บ่วงบอดี้การ์ด NC25+

โดย: มิรินทร์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : คราบอะไร NC25+


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


วิเวียนแย่งดุ้นเนื้อนั่นได้อีกครั้งก่อนจะดูดดุนอย่างเมามันส์โดยไม่รู้เลยว่าสร้างความเสียวกระสันให้เจ้าของมันขนาดไหน เธอเกาะกุมแท่งเนื้อร้อนแล้วชักขึ้นลงเบาๆพร้อมละเลงชิวหาไปทั่วลำตั้งแต่ปลายโคนไปจนถึงปลายหัวบานฉ่ำเยิ้ม ชายหนุ่มเกร็งสะโพกกระแทกท่อนเอ็นใส่ปากหญิงสาวเมื่อเขาใกล้จะเสร็จอีกรอบ

“ซี้ดดด..อ๊าาา ใกล้จะแตกแล้ว” มาร์ลอนดึงท่อนเอ็นออกจากปากหญิงสาว ลุกขึ้นยืนข้างเตียงแล้วสาวขึ้นลงแรงๆอีก 4-5 ครั้งก่อนจะปลดปล่อยน้ำเชื้อขาวข้นใส่ปากของหญิงสาวอีกรอบ เขารูดแรงๆที่หัวบานแดงเพื่อให้มั่นใจว่าปลดปล่อยออกมาทุกหยาดหยด

“อ่าาาา...” ชายหนุ่มเหนื่อยหอบราวกับวิ่งมาหลายกิโลเมตร เมื่อลืมตาขึ้น ภาพหญิงสาวที่เมาไม่ได้สติแต่ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำรักขุ่นข้นที่ไหลทะลักออกมาจากมุมปากบวกกับเนื้อตัวขาวผ่องที่แดงระเรื่อด้วยฤทธิ์สุราทำให้แก่นกายของเขาแข็งตัวชี้โด่เป็นรอบที่สาม เพราะห่างหายจากเซ็กส์มานานทำให้ท่อนเนื้อสามารถฟื้นคืนชีพได้โดยเร็ว

“ผมขอโทษนะครับคุณหนู...ผมทนไม่ไหวจริงๆ” ไม่รอช้ามาร์ลอนก้าวขึ้นเตียงอีกรอบ ร่างหนาขึ้นคร่อมหญิงสาวก่อนจะก้มลงใช้ลิ้นร้อนครอบครองยอดอกสีสวยที่แข็งเป็นไต ลิ้นหนาดูดเลียจนเต้างามเปียกเยิ้ม ส่วนอีกข้างก็ไม่ถูกให้ปล่อยว่าง มันถูกมือของบอดี้การ์ดหนุ่มขยำขยี้จนขึ้นรอยแดง

“อ๊าา...เสียวว” หญิงสาวร้องคราง เธอแอ่นอกขึ้นสู้ลิ้นที่กำลังไล้เลียปทุมถันของตนเอง

บอดี้การ์ดหนุ่มละปากออกจากเต้าเต่งแน่นแล้วคลอเคลียซอกคอหอมกรุ่น วิเวียนเอียงคอหนีด้วยความกระสัน เมื่อความเสียวซ่านใกล้ถึงขีดสุดเขาจึงลูบไล้ทั่วร่างเล็ก มือใหญ่ไล้ไปถึงโหนกความเป็นสาวที่ถูกปกปิดไว้ด้วยแพนตี้สีดำที่กำลังเปียกซึมเป็นดวง ร่างแดงก่ำหลับตาพริ้ม ไม่เคยมีประสบการณ์เสียวแบบนี้มาก่อนในชีวิต เมื่อถูกหยอกเย้าเข้าที่จุดกระสันจึงอ้าขาเรียวทั้งสองข้างออกจากกันเชื้อเชิญมือใหญ่ให้สัมผัสมากยิ่งขึ้น

“อื้มม...” เมื่อสัมผัสความโหนกนูนใต้เนื้อผ้าบางเบาจนพอใจจึงเกี่ยวแพนตี้ของหญิงสาวไปไว้ด้านข้าง แค่เห็นภาพกลีบสาวสีชมพูอวบใหญ่ไร้เส้นขนสองข้างที่ประกบกันอย่างแน่นสนิทราวกับไม่เคยมีใครได้ลิ้มลองมาก่อนชายหนุ่มก็แทบหลั่งน้ำกามออกมาทันที พูเนื้องามสองข้างไม่อาจบดบังความชูชันของเม็ดมณีเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ภายในร่องหลืบเปียกแฉะได้ เขาสัมผัสมันเบาๆก่อนใช้นิ้วถูไถขึ้นลงให้แรงขึ้น

“อ๊ายยย...ซี้ดดด” วิเวียนสั่นสะท้านทันทีที่ถูกสัมผัสจุดอ่อนไหว ร่างบางแอ่นเนินเนื้อเข้าหานิ้วร้ายเมื่อสัมผัสได้ว่าความรู้สึกบางอย่างกำลังจะมาถึงแม้จะยังไม่ได้สติ เธอขับน้ำหล่อลื่นออกมามากมายจนตอนนี้มันเปียกเยิ้มไปถึงหน้าขา ชายหนุ่มต้องการส่งหญิงสาวให้ถึงจุดสุดยอดพร้อมกับตนเองจึงถอนนิ้วออกแล้วจับเอาดุ้นแข็งของตนเองตีลงบนเนินสาวสองสามทีก่อนจะใช้มันบดขยี้ลงบนปุ่มกระสันแรงๆ

แจ๊ะ แจ๊ะ แจ๊ะๆๆๆๆ เสียงท่อนเอ็นขนาดใหญ่ที่ถูไถกับเม็ดเสียวขนาดเล็กที่ฉ่ำเยิ้มด้วยน้ำแห่งความเสียวจากร่องสาวที่กำลังตอดตุบ

“กรี๊ดดดดดด...อ๊าา” หญิงสาวถึงจุดสุดยอดอย่างแรงเป็นครั้งแรกในชีวิตโดยที่เธอไม่รู้ตัว ร่างบางเกร็งกระตุกเป็นจังหวะ ใบหน้าแหงนเริดด้วยความเสียวซ่าน ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงถูไถตัวตนแข็งกร้าวกับเนินเนื้อที่พึ่งเสร็จคาท่อนลำของตนเองเป็นยกสุดท้าย มาร์ลอนเดินเครื่องถี่ยิบจากภายนอก

“จะแตกแล้วว อ่าาา แตกแล้วว” น้ำรักระลอกใหญ่ของบอดี้การ์ดหนุ่มพุ่งกระฉูดออกมาจากรูเล็กๆบนปลายหัวหยัก มาร์ลอนทรุดกายลงซบใบหน้ากลางเต้าอวบใหญ่ของคุณหนูสาว เขาหอบสะท้าน นี่แค่ถูไถกันภายนอกยังเสียวซ่านขนาดนี้ถ้าภายในเมื่อไหร่ละก็ เขาไม่อยากจะคิด

เมื่อพักจนหายเหนื่อยและหญิงสาวหลับสนิทเพราะความเพลียทั้งจากฤทธิ์สุราและฤทธิ์รักจากชายหนุ่มไปแล้ว เขาใส่เสื้อผ้าให้หญิงสาวเหมือนเดิมจากนั้นลุกขึ้นแต่งกายให้ตนเองแล้วเคลื่อนย้ายตนเองออกไปนั่งด้านนอก


 ผ่านไปสี่ชั่วโมงหญิงสาวเริ่มได้สติ วิเวียนงัวเงียตื่นขึ้นมา เธอรู้สึกหวิวๆเหมือนอยู่บนที่สูงจึงมองไปรอบๆ

'ฉันอยู่ที่ไหน...นี่มันเครื่องบินนี่นา' หญิงสาวลุกพรวด เธอสำรวจตัวเองก็พบว่ายังอยู่ในชุดเดิมที่ใส่ออกมาหลังจบแฟชั่นโชว์สุดซวยนั่น นี่เป็นความทรงจำสุดท้ายของเธอ เธอจำเหตุการณ์ต่อจากนั้นไม่ได้อีก

'หรือว่าฉันจะโดนจับตัวมา!' เธอสำรวจตนเองอีกครั้งว่ามีร่องรอยถูกกระทำใดๆหรือไม่ แขนขาไม่มีร่องรอยใดๆ เมื่อลองขยับตัวไปมาก็พบว่าไม่ได้เจ็บส่วนอ่อนไหวที่เธอหวงแหนแต่อย่างใด ค่อยโล่งใจที่ตนเองไม่ได้ถูกจับมาข่มขืน

“คะ...คุณเป็นใคร” เมื่อเห็นชายแปลกหน้าแต่หน้าตาหล่อเหลาราวดาราฮอลลีวูดเดินเข้ามาในห้องจึงเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับดึงผ้าห่มหน้าขึ้นมาบดบังเรือนร่างของตนเองในชุดวาบหวิวอย่างหวาดกลัว เธอไม่กล้าตะโกนแหกปากทั้งทีในใจอยากจะทำมากแค่ไหนก็ตาม เพราะตอนนี้อยู่บนเครื่องบินคงไม่มีใครมาช่วยเธอได้ ยิ่งไปกว่านั้นอาจจะโดนฆ่าตายอยู่บนนี้ก็ได้

บอดี้การ์ดหนุ่มเดินเข้ามาภายในห้องนอนพอดีกับที่หญิงสาวได้สติแล้วทำท่าทางหวาดกลัวจึงแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ แม้จะรู้สึกระอาที่ฉวยโอกาสเจ้านายตนเองตอนไม่ได้สติ แต่เธอคงไม่น่าจะจำเหตุการณ์ได้ไม่อย่างนั้นคงร้องโวยวาย จึงปล่อยเลยตามเลย

“เอ่อ...ผมมาร์ลอนเป็นบอดี้การ์ดที่คุณโทนี่ส่งมาให้มารับคุณหนูครับ ตอนนี้เรากำลังบินกลับปารีส” ได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็นึกขึ้นได้ว่าบิดาเรียกตัวกลับด่วน

“บอดี้การ์ดงั้นหรอ...ก็ดี งั้นนายช่วยหยิบกระเป๋าฉันให้ทีได้มั้ย” เมื่อรู้ว่าเจ้าของใบหน้าคมเข้มและสะอาดเกลี้ยงเกลาแถมรูปร่างสูงใหญ่ที่มองดูแล้วน่าจะไม่ต่ำกว่า 185 เซนติเมตรเป็นบอดี้การ์ดของตนจึงใช้งานเขาซะเลย

ชายหนุ่มส่งกระเป๋าถือแบรนด์ดังให้หญิงสาว ก่อนเธอจะควักกระจกและเครื่องสำอางราคาแพงออกมาเช็คความเรียบร้อยของตนเอง

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด ทำไมสภาพฉันเป็นแบบนี้!!!”

“คือคุณหนูเมามากตอนที่ผมไปรับ” หญิงสาวพยายามนึกเหตุการณ์อีกทีก็พอจะจำได้ว่านัดเพื่อนสาวที่ไม่ได้เจอกันนานออกไปแฮงเอาท์ แต่ไม่คิดว่าตนเองจะดื่มหนักขนาดนี้

“แล้วหน้าฉันเลอะอะไรเนี่ย!” ชายหนุ่มสะดุ้งตกใจเพราะตนเองลืมเช็ดตัวทำความสะอาดให้หญิงสาวหลังจากเสร็จกิจ คราบน้ำรักแห้งเกรอะกรังติดอยู่รอบๆปากของเธอ

“สงสัยคุณคงนอนน้ำลายไหลน่ะครับ” เป็นข้อแก้ตัวที่แย่ที่สุดในชีวิตชายหนุ่ม บอดี้การ์ดฝีมือฉกาจอย่างเขาไม่เคยลืมหรือทำอะไรผิดพลาดแม้แต่ครั้งเดียวแต่ต้องมาตกม้าตายเพราะคุณหนูที่เพิ่งเจอกันไม่ถึง 24 ชั่วโมง

“ฉันเนี่ยนะนอนน้ำลายไหล” แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนเองเมามากมันก็อาจจะเป็นไปได้

'อับอาย อับอายที่สุดด โอ๊ยยยย ทำไมนะสองสามวันมานี้ถึงมีแต่เรื่องซวยๆ' หญิงสาวคิดในใจก่อนจะพยายามลุกจากเตียงไปเข้าห้องน้ำที่น่าจะอยู่ด้านหลังเครื่องบินหรู

“โอ๊ยยย! เท้าฉัน” ลุกได้แต่ยังไม่ทันก้าวออกจากตรงนั้นก็ต้องเซล้มลงโชคดีที่บอดี้การ์ดหนุ่มก้าวมารับทัน ดวงตาทั้งคู่จ้องมองกันและกันเนิ่นนาน หล่อเกินที่จะเป็นบอดี้การ์ดธรรมดา นี่เป็นความคิดที่เข้ามาในหัวของเธอเมื่อได้มองเขาใกล้ๆ ส่วนชายหนุ่มที่ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนยังวนเวียนอยู่ในหัวแถมตอนนี้อกอวบที่สัมผัสและลิ้มรสมาแล้วยังมาเบียดอยู่กับแขนของตนก็ทำให้ตัวตนมีทีท่าว่าจะแข็งกร้าวขึ้นมาผิดเวลา

“เอ่อ...ลืมไปว่าเท้าฉันเจ็บอยู่ ทำแผลให้หน่อยได้มั้ย” เมื่อได้สติอีกครั้งหญิงสาวก็ขยับตัวออกจากอ้อมแขนล่ำๆนั่นด้วยความเขินอาย

“งั้นผมขอไปหาอุปกรณ์ก่อนละกัน”

ทำแผลเสร็จก็เป็นเวลาที่เครื่องใกล้จะแลนด์ดิ้งบนมหานครปารีสเมืองแฟชั่นที่สาวๆทั่วโลกต้องมาสักครั้ง ผิดกับหญิงสาวที่ตอนนี้กำลังทำหน้ามุ่ยราวกับกำลังจะไปเข้าคุกอย่างไงอย่างงั้น เธอไม่ได้กลับมาเหยียบที่นี่หลายปี เพราะความโกรธในตัวบิดาที่มีบ้านเล็กบ้านน้อยจนทำให้คุณแม่ของเธอทุกข์ทรมานใจเป็นอย่างมาก จนในที่สุดท่านก็ทนไม่ไหวขอกลับไปอยู่บ้านเกิดที่เมืองไทย

“คุณวิเวียน ได้เวลาแล้วครับ” เครื่องลงจอดเรียบร้อยบอดี้การ์ดหนุ่มเข้ามาเรียกตัวหญิงสาวให้ลงจากเครื่องเพื่อไปขึ้นรถที่มารอรับ

“ฉันเดินไม่ไหว...อุ้มหน่อยได้มั้ย” กำลังเซ็งๆแต่เมื่อเห็นหน้าชายหนุ่มที่นิ่งเฉยตลอดเวลาก็นึกอยากแกล้งขึ้นมาทันที ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าภายใต้หน้านิ่งๆนั่นแอบมองหน้าอกหน้าใจที่บดเบียดของเธอ

“มันคงไม่เหมาะมั้งครับ”

“งั้นฉันก็จะนั่งอยู่ตรงนี้!” วิเวียนแกล้งทำเป็นหงุดหงิดใส่ ดูซิว่าจะอุ้มหรือไม่อุ้ม

“งั้นก็ได้ครับ” ชายหนุ่มตัดสินใจอุ้มหญิงสาวขึ้นก่อนจะเอาร่างเล็กพาดบ่า

“นี่! นายจะอุ้มฉันท่านี้เนี่ยนะ จะบ้าหรอ!”

“แล้วคุณหนูจะให้ผมอุ้มแบบไหนครับ” เขายังคงวางหน้านิ่งแต่ในใจเริ่มรำคาญกับความเยอะของเธอ เขาไม่ต้องการแสดงสีหน้าใดๆเพราะในหัวมีแต่ภาพปากของหญิงสาวที่อ้าอมแก่นกายของตนกับภาพเนินเนื้อความเป็นหญิงที่เปียกแฉะนั่น

“ก็อุ้มแบบ...แบบท่าเจ้าสาว” ถึงว่าไปอย่างนั้นแต่เธอก็รู้สึกเขินๆอยู่เหมือนกัน คนตัวเล็กไม่รู้ตัวเลยว่าที่จริงเธอกับเขาไปกันไหนต่อไหนแล้วและพฤติกรรมของเธอตอนนี้ทำให้ชายหนุ่มกระอักกระอ่วนใจ

สุดท้ายชายหนุ่มก็ทำตามความต้องการของเธอ เขาอุ้มเธอในท่าเจ้าสาว แต่วิเวียนก็ยังมิวายแกล้งบอดี้การ์ดของตนด้วยการดึงรั้งชุดเดรสให้ต่ำลง ทำให้เนินอวบสองข้างโผล่พ้นเนื้อผ้ากว่าครึ่งเต้า

'จะยั่วกันไปถึงไหนวะ' ชายหนุ่มคิดในใจและภาวนาไม่ให้แท่งเนื้อใหญ่ของตนแผลงฤทธิ์ผิดเวลาและสถานที่

 เมื่อลงจากเครื่องทั้งสองก็ขึ้นรถที่ถูกจัดเตรียมมาเพื่อมุ่งสู่คฤหาสน์ของเธอทันที



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ฝากติดตามด้วยนะคะ"

มิรินทร์


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha