บรรณาการรัก CEO

โดย: ณรีรัช



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : ศึกแรก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

#

ตอนที่ 2

เจนิชปิดประตูแล้วก้าวออกมายืนหน้าโต๊ะประจำตำแหน่ง เธอยืนเป่าปากอย่างโล่งอก จารินเงยหน้ามองน้องสาวแล้วยิ้มออกมาที่นานๆ จะเห็นน้องสาวทำหน้าหมดความมั่นใจแบบนี้

“ถึงกับถอนหายใจเลยเหรอจ๊ะ คุณเอสเตอร์เขาน่ากลัวจนทำให้น้องสาวของพี่หมดความมั่นใจ มายืนถอนหายใจแบบนี้เลยเหรอ” เจนิชหันไปยิ้มให้พี่สาวแบบเซ็งๆ

“คุณเอสเตอร์เขาไม่น่ากลัวเท่าไหร่หรอกค่ะพี่จ๋า แต่สายตาและท่าทางที่ทีเล่นทีจริงของเขานั่นล่ะค่ะ ที่น่ากลัว ไม่รู้ว่าพี่จ๋าทนทำงานกับเขามาได้ยังไงตั้งเกือบสิบปี” จารินได้ยินก็รู้สึกแปลกใจ ซึ่งปกติเจ้านายของเธอจะเป็นคนที่นิ่งๆ พูดน้อย สุภาพและดูเด็ดขาดในเวลาเดียวกัน ซึ่งมันต่างจากที่น้องสาวของเธอพูดออกมา

“อะไรนะ! สายตาและท่าทางทีเล่นที่จริง คุณเอสเตอร์เนี่ยะนะ...”

“ค่ะ คุณเอสเตอร์เจ้านายดีเด่นของพี่จ๋าเขาทำแบบนั้น”

“นี่อย่าบอกนะว่าเขาแสดงท่าทางเจ้าชู้กับเราน่ะ”

“ใช่เลย... ค่ะ”

“เอ... สงสัยคุณเอสเตอร์เขาจะชอบน้องสาวของพี่เข้าแล้วล่ะมั๊ง ถึงได้ทำท่าเจ้าชู้ใส่ พี่อยู่มาตั้งนานคุณเอสเตอร์ไม่เคยแสดงท่าทางหรือพูดอะไรในทางชู้สาวเลยนะ มีแต่ท่าทางที่ดูสุขุมและสุภาพ แถมยังเป็นเจ้านายที่ใจดีและรักลูกน้องอีกต่างหาก” จารินพูดบอกน้องสาวแบบยิ้มๆ แล้วก้มหน้าทำงานต่อ เจนิชเลยบรรยายสรรพคุณของเอสเตอร์ให้พี่สาวได้ฟัง

“ที่ผ่านมาเขาคงสร้างภาพกับพี่จ๋ามั๊งคะ แต่พอเจอเจจับทางถูกเข้าหน่อย ตัวตนที่แท้จริงของเขาก็เลยปรากฏ เหลือไว้แต่คราบของผู้ชายเจ้าชู้ ที่เห็นผู้หญิงสวยๆ เป็นไม่ได้” เจนิชพูดบรรยายโดยที่ไม่รู้ตัว ว่าเอสเตอร์กำลังยืนกอดอกฟังเธออยู่ด้านหลัง แล้วเขาก็เอ่ยถามเธอเสียงเข้ม

“ในสายตาของคุณ ผมเป็นแบบนั้นเลยเหรอ” เจนิชหยุดกึก ยืนตัวแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้าง เธอไม่แม้แต่จะกระดิกตัวเลยซักนิด เอสเตอร์เดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าของเธอ เขามองจ้องใบหน้างามแล้วยิ้มเล็กน้อย

“แล้วคุณจะได้เจอตัวตนที่แท้จริงของผมแน่นอน คุณเจนิช วานิชพรรณ” เอสเตอร์พูดจบก็ส่งสายตาเจ้าชู้เป็นประกาย แล้วหันมาหาจาริน

“คุณจ๋าผมขอกาแฟแก้วหนึ่ง ถ้าวินเซนต์มาถึงให้เขาเข้าไปหาผมในห้องเลยด่วนเลยนะ”

“ค่ะคุณเอสเตอร์”

“ส่วนคุณ เจนิช คุณเตรียมรับมือผมเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน ผมอยากจะรู้นัก ว่าคุณจะทำงานได้ดีเหมือนปากของคุณรึเปล่า อ่อ... แล้วอีกอย่างหนึ่ง เลขาที่ดีต้องไม่นินทาเจ้านายนะ ...คุณเลขา”

เอสเตอร์ขยับตัว ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ กับใบหน้าของเลขาสาว แล้วกระซิบที่ข้างใบหูของเธอ “ผมบอกคุณรึยัง ว่า... คุณ... สวยถูกใจผมมาก ...จุ๊บ” เอสเตอร์ทำเสียงจูบเบาๆ ให้เธอได้ยิน ก่อนจะยิ้มให้เล็กน้อยและเดินกลับเข้าห้องไป เจนิชหลับตาปี๋ มือทั้งสองข้างกำแน่น เธอทั้งโกรธและอายในเวลาเดียวกัน เธอหันไปมองตามหลังเจ้านายหนุ่มแล้วกัดกรามแน่น

“อึ๊ยยยยยยย.....” เจนิชทำท่าจะร้องกรี๊ดออกมา แต่แล้วเธอก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเอสเตอร์เปิดประตูโผล่หน้ามาอีกครั้ง

“คุณจ๋ากาแฟของผมขอด่วนเลยนะ” เอสเตอร์หันไปสั่งจารินก่อนจะชำเรืองตาไปมองเจนิชและยักคิ้วพร้อมทั้งยกยิ้มที่มุมปาก เยาะเย้ยเธอก่อนจะปิดประตูเข้าห้อง

“ค่ะ คุณเอสเตอร์” จารินขานรับเจ้านายแล้วหันมาหาน้องสาวตัวดีที่ปากเก่งจนได้เรื่อง

“ยัยเจ... ปากของแกสร้างเรื่องจนได้ ต่อไปนี้ล่ะแก.... นี่แกรู้มั๊ย นั่นน่ะคาสโนว่าอันดับหนึ่งเลยนะ โอ๊ยเมื่อกี๊พี่นี่เกรงไปหมดเลย กลัวว่าเขาจะจูบแก  อุ๊ย... เดี๋ยวพี่ไปชงกาแฟเอาเข้าไปให้เขาก่อน  เจก็ดูๆ งานบนโต๊ะนี่ไปก่อนก็แล้วกันนะ” จารินบอกกับน้องสาว แล้วรีบเดินดิ่งตรงไปที่ห้องกาแฟ เจนิชเม้มปาก ยกมือขึ้นมากำแน่นด้วยความโกรธ  

“อึ๊ยยยยยย.... ฮึ่ม!  เจ้านาย! เจนิชท่องไว้ เจ้านาย!ๆ ฮึ่ย!ๆๆ” เจนิชกระฟัดกระเฟียดไปมาด้วยความโกรธ และเดินไปนั่งลงที่ประจำตำแหน่ง แต่ก็ยังไม่วาย ฮึ่มฮัม จับโน่นวางนี่อย่างแรง ตามอารมณ์โกรธ

“คุณ... โมโหอะไรอยู่เหรอครับ ใครกัน ที่มาทำให้คนสวยๆ อย่างคุณโกรธได้ลงคอ” ชายหนุ่มรูปงามสวมชุดสูทสีดำทักเธอเป็นภาษาอังกฤษ เขายืนเอามือล้วงกระเป๋าอยู่ตรงหน้าเธอ และยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร 

เจนิชเงยหน้าขึ้นมองหน้าผู้มาเยือน ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ และเอ่ยทักเขาเป็นภาษาอังกฤษ เพราะลักษณะของชายที่อยู่ตรงหน้าของเธอเป็นชาวต่างชาติและหน้าตาดีมาก และที่สำคัญเขาทักเธอเป็นภาษาอังกฤษ

“สวัสดีค่ะ คุณมีอะไรให้ฉันช่วยมั๊ยคะ” เจนิชเอ่ยทักเขาด้วยเสียงหวานๆ พร้อมรอยยิ้มที่เป็นมิตร

วินเซนต์ยิ้มตอบรับ “คุณคงเป็นคุณเจนิช เลขาคนใหม่ของคุณเอสเตอร์ ยินดีที่ได้รู้จักครับผม... วินเซนต์ คนสนิทของคุณเอสเตอร์” วิเซนต์แนะนำตัวและยังคงพูดกับเธอเป็นภาษาอังกฤษ

เจนิชแปลกใจเล็กน้อยที่เขาเรียกชื่อของเธอ แต่ก็ยื่นมือไปตอบรับจับมือเขา พร้อมๆ กับยิ้มให้เล็กน้อย เพื่อตอบรับไมตรีจากเขา เพราะอย่างน้อยนับต่อจากนี้ เธอก็คงต้องพึ่งเขาอีกหลายเรื่อง

“ยินดีที่ได้รู้จักและยินดีที่ได้ร่วมงานกับคุณค่ะ คุณวินเซนต์” ทั้งสองคนต่างยิ้มให้กันและตอบรับไมตรีต่อกัน จารินเดินถือถาดกาแฟเข้ามาพอดี

“คุณวินเซนต์มาพอดีเลยค่ะ คุณเอสเตอร์สั่งเอาไว้ว่าถ้าคุณมาถึงให้เข้าไปพบเธอทันทีค่ะ” จารินเอ่ยทักวินเซนต์เป็นภาษาไทย เจนิชเลยรู้ตัวว่าโดนอำเข้าให้แล้ว เธอย่นคิ้วเข้าหากันแล้วหันไปมองหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง

วิเซนต์ยิ้มเล็กน้อย “ขอโทษนะครับ ผมแค่แกล้งอำคุณนิดหน่อยเอง พูดไทยกับผมก็ได้ครับ อืม... แต่ภาษาอังกฤษของคุณดีเยี่ยมเลยนะครับ คุณเก่งมากสมกับที่คุณเอสเตอร์เขาเลือกคุณ แล้วเจอกันนะครับ ผมขอตัวก่อน” วินเซนต์ยิ้มให้เจนิชอย่างเป็นมิตรแล้วเดินไปหยุดตรงหน้าจาริน

“นั่นกาแฟของคุณเอสเตอร์รึเปล่าครับ”

จารินพยักหน้าตอบรับ “ค่ะจ๋ากำลังจะเอาเข้าไปให้คุณเอสเตอร์พอดี”

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมเอาเข้าไปให้คุณเอสเตอร์เองก็ได้ครับ คุณจ๋าอยู่สอนงานคุณเจนิชต่อเถอะครับ” วินเซนต์พูดพร้อมกับเดินเข้าไปรับถาดกาแฟจากจาริน

“ขอบคุณนะคะ” จารินส่งถาดกาแฟให้วินเซนต์ถือเข้าไปให้เจ้านาย แล้วเดินมานั่งข้างๆ เจนิช

“ไหนดูงานไปถึงไหนแล้ว เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา” จารินบอกกับน้องสาว เจนิชพยักหน้าตอบรับ แล้วจารินก็เริ่มสอนงานให้กับเธอ

วิเซนต์เปิดประตูเข้ามา เขาเห็นว่าเอสเตอร์กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่ เลยวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ  เอสเตอร์ละสายตาจากเอกสาร แล้วเงยหน้าขึ้นมองคนสนิท “ทุกอย่างเรียบร้อยมั๊ยวินเซนต์”

“ครับ ผมจัดการตามที่คุณสั่งเรียบร้อย อืม... คุณเอสเตอร์ คุณไปทำอะไรให้เลขาคนใหม่ของคุณโกรธรึเปล่า” เอสเตอร์ได้ยินก็เงยหน้าขึ้นมาถาม

“ทำไม เธอเล่าให้นายฟังเหรอ”

“เปล่า... ตอนที่ผมเดินมาถึง ผมเห็นเธอกำลังนั่งโมโหระบายอารมณ์ใหญ่เลย และผมก็เดาว่าคนที่ทำให้เธอโกรธน่าจะเป็นคุณ” เอสเตอร์ยิ้มออกทันทีที่ได้ยินคนสนิทบอกกับเขา

“ฉันก็แค่... แกล้งนิดหน่อย” เอสเตอร์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อพูดถึงเลขาสาว วินเซนต์เห็นท่าทางของเจ้านายก็พอดูออก

“เหมือนว่าคุณจะชอบเธอ” วินเซนต์ถามเจ้านายและมองสังเกตุอาการของเขา

“เธอสวยถูกใจฉัน แต่... ยังไม่ใช่ตอนนี้”

“รู้แบบนี้แล้วผมจะได้ถอย”

“นายก็ชอบเธองั้นเหรอ”

“มันก็เป็นธรรมดาที่เห็นของสวยๆ งามๆ แล้วเราจะต้องชอบ”

“คนนี้ฉันจอง! แต่ตอนนี้ต้องสั่งสอนให้เข็ด ปากเก่งนัก”

“ไปแกล้งเธอมากๆ ระวังเธอจะหนีคุณไปนะครับ”

“เธอไม่มีวันทำแบบนั้นแน่นอน ฉันมั่นใจ ช่างเถอะ ฉันมีงานให้นายไปจัดการ” เอสเตอร์ตอบคนสนิทอย่างมั่นใจ

“เชิญสั่งได้เลยครับเจ้านาย”

สามวันที่ผ่านมา เจนิชตั้งใจศึกษางานจากจารินจนเข้าใจหมดทุกอย่าง และวันนี้ก็เป็นวันแรกที่เธอต้องทำหน้าที่เลขาจริงจังซะที

07.15น.

เจนิชเดินมาถึงโต๊ะทำงาน เธอวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะ แล้วหันมาสนใจเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน เธอตรวจดูสักพัก แล้วก็จัดเตรียมเอกสารทั้งหมด เตรียมเอาเข้าไปวางบนโต๊ะทำงานของเจ้านาย เจนิชหยิบดอกไม้ที่เธอแวะซื้อ เอามันมาจัดลงแจกันและเดินถือเอกสารและแจกันดอกไม้เข้าไปในห้องทำงานของเจ้านาย

เจนิชเดินมาที่โต๊ะทำงานของเจ้านาย แล้วจัดเตรียมเอกสารทุกอย่างจนเรียบร้อย แล้วหยิบแจกันที่เธอเตรียมมา จัดวางบนโต๊ะทำงานของเขา

เอสเตอร์เดินเข้ามาเห็นแม่เลขาสาวในชุดรัดรูปกระโปรงสั้น สีน้ำเงินสด โชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งตามแบบฉบับสาวยุคใหม่  “สวย... น่า...”

เจนิชหันไปตามเสียงทุ้มนุ่มที่ดังมาจากด้านหลังของเธอ เอสเตอร์ยืนเอามือล้วงกระเป๋าทั้งสองข้างจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เป็นประกาย เธอรีบเดินเลี่ยงออกมาจากโต๊ะทำงาน และกำลังทำท่าจะเดินออกไป เอสเตอร์รีบคว้าแขนของเธอเอาไว้

“จะรีบไปไหนล่ะ ไม่อยู่ทักทายกันสักหน่อยเหรอ” เจนิชหันมามองหน้าของเขา แล้วยิ้มอย่างไม่เต็มใจนักก่อนจะตอบออกไป

“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณเอสเตอร์ เช้านี้อากาศสดชื่นดีนะคะ” เจนิชพูดจบก็หันมากลับมายืนทำหน้าเซ็งๆ เอสเตอร์ยิ้มออกเมื่อเห็นท่าทีของหญิงสาว

เอสเตอร์หันตัวไปยืนประชันหน้ากับเธอ แล้วจ้องหน้าของหญิงสาว ตาเป็นประกาย “คุณทักทายได้ประทับใจผมจริงๆ มีใครบอกคุณรึเปล่าว่าวันนี้คุณสวยมาก”

เจนิชยิ้มให้เจ้านายหนุ่ม พร้อมๆ กับยักไหล่ขึ้นข้างหนึ่ง “ฉันสวยทุกวันอยู่แล้ว นี่คุณคงยังไม่ชินสินะ ฉันยังสวยกว่านี้อีกเยอะ” เจนิชพูดจบก็เชิดหน้าขึ้นตามแบบฉบับของคนมั่นใจสูง

เอสเตอร์อมยิ้ม แล้วยื่นหน้าไปกระซิบข้างๆ หูเธอด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าชวนขนลุก “แล้วผมจะรอดูความสวย เซ็กส์... ซี่ ของคุณ” เอสเตอร์ตั้งใจเว้นคำพูดเพื่อแกล้งเธอ

เจนิชได้ยินก็ตาเบิกกว้าง และย่นคิ้วเข้าหากัน เอสเตอร์หลิ่วตาให้เธอก่อนจะทำท่าจูบพร้อมเสียงให้เธอ ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ประจำตำแหน่ง และสั่งงานเธอเสียงดัง

“เดี๋ยวคุณเอารายละเอียดของลูกค้าที่ญี่ปุ่นมาให้ผมด้วยนะ แล้วขอกาแฟแก้วนึงด้วย ขอบคุณสำหรับดอกไม้ แต่จะดีกว่านี้ ถ้าเปลี่ยนจากดอกไม้... เป็นตัวคุณ” เจนิชหันควับมามองหน้าเขา เอสเตอร์ยิ้มเล็กน้อยและยักคิ้วล้อเลียนเธอ

เจนิชหลับตาลงแล้วกำมือแน่นข่มอารมณ์โกรธ เธอปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “ค่ะ ฉันจะไปจัดเตรียมเอกสารและชงกาแฟมาให้คุณ แต่สำหรับตัวฉันเห็นทีคงจะไม่ได้ เพราะฉันมาทำงานค่ะ ไม่ได้มาเป็นเครื่องบรรณาการของใคร”

เอสเตอร์เลิกคิ้วขึ้นสูง “เหรอ ผมนึกว่าคุณเป็นซะอีก” เจนิชได้ยินเธอฟิวส์ขาดทันที

“คุณเอสเตอร์!”เจนิชเรียกเขาเสียงดัง จนเกือบจะตวาด เอสเตอร์กลับยิ้มเล็กน้อย

“น่า... หยอกเล่นหน่อยเดียวเอง อย่าจริงจังสิ” เจนิชได้ยินก็หันมาแสยะยิ้มให้เขา

“ขอบคุณนะคะ ที่หยอกให้ฉันอารมณ์ดี... แต่เช้า” เจนิชพูดเน้นคำประชดประชันเขา แล้วทำหน้าไม่สบอารณ์ เธอรีบก้าวเท้าออกมาจากห้องทำงานของเจ้านายหนุ่มอย่างรวดเร็ว

แต่เอสเตอร์กลับตรงกันข้ามกับเธอ เขายิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะทิ้งตัวพิงเก้าอี้ แล้วเอามือประสานกันรองศีรษะ “สดชื่นแต่เช้าเลยเว้ย! อย่างนี้ค่อยมีแรงทำงานหน่อย ฮึ ฮึ”

ส่วนเจนิชเธอเดินออกจากห้องของเอสเตอร์ด้วยหน้าตาที่ไม่สบอารณ์สุดๆ จนวินเซนต์ที่นั่งรออยู่หน้าโต๊ะทำงานของเธอต้องเอ่ยทัก

“โดนคุณเอสเตอร์แกล้งอำอีกแล้วเหรอครับ”

“ค่ะ เจ้านายของคุณนี่สุดๆ ไปเลย ไม่รู้ว่าฉันจะทนทำงานที่นี่ได้อีกนานซักแค่ไหน ถ้าขืนยังเจอแบบนี้ทุกวัน สุขภาพจิตฉันคงเสียหมด” เจนิชพูดพร้อมๆ กับเตรียมเอกสารตามที่เอสเตอร์สั่ง

“อย่าจริงจังสิครับ คุณเอสเตอร์น่ะ เขาก็แค่แหย่ยคุณเล่นเท่านั้นเอง แต่ความจริงแล้ว เขาใจดีและรักลูกน้องมากนะครับ”

“คุณรักไปคนเดียวเถอะค่ะ คนแบบนี้เจไม่รักด้วยหรอก” เจนิชพูดจบก็เดินตรงไปที่ห้องกาแฟ วินเซนต์ยิ้มและมองตามหลังเธอไป ก่อนจะเดินเข้าไปหาเจ้านายหนุ่ม

เจนิชเอากาแฟและเอกสารตามที่เขาสั่งเข้าไปให้แล้วเดินกลับออกมานั่งทำงานตามปกติ เธอนั่งทำงานอยู่พักใหญ่ ก็มีสาวสวยคนหนึ่งเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ เจนิชเลยต้องละสายตาจากคอมพิวเตอร์ แล้วหันหน้ามาเอ่ยทักทายเธอ

“คุณมีธุระอะไรคะ และได้นัดเอาไว้รึเปล่า” เจนิชยิ้มและถามด้วยน้ำเสียงไพเราะ น่าฟัง แต่หญิงสาวคนดังกล่าวกลับมองเธอด้วยหางตาตั้งแต่หัวจรดเท้า

“เธอเป็นเลขาคนใหม่ของคุณเอสเตอร์เหรอ”

“ค่ะ” เจนิชยิ้มและตอบเธอ และเจนิชก็รับรู้ด้วยว่า หญิงสาวนางนี้คงจะไม่เป็นมิตรกับเธอซะแล้ว

“ทีหลังก็แต่งตัวให้มันเรียบร้อยและมิดชิดกว่านี้หน่อยนะ แต่งตัวแบบนี้ไม่เหมาะสมกับเป็นเลขาเลยซักนิด” เจนิชก้มมองตามร่างกายของตัวเองแล้วหันกลับไปถามนางแบบสาว

“ทำไมคะ งานเลขานี่ต้องแต่งตัวแบบป้าๆ เท่านั้นเหรอคะ ฉันว่าแบบนั้นมันน่าจะตกยุคไปแล้ว คุณ... คงยังติดอยู่กับภาพเก่าๆ รสนิยม... เก่าๆ และอุดมคติที่โบราณ ถึงได้คิดแบบนั้น ตอนนี้โลกเขาพัฒนาไปไกลแล้วนะคะ ฉันว่าคุณน่าจะเปิดใจให้กว้างกว่านี้ จะได้ตามยุคตามสมัยได้ทัน” เจนิชพูดจบก็เชิดหน้าใส่นางแบบสาว

“นี่แก... นังเลขา มันจะมากเกินไปแล้วนะ แกรู้มั๊ยว่าฉันเป็นใคร” เรน่าขึ้นเสียงอย่างโกรธจัด แต่เจนิชกลับหันมาถามเธอด้วยน้ำเสียงหวานๆ

“แล้วคุณเป็นใครล่ะคะ”

เรน่ากำมือทั้งสองข้างแน่นแล้วตวาดกลับเจนิชเสียงดัง “ฉันเป็นคนรักของคุณเอสเตอร์ ฉันจะบอกให้คุณเอสเตอร์ไล่แกออก!” เจนิชยิ้มหน้าระรื่นตอบรับ แต่ก็ยังคงเชิดหน้ายอกย้อนตอกกลับนางแบบสาวอย่างไม่ลดละ

“เชิญค่ะ แต่ฉันว่าคุณเอสเตอร์คงไม่ไล่ฉันออกหรอกค่ะ เพราะเขาเป็นคนไปเชิญฉันมาทำงานด้วยตัวเอง นี่เขาลงทุนนั่งเครื่องไปรับฉันที่นิวยอร์กเลยนะคะ” เจนิชทำหน้าเชิดและยิ้มเยาะ แล้วเตรียมเอามือปิดหู เพราะท่าทางของนางแบบสาวกำลังจะ...

“กรี๊ดดดด...ด”  เอสเตอร์กับวินเซนต์ได้ยิน  ก็รีบเดินออกมาดู

“เกิดอะไรขึ้น!”เอสเตอร์ถามสองสาวเสียงเข้ม ทั้งเจนิชและเรน่าต่างก็หันไปมองเอสเตอร์เป็นตาเดียวกัน 

เรน่ารีบเดินเข้าไปเกาะแขนของเอสเตอร์ แล้วรีบฟ้องประจบประแจงเอสเตอร์ทันที เจนิชเห็นก็เบะปากใส่ แต่ก็หันหน้าไปมองทางอื่น เชิดหน้าทำเป็นไม่สนใจ “เอสเตอร์! คุณต้องไล่แม่เลขาคนนี้ออกเดี๋ยวนี้เลยนะคะ มันด่าว่าเรน่าเสียๆ หายๆ เรน่าไม่ยอมนะคะ” เรน่ายืนดิ้นเร่าๆ เกาะแขนเอสเตอร์ เจนิชหันควับกลับมาตวัดเสียงถามนางแบบสาว

“ฉันไปว่าคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ คุณเองต่างหากที่ดูถูกฉันก่อน”

“แกนั่นแหละนัง..” เรน่ากำลังจะพูดต่อ เอสเตอร์เห็นว่าถ้ายังขืนปล่อยให้เถียงกัน เรื่องคงไม่จบง่ายๆ  เขาเลยต้องตวาดห้ามศึกเสียงเข้ม

“พอ! หยุดทั้งสองคน... เรน่าคุณมาที่นี่ทำไม” เอสเตอร์หันไปถามนางแบบคู่ขา

“เรน่าก็แค่จะมาชวนคุณ...”เรน่าหันมาพูดเสียงออดอ้อน เอสเตอร์กลับพูดเสียงเข้มสวนเธอออกไปอย่างไม่ใยดี

“ผมไม่ว่าง วันนี้ผมมีประชุมยาว ผมบอกแล้วว่าอย่ามาที่นี่ คุณกลับไปก่อนนะ แล้วผมจะโทรหาถ้าเสร็จงาน”

“แต่...”

“เรน่า!”เอสเตอร์พูดเสียงเข้ม จนเรน่าต้องยอม แต่ก็ยังหันไปเอาเรื่องกับเจนิช

“ก็ได้ค่ะเรน่าจะยอมกลับ  ฝากไว้ก่อนนะแก” เรน่าหันมาเอามือชี้หน้าเจนิช แต่เจนิชกลับยิ้มตอบ

“ด้วยความยินดีค่ะ” เอสเตอร์และวินเซนต์หันมามองเธอเป็นตาเดียวกัน เรน่าโกรธจนเกือบจะร้องกรี๊ดๆ แต่ก็หันไปเจอสายตาของเอสเตอร์เข้าซะก่อน เธอเลยข่มความโกรธเอาไว้ แล้วรีบเดินจ้ำอ้าวตรงไปทางเดินอย่างอารมณ์เสีย

วินเซนต์หันมายิ้มและยกนิ้งโป้งให้เจนิชสองข้าง ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องไป เจนิชยิ้มตอบรับและยกมือทำท่าโอเคให้วินเซนต์ เอสเตอร์หันมาเห็นเข้าพอดี เขาย่นคิ้วมองเธอ เจนิชเลยรีบเอามือลงแล้วทำท่ายืนสงบเสงี่ยม

เอสเตอร์หันมาจ้องหน้าเลขาสาว แล้วเอามือชี้หน้าเธอ “เธอ... ทำได้ดีมาก” เอสเตอร์พูดจบก็เปิดประตูเดินกลับเข้าห้องไป

เจนิชยืนงงเต๊กอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง “สรุปแล้วฉันทำได้ดีเหรอเนี่ยะ แต่ก็ช่างเถอะนะ ได้ลับฝีปากแล้วรู้สึกอารมณ์ดียังไงก็ไม่รู้” เจนิชพึมพำออกมาแล้วเดินกลับไปนั่งทำงานอย่างอารมณ์ดี.....

 

....................................................................................


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เรื่องราวยังมีอีกมากมาย ทั้งเข้มข้น พลิกผันและลุ้นระทึกในทุกๆ ตอน มาเติมเหรียญแล้วไปลุ้นต่อด้วยกันด้วยกันนะคะ"

ณรีรัช


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


None
โดย Anonymous | 1 year, 6 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha