บรรณาการรัก CEO

โดย: ณรีรัช



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 8 : คนเฝ้าไข้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

#

ตอนที่ 8

หมอใหญ่เห็นว่าอาการของเจนิชปลอดภัยแล้ว และไม่ร้ายแรงมากนัก  เลยให้เธอนอนดูอาการ 1 คืน เอสเตอร์เลยให้วินเซนต์พาเจสซี่กลับไปพักที่บ้าน ส่วนตัวเขาเองนั้นอาสานอนเฝ้าเลขาสาวอย่างไม่ต้องสงสัย

เจสซี่ถึงแม้จะอยากปฏิเสธไม่ให้บิดาของเธอนอนเฝ้าเจนิช แต่ก็เพราะความผิดที่เธอทำให้เจนิชต้องมารับเคราะห์แทน จึงทำให้เธอไม่กล้าที่จะปฏิเสธบิดาของเธอ จึงยอมกลับไปกับวินเซนต์และเมสันแต่โดยดี ทุกๆ คนกลับคฤหาสน์ฟาเบียโน่กันหมด ตอนนี้ที่โรงพยาบาลจึงมีเพียงแค่ เอสเตอร์และเจนิชเท่านั้น

เอสเตอร์เดินไปหยุดอยู่ข้างเตียงของเจนิช เขามองใบหน้าที่ดูซีดเซียวปราศจากสีสันของเครื่องสำอางค์...

 หนูเจเด็กผู้หญิงตัวน้อยๆ ผมถักเปียทั้งสองข้าง ดวงตากลมใส ปากนิดจมูกหน่อย ที่มักชอบชวนเขาเล่นขายของอยู่เป็นประจำ แต่ตอนนี้เธอกลับกลายเป็นหญิงสาวสวยผิวนวลเนียนจนน่าสัมผัส ดวงตาของเธอยังคงกลมโตเป็นประกายเหมือนตอนเล็กๆ ไม่มีผิด จมูกที่โด่งรั้น ช่างรับกันกับริมฝีปากที่เรียวบางเชิดรั้นเผยอขึ้นจนน่าจูบ จนเขาเองยังเผลอก้มหน้าลงหมายจะกดจูบประทับรอยไปที่ริมฝีปากบาง ที่เชิดขึ้นนั้นให้มันยุบลงไป แต่พอเขากำลังก้มใบหน้าเข้าไปใกล้ๆ และกำลังจะได้จูบเธอ...

เจนิชที่เพิ่งได้สติก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น แล้วดวงตาของเธอก็ต้องเบิกขยายกว้างขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าของใครก็ไม่รู้ ที่กำลังจะก้มลงต่ำเข้ามาหาใบหน้าของเธอ และกำลังจะชนเข้ากับใบหน้าของเธอแล้วววว....

“กรี๊ดดดด....ด ไอ้บ้า เอาหน้าของแกออกไปเดี๋ยวนี้นะ! เจนิชร้องกรี๊ดๆ พร้อมกับเอามือผลักใบหน้าของเอสเตอร์ออกอย่างแรง

เอสเตอร์ที่กำลังเคลิบเคลิ้ม เหมือนโดนฉุดกระชากออกมาจากห้วงของมนต์เสน่ห์อย่างฉับพลัน เมื่อเจอเข้ากับดวงตากลมโตที่เบิกกว้างและเสียงกรี๊ดๆ ที่ร้องดังอยู่ข้างๆ หู  ที่มาพร้อมกับแรงผลักดันมหาศาลบนใบหน้าของเขา ที่ทำให้เขาต้องเซออกมายืนไกลๆ เตียง แต่แล้วเอสเตอร์ต้องยืดตัวและปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เขามองคนไข้บนเตียงที่จ้องหน้าเขาด้วยสายตาที่ดูแล้วคงจะไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่นัก จนต้องยิ้มให้เธอเล็กน้อยอย่างรู้สึกผิด

“ตื่นแล้วเหรอคุณ คุณหลับไปนานหลายชั่วโมงเลยนะ เป็นไงมั่งล่ะเจ็บตรงไหนอยู่รึเปล่า ผมตามหมอให้เอามั๊ย” เอสเตอร์แกล้งถามเธอกลบเกลื่อน

เจนิชหมั่นใส้คนชอบฉวยโอกาส เธอกระชากหมอนหนุนออกแล้วปาใส่หน้าเขาอย่างแรง “นี่แน่ะไอ้คนฉวยโอกาส ไม่ต้องมาแกล้งเป็นห่วงฉันเลยนะ ไอ้คนเจ้าเล่ห์”

เจนิชพูดพร้อมกับเอามือควานหาสิ่งของที่อยู่ใกล้ๆมือ เท่าที่เธอจะพอหยิบได้ ปาใส่เขาไม่ยั้ง ทั้งหมอนเล็กๆ ที่พยาบาลวางเอาไว้เพื่อรองแขน กล่องทิชชู่ หนังสือเล่มเล็กๆ สองสามเล่ม เอสเตอร์เองก็เอามือบดบังเอาไว้ เอี้ยวตัวหลบไปมา พร้อมๆ กับร้องห้ามเธอเสียงหลง “โอ๊ยยเจนิช! หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้เจนิช!

นี่ขนาดว่าแขนข้างเดียวนะ ยังฤทธิ์เยอะขนาดนี้ ถ้าสองข้างจะขนาดไหนกัน สงสัยคงจะกระโดดบีบคอเขาไปแล้วมั๊ง ยัยเลขาตัวแสบเอ๊ยยย...

จนเมื่อเจนิชกำลังหยิบโทรศัพท์มือถือของเขาที่วางเอาไว้ก่อนหน้านี้ เอสเตอร์เห็นเข้าพอดีเลยต้องรีบร้องห้ามเสียงเข้ม

“เฮ้ยไม่ได้! อันนั้นแพง! หยุด! หยุดอาละวาดได้แล้วเจนิช ไม่งั้นเธอได้เจอรสจูบของจริงแน่ๆ” มันได้ผลเจนิชได้ยินก็หยุดกำโทรศัพท์ค้างเอาไว้ในลักษณะที่กำลังยกมือขึ้นง้างแขนจะปาใส่เขาอยู่พอดี

เอสเตอร์เห็นเธอหยุดค้างเอาไว้ก็ยิ้มออก เขาเอามือที่ยกขึ้นกำบังใบหน้าลง แล้วค่อยๆ เดินเข้าหาเลขาสาว พร้อมๆกับพูดล้อเลียนเธอ

“กลัวโดนจูบเหรอเจนิชหืม... ถึงได้หยุดอาละวาด” เอสเตอร์พูดทำเสียงสั่นพร่าและทำหน้าทำตาล้อเลียนเธอ ซะจนเจนิชเกิดหมั่นใส้ ปาโทรศัพท์ติดเข้ากับหน้าผากของเอสเตอร์  ปึก!  “โอ๊ย!... เจนิช!

เอสเตอร์ไม่ได้ตั้งตัวจึงโดนเข้าเต็มๆ แรงขว้างปาของเจนิชถึงจะไม่แรงมาก แต่ก็ทำให้หน้าผากของเอสเตอร์ปูดนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด และดีที่เอสเตอร์มือไวพอที่จะคว้าโทรศัพท์เอาไว้ได้ทัน ก่อนที่มันจะร่วงตกลงบนพื้น

“โอ๊ยยยย... นี่คุณจะบ้ารึไง ผมเจ็บนะ! เอสเตอร์ร้องและพูดเสียงเข้มพร้อมกับเอามือกุมรอยนูนเอาไว้

“ก็ใครใช้ให้คุณฉวยโอกาส ช่วยไม่ได้! นี่มันยังน้อยไปด้วยซ้ำนะ มันน่าจะปาให้หัวแตกไปเลย จะได้เลิกนิสัยชอบเอาเปรียบผู้หญิงซะที” เจนิชยังคงจ้องเอาเรื่องกับเขา แต่แล้วเธอก็ต้องหลุดยิ้มเมื่อเอสเตอร์เอามือออกจากหน้าผาก

“อะไรอีก คุณยิ้มอะไร หายบ้าแล้วเหรอถึงยิ้มได้” เอสเตอร์ตวัดเสียงถามเมื่อเห็นรอยยิ้มของเธอ

“หน้าผากของคุณมันนูนออก มันตลกน่ะ ฮึ ฮึ”

“ห๊า! ถึงขั้นปูดเลยเหรอ” เอสเตอร์พูดจบก็รีบเดินเข้าไปในห้องน้ำ มองใบหน้าของตนเองผ่านกระจกใส

เฮ้ยยย โอ้โห! ปูดซะขนาดนี้แสบจริงๆ” เอสเตอร์พูดจบก็เดินออกมาตรงรี่มาเอาเองเธอถึงเตียง ที่บังอาจมาทำให้คาสโนว่าอย่างเขาหมดหล่อ ถ้าใครเห็นคงได้หัวเราะกันอร่อยเลยที่เดียว

“เจนิชคุณต้องรับผิดชอบผลงานของคุณเดี๋ยวนี้!” เอสเตอร์พูดเสียงเข้มและเอามือกุมรอยปูดนูนเอาไว้

“ทำไมฉันต้องรับผิดชอบ ก็คุณอยากมาฉวยโอกาสกับฉันก่อน ฉันก็ต้องโต้ตอบกลับเป็นธรรมดา” เจนิชพูดอย่างไม่ยี่หระและเบ้ปาก ยักไหล่ทำเป็นไม่สนใจเขา

“แต่ผมยังไม่ทันได้จูบคุณเลยนะ มัน...ไม่...แฟร์...” เอสเตอร์ก้มหน้าเข้าหาเธอและพูดเน้นเสียงต่ำ และแววตาเป็นประกายจนเจนิชเริ่มจะกลัวๆ

“ยะ...อย่านะ คุณ...คุณจะให้ฉันรับผิดชอบยังไง แต่ถ้าคุณจะ... ไม่นะฉันไม่เอาด้วย” เจนิชส่ายหน้าปฏิเสธหวือ เธอกลัวว่าเขาจะจูบเธอจริงๆ

เอสเตอร์จ้องใบหน้าหวานแล้วยกยิ้มที่มุมปาก “ฮึ ฮึ กลัวเหรอคนเก่ง”

เอสเตอร์แกล้งกดโน้มใบหน้าเข้าหาใบหน้านวล เจนิชเองก็เสียวเธอเอนตัวลงหนีใบหน้าของเขาและหลับตาปี๋ เอสเตอร์ยิ้มออกและหยุดนิ่งเฉย ก่อนจะเดินตรงไปที่ตู้เย็น 

เจนิชค่อยๆ ลืมตาขึ้นที่ละข้างเมื่อรู้สึกว่าใบหน้าของเอสเตอร์ไม่ได้อยู่ตรงหน้าแล้ว เธอเห็นว่าเขายืนอยู่ตรงหน้าตู้เย็นก็เป่าปางออกมาด้วยความโล่งใจก่อนจะบ่นพึมพำเบาๆ “เฮ้อ! นึกว่าจะจูบซะอีก ไอ้คนเจ้าเล่ห์ท่ามากนัก”

เอสเตอร์แกะเอาน้ำแข็งที่อยู่ในพิมพ์แช่ในช่องฟิช ออกมาสองสามก้อนใส่ในผ้าเช็ดหน้าของเขา แล้วเดินตรงมาที่เธอและยื่นห่อน้ำแข็งให้เธอ

“อ่ะ จัดการซะ เร็ว! รีบๆทำก่อนที่มันจะบวมเห่อแดงมากกว่านี้” เจนิชมองหน้าเขาอย่างไม่สบอารมณ์แต่ก็ยอมรับห่อผ้ามาแต่โดยดี เอสเตอร์ลากเก้าอี้มานั่งติดข้างเตียงของเธอ เขานั่งเอาศอกตั้งฉากเท้าคางเอาไว้มองใบหน้าสวยหวานของเธอแล้วหลับตาพริ้ม และยิ้มหน้าระรื่น

เจนิชเอาผ้าห่อนน้ำแข็งค่อยๆ กดประคบรอบปูดนูนไปรอบๆ โดยไม่ได้สังเกตูเลยว่ากำลังโดนจ้องมองด้วยแววตาที่เป็นประกาย เธอกดประคบไปรอบๆ จนมันเริ่มยุบลง เลยเหลือบตาลงไปสบสายตากับเขา

“ยิ้มอะไร ทำไมต้องยิ้ม”

“เอ้า! ยิ้มก็ไม่ได้ คนกำลังมีความสุขก็ต้องยิ้มเป็นธรรมดา”

“มีความสุขมากใช่มั๊ย” เจนนิชพูดพร้อมกับกดห่อน้ำแข็งลงไปที่รอยนูนแรงๆ จนเอสเตอร์ร้องลั่นและรีบเบี่ยงหน้าหนี

“โอ๊ยยย อะไรอีก ผมเจ็บนะ”

“อ้าวเหรอ เห็นคุณบอกว่ามีความสุข ฉันก็นึกว่าคุณหายแล้วซะอีก” เจนิชพูดและทำหน้าเหรอหรา ไม่รู้เรื่อง แต่เอสเตอร์สิ เขากลับหน้ายับยู่ยี่แทนเธอ แล้วแย่งเอาห่อผ้าในมือเธอไป เพราะไม่อย่างนั้นเธอคงจะแก้งกดแรงๆ อีกแน่ๆ

“ประคบเย็นพอแล้ว อ่ะเอาขั้นตอนต่อไปได้ละ” เอสเตอร์พูดแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กๆ อีกผืนให้เธอ

“ขั้นตอนต่อไป ขั้นตอนอะไร” เจนิชถามเขาอย่างสงสัย

“อ่าว ทำเป็นลืมอีก ก็ทำเหมือนกับที่ผมทำให้คุณที่อ๊อฟฟิตยังไงล่ะ”

เจนิชนึกถึงเหตุการณ์ที่เขาประคบให้เธอในวันนั้น และยังนึกเลยไปถึงเมื่อตอนที่ตะวันทำให้เธอตอนเด็กๆ อีกด้วย เธอรีบส่ายหน้าปฏิเสธเขา

“ไม่เอาอ่ะ คุณทำเองเถอะฉันทำให้แค่นี้ก็มากพอละ”

“เฮ้ย! ได้ไง ที่หน้าผากผมต้องนูนแบบนี้ ฝีมือคุณเลยนะ”

“ก็คุณฉวยโอกาส”

“แต่ผมก็ยังไม่ได้จูบ มา งั้นมาให้ผมจูบจริงๆ เลย จะได้เจ๊ากัน และผมก็จะไปนั่งประคบคนเดียว” เอสเตอร์ไม่พูดเปล่า แต่เขายื่นหน้าเข้าหาใบหน้าของเธอและทำท่าจะจูบเธอจริงๆ จนเจนิชต้องเบนหน้าหลบเขาและร้องห้าม

“อึ๊ยยย.. อย่านะ อ่ะๆ ฉันยอมแล้ว เอาผ้ามา” เจนิชตวัดเสียงใส่เขาอย่างไม่สบอารมณ์นัก ไอ้คนบ้านี่ขู่อยู่ได้ เห็นว่าผิดหรอกนะถึงยอม

เอสเตอร์ยิ้มกว้าง เขานั่งเอามือเท้าคางทำหน้าระรื่นจนน่าหมั่นใส้ เจนิชเหลือบตามองและขบกรามพูดเสีบงลอดไรฟัน “อย่าให้ถึงที่ฉันบ้างนะ”

“บ่นอะไรคุณ เร็วๆ เข้าเดี๋ยวมันไม่ต่อเนื่อง”

“เออๆ รู้แล้วเร่งอยู่ได้” เจนิชพูดจบก็กำผ้าขึ้นมาอังที่ปาก สักพัก แล้วเอาไปกดประคบเบาๆ ที่รอยนูนบนหน้าผากของเขา เจนิชทำแบบนี้สักพักเธอเห็นว่าผ้ามันไม่ค่อยร้อน เธอเลยเปลี่ยนเป็นยื่นหน้าเข้าไป แล้วเอาปากเป่าอังที่รอยปูดของเขาแทน เพราะแบบนี้มันจะได้ผลเร็วกว่า เพราะแม่ของเธอเคยทำให้เธอเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก

เอสเตอร์ลืมตาขึ้นมองอย่างตะลึง เขาไม่คิดว่าเธอจะกล้าทำแบบนี้ แต่ก็เปลี่ยนเป็นอมยิ้ม มองดูจนเธอทำเสร็จเรียบร้อย เจนิชเหลือบตาต่ำลงไปสบตากับเขา เอสเตอร์เลยแกล้งพูดแหย่ยเธอ “เหม็นขี้ฟัน”

เจนิชได้ยินก็ตาเบิกกว้างรีบเอามือปิดปาก ถอยหน้าออกมาห่างๆ เขา นั่งเอามือปิดปากย่นคิ้วจ้องมองเขาด้วยสายตาดุๆ เอสเตอร์เห็นท่าทางของเธอก็ยิ้มกว้าง

“ผมพูดเล่นน่า ลมหายใจของคุณน่ะ ...หอม... สดชื่น... จะตายไป ไหนลองมาอังอีกซักรอบซิ” เอสเตอร์พูดทำหน้าล้อเลียนเธอ แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ กับใบหน้าของเธอ เจนิชรีบห้ามเขา

“พอแล้ว รอบนูนยุบลงมากแล้ว เดี๋ยวทายาอีกสักหน่อยก็คงดีขึ้น คุณช่วยเอาน้ำให้ฉันหน่อยฉันหิวน้ำ”

“ได้สิรอแป๊บนะ” เอสเตอร์เดินไปเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำออกมา เขามองหาแก้วในตู้เย็นแต่ไม่มี เพราะแม่บ้านยังไม่ได้นำออกมาจากชั้นวางของที่อยู่ใกล้ๆ เขารู้แต่อยากแกล้งเธอมากกว่า

“แก้วน้ำไม่มี ทำยังไงดีล่ะ เอางี้เดี๋ยวผมเทน้ำใส่ปากผม แล้วอมไปป้อนคุณเอามั๊ย” เอสเตอร์ไม่พูดเปล่า เขาทำท่าเปิดขวดน้ำและจะทำจริงๆ

“อี๋... ไม่เอานะ! ไม่มีแก้วก็ใช้หลอด นั่นหลอดอยู่ตรงนั้น หยิบมาเร็วๆเข้า” เจนิชเอามือชี้ไปที่บนโต๊ะ เอสเตอร์มองตามแล้วเดินไปหยิบมาส่งให้เธอแต่โดยดี

“นึกว่าจะได้จูบก่อนนอนซะอีก”

“ฝันไปเถอะ” เจนิชสบทใส่เขาแล้วใช้หลอดดูดน้ำจนพอใจ แล้วยื่นขวดน้ำคืนให้เขา เอสเตอร์รับมาแล้วเดินไปเก็บไว้ในตูเย็น แล้วเดินกลับมายืนข้างเตียงของเธอ เพื่อช่วยประคองตัวเธอให้นอนลงเพราะเขาเห็นเธอเอนตัวลงอย่างลำบาก เขาเดินไปหยิบหมอนที่เธอปาใส่เขามารองศีรษะให้เธอ แล้วหยิบผ้าขึ้นมาห่มให้เธอจนเสร็จสรรพ

Good Night ฝันดีและฝันถึงผมบ้างนะที่รัก”

“ฝันร้ายสิไม่ว่า”

“ปากดีนักนะมันน่า....จริงๆเลย”

“น่า น่าอะไรบอกมาเดี๋ยวนี้นะ”

“ก็น่า.... อย่างนี้ไงล่ะ หืม...” เอสเตอร์ยื่นหน้าไปหอมแก้มเธอฟอดใหญ่อย่างรวดเร็ว แล้วรีบเดินกลับไปนอนที่โซฟาใกล้ ก่อนที่จะโดนเธออาละวาดใส่ แถมยังหันหน้ามาทำหน้าเคลิบเคลิ้มและพูดล้อเลียนเธอ

“หอมชื่นใจจริงๆ สงสัยวันนี้ผมคงจะนอนฝันดี” เอสเตอร์พูดจบก็ทิ้งตัวลงนอนหันหลังให้เธอ

“อึ๊ยยยย... ไอ้....” เจนิชกำลังจะเอ่ยด่าว่าเขา แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเอสเตอร์พูดแทรกขึ้นมา

“พอได้แล้วเจนิช นี่มันดึกมากแล้ว เดี๋ยวข้างห้องเขาก็ว่าเอาหรอก เอาไว้พรุ่งนี้เราค่อยมารบกันต่อก็แล้วกัน ตอนนี้ผมง่วงแล้ว” พูดจบเขาก็เอื้อมมือไปปิดไฟ และนอนนิ่งเงียบสงบ

 เจนิชก็ได้แต่นอนนิ่งโมโหเขา แต่กระนั้นเธอก็ยังแอบยิ้มออกมาก่อนจะหลับตานอนจนรุ่งเช้า

………………………………………………………...............................................................................


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เรื่องราวยังมีอีกมากมาย ทั้งเข้มข้น พลิกผันและลุ้นระทึกในทุกๆ ตอน มาเติมเหรียญแล้วไปลุ้นต่อด้วยกันด้วยกันนะคะ"

ณรีรัช


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha