บ่วงรักสีน้ำผึ้ง [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 10 : ตอนที่ 5-1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 5

 

 

 

“ป้าริน! เสียงใครมาเอะอะน่ะ” แหววถามขึ้นเมื่อได้ยินเสียงแว่วๆ เข้ามาในห้องครัว

 “เสียงหลานสาวอาโรจน์ล่ะมั้ง แกรีบๆ ลงไปดูเร็ว” ขาดคำของป้าริน แหววก็รีบลงจากไปแล้วมองไปยังต้นเสียง เธอก็เห็นลูกสาวผู้ว่าฯ กำลังเดินตามผู้หญิงอีกคน ที่คงจะเป็นหลานคุณอาโรจน์ ครั้นพอมองหารถของลูกสาวผู้ว่าฯ ก็ไม่มีจอดอยู่

'ให้คนมาส่ง แล้วจะคิดจะให้พ่อเลี้ยงขับรถไปส่งบ้านชัวร์ๆ' แหววพึมพำในใจก่อนจะวิ่งมาหยุดอยู่ข้างๆ สาวสวยที่แต่งตัวด้วยเสื้อยืดพิมพ์ลายและกางเกงยีนสีเข้ม

“แกหลีกไปเดี๋ยวนี้นังขี้ข้า!” พรรณนสาตวาดไล่คนมาขวาง

“แหววไม่หลีกค่ะคุณแนนนี่” แหววปฏิเสธเสียงดังฟังชัด

“แกอยากโดนตบแทนมันหรือไง” พรรณนสาง้างมือขึ้นสูง นึกเกลียดบรรดาสาวใช้ในบ้านพ่อเลี้ยงมากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า

“คุณแนนนี่ห้ามทำอะไรแขกคนสำคัญของพ่อเลี้ยงนะคะ” แหววยกเหตุผลมาอ้าง ส่วนคนถูกพูดถึงก็มองคนทั้งสองสลับกันไปมา แต่ก็นึกขอบคุณผู้หญิงชื่อแหววคนนี้เหมือนกันที่เข้ามาขัดขวาง ไม่ให้ความอดทนของเธอระเบิดออกมา เพราะเสียงแหลมปรี๊ดของลูกสาวผู้ว่าฯ ที่ไม่รู้จะตามด่าว่าเธอไปถึงไหน อีกอย่างเธอก็ไม่คิดจะมาเป็นแฟนพ่อลงพ่อเลี้ยงอะไรนั่นสักหน่อย ทำไมจะต้องมาขัดขวาง

“สำคัญงั้นเหรอ” ยิ่งฟังพรรณนสาก็ยิ่งไม่พอใจ เพราะเธอไม่คิดจะยอมให้ใครมาสำคัญกับที่นี่ไปมากกว่าเธอ

“ใช่ค่ะคุณแนนนี่” ขาดคำของแหวว คนในบ้านก็เดินมาถึงพอดี

“พ่อเลี้ยง แม่นี่สำคัญกับพ่อเลี้ยงตรงไหน” พรรณนสาเปิดฉากใส่ทันที ก่อนจะเดินเข้าไปสอดมือคล้องแขนใหญ่ ที่ตอนนี้พ่อเลี้ยงหนุ่มกำลังตกอยู่ในภาวะแทบหยุดหายใจ ที่ก็ไม่ต่างจากชัญญ่าเช่นกัน สองหนุ่มสาวที่จากกันไปนานร่วมสี่ปีมองสบตากันและกันนิ่งนาน ทำให้คนที่เหลือมองสองหนุ่มสาวสลับกันไปมา

“พ่อเลี้ยงครับ” ศรขานเรียกเป็นคนแรก พร้อมกับสังเกตท่าทีของพ่อเลี้ยงกับหลานสาวคุณอาโรจน์ไปด้วย

“หมวย” รุ่งโรจน์เอ่ยเรียกหลานสาว ด้วยความสงสัยว่าทำไมหลานชายกับหลานสาวถึงได้มองตากันไม่กะพริบแบบนี้

“พ่อเลี้ยง” พรรณนสาทั้งร้องเรียกทั้งเขย่าแขนไปด้วยเพื่อเรียกสติของพ่อเลี้ยงหนุ่ม ที่ไม่รู้จะจ้องนังนั่นทำไมนักหนา สวยก็ไม่ได้สวยอะไรมาก เสื้อผ้าก็ดูราคาถูก ไม่เห็นจะมีอะไรให้น่ามองนานขนาดนั้น

เมธาไม่ได้สนใจเสียงขานเรียกจากคนรอบกาย เพราะเขายังอยู่ในอาการดีใจ ตกใจ และแปลกใจ มันปนเปกันไปหมด เมื่อจู่ๆ เขาก็ได้พบคนที่หายไป ในเขตบ้านของตัวเอง เมธายื่นมือไปกอบกุมมือบางเอาไว้แล้วขยับเข้าไปใกล้ๆ เธอ ทั้งที่มีอีกคนคอยเกาะแขนอยู่

ชัญญ่าเพิ่งจะรู้สึกตัวก็ตอนที่ไอร้อนจากมือของพี่ชายข้างบ้านแผ่กระจายไปทั่วมือของเธอ ก่อนที่เธอจะดึงออกแต่มีหรือที่พ่อเลี้ยงหนุ่มจะยอมปล่อย

            “ปละ...ปล่อยนะ” ชัญญ่าร้องห้ามเสียงตะกุกตะกัก ใจก็เต้นไม่เป็นส่ำ เพราะใครจะคิดว่าการมาเป็นเพื่อนลุงในครั้งนี้จะทำให้เธอได้พบกับคนที่แอบรัก ทั้งๆ ที่ไม่ควรไปรัก เพราะเธอไม่ใช่สเปกเขา

“ไม่ปล่อย” เมธาปฏิเสธเสียงนุ่ม พลางบีบมือบางเบาๆ โดยมีรุ่งโรจน์ ป้าริน ศร อ้อย แหววและพรรณนสา เฝ้ามองทุกการกระทำนั้นอยู่ตาไม่กะพริบ ทุกคนล้วนสงสัย มีเพียงพรรณนสาที่เพิ่มความเกลียดชังผู้หญิงที่พ่อเลี้ยงหนุ่มจับมือเข้าไปด้วย เธออยากจะรู้นักว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร

“ปล่อยสิ” ชัญญ่าหันมองรอบๆ ตัวก็มีสายตาหลายคู่คอยมองอยู่ ทำให้สองแก้มของเธอแดงระเรื่อ พยายามจะดึงมือออกให้ได้ แต่มือของพี่เมธาก็เหนียวหนึบราวกับกาวตราช้าง แล้วนี่เธอจะทำอย่างไรดีล่ะ ถึงจะไปให้พ้นๆ คนเหล่านี้ที่จ้องมองเธอตาไม่กะพริบ

'อายนี่นะ' เธอพึมพำในใจ พร้อมกับถลึงตาเขียวใส่เจ้าของมือเหนียว แต่เจ้าของมือกลับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ซ้ำยังยิ้มให้อีก ว่าแต่จะยิ้มทำไมนักหนา ก็แค่คนเคยรู้จักมาพบกัน ก็แค่นั้นเอง

“ปล่อยนะ” เมื่อดึงมือออกไม่สำเร็จ เธอจึงร้องเสียงสั่งเขียว

“พี่ไม่ปล่อยให้หมวยหนีพี่ไปไหนอีกแล้ว ไม่รู้หรือไงว่าพี่คิดถึงเราแค่ไหน ตั้งแต่เราจากกัน” คำตอบของพ่อเลี้ยงหนุ่มทำเอาหลายคนถึงกับช็อก แต่กับศร หัวหน้าคนงานถึงกับยิ้มแก้มปริ ที่แท้เหตุผลที่พ่อเลี้ยงไม่ชอบคุณพรรณนสากับคุณกรองทอง ก็เพราะมีสาวในดวงใจอยู่แล้วนี่เอง 

'ถึงกับแทนตัวเองว่าพี่ แถมยังคิดถึงด้วย สงสัยจะสนิทชิดเชื้อกันมากแน่ๆ นี่มันข่าวดีแบบดีสุดยอดในรอบหลายปีของพ่อเลี้ยงศิวาเลยคราวนี้' ศรคิดในใจแล้วก็ยิ้มออกมาทางสีหน้า และเรื่องนี้เขาต้องรีบโทรไปรายงานพ่อเลี้ยงศิวาแบบด่วนจี๋ ขอแค่รอจังหวะปลีกตัวออกไปซะก่อน

“พูดอะไรเนี่ย” ชัญญ่าต่อว่าต่อขานพี่ชายข้างบ้านด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ พานทำให้คนอื่นๆ พากันอมยิ้ม มีเพียงพรรณนสาที่ไม่ยิ้ม คงเพราะแบบนี้นี่สินะพ่อเลี้ยงถึงไม่ค่อยสนใจเธอ ยิ่งคิดยิ่งเห็นภาพความสนิทสนม ก็ยิ่งทำให้โกรธ เธอจึงเดินกระทืบเท้าขึ้นไปรอพ่อเลี้ยงบนห้อง แล้วก็อย่าหวังว่าจะได้มีความสุขกับนังผู้หญิงนี้

คล้อยหลังของพรรณนสาไปแล้ว ทุกคนก็หันมามองสองหนุ่มสาวต่อ และก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าควรจะปล่อยให้คนทั้งคู่ที่อาจจะเคยมีความหลังกันมาก่อนได้อยู่กันตามลำพัง คิดได้ดังนั้นก็พากันแยกตัวออกไป

“คุณปล่อยมือฉันได้แล้ว มาจับอยู่ได้ น่ารำคาญ” ชัญญ่าบอกฉุนๆ เพื่อกลบเกลื่อนอาการที่เป็นอยู่จนหน้าแดงระเรื่อไม่เลิก

“ทำไมต้องพูดกับพี่แบบนี้ด้วย” พ่อเลี้ยงเอ่ยตัดพ้อและเขาก็รู้สึกน้อยใจด้วย

“ก็แล้วคุณจะให้ฉันพูดแบบไหนล่ะคะ” ชัญญ่าถามกลับโดยไม่คิดจะมองหน้าอีกคน พลางกำมือที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระแน่น เพราะเธอรู้สึกได้ว่ามันสั่น แต่สั่นเพราะสาเหตุอะไร เธอก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน

“หมวย พี่ไม่ชอบให้หมวยพูดแบบนี้กับพี่นะ” เมธาปรามเสียงดุๆ หากยังเป็นเด็กเหมือนแต่ก่อนล่ะก็ เขาจับหวดก้นแน่

“แบบไหนล่ะคะ” เพราะไม่อยากตกอยู่ในสภาพคนช้ำใจ ที่กว่าเธอจะทำให้มันจางลงก็ทรมานน่าดู เธอจึงไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก

“ถ้าหมวยยังไม่หยุดพูดแบบนี้ พี่จะลงโทษหมวยแล้วนะ” เมธาขู่อย่างอ่อนใจกับท่าทีห่างเหินของหญิงสาว ที่เขารู้จักมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ตอนนี้ความรู้สึกของเขามันเปลี่ยนไปหมดแล้ว จากเอ็นดู...กลายเป็นความรู้สึกแบบหนุ่มสาว แต่พอจะบอกให้เธอรับรู้ ก็ดันหนีหายไปซะก่อน แต่จะไปโทษใครได้ล่ะ นอกจากโทษตัวเองที่รู้สึกช้าไป

“คุณจะลงโทษอะไรฉันคะ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย แล้วนี่คุณจะมายืนอยู่ตรงนี้ทำไม ผู้หญิงคนนั้นไปตั้งนานแล้วนะคะ” ชัญญ่ารีบหาเหตุผลมากล่าวอ้าง ให้ตัวเองอยู่ห่างๆ เขาเพื่อความปลอดภัยของหัวใจ

“หมวย” เมธากดเสียงต่ำลึก สันกรามบนหน้านูนขึ้นจนเด่นชัด พลางยื่นมือออกไปจับสองแขนเรียวเอาไว้ แล้วดันเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด

“ปล่อยฉันนะ” ชัญญ่าตะเบ็งเสียงสั่งด้วยหน้าตาตื่นตระหนก

“พี่ไม่ปล่อย” สิ้นเสียง ปากหยักร้อนก็ทาบลงบนปากอิ่มสวยทันที ชัญญ่าตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป เลยทำให้เธอไม่มีท่าทีขัดขืน เมธาจึงจูบดื่มด่ำกับปากอิ่มสวยจากทั้งอารมณ์คิดถึงและอารมณ์โกรธที่เธอพูดจาเหินห่างกับเขา จุมพิตหวามไหวดำเนินต่อไปเรื่อยจนคนถูกปล้ำจูบแทบหมดอากาศหายใจ แต่ในวินาทีถัดมา เธอก็มีโอกาสได้สูดเอาอากาศเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกาย เมื่อปากหยักร้อนค่อยๆ ถอยห่าง เมธายอมรับว่าเสียดายรสหวานไม่น้อย แต่ก็ต้องตัดใจถอนจูบออก

“ทำบ้าอะไรเนี่ย!” ชัญญ่าเงื้อมือขึ้นสูงหวังจะตบสั่งสอนคนที่บังอาจมาจูบเธอ

“ถ้าหมวยตบ พี่จะจูบ” เมธาทำหน้าทะเล้นใส่ พลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ทำเอาบรรดาคนแอบดูยิ้มลุ้นไปตามๆ กัน

“ก็ลองจูบอีกสิ หมวยจะทำให้พี่เป็นหมันเลย” คนตัวเล็กกว่าเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว

“จะทำขนาดนั้นเลยเหรอ” ถามไปแล้วก็คอยระวังเข่าของเธอไปด้วย เพราะยังไม่อยากเป็นหมันตอนนี้ ด้วยกลัวว่าจะไม่มีทายาทมาสานต่อกิจการไร่กาแฟ

“ก็ไม่เคยพูดเล่น” เธอพยายามดันร่างกำยำออกไป และก็เพิ่งจะได้เห็นว่าพี่เมธาผิวคล้ำลงไปมากทีเดียว

“พี่รู้ แต่หมวยอย่าทำพี่เลยนะ” เมธาทำเสียงออดอ้อน เรียกให้คนในอ้อมกอดเบ้ปากออกเล็กน้อย เพราะฟังแล้วมันจักจี้ชอบกล

“ปล่อยได้แล้ว” เพราะไม่อยากจะต่อปากต่อคำด้วยเธอจึงเอ่ยสั่งเสียงเขียว พลางใช้มือทุบอกแกร่งไปด้วยเพื่อให้เขาปล่อยเร็วๆ

“พี่เจ็บนะหมวย” เขาแสร้งตีสีหน้าเจ็บปวด

“อย่ามาสำออย ปล่อย!” คราวนี้น้ำเสียงเธอห้วนจัด

“ถ้าจะให้พี่ปล่อย หมวยก็จูบพี่ก่อนสิ” คนเจ้าเล่ห์บอกข้อต่อรอง

“อยากเป็นหมันนักใช่ไหม” ท่าทางของเธอไม่ได้ล้อเล่น เพราะเธอจะหาจังหวะอัดเข่าใส่เขาให้จุบเจ็บหน้าเขียวไปสามสี่วันเลย

“หมวยใจร้ายขึ้นเยอะเลยนะ” แม้จะบอกว่าเธอใจร้ายแต่เขาก็ยังไม่คลายอ้อมกอด เพราะอยากได้จูบหวานๆ จากเธอสักครั้ง

“ทั้งโหดทั้งร้ายเลยแหละ จะลองดูสักครั้งไหมล่ะ” ชัญญ่ากดยิ้มมุมปาก ทำทีไม่กลัวคนตัวใหญ่ทั้งที่ใจเธอก็แอบหวั่นกลัวอยู่เหมือนกัน แต่เธอไม่ได้กลัวว่าพี่เมธาจะทำร้าย แต่กลัวจะโดนเขาจูบเอามากกว่า

“โอเค พี่จะปล่อยหมวย แต่เราไปนั่งคุยกันที่ศาลาได้ไหม พี่มีเรื่องอยากถามหมวยเยอะเลย” พ่อเลี้ยงหนุ่มยื่นข้อต่อรองอีกครั้ง เพราะดูท่าข้อแรกเขาคงไม่มีหวังแล้ว

“ไม่อยากคุย” เพราะเธออยากไปห่างๆ เลยไม่อยากจะอยู่กันสองต่อสองอีกแล้ว ใจก็อดค่อนขอดผู้เป็นลุงไม่ได้ที่ไม่ลงมาตามเลย ซ้ำยังปล่อยให้เธออยู่ตามลำพังอีก

“หมวย” เขาทำเสียงดุอีกครั้ง

“ก็คนมันไม่มีอะไรจะคุย แล้วพะ...เอ่อ...แล้วคุณจะให้ฉันอยู่คุยอะไรด้วยล่ะคะ” เธอยั้งไม่พูดคำว่าพี่ได้ทัน แต่แม้จะทันแต่เธอก็ได้รับสายตาดุดันที่มองปราม

“พี่จะจูบอีก แล้วคราวนี้จะจูบให้ขาดใจไปเลย ถ้าหมวยยังจะพูดฉันกับพี่อีก แล้วพี่ก็ไม่กลัวหรอกว่าหมวยจะทำให้พี่เป็นหมัน เพราะผู้หญิงตัวแค่นี้พี่เอาอยู่” เมธาบอกเสียงดุไม่แพ้สีหน้า

“คุยก็ได้” ชัญญ่ารับปากอย่างไม่มีข้อแม้ ก่อนที่เธอจะถูกจับมือพาไปนั่งที่ศาลา แม้ตอนแรกอยากจะนั่งแทบขาดใจ แต่พอต้องมานั่งอยู่กับพี่ชายข้างบ้านคนนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกไม่อยากนั่งเลย

คนในศาลานั่งเงียบไปนานพอสมควร ส่วนคนที่แอบดูก็พากันโดนเคาะกลางศีรษะจากมือของป้ารินที่มาเห็นเข้าพอดี หลังจากตนไปอยู่คุยกับเพื่อนรักของพ่อเลี้ยงศิวามา

“ป้ารินมาเคาะหัวผมทำไมเนี่ย เจ็บนะป้า” ศรโอดครวญเป็นคนแรก พลางมือลูบหัวป้อยๆ 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha