บ่วงบอดี้การ์ด NC25+

โดย: มิรินทร์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : พังไม่เป็นท่า


ตอนต่อไป


มิลาน อิตาลี

“ลิลลี่ เธอรู้มั้ยนังนี่มันเป็นใคร ทำไมถึงได้เดินเปิดโชว์นี้ ฉันล่ะงงจริงๆว่าสเตฟานี่เลือกมันได้ยังไง!” เสียงซุบซิบนินทาด้วยความงุนงงบวกความอิจฉาริษยาดังขึ้นเมื่อเป็นที่แน่นอนแล้วว่า วิเวียน ไวท์ลีย์ นางแบบดาวรุ่งหน้าใหม่สังกัดเอเจนซี่ระดับโลกจะได้เปิดแฟชั่นโชว์คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์ดังที่นางแบบทั่วโลกต่างใฝ่ฝันที่จะได้เดินสักครั้งในชีวิต

“ฉันได้ยินมาว่านังนี่มันใช้เงินแลกกับการเซ็นสัญญาเป็นนางแบบ คงไม่ต้องบอกนะว่าที่มันมาเดินชูคอหยิ่งผยองตรงนี้ได้ มันต้องใช้อะไร” ลิลลี่และสเตลล่าดูโอ้นางแบบเซเลบริตี้ชื่อดังเกิดความหมั่นไส้เพราะถ้าไม่มีแม่นางแบบหน้าใหม่นี่ ดาวเด่นที่สุดของโชว์คืนนี้คงไม่พ้นต้องเป็นพวกเธอ

“อ๋อ...ที่แท้ก็แค่เด็กเส้น ฉันต้องรับน้องซะหน่อยละ ดูซิว่ามันจะผยองได้สักกี่น้ำ ฮึ!” สเตลล่าที่มีแผนร้ายอยู่ในใจกล่าวแล้วเหยียดยิ้ม คงลืมไปว่าที่จริงพวกหล่อนสองคนก็ใช้วิธีเดียวกับคนที่ถูกนินทาก้าวขึ้นมาเป็นนางแบบได้อย่างทุกวันนี้

“เธอมีแผนหรอ…”

“จับตาดูแล้วกัน”


แฟชั่นโชว์สุดอลังการกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่วินาที เหล่านางแบบต่อแถวเรียงรายตามลำดับคิวการเดินด้วยความตื่นเต้น วิเวียนในชุดราตรียาวสีครีมแหวกอกประดับประดับด้วยลูกไม้ซีทรูและคริสตัลระยิบระยับกำลังยืนทำสมาธิด้วยความประหม่า นี่เป็นการเดินแบบครั้งแรกของเธอ มันจะผิดพลาดไม่ได้ ไม่อย่างนั้นใครบางคนที่กำลังจับตาดูเธออยู่จะต้องหัวเราะเยาะด้วยความสะใจที่เธอไปไม่รอดกับอาชีพนี้

'ฉันจะต้องเรียกเสียงแฟลชให้ได้มากที่สุด' หญิงสาวคิดในใจ เธอจะต้องทำให้ได้เพื่อพิสูจน์ให้ใครบางคนเห็นว่าไม่มีเงินจากท่าน ไม่มีนามสกุลดังต่อท้าย เธอก็ประสบความสำเร็จได้ นี่เป็นอาชีพที่เธอใฝ่ฝัน เรียนจบแล้วเธอจะขอลิขิตชีวิตตัวเอง!

เสียงดนตรีบรรเลงประกอบโชว์ดังขึ้น วิเวียนก้าวเดินบนรองเท้าส้นสูงปรี๊ดกว่าห้านิ้วออกไป ผู้ชมที่ล้วนแต่เป็นคนในวงการแฟชั่นต่างก็เกิดความสงสัยว่าเธอคนนี้เป็นใครดีไซเนอร์ชื่อดังอย่างสเตฟานี่ถึงกล้าใช้บริการให้เดินเปิดโชว์ครั้งนี้

ร่างระหงเดินด้วยท่วงท่าสง่าราวกับซูเปอร์โมเดลที่เจนรันเวย์จนทุกคนอดชื่นชมในใจไม่ได้ เธอก้าวเดินช้าๆไปตามท่วงทำนองของดนตรี ทุกสายตาจดจ้องอยู่ที่เธอ

“อ๊ะ...เท้าฉัน shit!” วิเวียนสบถออกมาเมื่อเดินมาสุดปลายรันเวย์ เธอรู้สึกเจ็บจี๊ดที่ส้นเท้ารู้สึกเหมือนมีอะไรแหลมๆทิ่มเข้าไป แต่เมื่อหมุนตัวเดินกลับ ทันทีที่เท้าขวาก้าวลงบนพื้นอีกครั้ง เข็มกลัดที่อยู่ในรองเท้าก็ยิ่งทิ่มลึกลงไปยิ่งกว่าเดิม ทำให้เธอล้มลงต่อหน้าผู้ชมหลายร้อยคน เรียกเสียงฮือฮายิ่งกว่าตอนเธอปรากฏตัวเสียอีก บ้างก็ขำ บ้างก็ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพที่นางแบบสาวล้มลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ ผู้ชมฟร้อนท์โรวที่พอจะมีน้ำใจอยู่บ้างลุกมาพยุงเธอขึ้น

“โอ๊ยย!” วิเวียนรู้สึกเจ็บระบมที่เท้าอย่างมาก สตาฟในงานจึงต้องมาพยุงเธอที่ขวางปลายรันเวย์ออกไปทำให้แฟชั่นโชว์ดำเนินต่อไป น่าอับอายที่สุด! เธออยากจะมุดดินหนีตรงนั้นจริงๆ

“วิเวียนต้องขอโทษสเตฟจริงๆนะคะ ที่ทำให้โชว์พังไม่เป็นท่าอะ” เธออยากจะร้องไห้ดังๆ สเตฟานี่อุส่าไว้ใจเธอ แต่ดูที่เธอทำสิ

“ไม่เป็นไรหรอกค่า ถึงเปิดไม่ค่อยสวยแต่ก็ปิดลงอย่างสมบูรณ์แบบ” สเตฟานี่รู้สึกขอบคุณสเตลล่าอยู่ในใจที่สามารถแก้หน้าให้เขาได้ด้วยการปิดโชว์อย่างประทับใจ แต่ก็ไม่อยากกล่าวโทษวิเวียน ลูกค้า VIP ของแบรนด์เพราะเธอเป็นถึงลูกสาวเครือเชอร์ราตัน ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ของโลก แต่น้อยคนนักที่จะรู้เบื้องหลังของวิเวียน เพราะเธอไม่ค่อยออกงานสังคมเท่าไหร่นักและพึ่งเรียนจบจากอเมริกามาหมาดๆ

“ยังไงคุณก็ทำแผลไปก่อนนะคะ เดี๋ยวสเตฟต้องออกไปให้สัมภาษณ์กับสื่อ” ดีไซเนอร์ร่างชายใจหญิงกล่าวทิ้งทายก่อนเดินออกจากห้องแต่งตัว

“แล้วไอเข็มกลัดบ้านั่นมันมาอยู่ในรองเท้าฉันได้ยังไงนะ!” หญิงสาวหัวเสียสุดๆ

ครืดด ครืดด เสียงโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดดังขึ้น ปรากฏเบอร์ที่เธอไม่อยากรับมากที่สุดหากแต่ต้องจำใจ

“ว่าไงคะคุณพ่อ” อดที่จะทำเสียงหงุดหงิดไม่ได้

“ไงล่ะ ขายหน้าเขามั้ย ไปไม่รอดก็อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้กับฉัน"

“คุณพ่อรู้ได้ยังไงคะ โชว์พึ่งจบไม่ถึงสิบนาทีข่าวคงไม่ออกไปเร็วขนาดนั้น หรือว่า...”

“เหอะ...แกคิดว่าทุกเรื่องของแกจะรอดพ้นสายตาฉันอย่างงั้นหรอ ฉันส่งคนไปรับแกที่มิลานแล้วรออยู่ที่โรงแรมที่แกพักนั่นแหละ”

“คุณพ่อส่งคนมาดูหรอคะ! แล้วเดี๋ยวนะคะ คุณพ่อให้เวลาวิเวียนสามเดือนหนิ เราตกลงกันแล้วนะคะ”

“ไม่ต้องรอสามเดือนฉันก็รู้ว่าแกไปไม่รอด กลับมาซะ อย่าให้ต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด”

“คุณพ่อออ! อย่าพึ่งวางสายสิคะ” เมื่อบิดาตัดสายทิ้งไปวิเวียนก็อยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ วันนี้มันวันซวยอะไรของฉันกันนะ!

“โอ๊ยยยฉันอยากกรี๊ดดดๆๆๆๆ ไม่ได้ดั่งใจสักอย่างให้ตายสิ”


อีกด้านหนึ่ง บอดี้การ์ดหนุ่มรูปหล่อที่ถูกส่งมารับคุณหนูของตระกูลดังกลับฝรั่งเศสนั่งรอคุณหนูคนดังกล่าวที่ลอบบี้ของโรงแรมหรูกว่าสองชั่วโมงเธอก็ยังไม่กลับเข้ามา จึงตัดสินใจโทรตามเบอร์ที่คุณโทนี่ บิดาของหญิงสาวให้ไว้

“ฮัลโหล...คุณหนูครับ คุณอยู่ที่ไหน” ชายหนุ่มถามด้วยความร้อนรนเนื่องจากได้ยินเสียงเพลงดังราวกับเธออยู่ในผับ

“ครายยอะ โทรมาทำไมป่านนี้ ช้านนจะดื่ม...” วิเวียนที่เมาอยู่ในไนท์คลับแห่งหนึ่งในมิลานตอบกลับไปทั้งที่เธอแทบจะไม่หลงเหลือสติแล้ว

“คุณหนู คุณเมาหรอครับ ตอนนี้คุณอยู่ไหน เดี๋ยวผมไปรับ”

“ช้านอยู่คาบาลี่คลับ คุณเปนครายยอะะ เอ้าไอบ้าา โทรมาไม่รู้เรื่อง” หญิงสาวทั้งเมาทั้งหงุดหงิดที่ชายหนุ่มตัดสายทิ้งไปซะงั้น

“วิเวียนแกเมามากแล้วนะ ฉันว่าพอเหอะ นี่แกกินหรือแกอาบเหล้ากันแน่เนี่ย ไหนบอกดื่มสนุกๆแก้เซ็ง” ริคกี้เอ่ยห้ามพร้อมดึงแก้วเหล้าออกจากปากสวย

ริคกี้หรือเพื่อนสาวที่คบกันมาตั้งแต่สมัยไฮสคูล เธอย้ายมาช่วยกิจการของครอบครัวที่อิตาลี ทั้งสองไม่ได้เจอกันกว่าสองปีหลังจากเรียนจบ

'ถ้าไม่เป็นห่วงเธอฉันไม่มาที่แบบนี้หรอกนะยัยวิเวียน' หญิงสาวคิดในใจ วิเวียนที่นึกขึ้นได้ว่าเพื่อนรักอยู่เมืองนี้จึงชวนเธอออกมาแฮงเอาท์ก่อนจะต้องกลับฝรั่งเศสหลังจากผู้เป็นบิดาเรียกตัวด่วน

มาร์ลอนโทรหาหญิงสาวอีกครั้งหนึ่งเพราะตอนนี้เขาถึงหน้าไนท์คลับแล้ว

“คุณวิเวียนตอนนี้ผมอยู่หน้าผับแล้ว คุณอยู่ตรงไหนครับ”

“เอ่ออ..สวัสดีค่ะ ฉันเป็นเพื่อนยัยวินะคะ คุณเป็นใครหรอคะ” ริคกี้เป็นคนรับเนื่องจากวิเวียนหมดสติคาแก้วเหล้าไปแล้ว

“ผมเป็นบอดี้การ์ด ตอนนี้พวกคุณอยู่ไหน แล้วคุณวิเวียนไปไหนครับ”

“ยัยวิเวียนเมาจนหลับไปแล้วค่ะ คุณมารับก็ดีเหมือนกัน ตอนนี้เราอยู่ที่โต๊ะด้านในสุดของร้านค่ะ”

“รอสักครู่นะครับ...” ว่าจบชายหนุ่มก็รีบตรงดิ่งเข้าไปหาหญิงสาวทันที

“ยังไงก็ฝากยัยวิเวียนด้วยนะคะ คุณ...เอ่อ”

“ผมมาร์ลอนครับ ยังไงขอตัวก่อนนะครับเพราะต้องรีบไปขึ้นเครื่อง” ชายหนุ่มอุ้มร่างบางออกไปจากร้านเพื่อขึ้นรถที่จอดรออยู่ ก่อนสั่งให้คนขับมุ่งหน้าสู่สนามบินทันที

ริคกี้ยืนเอาใจช่วยบอดี้การ์ดหนุ่มที่อุ้มเพื่อนเธอแล้วส่ายหน้าด้วยความระอา

‘ยัยวิเวียนนะยัยวิเวียน เมาทีไรได้เรื่องทุกทีเลยจริงๆ…’

มาร์ลอนวางร่างเล็กลงบนเบาะด้านหลังของรถจากัวร์ก่อนจะปิดประตูแล้วเดินอ้อมไปนั่งอีกฝั่งของรถ

“ไปสนามบินเลย” ชายหนุ่มสั่งคนขับรถ

“คุณวิเวียน...” ร่างหนาพยายามเขย่าหญิงสาวที่เมาไม่ได้สติและเคลื่อนตัวมานอนบนตักของเขา

“ร้อนจัง...” คนที่ไม่ได้สติพยายามเอื้อมมือไปปลดซิปด้านหลังของชุดเกาะอกรัดรูปสีดำ

“เอ่อ...อย่าพึ่งนะครับ คุณถอดตรงนี้ไม่ได้” บอดี้การ์ดหนุ่มรวบมือหญิงสาวเอาไว้เกรงว่าเธอจะเปลือยบนรถที่กำลังวิ่งอยู่บนถนน

“ฉันร้อนไม่ไหวแล้ว...” ฤทธิ์สุราทำให้หญิงสาวรู้สึกร้อนแปลกๆ

“อีกแปบเดียวเท่านั้นครับ เดี๋ยวก็ขึ้นเครื่องแล้ว”

หญิงสาวยันกายขึ้นทั้งที่ไม่ได้สติ ก่อนจะซบลงตรงซอกคอของชายหนุ่ม ลมหายใจร้อนๆของหญิงสาวทำให้เขาขนลุกซู่ เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่จะไม่มีความรู้สึกอะไร ไหนจะหน้าอกอวบที่โผล่พ้นชุดเดรสออกมากว่าครึ่งเต้า

“อืมม...” ชายหนุ่มคำรามเสียงแหบพร่าเมื่อมือเล็กซุกซนเหลือเกิน พยายามที่จะลูบไล้แผงหน้าอกล่ำ ร้อนรนทนไม่ไหวจนชายหนุ่มต้องยกมือหนาสองข้างขึ้นมากอดก่ายเอวบางเอาไว้ให้เธออยู่นิ่งๆ แต่ให้ตายสิทำไมก้อนเนื้อนุ่มสองข้างนั่นมันยิ่งแนบชิดกับลำตัวเขา แถมเรียวขาขาวที่พาดอยู่บนตักของตนยิ่งเรียกอารมณ์ปรารถนาของเขาเข้าไปอีก



ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ฝากติดตามด้วยนะคะ"

มิรินทร์


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha