บ่วงรักสีน้ำผึ้ง [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 8 : ตอนที่ 4-1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 4

 

 

 

ช่วงบ่ายของวันต่อมา ที่ห้องนั่งเล่นภายในบ้านพักของพ่อเลี้ยงเมธา สองอาหลานกำลังนั่งคุยกันอย่างออกรส เพราะพ่อเลี้ยงศิวาเพิ่งกลับมาจากการไปทำบุญที่ต่างประเทศกับพรรคพวกวัยเดียวกัน ก่อนที่คนเป็นหลานจะวกเข้าเรื่องที่ต้องการความเห็นจากผู้เป็นอา

“อาคิดว่าผมควรจะให้เสี่ยคเชนท์กู้เงินอีกหรือเปล่าครับ” เมธาไม่ได้มีท่าทีเครียดจนฝ่ายผู้เป็นอาต้องคิดห่วง เพราะตนมั่นใจในการตัดสินใจของหลานชาย

“อาบอกแล้วไงว่าให้ตัดสินใจไปเลย ไม่ต้องรอปรึกษาอา” พ่อเลี้ยงศิวาที่หันหลังให้กับงานทุกอย่างเพื่อใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบเอ่ยเสียงนุ่ม  

            “ครับอา” คนเป็นหลานไม่เซ้าซี้ท่านต่อ และตอนนี้เขาก็มีคำตอบให้เสี่ยคเชนท์แล้ว

“แล้วนี่จะหาเมียเมื่อไหร่ล่ะเรา” คนอยากอุ้มเหลนตัวน้อยๆ วกเข้ามาถามเรื่องที่เพิ่งจะคุยเล่นกันไปเมื่อครู่อีกครั้ง อีกทั้งก็จับสังเกตท่าทีของผู้เป็นหลาน ที่ตนก็ลุ้นมานานแล้วว่าเมื่อไหร่จะแต่งงานมีครอบครัวเสียที ใช้ให้ศรคอยสืบข่าวก็ไม่ได้ความอะไรเลย ตนจึงตั้งใจมาเยี่ยมและค่อยๆ ตะล่อมถามเรื่องนี้

“ยังไม่เจอคนที่ใช่เลยครับอา” พ่อเลี้ยงหนุ่มตอบเสียงงึมงำ เพราะอันที่จริงเขาเจอเธอคนนั้นแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอไปอยู่ที่ไหน

“อายุก็ตั้งสามสิบแปดแล้ว ยังไม่เจอคนที่ใช่อีกหรือไง” พ่อเลี้ยงศิวาส่ายศีรษะเบาๆ อายุก็ปูนนี้แล้ว กว่าจะเจอ กว่าจะมีลูก และกว่าลูกจะโต พ่อแม่ก็แก่จนไม่มีแรงเลี้ยงกันพอดี

“ครับอา” คนเป็นหลานชายบอกด้วยสีหน้าเหมือนจะยิ้มมีความลับอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ทำเอาผู้เป็นอาขมวดคิ้วเข้าหากัน

“อาได้ข่าวว่าลูกสาวท่านผู้ว่าฯ มาหาที่ไร่บ่อยๆ ใช่ไหม”

“ใช่ครับอา” คนถูกถามเอ่ยตอบแบบไม่มีท่าทีให้ผู้เป็นอาจับสังเกตได้เลย

“คนนี้ก็ไม่ใช่”

“ครับอา”                         

“คนนี้ไม่ใช่ แต่ยังไงหลานก็ต้องแต่งงาน เดี๋ยวแก่เฒ่าไปจะไม่มีคนดูแล อีกอย่างไร่นี้ก็ต้องมีผู้สืบทอดต่อ เพราะอาอยากให้ไร่นี้คงอยู่ต่อไปเรื่อยๆ หลานคงเข้าใจที่อาบอกนะเมธา แต่ที่อาพูดไม่ได้คิดจะเร่งรัดอะไรเรานะ” พ่อเลี้ยงศิวาเอ่ยเตือนหลานชายด้วยความเป็นห่วง แล้วก็ไม่รู้ถึงสาเหตุจริงๆ ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงยังไม่แต่งงาน

สองอาหลานเปลี่ยนมาคุยเรื่องทั่วๆ ไป แต่คุยกันไปได้ไม่เท่าไร ป้ารินก็เดินเข้ามาบอกว่าผู้กองกิตติพลมาพบ ตอนนี้นั่งจิบกาแฟรออยู่หน้าบ้าน

“อาจะค้างที่นี่หรือเปล่าครับ” หลังจากหันไปพยักหน้ารับทราบกับป้ารินแล้ว พ่อเลี้ยงหนุ่มก็หันมาถามผู้เป็นอา เพราะท่านย้ายออกไปพักที่บ้านอีกอำเภอหนึ่ง เพื่อความสะดวกเวลาเดินทางไปโรงพยาบาล เพราะท่านเป็นโรคหอบหืด

“คงไม่ล่ะ เดี๋ยววันพรุ่งนี้อาจะเดินทางไปทำบุญต่อ ส่วนหลานก็ดูแลตัวเองดีๆ” จากนั้นสองอาหลานก็กล่าวลากันก่อนจะเดินออกไปพร้อมกัน พ่อเลี้ยงศิวาทักทายเพื่อนของหลานชายเล็กน้อยก็กลับ โดยมีเมธากำชับให้ปอง คนขับรถของผู้เป็นอาขับรถให้ระมัดระวัง จากนั้นพ่อเลี้ยงหนุ่มก็กลับขึ้นบ้านมานั่งพูดคุยกับเพื่อน

“แกมีธุระอะไรหรือเปล่าพล ถึงมาหาฉันแต่เช้า”

“คิดถึงแกไง ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน” ผู้กองกิตติพล นายตำรวจหนุ่มอนาคตไกลลูกชายคนโตของนายอำเภอที่ไม่โสดแล้ว เพราะแต่งงานกับชาลิสามาได้ปีกว่าๆ พูดขึ้นด้วยสีหน้าทะเล้น

“ฉันไม่ใช่เมียแก ไม่ต้องมาคิดถึง” พ่อเลี้ยงหนุ่มตอบกลับเสียงเข้ม

“ฉันคิดถึงแกในฐานะเพื่อนโว้ย แกนี่มันคิดมากจริงๆ สงสัยจะโดนคนล้อมาชัวร์ว่าที่แกไม่สนใจผู้หญิง เพราะแกชอบเพศเดียวกัน” ผู้กองหนุ่มส่ายหน้าไปมาให้กับถ้อยคำของเพื่อนรัก ที่รู้จักกันมาจนจะเข้าปีที่ห้า

“ไอ้พล! แกนี่มันวอนโดนถีบตกบ้านจริงๆ ปากดีเหมือนไอ้ศรไม่มีผิด” พ่อเลี้ยงหนุ่มตวาดใส่ด้วยใบหน้าบึ้งตึง

“เกี่ยวอะไรกับผมล่ะครับพ่อเลี้ยง” คนถูกกล่าวถึงพูดขึ้นหลังจากขับรถมารับพ่อเลี้ยงเข้าไร่เหมือนเช่นทุกวัน แต่คิดว่าอีกไม่นานคงไม่ต้องมารับ เพราะรถของพ่อเลี้ยงคงจะซ่อมเสร็จแล้ว

“ก็แกสองคนปากวอนโดนดีเหมือนกันไง” พ่อเลี้ยงบอกเสียงห้วนๆ พลางมองลูกน้องกับเพื่อนสลับกันไปมาด้วยสายตาดุประหนึ่งเสือร้ายยามหิวกระหาย แต่ก่อนที่ทั้งสามจะได้พูดอะไรต่อ ก็มีรถขับเข้ามาจอดเทียบอยู่หน้าบ้าน และไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นรถใคร ก่อนที่ศรจะเดินขึ้นบ้านไปขอกาแฟจากป้ารินมาดื่ม ระหว่างรอให้พ่อเลี้ยงจัดการพูดคุยธุระกับเสี่ยคเชนท์

“สวัสดีครับเสี่ย” สองหนุ่มเพื่อนรักผลัดกันกล่าวทักทายเสี่ยคเชนท์ ที่เดินขึ้นมาบนบ้านพร้อมลูกน้องติดตามอีกสองคน

“ไม่คิดว่าจะเจอผู้กองที่นี่” เสี่ยคเชนท์หันมามองผู้กองหนุ่มด้วยท่าทีไม่พอใจ เพราะกลัวว่าผู้กองหนุ่มจะมาขัดขวางการกู้เงินของตน

“ก็ที่นี่บ้านเพื่อนรักของผม ผมจะมาจะไปหรือจะอยู่ที่นี่ก็ยังได้ จริงไหมครับเสี่ย” ผู้กองหนุ่มตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่มุมปากกดยิ้มนิดๆ

“ป้ารินครับ พาเสี่ยคเชนท์กับลูกน้องไปรอในห้องรับแขกก่อนนะครับ อีกเดี๋ยวผมจะตามเข้าไปครับเสี่ย” ท้ายประโยคพ่อเลี้ยงหนุ่มหันมาพูดกับแขกผู้มาเยือน นึกขอบคุณที่เพื่อนมาได้จังหวะพอดี เพราะเขาก็อยากจะให้มีพยานรู้เห็นในการคุยครั้งนี้เหมือนกัน

“เมธา เสี่ยคเชนท์มาทำไม” ผู้กองหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย หรือบางทีเขาอาจจะตกข่าวอะไรก็ได้หลังจากไม่ได้มาหาเพื่อนหลายวัน

“กำลังจะบอกแกอยู่นี่แหละ” จากนั้นพ่อเลี้ยงหนุ่มก็บอกเล่าถึงสาเหตุที่เสี่ยคเชนท์มาหาให้เพื่อนฟัง ส่วนคนฟังก็ทำหน้าประหลาดใจระคนตกใจ เมื่อได้รู้ว่าเสี่ยคเชนท์ยังไม่ได้คืนเงินที่กู้ไปงวดแรกให้กับเพื่อนของเขา

“แล้วครั้งนี้แกจะให้กู้หรือเปล่า” ผู้กองหนุ่มพอจะเดาใจเพื่อนได้อยู่บ้าง

“อย่างที่แกคิดนั่นแหละ ไปกันเถอะ” ขาดคำ สองหนุ่มก็เดินไปยังห้องรับแขก ที่ตอนนี้อ้อยและแหววได้นำน้ำมาเสิร์ฟให้แล้วเรียบร้อย ตามมารยาทของเจ้าบ้านที่ดี

 

“คุณหมวยครับ” เอโด้ขานเรียกคนในบ้าน หลังจากเขาทานอาหารมื้อเช้าไปเรียบร้อยแล้วมีความคิดอยากจะให้หลานสาวเจ้าของรีสอร์ตพาเดินรอบๆ รีสอร์ต แต่มาเมียงมองรออยู่นานก็ไม่มีคนออกมาเสียที เขาเลยตัดสินใจร้องเรียก

“คุณหมวยไม่อยู่หรอกค่ะคุณ เห็นออกไปกับลุงโรจน์ตั้งแต่เช้าแล้ว” พนักงานสาวที่เดินผ่านมาพอดีตอบแทน

“ไปไหนเหรอครับ”

“ฉันไม่รู้หรอกค่ะคุณ แต่คุณลองเข้าไปถามป้าดาในบ้านดูก็แล้วกันนะคะ นั่นไง ป้าดาออกมาพอดี” บอกกล่าวจบแล้วก็ขอตัวไปทำงานที่ต้องช่วยกันครั้งใหญ่ เพราะมีคนงานบางคนมารุมเผาบ้านพักที่เสียหายไปถึงสองหลัง แต่ก็ยังดีที่ยังมีบ้านพักเหลืออีกห้าหลังที่พร้อมให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาพัก

“สวัสดีครับคุณป้า” เอโด้ทักทายผู้อาวุโสกว่าด้วยรอยยิ้ม แม้ลึกๆ จะแอบเสียใจอยู่บ้างที่ชัญญ่าไม่ยอมโทรบอกเขาบ้างว่าจะไปทำธุระอะไรที่ไหน แต่พอมาคิดดูๆ แล้ว เขาก็ไม่สิทธิ์อะไรไปละลาบละล้วงเธอ

“สวัสดีจ้ะพ่อหนุ่ม มาหายายหมวยล่ะสิ” ดารินยิ้มให้เพื่อนของหลานสาว ที่ดูหน่วยก้านแล้วก็คงจะทำให้รีสอร์ตพัฒนาไปได้ไกลอยู่ แต่ปัญหาก็คือ สามีจะขอกู้เงินมาได้หรือเปล่าก็เท่านั้น เพราะหากไม่มีเงินมาปรับปรุงก็คงต้องขาย

“ครับ” เอโด้ขานรับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“ยายหมวยไม่อยู่หรอกจ้ะ พอดีออกไปทำธุระกับลุงตั้งแต่เช้าแล้ว บ่ายๆ หรือไม่ก็เย็นๆ ก็คงกลับกันมาแล้ว แล้วนี่พ่อหนุ่มมาหายายหมวยมีธุระอะไรหรือเปล่าล่ะ”

“ผมไม่มีธุระอะไรหรอกครับคุณป้า พอดีผมอยากจะเดินเที่ยวรอบๆ รีสอร์ตครับ เลยว่าจะมาชวนคุณหมวยให้พาไป” เอโด้บอกจุดประสงค์การมาของตนเอง แล้วก็รอฟังว่าท่านจะว่าอะไรหรือไม่

“ยายหมวยไม่อยู่นะสิ แล้วจะทำยังไงดีล่ะ คนงานก็ไม่อยู่ ไปช่วยกันรื้อบ้านที่ไฟไหม้” ป้าดาดูกังวลเล็กน้อย เพราะไม่อยากให้เพื่อนของหลานสาวเบื่อที่จะต้องอยู่ที่นี่

“ไม่เป็นไรครับคุณป้า เดี๋ยวผมเดินดูคนเดียวก็ได้ครับ”

“เอางั้นก็ได้ ว่าแต่ขี่มอเตอร์ไซค์เป็นไหมน่ะเรา ถ้าขี่ได้ก็เอาไปเลยป้าไม่หวงหรอก แต่อย่าขี่ออกไปนอกเขตรีสอร์ตซะล่ะ เดี๋ยวจะเกิดเรื่องเอา” ผู้อาวุโสกว่าเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี เพราะเจ้าของที่ที่อยู่ติดกันไม่ชอบให้ใครเข้าไปยุ่มย่ามในที่ของตน

“ขี่ได้ครับคุณป้า แต่ทำไมคุณป้าต้องห้ามไม่ให้ผมขี่ออกนอกเขตรีสอร์ตด้วยล่ะครับ” คิ้วหนาทั้งสองข้างขมวดยุ่งด้วยความสงสัย

“ป้ากลัวเจ้าของที่มันจะยิงเอาน่ะสิ แต่ถึงยังไงก็ระวังตัวไว้ด้วยล่ะ” เพราะกลัวว่าฝ่ายนั้นจะหมั่นไส้เสียงรถแล้วจ่อยิงดับเอา เมื่อเจ้าของที่ที่อยู่ติดกันเป็นนักเลงทั้งนั้น

“ครับป้า” เอโด้ขานรับความห่วงใยจากผู้อาวุโสกว่าด้วยความเต็มใจ แล้วก็เดินไปที่มอเตอร์ไซค์แล้วขึ้นคร่อมขยับท่าทางให้เข้าที่เตรียมสตาร์ทออกไป แต่เสียงเจ้าของรีสอร์ตก็บอกกับเขาว่ารับเขาเข้าทำงานเป็นผู้จัดการรีสอร์ตแห่งนี้แล้ว และสัปดาห์หน้าจะประกาศให้พนักงานทุกคนทราบ

เอโด้ขี่มอเตอร์ไซค์ไปเรื่อยๆ จนผ่านกลุ่มคนงานที่กำลังช่วยกันจัดเก็บเศษซากไม้ที่ถูกไฟไหม้แล้วจึงหยุดเดินลงมาดู กลุ่มคนงานก็หันมองแล้วก็พากันยิ้ม เมื่อต่างก็เดาว่าแขกหนุ่มคนนี้เป็นแฟนกับหลานสาวเจ้าของรีสอร์ต

“ผมช่วยครับ” เอโด้อาสา

“ไม่ต้องครับ พวกเราทำกันเองได้ครับ” เทพ คนงานชายร้องห้ามเสียงหลง เมื่อแขกของรีสอร์ตจะก้มเก็บซากไม้ที่เปื้อนไปด้วยผงสีดำ กับแรงหนุนของคนงานที่เหลือที่ไม่ต้องการให้แขกหนุ่มมาช่วย

“แล้วนี่ใกล้เสร็จกันหรือยังครับ”

“ไม่เกินเที่ยงพวกเราก็จัดการเรียบร้อยแล้วครับ คุณ...” เทพอ้ำอึ้ง

“เอโด้ครับ ผมเป็นเพื่อนกับคุณหมวย”

“ครับคุณเอโด้”

“ถ้างั้นผมช่วยนะครับ” ขาดคำของแขกหนุ่ม เหล่าคนงานก็ประสานเสียงตอบรับ ก่อนที่เทพจะเอะใจว่าตนเห็นคุณเอโด้ขี่มอเตอร์ไซค์มา

“คุณเอโด้จะไปไหนเหรอครับ” เทพเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะหากแขกหนุ่มหลงไปยังที่ของพวกที่ทำตัวเป็นนักเลงมีหวังได้ลาโลกไปวันนี้แน่

“ผมจะขี่วนๆ รอบรีสอร์ตนี่แหละครับ อยากจะดูว่ารีสอร์ตของคุณหมวยสวยแค่ไหน เห็นคุณหมวยคุยโม้ไว้เยอะมาก” เอโด้ตอบยิ้มๆ แบบทีเล่นทีจริง แล้วก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอีกฝ่ายจะทักถามเพราะเหตุใด

“ถ้าอย่างนั้นคุณเอโด้อย่าไปทางนั้นก็แล้วกันครับ” เทพชี้นิ้วไปยังทิศเหนือที่มองเห็นภูเขาเรียงรายสลับซับซ้อนดูสวยงาม ด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัยของแขกหนุ่ม

“ขอบคุณที่เตือนครับ ผมไปก่อนนะครับทุกคน”

“เดี๋ยวก่อนครับคุณเอโด้” เทพเรียกรั้งไว้พอดีกับที่สนขี่มอเตอร์ไซค์มาพอดีจึงขอให้สนขี่ไปเป็นเพื่อนด้วย 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha