บ่วงรักสีน้ำผึ้ง [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 9 : ตอนที่ 4-2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 “ดีเลยครับ ผมกำลังอยากได้เพื่อนไปด้วยพอดี” เอโด้ยิ้มรับกับความมีน้ำใจของเหล่าคนงาน ก่อนที่สนจะขี่นำแขกหนุ่มออกไปโดยไม่ลืมพกปืนไปด้วย

ส่วนเหล่าคนงานที่เหลือก็ช่วยกันทำงานและต่างก็ถกเถียงกันเรื่องของแขกหนุ่ม เมื่อมีบางคนไม่เชื่อว่าแขกหนุ่มหน้าฝรั่งแต่พูดไทยชัดจะเป็นแค่เพื่อนของหลานสาวเจ้าของรีสอร์ต

 

ที่บ้านพักของพ่อเลี้ยงหนุ่ม ภายในห้องรับแขกกำลังตกอยู่ในความเงียบ และแขกผู้มาเยือนก็มีสีหน้าโกรธอย่างเห็นได้ชัด เมื่อพ่อเลี้ยงหนุ่มมีข้อแม้ในการยืมเงินว่าต้องเอาเงินที่กู้ไปครั้งแรกมาคืนเสียก่อน ถึงจะให้กู้รอบใหม่ได้

“ตกลงตามนี้นะครับเสี่ย” พ่อเลี้ยงหนุ่มพูดขึ้นเมื่อเสี่ยคเชนท์ไม่พูดอะไรออกมาเลย

“ฉันต้องการใช่เงินด่วนจริงๆ พ่อเลี้ยง ให้ก่อนไม่ได้หรือไง” เสี่ยคเชนท์ยังตื๊ออย่างไม่ยอมแพ้ เพราะยังไงก็ต้องเอาเงินจากพ่อเลี้ยงให้ได้ แม้ตอนนี้ตนจะพอมีเงินอยู่บ้างแต่มันก็ไม่มากพอจะเอามาใช้หนี้ได้ และถ้ายังไม่ได้เงินไปใช้หนี้ โรงงานแปรไม้ต้องถูกเสี่ยกิจจายึดไปแน่ๆ

“ไม่ได้หรอกครับเสี่ย ข้อตกลงก็คือก็ข้อตกลง”

“พ่อเลี้ยง!” เสี่ยคเชนท์กดเสียงต่ำลึก อารมณ์เดือดพล่านแต่ก็ทำอะไรเจ้าของบ้านไม่ได้ เพราะยังต้องต่อรองเอาเงินไปจ่ายคืนให้เสี่ยกิจจาที่ตนไปกู้มาเมื่อสองเดือนก่อน ไม่เช่นนั้นอีกฝ่ายจะบุกเข้ามายึดโรงงานแปรไม้ของตน

“ผมว่าแทนที่เสี่ยจะกลับไปเอาเงินมาจ่ายหนี้ก้อนเก่าให้ผมดีกว่าจะมานั่งมองหน้าผมอยู่แบบนี้นะครับ” เมธาพูดช้าชัดทุกถ้อยคำ ยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้อารมณ์ของเสี่ยคเชนท์ร้อนรุ่มยิ่งกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า

“ก็คนไม่มีเงิน จะไปสรรหามาจากที่ไหนกันล่ะพ่อเลี้ยง”

“แต่ผมคิดว่าเสี่ยมีทางหาเงินได้อยู่แล้วครับ เอาเป็นว่าเสี่ยกลับไปหาเงินมาคืนผมก่อนดีครัว ส่วนผมจะรอเอาเงินให้เสี่ยกู้” พูดจบก็ลุกขึ้นยืน หันไปมองสบตากับเพื่อนที่ก็ลุกขึ้นยืนไล่เลี่ยกัน ขณะที่เสี่ยคเชนท์ก็มืดมนหนทางจะหาเงินมาใช้หนี้พ่อเลี้ยงหนุ่ม แต่จู่ๆ ก็คิดขึ้นมาได้ว่าจะทำอย่างไร จึงหันไปสั่งให้ลูกน้องกลับ

“กลัวโว้ย” เกริกพูดขึ้นลอยๆ แล้วเดินตามหลังผู้เป็นนายไปพร้อมกับลูกน้องอีกคนที่เดินตามมา แต่ก่อนจะไปก็หันมามองฝ่ายพ่อเลี้ยงด้วยแววตาลุกโชนด้วยแรงโทสะ สักวันเขาจะหาทางมากระทืบไอ้พ่อเลี้ยงกับไอ้ผู้กองคนนี้ให้ได้พ่อเลี้ยงหนุ่มและผู้กองอนาคตไกลเดินออกมาส่งพวกเสี่ยคเชนท์กลับ จังหวะนั้นเองก็มีรถกระบะสีขาวขับเข้ามาจอด สองหนุ่มที่อยู่บนบ้านหันมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย

“ธุรกิจเงินกู้ของแกดีจริงๆ ว่ะ ดูสิ กลับไปราย ก็มีอีกรายมา” ผู้กองกิตติพลทำเสียงล้อเลียน

“ฉันไม่ได้ทำเป็นธุรกิจโว้ยไอ้พล นี่แกหาเรื่องจับฉันเข้าคุกโทษฐานเป็นเจ้าหนี้โหดหรือไง” แต่เขาไม่เคยใช้วิธีอย่างที่ออกข่าวกันโครมๆ เพราะหากใครไม่มีจ่ายเขาก็ไม่ได้ไปเร่งรัด แต่กับเสี่ยคเชนท์ที่ไม่ยอมจ่าย เขาจำเป็นต้องเล่นบทโหดไปบ้าง แต่ก็โชคดีที่เพื่อนรักไม่จับเขาเข้าคุก เพราะมันรู้เต็มอกว่าเขาปล่อยเงินกู้ แต่ระบบเงินกู้ของเขาไม่ได้เก็บดอกเบี้ยโหดเหมือนรายอื่นๆ แถมบางราย เขาไม่ได้เก็บดอกเบี้ยเลยด้วยซ้ำ

“ถ้าแกโหดเมื่อไหร่ฉันจะจับแกเอง” ผู้กองหนุ่มพูดทีเล่นทีจริง ก่อนที่สองหนุ่มจะมองไปที่คนเปิดประตูรถลงมา และผู้กองหนุ่มก็ขอตัวกลับบ้านก่อนเมื่อเห็นเพื่อนมีแขกมาหาอีกราย           

“อาโรจน์” เมธาพึมพำเบาๆ แล้วโบกมือให้เพื่อนรัก ก่อนจะเดินเข้าไปจับมือผู้เป็นอาที่เดินขึ้นมาบนบ้าน

“สวัสดีครับอาโรจน์” พ่อเลี้ยงหนุ่มทักทายด้วยสีหน้าดีใจ เพราะไม่ได้พบอาโรจน์มาสามปีแล้วตั้งแต่อาศิวาของเขาวางมือจากงาน

“อืม...สวัสดีพ่อเลี้ยง เป็นไงบ้างล่ะเรา สบายดีใช่ไหม” รุ่งโรจน์ทักทายหลานชายของสหายเก่าด้วยสีหน้าอิดโรย เพราะขับรถผลัดเปลี่ยนกับหลานสาวมาไกล และตอนนี้หลานสาวก็บอกขอรออยู่ในรถสักพัก และหากลุงยังไม่ลงมาจะขึ้นไปตามเอง

“สบายดีครับอาโรจน์” บอกกล่าวจบแล้วก็พาผู้อาวุโสกว่าเข้าไปนั่งพักในห้องนั่งเล่น ที่ก็น่าเสียดายที่อาของเขาไม่ได้อยู่ที่บ้านด้วยตอนนี้

“แล้วนี่ศิวาได้มาเยี่ยมเราบ้างหรือเปล่าล่ะ” รุ่งโรจน์เอ่ยถามถึงสหายเก่าที่ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว เพราะตนก็ทั้งยุ่งและเครียดกับงานที่ทำอยู่จนสุขภาพทรุดโทรม

“มาวันนี้เลยครับอาโรจน์ นี่ผมก็เสียดายอยู่เหมือนกันที่อาศิวากลับไปก่อน เลยอาศิวาเลยไม่ได้เจออาโรจน์” พ่อเลี้ยงหนุ่มทำหน้าเสียดาย

“เอาน่าหลานชาย ยังไงสักวันก็ได้เจอหน้ากัน แล้วนี่เมียเราลูกเราไม่อยู่หรือไง บ้านช่องถึงได้เงียบเชียบ” ถามแล้วก็มองหาบุคคลที่ว่า เพราะหลานชายของสหายคนนี้ก็อายุอานามจะสร้างครอบครัวได้แล้ว

“ผมยังไม่ได้แต่งงานครับอาโรจน์” คนถูกทักว่ามีเมียมีลูกแล้วตอบกลับพร้อมยิ้มกว้าง อาทั้งสองคนนี้เหมือนกันจริงๆ มาเห็นหน้าเขาก็ถามถึงเมียของเขา ทั้งที่เขายังไม่มีเลย

“เอ้า! เรายังไม่แต่งงานอีกรึ” คนเป็นอาทำหน้าแปลกใจ

“ยังหรอกครับ ขอเวลาอีกสักพักใหญ่ๆ” แต่ก็ไม่รู้ว่าพอเวลาผ่านไปพักใหญ่แล้ว เขาจะเจอเนื้อคู่หรือยัง

“ศิวาไม่เร่งเราแย่เลยรึ”

“ก็...คงเร่งมั้งครับ แต่ผมยังไม่เจอใครครับ เลยยังไม่ได้แต่งงาน” ตอบไปแล้วก็หันไปมองป้ารินที่นำน้ำและของว่างมาให้ ก่อนที่ทั้งสองจะได้รู้ว่าคุณรุ่งโรจน์ เพื่อนเก่าของพ่อเลี้ยงศิวาไม่ได้ขับรถมาคนเดียว และก็พลอยโล่งใจเพราะทุกคนพากันเป็นห่วงความปลอดภัยของอีกฝ่ายที่ต้องขับรถไกลๆ

“แล้วทำไมหลานสาวคุณอาไม่เข้ามาในบ้านด้วยล่ะครับ” พ่อเลี้ยงนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย ใจก็นึกอยากจะเห็นหน้าอยู่เหมือนกัน จะได้ทำความรู้จักเป็นพี่เป็นน้องกันไว้

“เดี๋ยวก็คงขึ้นมา” ขาดคำของผู้อาวุโสกว่า พ่อเลี้ยงหนุ่มก็บอกให้ป้ารินไปบอกแหววให้ช่วยไปดูแลหลานสาวของอาโรจน์ ส่วนเขาและอาโรจน์ก็พูดคุยกันพร้อมทั้งถามสารทุกข์สุกดิบ แล้วผู้อาวุโสกว่าจึงบอกเหตุผลที่เดินทางมาที่นี่ ซึ่งทางพ่อเลี้ยงหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจช่วยเหลืออย่างเต็มที่

“อาขอบใจมากๆ ที่ช่วยเหลืออา” รุ่งโรจน์เริ่มมีความหวังที่จะทำให้รีสอร์ตกลับมารุ่งได้อีกครั้ง เพราะเงินช่วยเหลือจากหลานชายของสหายเก่าที่ตนก็บอกให้หลานชายทำสัญญาเงินกู้ขึ้นมาแต่เมธาบอกว่าไม่ต้องทำ

“ผมก็ขอบคุณคุณอามากครับที่นึกถึงผมคนแรก” พ่อเลี้ยงหนุ่มส่งยิ้มให้ผู้อาวุโส ที่ตอนนี้สีหน้าท่านดูมีความสุขขึ้นกว่าตอนแรกที่พบกัน ทำให้เขาพลอยมีความสุขไปด้วย

“แล้วหลานชายจะไม่ทำสัญญาจริงๆ รึ อาว่าหลานควรทำ จะได้เหมือนคนอื่น อาไม่อยากใช้สิทธิ์ในฐานะที่เป็นเพื่อนกับศิวาแล้วมาทำตัวเหนือกว่าคนกู้รายอื่น” ผู้อาวุโสบอกอย่างเกรงใจ เพราะเงินของพ่อเลี้ยงหนุ่มให้มากถึงห้าแสนบาท ทั้งที่ตนขอกู้แค่สองแสนบาทเท่านั้น

“อาโรจน์อย่าคิดมากเลยครับ”

“ถ้าอย่างนั้น หากหลานชายอยากมีข้อเสนอหรือข้อแลกเปลี่ยนอะไรก็บอกอาได้เลย อายินดีรับทุกข้อเสนอ”

“ครับอาโรจน์” พ่อเลี้ยงหนุ่มตอบรับยิ้มๆ และใจเขาก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาสะกิดบอกว่าเขามี...เขามี...เขามีข้อแลกเปลี่ยน แต่มันคืออะไร เขาก็ยังพูดออกไม่ได้สักที

 

ชัญญ่าเปิดประตูรถออกมายืนมองรอบบ้าน หลังจากนั่งขับรถเปลี่ยนกับลุงมานาน ทำให้เธอนั่งยืดแข้งยืดขาอยู่ในรถนานพอสมควร จึงได้เปิดประตูออกมาสูดอากาศที่แม้แดดจะแรงแต่ก็ไม่ได้ร้อนอบอ้าว บรรยากาศที่นี่เงียบสงบน่าอยู่ไม่แพ้บ้านลุงกับป้า แต่ว่าที่นี่จะเงียบมากเป็นพิเศษ สองเท้าเล็กๆ เดินไปเมียงมองข้างบ้าน เห็นมีศาลาใกล้ลำธารก็นึกอยากไปนั่งพัก รอลุงคุยธุระกับเจ้าของบ้าน ที่เธอก็รู้แค่ว่าที่นี่เป็นบ้านหลานชายของเพื่อนเก่าลุง

“ท่าทางน้ำจะเย็น ไปเล่นดีกว่า” เธอพึมพำเบาๆ แล้วเร่งเดินไปตามทางเดิน แต่พอจะถึงศาลาอยู่แล้วก็มีเสียงใครบางคนดังมาจากด้านหลังเสียก่อน

“แกเป็นใคร มาทำอะไรที่บ้านพ่อเลี้ยง” พรรณนสาตวาดถามไปทันที เมื่อทันมาเห็นว่ามีผู้หญิงมาบ้านพ่อเลี้ยงและท่าทางมันก็ไม่ใช่แม่ม่ายกรองทอง จังหวะนั้นแหววก็เดินถือถาดน้ำและขนมตาลที่ป้ารินทำเสร็จใหม่ๆ ลงมาด้วย แต่เมื่อไม่พบหลานสาวของคุณอาโรจน์เลยเดินกลับขึ้นไปถามป้ารินให้แน่ชัด ว่าคุณอาโรจน์มากับหลานสาวจริงหรือเปล่า

“ฉันเหรอ” ชัญญ่าชี้นิ้วมาที่ตัวเอง พลางทำตาใสซื่อ คิดอยู่ว่าจะบอกดีไหมว่ามาทำอะไร

“ก็แกนะสิ นังโง่!” พรรณนสาตอบเสียงสะบัด แล้วก็มองสำรวจอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะเหยียดปากออกอย่างดูแคลน

“ทำไมฉันต้องตอบคุณด้วยคะ” ชัญญ่าทำหน้าไม่พอใจใส่สาวสวยที่เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นใคร ที่อยู่ๆ ก็โผล่พรวดมาหาเรื่องทั้งที่เธอเพิ่งจะมาถึง

“แกต้องตอบฉันว่ามาทำอะไรที่นี่”

“มาทำงานมั้งคะ” ชัญญ่าตอบส่งๆ เพราะอยากให้สาวสวยคนนี้ไปให้พ้นๆ เสียที

“ทำงานอะไร!

“เอ้า! ก็ทำงานไงคุณ ไม่เข้าใจเหรอคะ หรือว่าตั้งแต่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ไม่เคยทำงาน เลยรู้ไม่จักคำว่าทำงาน” ชัญญ่าทำหน้าเซ็งใส่

“ตอบแบบนี้แกหาเรื่องฉันนี่ แกไม่รู้หรือไงว่าฉันเป็นใคร ถึงคิดจะมาหาเรื่องฉัน” พรรณนสายกมือกอดอกพร้อมกับทำหน้าเชิดๆ แล้วเบ้ปากใส่อีกฝ่าย ที่คงจะเป็นลูกคนงานไม่ได้เรียนหนังสือแน่ๆ ถึงไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร

“แล้วฉันจะไปรู้ได้ไงว่าคุณเป็นใคร ในเมื่อตัวคุณยังไม่รู้ตัวเองเลยว่าเป็นใคร” ชัญญ่าบอกเสียงกวนๆ เพราะเธอไม่ชอบใจกับท่าทางของแม่สาวสวยคนนี้ที่คงจะเป็นลูกคนรวยชัวร์

“แกไปมุดหัวอยู่ที่ไหนถึงไม่รู้ว่าฉันเป็นใครห๊ะ!

“นี่คุณ! ถ้าคุณอยากให้ฉันรู้ว่าคุณเป็นใคร คราวหลังก็เขียนป้ายห้อยคอไว้นะคะ ฉันจะได้รู้ว่าคุณเป็นใคร” ชัญญ่าทำหน้าเบื่อโลก เพราะไม่คิดว่าจะมาเจอคนประเภทนี้

“แก!” พรรณนสาตวาดอย่างโมโห

“อีกอย่างนะคุณ กรุณาติดป้ายชื่อพ่อแม่ไว้ด้วยนะคะ ฉันจะได้รู้ว่าคุณเป็นลูกใคร” พูดจบก็หันหลังจะเดินหนี แต่อีกฝ่ายกลับยื่นมือมากระชากไหล่ให้หันกลับไป

ชัญญ่าพยายามระงับอารมณ์โกรธของตัวเองไว้ สองมือก็กำแน่นแนบกับลำตัว เพราะไม่อย่างงั้นเธอคงจะต่อยเข้าที่หน้าสวยๆ ของอีกฝ่ายแน่

“แกเจอดีแน่ นังบ้า! แล้วก็จำเอาไว้ว่าฉันเป็นลูกสาวของผู้ว่าฯ จังหวัดนี้ ส่วนแก รีบไปเก็บข้าวของออกไปจากจังหวัดนี้ได้เลย ฉันจะให้คนของพ่อมาไล่แกออกไป” พรรณนสายกอำนาจของพ่อมาข่มขู่

“โห! มีพ่อเป็นถึงผู้ว่าฯ เชียวเหรอ” ชัญญ่าตาโต แม้จะตกใจแต่ก็ไม่กลัวหากจะต้องไปจากที่นี่ เพราะถ้าหากแม่สาวคนนี้จะให้คนของพ่อมาไล่ เธอก็จะไปหาพรรคพวกมาประท้วงให้ดู

“ใช่! รู้แล้วก็ขอโทษฉันเดี๋ยวนี้ แล้วแกก็ออกไปจากบ้านพ่อเลี้ยงซะ จำเอาไว้ว่าเจ้าของบ้านนี้เป็นของฉันคนเดียว คนอื่นไม่มีสิทธิ์ “ พรรณนสาวางมาดเหนือกว่า ขณะที่ชัญญ่าก็มองด้วยหางตาแล้วเดินออกไปโดยไม่สนใจเสียงร้องเรียกของอีกฝ่าย เพราะเธอไม่ผิด เรื่องอะไรจะต้องไปขอโทษ!


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha