บรรณาการรัก CEO

โดย: ณรีรัช



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : เอสเตอร์คนเจ้าเล่ห์


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

#

ตอน 4

เมื่อเดินเข้ามาในห้องพัก เอสเตอร์สั่งให้ลูกน้องของเขายกของเข้าไปไว้ด้านใน และสั่งให้ลูกน้องของเขากลับทันที เจนิชได้ยินก็หันมาถาม

“คุณบอกให้คนของคุณกลับ แล้วคุณจะกลับยังไงคะ” เอสเตอร์ยิ้มกว้างก่อนจะตอบเธอ

“ผมก็จะอยู่ช่วยคุณจัดของยังไงล่ะ”

“ของแค่นี้เองฉันจัดได้ คุณกลับไปพักเถอะค่ะ ขอบคุณนะคะที่อุส่าห์มาช่วยฉัน” เจนิชไม่พูดเปล่าเธอยังพยายามผลักดันเขาให้ออกไปนอกห้อง

เอสเตอร์ย่นคิ้วมองหญิงสาว แล้วเอามือไปเหนี่ยวรั้งขอบผนังตรงทางเดินทั้งสองข้างเอาไว้ “เฮ้ย! ได้ไงผมไม่กลับ บอกแล้วไงว่าจะอยู่ช่วยจัดของ อย่าดันสิคุณ เดี๋ยวก็ล้มลงไปหรอก” เอสเตอร์ดึงรั้งประตูเอาไว้ และพยายามขืนแรงผลักของเธอ

“แต่ฉันจัดเองได้! ฉันไม่ต้องให้คุณมาช่วยหรอกนะ เพราะฉะนั้น กลับไปได้แล้วค่ะคุณเจ้านาย!” เจนิชพูดเสียงดังฟังชัด เธอออกแรงผลักอกของเอสเตอร์ให้แรงยิ่งกว่าเดิม

“แต่ผมอยากช่วย ผมไม่กลับต่อให้คุณไล่ผมยังไงผมก็ไม่กลับ! แล้วอีกอย่าง ตอนนี้คนของผมก็กลับไปกันหมดแล้วๆ ผมจะกลับยังไง จะให้ผมนั่งแท็กซี่กลับเหรอ ไม่เอาหรอกนะ ผมจะอยู่กับคุณ” เอสเตอร์พูดจบก็ยิ้มกว้างแล้วออกแรง ต้านแรงผลักดันของเจนิช

 เจนิชได้ยินก็ยิ่งโมโห เธอออกแรงผลักอกแกร่งของเขา “อึ๊ยยยยย... คุณนี่มัน... ฉันบอกว่าฉันจัดเองได้ คุณกลับไปได้แล้ว และจะกลับยังไงมันก็เป็นเรื่องของคุณ! ไม่เกี่ยวกับฉัน! กลับไป!

“ไม่กลับ!

“กลับไป”

“ไม่กลับ! โอ๊ย! ตัวแค่นี้ทำไมแรงเยอะจังนะ พอได้แล้วเจนิช”เอสเตอร์เริ่มที่จะต้านแรงเล็กๆ ของเธอไม่ไหว เขาเริ่มออกแรงดันให้มากยิ่งขึ้น เห็นตัวแค่นี้แรงเยอะจริงๆ

“ไม่! ฉันจะดันจนกว่าคุณจะออกไปจากห้องนี้! กลับไป!” เจนิชตะวาดใส่เขาพร้อมๆกับฮึดออกแรงผลักดันเขา

“ไม่มีทาง ผมไม่กลับ!” เอสเตอร์เพิ่มแรงดันตัวเจนิช จนเธอหงายหลังล้มลงไปที่โซฟา อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

“กะ... ว๊าย! โครม!” เจนิชร้องเสียงหลง เมื่อเธอโดนผลักจนหงายหลังลงไปนอนที่โซฟา ที่สำคัญตัวของเอสเตอร์ก็ล้มทับเธอลงไป พอดิบ พอดี

ตอนนี้ใบหน้าของเอสเตอร์และเจนิชอยู่ห่างกันเพียงไม่ถึงคืบ ต่างคนต่างรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของกันและกัน ทั้งสองจ้องตากันอย่างตื่นตระหนกราวสองนาที เจนิชเริ่มจะรู้สึกตัวจึงผลักดันหน้าอกของเอสเตอร์ และร้องบอกเขา

“ค...คุณเอสเตอร์ คุณลุกขึ้นได้แล้ว คะ...คุณไม่ต้องกลับไปกะ...ก็ได้ แต่แค่ลุกออกไปจากตัวฉันก็พอ”  เอสเตอร์ได้ยินกลับยิ้มกว้าง

“ไม่ลุก นานๆ จะมีโอกาสสักครั้ง ขอกอดให้ชื่นใจหน่อยเถอะ” เอสพูดยิ้มๆ แล้วก้มหอมแก้มเธอแรงๆ และกอดเธอซบหน้าไปกับซอกคอของเธอ

เจนิชร้องโวยวายลั่นห้อง เธอพยายามทุบตีเขาเพื่อให้เขาปล่อยเธอออก “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ คุณเอสเตอร์ ปล่อย คนฉวยโอกาส คนบ้ากาม ปล่อย” เจนิชเบี่ยงหน้าหลบใบหน้าของเขาพร้อมๆ กับเอามือดันตัวของเขาให้ออกห่าง

“ไม่ปล่อย ก่อนที่จะขึ้นมาเธอบอกกับเทย่าว่ายังไงกัน หืม...”  เอสเตอร์เริ่มพูดเสียงสั่นพร่า เขาจ้องเธอด้วยสายตาหวานเยิ้ม จนเจนิชเริ่มจะอายสายตาของเขา เธอนิ่งนึกไปถึงเหตุกาณ์ตอนที่อยู่ตรงหน้าลิฟท์ แต่แล้วเธอก็ดิ้นขัดขืนและร้องด่าเขา

“ฉันแค่แสดงละครแกล้งแม่อกสะบึ้มของคุณเฉยๆ ไม่ได้หมายความตามที่พูด คุณปล่อยฉันได้แล้ว ปล่อย!

“ไม่ปล่อย เพราะผมจะทำตามที่คุณบอกกับเธอจริงๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า คุณเสร็จผมแน่ เจนิช จุ๊บ” เอสเตอร์ทำหน้าตาและพูดยั่วยวนเจนิชและก้มกดจูบที่ริมฝีปากบางเบาๆ สองสามครั้งจนเขาพอใจ

“อืม... ปากของคุณนี่หวาน นุ่มจริงๆ แต่.... ตรงนี้นุ่มกว่าเยอะ” เอสเตอร์ไม่พูดเปล่า เขาก้มเอาหน้าซบไปที่กลางหน้าอกของเธอ แล้วยิ้มทำหน้าเคลิบเคลิ้มยั่วยวนเธอ

เจนนิชเห็นการกระทำของเขาก็ร้องกรี๊ดลั่นห้อง “กรี๊ด ไอ้บ้า ไอ้คนลามก ไอ้เจ้านายบ้ากาม ไอ้คนฉวยโอกาส ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”

“ไม่ปล่อย! เพราะตรงนี้มัน... นุ๊ม...นุ่ม”เอสเตอร์พูดพร้อมๆ กับเอาหน้าเกลือกกลิ้งไปทั่วๆ เนินอกทั้งสองข้าง เจนิชเริ่มจะทนไม่ไหว เธอมองหาตัวช่วย และก็ได้ผล เพราะไม้ช๊อตยุงวางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ กับมือของเธอ เธอเอื้อมไปหยิบมันเอาไว้กดเปิดสวิต แล้วถามกลับเขาเสียงแข็ง

“จะปล่อยหรือไม่ปล่อย”

เอสเตอร์อมยิ้มกรุ้มกริ่ม เขาหลับตาพริ้ม ลอยหน้าลอยตาปฏิเสธ “ไม่”

“ไม่ปล่อยใช่มั๊ย ได้...” เนจิชกดสวิตไม้ช๊อตยุง แล้วกดแช่ไปที่ตัวของเอสเตอร์ จนเอสเตอร์สะดุ้งโหยง

“โอ๊ยยยยยยย...ย! พอ! ผมยอมแล้ว!” เอสเตอร์รีบปล่อยมือจากตัวเธอและลุกขึ้นมานั่งที่โซฟาตรงกันข้าม เขาทำท่าขนลุก แล้วเอามือลูบตรงที่โดนช๊อต พร้อมๆ กับบ่นต่อว่าเธอ

“ฮึ่ยยยยย... หยอกแค่นี้ก็ต้องทำร้ายร่างกายกันด้วย ดุจริงๆ” เอสเตอร์เอามือลูบแขนและขาพร้อมๆ กับบ่นว่าเธอ

“แค่นี้เหรอ ที่คุณทำเมื่อกี๊มันแค่นี้เหรอ สำหรับฉันมันเรื่องใหญ่มาก” เจนิชพูดลากเสียงในคำสุดท้าย แล้วก็กดไม้ช๊อตยุงไปที่ตัวเขาอีกครั้ง เอสเตอร์โดนเขาอีกทีก็ร้องเสียงหลง และลุกขยับเดินหนีเธอ

“โอ๊ยยยย! พอแล้ว ผมไม่ทำอีกแล้ว คุณเอามันไปเก็บได้แล้ว ดุจริงๆ”

“ไม่เก็บ ฉันจะถือมันเอาไว้แบบนี้นั่นแหละ คุณมันเล่ห์เหลี่ยมเยอะนัก ไว้ใจไม่ได้ เอาอีกซักทีดีมั๊ง” เจนิชทำท่าจะฟาดไม้ช๊อตยุงไปที่เขาอีกครั้ง เอสเตอร์รีบกระโดดหนีเธอ และร้องห้าม

“เฮ้ย! พอๆ ผมไม่แกล้งคุณแล้ว แค่นี้ก็ขนลุกไปหมดทั้งตัวแล้ว มาๆ เรามาจัดของกันเถอะ” เอสเตอร์พูดพร้อมๆ กับเดินเข้าไปยังกองสัมพาระของเธอ เจนิชพยักหน้าตอบรับเขา ก่อนจะเอามือชี้ไปที่กล่องใหญ่ตรงหน้าจอทีวี

“โอเค คุณไปจัดตรงโน้นเลย อย่ามาใกล้ฉัน ตัวอันตราย”

“แต่ผมอยากอยู่ใกล้ๆ คุณอ่ะ” เอสเตอร์รีบค้านเธอ เขาอยากนั่งใกล้เธอต่างหากล่ะ

“ยังอีก ออกไปเลยนะ เดี๋ยวก็ได้โดนอีกหรอก” เจนิชไม่พูดเปล่า เธอยกไม้ช๊อตยุงขึ้นมาโชว์ให้เขาดู จนเอสเตอร์ต้องยอม...

“เออๆ ก็ได้ๆ ดุยังกะเสือ ถึงว่ายังไม่มีแฟนซะที” เจนิชได้ยินเธอลุกขึ้นเดินเข้าหาเขา

“มันเรื่องของฉัน พูดมากเดี๋ยวก็โดนอีกหรอก” เอสเตอร์เห็นเธอเอาจริงก็รีบเดินหนีทันที

“อย่าเข้ามานะ! เออๆ ไม่พูดแล้ว พูดก็ไม่ได้ โหด ล่ำ บึ๊ก จริงๆ”

“หุบปากแล้วรีบๆ จัดเข้า มัวแต่พูดอยู่นั่น แล้วเมื่อไหร่จะเสร็จ”

“รู้แล้วน่า แล้วนี่กล่องใส่อะไรเนี่ยะมีกระเป๋าเยอะแยะเต็มไปหมด” เอสเตอร์เปิดฝากล่องดู แล้วเอ่ยถามเธอ เจนิชก็ตวาดกลับใส่เขาทันที

“ก็แกะดูสิ มัวแต่พูดอยู่นั่นแหละ ถ้าไม่แกะดูแล้วจะรู้มั๊ย” เอสเตอร์หยิบกระเป๋าใบเล็กๆ ขึ้นมา พอเขาเปิดซิบออก ก็ตาลุกวาว ยิ้มร่า เขาหยิบยกทรงสีชมพูขึ้นมาปิดทาบบนใบหน้า แล้วหันไปร้องเรียกเธอ ด้วยเสียงหวานๆ

“เจนิช นี่...” เจนิชที่กำลังรื้อค้นของอยู่ได้ยินเขาเรียกก็บ่นว่าเขาทันที

“จะเรียกทำไมอีก คุณนี่มันเรื่องเยอะจริงๆ” เจนิชบ่นพร้อมๆ กับหันไปมองเขา แต่แล้วเธอก็ต้องตาเบิกกว้าง ร้องห้ามเขาเสียงลั่นห้อง พร้อมๆ กับลุกขึ้นเดินไปหาเขาอย่างรวดเร็ว

“ว๊าย! คุณเอสเตอร์ เอามานี่! ใครบอกให้คุณแกะมันออกมาห๊า!

“ก็คุณเป็นคนบอกให้ผมแกะออกมาดูเอง เรื่องอะไร... ผมไม่ให้!” เอสเตอร์พูดพร้อมกับลุกขึ้นวิ่งหนีเธอไปรอบๆ ห้อง แล้วจับเจ้ายกทรงขึ้นมาล่อเธอ เจนิชเองก็วิ่งไล่ตามเขารอบๆ ห้องเหมือนกัน

กว่าที่ทั้งคู่จะจัดห้องเสร็จก็มือค่ำ ดึกดื่นเอาการอยู่ ทั้งคู่ต่างนั่งพักความเหนื่อยล้า และพอถึงตอนนี้ความหิวมันก็เริ่มโจมตี พวกเขาทั้งคู่แล้ววววว

จ๊อกก.... เอสเตอร์ได้ยินเสียงท้องของเจนิชร้องก็หันไปถามเธอ “คุณหิวแล้วเหรอ” เจนิชหันไปแหวะเขาเสียงเขียว

“มันก็แน่สิ นี่มันกี่โมงแล้วล่ะ เพราะคุณนั่นแหละมัวแต่เล่นอยู่ได้ ฉันหิวจะแย่อยู่แล้ว”

เอสเตอร์พยักหน้าเบาๆ “อืม.. ผมก็เริ่มหิวเหมือนกันนะ ผมว่าเรามาทำอาหารกันเถอะ”

“ไม่อ่ะ ฉันว่าโทรสั่งจะดีกว่า” เจนิชส่ายหน้าหวือ

“นี่คุณ ดึกป่านนี้แล้วใครเขาจะมารอทำให้คุณ ป่ะเราไปทำอาหารกันเร็ว! ยิ่งช้าจะยิ่งหิวนะ” เอสเตอร์พูดจบก็ลุกขึ้นเดินไปยังตู้เย็นทันที เจนิชเห็นก็ร้องห้ามเขา

“ในตู้เย็นไม่มีอะไรหรอกนะ ฉันเพิ่งเข้ามาอยู่เลยยังไม่ได้ซื้อของเข้าตู้น่ะ”

“ใครบอกว่าไม่มี คุณลองมาดูก่อนดีกว่ามั๊ย” เอสเตอร์พูดพร้อมกับเปิดตู้เย็นให้เธอดู เจนิชลุกขึ้นเดินตามเขาไป เธอก็เห็นว่าในตู้เย็นมีของกินเต็มตู้ไปหมด ทั้งนม เนื้อหมู ผักและผลไม้นานชนิด เธอหันควับมาจ้องเอาเรื่องเขาทันที

“นี่เป็นแผนของคุณใช่มั๊ยเอสเตอร์” เอสเตอร์ยิ้มรับอย่างหน้าระรื่น

“เจ้าเล่ห์นักนะ ร้ายที่สุดเลย จ๊อกก... โอ๊ย...” เจนิชกำลังจะบ่นว่าเขาต่อ แต่ท้องของเธอดันร้องประท้วงขึ้นมาอีกรอบ เอสเตอร์ได้ยินก็ยิ้มเยาะเธอ

“ฉันว่าเราไปหาอะไรกินกันเถอะนะ” เจนิชยังพยายามชวนเขาออกไปข้างนอก แต่เอสเตอรกลับไม่เห็นด้วย

“ทำไมล่ะ อาหารก็อยู่ตรงหน้าแล้วนี่ไง เต็มตู้เลยจะไปข้างนอกทำไมให้เสียเวลา” เอสเตอรพูดพร้อมๆ กับรื้อค้นดูของในตู้เย็น

“ก็... ฉัน... ทำอาหารไม่เป็นน่ะสิ” เจนิชตอบเขาเสียงอ่อยๆ เอสเตอร์ยิ้มกว้างทันทีที่ได้ยินคำตอบจากปากของเธอ

“โธ่! นึกว่าอะไร เรื่องเล็ก มาเดี๋ยวผมจะเป็นพ่อครัวให้คุณเอง”

“คุณ... ทำเป็นเหรอ” เจนิชหันไปมองเอสเตอร์อย่างไม่ค่อยจะเชื่อใจเขานัก

“อืม...” เอสเตอร์พยักหน้าตอบรับ พร้อมๆ กับหยิบค้นหมูและผักออกมาวางบนโต๊ะ

“แล้ว... ทานได้มั๊ย?” เจนิชยังคงทำหน้าไม่ไว้ใจเขา

“เฮ้ย... ได้สิ ผมนี่ระดับเชฟเลยนะ อยู่นิวยอร์กผมทำทานเป็นประจำ วินเซนต์เองยังบอกว่าอร่อยเลยนะ น้องสาวของผมก็ยังชมอีกด้วย” เอสเตอร์พูดแล้วยืดตัวขึ้น แล้วพยักหน้ารัวให้เธอแน่ใจ

“แน่นะ.... คุณอย่าโกหกฉันนะ” แต่เจนิชก็ยังคงไม่ไว้ใจเขาอยู่ดีนั่นแหละ เอสเตอร์ถอนหายใจเบาๆ นี่เธอทำเอาเขาหมดความมั่นใจลงไปเกือบครึ่งเลยนะเนี่ย เสียชื่อพ่อครัวมือหนึ่งหมด!

“ไม่โกหกหรอกน่า มา คุณมาเป็นลูกมือให้ผมหน่อย อ่ะนี่ เอาผักไปนี่ล้างให้ผมที เดี๋ยวผมจะทำสเต้กให้คุณทาน”เอสเตอร์คว้าเอามือของเธอมารับตะกร้าผักจากมือเขา เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วเจนิชก็เลยต้องยอม

“โอเค” เจนิชตอบและยิ้มให้เขา แล้วยกตระกร้าผักที่เขาจัดให้ไปล้าง

แล้วทั้งคู่ก็ได้ทานอาหารจนอิ่ม เจนิชเอ่ยปากชมว่าฝีมือทำอาหารของเอสเตอร์อร่อยไม่แพ้เชฟ และเธอก็อาสาเก็บล้างจนเสร็จเรียบร้อย เธอเดินมานั่งที่โซฟาตรงกันข้ามกับเขา

“นี่ก็ดึกมากแล้วคุณจะกลับยังไง ให้ฉันโทรตามคุณวินเซนต์ให้มั๊ย”

“ไม่ต้องหรอก เพราะผมจะนอนที่นี่”เอสเตอร์ตอบพร้อมๆ กับล้มตัวลงนอนบนโซฟา แล้วหยิบหมอนใบเล็กๆ มาหนุน

“จะบ้าเหรอ จะนอนได้ยังไง ไม่เอาอ่ะ ฉันไม่ให้นอน” เจนิชส่ายหน้าหวือปฏิเสธเขา

“ดึกขนาดนี้แล้วคุณยังจะพยายามไล่ผมกลับอีกเหรอ ป่านนี้วินเซนต์มันคงนอนกอดสาวหลับไปแล้วมั๊ง บ้านของผมก็อยู่ไกลมากซะด้วยสิ ถ้าจะให้นั่งแท็กซี่กลับก็โน่นล่ะ ไม่ต้องได้นอนกันพอดี ไหนจะต้องเดินออกไปรอแท็กซี่ที่หน้าปากซอยอีก ดึกๆ อย่างนี้จะมีรึเปล่าก็ไม่รู้ วิน...” เอสเตอร์แกล้งตัดพ้อ เขาบ่นไปเรื่อยๆ จนเจนิชเริ่มรำคาญ ซึ่งอีกใจหนึ่งเธอก็เห็นใจเขา ก็เลยต้องยอมให้เขานอนด้วย

“เออๆ รู้แล้ว นอนก็นอน บ่นอยู่ได้ แล้วคุณจะเอาชุดที่ไหนเปลี่ยนล่ะ ฉันไม่มีให้หรอกนะ ไซส์ขนาดคุณน่ะ”

เอสเตอร์ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่ห้องนอนของเขา แล้วเปิดประตูให้เธอได้เห็น “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ผมเตรียมเอาไว้แล้ว นี่ไงล่ะ ห้องนี้เป็นห้องของผม คุณคงยังไม่ได้เข้ามาดูสินะ เห็นมั๊ยของใช้ของผมเต็มไปหมดเลย”

เจนิชตาเบิกก้างขึ้นทันที นี่เธอพลาดไปได้ยังไงกันนะ “นี่คุณ!... ฉันไม่ยอมอยู่กับคุณหรอกนะ คุณเก็บข้าวของๆ คุณออกไปเลย ถ้าไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ฉันจะย้ายออก!” เจนิชโวยวาย และเริ่มขับไล่เอสเตอร์อีกครั้ง คนบ้ามากเล่ห์นัก!

“โธ่คุณ ผมแค่เตรียมเอาไว้ เผื่อบางทีผมทำงานจบกลับดึก เพราะบ้านผมอยู่ไกล ก็เท่านั้นเอง และไอ้ของพวกนี้ก็อยู่ในห้องนี้มานานแล้วด้วย คุณไม่เปิดดูให้ดีก่อนล่ะ ผมไม่นอนที่นี่ทุกวันหรอกน่า... แค่คืนนี้คืนเดียวทนๆ ไปเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมก็กลับไปนอนบ้านแล้ว เรื่องมากจริง” เอสเตอร์เดินมานั่งตรงข้ามกับเธอ และพยายามอ้างหาเหตุผล ชักแม่น้ำทั้งร้อยมาเป็นเหตุผลให้เธอยอมเข้าใจ และมันก็ได้ผลซะด้วยสิ

“อ่ะ...ก็ได้ๆ ฉันยอมก็ได้ แต่อย่าให้บ่อยมากนักนะ เจ้าเล่ห์ มากแผนการนักนะ อย่าให้ถึงทีฉันบ้างก็แล้วกัน” เจนิชพูดจบก็ลุกขึ้นเดินเข้าห้องนอนของเธอไป

“นั่นคุณจะไปไหน จะเข้านอนแล้วเหรอ” เอสเตอร์รีบร้องทักเธอทันทีที่เห็นเธอเดินตรงไปที่ห้องนอนขอเธอ เจนิชหยุดเดินแล้วหันมาแว๊ดใส่เขา

“ก็ใช่น่ะสิ นี่มันกี่โมงแล้วล่ะ จะให้นั่งคุยกันจนถึงเช้าเลยรึไง ฉันจะไปอาบน้ำนอน ฉัน...ง่วง...แล้ว!” เอสเตอร์พยักหน้าตอบรับเธอ

“อืม... นอนหลับฝันดี แล้วอย่าลืมฝันถึงผมบ้างนะคร๊าบ...ม๊วฟฟฟ” เอสเตอร์ร้องบอกเธอพร้อมๆ กับทำท่าส่งจูบลอยไปให้เธอ

เจนิชหันมาเจอเข้าพอดี เธอชำเรืองมองหน้าเขา ก่อนจะยกมือขึ้นทำท่าจับจูบของเขาได้ แล้วปาลงกับพื้น พร้อมทั้งกระทืบเท้าซ้ำๆ กันหลายที แล้วยกมือขึ้นมากำ ทำท่าสะใจ

เอสเตอร์เห็นดังนั้นก็ทำท่าเศร้า เอามือทาบอกแล้วหลับตา ทำท่าแกล้งตายนอนหงายล้มลงตัวไปกับโซฟา แล้วลุกขึ้นมาส่งยิ้มยักคิ้วหลิ่วตาให้เธอ เจนิชจ้องหน้าเขาแล้วเอามือชี้และส่งสายตาดุๆ มาให้เอสเตอร์ก่อนจะเดินเข้าห้องแล้วปิดประตูเสียงดัง   

ปัง!....

เอสเตอร์ยิ้มกว้าง เขาลุกขึ้นบิดขี้เกียจไปมา แล้วเดินผิวปากเข้าห้องของตนเองไปอย่างอารมณ์ดี

 

...........................................................................


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เรื่องราวยังมีอีกมากมาย ทั้งเข้มข้น พลิกผันและลุ้นระทึกในทุกๆ ตอน มาเติมเหรียญแล้วไปลุ้นต่อด้วยกันด้วยกันนะคะ"

ณรีรัช


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


None
โดย Anonymous | 1 year, 6 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha