บ่วงรักสีน้ำผึ้ง [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1-1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 1

 

 

 

'หมวยก็ขอแช่งให้พี่อกหักรักคุด ตุ๊ดเมิน แล้วแม้แต่เกย์ก็ไม่เอาพี่'

'หมวยก็ขอแช่งให้พี่อกหักรักคุด ตุ๊ดเมิน แล้วแม้แต่เกย์ก็ไม่เอาพี่'

“ปัดโธ่เว้ย! ฝันอีกแล้ว เจ้าของเสียงสบถดังลั่นห้องนอน ขยับตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียงด้วยสภาพหน้าตางัวเงีย ไม่รู้กี่ครั้งเข้าไปแล้วที่เขาฝันแต่เรื่องเดิมๆ พลางแหงนหน้าขึ้นมองเพดานห้อง

'หมวย เธอจะตามหลอกหลอนพี่ไปถึงไหน' เขาครุ่นคิดอยู่ในใจ ก่อนจะกวาดตามองรอบๆ ห้อง ที่สภาพห้องก็ไม่ต่างจากวันอื่นๆ ลมหายใจร้อนผ่าวถูกพ่นออกมาเป็นระยะ ทำไมคำภาวนาก่อนนอนของเขาไม่เป็นจริงเสียที ทั้งที่ทุกคืนเขาจะภาวนาขอให้ใครบางคนมาอยู่ที่นี่

'พี่คิดถึงเธอ...หมวย'  เมื่อความคิดถึงที่เขามีไปไม่ถึงคนที่จากไปนานทำให้เขาก้าวลงจากเตียง ที่หลับตาลงครั้งใดก็ฝันถึงแต่เรื่องเดิมๆ ร่างกำยำเดินมาหยุดที่กระจกบานใหญ่ เงาสะท้อนในนั้นคือตัวเขาในสภาพผมยุ่งเหยิง และจู่ๆ ก็มีภาพของใครบางคนปรากฏขึ้นมา เขาสะบัดศีรษะแรงๆ แล้วเพ่งมองเงาในกระจกอีกครั้งก็เห็นว่าเงาในนั้นคือเขา

 “เธอหนีพี่ไปไม่บอกลากันสักคำ แล้วยังจะตามมาหลอกหลอนให้พี่ทรมานอีกหรือไงหมวย เธอใจร้ายกับพี่มากไปแล้ว” เมธาพูดกับกระจกที่เขาก็อยากจะให้ทุกสิ่งที่เขาคิดและพูดไปถึงเธอ แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะทุกวันนี้เขายังไม่เคยได้ข่าวของเธอเลย

ก๊อก! ก๊อก!

“พ่อเลี้ยง ตื่นหรือยังคะ นี่ป้าเอง” เสียงเคาะประตูและเสียงเรียกคุ้นหูดังฉุดรั้งให้คนที่ยืนครุ่นคิดถึงวันเก่าๆ ดึงตัวเองให้กับมาอยู่กับปัจจุบัน ที่ไม่มีพี่เมธา ไม่มีหมวย ไม่มีเนตร ที่เคยพูดคุย หัวเราะและเถียงกันอีกต่อไป

“พ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยง” ป้าริน แม่บ้านวัยสี่สิบห้าขานเรียกอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง เพราะกลัวว่าพ่อเลี้ยงคนใหม่แห่งไร่กาแฟศศิรัตน์จะเป็นอะไรไป

ครับป้าริน มีอะไรหรือเปล่าครับ” เมธา หรือ พ่อเลี้ยงเมธา ในวัยสามสิบแปดปี ขานรับเสียงทุ้มนุ่ม นึกเดาว่าป้ารินคงเป็นห่วงเขาแน่ๆ ที่ตื่นสายกว่าทุกวัน

“ลูกสาวท่านผู้ว่าฯ มารอพ่อเลี้ยงอยู่ที่ห้องรับแขกค่ะ” ป้ารินเอ่ยบอกเพื่อให้พ่อเลี้ยงรับรู้ แล้วจะได้รีบลงไปพบลูกสาวท่านผู้ว่าฯ ที่ตอนนี้กำลังทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ หลังจากตนห้ามไม่ให้ขึ้นไปรบกวนพ่อเลี้ยงถึงห้องพัก

“ครับ เดี๋ยวผมออกไปครับ บอกกล่าวไปแล้วก็หันไปมองตัวเองในกระจก ที่ตอนนี้เขารู้สึกเบื่อหน่ายเอามากๆ เพราะไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวกับลูกสาวของท่านผู้ว่าฯ ที่กำลังจะหมั้นกับนายแบบหนุ่ม แต่เธอก็มาหาเขาที่ไร่แทบทุกวัน จนเขาเองก็ทั้งแปลกใจทั้งเบื่อระคนกัน

ร่างกำยำที่ยืนจ้องมองเงาตัวเองผ่านกระจกอยู่อึดใจก็เดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวก่อนจะตรงดิ่งไปยังห้องน้ำ อาบน้ำจัดการตัวเองอย่างรวดเร็วก็เดินลงมาชั้นล่าง ด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายตารางสีน้ำเงินสลับขาว กางเกงยีนสีซีด ก่อนจะหันไปคว้าหมวกคาวบอยมาถือไว้ แล้วเดินตรงไปยังห้องรับแขก

“พ่อเลี้ยงจะรับกาแฟเลยหรือเปล่าคะ” แหวว สาวใช้วัยยี่สิบต้นๆ ที่ถูกป้ารินสั่งให้มารอรับใช้พ่อเลี้ยงเอ่ยถามเสียงใสทันทีที่ได้เห็นพ่อเลี้ยงเดินมาถึงหน้าห้องรับแขก

“เอาไปให้ในห้องรับแขก” พูดจบก็เดินตรงไปยังห้องรับแขกที่ตอนนี้มีสาวสวยนั่งรออยู่นานแล้ว ซ้ำยังหงุดหงิดจนสุดจะทน เพราะเธอมารอตั้งแต่เช้าแต่พ่อเลี้ยงกลับไม่ลงมาพบเสียที หนำซ้ำยังโดนนังป้าคอยขัดขวางไม่ให้เธอขึ้นไปตามพ่อเลี้ยงอีก

'ถ้าฉันได้เป็นเมียพ่อเลี้ยงเมื่อไร จะไล่มันออกทั้งหัวดำหัวขาวเลยคอยดู' หญิงสาวครุ่นคิดอย่างอาฆาต ที่คนในบ้านพ่อเลี้ยงคอยขัดขวาง แล้วแต่ละคนก็ทำเป็นหวงพ่อเลี้ยงราวกับว่าเป็นเมียพ่อเลี้ยง

“สวัสดีครับคุณแนนนี่” เสียงทักทายทุ้มนุ่มจากเจ้าของบ้าน ทำให้สาวสวยหันมาหาด้วยความดีใจระคนตกใจ เมื่อจู่ๆ คนที่เธอนั่งรอมานานก็มายืนอยู่ใกล้ๆ

“สวัสดีค่ะพ่อเลี้ยง” แนนนี่ หรือพรรณนสา สาวสวยดีกรีนักเรียนนอก นิสัยชอบดูถูกคนและหากอยากได้สิ่งไหนเธอก็ต้องได้ไม่ว่าจะใช้วิธีอะไร ทักทายกลับเสียงหวาน พลางเดินเข้ามาสอดมือรวบแขนใหญ่เอาไว้

“กาแฟหวานน้อยมาแล้วค่ะพ่อเลี้ยง” แหววเอ่ยบอกพร้อมกับเดินเข้าไปวางกาแฟบนโต๊ะกระจก แล้วถอยห่างออกมา ส่วนพ่อเลี้ยงก็ปลดมือของสาวสวยออกอย่างสุภาพ ก่อนที่แขกสาวจะหันไปถลึงตาเขียวปัดใส่สาวใช้ที่เข้ามาขัดจังหวะ

“คุณแนนนี่ครับ จะรับอะไรเพิ่มไหมครับ” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยถามสาวสวยเสียงทุ้มนุ่ม

“ไม่ค่ะ” สาวสวยตอบกลับยิ้มๆ

“ออกไปได้แล้ว แหวว” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยปากบอกสาวใช้ที่ทำอิดออดไม่อยากออกไป เพราะเจ้าตัวอยากจะอยู่ดูว่าลูกสาวผู้ว่าฯ ที่ทำตัวอย่างกับนางร้ายในละครจะออดอ้อนให้พ่อเลี้ยงพาไปไหนอีก

คล้อยหลังสาวใช้ไปแล้ว สาวสวยก็เดินเข้ามาเกาะแขนของพ่อเลี้ยงต่อ พลางแนบลำตัวกับแขนใหญ่พร้อมเสียงออดอ้อนที่ก็ไม่ผิดไปจากที่แหววคาดไว้สักนิด

“พ่อเลี้ยงขา วันนี้เราไปทานอาหารในเมืองกันนะคะ นะคะพ่อเลี้ยง” พรรณนสาเอ่ยออดอ้อนเมื่อพ่อเลี้ยงเอาแต่เงียบ ซ้ำยังปลดมือเธอออกอีกครั้ง เธอจึงต้องยอมปล่อยทั้งที่ไม่เต็มใจ เพราะอยากจะใกล้ชิดเขาให้มากๆ ก่อนจะมีสาวแก่แม่มายที่จ้องตาเป็นมันทุกครั้งที่ได้พบกันมาคว้าเขาไปก่อน เมื่อเธอได้ข่าวว่ามีแม่ม่ายยังสาวมาที่ไร่บ่อยๆ

“ต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีวันนี้ผมต้องเข้าไปดูงานในไร่ครับ”

“แต่คนงานในไร่พ่อเลี้ยงออกเยอะแยะ ก็ให้คนพวกนั้นทำงานกันไปก่อนสิคะ”

“ผมเป็นเจ้านายจะมาผิดคำพูดไม่ได้ครับคุณแนนนี่” เมธาเริ่มอ่อนใจกับสาวสวย เพราะเมื่อวานเขาบอกกับคนงานไปแล้วว่าจะเข้าไปดูไร่ หลังจากสองวันก่อนติดธุระในเมืองเลยไม่ได้เข้าไปดู

“แต่แนนนี่ต้องการให้พ่อเลี้ยงพาไปทานข้าวนะคะ อีกอย่างพ่อเลี้ยงก็ทำผิดกับแนนนี่ ที่ให้แนนนี่นั่งรอตั้งนาน” พรรณนสาทำเสียงกระเง้ากระงอด ไม่พอใจที่อีกฝ่ายขัดใจ

“ผมขอโทษที่ทำให้คุณรอนาน แต่ผมไปไหนไม่ได้จริงๆ ครับ” เมธาพยายามระงับความเหนื่อยหน่ายบนสีหน้าเพื่อไม่ให้ลูกสาวผู้ว่าฯ เห็น แต่ลึกๆ แล้วก็อยากจะให้เธอเห็นอยู่หรอก ว่าเขาลำบากใจแค่ไหนที่จะต้องมาคอยตามดูแลเธอ ส่วนสาเหตุก็เพราะคำฝากฝังจากท่านผู้ว่าฯ ตอนพบกันในงานแต่งงานของลูกชายท่านนายอำเภอ ที่พรรณนสาบอกกับคนเป็นพ่อว่าอยากจะมาเที่ยวไร่กาแฟของเขา ทำให้เขาต้องรับปากท่านผู้ว่าฯ ด้วยความเกรงใจ แล้วก็มาตกอยู่ในอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ทุกวันนี้

'ยังไงก็ทนๆ เอาหน่อยแล้วค่ะพ่อเลี้ยง ป้าว่าถ้าคุณแนนนี่หมั้นแล้ว ก็คงไม่มาที่นี่อีก' คำบอกเล่าของป้ารินที่พยายามบอกให้เขาอดทนดังก้องอยู่ในใจ ทำให้เขาไม่ระเบิดความอัดอั้นออกมา

“แนนนี่ไม่ยอมรับคำขอโทษของพ่อเลี้ยงหรอกค่ะ ถ้าพ่อเลี้ยงไม่พาแนนนี่ไปทานอาหารในเมือง” เพราะเธอเบื่อที่จะต้องทานอาหารพื้นบ้านที่แม่บ้านของพ่อเลี้ยงทำมาให้ทานเหมือนวันก่อนๆ

“ถ้างั้นผมก็คงทำอะไรไม่ได้แล้วครับ ขอตัวก่อนนะครับ” บอกกล่าวจบก็เดินออกไปพร้อมกับสั่งให้สาวใช้ทำกาแฟมาให้อีกแก้ว ระหว่างรอให้หัวหน้าคนงานขับรถมารับ เพราะรถที่เขาใช้เป็นประจำส่งเข้าอู่

“พ่อเลี้ยง! พ่อเลี้ยงจะมาทิ้งแนนนี่ไว้แบบนี้ไม่ได้นะ” พรรณนสาเดินตามออกมาต่อว่าอีกฝ่ายด้วยสีหน้าบูดบึ้ง

“ก็แล้วใครเชิญหล่อนมาที่นี่ล่ะ แต่ฉันว่าพ่อเลี้ยงคงไม่ได้เชิญหล่อนมา แต่เป็นหล่อนนั่นแหละที่มาหาพ่อเลี้ยงถึงบ้าน เพราะความกระสันอยากในตัวมันเรียกร้อง” คนที่เอ่ยตอบลูกสาวผู้ว่าฯ หาใช่พ่อเลี้ยงหนุ่ม แต่เป็นแม่ม่ายยังสาวและสวยที่ลงจากรถมาถึงพอดี สายตาของสองสาวมองประสานกันราวกับจะฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง

“ก็แล้วใครใช้ให้หล่อนเสนอหน้ามาตอบฉัน นังแม่ม่าย” พรรณนสาโต้กลับเสียงดังเหมือนจะตวาดจนทำให้คนในบ้านออกมามุงดู ที่บางคนถึงกับลุ้นให้สองสาววางมวยกันเหมือนในละคร เพราะจะได้รู้กันไปเลยว่าใครจะได้มาเป็นแม่เลี้ยงแห่งไร่ศศิรัตน์

“ฉันเป็นแม่ม่ายแล้วไงยายคุณหนู”

“แม่ม่ายหน้าด้านไง ผัวตายไปแค่ปีเดียวก็เร่หาผู้ชายไปนอนด้วย” พรรณนสาบิดปากอย่างนึกชังอีกฝ่าย

“ก็แล้วคุณล่ะ ยายคุณหนูผู้ดีเป็นถึงลูกสาวท่านผู้ว่าฯ แต่มีนิสัยอย่างกับพวกนางอิจฉาในละครที่ไร้สมอง วันๆ คิดแต่จะจับผู้ชายคนนั้นคนนี้ให้ได้”

“นังกรองทอง!” พรรณนสาตวาดเรียก ตาคู่สวยแทบจะถลนออกมานอกเบ้า เมื่อศัตรูตัวฉกาจมาด่าตนว่าไร้สมอง

“จะทำอะไรฉันยายคุณหนู เข้ามาสิ เข้ามาเลย แม่จะตบให้ปากฉีก” กรองทองท้าทายอย่างไม่หวั่นกลัวอำนาจของอีกฝ่ายที่เป็นถึงลูกสาวผู้ว่าฯ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha