บ่วงรักสีน้ำผึ้ง [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : ตอนที่ 2-2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ช่วงค่ำของวัน เจ้าของไร่กาแฟศศิรัตน์ก็กลับมาถึงบ้านพัก แล้วก็ยืนมองจนกระทั่งศรขับรถออกไปยังบ้านพักของตนเอง เขาจึงเดินเข้าไปในบ้าน มีป้าริน อ้อยและแหววมาคอยรับใช้เหมือนเช่นทุกวัน แต่ในค่ำวันนี้ สีหน้าของทุกคนดูอิหลักอิเหลื่อชอบกล

“มีอะไรหรือเปล่า ว่าแต่นั่นรถบ้านใครกัน ไปจอดซะไกล” พูดจบก็ถอดหมวกยื่นให้แหววเอาไปเก็บ

“รถเสี่ยคเชนท์ค่ะพ่อเลี้ยง” ป้ารินเอ่ยบอก

“เขามาทำไมอีก” พ่อเลี้ยงหนุ่มพึมพำคล้ายไม่อยากให้ใครได้ยิน

“มายืมเงินอีกแน่ๆ ค่ะพ่อเลี้ยง” แหววโพล่งขึ้น เลยทำให้โดนหยิกไปตามระเบียบ

“จะมาทำไมให้เสียเวลา ของเก่าก็ยังไม่คืน” พ่อเลี้ยงหนุ่มทำหน้าเบื่อหน่าย เพราะของเก่าเสี่ยคเชนท์ยังไม่คืน แต่ดันจะมาเอาของใหม่

“แล้วพ่อเลี้ยงจะทำอย่างไรล่ะ” ป้ารินเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“ไปรอก่อน ผมจะไปอาบน้ำก่อน” พูดจบก็เดินขึ้นห้องไปทันทีโดยไม่สนใจว่าเสี่ยคเชนท์จะมารอนานหรือยัง

คล้อยหลังพ่อเลี้ยงหนุ่มไป ทั้งป้าริน แหวว อ้อย ยังคงยืนอยู่ที่เดิม สีหน้าของแหววดูอยากรู้อยากเห็นว่าผู้หญิงที่แต่งเปรี้ยวจี๊ดเป็นใคร ส่วนป้ารินและอ้อย สีหน้าดูกังวล เพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่อง

“แหวว รีบไปตามศรมา กำชับให้มาเร็วๆ ด้วย แล้วก็ไปตามคนงานชายมาสักสองสามคน” ป้ารินหันมาสั่งสาวใช้ เพราะเสี่ยคเชนท์ก็ไม่ได้มาตามลำพัง แล้วนี่ก็ไปนั่งรออยู่ในห้องรับแขกด้านนอก เมื่อตนไม่ยอมให้เข้าไปรอในห้องรับแขกด้านในตัวบ้าน

“จัดให้เดี๋ยวนี้เลยป้า” ขาดคำแหววก็เร่งฝีเท้าลงจากบ้านไป คว้าจักรยานได้ก็ปั่นไปยังบ้านพักของศร ราวสิบกว่านาทีก็มาถึงหน้าบ้านพักของศร แต่ก็ทำเอาคนมาบอกข่าวหอบแฮ่ก

“พี่ศร พี่ศร อยู่หรือเปล่า เฮ้ย! ถ้าอยู่ก็ตอบมั่งสิ” แหววตะโกนเรียกเสียงดังลั่น

“มาแล้วๆ” ศรที่อยู่ในชุดทำงานตั้งแต่เช้าโผล่หน้าออกมา

“ไปบ้านพ่อเลี้ยงด่วนเลยพี่” แหววละล่ำละลักบอก

“เกิดอะไรขึ้นแหวว” ศรนึกสงสัยอยู่เหมือน เพราะตอนไปส่งเขาก็เหมือนจะเห็นรถใครมาจอดอยู่ ไอ้เขาไม่ได้เอะใจอะไร เพราะคิดว่าเป็นรถของเพื่อนบ้านที่แวะมาเยี่ยมพ่อเลี้ยง

“สงสัยเสี่ยคเชนท์จะมากู้เงินพ่อเลี้ยง แล้วอีกเดี๋ยวฉันว่าต้องเกิดเรื่องแน่ พี่รีบไปบ้านพ่อเลี้ยงล่ะ ป้ารินสั่งมา เดี๋ยวฉันจะไปตามคนงานที่บ้านพักมาอีกสักสามคน” พูดจบก็ขึ้นคร่อมจักรยานปั่นออกไป ทางด้านศรก็ผลุนผลันไปขึ้นรถขับไปยังบ้านพ่อเลี้ยงทันที เพราะรู้ดีว่าเสี่ยคเชนท์ร้ายไม่เบา แถมมันยังติดหนี้พ่อเลี้ยงอีกห้าแสนบาทหลังยืมไปเมื่อหกเดือนก่อน บอกจะคืนภายในสองเดือน แต่สุดท้ายก็มาต่อรองขอยืดเวลาไปอีกเป็นปี

 

ภายในห้องรับแขกของพ่อเลี้ยงเมธาตกอยู่ในภาวะเงียบงันมาร่วมชั่วโมงแล้ว แต่เจ้าของบ้านก็ไม่ปรากฏตัวเสียที กาแฟและน้ำเปล่าที่คนในบ้านจัดหามาให้หลายรอบก็หมดลงไปอีกครั้ง พร้อมๆ กับอารมณ์คุกรุ่นที่อยู่ในอกของเสี่ยคเชนท์

“ทำไมมันยังไม่ลงมาอีก” เสี่ยคเชนท์ เจ้าของโรงงานไม้แปรรูปบ่นออกมาด้วยใบหน้าโกรธขึ้ง เพราะนั่งรอนานแล้ว

“ใจเย็นก่อนเถอะครับเสี่ย เราจำเป็นต้องเอาเงินจากไอ้พ่อเลี้ยงมันนะครับ รอให้ได้เงินมาก่อน แล้วค่อยสะสางเรื่องที่มันปล่อยให้เสี่ยรอนาน” เกริก มือขวาของเสี่ยคเชนท์เอ่ยบอกให้ผู้เป็นนายใจเย็น เพราะหากใจร้อนโรงงานไม้แปรรูปได้พังพินาศแน่ แล้วไหนยังต้องหาเงินไปประกันตัวลูกน้องอีกสองคน

“ฉันนั่งรอมันเป็นชั่วโมงแล้ว แต่มันก็ยังไม่มา แค่นี้ฉันก็ใจเย็นมากพอแล้ว ไอ้เกริก” เสี่ยคเชนท์บอกด้วยสีหน้าหงุดหงิด และหากไม่ต้องการยืมเงินจากไอ้พ่อเลี้ยงคนนี้ ตนก็คงไม่มานั่งรอให้เสียเวลา

“ผมรู้ครับเสี่ย แต่เราจำเป็นครับ” พูดจบก็ขยับถอยห่างออกไป เพราะกลัวว่าผู้เป็นนายจะโมโห ฟาดมือมาใส่เอา ก่อนจะได้คุยเรื่องยืมเงินกับเจ้าของไร่กาแฟศศิรัตน์

ขณะที่อีกคนนั่งรอจนหงุดหงิด ส่วนอีกคนหลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจนร่างกายสดชื่นแล้ว ก็เข้าครัวบอกให้เด็กๆ ตั้งโต๊ะ แล้วก็นั่งกินไปเรื่อยๆ  โดยมีป้าริน อ้อย อยู่คอยรับใช้หากพ่อเลี้ยงต้องการอะไรเพิ่ม ก่อนที่แหววจะกลับมาหลังจากจัดการตามคนมาให้หมดแล้ว และตอนนี้ศรก็รอดูสถานการณ์อยู่หน้าบ้าน ก่อนที่ป้ารินและแหววจะกระซิบกระซาบกันจนได้ความว่าเรียบร้อยแล้ว ป้ารินก็เบาใจไปมาก

“วันนี้พ่อเลี้ยงทานเยอะจริงๆ อ้อยคงดีใจ” ป้ารินพูดขึ้นเมื่อพ่อเลี้ยงจัดการอาหารเกือบหมดพร้อมข้าวสวยร้อนๆ อีกสองจานพูน

“หิวครับป้า เดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะครับ” พูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกไปยังห้องรับแขกด้านนอกตัวบ้าน ที่เอาไว้รับรองแขกที่ไม่ค่อยสนิทชิดเชื้อกันเท่าไร ขณะเดียวกันคนภายในห้องรับแขกก็เริ่มเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเจ้าของบ้านยังไม่เข้ามา เสี่ยคเชนท์ตบฝ่ามือลงกับพื้นโต๊ะเสียงดัง เมื่อยิ่งรอก็ยิ่งแค้น

“จะไปไหนครับเสี่ย” เกริกมือขวาเอ่ยถามขึ้นเมื่อผู้เป็นนายผุดลุกขึ้นยืน โดยที่คนในห้องไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้าของบ้านได้เดินมาถึงแล้วแต่รอจังหวะเข้าไป

“ฉันไม่รอมันแล้ว” ผู้เป็นนายตอบเสียงกระชากแล้วผลุนผลันจะเดินออกไป พอดีกับที่เจ้าของบ้านเลื่อนประตูไม้ที่ฝังกระจกใสแจ๋วไว้ช่วงบนเข้ามา พ่อเลี้ยงหนุ่มมองหน้าคนในห้องรับแขกเล็กน้อยแล้วเดินไปนั่งโดยไม่พูดอะไร เกริกจึงพยักหน้าให้เสี่ยคเชนท์ กลับมานั่งเจรจากู้เงิน เพราะตนก็นึกห่วงสมุนที่อยู่ในคุกเหมือนกัน หากช้าอาจจะถูกฆ่าตายเสียก่อน หลังจากมันเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพวกนักเลงอีกกลุ่มที่ค้ายา ทางตำรวจจึงยอมให้ประกันตัวออกมา

“เสี่ยมีธุระอะไรกับผมเหรอครับ ถึงได้มาหาถึงบ้าน ทั้งที่ไม่เคยมาหาผมนานแล้วตั้งแต่มากู้เงินไปคราวก่อน” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยถามช้าๆ ชัดๆ เมื่อฝ่ายตรงข้ามยอมกลับมานั่งที่เดิม

“พ่อเลี้ยงน่าจะรู้นานแล้วว่าผมมารอ พ่อเลี้ยงไม่น่าทำแบบนี้” เสี่ยคเชนท์ไม่ตอบแต่ต่อว่าเจ้าของบ้านด้วยใบหน้าเคร่งขรึม เพราะยังไม่หายแค้นอีกฝ่ายที่ปล่อยให้รอมาชั่วโมงกว่า ซ้ำร้ายไปกว่านั้นยังต้องมาหน้าชาเพราะเงินห้าแสนบาทที่ตนได้สัญญาว่าจะเอามาคืน แต่ก็ยังไม่ได้เอามาคืนให้เพราะเงินขาดมือ

“แต่เสี่ยก็น่าจะรู้ว่าผมทำงานกลับค่ำมืดทุกวัน อีกอย่างเสี่ยก็ไม่ได้นัดผมไว้ด้วย ว่าแต่เสี่ยมาวันนี้มีธุระอะไรกับผมครับ” แม้จะพอเดาได้ว่าอีกฝ่ายมาที่นี่เพราะอะไร แต่ก็ทำทีถามออกไปอย่างนั้นก่อนจะกดยิ้มมุมปากนิดๆ

เสี่ยคเชนท์แทบจะงัดเอาปืนมายิ่งปากพ่อเลี้ยงเพราะเกลียดชังสุดชีวิต ก่อนจะสะกดกลั้นอารมณ์พลุ่งพล่านของตนเอาไว้แล้วเอ่ยปากถึงการมาในวันนี้

“ฉันจะมากู้เงินกับพ่อเลี้ยงอีกห้าแสน” สิ้นคำของเสี่ยคเชนท์ ทำให้คนที่แอบฟังอยู่หูผึ่งตาโตไปตามๆ กัน ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายเมื่อป้ารินเดินมาตบไหล่เบาๆ ว่าให้รีบออกไป

“ของเก่าเสี่ยยังไม่เอามาคืนผมเลย” เมธาตอบกลับด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อน เพราะเขามีโฉนดที่ดินของห้องแถวในตัวเมืองอยู่ในมือ

“ก็ตอนนี้ฉันไม่มีเงิน” เสี่ยคเชนท์บอกเสียงห้วนจัด พยายามข่มอารมณ์เอาไว้จนสองมือที่กำแน่นมีเส้นเลือดนูนปูดอย่างเด่นชัด

“แต่ผมก็ยืดระยะเวลาใช้หนี้ให้เสี่ยจากหกเดือนเป็นหนึ่งปีแล้ว”

“ก็ฉันบอกว่าฉันไม่มีเงินยังไง”

“ถ้างั้น ผมก็ให้เสี่ยกู้เงินอีกไม่ได้จนกว่าเสี่ยจะจ่ายของเก่ามาให้ครบซะก่อน” พ่อเลี้ยงหนุ่มบอกเสียงเรียบแม้อีกฝ่ายจะตะคอกใส่เขาก็ไม่บ้าโมโหตาม

“พ่อเลี้ยงเมธา” เสี่ยคเชนท์กดเสียงต่ำลึก สูดลมหายใจเข้าปอดช้าๆ ลึกๆ เพื่อไม่ให้งัดปืนออกมาจ่อยิงอีกฝ่ายให้ดับดิ้นอยู่ในห้องนี้

“ถ้าเสี่ยไม่จ่ายหนี้เก่า ที่ดินในโฉนดที่เสี่ยเอามาค้ำประกัน จะตกเป็นของผมทันที” พ่อเลี้ยงพูดเตือนให้อีกฝ่ายได้รู้ เพราะเขารู้ดีว่าที่ตรงนั้นก็เป็นแหล่งทำเงินอีกที่ แม้จะไม่มากเหมือนโรงงานไม้แปรรูป แต่หากขาดไป เสี่ยคเชนท์ก็แทบจะไม่มีรายได้ทางอื่นมาเสริม

“ก็ฉันยังไม่มีมาจ่าย พ่อเลี้ยงจะข่มขู่เอาอะไรนักหนา” เสี่ยคเชนท์โต้กลับเสียงกร้าว ขณะที่เกริกก็โมโหไม่น้อยไปกว่าผู้เป็นนาย

“ผมไม่ได้ขู่เสี่ยนะครับ แค่พูดให้ฟัง”

“ก็คนมันไม่มีเงินมาจ่าย หรือพ่อเลี้ยงจะให้ฉันออกไปปล้นใครมาจ่ายหนี้หรือไง” พูดไปแล้วก็มาฉุกคิดว่า หากปล้นได้เงินมาก็ไม่ต้องบากหน้ามาขอกู้เงินไอ้พ่อเลี้ยงหน้าเลือดคนนี้ ปากหยักสีคล้ำกดลึกแล้วคลายออก เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ว่าตนคิดอะไรอยู่

“บ้านเมืองมีกฎหมายครับเสี่ย แล้วถ้าเสี่ยทำจริง ยังไงก็ถูกตำรวจจับ” เพราะตำรวจอำเภอนี้เป็นคนตรงทำงานด้วยใจจริง ไม่เคยคิดจะรับสินบนจากใคร แม้จะมีคนมาเสนอให้

“ใครมันจะหาเรื่องเข้าไปนอนคุกล่ะพ่อเลี้ยง”

“ก็ไม่รู้สิครับ ผมก็แค่พูดไปเรื่อย” พูดจบพ่อเลี้ยงหนุ่มไหวไหล่น้อยๆ แล้วหากเขามองไม่ผิด เขาเห็นเสี่ยคเชนท์หันไปสบตากับลูกน้องอยู่แวบหนึ่ง และเขาก็เดาว่าสองคนนี้ต้องมีแผนอะไรอยู่ในใจแน่นอน

“แล้วตกลงจะให้ฉันกู้เงินหรือเปล่า” เสี่ยคเชนท์วกกลับมาเรื่องเดิม

“ไม่ได้ครับเสี่ย”

“แต่ฉันต้องการใช้เงิน พ่อเลี้ยงน่าจะเห็นใจกันบ้าง” คนมาขอกู้เงินเริ่มเสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง และครั้งนี้ก็แสดงสีหน้าว่าไม่พอใจแบบไม่ปิดบังอีกต่อไป

“เสี่ยก็ต้องเห็นใจผมบ้างนะครับ ถ้ามีคนมากู้ยืมแล้วไม่คืนหลายคน ผมก็อาจจะแย่ เพราะผมไม่ได้ปล่อยให้เสี่ยกู้คนเดียว” เพราะเขาช่วยเหลือคนในอำเภอนี้หลายคน ตามกำลังการใช้หนี้ของแต่ละคน หลังจากเดือดร้อนมาขอกู้กับเขา แล้วแต่ละรายก็ไม่เคยมีปัญหาเหมือนเสี่ยคเชนท์

“แต่ตอนนี้ฉันไม่มีเงินมาให้ แล้วพ่อเลี้ยงจะให้ฉันเอาเงินจากที่ไหนมาใช้หนี้ แต่ถ้าพ่อเลี้ยงให้กู้อีกห้าแสน ฉันจะรีบเอาไปต่อยอดหาเงินมาคืนพ่อเลี้ยงให้หมด”

“ยังไงก็ไม่ได้ครับเสี่ย” เมธายังคงยืนยันคำเดิม

“แล้วถ้าฉันเอาโฉนดที่ดินมาให้อีก พ่อเลี้ยงจะให้กู้หรือเปล่า” เสี่ยคเชนท์ถามเสียงกร้าว

“ที่ดินตรงไหนล่ะครับเสี่ย” ถามเพราะอยากจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะเอาที่ดินตรงไหนมาค้ำประกันอีก เพราะเท่าที่รู้ก็เหลือแค่โรงงานไม้กับบ้านที่อาศัยอยู่ทุกวันนี้

“ที่บ้านที่ฉันอยู่นี่ไง ราคาหลักล้านเชียวนะพ่อเลี้ยง” เสี่ยคเชนท์ตาวาววับด้วยความหวังที่จะได้เงินก้อนใหญ่เอามาช่วยพยุงโรงงานไม้ของตน

“ผมขอคิดดูก่อน” พ่อเลี้ยงขอเวลา เพราะเรื่องนี้เห็นทีเขาต้องปรึกษาคุณอาก่อน แม้ท่านจะให้เขาตัดสินใจเองทุกเรื่องก็ตาม แต่ถึงอย่างไรเขาก็ต้องปรึกษาท่านดู

“จะคิดอีกกี่วันล่ะพ่อเลี้ยง ฉันร้อนเงิน” เสี่ยคเชนท์มีสีหน้าไม่พอใจเมื่ออีกฝ่ายขอเวลาคิด

“สองวัน”

“นานไปหรือเปล่าพ่อเลี้ยง”

“ถ้างั้นผมก็ไม่คิด แล้วเสี่ยก็ไปหากู้กับคนอื่นได้เลย” เพราะในจังหวัดนี้ไม่ค่อยมีคนให้กู้นัก แม้จะมีให้กู้เงินก็ให้กู้เฉพาะคนที่รู้จักกัน หรืออยู่ในละแวกเดียวกัน ไม่ใช่ต่างอำเภอเหมือนที่เขาใจดีปล่อยกู้ให้ แต่คนที่มากู้ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันนั่นก็คือโฉนดที่ดิน

“ก็ได้” เสี่ยคเชนท์รับปากอย่างไม่ค่อยเต็มใจ

“อีกสองวันเสี่ยก็มาเอาคำตอบจากผมได้เลย”

“กลับ!” คนหงุดหงิดไม่ตอบอะไร นอกจากหันไปเรียกคนของตนให้กลับ กระทั่งเสี่ยคเชนท์และคนติดตามเดินพ้นห้องรับแขกไปแล้ว พ่อเลี้ยงหนุ่มก็ลุกเดินตามมาหยุดที่หน้าบ้านมองกลุ่มคนเดินไปที่รถด้วยสีหน้าเรียบเฉย เลยทำให้ป้ารินและคนอื่นๆ อดสงสัยไม่ได้ว่าตกลงพ่อเลี้ยงเครียดหรือไม่เครียดกันแน่ที่เสี่ยคเชนท์มารบเร้าขอกู้เงิน

“ไปนอนกันเถอะป้า เดี๋ยวคงได้รู้กันแน่ๆ ว่าพ่อเลี้ยงจะให้เสี่ยคเชนท์กู้เงินหรือเปล่า” พูดจบอ้อยก็พยักหน้าสำทับให้ป้ารินกลับบ้านพักที่อยู่ห่างจากบ้านของพ่อเลี้ยงไปสามร้อยเมตร แต่ก่อนจะเข้าไปในบ้านกัน ป้ารินก็เดินไปปรึกษากับศรว่าจะให้คนมาเดินเฝ้าดีไหม ซึ่งศรก็เห็นด้วยจึงได้จัดเวรยามเฝ้าดูแลบ้านพ่อเลี้ยง ส่วนที่ไร่และโรงคั่วกาแฟก็มีคนงานชายช่วยๆ กันดูแล


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha