บ่วงรักสีน้ำผึ้ง [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : ตอนที่ 2-1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 2

 

 

 

เอี๊ยด!!

เสียงเบรกรถดังสนั่นหวั่นไหวหน้าที่บ้านพักหลังใหญ่ของมารดา เพราะบิดาและมารดาแยกกันอยู่ตั้งแต่บิดาเป็นผู้ว่าฯ เรียกให้สาวใช้ภายในบ้านพากันออกมามุงดูว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่คุณธัญญามาศ ภรรยาของท่านผู้ว่าฯ จะเดินออกมาตามหลังสาวใช้ด้วยความตกใจไม่ต่างจากคนอื่นๆ

“รถคุณแนนนี่ค่ะคุณมาศ” แมวและกิ่งแก้ว สาวใช้วัยใกล้เคียงกันบอกเสียงประสาน

“แล้วทำไมยายนสาถึงได้ขับรถแบบนี้ล่ะ นมศรี ไปดูยายนสาให้ฉันทีว่าเป็นอะไรถึงได้ขับรถแบบนี้ ทำเอาคนตกอกตกใจกันทั้งบ้าน” พูดจบก็ส่ายหน้าเบาๆ อย่างเอือมระอานิสัยลูกสาวคนกลาง

“ค่ะ คุณมาศ” แม่นมศรีขานรับแล้วเดินออกไป แต่เดินไปได้ไม่กี่นาที ลูกสาวคนกลางแสนสวยของคุณมาศก็เดินมาถึงก่อนด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

“นสา” ผู้เป็นแม่เอ่ยเรียกเมื่อคนเป็นลูกเดินเบียดแม่นมเข้ามาในบ้าน

“อะไรอีกล่ะคะคุณแม่” พรรณนสายิ่งทำหน้าบอกบุญไม่รับมากขึ้น เมื่อมารดาเอ่ยเรียกชื่อเล่นแสนเชย แต่เธอก็เบื่อที่จะบอกให้คนในบ้านเรียกเธอว่าแนนนี่แล้ว

“คุณแนนนี่พูดดีๆ กับคุณแม่หน่อยสิคะ” แม่นมศรีปรามสาวสวยที่ตนเลี้ยงมาตั้งแต่แบเบาะด้วยความสงสารคุณมาศ ที่ตั้งแต่คุณนสากลับมาจากเมืองนอกก็ติดนิสัยฝรั่งมา เลยทำให้พูดจาไม่เรียบร้อย

“อย่ายุ่งได้ไหมนม แนนนี่ร้อนจะตายอยู่แล้วเนี่ย ยังจะมาพูดให้อารมณ์เสียเข้าไปอีก” พรรณนสาต่อว่าแม่นมด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“ยายนสา! อย่ามาขึ้นเสียงใส่แม่นม เรานี่ยังไงกัน นิสัยแข็งกระด้างขึ้นทุกวัน” คุณธัญญามาศปรามลูกสาวเสียงดัง เพราะไม่พอใจที่พรรณนสานับวันก็กระด้างกระเดื่องต่อคนในบ้านหนักขึ้น

“ก็แนนนี่บอกว่าแนนนี่ร้อน แล้วแม่นมมาพูดนั่นนี่ทำไม แนนนี่รำคาญ” พรรณนสาบอกเสียงสะบัด เพราะเธอไม่ผิดแต่เป็นแม่นมเองต่างหากที่มาพูดจาไม่เข้าหูเอง

“ขอโทษแม่นมเดี๋ยวนี้ยายนสา แล้วต่อไปจะพูดอะไรหรือจะด่าว่าใครก็หัดรู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ซะบ้างนะเรา” คุณธัญญามาศเอ่ยสั่งลูกสาวที่หน้าตาโกรธขึ้ง เพราะเธอหงุดหงิดตั้งแต่ออกจากบ้านพ่อเลี้ยง แล้วยังมาเจอเรื่องบ้าๆ กับนายแบบหนุ่มอีก ที่ห้ามไม่ให้เธอไปยุ่งกับพ่อเลี้ยง

“อะไรนักหนาคุณแม่ แนนนี่ไม่ผิดสักหน่อย”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณมาศ นมไม่ถือสาคุณแนนนี่หรอกค่ะ คุณหนูคงจะร้อนเลยหงุดหงิด” แม่นมศรีพูดแทรกขึ้นก่อนที่ธัญญามาศจะต่อว่าลูกสาวไปมากกว่านี้

“นมก็ให้ท้ายยายนสาอยู่เรื่อย แล้วดูสิ นับวันยายนสาก็ยิ่งก้าวร้าว ฉันคิดผิดจริงๆ ที่ยอมให้คุณจักรส่งยายนสาไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่เด็ก” เพราะหากรู้ว่าลูกกลับมาแล้วจะนิสัยเช่นนี้ ตนคงไม่ส่งไปแน่ๆ นี่ก็โชคดีที่ลูกสาวคนเล็กไม่ยอมไปเรียนเมืองนอกเพราะอยากอยู่กับตนใกล้ๆ แม่

“ไม่พูดแบบนี้อีกนะคุณมาศ เดี๋ยวคุณแนนนี่จะเสียใจเอานะคะ” แม่นมศรีค้าน เพราะกลัวว่าพรรณนสาจะพาลโกรธแล้วหนีเตลิดไปเหมือนอย่างที่เคยขู่ตอนจะคบหากับนายแบบหนุ่ม เมื่อทางคุณมาศไม่อยากให้ลูกสาวไปคบหากับคนทำอาชีพแบบนั้น เพราะกลัวว่าฝ่ายนายแบบหนุ่มที่วันๆ คงต้องเจอสาวสวยมากหน้าหลายตาจะมาหลอกลวงลูกสาว 

“ก็มันจริงทุกอย่างนะนมศรี”

“คุณแม่เลิกว่าแนนนี่เรื่องนี้ซะทีเถอะค่ะ เพราะถึงแนนนี่จะนิสัยแบบนี้ แต่แนนนี่ก็เรียนจบกลับมา ไม่ใช่คนบางคนที่ส่งไปเรียนก็เรียนไม่จบ จนต้องซมซานกลับมาเรียนมหาลัยฯ ในไทย” พรรณนสาบิดปากออก นั่นก็เพราะเธอดีกว่าพี่ชายก็ตรงนี้ เลยทำให้บิดามักตามใจเสมอ

“มันเกี่ยวอะไรกับฉัน ยายนสา” คนถูกพูดพาดพิงเดินออกมาพร้อมสีหน้าไม่พอใจที่โดนน้องสาวตัวดีแขวะทั้งที่เรื่องมันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว

“ก็ทำไมมันจะไม่เกี่ยว ในเมื่อพี่เรียนไม่จบจริงๆ” คนเป็นน้องตวัดหางตาใส่

“ยายนสา!” ชัยดิศร ลูกชายคนโตของท่านจักรภพและคุณธัญญามาศ ตวาดใส่ผู้เป็นน้องสาว ที่เจอหน้ากันทีไรก็หาเรื่องให้เขาโมโหอยู่เรื่อย

“ทำไม” พรรณนสาลอยหน้าลอยตาใส่ผู้เป็นพี่ที่กำหมัดแน่น

“ตาชัย ยายนสา พอสักที จะเถียงกันให้อายคนใช้หรือไง” คุณธัญญามาศบอกเสียงกราดเกรี้ยว อยากจะเป็นลมไปตรงนี้ ที่ลูกทั้งสองเจอหน้ากันก็หาเรื่องทะเลาะกันทุกที

“คุณแม่” วนาลี สาวสวยหน้าตาจิ้มลิ้มวิ่งเข้ามาประคองมารดาเอาไว้ หลังจากได้ยินเสียงเอะอะดังไปถึงหลังบ้านที่เธอกำลังปลูกต้นกุหลาบอยู่ เลยนึกห่วงมารดากลัวว่าท่านจะเป็นลม

“นาลี พาแม่ไปนั่งพักก่อนนะลูก” คุณธัญญามาศเอ่ยบอกลูกสาวคนเล็กด้วยสีหน้าเครียดจัด และก็เพราะแบบนี้ตนถึงได้ขอแยกมาอยู่กับลูกๆ เพราะกลัวว่าท่านจักรภพจะพลอยทุกข์ใจไปด้วย เมื่อต้องมาเจอลูกทะเลาะกันไม่เว้นแต่ละวัน

“คุณแม่จะรีบไปไหนล่ะคะ อยู่ถามลูกชายก่อนสิคะว่าจะออกไปไหน” พรรณนสาบอกมารดาก่อนที่น้องสาวจะพาเข้าไปในบ้าน เพราะเธอรู้ดีว่าพี่ชายกำลังจะออกไปไหน

“แกกลับเข้าบ้านไปเลยยายนสา ไม่เห็นหรือไงว่าคุณแม่กำลังเครียด แล้วจะพูดหาเรื่องทำไมอีก” ชัยดิศรปรามน้องสาวคนรองเสียงแข็ง

“ก็ถ้าคุณแม่รู้ว่าพี่ไปติดแม่ม่ายอย่างนังกรองทอง คุณแม่จะเครียดมากกว่านี้อีก” อีกครั้งที่พรรณนสาลอยหน้าลอยตายั่วโมโหผู้เป็นพี่ชาย

“จริงหรือเปล่าชัย” คุณธัญญามาศเอ่ยถามลูกด้วยท่าทีตกใจ เพราะรู้มาว่ากรองทองกำลังชอบพออยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง แต่ตนก็ไม่รู้ว่าใคร

“แค่คบแก้เบื่อครับ คุณแม่ไม่ต้องห่วงครับ ผมรับรองว่าผมจะไม่เอาแม่ม่ายมาเป็นลูกสะใภ้คุณแม่แน่นอนครับ” เพราะเขาคบหากับอีกฝ่ายแค่เล่นๆ เพื่อรอให้พบเจอตัวจริงก็เท่านั้น อีกอย่างเขากับกรองทองก็ตกลงกันแล้วว่าจะไม่ผูกมัดกัน

“ถ้างั้นแม่ก็สบายใจ แต่ลูกจำเอาไว้นะ อย่าไปยุ่งกับคนมีเจ้าของ แล้วจะทำอะไรก็รักษาหน้าตาคุณพ่อของเราบ้าง เราสองคนอย่าลืมว่าคุณพ่อเป็นผู้ว่าฯ ของจังหวัดนี้” ผู้เป็นแม่เอ่ยเตือนสติลูกๆ ทั้งสามคน รวมไปถึงคนรับใช้ในบ้านด้วย

“แล้วคุณแม่แน่ใจเหรอคะว่าพี่ชัยจะไม่เอาแม่ม่ายมาเป็นลูกสะใภ้จริงๆ แนนนี่ได้ข่าวมาว่าถึงกับค้างคืนอยู่ด้วยกันเลยนะคะ”

“พอสักทีเถอะยายนสา เราจะไปไหนก็ไป” คนเป็นแม่ปรามเพราะไม่อยากจะปวดหัวอีกแล้ว เมื่อแค่นี้ก็ปวดจนจะระเบิดอยู่รอมร่อ ก่อนจะหันมาบอกแม่นมและลูกสาวคนเล็กให้พาเข้าไปพักในสวนหลังบ้าน หาธรรมชาติช่วยทำให้จิตใจสงบลงบ้าง ปล่อยให้คนที่เหลือยืนกันอยู่เดิม

“ยังจะยืนดูอะไรกันอีก ไปกันได้แล้ว” พรรณนสาตวาดใส่เหล่าคนรับใช้ที่ดูจะสนใจกับเรื่องเจ้านายอยู่ไม่น้อย แต่พอเจอตวาดเข้าไปก็รีบแยกย้ายกัน

“ยายนสา แกไม่น่าพูดเรื่องกรองทองให้คุณแม่รู้” ชัยดิศรพูดขึ้นเมื่อบริเวณนั้นเหลือกันแค่สองคนพี่น้อง เพราะเขาก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร แต่เรื่องมันแดงเพราะน้องสาวคนรองดันไปเจอเขาที่ร้านอาหาร

“อย่ามาหาเรื่อง” พูดจบก็สะบัดหน้าเดินขึ้นห้อง ส่วนคนเป็นพี่ก็มองตามสักพักก็เดินไปยังโรงรถ ขับรถออกไปยังบ้านพักของกรองทอง

ทางด้านสวนหลังบ้าน คุณธัญญามาศกำลังเฝ้ามองดูลูกสาวคนเล็กที่ตั้งใจทำแปลงดินเพื่อปลูกกุหลาบด้วยรอยยิ้ม และก็เห็นจะมีแต่วนาลีคนเดียวที่ไม่เคยทำให้ตนหนักใจ

“นาลี หนูใช้จอบใช้เสียมระวังหน่อยนะ” คนเป็นแม่เอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วง เพราะลูกสาวไม่ยอมให้คนสวนมาทำให้ บอกอยากจะตั้งใจทำเอง

“ค่ะคุณแม่ นาลีจะระวังให้มากๆ ค่ะ” วนาลีหันมาตอบแล้วยิ้มจนตาหยี จากนั้นก็ตั้งอกตั้งใจทำงานตรงหน้าต่อ แต่ลึกๆ ในใจแล้ว เธอกำลังคิดถึงใครบางคนที่บังเอิญพบกันในร้านหนังสือเมื่อสองปีก่อน เพราะเธอก็มัวแต่เลือกหนังสือทำสวนอยู่ เลยไม่ทันสังเกตว่ามีใครกำลังเดินมา เลยชนกันเข้าอย่างจัง เธอเสียหลักล้มแต่มีมือของคนๆ นั้นมาช่วยไว้

'ขอบคุณที่ช่วยนะคะ ทั้งที่ฉันเดินไม่ดูเอง'

'ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็ผิดเช่นกัน ที่เดินไม่มอง'

'ฉันผิดเองค่ะ'

'ผมสิครับที่ผิด มัวแต่เหม่อ'

ในวันนั้นเธอและผู้ชายแปลกหน้าแต่ใจดี เถียงกันไปมาจนคนเริ่มมอง เธอเลยยอมให้เขาเป็นฝ่ายชนะ แล้วเราสองคนก็จากกันโดยไม่ทันได้ถามชื่อ ทำให้เธอไม่รู้เลยว่าผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นเป็นใคร และมาทำอะไรที่ลำปาง 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha