บรรณาการรัก CEO

โดย: ณรีรัช



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : เจสซี่ขอโทษ...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 7

รถแวนของบริษัทแล่นเข้ามาจอดตรงหน้าบันไดของคฤหาสน์หรู บอดี้การ์ดคนหนึ่งวิ่งเข้าไปเปิดประตูรถ เจนิชก้าวลงจากรถมาด้วยหน้าตาที่ไม่สบอารมณ์นัก

วินเซนต์ยืนรออยู่ก่อนแล้วเขาเดินเข้าไปต้อนรับเธอ “ยินดีต้อนรับสู่คฤหาสน์ฟาเบียโน่ครับ”

“ฉันไม่อยากมาเลยซักนิด วินเซนต์คุณพอจะบอกฉันได้มั๊ย ว่าเจ้านายของคุณกำลังเล่นตลกอะไรกับฉัน แล้วไอ้จุด จุด จุด ของเขามันคืออะไร ที่สำคุณเจ้านายของคุณกำลังทำอะไรอยู่” เจนิชรัวคำถามใส่วินเซนต์ทันทีที่มีโอกาส วินเซนต์ยิ้มตอบเธอเล็กน้อย

“ผมคงตอบคุณไม่ได้หรอกนะครับ ผมว่าคุณเจเข้าไปฟังคำตอบจากปากของคุณเอสเตอร์เองจะดีกว่า มาครับเดี๋ยวผมจะพาคุณไปพบกับคุณเอสเตอร์” วินเซนต์พูดจบก็เดินนำเธอเข้าไป เจนิชเองก็เลยต้องยอมเดินตามเข้าไปอย่างเสียไม่ได้

“ลับลมคมในกันเยอะนักนะ” เจนิชสบทออกมาพร้อมๆ กับเดินตามวินเซนต์เข้าไปด้านใน

เมื่อยิ่งเดินเข้าไปใกล้เจนิชก็ได้ยินเสียงของคนกำลังคุยกัน จนเมื่อเธอเดินตามวินเซนต์เข้ามาหยุดยืนที่หน้าห้องโถงขนาดใหญ่ เธอก็ได้ยินเสียงคนคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ แต่นั่นก็ยังไม่แปลกใจเท่ากับเสียงที่เธอกำลังได้ยิน มันเป็นเสียงของเด็กสาว ที่กำลังสนทนาอยู่กับเอสเตอร์ ว่ารักเอสเตอร์อย่าโน้น คิดถึงเอสเตอร์อย่างนี้ 

ฮึ! ไอ้คนบ้ากามนี่ถึงขนาดเรียกใช้บริการเด็กเลยเหรอ แล้วน้ำเสียงแบบนี้อายุถึงเกณท์รึยังก็ไม่รู้ คอยดูนะฉันนี่แหละ จะถ่ายวีดีโอเก็บหลักฐานทั้งหมด เอาไปแจ้งตำรวจมาจับแกไอ้เจ้านายบ้ากาม  ฉันจะฟ้องคุณปวีณา จะฟ้องมูลนิธิทุกที่เลย เกลียดนักไอ้คนประเภทนี้ อี๋...ทุเรศที่สุด

เจนิชยังคงยืนนึกภาพของเอสเตอร์และเด็กสาว เธอคิดเองเออเองหมดทุกอย่าง จนกระทั่งวินเซนต์มาสะกิดเรียกนั่นแหละเธอถึงได้รู้ตัว

“คุณเจเป็นอะไรรึเปล่าครับ”

“ปะ...เปล่าค่ะ ฉันไม่เป็นอะไร”

“งั้น... เราเข้าไปกันเถอะครับ”

“ค่ะ” เจนิชตอบพร้อมๆ กับสูดลมหายใจเข้าซะจนเต็มปอด เผื่อว่าเธอได้เห็นภาพอุจาด บาดตา เธอจะได้ไม่เป็นลม พร้อมๆกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมพร้อมถ่ายวิดีโอ

“แกเสร็จฉันแน่ ไอ้เจ้านายบ้ากาม!” เจนิชพูดพร้อมกับเอามือปิดหน้าข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งก็จับโทรศัพท์ยกขึ้นมาถ่ายวีดีโอ แล้วค่อยๆ เดินตามวินเซนต์เข้าไป

เอสเตอร์กำลังนั่งรอเธออยู่ เขาเห็นเธอเดินเอามือปิดหน้าและยกโทรศัพท์ส่ายไปมา เลยย่นคิ้วมองอย่างแปลกใจ

“นั่นคุณกำลังทำอะไร คุณถือโทรศัพท์แบบนั้นทำไม คุณกำลังถ่ายรูปอยู่เหรอ แล้วคุณเอามือปิดหน้าทำไมเจนิช เดินแบบนั้นเดี๋ยวก็สะดุดล้มอีกหรอก ยังไม่เข็ดรึไงนะ แล้วทำไมต้องปิดหน้าด้วยล่ะ” เอสเตอร์เอ่ยถามเธออย่างแปลกใจที่เห็นท่าทางของเธอ

“ช่างฉัน! ฉันไม่อยากเห็นภาพทุเรศๆ เดี๋ยวมันจะติดตาฉัน คนทุเรศ! บ้ากาม! แม้แต่เด็กก็ยังไม่เว้น คอยดูนะฉันจะฟ้องคุณปวีณา จะฟ้องให้ครบทุกมูลนิธิเลย ครั้งนี้คุณเสร็จฉันแน่ ไอ้เจ้านายบ้ากาม! ไอ้คนโรคจิต!” เจนิชยังคงเอามือปิดตาและถือโทรศัพท์ยื่นจับภาพไปที่เอสเตอร์

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า...” เอสเตอร์ได้ยินก็หัวเราะลั่นห้อง นี่เธอคงคิดว่าเขากำลังมีเซ็กส์กับเด็กสาวอยู่สินะ แต่เรื่องมันก็เข้าเค้าให้เธอคิดอยู่หรอก เพราะเขาเล่นพิมพ์เว้นว่างเอาไว้ให้เธอคิดแบบนั้น เอสเตอร์ยังคงหัวเราะเสียงดัง

วินเซนต์เองก็แอบยิ้มขำไปกับการเข้าใจผิดของเจนิช แต่เขาเองก็ไม่กล้าจะหัวเราะออกมาดังๆ จึงได้แต่ยืนยิ้ม จะมีก็แต่เจสซี่ ที่หันไปมองดูคนโน้นที คนนั้นทีอย่างแปลกใจ

 “นั่นเธอกำลังทำอะไรอยู่คะแด๊ด” เจสซี่เอ่ยถามบิดาด้วยความแปลกใจที่เห็นหญิงสาวผู้มาเยือนเดินเอามือปิดหน้าและถือโทรศัพท์ส่ายไปมาเหมือนว่าเธอกำลังถ่ายวีดีโออะไรซักอย่าง

เจนิชฟังภาษาอังกฤษออก เธอได้ยินเสียงของเด็กสาวเรียกเอสเตอร์ว่าแด๊ด เธอเริ่มจะสงสัยจึงค่อยๆ กางมือออก แล้วมองลอดช่องว่างระหว่างนิ้ว จนเห็นภาพตรงหน้าอย่างชัดเจน เลยรีบๆ เอามือลง และรีบเก็บโทรศัพท์เมื่อเห็นว่าทุกคนๆ กำลังจ้องมองเธออยู่

“คุณกำลังเล่นอะไรเจนิช ฮึ  คุณนี่ชอบทำอะไรให้ผมหัวเราะเรื่อยเลย” เอสเตอร์ยังคงยิ้มกว้างและพยายามกลั้นเสียงหัวเราะ เพื่อไม่ให้เธออายไปกว่านี้ เจนิชเองก็อายจนแทบอยากจะหายตัวไปจากตรงนั้น แต่เธอก็พยายามข่มความอาย ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

“ช่างฉันเถอะค่ะอย่ามาสนใจฉันเลย ว่าแต่ฉันอยากรู้ว่าคุณให้คนไปรับฉันมาที่นี่ทำไม แล้วไอ้จุด จุด จุด ที่คุณทิ้งปริศนาเอาไว้ให้ฉันมันคืออะไร ฉันต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้” เจนิชระเบิดคำถามใส่หน้าเอสเตอร์ทันทีที่เธอตั้งตัวได้ เอสเตอร์ยิ้มเล็กน้อย เขาไม่แปลกใจเลยซักนิด เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าเธอจะต้องมาเอาคำตอบจากเขา

“นี่ไงล่ะคำตอบของผม นี่เจสซี่ลูกสาวสุดที่รักของผม ทีนี่คุณเข้าใจรึยังเจนิช ว่าหน้าที่พิเศษของคุณคืออะไร” เจนิชนั่งนิ่งนึกประติดประต่อคำอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกไปอย่างไม่เต็มเสียงนัก

“เอ่อ... งั้นเหรอ ฉันก็นึกว่าคุณ...”

“คุณคิดว่าผมทำไมเหรอเจนิช”

“ปะ...เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร”

“แน่ใจเหรอว่าไม่มีอะไร”เอสเตอร์แกล้งถามย้ำเธออีกครั้ง จนเจนิชต้องตอบเขาแบบลากเสียงยาวๆ กลบเกลื่อบ พร้อมกับพยักหน้ารัวๆ เป็นคำตอบให้เขา

“ค่ะ...”

“อืมงั้นก็ดี  เจสซี่นี่คุณเจนิชเขาเป็นเลขาของแด๊ด” เอสเตอร์หันไปแนะนำเจนิชให้กับลูกสาวของเขา เจสซี่เองก็ทักทายเจนิชด้วยอัธยาศัยที่น่ารัก

“สวัสดีค่ะหนูชื่อเจสซี่ค่ะ ยินดีที่ได้พบคุณ”

“ฉันก็ยินดีที่ได้รู้จักกับหนูเหมือนกันจ้ะ” เจนิชรีบยิ้มหวานๆ และตอบรับทักทายกับลูกสาวของเจ้านาย

เอสเตอร์เห็นว่าทั้งสองคนทำความรู้จักกันแล้ว และดูท่าว่าทั้งสองคนจะเข้ากันได้ดี เขาก็หันมาหาลูกสาวสุดที่รักของเขา

“เจสซี่ ฟังแด๊ดนะ คืนนี้แด๊ดต้องไปทำงานที่สิงค์โปร แด๊ดคงเอาหนูไปด้วยไม่ได้เพราะงานมันยุ่งมาก แต่วันมะรืนนี้แด๊ดก็กลับมาแล้ว เจสซี่ที่น่ารักของแด๊ดต้องอยู่กับคุณเจนิช2คืน เจสซี่เข้าใจแด๊ดนะคะ” เจสซี่ได้ยินก็หน้าเปลี่ยนทันที ขอบตาทั้งสองข้างเริ่มแดงและคล้ายๆ กับว่าจะมีน้ำใสๆ รื้นออกมา เธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าของบิดา แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

“ทำไมเจสซี่ไปด้วยไม่ได้คะ ทุกครั้งที่เจสซี่มาแด๊ดจะพาเจสซี่ไปด้วยทุกที่และทุกครั้ง”

เอสเตอร์พูดเอาใจลูกสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน  “แต่ครั้งนี้ไม่ได้จ้ะ เพราะงานมันด่วนมาก แด๊ดคงไม่มีเวลาพาหนูเที่ยว  เอาไว้ถ้าแด๊ดกลับมา แด๊ดสัญญาว่าจะอยู่กับหนูตลอดเวลาเลยนะ และจะพาเจสซี่เที่ยวไปทุกๆ ที่ๆ เจสซี่อยากไป  แด๊ดจะตามใจเจสซี่ทุกอย่างเลย” เอสเตอร์เห็นว่าลูกสาวของเขาเริ่มจะเล่นบทเจ้าน้ำตามาต่อรองเขา เขาเอามือปาดเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของเธอ

“เจสซี่... ลูกสาวของแด๊ดต้องไม่ร้องไห้สิคะ”

“แต่เจสซี่อยากอยู่กับแด๊ดนี่คะ เจสซี่ตั้งใจว่าตลอดช่วงซัมเมอร์เจสซี่จะใช้เวลาอยู่กับแด๊ดทั้งหมด”

“หลังจากแด๊ดกลับจากสิงคโปร์มันจะเป็นอย่างนั้นจ้ะสาวน้อย”

“แต่แด๊ดต้องอยู่กับเจสซี่ตลอดเวลา จนถึงเวลาที่แด๊ดต้องขึ้นเครื่องนะคะ” เจสซี่กอดกระชับอ้อมแขนให้แน่นยิ่งขึ้น เธอเอาหน้าซุกไปที่อกของผู้เป็นพ่อ แล้วเอ่ยร้องขอกับบิดา เมื่อเห็นว่าถึงยังไงเขาก็ไม่ยอมให้เธอไปด้วยแน่ๆ

“ได้จ้ะลูกรัก ลูกสาวของแด๊ดน่ารักเสมอ” เอสเตอร์ก้มหอมไปที่กลุ่มผมของลูกสาวเมื่อเธอยอมทำตามที่เขาบอก ก่อนจะหันไปมองเลขาสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้า

“เจนิชคุณไปเตรียมของๆ คุณก่อนก็ได้นะ เพราะคุณต้องอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนเจสซี่ลูกสาวผมสองคืน วินเซนต์พาเธอไปเก็บของที”

“ครับนาย เชิญครับคุณเจ”

เจนิชเดินตามวินเซนต์ออกมาขึ้นรถที่จอดรออยู่ด้านนอก และเมื่อรถแล่นออกไปได้สักพัก เจนิชก็หันไปมองหน้าวินเซนต์ด้วยความสงสัย วินเซนต์เห็นหน้าของเจนิชก็พอจะรู้ เขาเลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้เจนิชได้ฟัง

“คุณคงจะแปลกใจใช่มั๊ยครับ เจสซี่เป็นลูกสาวของคุณเอสเตอร์จริงๆ ครับ เธอเกิดมาจากความผิดพลาดของพ่อกับแม่ ช่วงนั้นคุณเอสเตอร์คบกับแอชลีย์ เธอสวยมาก ทั้งสองคนคบกันจนมีเจสซี่อย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่พอเจสซี่อายุได้ไม่กี่เดือนพวกเขาก็เลิกกัน แอชลีย์อยากเป็นนางแบบมาก เธอได้รับการติดต่อจากโมเดลลิ่ง ในเมื่อโอกาสมาถึงเธอเลยเลือกที่จะสานฝันของตัวเอง ยอมทิ้งเจสซี่ไป เพราะเธอรู้ว่าคุณเอสเตอร์กับครอบครัวคงดูแลเจสซี่ได้  คุณเอสเตอร์ก็ไม่ตามเธอหรอกนะครับ เขายอมปล่อยเธอ คุณเอสเตอร์และครอบครัวคอยดูแลเอาใจใส่เจสซี่อย่างดีที่สุด เพื่อไม่ให้เธอขาดความอบอุ่น ทุกๆ คนรักเจสซี่มาก เธอเปรียบเสมือนดวงใจของคนทั้งครอบครัว เป็นเจ้าหญิงน้อยๆ ที่ต้องการอะไรเธอจะต้องได้ทุกอย่าง ถึงภายนอกเจสซี่จะดูร่าเริงมีแต่คนห้อมล้อมเยอะแยะมากมาย แต่ความจริงแล้ว เธอเหงามาก ในความคิดของเธอมีแต่พ่อเท่านั้นที่เข้าใจเธอ เจสซี่จึงรักและหวงคุณเอสเตอร์มาก เธอได้แต่เฝ้ารอวันปิดภาคเรียน เพื่อที่จะได้มาอยู่กับคุณเอสเตอร์ที่เมืองไทย ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ อืม... ผมว่างานนี้ของคุณเจ คงไม่หมูอย่างที่คิดหรอกนะครับ คุณเตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อมดีกว่า”

“ทำไมเหรอคะ เธอร้ายกาจมากเลยเหรอคะ”

“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกนะครับ เดี๋ยวคืนนี้คุณก็จะได้รู้”

“คุณพูดแบบนี้ทำให้ฉันรู้สึกกลัวนะคะ” วินเซนต์ไม่ตอบเขาเพียงแค่ยิ้มให้เธอเล็กน้อยเท่านั้น

20.00น.

จนเมื่อถึงเวลาที่เอสเตอร์ต้องไปขึ้นเครื่อง เจนนิชและเจสซี่เดินมาส่งเขาที่หน้าบันไดของคฤหาสน์ เอสเตอร์กำชับให้เจนิชคอยดูและลูกสาวของเขาให้ดีที่สุด

“ผมหวังว่าคุณจะดูแลเจสซี่ให้ดีที่สุด เรื่องแค่นี้หวังว่าคุณคงจะทำได้นะ”

“ค่ะ ฉันจะทำให้ดีที่สุด” เอสเตอร์ได้ยินเขาพยักหน้าเบาๆ แล้วหันไปหาลูกสาวสุดที่รักที่ยืนมองหน้าเขาน้ำตาคลอหน่วย

“เจสซี่ แด๊ดไปก่อนนะคะ เป็นเด็กดีไม่เอาแต่ใจและไม่แกล้งเลขาของแด๊ดนะคะสาวน้อย”

“ค่ะแด๊ดเจสซี่จะเป็นเด็กดี เดินทางปลอดภัยนะคะแด๊ด คุณด้วยนะวินเซนต์”

“ครับคุณหนู”

“แด๊ดไปล่ะนะ”

“บายค่ะ เสร็จงานแล้วรีบๆ กลับมาหาเจสซี่นะคะ”

“จ้ะแล้วแด๊ดจะรีบกลับมา” เอสเตอร์สวมกอดลูกสาวแล้วก้มกดจูบกลางหน้าผากของลูกสาวอีกครั้ง ก่อนจะเดินขึ้นรถไป เจสซี่ยืนยิ้มโบกไม้โบกมือให้บิดาจนรถของเขาแล่นออกจากคฤหาสน์ไป

เจนิชยืนมองเจสซี่โบกไม้โบกมือให้บิดาของตนเองก็หวนนึกไปถึงตนเองเมื่อสมัยยังเด็ก ที่ทุกครั้งจะต้องมายืนส่งบิดาไปทำงานแล้วโบกไม่โบกมือแบบนี้ เจนิชกำลังนึกถึงความหลังและยืนยิ้มอย่างอารมณ์ดี แต่แล้วเธอก็ต้องรีบหุบยิ้มทันทีเมื่อหันมาเจอกับสายตาของเจสซี่ที่จ้องมองมาที่เธอ

“ยัยปีศาจ! เจสซี่พูดจบก็เดินกลับเข้าไปด้านใน ทิ้งให้เจนิชยืนตาโตอ้าปางค้างอย่างคาดไม่ถึงอยู่คนเดียว

“อึ๊ยยย..ย ยัยเด็กบ้า พอห่างพ่อหน่อยก็ออกฤทธิ์เลยนะ อย่าคิดนะว่าฉันจะยอม ไม่มีวันซะหรอก รู้จักเจนิชน้อยไปซะแล้ว...” เจนิชได้แต่ยืนเหวี่ยงไปมาด้วยความโกรธ สองวันนี้เธอจะต้องจัดการยัยลูกสาวตัวแสบของเอสเตอร์ให้ได้ ฮึ!...

เจนิชเดินตามเจสซี่มาที่ห้องนอนของเธอ ทันทีที่เจนิชเปิดประตูหมอนใบเล็กๆ ก็ปลิวมาติดที่หน้าของเจนิชพอดิบพอดี

ผลั่ก! .....

“ใครใช้ให้แกเข้ามาในห้องฉัน ยัยปีศาจ! ออกไปเดี๋ยวนี้นะ”

“โอ๊ะ! นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะคะคุณหนูเจสซี่”

“สำหรับปีศาจอย่างแกมันไม่มากไปหรอก ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้!

“แต่ว่าพ่อของคุณสั่งเอาไว้ให้ฉันนอนห้องเดียวกับคุณ”

“ฉันไม่ให้นอน! ฉันไม่อยากอยู่ห้องเดียวกับแก! ยัยปีศาจ! ออกไป!

“ถ้าอย่างนั้นเธอก็กลัวฉันน่ะสิ”

“ฉันไม่เคยกลัวแต่ฉันขยะแขยงพวกผู้หญิงอย่างเธอที่จ้องจะจับแด๊ดของฉัน”

“ฉันไม่เคยคิดแบบนั้น”

“ฉันไม่เชื่อพวกเธอมันก็เหมือนๆ กันหมด ออกไป! ฉันบอกให้แกออกไป! เจสซี่ออกแรงผลักตัวเจนิชสุดแรง จนเจนิชเซออกมานอนห้อง แล้วเจสซี่ก็รีบปิดประตูใส่หน้าของเจนิชอย่างแรง

เจนิชได้แต่ยืนกัดฟันและกำมือแน่นระงับความโกรธมองประตูห้องของเจสซี่ ที่เธอเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี เลยเดินกลับไปที่ห้องพักของเธอ แล้วหยิบหมอนกับผ้าห่มออกมานอนที่โซฟาตัวใหญ่หน้าห้องของเจสซี่ คืนนี้เธอจะนอนเฝ้าเจสซี่ที่หน้าห้อง ในเมื่อไม่ให้นอนข้างใน ถ้าอย่างนั้นเธอจะนอนข้างนอกแทนก็แล้วกัน...

จนเมื่อเจนิชกำลังหลับ เธอรู้สึกเหมือนว่ามีใครมากระชากผ้าห่มจากตัวเธออย่างแรง เจนิชรีบลืมตาขึ้นพรึ่บ แล้วค่อยๆ ส่ายตามองไปรอบๆ จนเมื่อไม่พบใคร และทุกอย่างโดยรอบยังดูเงียบสงบ เธอจึงค่อยๆ หลับตาลง แต่ยังไม่ทันที่จะได้หลับตา ผ้าห่มของเธอก็ถูกดึงออกไปอย่างช้าๆ เจนนิชก็เลยต้องรีบลุกมาดู แล้วเธอก็ต้องร้องกรี๊ดลั่นบ้าน เมื่อเห็นบางอย่างตรงหน้า

“กรี๊ดดดดด...ดด ผี! ช่วยด้วย! ผีหลอก! ผี! เจนิชร้องลั่นบ้านเมื่อเห็นบุคคลลึกลับหน้าตาขาววอกยืนอยู่ตรงหน้า แสงไฟถูกเปิดสว่างไปทั่วคฤหาสน์ เด็กรับใช้และบอดี้การ์ดหลายคนวิ่งตรงมายังโซฟาที่เจนิชนอนอยู่

เจสซี่เองก็ตกใจ เธอเปิดประตูวิ่งออกมาดูด้วยอีกคน

“ผีค่ะ ผี ผีมันหลอกฉัน” เจนิชร้องบอกกับทุกๆ คน

“ไหนครับผี ไม่เห็นมีสักหน่อย คุณฝันร้ายรึเปล่าครับคุณเลขา” บอดี้การ์ดคนหนึ่งเอ่ยถามเจนิช เจนิชส่ายหน้าปฏิเสธ พร้อมๆ กับสอดสายตามองไปรอบๆ อย่างหวาดกลัว แล้วมันก็โผล่มาให้เธอเห็น...

“ไม่นะคะ นั่น นั่นไงคะมันยืนอยูข้างหลังคุณ” เจนิชเอามือชี้ไปที่ด้านหลังของบอดี้การ์ด

“ฉันไม่ใช่ผีค่ะ ฉันเป็นแม่บ้านของที่นี่” ผีที่เจนิชกล่าวหาก็รีบร้องแสดงตัว และอธิบายเรื่องทั้งหมดให้กระจ่าง

“ฉันแค่พอกหน้าเอาไว้ นี่ไงคะ และกำลังมาเดินตรวจความเรียบร้อยตามปกติ ฉันเห็นคุณนอนคุดคู้อยู่ตรงนี้และกอดผ้าห่มอยู่ ฉันก็เลยจะห่มผ้าให้คุณ แต่คุณก็ดึงกลับไปกอดเหมือนเดิม ฉันเลยออกแรงดึงผ้าห่มอีกครั้ง แล้วคุณก็ลืมตาขึ้นมาแล้วก็ร้องกรี๊ดๆ ฉันเองยังตกใจคุณไม่หายเลย ฉันว่าเป็นเพราะคุณอ่านหนังสือเล่มนั้น แล้วเก็บเอาไปฝันรึเปล่าคะคุณเลขา” แม่บ้านหันไปมองหนังสือในมือของเจนิช และมองหน้าเธออย่างตำหนิ

ทุกๆ คนก้มมองหนังสือในมือของเจนิช “คืนหลอน” เจนิชเองก็ก้มมองหนังสือในมือของเธอด้วย และนึกขึ้นได้ว่าเรื่องราวในหนังสือเหมือนกับความฝันของเธอพอดีก็เลยยิ้มแหยะอย่างรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดเรื่องวุ่นๆ ขึ้น  “ฉัน... ต้องขอโทษด้วยนะคะ คือก่อนจะนอนฉันคงจะอินมากไปหน่อย”

เจสซี่ถามบอดี้การ์ดที่เป็นคนอเมริกันเหมือนกับเธอว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเธอฟังภาษาไทยไม่ออก บอดี้การ์ดก็เลยเล่าให้เจสซี่ได้ฟัง พอรู้เรื่องเธอก็หันไปยิ้มเยาะใส่เจนิช

“เอาเป็นว่าเป็นการเข้าใจผิดกันนะครับ ตอนนี้ก็ดึกแล้วเราแยกย้ายกันไปนอนเถอะนะครับ คุณเจนิชครับผมว่าคุณกลับไปนอนที่ห้องของคุณจะดีกว่าครับ เดี๋ยวผมจะจัดให้คนมาเฝ้าหน้าห้องของคุณเจสซี่ไว้เอง คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ” ทุกๆ คนมองเจนิชแล้วส่ายหน้าไปมา เจนิชได้แต่ยิ้มแหยะก้มหัวยอมรับผิด และเอ่ยขอโทษกับทุกๆ คน แล้วเดินหอบหมอนกับผ้าห่มกลับห้อง เจสซี่เดินมาขวางหน้าของเจนิช แล้วทำเสียงสั่นพร่า น่ากลัวใส่หน้าเธอ  ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง

“ระวังผีมันจะตามไปหลอกเธอที่ห้องนะ ฮึ ฮึ” เจสซี่หัวเราเยาะเธอแล้วเดินกลับเข้าห้องไป

เจนิชได้แต่มองตามอย่างหัวเสีย นึกโมโหตัวเองที่เกิดไปทำพลาด จนถูกเด็กสาวหัวเราะเยาะเอา     เจ็บใจจริงๆ เลย ฮึ่ย!....

07.20น. บนโต๊ะอาหารของคฤหาสน์ฟาเบียโน่

ในขณะที่เจนิชกับเจสซี่กำลังนังทานมื้อเช้าร่วมกัน เจสซี่นั่งมองหน้าของเลขาสาวก่อนจะเอ่ย

ฉันอยากไปเที่ยว ฉันเบื่อที่จะอยู่บ้านเฉยๆ คุณพาฉันไปเที่ยวหน่อยจะได้มั๊ย

คุณหนูชอบอะไร และอยากจะไปที่ไหนล่ะคะ

ฉันชอบทะเลและโลกใต้น้ำ

โอเคค่ะ เราจะไปกันหลังมื้อเช้า คุณเมสันช่วยไปเตรียมรถด้วยนะคะ

ครับคุณเลขา

หลังจากทานมื้อเช้าแล้ว เมสันกับจิมลูกน้องของเขาก็ขับรถพาเจนิชกับเจสซี่มุ่งตรงสู่ ซีไลฟ์ แบงคอก โอเชี่ยนเวิลด์ พอซื้อตั๋วเข้าไปข้างในแล้ว เจสซี่ก็หันมาเอาเรื่องกับเจนิชทันที

ฉันไม่ได้ต้องการแบบนี้ ฉันอยากไปทะเลและอยากดำน้ำ

อันนั้นมันเกินความสามารถของฉัน ฉันว่า... เอาไว้คุณหนูรอคุณเอสเตอร์กลับมาก่อนดีกว่านะคะ มันน่าจะปลอดภัยกว่า

ไม่ได้เรื่อง! เจสซี่หันมาสบทใส่เจนิชเบาๆ ก่อนจะหันไปมองโลกใต้ทะเลผ่านตู้กระจกขนาดใหญ่แทน

เจสซี่และเจนิชเดินดูสัตว์มาเรื่อยๆ จนมาถึงโซน Ice Adventure ที่มีนกเพนกวิน Gentoo อยู่เต็มไปหมด ในโซนนี้ วันนี้ครูฝึก(พนักงาน)ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมเข้าร่วมสนุก ด้วยการขออาสาสมัคร 1 คนมาร่วมทำกิจกรรมร่วมกับนกเพนกวิน ซึ่งพอครูฝึกประกาศออกไปเป็นภาษาอังกฤษ์ เจสซี่ก็รีบยกมือขึ้นทันที

เพื่อนของฉันค่ะ เธออยากทำกิจกรรมนี้ เจสซี่พูดเสียงดังและเอามือผายไปที่เจนิชที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กับเธอ

เจนิชหันควับมามองหน้าของเจสซี่ทันที เธอเอามือชี้ไปที่ตัวเองเพื่อถามเจสซี่ เจสซี่ยิ้มตอบพร้อมๆ กับรีบปรบมือเพื่อให้ทุกๆ คนทำตาม แล้วเสียงปรบมือก็ดังลั่น ทุกๆ คนที่อยู่บริเวณนั้นต่างก็หันมามองเจนิชเป็นตาเดียว

ขอเชิญคุณผู้หญิงมาร่วมสนุกกับเราค่ะ เสียงของครูฝึกประกาศเรียกเจนิชเป็นภาษาอังกฤษ และเสียงปรบมือก็ดังขึ้นอีกครั้ง เจนิชเลยจำต้องเดินตรงไปหาครูฝึกอย่างเสียไม่ได้ แต่กระนั้นก็ยังหันมาส่งสายตาเอาเรื่องกับเจสซี่ก่อนที่เธอจะเดินไปถึงครูฝึก

เต็มที่เลยนะคะคุณเจนิช เจสซี่แกล้งตะโกนเชียร์พร้อมทั้งโบกไม้โบกมือเป็นกำลังใจให้เธอ แต่เจนิชกลับหันมาส่งสายตาพิฆาตพร้อมทั้งเอามือชี้หน้าจะเอาเรื่อง เจสซี่ยิ้มกว้างตอบเจนิชพร้อมทั้งยกมือขึ้น ชูนิ้วชี้กับนิ้วกลางขึ้นมาทั้งสองข้างให้กับเจนิช เจนนิชนั้นได้แต่เม้มริมฝีปาก ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันระงับความโกรธเอาไว้

ครูฝึกได้ให้เจนิชให้อาหารเพนกวินอย่างใกล้ชิด รวมถึงได้เข้าไปสัมผัสกับเพนกวินจนแทบจะถึงรังของมันเลยทีเดียว แต่ในระหว่างที่เจนิชกำลังร่วมสนุกกับกิจกรรมอยู่ เจสซี่กลับเห็นว่ากิจกรรมที่จัดขึ้นมันดูซ้ำซากและน่าเบื่อ เธอเดินออกมาจากโซน Ice Adventure และเดินดูโซนอื่นๆ ไปเรื่อยๆ

จนเมื่อเธอเดินไปเจอกับป้ายกิจกรรมพิเศษที่ทางสวนน้ำได้จัดขึ้น ป้ายนั้นเขียนว่า Dive with the Sharks ที่เขียนเชิญชวนให้ผู้เข้าชมที่สนใจอยากดำน้ำลงไปสัมผัสกับจ้าวแห่งท้องทะเลและปลาอื่นๆ มากมายอีกหลายสายพันธุ์ พร้อมๆ กับครูฝึก โดยแบ่งออกเป็น 3 เคส เจสซี่เลือกเคสที่1 สำหรับผู้ที่ดำน้ำเป็นประจำ เธอจัดการติดต่อซื้อตัวเองเสร็จสรรพ และอยากจะลงดำน้ำทันที แต่พนักงานแจ้งว่ากิจกรรมนี้ต้องสั่งจองล่วงหน้า 3 วัน เพราะในทุกๆ วันทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมคิวเอาไว้แล้วและไม่รับเพิ่มเป็นพิเศษ

เจสซี่มีสีหน้าที่ผิดหวัง เธออยากดำน้ำมากเป็นที่สุด ถ้าจะให้รอถึง3วันก็คงนานเกินไป แต่ในเมื่อทำอะไรไม่ได้เธอก็ได้แต่นั่งเศร้า มองดูลูกค้าคนอื่นที่มีคิววันนี้เตรียมตัวกันอย่างตื่นเต้น

เจสซี่นั่งมองคนอื่นๆ สักพัก ครูฝึกสังเกตุเห็นว่าเธอเอาแต่มองกลุ่มพวกลูกค้าที่กำลังเตรียมตัวจะดำน้ำด้วยสายตาเศร้าๆ อยู่นานสองนาน เขาเดินมาหาเธอแล้วนั่งลงข้างๆ ก่อนจะเอ่ยกับเธอเป็นภาษาอังกฤษ เธอชอบดำน้ำเหรอ

เจสซี่ได้ยินก็ตอบครูฝึกเสียงเศร้า ค่ะ ฉันชอบดำน้ำเป็นที่สุด แต่ฉันจองตั๋วช้าไป คงต้องรอไปอีกสามวัน

สามวันที่ผ่านมาเธอเคยดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์รึเปล่า

เจสซี่ไม่ทานเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ค่ะ

แล้ว... เธอมีโรคประจำตัวอะไรมั๊ย

ไม่ค่ะ เจสซี่ไม่มีโรคประจำตัว เจสซี่ร่างกายแข็งแรงดีทุกอย่าง

อืม... เมื่อเช้ามีลูกค้าโทรมาสละสิทธิ์ 1 คน และตอนนี้มันก็ว่างสำหรับลูกค้าคนใหม่ 1 ที่ เธอสนใจที่ว่างนั้นมั๊ย เจสซี่ได้ยินเธอหันไปมองหน้าครูฝึกด้วยอาการดีใจระคนกับแปลกใจ

สนค่ะ เจสซี่สนใจ คุณให้ที่ว่างนั้นกับเจสซี่นะคะ เจสซี่อยากดำน้ำจริงๆ เจสซี่มองหน้าครูฝึกอย่างรอคำตอบ แล้วเจสซี่ก็ยิ้มร่าหน้าตาสดชื่นขึ้นมาทันที เมื่อครูฝึกยื่นกุญแจล็อคเกอร์ให้กับเธอ พร้อมๆ กับยิ้มและพยักหน้าเล็กน้อย

ขอบคุณ ขอบคุณค่ะ เจสซี่รับกุญแจมาถือเอาไว้ แล้วบอกกับครูฝึก ก่อนจะเดินเข้าไปเปลี่ยนชุด และรวมตัวกับพวกลูกค้าคนอื่นๆ ที่ล็อคเกอร์....

เจนิชที่เพิ่งเสร็จจากการร่วมสนุกกับกิจกรรม เธอเดินกลับมานั่งตรงที่เดิมและเริ่มมองหาลูกสาวของเจ้านาย หายไปไหนของเขานะ แกล้งฉันแล้วคิดจะชิ่งหนีเหรอ อย่าให้เจอตัวเชียว แสบนัก

เจนิชเดินตามหาเจสซี่ในโซนต่างๆ จนทั่วก็ยังไม่พบ เธอเลยโทรศัพท์ถามเมสันหัวหน้าบอดี้การ์ด ที่รออยู่ประตูทางออก ฮัลโหลคุณเมสันคะ คุณหนูเจสซี่เธอออกไปหาคุณรึยังคะ

ยังครับ ผมนั่งเฝ้าที่ประตูทางออกนานมากแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นเธอออกมา คุณเจนิชอย่าบอกนะว่าคุณหลงกับเธอน่ะ

ค่ะ เอ่อ... คือฉันไปทำกิจกรรมนิดหน่อยน่ะค่ะก็เลยคลาดกัน

คุณรอผมอยู่ตรงนั้นนะครับเดี๋ยวผมจะเข้าไปหาคุณ แล้วตอนนี้คุณอยู่ตรงไหน

อุโมงค์ใต้น้ำค่ะ คุณรีบๆมานะคะ

ครับแล้วผมจะรีบไป เมสันหันมาสั่งให้ลูกน้องของเขาเฝ้าทั้งประตูทางเข้าและประตูทางออก ส่วนตัวเขารีบซื้อบัตรและเข้าไปหาเจนิชที่อุโมงค์

พอเจอกันกับเมสันเจนิชเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้กับเมสันฟัง ก่อนจะช่วยกันออกตามหาลูกสาวของเจ้านาย พวกเขาทั้งสองคนเดินตามหาจนทั่วก็ยังไม่เจอเจสซี่ พอโทรหาลูกน้องที่เฝ้าอยู่หน้าประตูก็ได้คำตอบเหมือนกันว่ายังไม่เห็นเจสซี่เดินออกมาจากด้านใน ตนเมื่อเจนิชเดินมาหยุดนั่งพักใกล้กับป้ายประกาศ เธอนั่งมองผู้คนที่เดินไปมาสักพักเธอก็เห็นป้าย

 Dive with the Sharks  เจนิชยิ้มออกทันที ใช่สิเธออยากดำน้ำนี่ เจนิชพูดจบก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาเมสัน

คุณเมสันคะฉันรู้แล้วค่ะว่าเจสซี่อยู่ที่ไหน เจนิชกดปิดโทรศัพท์ก่อนจะเดินเข้าไปถามพนักงานที่อยู่หน้าเคาเตอร์....

หลังจากผ่านการดำน้ำเสร็จเรียบร้อย ครูฝึกก็ให้ทุกๆคนไปล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าและกลับได้ เจสซี่เดินออกมาจากล็อคเกอร์ด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส เธอมองดูรูปที่ถ่ายใต้น้ำอย่างชื่นชม จนเดินออกมาเจอกับเจนิชและเมสัน เจสซี่ยื่นรูปของเธอให้พวกเขาดู

สวมมั๊ยรูปฉันเองเลยนะ ได้ว่ายคู่กับฉลามด้วย สุดยอดไปเลย

คุณหนูควรจะบอกฉันก่อน ไม่ควรหนีมาแบบนี้

ฉันไม่ได้หนีนะ แค่เบื่อที่จะดูเธอเล่นกับเพนกวิน

ยังไงก็ควรจะรอฉันก่อน เราตามหาคุณหนูให้วุ่น คุณหนูไม่คิดจะขอโทษหรือสำนึกผิดสักหน่อยเหรอคะ

ไม่ ฉันหิวแล้วเราไปอะไรทานกันเถอะเจสซี่พูดจบก็เดินตรงไปประตูทางออกโดยไม่สนใจสายตาของเจนิชและเมสัน

เจนิชมองหน้าเมสันแล้วถอนหายใจเบาๆ กว่าคุณเอสเตอร์จะกลับมาฉันคงเป็นโรคประสาทกันพอดี เจนิชพูดจบก็รีบเดินตามเจสซี่ไป เมสันเองก็รีบตามเจนิชไปเช่นกัน

คุณหนูอยากทานอะไรคะ

อืม... ฉันอยากทานอาหารญี่ปุ่น เอาซูชิก็แล้วกัน

ค่ะ

หลังจากทานอาหารเสร็จทุกๆคนก็เดินไปขึ้นรถเพื่อจะกลับ เมสันและลูกน้องนั้นเดินกลับไปเตรียมรถรอเอาไว้แล้ว เหลือแต่เจนิชและเจสซี่เท่านั้นที่กำลังเดินตรงไปที่รถ แต่แล้ว...

ฉันอยากซื้อของ คุณรอฉันอยู่ตรงนี้นะ เจสซี่พูดจบก็วิ่งข้ามถนนไปทันที เจนิชพยายามวิ่งตามเจสซี่และร้องห้ามเสียงหลง

คุณหนูเจสซี่ ไม่ได้นะอย่าวิ่งไปแบบนั้น มันอันตราย! แต่เจสซี่กลับไม่ฟัง เธอหันมายิ้มและโบกไม้โบกมือให้กับเจนิช

เวลานี้เป็นเวลาดึกมากแล้ว และบนถนนก็มืดมาก จนเจสซี่มองไม่เห็นว่ากำลังมี BMW คันงามกำลังวิ่งตรงออกมาจากในซอยด้วยความเร็ว เจนิชเห็นก็ร้องบอกเจสซี่เสียงหลง  เจสซี่ระวัง!

เจสซี่หันกลับไปมองรถเธอตกใจยืนอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก BMW คันงามก็พยายามเบรกรถ แต่มันกระชันชิดเกินไปเขาเบรกไม่ทัน เสียงเบรกรถดังลั่นสนั่น   เอี๊ยด! โครม!...

ร่างของเจนิชหมดสติกองลงอยู่กับพื้น ส่วนเจสซี่นั่งตกใจอยู่ข้างทาง เพราะเจนิชวิ่งเข้าไปกระชากตัวเธอออกมา แต่ตัวเธอกลับหลบไม่พ้น เลยทำให้เธอถูกรถเฉี่ยวชนจนล้ม หัวกระแทกพื้นหมดสติไป เจสซี่นั่งมองร่างที่ไม่ได้สติของเจนิช เธอกลัวจนสั่นไปหมด เมสันและลูกน้องต่างก็รีบวิ่งเข้ามาดู ดีว่าตรงที่เกิดอุบัติเหตุอยู่เยื้องๆ กับโรงพยาบาล พวกพนักงานเปลและพยาบาลฉุกเฉินจึงรีบเข้ามาช่วย และพาเจนิชเข้าไปรักษาตัว...

เอสเตอร์และวินเซนต์ที่เสร็จงานเร็วก่อนกำหนด พวกเขาเพิ่งกลับมาถึงคฤหาสน์ เขาแปลกใจที่ไม่ได้ยินเสียงของลูกสาว แม่บ้านรีบเข้ามารายงานกับเขาว่า เจนิชพาเจสซี่ไปเที่ยวตั้งแต่เช้ายังไม่กลับ เอสเตอร์มองดูนาฬิกาที่ข้อมือก็แปลกใจ เพราะนี่มันก็ดึกมากแล้ว

วินเซนต์นายโทรหาเมสันกับเจนิสซิ ไปที่ไหนกันนะดึกขนาดนี้ยังไม่กลับมาอีก

ครับ วินเซนต์กำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก แต่โทรศัพท์ของเขากลับสั่นไปมาเพราะมีสายโทรเข้า วินเซนต์เห็นชื่อก็รีบรายงานเจ้านายทันที

เมสันครับนาย เอสเตอร์พยักหน้าและรับโทรศัพท์จากมือของวินเซนต์ขึ้นมากดรับ

แกอยู่ที่ไหนเมสัน นี้มันดึกมากแล้วทำไมถึงยังไม่กลับมา แล้วเจสซี่ล่ะเธออยู่กับแกด้วยรึเปล่า” เอสเตอร์กรอกเสียงเข้มลงไปในโทรศัพท์ แต่แล้วเขากลับได้ยินข่าวที่น่าตกใจยิ่งกว่า

อะไรนะ! รถชน! เอสเตอร์พูดได้แค่นั้น แล้วบอกให้วินเซนต์เตรียมรถ แล้วทั้งสองคนก็รีบออกไป

ที่หน้าห้องฉุกเฉินเจสซี่ได้แต่นั่งร้องไห้และมองไปที่ประตูของห้องฉุกเฉิน เธอรู้สึกผิดและกลัวจนสับสน เมสันเองก็ได้แต่นั่งรออยู่ใกล้ๆ จนกระทั่งเอสเตอร์กับวินเซนต์เดินเข้ามา

แด๊ด! เจสซี่ขอโทษ เจสซี่ไม่ได้ตั้งใจ เจสซี่ขอโทษ เจสซี่โผเข้ากอดบิดาร้องไห้พูดพร่ำขอโทษไม่หยุด จนเอสเตอร์ต้องพูดปลอบเธอ

เจสซี่ใจเย็นๆ นะ ตอนนี้แด๊ดอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่ต้องกลัวนะเด็กดี

เรื่องมันเป็นยังไงเมสัน แล้วตอนนี้เจนิชเป็นยังไงบ้าง เมสันเล่ารายละเอียดให้เจ้านายฟัง เท่าที่เขาได้ทันเห็น

ผมเห็นเพียงเท่านี้ครับ ส่วนคุณเจนิชเราก็ยังไม่รู้อาการของเธอเลย ตอนนี้เราก็ได้แต่รอครับ

เอสเตอร์หันกลับมาหาลูกสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของเขา เธอยังคงตกใจกลัวจนเขาต้องกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ก่อนจะเอ่ยกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

เจสซี่ลูกมีอะไรจะบอกกับแด๊ดมั๊ย ลูกสาวของแด๊ดต้องกล้ายอมรับความจริงสิ หนูไม่เคยกลัวความจริงไม่ใช่เหรอเจสซี่ เจสซี่เงยหน้าขึ้นมองหน้าของบิดาที่ส่งสายตาที่อ่อนโยนมาให้เธอ เธอหยุดนิ่งก่อนจะบอกกับบิดาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

วันนี้เจสซี่ขอให้เธอพาเจสซี่มาเที่ยวค่ะ แล้วเจสซี่ก็แกล้งเธอหลายต่อหลายครั้ง และครั้งล่าสุดเจสซี่แค่อยากจะแกล้งเธอก่อนกลับ แต่เจสซี่ไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ เจสซี่แค่อยากจะแกล้งให้เธอโกรธก็เท่านั้น คุณเจนิชเธอต้องมาโดนรถชนเพราะช่วยเจสซี่เอาไว้ เจสซี่ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้ เจสซี่ขอโทษค่ะแด๊ด เจสซี่ขอโทษ เจสซี่บอกกับบิดาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ และร่ำไห้กอดบิดาเอาไว้อย่างรู้สึกผิด

ไม่เป็นไรนะ แด๊ดเข้าใจจ้ะ ตอนนี้คุณเจนิชเขาถึงมือหมอแล้ว แด๊ดเชื่อว่าเธอต้องปลอดภัย เอสเตอร์บอกกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน และกอดกระชับลูกสาวเอาไว้เพื่อปลอบเธอ

สักพักใหญ่ๆ หมอและพยาบาลก็เปิดประตูออกมา เอสเตอร์และเจสซี่รีบลุกขึ้นเดินเข้าไปหาหมอใหญ่ทันที

อาการของเจนิชเป็นยังไงบ้างครับหมอ

เธอปลอดภัยแล้วครับ เนื่องจากศรีษะของเธอถูกกระแทกเลยทำให้เธอหมดสติไป แต่เราได้เช็คจนละเอียดแล้ว เธอเพียงแค่ศีรษะแตกและกระดูแขนแตกนิดหน่อยเท่านั้นครับ ญาติวางใจได้นะครับผมต้องขอตัวก่อน หมอใหญ่พูดจบก็เดินกลับเข้าห้องฉุกเฉินไป

ขอบคุณครับหมอ เอสเตอร์พูดจบก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ เจสซี่และทุกๆ คนต่างก็ดีใจที่เจนิชปลอดภัย......

………………………………………………………………….

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เรื่องราวยังมีอีกมากมาย ทั้งเข้มข้น พลิกผันและลุ้นระทึกในทุกๆ ตอน มาเติมเหรียญแล้วไปลุ้นต่อด้วยกันด้วยกันนะคะ"

ณรีรัช


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


ชอบ
โดย Anonymous | 1 year, 6 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha