บรรณาการรัก CEO

โดย: ณรีรัช



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 11 : หึง...รัก...???


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 11          

เมื่อรถของเอสเตอร์จอดตรงทางเข้างาน สื่อต่างก็ให้ความสนใจหันมารอว่าลุ้นหญิงสาวที่จะได้นั่งเคียงคู่มากับเขาเป็นใคร และทันทีที่เอสเตอร์ก้าวเท้าลงจากรถ แสงแฟ็ลตก็ส่องแสงวูบวาบ และยิ่งพากันรัวกดชัตเตอร์อย่างหนักเมื่อเอสเตอร์ยื่นมือไปรับหญิงสาวที่กำลังจะก้าวเท้าลงจากรถ

เจนิชก้าวลงไปยืนเคียงคู่กับเอสเตอร์และยิ้มเล็กน้อยเพราะถูกเอสเตอร์ขู่เอาไว้ เสียงกดชั๊ตเตอร์ของบรรดาช่างภาพดังระรัวมาพร้อมๆกับแสงแฟ็ลตที่วูบวาบจนเจนิชแทบจะตาลาย แต่เธอก็กัดฟันยืนยิ้มเคียงคู่กับเขาและเดินผ่านเข้ามาในงานจนได้

เอสเตอร์เดินกอดเอวเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ภายในงานต่างส่งสายตาเจ้าชู้มาที่เจนิช จนสร้างความไม่พอใจให้กับเอสเตอร์ สีหน้าของเขาดูตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“ผมไม่ยักรู้ว่าคุณเอสเตอร์ซ่อนเพชรเม็ดงามเอาไว้ น้ำงามมากเลยทีเดียว” เจตพลลูกชายของกรรมการอาวุธโสคนหนึ่งเดินมาหยุดยืนคุยกับเขา  แต่กลับส่งสายตาเจ้าชู้มองเจนิชไม่ขาด และเอสเตอร์สังเกตุเห็นว่าเจนิชเริ่มจะไม่ชอบสายตาของเจตพลที่กำลังโลมเลียเธออยู่ และเขาก็พอมองออกว่าเจตพลคิดยังไง

“มีเพชรเม็ดงามก็ต้องซ่อนเอาไว้ให้ดีที่สุด เพราะถ้าคนอื่นรู้ก็คงอยากจะได้ไปครอบครอง คุณเจตพลคงต้องเลิกล้มความคิดซะเถอะครับ เพราะเพชรเม็ดนี้ ผมไม่ปล่อยขอตัวก่อนนะครับผมคงต้องไปเตรียมตัว” เอสเตอร์พูดจบก็พาเจนิชเดินเลี่ยงออกมา แต่ก็ยังมีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ต่างพากันเข้ามาคุยกับเขาไม่ขาด ทั้งๆ ที่โดยปกติแล้วคนพวกนี้จะไม่ค่อยสนใจจะมาคุยกับเขาเท่าใดนัก เพราะแต่ละคนที่เข้ามาต่างพากันมองเจนิชเหมือกับอยากจะกลืนกินเธอซะเต็มประดา จนทำให้ใบหน้าของเอสเตอร์บึ้งตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

จนเมื่อถึงเวลาที่เอสเตอร์ต้องขึ้นไปกล่าวเปิดงานบนเวที เขาสั่งกำชับให้วินเซนต์คอยเฝ้าเธอเอาไว้ เพื่อกันไม่ให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้เธอ วินเซนต์เลยต้องพาเธอเลี่ยงมานั่งโต๊ะหลบมุมอยู่ข้างๆ โซนของเครื่องดื่ม เพราะตอนนี้ทุกๆ คนต่างให้ความสนใจไปที่บนเวที และที่ตรงนี้ไม่ค่อยมีคนมากนัก และมันน่าจะปลอดภัยที่สุด

เจนิชเริ่มจะเบื่อๆ เธอหันไปเห็นพนักงานกำลังยกถาดเครื่องดื่มเดินมาใกล้ๆ ก็เลยขอเครื่องดื่มจากพนักงานมาดื่มแก้เซ็ง แต่พอได้ลิ้มรสค็อกเทล เจนิชกลับติดใจในรสชาติของมัน เธอกระดกมันเข้าปากจนหมด และเริ่มขอเพิ่มขึ้นอีกจากสองเป็นสามและแก้วที่สี่ก็กำลังอยู่ในมือเธอ

วินเซนต์เห็นว่าเธอเริ่มจะดื่มมากไปเลยเข้าไปเตือนเธอ “คุณเจดื่มเยอะไปแล้วนะครับ เดี๋ยวก็เมากันพอดี”

เจนิชยิ้มตอบรับเขา “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันรับไหว แค่ค็อกเทลเอง คอฉันแข็งพอสู้คุณได้อยู่นะคะ” วินเซนต์พยักหน้าตอบรับ

“ครับงั้นก็ตามสบาย” วินเซนต์เห็นว่าเธอยังอยู่ในสภาพปกติก็เลยปล่อยให้เธอดื่มได้ตามใจชอบ

เจนิชนึกอยากชิมหลายๆ รส เธอเริ่มจะดื่มหลายๆ แก้ว และหลากรสกันไป โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าเริ่มจะมึนขึ้นมาแล้ว และช่วงเย็นเธอก็ยังไม่ได้ทานอะไรเลยซักนิด ทำให้ตอนนี้ในท้องของเธอมีแต่บรรดาค็อกเทลผสมกันเต็มไปหมด แต่เธอก็ยังครองสติให้นั่งนิ่งตัวตรงแน่วได้

กว่าที่เอสเตอร์จะลงจากเวทีแล้วเดินมาหาเธอ เจนิชก็เริ่มจะได้ที่เข้าแล้ว ดวงตาของเธอดูหวานฉ่ำ ใบหน้าเริ่มจะแดงก่ำตามฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เธอดื่มเข้าไป เธอส่งยิ้มหวานให้เอสเตอร์เมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาใกล้ๆ

เอสเตอร์ขสวดคิ้วมองเจนิชอยากแปลกใจ ที่เห็นเธอส่งยิ้มหวานมาให้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เธอคอยแต่จะงาบหัวเขาซะด้วยซ้ำ

“คุณปกติดีรึเปล่าเจนิช” เอสเตอร์เอ่ยถามทันทีที่นั่งลงข้างเธอ

เจนิชยิ้มหวานให้เขาก่อนจะตอบเขาแบบลากเสียงยาวๆ “อืม... ดี... ฉาน...ยังปกติดี...”

เอสเตอร์ยิ่งย่นคิ้วหนักขึ้นเมื่อได้ยินน้ำเสียงของเธอ และได้กลิ่นของค็อกเทลที่ออกมาจากปากของเธอ เขาหันไปหาวินเซนต์ทันที

“เธอดื่มเองน่ะครับ พอผมเตือน เธอก็บอกว่าเธอรับได้สบายมาก แล้วก็ดื่มตามอีกหลายๆ แก้ว โดยไม่ฟังเสียงเตือนของผม” วินเซนต์รายงานเจ้านายหนุ่ม เอสเตอร์พยักหน้าตอบรับเบาๆ

นักดนตรีเริ่มจะบรรเลงเพลงขับกล่อมผู้คนในงาน เจนิชได้ยินเสียงเพลงเธอลุกขึ้นทันที และยืนเซไปมาเล็กน้อย เอสเตอร์รีบลุกขึ้นกอดประคองเธอเอาไว้ และเอามือปิดปากของเธอ ก่อนที่เธอจะตะโกนพูดออกไป และทำลายงานของเขา

“อื้อ...” เสียงร้องอู้อี้ของเจนิชบวกกับการดิ้นรนขัดขืนไปมาในอ้อมกอดของเอสเตอร์ จนเอสเตอร์ต้องหันไปหาลูกน้องคนสนิท

“วินเซนต์ไปเตรียมรถ เร็ว!

“ครับ” วินเซนต์รับปากเจ้านายแล้วสั่งให้ลูกน้องไปจัดการ

“เจนิชเราไปต่อกันที่อื่นดีกว่านะ ที่นี่ไม่สนุกหรอก ป่ะเราไปกันเถอะนะ” เอสเตอร์หันไปกระซิบบอกหญิงสาวในอ้อมกอดที่ข้างหู เพื่อให้เธอยอมเดินไปกับเขาแต่โดยดี และมันก็ได้ผล

เจนิชหันมาเอามือชี้หน้าเขา “คุณอย่าหลอกฉันนะ” เอสเตอร์พยักหน้าตอบรับเธอ เจนิชเลยยอมเดินออกจากงานไปกับเขา แต่เธอก็เดินไมตรงเท่าไหร่หรอกนะ เอสเตอร์เลยต้องเดินกอดประคองเธอเอาไว้ เพื่อไม่ให้คนในงานสังเกตุเห็น ถ้าจะเห็นก็คงมีแต่รอยยิ้มของเจนิช ที่เธอเล่นส่งยิ้มหวานให้กับทุกๆ คนที่เธอเดินผ่านมา....

และเมื่อรถของเอสเตอร์กำลังแล่นตรงกลับคอนโด เอสเตอร์กำลังนั่งครุ่นคิดอะไรเพลิน และทอดสายตาออกไปยังนอกตัวรถ เจนิชที่เมาหลับมาตลอดทางก็ผงกหัวลุกขึ้นมากดจูบที่แก้มสากของเขา แล้วยังส่งยิ้มหวานเยิ้มให้เขาอีกต่างหาก

“คุณหล่อถูกใจฉันมากกก” เจนิชพูดจบก็หลับคอพับคาอกของเอสเตอร์ สร้างความงุนงงให้กับเอสเตอร์ ที่คาดไม่ถึงว่าเธอลุกขึ้นมาทำแบบนี้ เมื่อไปถึงคอนโด เอสเตอร์อุ้มเจนิชขึ้นมาบนห้องด้วยมือของเขาเอง และสั่งให้ทุกๆ คนกลับ เพราะเขาจะอยู่ดูแลเธอ

เอสเตอร์อุ้มเจนิชไปนอนที่โซฟา ส่วนตัวเขาก็นั่งลงข้างเธอด้วยความเหนื่อยล้า และขณะที่เอสเตอร์กำลังค่อยๆ ปลดเน็คไทด์ออก เจนิชก็ลุกขึ้นมาโผเข้ากอดเขาเอาไว้แล้วยังยื่นหน้ากดจูบไปทั่วๆ ใบหน้าของเขา เอสเตอร์ที่ไม่ทันตั้งตัวก็เลยต้องโดนเจนิชนอนทับและเธอกำลังพยายามข่มขืนเขา

“เฮ้ย! เจนิช นี่คุณกำลังทำอะไร ลุกออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ”

“ม่าย... ฉาน... กำลังจะทำตามใจปรารถนา งาย... ล่ะ หืม... จุ๊บๆๆ” เจนิชพูดจบก็ระดมกดจูบไปทั่วๆ ทั้งใบหน้าและลำคอของเขา เอสเตอร์ก็พยายามเอามือปัดป้อง เพราะเขารู้ดีว่าเธอทำไปเพราะความเมา

“เจนิชคุณเมามากแล้ว ลุกออกไปก่อนนะ เดี๋ยวผมจะพาคุณไปนอน”

“จุ๊...จุ๊... ม่ายนอน ฉันต้องการคุณ คุณคนเดียวเท่านั้น มามะ...ที่รัก” เอสเตอร์ได้ยินคำพูดของเธอเขาย่นคิ้วเข้าหากันอย่างแปลกใจ

“นี่พูดจากใจจริงหรือว่าเมากันวะ” เอสเตอร์บ่นพึมพำคนเดียว แต่ก็ยังพยายามเอามือไล่จับมือของเธอที่กำลังพยายามจะถอดเสื้อผ้าของเขาออก และมือข้างหนึ่งของเจนิชกำลังแกะเข็มขัดของเขาออก

“เจนิชปล่อยนี่ถ้าคุณไม่ปล่อยผมจะไม่ทนแล้วนะ” เอสเตอร์พยายามเอามือผลักไสใบหน้าของหญิงสาวออก เพราะว่าเธอเริ่มรุกเขาหนักขึ้น จนตอนนี่เขาเริ่มจะทนไม่ไหว เพราะขาของเธอเริ่มจะไปปลุกบางอย่างที่อยู่ใต้ร่มผ้าให้มันตื่นตัว

ขนในกายของเอสเตอร์พากันลุกซู่ขึ้นมา เมื่อเจนิชยื่นปากไปเป่าเบาๆ ที่หูของเขาจนเอสเตอร์เผลอครางออกมา และต้องรีบร้องห้ามเธอ “อืม... โอย... เจนิชปล่อย!

“ไม่ปล่อย! ไหนๆ คุณก็จะทดสอบเสน่ห์ของคุณ และฉันก็พ่ายแพ้ให้กับเสน่ห์ของคุณเข้าแล้ว เพราะฉะนั้น... ม่ายมีเหตุผลที่ฉาน... จะต้องยอมปล่อยคุณ ม๊วฟ...” เจนิชยื่นหน้าเข้าไปกดจูบที่ริมฝีปากและใบหน้าของเจ้านายหนุ่ม มือของเธอก็กอดรัดตัวเขาเอาไว้ซะแน่นแต๊ก จนเอสเตอร์เริ่มจะขนลุกไปทั่วๆ ตัว และความต้องการในตัวของเขาก็เริ่มจะตีตื้นขึ้นมาจนเขาเริ่มจะข่มมันไม่อยู่

“เจนิชคุณรู้ตัวบ้างมั๊ยว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่...” เอสเตอร์พูดพร้อมๆ กับพยายามแกะมือขอเธอที่ป้วนเปี้ยนอยู่กับซิบกางเกงของเขา และผลักใบหน้าของเธอออกไปจากซอกคอของเขา ที่เธอกำลังสร้างความสยิวให้แก่เขา

“รู้... สิ ฉาน... รู้ตัวเสมอ” เจนิชกลับยิ่งกอดรัดเขาแน่นขึ้น และพยายามยื่นหน้าจูบไปทั่ว และเอามือกระชากเสื้อเชิตของเขาซะกระดุมหลุดกระเด็น แล้วเอาหน้าก้มไปกดจูบโลมเลียบริเวณจุกนมของเขา จนเอสเตอร์สยิวและขนลุกซู่อีกครั้ง

“ใครเป็นคนเอาเหล้าให้คุณกันนะ ผมอยากจะฆ่ามันจริงๆ เลย”

“ม่ายรุ... ฉันรู้เพียงแต่ว่า คุณ... ต้องรับผิดชอบ ...ฉัน อย่าคิดปฏิเสธความรับผิดชอบเชียวนะ ฉาน... ไม่ยอม คุณ... หรอก” เจนิชพูดจบก็หลับคอพับคาอกของเอสเตอร์ไป

เอสเตอร์เห็นแล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ไอ้ตัวข้างล่างนี่สิที่มันกำลังเรียกร้อง บังคับ จนเขาเกือบจะอดทนฝืนไม่ไหว เอสเตอร์ค่อยๆ เอามือจับขาของเธอที่ทับบดเบียดไอ้ตัวตื่นตูมของเขาออกอย่างเบามือที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะตื่นขึ้นมาจู่โจมเขาอีกครั้ง

เอสเตอร์ต้องรีบอุ้มเจนิชมานอนที่โซฟา ส่วนตัวของเขาเองก็ต้องรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำ จัดการกับความต้องการที่มันตีตื้นขึ้นมา จนเขาเกือบจะพลั้งมือเผลอกินเธอจนสมใจ

นี่ถ้ามีใครรู้เขาคงอายจนต้องปิดบริษัทหนีไปเลยมั๊ง ว่าเอสเตอร์คาสโนว่าอันดับหนึ่ง ต้องมาปลดเปลื้องความต้องการให้กับตัวเอง ทั้งๆ ที่มีหญิงสาวสวยแสนเซ็กซี่มายั่วยวนอยู่ตรงหน้า

“เสียเชิงชายหมด ฮึ่ย!” เอสเตอร์ยืนมองร่างของหญิงสาวที่เมาหลับคอพับอย่างไม่รู้ตัว

“เดี๋ยวถ้าเธอตื่นมาก่อนเถอะ ฉันจะแกล้งให้ไปไม่เป็นเลยคอยดู บังอาจมายั่วเสือร้ายอย่างฉันจะจัดหนักให้จำไปนานเลยแม่เลขาตัวแสบ! ฮึ่ย!” เอสเตอร์นั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันบ่นอุบ มองดูเลขาตัวแสบที่เมาหลับนอนอยู่ตรงหน้าเขา แล้วลุกเดินเข้าไปหยิบเอาผ้ามาห่มให้เธอ ก่อนจะนั่งมองร่างที่เมาหลับไม่ได้สติของเจนิชอย่างนึกเสียดาย

“เธอจะรู้มั๊ยนะเจนิชว่าเธอไม่เหมือนกับผู้หญิงที่ฉันเคยเจอเลย ปากเชิดๆ ของเธอนี่ช่างยั่วอารมณ์ฉันซะจริงๆ ถ้าฉันได้จูบเธอสักครั้งมันจะให้ความเร่าร้อนได้สักแค่ไหนกันนะ” เอสเตอร์นั่งพึมพำเพียงแค่นี้ ความต้องการของเขาก็เริ่มตื่นตัวประท้วงเขาอีกครั้ง จนเขาเริ่มจะทนไม่ไหว ต้องเดินเข้าห้องน้ำเป็นครั้งที่สองภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง

“กว่าเธอจะตื่น สงสัยน้ำฉันหมดตัวกันพอดี น่าเสียดายชะมัด!” เอสเตอร์บ่นพร้อมๆ กับจัดการตัวเอง

“รอบนี้เป็นรอบที่สามแล้วนะ ฮึ่ย!

เอสเตอร์นั่งมองแม่เลขาตัวแสบสักพัก เขาก็โทรเรียกให้แม่บ้านประจำคอนโด ขึ้นมาหาเขาที่ห้องเพื่อให้ช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนชุดให้กับเจนิช เพราะถ้าเขาจะเปลี่ยนให้เธอก็เกรงว่าจะต้องเปลี่ยนให้ตัวเองด้วย และเรื่องมันก็คงจะยุ่งไปกันใหญ่

เอสเตอร์อุ้มเจนิชไปวางบนนอนที่เตียงของเธอ เอสเตอร์จัดการเลือกชุดนอนของเธอ ที่ดูจะเซ็กซี่ที่สุดในตู้ แล้วกำชับให้แม่บ้านสวมใส่ให้เธอ แม่บ้านรับคำสั่งแล้วเข้าไปจัดการเจนิชจนเรียบร้อย

เอสเตอร์นั่งรออยู่ที่โซฟาด้านนอก จนเมื่อแม่บ้านจัดการเจนิชเสร็จและกลับออกไป เขาจึงเดินเข้าไปสำรวจดูความเรียบร้อย เขายืนดูเธอนอนหลับบนเตียงนอนอย่างสบาย

“แสบนักนะ ฉันจะจัดการเธอให้อยู่หมัดเลยคอยดู” เอสเตอร์พูดจบก็ยกยิ้มร้าย ก่อนจะอุ้มร่างของเจนิชขึ้นแนบอก แล้วก้าวเดินไปที่ห้องนอนของเขา แล้ววางตัวเธอให้ลงนอนบนเตียงของเขา แล้วกอดอกยืนดู ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่สะใจออกมา

“เธอเสร็จฉันแน่ เจนิช ฮึ! ฮึ!” เอสเตอร์ยืนยิ้มอยู่พักใหญ่ก็เอื้อมมือไปคว้าผ้าเช็ดตัวแล้วเดินผิวปากเข้าไปในห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี

สักพักใหญ่ๆ เอสเตอร์ก็นุ่งเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาหันไปมองร่างของแม่เลขาคู่ใจที่นอนหลับไม่ได้สติ แล้วก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินไปแต่งตัวโดยสวมเพียงกางเกงนอนตัวเดียว แล้วเดินออกมากอดอกยืนมองร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงอย่างครึ้มอกครึ้มใจ

“นอนกับพี่นะจ๊ะที่รัก...” เอสเตอร์พูดพร้อมๆกับก้าวเดินไปที่เตียงนอน แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจ ชะงักหยุดการเคลื่อนไหว และเกือบจะหลุดเสียงร้องออกมาดังๆ

เมื่อ... เจนิชที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงอยู่ดีๆ เธอเกิดละเมอลุกพรวดขึ้นมานั่งนิ่งประมาณสองนาที แล้วก็ล้มตัวลงนอนหลับตามเดิม เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

พอเอสเตอร์เห็นว่าเจนิชนอนนิ่งเงียบ เขาค่อยๆ ชะโงกหน้าไปดูเธอใกล้ๆ จนแน่ใจว่าเธอหลับแล้ว จึงค่อยๆ หย่อนตัวลงนอนข้างๆ เธอ เอสเตอร์เอาศอกตั้งฉากกับที่นอนแล้วเอามือค้ำยันศีรษะเอาไว้ นอนตะแคงมองดูร่างเล็กที่นอนอยู่ข้างกาย

“นี่ขนาดหลับนะยังฤทธิ์เยอะขนาดนี้ ถ้าเธอตื่นขึ้นมาจริงๆ สงสัยฉันคงโดนเธอเล่นงานซะเละเป็นโจ๊กเลยล่ะมั๊ง แต่ก็ช่างเถอะ เรื่องนั้นมันคืออนาคต ตอนนี้ ณ เวลานี้และคืนนี้ พี่ขอนอนกอดเธอให้ชื่นใจก่อนดีกว่า.... นอนหลับฝันดีนะจ๊ะที่รัก จุ๊บๆๆๆ” เอสเตอร์พูดไปก็ยิ้มไปอย่างครึ้มอกครึ้มใจ เขาหอมแรงๆ ที่แก้มนวลสองสามครั้ง และกดจูบไปที่ริมฝีปากบางและทั่วๆ ใบหน้างามจนพอใจ แล้วจึงนอนกอดเธอเอาไว้แนบอก และหลับตาทั้งๆ ที่ยังยิ้มอยู่ คืนนี้ต้องหลับฝันดีแน่ๆ ^_^ 

รุ่งเช้าเอสเตอร์กำลังนอนกอดแม่เลขาสุดที่รักอย่างมีความสุข อยู่ดีๆ เขาก็เกิดขนลุกขนชันขึ้นมากะทันหัน แถมยังเผลอครางฮึมในลำคออีกต่างหาก ก็แม่เลขาที่เขานอนกอดมาทั้งคืน เธอเอามือลูบแถวๆ หน้าอกแกร่งของเขา แถมยังเอามือเขี่ยไปมาตรงส่วนหัวอีกแน่ะ “อืมม... ซี๊ดส์..”

และเอสเตอร์ก็ต้องครางออกมาอย่างหนัก เมื่อขาข้างหนึ่งของเจนิชเกี่ยวค่อมมาทับอาวุธประจำกายของเอสเตอร์เข้าพอดิบพอดี แถมเธอยังดิ้นขยุกขยิกไปมา จนเข่าของเธอไปสะกิดปลุกอนาคอนด้า ให้มันตื่นมารับแสงอรุณยามเช้า แต่เอสเตอร์ก็ไม่ขัดขืนเธอหรอก เขานอนนิ่งปล่อยให้เธอทำร้ายร่างกายของเขาแล้วแต่เธอจะกระทำ หน้าตาของเอสเตอร์งี้ดูมีความสุ๊ข...มีความสุข

ส่วนเจนิชเธอเริ่มจะได้สติ มือไม้เริ่มปัดป่ายหาหมอนข้างเพื่อจะนอนกอดและกลิ้งตัวไปมาก่อนที่จะตื่นลืมตาขึ้นมา อย่างที่เคยทำเป็นประจำเจนิชเอามือปัดป่ายจนไปโดนเอสเตอร์ เธอเอื้อมมือไปกอดตัวของเขาทันที และพยายามลากตัวเขาให้เข้ามาหาตัวเธอ

ทำไมวันนี้หมอนข้างมันหนักจัง   เจนิชเอามือลูบสูงขึ้นไปเรื่อยๆจนไปโดนใบหน้าของเอสเตอร์และยังลูบไปทั่วๆ ใบหน้าของเขา

วันนี้หมอนมันแปลกๆ นะ เจนิชค่อยๆ ลืมตาขึ้นและเธอก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นจนสุด และค้างเอาไว้แบบนั้นราวสองนาที เมื่อเห็นหมอนข้างของเธออย่างชัดเจน

“กรี๊ดด....ด! ไอ้บ้า ไอ้เจ้านายบ้า ไอ้คนบ้ากาม ไอ้ลามก แกเขามานอนกับฉันได้ยังไง แล้ว....” เจนิชรีบก้มดูตัวเองจนเห็นว่า เธอกำลังอยู่ในชุดนอนผ้าซีทรูที่แสนจะเซ็กซี่ที่เพื่อนของเธอซื้อให้เป็นของฝากจากฝรั่งเศส เธอนั่งนิ่งนึกลำดับเหตุการณ์ประมาณหนึ่งนาที ก็หันไปมองเอสเตอร์ที่นอนเอามือเท้าคางมองดูเธอ แถมยังยิ้มระรื่นยักคิ้วหลิ่วตาจนน่าหมั่นใส้อีกแน่ะ

เจนิชคว้าหมอนมาถือเอาไว้แล้วยกมันขึ้น ก่อนจะหันไปจ้องหน้าเอสเตอร์อย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ  

"แก... ตายยยยย....ย"

พอสิ้นเสียงของเจนิช เอสเตอร์รีบดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว เขาวิ่งหนีเธอไปรอบๆ ห้องพร้อมๆ กับร้องบอกให้เธอหยุด “เจนิชคุณฟังผมก่อน คุณกำลังเข้าใจผิด”

“เข้าใจผิดเหรอ เห็นอยู่กับตาแบบนี้ยังจะบอกว่าเข้าใจผิดอีกเหรอ ฉันไม่เชื่อ!” เจนิชร้องว่าเขาแล้วก็วิ่งเอาหมอนไล่ฟาดเขารอบๆ ห้อง เอสเตอร์เองก็วิ่งหลบหนีเขาไปรอบๆ ตามแต่ที่เขาจะวิ่งหลบเธอได้ พร้อมๆ กับร้องบอกเธอไปด้วย

“เจนิชคุณฟังผมอธิบายก่อนสิ”

“ไม่ฟัง! แล้วไม่ต้องพูดอะไรอีก เพราะถึงยังไงฉันก็ไม่เชื่อคุณ และถ้าวันนี้ฉันปล่อยคุณออกไปร่างกายครบ32 อย่ามาเรียกฉันว่าเจนิช!

“ไปกันใหญ่แล้ว มันไม่ใช่แบบนั้น เจนิชคุณกำลังเข้าใจผิด” เอสเตอร์เริ่มจะเหนื่อยที่ต้องวิ่งหนีเธอรอบๆ ห้องเขานั่งพักอยู่ที่ปลายเตียง แต่ก็ยังตั้งท่าระวังเธอเอาไว้

“ไม่ผิด!” เจนิชพูดจบก็จับหมอนข้างฟาดใส่หน้าเอสเตอร์อย่างแรง

เอสเตอร์ที่ไม่ทันได้ระวังตัว เพราะมัวแต่พูดอธิบายความจริงอยู่ ก็โดนหมอนข้างฟาดเข้าเต็มหน้า จนเขาหงายหลังนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง เจนิชเชิดหน้าขึ้นแล้วยิ้มอย่างสะใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปราวสองนาที เอสเตอร์ก็ยังนอนนิ่งไม่ไหวตัว ทำให้เจนิชเริ่มรู้สึกเป็นห่วงเขา เธอเลยเดินเข้าไปชะโงกดูเขาใกล้ๆ และเอามือจับเขย่าตัวปลุกเรียกให้เขาตื่น

“คุณเอสเตอร์! คุณเอสเตอร์!....”

“........”

เอสเตอร์นอนนิ่งไม่ไหวติง ทำให้เจนิชเริ่มใจคอไม่ดี เธอขยับเข้ามานั่งลงข้างๆ เขา และพยายามเขย่าตัวเอสเตอร์ให้แรงยิ่งขึ้นพร้อมกับร้องเรียกเสียงหลง เจนิชเอามือไปอังบริเวณจมูกของเอสเตอร์ และก็สัมผัสได้ว่าเขาไม่มีลมหายใจแล้ว  เธอตกใจจนร้องเรียกเขาเสียงหลง

“ไม่หายใจคุณเอสเตอร์! คุณเอสเตอร์! คุณเอสเตอร์ฟื้นสิ! คุณอย่าเพิ่งตายนะ  ฉันไม่ได้ตั้งใจ ก็คุณมาทำฉันก่อนทำไมล่ะ คุณเอสเตอร์ ฟื้น!” เจนิชเริ่มจะกลัว เธอพยายามเขย่าให้เอสเตอร์รู้สึกตัว และคิดหาวิธีช่วยชีวิตเขา

“ทำยังไง ทำยังไงดี.... ปั๊มหัวใจ ใช่ต้องปั๊มหัวใจๆ” เจนิชจับมือประสานกันตามแบบที่เธอเรียนมา แล้วกดปั๊มไปตรงบริเวณหน้าอกของเอสเตอร์หลายๆ ครั้งแต่เอสเตอร์ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมา เธอเลยต้องคิดหาวิธีใหม่

“มีอะไรอีก ช่วยชีวิตต้องทำยังไง เจนิช... คิดสิคิดๆๆ ใช่แล้วเป่าปาก ใช่ต้องเป่าปาก” เจนิชจัดการเอามือบีบจมูของเขาแล้วสูดลมหายใจเข้าและก้มประกบเป่าลมหายใจให้เขา

เมื่อมาถึงขั้นตอนนี้เอสเตอร์ก็ใช้มือโอบกอดตัวของเธอเอาไว้แล้วโน้มพลิกตัวเธอให้มาอยู่ใต้ร่างของเขอย่างรวดเร็ว เจนิชที่ไม่ทันได้ระวังตัวก็ร้องเสียงหลง เธอตกมาอยู่ใต้ร่างของเอสเตอร์ แล้วยังโดนเอสเตอร์ใช้มือรวบจับมือของเธอทั้งสองข้างอีกด้วย

เอสเตอร์ยิ้มกว้างมองคนใต้ร่างที่กำลังจ้องเขาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ “กลัวผมตายเหรอเจนิชหืม... งั้นก็แสดงว่าคุณรักผม ตอบผมมาซิ ว่าคุณรักผมรึเปล่า...”

“ไอ้คนบ้า บังอาจมาหลอกฉัน รู้อย่างนี้ฟาดซ้ำให้ตายคาเตียงไปเลย ฮึ่ย เจ็บใจนัก”

“จุ๊...จุ๊... ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ ก็คงโดนคุณทำร้ายร่างกายไปแล้ว น่า...นี่มันเป็นวิธีเอาตัวรอดของผม เรามาเปลี่ยนเรื่องกันดีกว่า ตกลงแล้วคุณชอบผมรึเปล่าเจนิช” เจนิชได้ยินเธอตะโกนใส่หน้าเขาเสียงดังลั่น

“ไม่ตอบโว๊ยยย... ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไอ้คนบ้า!

“ไม่ตอบก็ไม่ปล่อย นอนมันอยู่แบบนี้น่ะแหละ อบอุ่นดี อย่าดิ้นมากสิ เดี๋ยวก็โดนข้อมือหรอก” เอสเตอร์เตือนเธอ เพราะเขากลัวว่าจะโดนส่วนที่เธอเข้าเฝือกอยู่

แต่เจนิชกลับไม่ฟัง เธอร้องให้เอสเตอร์ปล่อยเธอ “ช่างฉันปล่อย!

“ไม่ปล่อยคุณต้องฟังผมอธิบายก่อน เมื่อคืนคุณเมาจนไม่ได้สติ แถมยังเกือบจะทำงานเลี้ยงของผมพัง ดีนะที่ผมพาคุณกลับมาซะก่อน แถมกลับมายังมาข่มขืนผมอีก นี่ผมไม่เรียกร้องค่าเสียหายก็ดีเท่าไหร่แล้ว”

เจนิชได้ยินก็เริ่มจะเสียงอ่อนลง แต่ก็ยังไม่ยอมรับอยู่ดี “บ้า พูดบ้าๆ ฉันไม่เคยทำแบบนั้น”

“อ๊ะๆ อย่าปฏิเสธเชียว ผมมีหลักฐานและพยานครบ เดี๋ยวเย็นๆ วินเซนต์มา ถ้าคุณไม่เชื่อผมก็ลองถามเขาดูสิ แต่ว่า... คุณนี่ก็ร้อนแรงไม่เบาเลยนะ จุ๊บ” เอสเตอร์กดจูบที่ริมฝีปากบางแล้วยักคิ้วหลิ่วตาล้อเลียนเธอ เจนิชได้แต่เบี่ยงหน้าหลบเขา ก่อนจะเอ่ยถามถึงเสื้อผ้าของเธอ

“แล้วใครเป็นคนเปลี่ยนชุดให้ฉัน อย่าบอกนะว่าเป็นคุณน่ะ” เจนิชจ้องเอสเตอร์ตาเขียวปัด เอสเตอร์กลับยิ้มล้อเลียนยั่วยวนเธออีก

“แล้วในห้องนี้มีใครอยู่บ้างล่ะหืม...”

“ไอ้...” เจนิชยังพูดไม่ทันจบ เอสเตอร์ก็รีบพูดแทรกขึ้นมา

“เดี๋ยว! ผมล้อเล่น ผมโทรให้แม่บ้านขึ้นมาเปลี่ยนให้ แต่ชุดนี่ผมเลือกเองกับมือเลยนะ เซ็กซี่ชะมัด ไม่ยักรู้ว่าคุณก็ชอบใส่แบบนี้ เห็นแล้วของมันขึ้น! จุ๊บ” เอสเตอร์พูดเสียงสั่นพร่า แล้วทำท่าขนลุก และยังกดจูบซ้ำๆ ที่ปากบางของเธออีกด้วย

เจนิชเริ่มจะสยิวเพราะเอสเตอร์เริ่มจะรุกเธอมากยิ่งขึ้น เธอรีบร้องอธิบายให้เขาฟัง “ฉันไม่ได้ซื้อ เพื่อนฉันซื้อมาฝาก ฉันไม่เคยใส่ซะด้วยซ้ำ ลุกออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะคุณเอสเตอร์” เจนิชจ้องหน้าเอสเตอร์หน้างอง้ำ เอสเตอร์เห็นแล้วก็นึกสงสาร เขาออกมายิ้มเล็กน้อย แล้วปรับเปลี่ยนสีหน้าจ้องมองเธอด้วยสายตาหวานซึ้ง

“เจนิช เรามาคุยกันดีๆ บ้างดีกว่านะ คุณรู้มั๊ยว่าทำไมผมถึงทำแบบนี้กับคุณ ทำไมผมถึงคอยตามแกล้ง และตามติดคุณอยู่ตลอดเวลา” เอสเตอร์ถามเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและจริงจัง เขามองลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มของหล่อนอย่างต้องการสื่อความหมาย เจนิชนิ่งเงียบไม่ตอบเขา เพราะเธอเริ่มจะเขินอายสายตาหวานซึ้งแบบนี้ของเขา และเธอก็รู้ว่าเอสเตอร์กำลังจะพูดอะไร

“เพราผมชอบคุณ ผมชอบคุณจริงๆนะ ตั้งแต่เจอคุณผมไม่เคยติดต่อกับผู้หญิงคนไหนเลย ผมต้องการแต่คุณคนเดียวเท่านั้น ผมมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้คุณ มีความสุขทุกครั้งที่ได้ทะเลาะกับคุณ แล้วคุณล่ะ คิดยังไงกับผม ชอบผมบ้างรึเปล่าหืม... ตอบผมมาสิที่รัก คุณชอบผมบ้างรึเปล่า” เจนิชได้ยินคำสารภาพของเอสเตอร์ก็เกิดอาการไปไม่เป็น เธอเริ่มจะหายใจติดขัด ปากคอเริ่มสั่น และก็เริ่มจะพูดจาติดอ่างอีกแล้ว

“ฉัน.... ฉัน...” เอสเตอร์เห็นว่าเธอไม่พูดบอกออกมาซักที เขาเลยพูดอธิบายต่อ

“ถ้าเป็นเรื่องเจสซี่คุณไม่ต้องกังวล ผมกับแม่ของเธอเราคงไม่กลับมาสานต่อ เพราะเรื่องของเรามันจบไปนานมากแล้ว และแอชลี่ย์ก็มีสามีแล้วด้วยเขาเป็นนายแบบสังกัดเดียวกันกับเธอ เพียงแต่เจสซี่ไม่ยอมรับเขาเท่านั้นเอง และตอนนี้แอชลี่ย์กับโคลก็กำลังพยายามทำให้เจสซี่ยอมรับโคลอยู่ ถ้าเป็นเรื่องนี้คุณวางใจได้นะ เอาล่ะแล้วทีนี้คุณบอกผมได้รึยัง ว่าคุณชอบผมรึเปล่า ตอบมาสิผมรอคำตอบจากคุณอยู่”

“ฉัน... ฉัน... ก็... ชะ...ชอบคุณค่ะ” พอสิ้นเสียงของเจนิชเอสเตอร์ก็ยิ้มกว้างออกมา ก่อนจะก้มกดจูบไปรอบๆ ดวงหน้าหวานอย่างดีใจ มือทั้งสองข้างก็ปล่อยมือเธอออกแล้วเปลี่ยนมาโอบกอดลูบไล้ตามส่วนเว้าส่วนโค้งของเธอแทน

“ในที่สุดเราก็หัวใจตรงกัน ผมดีใจที่สุดเลยคุณรู้มั๊ย ต่อไปนี้ผมจะเลิกให้หมดเลย ผมจะมีแต่คุณคนเดียว ผมสัญญา จุ๊บๆๆๆ” เอสเตอร์กดจูบซ้ำไปทั่วๆใบหน้า ก่อนจะก็วกกลับมาที่ริมฝีปากนุ่ม เขากดจูบดูดดึงปากบนและล่างอย่างเอาแต่ใจ พร้อมทั้งส่งลิ้นร้อนไปสัมผัสพันกับลิ้นอุ่นของเธอ เจนิชเองก็เริ่มจะเคลิ้มไปกับรสจูบของเขา เธอโอบกอดและลูบไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างของเขา

การจูบครั้งนี้มันช่างหอมหวานที่สุดเพราะเจนิชไม่ได้คัดค้านผลักใสเขาเหมือนทุกครั้ง ครั้งนี้เธอให้ความร่วมมือและโต้ตอบเขาจนเอสเตอร์แทบจะสำลักความสุข แต่แล้ว...

ผลั่ก! ตุ๊บ! “โอ๊ยยย... เจนิชนี่คุณเป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีก” เอสเตอร์นอนกุมกล่องดวงใจกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียง หน้าตาของเขาบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความเจ็บปวด ส่วนเจนิชเธอลุกขึ้นมายืนกอดอกและยิ้มอย่างผู้มีชัย

"เรื่องหัวใจของเราตรงกันนั่นน่ะใช่ แต่เรื่องที่คุณแกล้งฉัน ฉันไม่ลืม! ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เจนิชหัวเราะลั่นแล้วก็เปิดประตูเดินออกไป ปล่อยให้เอสเตอร์ต้องนอนเจ็บปวดเพียงลำพัง

“ซี๊ดดดด..... แสบนักนะอย่าเผลอบ้างละกัน จะจัดหนักให้ร้องไม่หยุดเลยคอยดู อูยยยย....เจ็บชะมัด”

 

.......................................................................


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เรื่องราวยังมีอีกมากมาย ทั้งเข้มข้น พลิกผันและลุ้นระทึกในทุกๆ ตอน มาเติมเหรียญแล้วไปลุ้นต่อด้วยกันด้วยกันนะคะ"

ณรีรัช


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


None
โดย Anonymous | 1 year, 7 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha