บ่วงรักสีน้ำผึ้ง [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 11 : ตอนที่ 5-2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 

 “ก็แล้วพากันมามุงดูพ่อเลี้ยงทำไม อ้อยก็เป็นไปกับเขา” ท้ายประโยคป้ารินหันมาต่อว่าอ้อย ที่ไม่ค่อยชอบยุ่งวุ่นวายกับเรื่องเจ้านาย แต่พอมาคราวนี้ก็ดันมาแอบดูด้วยอีกคน

“ก็คนมันอยากรู้น่ะป้า” สิ้นคำของอ้อย ป้ารินก็สั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานได้ ศรจึงรีบเดินออกมาทันที แล้วก็โทรรายงานพ่อเลี้ยงศิวาเรื่องที่จะได้หลานสะใภ้ แต่ทางนั้นติดไปทำบุญเลยสั่งให้จับตาดูเอาไว้ แล้วจะรีบกลับมาดูหน้าหลานสะใภ้ ทางด้านอ้อยกับแหววก็ทำหน้าเสียดายที่ไม่ได้แอบดูเจ้านายอีก

 

เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!

เสียงปืนดังติดต่อกันตามหลังสองหนุ่มที่ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านไปได้แค่วินาที ทำเอาสองหนุ่มขับรถเป๋ซ้ายเป๋ขวาหลบกระสุนกันแทบไม่ทัน เพราะที่ตรงนี้ยังไม่ใช่เขตของพื้นที่ของพวกทำตัวเป็นนักเลงไม่เกรงกฎหมาย

เปรี้ยง! เปรี้ยง!

เสียงปืนยังต่อมาอีกสองนัดพร้อมๆ กับการปรากฏตัวของผู้เป็นเจ้าของอาวุธปลิดชีพ ที่ผู้คนจำนวนมากมักมีไว้ป้องกันตัวจากภัยอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นแบบไม่รู้ตัว เช่นที่สองหนุ่มกำลังถูกชายฉกรรจ์สามคนวิ่งไล่ยิงไม่หยุด

“เร็วครับ คุณเอโด้” สนร้องเรียกชายหนุ่มที่ขับรถมาตามหลังเสียงดัง

“สน มีปืนหรือเปล่า” เมื่อขับรถมาเทียบกันแล้วเอโด้ก็ถามหาปืน พอได้มาก็ยิ่งสวนกลับไปบ้าง ทำเอาพวกมันวิ่งหนีวิถีกระสุนกันไปคนละทิศละทาง

“เฮ้ย! ไอ้คนที่ยิงปืนมาเป็นใครวะ กล้าดียังไงมายิงปืนใส่กู” บรรจบ คนเฝ้าที่ดินของเสี่ยกิจจาสบถออกมา ก่อนจะยื่นหน้าออกจากต้นไม้ เพื่อมองคนขี่มอเตอร์ไซค์ที่ห่างออกไปเรื่อยๆ อย่างใคร่รู้ เพราะคนในรีสอร์ตไม่เคยมีใครกล้าถึงกับมายิงปืนใส่พวกเขา

“น่าจะเป็นนักท่องเที่ยวที่รีสอร์ตของไอ้แก่นั่นแน่ๆ พี่” ไอ้ไม้ สมุนของบรรจบโพล่งตอบออกไป แล้วก็โผล่หน้าออกไปดูพวกมันบ้าง ตามมาด้วยไอ้เทิดที่อยู่ในสภาพมึนเมาก็โผล่ออกมาดูพร้อมเสียงอ้อแอ้

“หุบปากเลยไอ้เทิด ไอ้เวรกินเหล้าแต่หัววันเลยนะมึง ถ้าเสี่ยมาเจอ มึงโดนแน่” พูดจบก็เดินมาตบกะโหลกไปทีแล้วสั่งให้กลับไปที่พักที่สร้างเป็นบ้านไม้หลังเล็กๆ เอาไว้ ใจก็ยังนึกแค้นไอ้สองตัวนั่นไม่หาย แต่สักวันจะต้องเจอหน้ามันจังๆ ขณะเดียวกัน สองหนุ่มที่ขี่มอเตอร์ไซค์เพื่อกลับไปยังที่พักก็หยุดรถใกล้ๆ กับลำห้วยที่ติดต่อกลับรีสอร์ต พลางสำรวจร่างกายว่าโดนยิงตรงไหนแล้วไม่รู้ตัวหรือเปล่า

“สน นายโดนยิงนี่ เป็นอะไรมากหรือเปล่า” หลังจากสำรวจตัวเองแล้วไม่มีบาดแผลอะไร เอโด้จึงหันไปมองทางสนที่แขนเสื้อมีเลือดออก

“แค่ถากๆ ครับ คุณเอโด้” สนบอกอย่างไม่ยี่หระ

“ว่าแต่คนพวกนั้นเป็นเจ้าของที่ฝั่งนั้นเหรอ” เมื่ออีกฝ่ายไม่เป็นอะไรมากจึงวกเข้ามาถามถึงพวกที่ไล่ยิง

“เป็นแค่ลูกน้องของเสี่ยกิจจาเท่านั้นล่ะครับ แต่ผมว่าพวกมันหวงอย่างกับเป็นเจ้าของที่ซะเอง” สีหน้าสนยังคงเต็มไปด้วยคำถาม เพราะตนทำงานที่นี่มาสองปีแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้เลยว่าเสี่ยกิจจาจะหวงที่หวงทางทำไมนักหนา แค่เดินไปเฉียดพวกมันก็ชักปืนออกมายิงแล้ว

“เสี่ยกิจจาเป็นใครกัน” เอโด้ซักถามอย่างใคร่รู้ เพราะไหนๆ เขาก็ต้องทำงานอยู่ที่นี่แล้ว ควรได้รู้บ้างว่าใครเป็นใคร และมีอิทธิพลมากน้อยแค่ไหน

“คนแถวนี้รู้กันดีว่าเสี่ยกิจจาเป็นเสี่ยเงินกู้ครับ แถมยังปล่อยให้บางคนกู้เป็นล้านเลยนะครับ” เพราะได้ฟังคนเล่าต่อๆ กันมา และคนที่มายืมเงินเป็นล้านนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น สส. คนดังของอำเภอนี้นั่นเอง

“เป็นล้านเหรอ” เอโด้พึมพำพอให้อีกฝ่ายได้ยิน แล้วก็นึกสงสัยว่าเสี่ยกิจจาคนนี้ทำงานอะไรกันแน่ นอกจากปล่อยเงินกู้

“ใช่ครับ แต่ผมก็ไม่รู้แน่ชัดหรอกครับ พอดีฟังคนอื่นเล่าต่อๆ กันมา แล้วคนที่นี่ก็ไม่รู้หรอกว่าจริงๆ แล้วเสี่ยกิจจามีธุรกิจอะไรบ้าง” สนไหวไหล่น้อยๆ เพราะเขาไม่ได้อยากรู้ลึกอะไรขนาดนั้น แต่ก็พอจะเล่าให้แขกหนุ่มคนนี้ฟังได้ตามที่รู้มา

“ก็คงจะมีทรัพย์สมบัติตกทอดมาจากพ่อแม่ล่ะมั้ง” หากแต่ใจของเขากำลังคิดว่าเสี่ยกิจจาอาจจะทำธุรกิจผิดกกฎหมายก็เป็นได้ แต่จะทำจริงหรือเปล่า เขาคิดว่าจะลองไปถามชัญญ่าดู เผื่อจะรู้อะไรมากกว่าคำบอกเล่าที่เล่าต่อๆ กันมา

“คุณเอโด้ครับ คือผมลืมบอกไปว่าคนแถวนี้ไม่มีใครกล้ายิงปืนใส่พวกมันนะครับ มีคุณเอโด้นี่แหละครับคนแรกเลย” พูดจบก็ยิ้มเจื่อนๆ ใจก็นึกกลัวอยู่เหมือนกันว่าพวกของเสี่ยกิจจาจะมาตามเอาคืนที่รีสอร์ต

“จริงเหรอ” เอโด้ขานรับด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาไม่ได้กลัวพวกมันเลย แต่เป็นห่วงคนอื่นๆ ในรีสอร์ตมากกว่า หากมันจะตามมาเอาคืน แต่ถ้ามันมาจริง เขาก็ไม่มีทางยอมให้พวกมันทำอะไรใครแน่!

“จริงแท้แน่นอนครับ แล้วผมก็กลัวว่าพวกมันจะตามมาเอาคืนด้วยครับ คราวนี้คงแย่แน่ๆ” เพราะคิดว่าพวกลูกน้องเสี่ยกิจจาคงไม่ยอมให้เรื่องนี้จบง่ายแน่ หากยังไม่ได้เอาคืนคนที่ยิงปืนใส่

“มีผมอยู่ทั้งคนจะไปแย่ได้ไง”

“พวกมันมีคนเยอะกว่าเรานะครับ” สนยังไม่คลายความกังวล

"ไม่เอาน่าสน อย่าเพิ่งกลัวเรื่องที่ยังมาไม่ถึงเลย"

“ครับ ถ้างั้น...เรากลับกันเถอะครับคุณเอโด้” สนเอ่ยชวน เพราะกลัวว่าถ้าอยู่ตรงนี้นานๆ เดี๋ยวพวกเสี่ยกิจจาจะพาพวกมาถล่มเอา

“อืม...งั้นไปกันเลย” ขาดคำของผู้จัดการหนุ่ม ทั้งสองก็ขี่มอเตอร์ไซค์กลับที่พัก

 

ภายในศาลา เมธายังคงซักถามเรื่องราวต่างๆ จากชัญญ่าไม่หยุดปาก เพราะส่วนมากแล้วเจ้าตัวไม่ค่อยจะตอบเรื่องของตัวเองสักเท่าไร ทำเอาเขาหงุดหงิดไปเหมือนกัน

“หมวย จะบอกพี่ได้หรือยังว่าคืนนั้นหนีพี่ไปทำไม” เมธายังคงทวงถามจะเอาคำตอบให้ได้

“ใครหนีคุณ” ชัญญ่ายังคงใช้คำพูดเหินห่าง แม้จะถูกขู่อยู่บ่อยๆ ก็ตาม แต่เธอรู้ดีว่าพี่เมธาคงไม่จูบเธออีกแล้ว

“หมวย!” เมธาเสียงดังใส่ ก่อนจะย้ายตัวเองไปนั่งชิดพร้อมกับกุมมือเล็ก ยกขาข้างหนึ่งทับขาเธอไว้ป้องกันไม่ให้ลุกหนี

“ทำบ้าอะไรเนี่ย ออกไปห่างๆ เลยนะ” ชัญญ่าบอกเสียงฉุนจัด รู้สึกเจ็บขาบ้างแล้วเมื่ออีกคนทิ้งน้ำหนักลงมาทับ

“พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น ถ้าหมวยยังไม่ตอบคำถามพี่” เมธายื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน

สองแก้มของชัญญ่าเห่อร้อนก่อนจะค่อยๆ กลายเป็นสีแดงเพราะเขินอาย ส่วนอีกคนเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเขิน ก็ขยับให้ปลายจมูกโด่งชนกับปลายจมูกน่ารัก ยิ่งทำให้ชัญญ่าเขินหนักขึ้นไปอีก ก่อนจะถลึงตาขุ่นขวางใส่เขา

“ตอบมา” เขายังคงคาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ ปลายจมูกก็เขี่ยๆ เล่นไปด้วย เรียกเสียงหัวเราะคิกคักของศร อ้อยและแหววที่หวนกลับมาแอบดูต่อ หลังจากป้ารินหมดคำจะห้ามปราม

“ไม่มีอะไรจะให้ตอบ” ชัญญ่าเอ่ยตอบเสียงอู้อี้ในลำคอ เพราะถูกอีกคนแกล้งอยู่

“มี” คนอยากรู้ใจแทบขาดบอกเสียงต่ำ

“บอกว่าไม่มีๆ พี่ไม่เข้าใจหรือไง” ชัญญ่าหลุดคำสนิทสนมออกมาในที่สุด เรียกรอยยิ้มให้อีกคนได้มากทีเดียว

“ก็พี่ไม่เข้าใจไง ว่าคืนที่เรานอนด้วยกันทั้งคืน แล้วพอเช้ามา หมวยก็หนีพี่...” เมธายังไม่ทันหลุดปากคำว่าไปก็มีเสียงขุ่นคลักดังขัดจังหวะ

“หยุดพูดนะ หมวยไม่ได้เต็มใจนอนด้วยซะหน่อย แล้วที่เรานอนด้วยกันก็ไม่ได้มีเรื่องแบบนั้นด้วย พี่พูดอะไรระวังปากบ้างสิ เกิดใครมาได้ยิน หมวยเสียหายนะ” ชัญญ่าพูดแทรกขึ้นด้วยความโมโหระคนเขินอาย แต่เจ้าตัวคงไม่รู้ว่าสามคนที่แอบฟังอยู่ถึงตอนที่พ่อเลี้ยงหนุ่มพูดก็พากันลุกขึ้น เมื่อได้ยินเสียงของสาวสวยแต่อารมณ์ร้ายกาจอย่างพรรณนสา

“พวกแกทำอะไรกันอยู่ตรงนี้” พรรณนสาตวาดถามราวกับเป็นเจ้าของบ้านเสียเอง โดยมีป้ารินเดินตามมายืนส่ายหน้าระอากับนิสัยของหญิงสาว หลังจากตักขนมหวานไปเสิร์ฟให้คุณรุ่งโรจน์แล้ว

“พวกเรา...ก็ไม่ได้ทำอะไรนี่คะคุณแนนนี่” อ้อยเป็นคนตอบ

“แต่ฉันไม่เชื่อ เดินออกมา” พรรณนสาเดินเข้าไปผลักไหล่อ้อยและแหววออก แล้วตามมาด้วยไหล่ของศร จึงได้เห็นว่าตรงนั้นมีช่องกว้างพอสมควรและสามารถมองเห็นคนที่นั่งอยู่ในศาลา

“หน้าด้านที่สุด! กล้ามาออเซาะพ่อเลี้ยงของฉันเหรอ”

“คุณแนนนี่คะ พ่อเลี้ยงไม่ใช่สิ่งของที่ใครจะมาอ้างเป็นเจ้าของได้นะคะ แต่ถ้าคุณคิดว่าพ่อเลี้ยงเป็นสิ่งของที่หยิบจับเอามาเป็นของตัวได้ แต่คุณแนนนี่ก็ไม่ใช่เจ้าของพ่อเลี้ยงอยู่ดีแหละค่ะ เพราะก็อย่างที่เห็นว่าตอนนี้พ่อเลี้ยงเธอมีคนรักอยู่แล้ว” ป้ารินที่อดไม่ไหวเลยพูดเตือนอีกฝ่ายไป แล้วตนก็มั่นใจว่าผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนนั้นคงเป็นคนพิเศษมากๆ สำหรับพ่อเลี้ยงแห่งไร่ศศิรัตน์แน่นอน

“ผู้หญิงหิวเงินมากกว่าล่ะสิ” พรรณนสาเบ้ปากใส่ผู้อาวุโสกว่า ก่อนจะเดินกระแทกไหล่ออกไปเพื่อไปจัดการกับผู้หญิงหน้าด้านที่มาออเซาะพ่อเลี้ยงของเธอ ส่วนทางด้านคนที่นั่งอยู่ในศาลาก็ยังไม่เลิกแกล้งกันและดูท่าพ่อเลี้ยงหนุ่มจะแกล้งหนักขึ้นเรื่อยๆ หากยังไม่ได้รับคำตอบ

“หยุดนะ”

“ก็ตอบพี่มา ไม่งั้นพี่จะจูบเราจริงๆ ด้วย” แววตาเขาจริงจังจนคนมองสบตาเริ่มใจไม่ดี

“หมวยไม่ได้หนีพี่ แต่วันนั้นเป็นวันที่หมวยต้องเดินทางไปหาป๊ากับม้าที่จีนพอดี แต่พี่ไม่ตื่นพร้อมหมวยเองนี่ หมวยเลยไม่อยากปลุกพี่มาบอกลา เรื่องมันก็มีแค่นี้แหละ” ชัญญ่าโพล่งออกไปในที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้วเธอคิดหนีไปโดยไม่บอกลาจริงๆ ในเมื่อพี่เมธาพูดออกมาเองว่าเธอไม่ใช่สเปก แล้วเธอจะบอกลาไปทำไม!

“เหตุผลฟังไม่ขึ้นเลย แบบนี้ต้องโดนจูบ” ขาดคำก็ทาบปากหยักลงบนปากอิ่มสวย แต่เขาจูบเพียงแค่วินาทีเดียวก็ผละออก เพราะกลัวจะมีคนมาเห็นและมันคงไม่เหมาะนัก แต่หารู้ไม่ว่ามีหลายคนเห็นไปแล้ว

“พี่เมธา! ถ้าขืนพี่ยังทำรุ่มร่ามกับหมวยอีก หมวยจะฆ่าพี่” ชัญญ่าเอ่ยขู่เสียงสูง

“ถ้าพี่ตาย หมวยก็ร้องไห้จนตาบวม” ปากหยักยิ้มกว้าง รู้สึกว่าโลกนี้มันน่าอยู่ขึ้นเยอะมากๆ ตั้งแต่ได้พบหน้าแม่สาวน้อยตัวอวบแต่ตอนนี้หุ่นดี แต่ก็ไม่ได้ผอมมากจนกอดแล้วกระดูกทิ่มมือ

“เฮอะ! ใครจะร้อง อย่ามากล่าวหา” ประโยคท้ายเสียงของเธอแผ่วเบาลงเรื่อยๆ เพราะถ้าเป็นจริงเธอร้องไห้เจ็ดวันเจ็ดคืนชัวร์

“พี่ไม่ได้กล่าวหา แต่พี่เชื่อหมดใจเลยว่าหมวยจะต้องร้องไห้แน่ๆ ถ้าหากพี่ตาย” พูดจบก็กดปากลงบนแก้มนุ่มแล้วผละออกมาสบตากับเธอ

“พี่เมธา” ชัญญ่ามองค้อนอย่างน่ารัก เมื่อถูกขโมยหอมแก้มทั้งที่เธอเพิ่งจะห้ามไปหยกๆ ว่าอย่ามาทำรุ่มร่าม

“ก็คนมันคิดถึงมากนี่ เลยอยากหอมไปทั้งตัว” เมธาแสร้งทำเป็นบอกเสียงกระเส่า แต่คนน่ารักข้างกายยังไม่ทันได้ตอบกลับ เสียงของพรรณนสาก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

“แกมัน...ยายหน้าด้าน” พรรณนสาถลาเข้าไปหวังจะฉุดกระชากคนที่พ่อเลี้ยงกอดออกมา แต่พ่อเลี้ยงหนุ่มขัดขวางเอาไว้

“คุณหยุดได้แล้ว แนนนี่” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยเรียกเสียงกระด้าง เมื่อเธอไม่ยอมถอยห่างจากชัญญ่า

“พ่อเลี้ยงจะไปปกป้องมันทำไม ยายนี่มันหน้าด้าน แล้วที่มันมากับไอ้แก่นั่นก็เพราะจะมาจับคุณนะ แนนนี่ดูมันไม่ผิดหรอก” เพราะเธอเชื่อมั่นในสายตาของตัวเองเลยตวาดใส่เจ้าของไร่ไปด้วยความโมโห

“แนนนี่! คุณหยุดก้าวร้าวถึงผู้ใหญ่ที่ผมนับถือซะ” ใบหน้าของพ่อเลี้ยงหนุ่มขรึมขึ้นจนน่ากลัว

“พ่อเลี้ยงหลงมันแล้วล่ะสิ ถึงได้ปกป้องพวกมัน ทั้งที่รู้ว่าไอ้แก่มันเอาผู้หญิงมาเพื่อปอกลอก” พรรณนสาบอกเสียงสะบัด ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีอุปสรรคเยอะเหลือเกินกับการที่เธอจะชอบผู้ชายสักคน เพราะเธอคิดว่าจะไม่หมั้นกับนายแบบหนุ่มแล้ว หลังจากฝ่ายนั้นมีดีแค่ก็หล่อ แล้วยังขี้หึงเธอเข้าไปอีก เธอก็ยิ่งไม่อยากจะหมั้นหมายด้วย แต่จะให้เธอไปโทษใครได้เมื่อตอนนี้ประกาศไปว่าจะหมั้นกัน ก็เพราะตอนนั้นเธอยังหลงใหลนายแบบหนุ่ม แต่ใครจะไปคิดว่าพอนานวันเข้าจะทำให้เธอเบื่อ

“คุณแนนนี่!” เขาตวาดกร้าว

“พ่อเลี้ยงจะทำอะไรแนนนี่งั้นเหรอ แต่ถ้าคิดจะทำอะไร ก็ช่วยคิดให้ดีๆ ก่อนนะคะ เพราะแนนนี่ไม่ใช่ลูกสาวชาวบ้านธรรมดา เหมือนยายหน้าด้านนั่น!

“คุณแนนนี่ คุณกลับไปก่อนเถอะ ผมมีธุระต้องจัดการอีกหลายอย่าง” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยปากไล่ เพราะรู้สึกเหนื่อยหน่ายที่จะต้องมาฟังหญิงสาวอวดอ้างว่าตัวเองเป็นลูกใคร

“นี่พ่อเลี้ยงกล้าไล่แนนนี่งั้นเหรอ”

“ผมไม่ได้ไล่ แต่แค่ขอให้คุณกลับไปก่อน เพราะผมมีธุระ” พ่อเลี้ยงหนุ่มบอกอย่างใจเย็น ก่อนจะเรียกให้ศรมาขับรถไปส่งลูกสาวผู้ว่าฯ กลับบ้าน หลังจากเธอบอกไม่ได้เอารถมา เพราะวันนี้เธอตั้งใจจะให้พ่อเลี้ยงพาไปเที่ยวในตัวเมือง ไม่ใช่อุดอู้อยู่แต่ไร่ แต่ดันมาถูกไล่กลับเพราะไอ้แก่กับยายหน้าด้าน

“ถ้าพ่อเลี้ยงอยากให้แนนนี่กลับ พ่อเลี้ยงก็ต้องไปส่งแนนนี่” พรรณนสาต่อรอง

“ขอโทษครับ แต่วันนี้ผมไปส่งคุณไม่ได้จริงๆ ศร!” ท้ายประโยคพ่อเลี้ยงหนุ่มหันไปเรียกศรที่ขับรถมารอนานแล้ว โดยมีป้ารินและอ้อยรอจะไปด้วยเพราะจะเข้าไปหาซื้อข้าวของในห้างพอดี ส่วนพรรณนสาก็สะบัดหน้าเดินขึ้นรถไป เพราะไม่อยากจะตอแยให้พ่อเลี้ยงรำคาญเธอไปมากกว่านี้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha