บรรณาการรัก CEO

โดย: ณรีรัช



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 12 : ห้องสีชมพู NC+++ Hot !!!...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

#

 ตอนที่ 12

เจนิชอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เดินออกมานั่งเล่นที่ระเบียง เธอยืนมองออกไปรอบๆ และครุ่นคิดถึงเรื่องของเธอกับเอสเตอร์ แล้วไหนจะเรื่องที่เธอรับปากกับเจสซี่เอาไว้อีก และยังคิดชั่งใจไปถึงคำติฉินนินทาของคนในบริษัท และที่สำคัญครอบครัวของเธอ ถ้าพวกเขารู้มันจะเกิดอะไรขึ้นนะ แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว เฮ้อ!...

เอสเตอร์เดินออกมาจากห้องนอนของเขา เขาเดินตามหาเจนิชรอบๆห้อง จนเห็นเธอยืนอยู่นอกระเบียง จึงเดินออกมาหา แล้วเข้าสวมกอดเธอจากทางด้านหลัง แล้วกดจูบแก้มขาวนวลทั้งสองข้าง เจนิชหันไปยิ้มให้เอสเตอร์เล็กน้อย เอสเตอร์เห็นหน้าของเจนิชดูเศร้าๆ จึงเอ่ยถามเธอ

“คุณคิดอะไรอยู่เหรอเจนิช”

“เรื่องของเรา เจสซี่ คนที่บริษัทและครอบครัวของฉันค่ะ ถ้าพวกเขารู้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น”

“อย่าเพิ่งกลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิดสิ เรื่องมันอาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้นะ”

“กับคนอื่นฉันเดาไม่ถูกหรอกนะคะว่ามันจะเกิดอะไรบ้าง แต่กับครอบครัวของฉัน ฉันพอจะรู้ค่ะว่าผลมันจะเป็นยังไง ถ้าคุณไม่เปลี่ยนใจคุณจะต้องเหนื่อยมาก และเผลอๆ อาจจะเสียเวลาเปล่า” เมื่อพูดมาถึงตรงนี้น้ำเสียงของเจนิชกลับฟังแล้วดูเศร้าลงจนเอสเตอร์รับรู้ได้

“ต่อให้เสียเวลาทั้งชีวิตผมก็ยอม ผมตื้อเก่งจะตายไป คุณก็รู้” เอสเตอร์พูดพร้อมกับกระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้น เขาหอมแก้มนวลแรงๆ เจนิชยิ้มเศร้าๆ เธอมองดูวิวด้านหน้าแล้วอธิบายเหตุผลกับเขา

“ใช่ค่ะฉันรู้ แต่แค่ตื้อฉันว่ามันคงจะไม่พอ คุณอาจจะเข้ากันได้ดีกับทุกๆ คนในครอบครัวของฉัน แต่สำหรับพ่อของฉัน ท่านคงไม่ยอมรับคุณ ท่านเป็นคนหัวโบราณค่ะ และที่สำคัญท่านไม่ชอบคนต่างชาติ และนี่ก็เป็นสาเหตุว่าทำไมฉันถึงไม่เคยมีแฟนกับเขาสักที และฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมท่านถึงเกลียดคนต่างชาตินัก โดยเฉพาะคนอเมริกันแบบคุณ คุณเอสเตอร์ตอนนี้คุณยังเปลี่ยนใจทันนะคะ”

“ผมรักคุณ และไม่มีวันเปลี่ยนใจ ผมจะต้องทำให้พ่อของคุณยอมรับผมให้ได้ ผมมั่นใจว่าสิ่งที่ผมทำมันจะไม่เสียเปล่า ผมขอเพียงแค่มีคุณอยู่ใกล้ๆ คอยเป็นกำลังใจให้ผม ให้ผมได้ตื่นขึ้นมาเห็นหน้าคุณทุกๆ วันแบบนี้...ก็พอ”

เอสเตอร์นึกไปถึงพ่อของเจนิช เขายังคงจำได้ดีว่าพ่อของเจนิชตั้งท่ารังเกียจเขามากแค่ไหน “ไอ้ลูกฝรั่ง” คำๆ นี้ที่พ่อของเจนิชเรียกเขาเป็นประจำ เขายังจำมันได้ไม่เคยลืม แต่ก็ยังดีที่คนอื่นๆ ในครอบครัวของเธอ ไม่เคยคิดรังเกียจเขา กลับคอยปกป้องเขาจากพ่อของเธอซะด้วยซ้ำ

“ค่ะ ฉันจะเป็นกำลังใจให้คุณ และให้คุณได้ตื่นขึ้นมาเห็นหน้าแบบนี้ทุกๆวัน กลัวแต่ว่าคุณจะเบื่อ แล้วทิ้งฉันไปหาแม่ดารานางแบบของคุณซะก่อน”

No No ไม่มีทาง ที่ผ่านมาผมอาจจะควงพวกเธอหลายๆ คน แต่นั่นก็แค่ควง ไม่ได้รัก แต่กับคุณผมรัก มันไม่เหมือนกัน เห็นผมอย่างนี้ ผมรักเดียวใจเดียวน๊า... ผมจะเลิกยุ่งเกี่ยวผู้หญิงพวกนั้นให้หมดทุกคนเลย ถ้าพวกเธอไม่ยอมและยังตามติด ผมให้สิทธิ์คุณเต็มที่” เจนิชได้ยินเธอหมุนตัวหันหน้ามาหาเขา แล้วเอามือชี้ไปที่ใบหน้าหล่อๆ ของเขา

“คุณรับปากฉันแล้วนะ ห้ามเปลี่ยนใจด้วย”

“จ้ะ ผมไม่มีวันเปลี่ยนใจไปจากคุณแน่นอน จุ๊บๆ ชื่น...ใจ”

“ฉันว่าเราไปหาอะไรทานกันดีกว่านะคะ ฉันหิวแล้ว”

“นั่นสินะ เช้านี้เรายังไม่ได้ทานอะไรกันเลย มือของคุณยังเจ็บอยู่ เดี๋ยวผมจัดการเอง คุณแค่นั่งให้กำลังใจผมก็พอ”

“เอาแบบนั้นเลยเหรอคะ”

“รึว่าคุณไม่เชื่อฝีมือผม”

“ไม่ใช่ไม่เชื่อค่ะ แต่ให้ฉันนั่งเฉยมันเหมือนฉันเอาเปรียบคุณ”

“ก็แขนของคุณยังเจ็บอยู่ เอาไว้ถ้าคุณหายเมื่อไหร่คุณค่อยมาช่วยเป็นลูกมือผมก็แล้วกัน ตอนนี้คุณก็นั่งสั่งอย่างเดียวไปก่อนนะครับ เจ้านาย”

“เพราะจัง คุณเรียกฉันใหม่อีกทีซิคะ”

“ครับเจ้านาย” เอสเตอร์ไม่พูดเปล่า แต่เขายังโค้งตัวทำท่าคำนับเธออีกด้วย เจนิชยิ้มแก้มปริเมื่อเห็นว่าที่คนรัก ยอมเล่นกับเธอ

“เรียกอีก เรียกเยอะๆ ฉันชอบ” เอสเตอร์เลิกคิ้วขึ้นสูงทั้งสองข้าง แต่เขาก็ยิ้มออกมาและยอมเธอเรียกซ้ำๆ เพื่อเอาใจเธอ

“เจ้านาย เจ้านาย เจ้านาย โอเคมั๊ยครับ”

“ค่ะโอเค ที่สุดเลยยย” เจนิชยิ้มพร้อมบอกกับเขาด้วยเสียงหวานๆ

เอสเตอร์ยิ้มกว้างเขาโอบกอดและกดจูบซ้ำที่ริมฝีปากบาง ที่จูบเท่าไหร่ๆ ก็ไม่รู้จักเบื่อ เอสเตอร์อุ้มร่างบางขึ้นแนบอก เขาหมุนตัวไปรอบๆ แล้วหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข เจนิชรีบเอามือกอดคอของเขาเอาไว้ด้วยเพราะกลัวตก แต่เธอก็ยิ้มและหัวเราะไปพร้อมๆ กับเขา เอสเตอร์อุ้มเจนิชมาวางที่เก้าอี้ของโต๊ะอาหาร ก่อนจะจูบที่ปากบางอีกครั้งอย่างไม่อยากปล่อย จนเจนิชต้องเอามือผลักใบหน้าของเขาออก เอสเตอร์ถึงยอมปล่อย

“คุณนั่งเป็นกำลังใจให้ผมตรงนี้นะ เดี๋ยวผมจะไปจัดการมื้อเช้ามาเสริฟ์ให้คุณทานถึงที่เลย จุ๊บๆ” ปากบอกจะไปทำอาหาร แต่หน้าของเขากลับยังวนกดจูบซ้ำๆอยู่ที่ใบหน้าของเธอไม่ยอมห่าง

“พอได้แล้วค่ะ ฉันหิวแล้วนะ”

“ผมก็หิว หิวกระหายในตัวคุณ อยากกินคุณซะจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้วที่รัก” เอสเตอร์พูดบอกเธอด้วยเสียงสั่นพร่า

“คุณคงต้องรอต่อไปนะคะที่รัก เพราะฉันไม่ให้คุณกินฉันง่ายๆ หรอก”

“ไม่เป็นไรแค่ผมได้ตอดตรงนั้นนิด ตรงนี้หน่อยแบบนี้ทุกวัน ผมก็พอใจแล้ว”

“ไปทำอาหารได้แล้วค่ะ ฉันหิวแล้ว”เจนิชเอามือผลักดันตัวเขาให้เข้าไปในครัว

“ครับเจ้านาย” เอสเตอร์พูดพร้อมกับก้มศีรษะเล็กน้อยให้เธอ แล้วยังมากดจูบแรงๆ ก่อนจะเดินเข้าครัวอีกแน่ะ เจนิชแกล้งขึงตาใส่เขา แต่เอสเตอร์กลับยิ้มกว้างยักคิ้วหลิ่วตาให้เธอ แล้วจึงเดินไปเปิดตู้เย็นจัดการรื้อของออกมาทำอาหาร

เจนิชนั่งยิ้มมองดูเขาหยิบโน่น ทำนี่ และบางทีเขาก็หันมายิ้มเล่นกับเธอ ความรู้สึกในตอนนี้มันช่างหอมหวานสุขจนล้นใจ  เจนิชเพิ่งจะรับรู้ถึงความรู้สึกของคนที่มีความรัก ว่ามันมีความสุขมากขนาดไหน แล้วไอ้คำพูดที่ว่าโลกเป็นสีชมพูมันเป็นอย่างไรก็วันนี้

ก่อนหน้านี้เจนิชเคยเกลียดและแอนตี้ผู้ชายเจ้าชู้แบบเขามาตลอด แต่พอมาวันนี้ เอสเตอร์กลับทำให้เธอต้องกลืนน้ำลายตัวเอง ที่เคยประกาศเอาไว้ปาวๆ ต่อหน้าเพื่อนๆ หลายต่อหลายคน ว่าชาตินี้เธอไม่มีวันญาติดีกับพวกผู้ชายเจ้าชู้ ต่อให้เหลือผู้ชายแบบนี้คนเดียวในโลกเธอก็จะขออยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิต

แต่วันนี้เธอกลับมาชอบและรักผู้ชายเจ้าชู้ตัวพ่อ ที่ขึ้นชื่อเป็นถึงคาสโนว่าอันดับหนึ่ง แล้วอย่างนี้ถ้าพวกเพื่อนๆ ของเธอรู้เข้า พวกเขาจะว่ายังไงกันนะ แล้วนี่เธอจะกล้าไปพบหน้าเพื่อนๆ ของเธอได้ยังไงกัน แต่ก็ช่างเถอะเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว อะไรจะเกิดก็ช่างหัวมัน! ตอนนี้เธอขอตักตวงความสุขของการได้รักเขาเอาไว้มากๆ ก่อนก็แล้วกัน เรื่องอื่นเอาไว้ค่อยคิดทีหลัง เพราะมันคืออนาคตและยังมาไม่ถึง

เพียง 15 นาที เอสเตอร์ก็จัดการเอาอาหารของมื้อเช้ามาเสริฟ์ตรงหน้าเธอ ทั้งสองคนนั่งทานอาหารเช้าพร้อมกับหยอกล้อกันไปอย่างมีความสุขตามประสาคู่รักใหม่ ที่ความหอมหวานกำลังผลิบานไปรอบๆ ตัว

วันนี้ทั้งวันเอสเตอร์แทบจะไม่อยู่ห่างเจนิช ไม่ว่าเจนิชจะนั่งตรงไหน เขาจะต้องตามไปนั่งกอดซบอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา เจนิชเองเธอก็ยินยอมให้เขาได้โอบกอด และเธอก็มีความสุขไปกับสิ่งที่เอสเตอร์ทำซะด้วยสิ

“คุณเบื่อที่จะอยู่กับฉันบ้างมั๊ยคะ ถ้าคุณเบื่อ อยากออกไปข้างนอกบ้างก็ได้นะ แต่ฉันคงไม่ไปกับคุณหรอกนะคะ ฉันอยากนอนอ่านหนังสือแบบนี้มากกว่า” เจนิชพูดบอกกับเขา เพราะเห็นว่าเอสเตอร์เอาแต่นอนซบอยู่กับเธอ แล้วก็กดรีโมททีวีวนไปวนมา ก่อนจะกดปิดแล้วหันหน้ามาซบเขากับซอกคอของเธอ แล้วหลับตาลง

เอสเตอร์ลืมตาขึ้น นอนตะแคงเขาเอาศอกตั้งฉากกับที่นอน แล้วเอามือค่ำศีรษะเอาไว้ ยิ้มให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “จุ๊...จุ๊ ผมไม่เคยเบื่อ ผมกลับมีความสุขมากที่ได้อยู่ใกล้ๆ คุณ แบบนี้ แล้วอีกอย่างวันนี้เป็นวันอาทิตย์ ก็ต้องหยุดพักสิ จะออกไปข้างนอกให้วุ่นวายทำไมกัน สู้อยู่นอนกอดคุณแบบนี้ดีกว่า” เอสเตอร์พูดจบก็กระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้น แล้วหอมแรงๆ ที่แก้มนวล

“ฉันก็คิดว่าคุณจะเบื่อซะอีก”

“ถ้าคุณอยากให้ผมหาอะไรทำก็ได้นะ ผมมีตัวเลือกมานำเสนอ” เอสเตอร์บอกเธอแล้วยักคิ้วให้ เจนิชฟังดูเห็นว่าน่าสนใจก็เลยวางหนังสือลงแล้วหันมาสนใจเขา

“ตัวเลือกมีอะไรบ้างล่ะคะ ไหนคุณลองบอกฉันมาสิคะเผื่อว่ามันน่าสนใจ” เจนิชจ้องหน้าเอสเตอร์รอฟังตำตอบจากปากเขา

“มีอยู่สองข้อ ข้อที่หนึ่ง กินคุณและข้อที่สองก็กินคุณ” เอสเตอร์ยิ้มหน้าระรื่นเมื่อตอบเสร็จ เจนิชย่นคิ้วเข้าหากันเมื่อได้ยินตำตอบของเขา

“นี่แน่ะจะกินฉันเหรอ คุณนี่คิดอยู่เรื่องเดียวจริงๆ นี่ๆๆ” เจนิชหยิบเอาหนังสือทุบไปที่แขนของเขาเบาๆ ด้วยความหมั่นใส้ ก่อนจะค้อนให้เขา แล้วพลิกตัวนอนหันหลังให้เขาซะเลย คนบ้า! เจนิชหยิบหนังสือขึ้นมาเปิดอ่านต่อแล้วทำเป็นไม่สนใจเขา

เอสเตอร์เห็นท่าทางงอนเล็กๆ ของเธอก็หัวเราะในลำคอ แล้วขยับตัวเข้านอนซ้อนหลังเจนิช และนอนกอดเธอเอาไว้ซะแนบแน่น

เวลาผ่านเลยมาจนถึงช่วงบ่ายแก่ๆ ของวัน เจนิชยังคงนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงโดยยังไม่ขยับกายไปไหน จะมีก็แต่เอสเตอร์เท่านั้นที่เดินออกมายืนคุยโทรศัพท์อยู่ด้านนอก

“ครับแด๊ด แล้วพรุ่งนี้ผมจะพาเธอกลับ” เอสเตอร์พูดแค่นั้นแล้วก็กดปิดโทรศัพท์ ก่อนจะกดโทรออกหาลูกน้องคนสนิท

“วินเซนต์ เย็นนี้แกไปรับเจสซี่กลับมา แล้วบอกให้นักบินเตรียมเครื่องให้พร้อมพรุ่งนี้ฉันจะไปนิวยอร์ก”เอสเตอร์เดินออกไปมองวิวด้านนอกระเบียง เขายืนถอนหายใจเพื่อระบายอารมณ์

พ่อของเขาเพิ่งจะโทรมาบอกว่าเจสซี่ไปก่อวีรกรรมเอาไว้ก่อนจะมาเมืองไทย และผลงานของเธอกำลังสร้างปัญหาให้เขาต้องกลับไปสะสาง นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เจสซี่ทำแบบนี้ แต่ทุกๆ ครั้งพ่อของเอสเตอร์จะเป็นคนจัดการกับปัญหาทั้งหมด แต่ครั้งนี้อีกฝ่ายกลับไม่ยอมความง่ายๆ เพราะเขาก็เป็นคนมีชื่อเสียงเหมือนกัน

ทางฝ่ายโน้นเขาต้องการเพียงคำขอโทษจากปากของเจสซี่ และต่อหน้าคนทั้งโรงเรียน ถ้าไม่อย่างนั้นเขาจะฟ้องและเอาคลิปที่เจสซี่ทำร้ายร่างกายเขาปล่อยว่อนในอินเตอร์เนต ถ้าฟ้องศาลเอสเตอร์จะไม่กังวลเลยซักนิด แต่ที่เขาขู่ว่าจะปล่อยคลิปประจานนี่สิ ชื่อเสียงของครอบครัวเขาจะต้องเสียหายแน่ๆ แล้วโรงเรียนที่เธอเรียนอยู่พ่อของเขาก็เป็นหุ้นส่วนซะด้วยสิ พวกกรรมการคนอื่นๆ จะต้องตั้งเป้าโจมตีครอบครัวเขาอย่างแน่นอน เอสเตอร์ยืนครุ่นคิดอยู่สักพัก เขาก็ถอนหายใจอีกครั้ง เพื่อสะบัดไล่ความเครียดออกจากสมอง เพราะเขามั่นใจว่าเรื่องทุกอย่างเขาต้องแก้ไขได้

เอสเตอร์เดินเข้ามาหาหัวใจของเขาที่นอนอยู่ในห้อง พรุ่งนี้เขาจะต้องห่างเธอแล้ว และคงจะยาวนานเป็นอาทิตย์กว่าเรื่องจะจบลง เขาจะต้องมาเก็บสแปร์ของความหอมหวานเอาไว้

เอสเตอร์เดินกลับเข้าไปในห้องนอนของเจนิชแล้วก้าวขึ้นเตียงไปนอนสวมกอดร่างบางที่นอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาหอมแรงๆที่แก้มนุ่ม เจนิชเลยหันหน้าไปหาเขา

“คุณอยากไปนิวยอร์กกับผมมั๊ยเจนิช”

“นิวยอร์ก?...ไปทำไมคะ”

“ผมมีเรื่องที่ต้องสะสางนิดหน่อย คุณแค่เตรียมเก็บกระเป๋าก็พอ เดี๋ยวเรื่องพาสปอร์ตผมจะให้คนของผมจัดการให้”

“ฉันคงไปกับคุณไม่ได้หรอกค่ะ”

“ทำไม?” เอสเตอร์ขมวดคิ้วมองหน้าคนในอ้อมกอด

“วันมะรืนนี้ฉันจะต้องกลับไปทานมื้อเย็นที่บ้าน พี่จ๋าเพิ่งโทรมาบอกฉันเมื่อเช้า และฉันจะต้องกลับไปเพราะเป็นคำสั่งของพ่อ คุณเข้าใจฉันนะคะ” เอสเตอร์ยิ้มเล็กน้อย

“ไม่เป็นไร เอาไว้ครั้งหน้าเราค่อยไปด้วยกันก็ได้ ผมต้องห่างคุณเกือบอาทิตย์ และคงคิดถึงคุณจนทนไม่ไหว คุณจะคิดถึงผมบ้างรึเปล่าหืม...ที่รัก”

“คิดสิคะ ฉันต้องคิดถึงคุณ” เจนิชยิ้มให้เขาเล็กน้อย แล้วก็หันหลังให้เขาหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านต่อ

“คุณอ่านอะไร ไหนผมขอดูหน่อยซิ” เอสเตอร์หยิบหนังสือในมือของเธอมาเปิดอ่าน เพราะเขาสงสัยว่าทำไมเธอถึงเอาแต่จับจดอยู่กับหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว

“อะไรเนี่ยะ นิยายรัก คุณชอบอ่านหนังสือพวกนี้เหรอ”

เจนิชยิ้มเล็กน้อย “ค่ะ มันอ่านเพลินและก็สนุกดี ไม่เครียดดีด้วย”

เอสเตอร์หยิบมาเปิดดูไปเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าที่เธอคั่นเอาไว้ เอสเตอร์อ่านไปได้สักนิดแล้วเขาก็ละสายตาขึ้นมามองเธอ ก่อนจะอ่านออกเสียงใส่เอฟเฟคให้ฟังดูสมจริง

“ชายหนุ่มวาดลิ้นร้อนละเลียดไปรอบๆ เต้าเต่งตึง พร้อมทั้งใช้มือหนาบีบเค้นตามแรงปรารถนา เอวสอบก็ยังทำหน้าที่ไม่หยุด เสียงร้องครางที่สุดเซ็กซี่ดังออกจากเรียวปากนุ่ม อา....ที่รักฉันรักคุณค่ะ ฉันรักคุณ...

คุณอยากสัมผัสกับอารมณ์แบบนั้นมั๊ยที่รัก ของผมคุณไม่ต้องจิตนาการว่าพระเอกกับนางเอกจะรู้สึกยังไง แต่คุณจะได้รับสัมผัสนั้นแบบเต็มๆ ถ้าคุณยอมร่วมมือกับผม” เอสเตอร์กระซิบเสียงสั่นพร่า และเอาปากหนาเลียละเลียดไปรอบๆ ใบหูขาวสะอาด

เจนิชยังไม่ทันได้ร้องห้ามเขา เธอก็ต้องอ่อนระทวยจนแทบจะไร้เรี่ยวแรง เมื่อเอสเตอร์ใช้ลิ้นร้อนจูบไปทั่วๆใบหน้าและซอกคอขาวของเธอ อารมณ์รักที่กำลังค้างจากนิยายที่เธออ่าน กำลังได้รับการสานต่อจากเขา

เอสเตอร์วางหนังสือเอาไว้บนหัวเตียง ปากหนาก็เข้าประกบกับปากเรียวเล็ก มือหนาทั้งสองข้างก็ช่างรู้งาน จัดการเสื้อและบราเซียของเจนิชให้หายออกไปจากร่างอันขาวนวลของเธอในพริบตา

“ผมจะทำให้คุณรู้ว่านางเอกรู้สึกยังไง” เขากระซิบเสียงสั่นพร่าข้างหูของเธอ ก่อนจะก้มหน้าลงที่เต้าคัดเต่งตึงทั้งสองข้าง ใช้ลิ้นร้อนเลียวนไปรอบๆ เต้า ทำเหมือนกับในหนังสือที่เธออ่านไม่มีผิด มือหนาทั้งสองก็บีบเค้นสร้างอารมณ์รักและลูบไล้ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้ง สร้างความเสียวซ่านให้กับเจนิชจนเธอเผลอแอ่นอกป้อนให้กับเขา มือเรียวบางก็จับไปที่กลุ่มผมของเอสเตอร์ และกดลงเข้าหาเนินอกของเธอด้วยความเสียวซ่าน

“อา.....” เสียงร้องครางดังเล็ดลอดออกมาจากปากของคนใต้ร่าง เอสเตอร์ยิ่งได้ใจ เขาจัดการกับเสื้อผ้าส่วนล่างของเธอและเขาอย่างเบามือ เพียงไม่ถึงนาที ทั้งเอสเตอร์และเจนิชก็อยู่ในสภาพที่ไร้อาภรณ์ปิดกายด้วยกันทั้งคู่

ใบหน้าของเอสเตอร์ยังคงเกลือกกลิ้งอยู่กับเต้างามทั้งสองข้าง ลิ้นร้อนยังคงตวัดกวาดชิมเนื้อสาว เสียงร้องครางของคนใต้ร่างก็ดังออกมาเป็นระยะๆ มือหนาเคลื่อนมาทำหน้าที่แทนใบหน้าของเอสเตอร์ที่กำลังก้มจูบต่ำลงไปเรื่อยๆ จนไปจับจดอยู่กับส่วนที่แสดงความเป็นหญิง มือทั้งสองข้างจับเรียวขาของเธอไห้แบะกว้างออกเล็กน้อย และดันมันให้กว้างออกอีกเล็กน้อย เมื่อใบหน้าของเขาเคลื่อนลงไปจดจ่อพร้อมรัก

เจนิชเริ่มจะรู้สึกตัวเธอร้องขัดขืนเขา “อย่าค่ะ ฉันยังไม่พร้อม”

“คุณพร้อมซะยิ่งกว่าพร้อมอีกที่รัก...” เอสเตอร์ไม่รอฟังคำตอบของเธอ เข้าก้มกดจูบและส่งลิ้นร้อนตวัดชิมความหอมหวาน ทั่วทุกซอกทุกมุม กลิ่นสาบสาวมันเหมือนเป็นเชื้อไฟชั้นดี เขาตวัดลิ้นลงหนักเบา กวาดชิมความสาวสดของเธออย่างหนักหน่วง

เจนิชต้องร้องครางและบิดตัวด้วยความเสียวซ่านเมื่อเอสเตอร์ประกบปากกดจูบอยู่ตรงใจกลางร่าง เธอเอามือจับผ้าปูที่นอนแล้วขยำจนเกือบจะหลุดขาดติดกับมือ ร่างกายก็บิดไหวด้วยความเสียวซ่านที่ได้รับ ปากบางก็ร้องขอให้เขาหยุดกระทำ แต่ทว่าสะโพกของเธอกลับแอ่นเข้าหาใบหน้าของเอสเตอร์ เพื่อป้อนให้เขาได้ชิมเธออย่างถนัดถนี่

นิ้วแข็งแกร่งเริ่มย้ายมาจดจ่ออยู่ตรงหน้าช่องทางรักที่แสนจะคับแคบ ลิ้นร้อนก็ยังตวัดระรัวสร้างความเสียวซ่านให้กับคนใต้ร่างไม่หยุด แล้วเอสเตอร์ก็ค่อยๆ สอดนิ้วอันแข็งแกร่งเข้าไปในช่องทางรักทีละนิด ความคับแคบและการตอดบีบรัดโอบนิ้วของเขา มันบ่งบอกให้เอสเตอร์รู้ว่าเธอยังบริสุทธิ์ เจนิชร้องครางเสียงดังเมื่อเอสเตอร์สอดนิ้วเข้ามาในกาย และเธอต้องผวาเฮือกเมื่อเอสเตอร์กดนิ้วแกร่งเข้ามาพรวดเดียวจนสุดโคน และเจนิชต้องร้องครางหนักขึ้นเมื่อนิ้วของเอสเตอร์เริ่มขยับ

“อ๊า...”

นิ้วแกร่งเริ่มขยับจากช้าๆ และรัวเร็วๆ ลิ้นร้อนก็ยังทำงานไม่หยุด จนเมื่อทางรักเริ่มจะบีบรัดนิ้วแกร่งเอาไว้แน่นกว่าเดิม ธาราน้ำหวานก็ไหลออกมาเปรอะเปื้อนใบหน้าคม แต่เขามิได้รังเกียจเลยซักนิด กลับใช้ลิ้นตวัดจัดการจนเกือบหมด

เอสเตอร์รู้ได้ทันทีว่าเธอกำลังจะแตะขอบสวรรค์ จึงถอนนิ้วของเขาออก และลุกขึ้นนั่งคุกเข่า จัดการจับตัวตนอันใหญ่โตของเขา ที่มีขนาดตามดีเอ็นเอของคนอเมริกัน จดจ่อเตรียมจะสอดใส่ตรงช่องทางรัก

เจนิชเห็นว่าเอสเตอร์หยุดการกระทำ เธอผงกหัวขึ้นมาดู จนเจอเข้ากับอาวุธของเอสเตอร์ที่กำลังจะส่งเข้ามาในตัวเธอ เจนิชเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง แล้วรีบเอามือผลักดันหน้าท้องที่มีแต่กล้ามเนื้อเป็นลอนๆ แล้วส่ายหน้าไปมาปฏิเสธ

ก็ปืนใหญ่ของเอสเตอร์ใช่ย่อยซะที่ไหนล่ะ แถมเขายังเป็นคนอเมริกัน และสูงตั้ง 185 ซม.

“อย่ากลัว ทุกอย่างมันจะเป็นไปตามธรรมชาติ ปล่อยตัว ปล่อยใจและอย่าเกรง ไม่งั้นคุณจะเจ็บมาก เชื่อผม” เอสเตอร์ยื่นหน้าเข้าประกบกับปากบาง พร้อมๆ กับค่อยๆ ส่งตัวตนเข้าไปในกายสาวทีละนิดๆ เจนิชเจ็บจนน้ำตาไหล ราวกับว่าส่วนนั้นของเธอจะแตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ

ใบหน้าของเอสเตอร์เหยเกด้วยความเจ็บปนเสียว เพราะตลอดเส้นทางรักของเจนิช บีบรัดเขาจวนจะทนไม่ไหว เขาเลยต้องเริ่มขยับอย่างช้าๆ เพื่อให้กายสาวได้สร้างความคุ้นเคยกับขนาดคิงส์ไซด์ของเขา เอสเตอร์ส่งตัวตนของเขาเข้ามาได้เพียงแค่ครึ่ง ก็ชนเข้ากับฉากกั้นความบริสุทธิ์ของเจนิช เขาต้องกัดฟันและกระแทกแรงๆ จนความบริสุทธิ์ของเธอฉีกขาด และพาตัวตนของเขาเข้าไปในกายสาวทีเดียวจนสุดโคน และกดแช่ค้างเอาไว้แบบนั้น

เจนิชเบิกตากว้าง และผวาเฮือกเมื่อเขาได้พรากความบริสุทธิ์ไปจากเธอ จนเธอต้องร้องบอกให้เขาหยุด

“พอ...หยุดก่อน ฉันเจ็บ ซี๊ดด...ด” เอสเตอร์ยอมหยุดค้างไว้เพื่อให้กายสาวได้ปรับตัว

“อย่าเกรง อดทนหน่อยนะ อีกเดี๋ยวคุณจะไม่เจ็บ ผมจะค่อยเป็นค่อยไป” เอสเตอร์พูดจบก็เริ่มขยับช้าๆ ปากหนาก็ก้มลงมาครอบครองเต้าอวบ มือหน้าอีกข้างก็คอยบีบเค้นและลูบไล้ไปตามกายสาว เพื่อสร้างความเสียวซ่านให้กับคนใต้ร่าง จนสักพักเอสเตอร์ก็ได้ยินเสียงแห่งความเสียวซ่านของเธอ

“อือ...” ร่างบางเริ่มเชิดหน้าและเผยอปาก ส่งเสียงครางออกมา เอสเตอร์ละปากจากเต้างามและกระซิบข้างหู

“ยังเจ็บอยู่มั๊ยที่รัก” เขาถามคนใต้ร่างพร้อมๆ กับขบเม้มเบาๆ ที่ใบหูขาวสะอาด

“มะ...ไม่ค่ะ ฉันไม่เจ็บแล้ว แต่... ซี๊ดดด” เจนิชหลุดเสียงแห่งความเสียวซ่านให้เอสเตอร์ได้ยิน จนเขายิ้มเล็กๆที่มุมปาก แต่ก็ยังถามเธอกลับด้วยเสียงที่สั่นพร่า ชวนให้สยิว

“แต่อะไร หืม...ที่รัก คุณรู้สึกยังไง บอกผมมาซิ ที่รัก... บอกผม”

“ฉัน...เสียว ไม่ไหว...จะไม่ไหวแล้ว ใจจะขาด” เจ้าของร่างบางหลับตาแล้วแหงนหน้าเชิดขึ้น ความเสียวซ่านที่เธอได้รับมันทำให้เธอไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ จนต้องปล่อยตัวไปกับอารมณ์ที่คนตัวโตเป็นคนสร้างขึ้น

“ฮึ ฮึ เดี๋ยวคุณจะเสียวซ่านยิ่งกว่านี้” เอสเตอร์พูดจบก็เริ่มออกแรงขยับจากช้าๆ เป็นรัวเร็วตามแรงอารมณ์ เสียงร้องครางของคนทั้งสองบวกกับเสียงกระแทกของเนื้อ ดังปะปนคละเคล้ากันลั่นห้อง

โอววว...วิเศษเจนิช คุณ...สุดยอด โอ..ผมจะทนไม่ไหว”

“อา... ฉันก็จะไม่ไหว...” เจนิชตอบเอสเตอร์เสียงสั่น ตามแรงกระแทกที่เอสเตอร์สาดใส่เธอ เขาอุ้มตัวเธอขึ้นมากอดเอาไว้ เปลี่ยนท่าให้เธอนั่งลงบนตักของเขา แล้วซบหน้าลงกับอกอวบก่อนจะใช้ปากหนาครอบครอง และยังใช้มือบีบเค้นแรงๆ แล้วจับสะโพกของเธอให้ขยับ

“ขยับสิที่รัก ปล่อยมันเป็นไปตามอารมณ์” เจนิชเริ่มขยับตามการชักนำของเอสเตอร์ และเริ่มแรงขึ้นตามความต้องการของคนเอง

“แรงๆ เลยจ้ะที่รัก แรงๆ” เจนิชจัดให้ตามคำขอของเขา แต่มันก็ยังไม่ถึงใจเขาอยู่ดี เอสเตอร์จึงจัดการพลิกตัวเธอให้เธอคลานเข่า แล้วเขาก็เป็นฝ่ายจัดการเธอซะเอง

อารมณ์ของเอสเตอร์เริ่มพุ่งสู่จุดสูงสุด เขาเริ่มรัวเร็ว และรุนแรง จนเจนิชหัวสั่นหัวคอน เธอเอาหน้าฟลุบลงกับหมอน มือทั้งสองข้างก็กำผ้าปูที่นอนและขยำบิดมันด้วยความเสียวซ่าน การหายใจเริ่มจะติดขัด และแล้วเธอก็รู้สึกเหมือนกับว่ากำลังล่องลอยอยู่ในอากาศ เมื่อเธอได้แตะเข้ากับขอบสวรรค์...

อ๊า....”เสียงกรีดร้องเบาๆ ของคนใต้ร่าง ทำให้เอสเตอร์รู้ว่าเขาได้ส่งเธอถึงฝั่งฝันแล้ว ตอนนี้ก็คงเหลือแต่เขาสินะ เอสเตอร์จับเจนิชพลิกหมุนลงมานอนชันเข่า ก่อนที่เขาจะเริ่มขยับรัวเร็วปานกำลังควบม้าออกศึก ความเสียวซ่านเริ่มจะก่อตัวขึ้นอีกครั้ง เจนิชโอบกอดและเอาเล็บจิกหลังของเอสเตอร์ด้วยความเสียวซ่าน เอสเตอร์เองก็เอามือบีบเค้นไปที่สองเต้า ตามแรงอารมณ์ และเขาทั้งสองก็ร้องออกมาพร้อมๆ กัน

“โอววว ... ผมรักคุณเจนิช ผมรักคุณ... อา...” เอสเตอร์ร้องออกมาเมื่ออารมณ์พีคจนถึงจุดสูงสุด เขาทิ้งตัวเองลงทับร่างบางและกดจูบไปทั่วๆ ดวงหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กๆ แล้วเอามือจับศีรษะของเธอเอาไว้ ลูบปัดเหงื่อและเส้นผมที่มันปรกหน้าออก ก่อนจะจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมรักและเสน่หาทั้งๆที่ตัวตนของเขายังผสานอยู่ในกายเธอ

“คุณมีความสุขมั๊ยที่รัก มีความสุขรึเปล่าตอบผมหน่อยซิเจนิชหืม...” เจนิชไม่ตอบเขา แต่เธอพยักหน้าเบาๆ บอกให้คู่นอนหมาดๆ รู้ว่าเธอเองก็มีความสุขเช่นกัน

ทั้งสองคนนอนกอดกันจนหลับไปด้วยความเพลีย ความจริงแล้วเอสเตอร์อยากจะสานต่ออีกแต่เขาเห็นว่านี่เป็นครั้งแรกของเธอ และเธอคงจะไม่ไหว เขาเลยจำยอมนอนกอดเธอเอาไว้ และกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ  เดี๋ยวคืนนี้ค่อยต่อก็ได้

และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เมื่อเจนิชลุกขึ้นไปอาบน้ำ เอสเตอร์ก็จัดการสานต่อในห้องน้ำมันซะเลย กว่าทั้งคู่จะอาบน้ำเสร็จก็เกือบๆ ชั่วโมง ร่างบางในอ้อมแขนของเอสเตอร์เลยหน้ายับยู่ยี่เหมือนผ้าที่ยังไม่ได้รีด ซึ่งต่างกับกับหน้าของเอสเตอร์ที่ดูจะสดชื่น ระรื่นเป็นที่สุด

มื้อค่ำวันนี้เอสเตอร์เลยจัดอาหารสุดพิเศษเรียกกำลังให้ตัวเองซะหน่อย เขาทำสเต็กปลาแซลม่อนที่ประดับไปด้วยใข่ปลาคาร์เวียร์ให้เธอ ส่วนตัวเขามีทั้งสเต็กเนื้อ หอยนางรมจานใหญ่และไข่ลวกอีกสามฟอง แล้วจัดไวน์ขาวให้เจนิช ส่วนของเขาเป็นไวน์แดงรสเลิศ

เอสเตอร์จัดโต๊ะอาหารอย่างสวยงาม เขาเดินไปปิดไฟแล้วจุดเทียนบนโต๊ะอาหาร เพื่อสร้างความโรแมนติก เจนิชเดินมาหยุดยืนมองอาหารบนโต๊ะแล้วก็ตาโตวาวขึ้น ก่อนจะค้อนให้เขาซะวงใหญ่ แต่เอสเตอร์กลับยิ้มหน้าระรื่น เขาหอมแรงๆ ที่แก้มนวลก่อนจะขยับเก้าอี้ให้เธอนั่งลง ส่วนตัวเขาเดินอ้อมไปนั่งลงตรงข้ามกับเธอ

ก็จะไม่ให้เธอค้อนเขาได้ยังไงกันล่ะ อาหารที่อยู่บนโต๊ะล้วนเป็นอาหารที่เพิ่มพลังเซ็กส์ทั้งนั้น  ไอ้คนบ้านี่...เอาใหญ่เลยนะ....

มื้อค่ำของวันนั้นคู่รักหมาดๆ ทานอาหารด้วยกันหยอกเย้ากันไปอย่างมีความสุข จนเมื่อถึงเวลาเข้านอน เจนิชก็ไม่อาจต้านการรบเร้าของเอสเตอร์ได้ จนเธอต้องสมยอมร่วมมือกับเขา จนเขาพอใจนั่นแหละ เธอถึงได้นอนพักจวบจนรุ่งสาง

เอสเตอร์ลืมตามองร่างบางที่อยู่ในอ้อมกอดของเขา เขากดจูบไปทั่วๆใบหน้างาม และจูบซ้ำๆ ที่ปากเรียวบาง จนเจ้าของปากเชิดลืมตาขึ้น

“พอแล้วค่ะ คุณมากเกินไปแล้วนะ”

“สำหรับผมการจูบคุณไม่เคยพอเลยที่รัก ผมอยากจะนอนกอดคุณแบบนี้ และได้จูบไปทั่วๆ ร่างของคุณ ที่จูบกี่ครั้งๆ ก็ไม่เคยเบื่อ คุณช่างหอมหวานตรึงใจจนผมไม่อยากจะปล่อย” เอสเตอร์พูดทั้งๆ ที่หน้าของเขายังคลอเคลียอยู่กับซอกคอขาวที่หอมกรุ่นของเธอ

“ไปนิวยอร์กกับผมไม่ได้เหรอหืม... ผมไม่อยากจากคุณเลยที่รัก ไปกับผมเถอะนะ ผมต้องการคุณ” เอสเตอร์ก้มกดจูบไปทั่วๆ ซอกคอหมอกรุ่นและดวงหน้าที่งดงามราวกับภาพวาด เขาไม่อยากห่างเธอเลยซักนิด แต่เขาก็ต้องจำยอม....

ช่วงสายๆ ลูกน้องของเอสเตอร์มารับเขาที่คอนโด เพื่อจะไปสนามบิน เอสเตอร์ยืนกอดร่างบางเอาไว้แนบอก “ดูแลตัวเองดีๆนะ อย่าเพิ่งทำงานหนัก และขับรถ เพราะข้อมือของคุณยังเจ็บอยู่ และกระดูกที่แขนก็คงยังไม่สมานกันดี อย่าทำให้ผมเป็นห่วง ให้คุณรู้เอาไว้ว่าผมรักคุณ รักคุณมาก อย่าชายตาไปมองผู้ชายคนไหน เข้าใกล้ก็ไม่ได้นะ ผมหวง!

เจนิชยืนฟังคำสั่งของเจ้านายหนุ่มก็อดยิ้มไม่ได้ “ถ้าชายตามองไม่ได้ อย่างนั้นฉันจะหันไปจ้องแทนนะคะ เพราะคุณไม่ได้ห้ามไว้” เอสเตอร์ขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อเจอกับลูกเล่นของแม่เลขาคู่ใจ เอสเตอร์พูดสวนกลับเธอเสียงเข้ม

“ไม่ได้! จ้องมองยิ่งไม่ได้ใหญ่ ห้ามมอง! ห้ามจ้อง! และห้ามเดินเข้าไปใกล้ ผมหวง! ถ้าคุณทำตามที่ผมบอกไม่ได้งั้นเราก็ไปนิวยอร์กด้วยกัน”

“ฉันล้อเล่นน่ะค่ะ อย่าซีเรียสสิคะ ฉันรู้ค่ะ และจะทำตามที่คุณสั่งทุกอย่างเลยค่ะเจ้านาย” เจนิชยิ้มหวานๆ พร้อมๆ กับทำมือตะเบ๊ะเหมือนกับที่พวกตำรวจและทหารทำ เอสเตอร์เลยหลุดยิ้มออกมา

“ผมรักคุณเจนิช ผมรักคุณ รักที่สุด คุณรอผมอยู่ที่นี่นะ ถ้าเรื่องเสร็จเมื่อไหร่ผมจะรีบกลับมา ...กินคุณ ให้สมใจเลย”

“คนบ้า! พูดมาได้ไม่อายปาก” เจนิชเอากำปั้นทุบอกแกร่งสองสามที แต่เอสเตอร์กลับไม่รู้สึกระคายอะไร เขายิ้มกว้างออกมาเมื่อเห็นท่าทางขวยเขินของเธอ

“ผมต้องไปแล้ว และผมจะรีบกลับมานะที่รัก จุ๊บๆๆ” เอสเตอร์กดจูบไปทั่วๆ ดวงหน้าและกดจูบลึกซึ้งที่เรียวปากอิ่ม อยู่นานสองนานอย่างไม่อยากจะปล่อย ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

เจนิชมองตามหลังเจ้านายหนุ่มที่เลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นสามีหมาดๆ ของเธอได้เพียงแค่สองคืน...

ตลอดเวลาที่เอสเตอร์อยู่ที่นิวยอร์ก เอสเตอร์จะโทรหาเจนิชก่อนนอนทุกคืน เขาทั้งคิดถึงและโหยหาความหอมหวานของกายเธอ จนอยากจะบินด่วนกลับมา ถ้าทำได้ กว่าเรื่องทั้งหมดจะจบลงก็กินเวลาร่วมอาทิตย์ เอสเตอร์ทำโทษเจสซี่โดยการไม่พาเธอกลับมาด้วย และเขายังสั่งกักบริเวณเจสซี่ ให้อยู่แต่ในคฤหาสน์ใหญ่โต ห้ามไม่ให้เธอก้าวออกพ้นเขตประตูไปเด็ดขาด และถ้าเจสซี่ไม่ทำตาม เขาจะสั่งงดไม่ให้เธอไปเรียนดำน้ำ ซึ่งเรื่องนี้เองที่ทำให้ลูกสาวของเขายอมสยบแต่โดยดี

เจนิชกลับมาที่คอนโด เพราะพรุ่งนี้เช้าเอสเตอร์ก็คงจะมาถึง เธอจัดการเก็บกวาดห้องเองทั้งหมด และยังเข้าไปทำความสะอาดในห้องของเขาอีกด้วย เจนิชจัดกาดเช็ดถูทำความสะอาดจนใหม่เอี่ยมอ่องทุกอย่าง จะเหลือก็แต่เสื้อผ้าของเขาที่แม่บ้านเพิ่งจะซักรีดเสร็จและนำมาส่งก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที เจนิชเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าของเอสเตอร์และจัดเรียงเข้าตู้จนเสร็จเรียบร้อย และกำลังจะปิดบานประตูตู้เสื้อผ้า กล่องสี่เหลี่ยมสีขาวที่วางอยู่ชั้นบนในตู้เสื้อผ้าก็ตกหล่นลงมา

ข้าวของในกล่องหล่นกระจัดกระจาย เจนิชเลยต้องจัดการเก็บก่อนที่เจ้าของจะมาถึง “เฮ้อ! ซุ่มซ่ามจริงๆ เลยเรา ดูซิหล่นกระจายหมดเลย เจ้าของยิ่งเนี๊ยบระเบียบจัดอยู่ ถ้ามาเห็นตอนนี้สงสัยต้องบ่นเป็นหมีกินผึ้งแน่ๆ เลย”

เจนิชคุกเข่าลงนั่งเก็บกล่องที่คว่ำหน้าอยู่ ขึ้นมาจัดเรียงใหม่ และเธอก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเจอกับซองจดหมายที่แสนจะคุ้นตา และยังจะการ์ดใบเล็กๆ และรูปภาพอีกหลายๆ ใบ ที่ทำเอาเธอน้ำตาร่วงทันทีที่เห็น

ก็จดหมาย การ์ดและรูปภาพทั้งหมดที่อยู่ในกล่อง เธอเป็นคนเขียนและส่งเองกับมือ และจ่าหน้าซองตรงไปที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ตัวหนังสือทุกตัว เธอจำได้หมดไม่เคยลืม

เจนิชหยิบซองจดหมายขึ้นมาหนึ่งซอง ในนั้นมีรูปของเธอตอนเรียนอยู่ที่นิวยอร์ก และหน้าตาของเธอตอนนั้นก็ไม่ได้แตกต่างจากตอนนี้มากนัก นี่เขารู้มาตั้งแต่ต้นเลยสินะ และทั้งหมดก็คงเป็นแผนของเขา!... 

เจนิชลุกขึ้นเดินกลับไปที่ห้องของตนเอง หยิบกล่องสีชมพูที่เธอเก็บเอาไว้ที่ลิ้นชักหัวเตียง ขึ้นมาเปิดออก และจับซองจดหมายในกล่องขึ้นมาอ่านที่อยู่ และเปรียบเทียบตัวหนังสือกับซองจดหมายจากกล่องของเอสเตอร์

มือที่ถือซองจดหมายทั้งสองซองสั่นเทา เมื่อดูรู้แน่ชัดแล้วว่า เป็นที่อยู่เดียวกัน และลายมืออันเดียวกัน น้ำตาแห่งความโกรธและน้อยใจก็ไหลพรากออกมาไม่หยุด

“ตะวัน... เอสเตอร์ทำไมคุณต้องโกหกฉัน...”  เจนิชนอนฟลุบหน้าร้องไห้กับหมอน เสียใจที่เอสเตอร์ไม่บอกความจริงกับเธอ ทั้งๆ ที่เขาเองก็รู้ ว่าเธอให้ความสำคัญกับตะวันเพื่อนรักของเธอคนนี้มากเพียงใด

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เจนิชเก็บเสื้อผ้าข้าวของที่เธอสามารถจะเก็บได้ ขนใส่ในรถ และขับออกมาอย่างที่ไม่คิดจะกลับไปอีก เธอขับรถออกมาเรื่อยๆอย่างไม่รู้จุดหมายปลายทาง จนเมื่อมารู้สึกตัวอีกทีเธอก็เห็นป้ายบอกทางแยกไปชลบุลี เจนิชขับรถชิดขวาเลี้ยวไปตามทางที่ป้ายบอกทันที... เธอจะหนีเขา! คนโกหกหลอกลวง!...

…......................................................………………………………………………


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เรื่องราวยังมีอีกมากมาย ทั้งเข้มข้น พลิกผันและลุ้นระทึกในทุกๆ ตอน มาเติมเหรียญแล้วไปลุ้นต่อด้วยกันด้วยกันนะคะ"

ณรีรัช


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


None
โดย Anonymous | 1 year, 7 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha