บ่วงบอดี้การ์ด NC25+

โดย: มิรินทร์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : ยั่วจนได้เรื่อง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


รถหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ใหญ่โตกลางเมืองปารีส หญิงก้าวลงจากรถก่อนจะมองไปบริเวณรอบๆบ้านที่ไม่ได้กลับมาหลายปี คุณนริสา กรภัควัฒน์ สาวสังคมชาวไทยมารดาของหญิงสาวหย่าร้างกับผู้เป็นสามีหลังจากอยู่กินกันมากว่า 30 ปีและย้ายกลับไปอยู่ประเทศไทยเมื่อวิเวียนอายุได้ 18  พอดีกับที่เธอเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา หญิงสาวจึงย้ายออกจากที่นี่พร้อมกับมารดา ส่วนคุณโทนี่ ไวท์ลีย์ บิดาของหญิงสาวเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชาวอเมริกัน เจ้าของเครือโรงแรมและห้างสรรพสินค้าเชอร์ราตันที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ถึงแม้ด้วยวัยกว่า 55 ปีแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความเจ้าชู้ลดลงจากตอนเป็นหนุ่มๆเลย เขามีหญิงสาวเข้ามาติดพันตลอดจนมารดาของเธอต้องทนทุกข์ใจตลอดชีวิตการแต่งงาน บทสรุปจึงจบลงที่การหย่าร้าง ตั้งแต่เป็นเด็กวิเวียนก็เห็นบิดาทำร้ายจิตใจแม่บังเกิดเกล้าของเธอมาตลอด ไม่มีวันใดที่ท่านไม่ร้องไห้ คงเพราะท่านทั้งสองต้องแต่งงานกันเพราะความต้องการของผู้ใหญ่สองตระกูล เมื่อเครือเชอร์ราตันขยายการลงทุนไปที่ประเทศไทย และบริษัทของตระกูลกรภัควัฒน์ต้องการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ จึงนำมาซึ่งการเกี่ยวดองกันของทั้งสองตระกูลดัง

“คุณหนูมีอะไรรึเปล่าครับ” เมื่อเห็นหญิงสาวยืนนิ่งไม่ยอมเข้าไปในบ้าน สีหน้าและแววตาเปลี่ยนไปไม่มีความขี้เล่นหลงเหลืออยู่ บอดี้การ์ดหนุ่มจึงเอ่ยถามขึ้น

“เปล่า...” เธอพูดเสียงสั่นคลอน ภาพใบหน้าอาบน้ำตาของมารดาเมื่อตัดสินใจย้ายออกจากบ้านหลังนี้ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่บิดาของตนพาหญิงสาวรายใหม่เข้ามาอยู่ แวบเข้ามาในหัวเธอ

“งั้นเข้าบ้านเถอะครับ คุณพ่อของคุณรออยู่ ส่วนกระเป๋าเดี๋ยวทางนู้นส่งมาให้ทีหลัง”

“ไงลูกสาว...ไม่เจอกันนานนะ” หันไปมองก็พบว่าเป็นบิดาที่เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงคล้ายกำลังเย้ยหยัน

“สวัสดีค่ะคุณพ่อ” เมื่อต้องเผชิญหน้ากันในรอบหลายปีต่างฝ่ายต่างก็เย็นชาใส่กัน

“เป็นไงบ้างล่ะ อาชีพในฝัน หึ!” ท่านเย้ยหยันเธอจริงๆสินะ ถึงแม้จะจบด้านเศรษฐศาสตร์ดีกรีเกียรตินิยมแต่นั่นไม่ใช่ทางของเธอเลย ถ้าผู้เป็นแม่ไม่ขอร้องให้ทำเพื่อท่านเพื่อที่จะได้เข้ามาช่วยบริหารกิจการของบิดาเธอไม่มีทางทำมันเด็ดขาด  หญิงสาวนับถือจิตใจมารดาของเธอจริงๆ แม้จะหย่าร้างกันแบบไม่สวยแต่ท่านก็ไม่โกรธอดีตสามีเลย อีกทั้งยังไม่อยากให้เธอตั้งแง่กับผู้เป็นพ่ออย่างที่กำลังทำอยู่

“ไม่มีใครประสบความสำเร็จในวันเดียวหรอกนะคะ..คุณพ่อก็ทราบ และวิเวียนก็จะทำมันต่อ” เธอไม่มีทางยอมแพ้

“พ่อบีบให้แกกลับมาที่นี่ก็เพราะต้องการให้แกมาช่วยงานที่โรงแรม ไม่ใช่ไปทำอาชีพโชว์เนื้อหนังแบบนั้น!”

“ก็ไม่มีปัญหานี่คะ วิทำพร้อมกันทั้งสองอย่างได้”

“งั้นฉันก็จะรอดู...”

“ขอตัวนะคะ วิเหนื่อย” ให้ตายสิเธอไม่ชอบรอยยิ้มมุมปากนั่นเลย ว่าจบก็ก้าวขึ้นชั้นบนของคฤหาสน์เข้าห้องนอนห้องเดิมที่เธอเคยอยู่


หญิงสาวทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม นานเท่าไหร่แล้วนะที่ไปจากที่นี่ ชีวิตวัยเด็กของเธอไม่มีความสุขเหมือนเด็กทั่วไป ไม่เคยออกไปวิ่งเล่น ไม่มีเพื่อน ชีวิตแต่งงานที่ไม่สมบูรณ์ของพ่อและแม่ทำให้เธอกลัวที่จะมีความรัก ถึงภาพลักษณ์จะเปรี้ยวเข็ดฟันแต่ใครจะรู้เธอไม่เคยเปิดใจให้ใครเข้ามาเลย กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย

‘เห้ออออ…’ ถอนหายใจก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าอีกหลายวันกว่าสัมภาระจะส่งมาถึง จึงตัดสินใจโทรหาบอดี้การ์ดหนุ่มให้พาไปช็อปปิ้งคลายเครียด

“รับซักทีสิ”

“ครับคุณวิเวียน”

“ว่างรึเปล่า เป็นบอดี้การ์ดประสาอะไรไม่คอยอยู่ใกล้ๆฉัน” หญิงสาวแกล้งบ่นเพราะอยากแกล้งบอดี้การ์ดหน้านิ่ง วันๆทำสีหน้าอย่างอื่นเป็นมั้ยนะ

“คุณมีอะไรรึเปล่า”

“พาไปฉันข้างนอกหน่อยสิ อยากจะได้เสื้อผ้าใหม่ซักสองสามตัว”

“คุณพึ่งจะถึงบ้านเมื่อซักครู่เองนะครับ”

“ทำไมนายชอบขัดใจฉันจังฮะ เอารถมารอหน้าบ้านด่วน! เดี๋ยวฉันลงไป” ว่าจบก็ตัดสายทิ้งทันที


“นี่! นายอะไรนะ มาร์ลอนใช่รึเปล่า” เมื่อขึ้นรถมาแล้วเห็นชายหนุ่มสารถีไม่เปิดปากพูดซักคำจึงเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา

“ครับ” เขาตอบเพียงสั้นๆไม่หันไปหาผู้ถามเพราะมองหน้าหญิงสาวทีไรเหตุการณ์สุดสยิวนั่นต้องวิ่งเข้ามาในหัวทุกที พอเห็นชายหนุ่มยังคงวางหน้านิ่งจึงอยากแกล้งเข้าไปอีก วิเวียนเปลี่ยนท่านั่งเป็นไขว่ห้าง ทำให้ชายกระโปรงที่สั้นอยู่แล้วล่นขึ้นมาอีกหลายนิ้ว อวดเรียวขาเนียนสวย

‘นิ่งให้ตลอดล่ะ’ หญิงสาวคิดในใจ

“มีชื่อเล่นมั้ย ทำงานให้คุณพ่อมานานเท่าไหร่ แล้ว..มีแฟนรึยัง!” ประโยคสุดท้ายเธอใส่อารมณ์โดยไม่รู้ตัว ถ้าหากมีแล้วขึ้นมาจริงๆเธอคง..คงเซ็งล่ะมั้ง

“เรียกมาร์คเฉยๆก็ได้ครับ ทำมา 5 ปี ยังไม่มีครับ” ได้ยินอย่างงั้นเธอก็เผลอดีใจอย่างหาสาเหตุไม่ได้ แต่บอดี้การ์ดหนุ่มก็ยังคงวางท่าทางเย็นชาไม่แสดงสีหน้าหรืออารมณ์ใดแถมถามคำตอบคำ แบบนี้ต้องใช้ไม้เด็ดซะหน่อยแล้ว หญิงสาวเริ่มปฏิบัติการทันที เธอเอนเบาะให้นอนลงพร้อมสะบัดผมไปไว้ด้านหลังจนหมด เผยซอกคอและเนินอกขาวผ่อง จากนั้นก็แกล้งยกขาเพื่อเปลี่ยนด้านไขว่ห้าง

“คาดเข็มขัดให้หน่อยสิ ฉัน...ทำไม่เป็น” พอรถหยุดนิ่งตามคันข้างหน้า เธอก็เอ่ยออกมา ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็เสมองหญิงสาวที่นั่งมาข้างๆและรู้ทันทีว่าตั้งแต่เหตุการณ์ที่อุ้มเธอลงเครื่องบินหญิงสาวจงใจยั่วยวนเขาชัดๆ ซึ่งคนอย่างเขาเสนอมาก็สนองไป

ชายหนุ่มเอี้ยวตัวมาดึงเข็มขัดนิรภัย ใบหน้าคมเข้มอยู่ชิดเนินอกที่บดเบียดกันอยู่ในเดรสรัดรูป กลิ่นหอมอ่อนจากตัวหญิงสาวเรียกความกำหนัดให้เข้าอีกครั้ง

“อุ๊ยย...” หญิงสาวแกล้งแอ่นตัวขึ้นทำให้เต้าสวยทั้งสองข้างชนใบหน้าบอดี้การ์ดหนุ่มเต็มๆ เขาสูดดมความหอมนั่นเข้าปอดก่อนจะเงยหน้าขึ้นกระซิบข้างหูหญิงสาว

“ทำเป็นรึยังครับ…” หญิงสาวขนลกซู่ พอเขาเล่นด้วยขึ้นมาจริงๆเธอก็แอบหวั่นๆ

“ขอบคุณที่สอนนะ” ถึงหวั่นแต่ไม่ยอมแพ้ วิเวียนเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้ชายหนุ่มเข้าไปอีกจนปลายจมูกโด่งของเขาสัมผัสกับซอกคอเธอ ลมหายใจร้อนๆของทั้งคู่รดต้นคอของกันและกัน

ยั่วขนาดนี้ใครจะไม่ตบะแตก มาร์ลอนซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่นนั่นทันที เขากดจมูกลงคอขาวของเธอแรงๆ ความเสียวกระสันแล่นเข้าหาหญิงสาวทันที เธอยกมือขึ้นเกาะไหล่ชายหนุ่ม อารมณ์ทั้งคู่เตลิดเปิดเปิงจนห้ามไม่อยู่ ชายหนุ่มสร้างรอยคิสมาร์คแดงๆที่คอหญิงสาว

ปรี๊นนนนนนนนน ปรี๊นนนนน ปรี๊นนนนนนน

รถคันหลังที่หยุดรอบีบแตรไล่ ทั้งคู่ผละออกจากกันทันที สติเริ่มกลับมาก่อนเขาจะออกรถ ใบหน้าหญิงสาวเห่อร้อน ทำไมเธอถึงปล่อยตัวปล่อยใจให้บอดี้การ์ดคนนี้ง่ายขนาดนี้นะ เธอเคยเป็นคนหวงตัวไม่ใช่หรอ ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครพูดอะไรอีก ชายหนุ่มที่ตอนนี้กำลังทรมานกับอารมณ์บางอย่างที่ส่งผลให้ท่อนเนื้ออวบใหญ่ใต้กางเกงเนื้อดีตื่นตัวและเริ่มแข็งกร้าวแต่หากต้องข่มอารมณ์และขับรถต่อไป



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ฝากติดตามด้วยนะคะ"

มิรินทร์


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha