีก”

“บ้านของพ่อตะวันอยู่ไกลมากเลยเหรอ”

“ไกลสิ ไกลมาก เราต้องขึ้นเครื่องบินไปเลยนะ คุณยายบอกว่าตอนบ่าย พ่อก็จะมารับแล้ว เราคงไม่ได้เจอหนูเจอีก”

“ฮือ...ฮือ ไม่เอานะ หนูเจอยากให้ตะวันอยู่ที่นี่ หนูเจไม่ให้ตะวันไป หนูเจอยากเล่นกับตะวัน”

บ่ายแก่ๆ ของวัน เด็กชายตะวันที่นั่งอยู่เบาะหลังของรถยนต์หรู เขามองไปที่เด็กผู้หญิงตัวน้อยๆ ที่กำลังยืนร้องไห้และมองมาที่เขา เด็กชายตะวันเปิดกระจกรถและโผล่หน้าออกมา เขาโบกมือไปมาเพื่อบอกลาเด็กหญิง เด็กหญิงตัวน้อยเดินไปเกาะที่กระจกรถของเบาหลัง ก่อนจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

“ตะวัน แล้วกลับมาหาหนูเจอีกนะ หนูเจจะรอ หนูเจจะรอตะวันคนเดียว”

“แล้วเราจะกลับมา”

“สัญญานะ” หนูน้อยเจนิชเอานิ้วก้อยเข้าเกี่ยวกับนิ้วก้อยของเด็กชายตะวัน เด็กชายตะวันพยักหน้าตอบรับ

“อือ เราสัญญา เราจะกลับมาหาหนูเจอีก หนูเจรอเรานะ”

“อือ... หนูเจจะรอ รอตะวันคนเดียว” เด็กหญิงตัวน้อยต้องถอยออกมายืนไกลๆ ตามแรงดึงของมารดา เพราะคนขับรถได้ติดเครื่องยนต์แล้ว

รถยนต์หรูเริ่มจะเคลื่อนออกไปทีละน้อย ภาพของเด็กชายตะวันก็เริ่มจะไกลออกไปเรื่อยๆ เด็กหญิงตัวน้อยยืนร้องไห้และเริ่มวิ่งตามรถยนต์หรู เธอโบกมือและร้องเรียกเขาเสียงดัง “ตะวัน อย่าลืมสัญญานะ ต้องกลับมาหาหนูเจนะ ตะวัน”...

ตะวัน!”เจนิชละเมอร้องเรียกออกมาเสียงดัง ก่อนจะสะดุ้งตื่นแล้วลุกขึ้นมานั่งถอนหายใจและเอามือกุมหน้า

“เอาอีกแล้ว ฝันแบบนี้อีกแล้ว มันผ่านมา 20 ปีแล้วนะเจนิช ทำไมเธอยังฝันแบบนี้อยู่อีก...”เจนิชนั่งบ่นๆ แล้วก็เอื้อมมือไปเปิดโคมไฟ แล้วหยิบกรอบรูปที่วางอยู่ข้างๆ โคมไฟขึ้นมานั่งดู

หญิงสาวมองดูรูปแล้วทำหน้าเศร้าๆ มันเป็นภาพสมัยเด็กๆ ของเธอ ที่ถ่ายคู่กับเพื่อนชาวต่างชาติที่ชื่อว่าตะวัน...

“ป่านนี้เธอคงลืมฉันไปแล้วสินะ ตะวัน แต่... ฉันไม่เคยลืมเธอเลย ฉันยังรอสัญญาของเธออยู่...” เจนิชพูดเสียงเศร้าๆ ก่อนจะเอามือไปเช็ดที่หางตาทั้งสองข้าง เธอเอากรอบรูปวางไว้ที่เดิม แล้วเอื้อมมือไปปิดไฟ และล้มตัวลงนอน

06.00น.

ติ๊ด...ติ๊ด ติ๊ด...ติ๊ด เสียงของนาฬิกาปลุกดังขึ้น เจนิชเอามือควานหาเจ้าตัวการไปโดยรอบ แต่ตาของเธอก็ยังคงปิดสนิทอยู่ เมื่อมือของเจนิชจับเจ้านาฬิกาปลุกได้ก็รีบกดปิดเสียงทันที แล้วเธอก็หลับตาลงตามความเคยชิน และแล้ว...

07.15น.

เจนิชรีบวิ่งถือกระเป๋าสะพายลงมาจากชั้นสอง เธอวิ่งตรงไปที่ตู้ใส่รองเท้า มารดาของเธอกำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่ หันมาเห็นเข้าก็ร้องทักลูกสาวคนสวยทันที

“เจนิช หนูไม่ทานอาหารเช้าก่อนหรือลูก”

“ไม่ค่ะแม่ เจสายมากแล้ว วันนี้ทำงานวันแรก เจจะต้องรีบเข้าไปรายงานตัวด้วย เดี๋ยวเจจะไปทานที่อ๊อฟฟิตค่ะ เจไปก่อนนะคะแม่ เจรักแม่ค่ะ” เจนิชยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มมารดา แล้วก็รีบเดินถือกระเป๋าไปที่รถยนต์หรูที่เธอเพิ่งถอยมาได้เพียงไม่กี่วัน แล้วก็ขับออกไป

 “ยัยเจเอ๊ย ทำงานวันแรกก็สายซะแล้ว แล้วอย่างนี้จะไปรอดมั๊ยเนี่ยะ เฮ้อ!” จินตนายืนถอนหายใจ แล้วมองตามรถของลูกสาวไปด้วยความเป็นห่วง

เจนิชขับรถมาตามทางเรื่อยๆ สี่แยกข้างหน้ามีรถติดเยอะมาก เธอเหลือบตามองดูเวลาที่ติดอยู่ตรงหน้าปัดของรถยนต์ และเห็นว่าถ้ายังขืนขับตรงไปที่สี่แยก เธอคงจะไม่ทันแน่ๆ เจนิชจึงหักพวงมาลัยกลับรถทันทีเมื่อมีโอกาส และเลี้ยวรถเข้าซอยตรงข้าม ซึ่งเป็นทางวันเวย์ และเป็นทางลัดที่จะพาเธอไปให้ถึงบริษัทได้ทันการณ์ เจนิชยังคงขับรถไปเรื่อย รถที่วิ่งสวนมาต่างก็หลบ และกดแตร์ต่อว่าเธอกันจ้าละหวั่น

“ขอโทษนะคะ วันนี้ฉันสายจริงๆ เจนิชไม่ได้ตั้งใจเลยนะ” เจนิชนั่งบ่นอยู่ในรถพร้อมๆ กับก้มศีรษะให้บรรดาคนขับรถหลายๆ คันที่เธอรถของวิ่งสวนมา และเพียงแค่เลี้ยวซ้ายตรงปากซอยข้างหน้า เธอก็จะถึงบริษัทได้อย่างปลอดภัยและทันเวลา แต่แล้ว...

เอี๊ยดด... เจนิชต้องรีบเลื่อนเท้ามาเหยียบเบรกอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นตำรวจจราจรยืนอยู่ตรงปากซอย และเธอกำลังจะขนเขา!

“เฮ้อ!... อุปสรรค์มันเยอะ!” เจนิชถอนหายใจออกมา แล้วทำหน้าเซ็งๆ เธอเอามือกดปุ่มลดกระจกด้านข้างลง ตำรวจจราจรคนดังกล่าวก็เดินมาหาหยุดข้างๆ เธอทันที

“ขอใบขับขี่ด้วยครับ” เสียงเข้มๆ ของตำรวจจราจรดังขึ้น เจนิชเลยต้องรีบหยิบใบขับขี่ออกมาจากกระเป๋าสะพายและยื่นให้เขา

ตำรวจจราจรรับไปแล้วหยิบสมุดใบสั่งขึ้นมาเขียนรายละเอียด ในขณะที่เขาเขียนอยู่ ก็เอ่ยถามเหตุผลของการฝ่าฝืนกฎจราจรของเธอ “ทำไมถึงวิ่งสวนมาล่ะครับ คุณไม่ทราบหรือว่าถนนเส้นนี้ รถวิ่งได้ทางเดียว”

“ไม่ทราบค่ะ คือ... ฉันเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก” เจนิชแสร้งปฏิเสธและทำหน้าตาเหมือนไม่รู้จริงๆ แต่เธอกลับแอบเอานิ้วมือไขว้กันโดยที่ไม่ให้ตำรวจจราจรเห็น เพราะความจริงแล้ว ...เธอรู้ แต่ที่ต้องฝ่าฝืนกฎขับสวนมาเพราะสี่แยกไฟแดงที่ผ่านมารถติดเยอะมาก ถ้าขืนเธอยังต่อแถวรออยู่ เธอจะต้องสายแน่ๆ

ตำรวจจราจรหันมายิ้มให้เธอพร้อมๆ กับยื่นใบสั่งและใบขับขี่ให้ เจนิชรับมาเก็บเอาไว้ แล้วหันไปถามตำรวจจราจรเสียงใส “ฉัน... ไปได้รึยังคะ”

“เชิญครับ แล้วอย่าลืมไปเสียค่าปรับที่สน.นะครับ”

“ค่ะ ฉันต้องไปอย่างแน่นอน” เจนิชพูดจบก็ขับรถเลี้ยวเข้าบริษัทไป....

ภายในห้องทำงานสุดหรูชั้นบนสุดของตึกสูงใหญ่ ชายหนุ่มเจ้าของห้อง กำลังยืนเอามือไขว้หลังมองผ่านกระจกทะลุออกไปด้านนอก เขายกแขนซ้ายขึ้นมาเปิดข้อมือเพื่อดูเวลา

“อีก 5 นาที” เสียงทุ้มลึกหลุดออกมาจากปากของเขา ก่อนจะกลับไปยืนเอามือไขว้หลังท่าเดิม

เจนิชรีบก้าวเท้าออกเดินอย่างรวดเร็ว เมื่อประตูลิฟท์เปิดออก เธอเดินมาหยุดตรงโต๊ะหน้าห้องของประธานบอร์ด เลขาสาวที่กำลังนั่งทำงานอยู่เงยหน้าขึ้นมองเธอทันที

“เจนิช! ทำไมถึงเพิ่งมาเอาป่านนี้”

accident นิดหน่อยค่ะพี่จ๋า”

“รีบๆ เข้าไปเร็วเข้า คุณเอสเตอร์กำลังรอเธออยู่”

“ค่ะๆ” เจนิชพยักหน้าแล้วยืนสูดลมหายใจเข้าปอด แล้วก้าวเท้ามาหยุดยืนตรงหน้าประตูห้อง ก่อนจะเคาะเบาๆ แล้วผลักประตูก้าวเท้าเข้าไป

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มต้องยกแขนซ้ายขึ้นมาเปิดดูนาฬิกาซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะหันหน้ามายืนรอเจ้าของเสียงเคาะประตู

หญิงสาวเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงานหรู เธอเห็นว่าเจ้านายของเธอเป็นชาวต่างชาติ และเขากำลังจ้องมองเธออยู่ ก็เลยรีบพูดขอโทษและอธิบายเหตุผลให้เขาฟังเป็นภาษาอังกฤษ

“ฉัน เจนิช วานิชพรรณค่ะ ฉันขอโทษนะคะที่ฉันมาช้าไปหน่อย แต่นั่นก็เพราะเช้านี้ฉันเจอกับอุปสรรค์นิดหน่อย แต่ต่อไปฉันสัญญาว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก ฉันจะมาให้เร็วกว่านี้ค่ะ” 

เอสเตอร์จ้องมองใบหน้าของหญิงสาวราวกับต้องมนต์ เลขาคนใหม่ของเขาช่างสวยงามราวกับนางฟ้า ในรูปว่าสวยแล้ว ตัวจริงยิ่งสวยมากกว่า เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา ได้แต่ยืนนิ่งจ้องมองเธอ

เจนิชเห็นว่าเจ้านายของเธอเอาแต่จ้องมองเธออย่างเดียว เธอยกข้อมือขึ้นมาเปิดดูนาฬิกา แล้วแอบเป่าลมออกปากก่อนจะพูดบอกเขาด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ “นี่มันก็ยังไม่ถือว่าฉันมาสายนะคะ เพราะมันยังเหลือเวลาอีก 2 นาทีถึงจะ 8 โมงตรง”

เอสเตอร์อมยิ้ม เขาขำกับท่าทางที่ดูตื่นเต้นของเธอ “ผมก็ยังไม่ได้ว่าอะไรคุณ” เอสเตอร์พูดบอกกับเธอเป็นภาษาไทยอย่างชัดถ้อยชัดคำ เจนิชได้ยินเธอย่นคิ้วและเอียงหน้าเล็กน้อย

“คุณพูดภาษาไทยได้” เอสเตอร์อมยิ้มและพยักหน้าตอบเธอเบาๆ ก่อนที่เขาจะอธิบายระเบียบการทำงานเล็กๆ น้อยๆ ให้เธอได้ฟัง พร้อมๆ กับค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามาหาเธอ และมาหยุดยืนตรงหน้าของเธอพอดิบพอดี ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาห่างกันไม่ถึงสองก้าวด้วยซ้ำ

เจนิชมีอาการเกรงอย่างเห็นได้ชัด ความมั่นใจในตัวมันเริ่มจะหดหาย เมื่อต้องมายืนประชันหน้ากับเจ้านายหนุ่ม และสายตาเจ้าชู้ที่เป็นประกายของเขา เธอเอามือข้างหนึ่งกดจิกที่ขาเอาไว้ เอสเตอร์สังเกตเห็นเข้าพอดี เขายิ้มเล็กๆ ออกมาก่อนจะแกล้งถามเธอ

“ไม่เจ็บเหรอ” เอสเตอร์ถามเสียงสั่นพร่า เจนิชได้ยินเธอยิ่งเกรงจนทำหน้าไม่ถูก

“เจ็บ?... เจ็บอะไรคะ”

“ผมถามว่าคุณไม่เจ็บเหรอ ที่คุณเอาเล็บจิกขาตัวเองแบบนั้น เขินผมเหรอ” เอสเตอร์ตอบและยิ้มเล็กน้อย เขาลดสายตามองต่ำลงไปที่ขาของเธอ เจนิชลดสายตามองตามเขา แล้วเธอก็ต้องรีบปล่อยมือออก

“ไม่เจ็บค่ะ” เจนิชรีบตอบเขาไปอย่างรวดเร็ว เอสเตอร์อมยิ้มมองใบหน้าของเธอ ก่อนจะอธิบายระเบียบการทำงานต่อ

“วันนี้ผมถือว่าเป็นวันแรก และคุณคงยังไม่รู้กฎระเบียบของบริษัทเรา แต่... ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป คุณจะต้องมาถึงที่โต๊ะทำงานของคุณก่อน 7โมงครึ่ง และต้องเข้ามาเตรียมเอกสารทุกอย่างในห้องของผมให้พร้อม ก่อนที่ผมจะเข้ามา ผมไม่ชอบการรอคอย ผมชอบความเพอร์เฟค แบบคุณ!” เอสเตอร์เอามือชี้ไปที่ตัวหญิงสาว พร้อมทั้งส่งสายตาเจ้าเล่ห์ บอกเป็นนัยๆ ให้เธอได้รู้

เจนิชเบิกตากว้างขึ้นเมื่อเจ้านายหนุ่มเอามือชี้มาที่ตัวเธอ แล้วยืนมองเธอตาเป็นประกาย เธอเขินจนทำหน้าไม่ถูก ที่อยู่ก็ถูกเจ้านายหนุ่มเอ่ยชมต่อหน้า มือของเธอทั้งสองข้างกำแน่นข่มความเขินอายเอาไว้ แล้วรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเชิดขึ้นอย่างมั่นใจ

เอสเตอร์สังเกตุเห็นท่าทางเขินจนไปไม่เป็นของหญิงสาว เขาอมยิ้มเล็กๆ แล้วเดินผ่านหน้าเธอไปยังเก้าอี้ทำงานของเขา แล้วนั่งลง เขามองสำรวจไปทั่วๆ ใบหน้าสวยๆ และรูปร่างสุดเซ็กซี่ของหญิงสาวสักพัก ก่อนจะเอ่ยสั่งงานเลขาคนใหม่ อย่างเด็ดขาด

“คุณจะต้องเรียนรู้งานจากเลขาคนเก่าของผมให้ได้ภายในสามวัน เพราะเธอยื่นใบลาออกล่วงหน้าเอาไว้ และผมก็เซ็นอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ในสามวันนี้ ผมอาจจะอนุโลมให้ถ้าคุณจะทำอะไรผิด พลาดบ้าง แต่หลังจากสามวันไปแล้ว ทุกอย่างจะต้องเป๊ะ ห้ามผิดพลาดเด็ดขาด เอาล่ะ คุณไปทำงานของคุณได้แล้ว อืม... บอกคุณจ๋าว่าผมขอกาแฟ1แก้ว” เอสเตอร์บอกกับหญิงสาวพร้อมๆ กับ หยิบเอกสารขึ้นมาเปิดอ่าน

“ค่ะ”

“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันคุณ เจนิช วานิชพรรณ” เอสเตอร์วางเอกสารลง แล้วเงยหน้าขึ้นมามองเลขาสาว เขายิ้มเล็กน้อยและมองใบหน้าที่สวยงามราวกับปั้นแต่ง

“ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน” เจนิชเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงอันไพเราะ เอสเตอร์ได้ยินก็ย่นคิ้วเข้าหากัน

“อืม... แล้วอีกอย่างหนึ่ง อย่าเรียกผมว่าท่านประธาน มันฟังดูแล้วเหมือนคนแก่ เรียกชื่อผมแบบที่คนอื่นๆ เขาเรียกกันจะดีกว่านะ” เอสเตอร์ยิ้มเล็กๆ ให้หญิงสาว

“ค่ะคุณ...” ในเวลานี้เจนิชประหม่าซะจนลืมชื่อของเขา และกำลังพยายามนึก เอสเตอร์เห็นเธอเงียบไปก็ย่นคิ้วเข้าหากันแล้วมองหน้าเธอเชิงตำหนิ

อะไรกันจะทำงานด้วยกันอยู่แล้วยังจำชื่อของเจ้านายไม่ได้อีก

“อย่าบอกนะ ว่าคุณไม่รู้จักชื่อผม” เอสเตอร์ถามเธอเสียงเรียบ และก็เป็นจังหวะที่เจนิชนึกชื่อของเขาออกพอดี เธอตอบเขาไปอย่างมั่นใจ

“คุณเอสเตอร์” เอสเตอร์เลิกคิ้วขึ้นและพยักหน้าเบาๆ

“เชิญ” เอสเตอร์อมยิ้ม เจนิชหันหลังและรีบก้าวเท้าออกไปจากห้องของเจ้านายหนุ่มอย่างรวดเร็ว เขามองตามหลังของหญิงสาวจนเธอเดินออกจากห้องไป

เอสเตอร์หมุนเก้าอี้ให้หันออกไปมองวิวด้านนอกตัวตึก แล้วพูดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“เรากลับมาตามสัญญาแล้วนะ...” ชายหนุ่มพูดก่อนจะมองวิวด้านนอกแล้วเผลอยิ้มเศร้าๆ เพียงลำพัง...

 

..............................................................................


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เรื่องราวยังมีอีกมากมาย ทั้งเข้มข้น พลิกผันและลุ้นระทึกในทุกๆ ตอน มาเติมเหรียญแล้วไปลุ้นต่อด้วยกันด้วยกันนะคะ"

ณรีรัช


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


None
โดย Anonymous | 1 year, 6 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha