บ่วงรักสีน้ำผึ้ง [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 12 : ตอนที่ 6-1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 6

 

 

 

เมธาพาชัญญ่าเดินขึ้นไปพบอาโรจน์ ที่ตอนนี้รออยู่ในห้องนั่งเล่นนานแล้ว มือใหญ่โอบไหล่มนไว้ตลอดทางและชัญญ่าก็เบี่ยงออกไปตลอดทางเช่นกัน ก่อนที่เธอจะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า พี่เมธาไม่น่าไปไล่สาวสวยคนนั้นเลย

“คุณเม...พี่เมธา ไม่น่าไล่แฟนพี่ไปเลยนะ ระวังเธอจะน้อยใจเอานะ” ชัญญ่าเปลี่ยนสรรพนามได้ทันเมื่อคนข้างกายมองมาด้วยสายตาดุดัน ส่วนใจเธอนั้นก็รู้สึกแปลบๆ

“พี่ไม่ได้พูดว่าไล่นะหมวย พี่แค่ขอร้องคุณแนนนี่ให้กลับไป เพราะพี่มีธุระสำคัญกับอาโรจน์ แล้วคุณแนนนี่ก็ไม่ใช่แฟนพี่ เข้าใจหรือเปล่า” เขามองสบตากับดวงตากลมโตอย่างลึกซึ้ง หากอีกคนกลับเมินหน้าหลบไปก่อน

“หมวย” มือใหญ่ยื่นไปจับบังคับใต้คางมนให้หันกลับมา พร้อมเอ่ยเสียงอ่อนนุ่ม

“อื้อ” ชัญญ่าครางรับในลำคอ ก่อนจะปัดมือใหญ่ออกไปจากคางของตน แล้วหมุนตัวเดินนำไปรออยู่ไม่ห่างจากเจ้าของบ้านมากนัก เพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ลุงโรจน์รออยู่ที่ไหน

“ทำไมไม่ไปล่ะ ในบ้านพี่ไม่มีตัวประหลาดหรอกนะ” เสียงทุ้มนุ่มดังอยู่เหนือศีรษะ ทำให้เธอรีบขยับหนีไปทันทีด้วยอารามตกใจ

'จะเข้ามาทำไมใกล้ๆ' คนเริ่มหน้าแดงบ่นพึมพำอยู่ในใจ ก่อนจะเดินตามแรงจูงของคนตัวโตไปยังห้องนั่งเล่น ที่ตอนนี้เธอเห็นลุงนั่งอ่านหนังสือฆ่าเวลาอยู่

“ลุง” ชัญญ่าสะบัดมือออกจากมือใหญ่ รีบไปนั่งข้างๆ ผู้เป็นลุงพร้อมขานเรียกเสียงหวานเจี๊ยบ เพราะเธออยากจะกลับบ้านจะแย่แล้ว

“อ้าว! มากันแล้วเหรอ แล้วนี่เราจะมาอ้อนอะไรลุงอีก” คนเป็นลุงเอนตัวเล็กน้อยเพื่อมองหลานสาว เพราะรู้ดีถ้าหลานสาวมาด้วยท่าทีและเสียงแบบนี้คงจะมาออดอ้อนขออะไร

“ลุงคุยธุระเสร็จหรือยังจ๊ะ ถ้าเสร็จแล้วเรากลับบ้านกันนะ ป่านนี้ป้าดามองหาแล้ว” ชัญญ่าหาข้ออ้างเพื่อจะได้ไปจากที่นี่ แม้จะดีใจที่ได้พบพี่ชายข้างบ้านอีกครั้ง แต่เธอกับพี่เมธาไม่ได้สนิทสนมกันเหมือนก่อนอีกแล้ว ตั้งแต่งานแต่งของเพื่อนรัก

“พี่ยังคุยธุระกับอาโรจน์ไม่เสร็จ” เมธาตอบแทนผู้อาวุโสกว่า ที่ตอนนี้ยังอยากจะรู้เหมือนกันว่าสองหนุ่มสาวมีที่ไปที่มายังไงถึงทำเหมือนกับรู้จักกัน เพราะหลานสาวไม่เคยพูดถึงผู้ชายคนไหนเป็นพิเศษเลยตั้งแต่มาย้ายมาอยู่ด้วย

“พี่เมธา” ชัญญ่าถลึงตาขุ่นคลักไปให้ เพราะอีกฝ่ายขัดขวางการเดินทางกลับของเธอ

“มีข้อเสนอกับอาแล้วใช่ไหม” รุ่งโรจน์เอ่ยถามด้วยเสียงเรียบๆ

“ครับอา” พ่อเลี้ยงหนุ่มยิ้มเล็กน้อยเมื่อพูดจบ ก่อนจะหันไปมองสบตากับหลานสาวของอาโรจน์ ที่ชัญญ่าก็เล่าให้เขาฟังหมดแล้วว่าหลังจากย้ายไปอยู่จีนได้แค่ปีเดียวป๊าก็จากไป หลังจากป๊าจากไป ม้าของเธอก็มาล้มป่วยแล้วจากไปอีกคน ชัญญ่าเลยมาอยู่กับลุงและป้าตามคำสั่งเสียของมารดาที่ได้ติดต่อกับลุงโรจน์และป้าดาก่อนจะป่วยหนักและสิ้นใจไปในที่สุด

“งั้นก็ว่ามาเลย” คำตอบผู้เป็นลุงทำเอาหลานสาวที่นั่งแอบมองคนนั้นทีคนนี้ที เพราะไม่เข้าใจที่ลุงกับพี่เมธาพูด

'ข้อเสนออะไรกันนะ แล้วลุงมาคุยธุระอะไรกับพี่เมธาล่ะ' ชัญญ่าสะบัดศีรษะไปมาเบาๆ เพราะไม่อยากจะคิด อีกอย่างเธอก็คิดว่าเดี๋ยวลุงก็คงจะบอกเธอ

“ผมอยากให้หมวยอยู่ทำงานกับผมที่นี่ครับ ส่วนเรื่องงานในรีสอร์ตของลุง หากไม่มีคนช่วยดูจริงๆ ผมจะช่วยดูแลครับ” ขาดคำของพ่อเลี้ยงหนุ่ม ชัญญ่าก็รีบค้านก่อนที่ลุงจะพูด “หมวยไม่ทำด้วยนะ”

“เบาๆ หน่อยนะเรา” รุ่งโรจน์ดุหลานสาวที่ค้านเสียงดัง

“หมวยขอโทษจ๊ะลุง แต่หมวยไม่ทำงานที่นี่นะ”

“นะครับอาโรจน์” เมธาเอ่ยขอความเห็นใจ เพราะเขาไม่อยากให้เธอห่างกายไปไหนอีก และที่สำคัญเขาก็กลัวจะมีหนุ่มๆ มาจีบเธอด้วย แต่เอ...เขายังไม่ได้ถามเลยว่าเธอแต่งงานหรือยัง

“อาไม่มีปัญหาอะไรหรอก เพราะอารับปากแล้วว่าจะยอมรับทุกข้อเสนอ แต่เรื่องนี้อาลำบากใจจริงๆ” เพราะไม่อยากฝืนใจหลานสาวด้วยการบังคับให้มาทำงานที่นี่ตามความประสงค์ของพ่อเลี้ยงหนุ่ม

“หมวยไม่มาทำงานที่นี่นะลุง หมวยอยากอยู่ใกล้ๆ ลุงกับป้า” พูดจบก็แอบยิ้มดีใจที่ลุงไม่บังคับเธอ แต่ว่าระหว่างลุงกับพี่เมธามีการยื่นข้อเสนอกันทำไมล่ะ

“หมวยเกลียดพี่ขนาดนั้นเลยหรือไงถึงไม่อยากมาทำงานกับพี่” แววตาของเขามีแววน้อยใจปะปนอยู่ ก่อนจะมองสบตากับดวงตากลมโต ทำให้คนที่ลำบากใจก็คือรุ่งโรจน์ ที่หลานชายของเพื่อนมีน้ำใจช่วยเหลือเรื่องเงินไปช่วยรีสอร์ต ของตน

“เราเกลียดพี่เขารึ” คนเป็นลุงถามหลานสาวขึ้นบ้าง เพราะใจก็อยากจะให้หลานสาวมาช่วยงานทางนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนความมีน้ำใจของเขาที่ช่วยเหลือเรื่องเงินทอง

“เปล่า” ชัญญ่าตอบเสียงอ้อมแอ้ม พลางเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของบ้านเพียงแวบเดียวก็เมินหน้าหนี เพราะไม่อยากสบตาด้วย

“แล้วทำไมไม่อยากทำงานล่ะ แต่ลุงว่าเราลองเปลี่ยนที่ทำงานดูก็ดีเหมือนกัน เราจะได้มีไอเดียอะไรไปปรับปรุงรีสอร์ตของเราไง” คนเป็นลุงลองเสนอแนะดู เผื่อหลานสาวอาจจะเปลี่ยนใจมาทำงานที่นี่ ส่วนเรื่องรีสอร์ตก็คงต้องให้พ่อหนุ่มเพื่อนของหลานสาวช่วยดูแลไปก่อน

“ก็หมวยอยากทำงานที่รีสอร์ตของลุงกับป้ามากกว่า แล้วถ้าหมวยมาทำงานที่นี่ใครจะอยู่ดูแลลุงกับป้าล่ะ ไม่เอาหรอก ยังไงหมวยก็ไม่ทำ หมวยไม่อยากอยู่ไกลบ้าน” ชัญญ่าพยายามยกเหตุผมมาอ้างด้วยการปั้นสีหน้าให้ดูหม่นหมอง เพื่อที่ลุงจะได้ไม่หว่านล้อมเธออีก

“หมวยหาข้ออ้างไม่มา เพราะหมวยเกลียดพี่” คราวนี้พ่อเลี้ยงเป็นฝ่ายพูดขึ้น ชัญญ่าจึงเงยหน้ามองอัตโนมัติ

“ก็แล้วแต่...พี่จะคิดแล้วกัน อีกอย่างหมวยก็มีงานทำอยู่แล้ว” เธอเอ่ยตอบแบบไม่ค่อยแน่ใจนัก

“พี่รู้ว่าหมวยมีงานทำ แต่ที่รีสอร์ต อาโรจน์บอกกับพี่มาว่าเพิ่งรับผู้จัดการคนใหม่เข้ามาดูแลงาน ไม่จำเป็นที่หมวยจะต้องอยู่ดูแล เพราะแค่อาโรจน์คนเดียวก็จัดการงานได้” คนอยากให้เธอมาอยู่ใกล้ๆ พยายามหาเหตุผลมาทักท้วงให้เธอยอมอยู่ให้ได้ แต่หากยังไม่ยอม...เห็นทีจะต้องหาวิธีทำให้ยอมโดยไม่มีข้อแม้

“นี่พี่ว่าหมวยไม่มีความสามารถหรือไง” ชัญญ่าโพล่งขึ้นด้วยความโมโห แต่พอรู้ตัวก็พยายามระงับอารมณ์เอาไว้

“พี่เปล่า” ตอบไปแล้วก็กดยิ้มบนมุมปาก

“เปล่าได้ไง เมื่อกี้พี่พูดว่าแค่ลุงคนเดียวก็จัดการงานได้แล้ว” โต้กลับเสียงเขียว นัยน์ตาขุ่นคลักยามมองสบกับดวงตาคม ทางด้านผู้อาวุโสก็มองสองหนุ่มสาวสลับกันไปมา พร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ แต่ตนก็เห็นด้วยกับหลานชายที่ว่าไม่ต้องให้หลานสาวอยู่ช่วยงานที่รีสอร์ต แต่ให้มาช่วยงานที่ไร่นี้แทน

“ก็ถ้าหมวยมีความสามารถจริงๆ ก็มาทำงานกับพี่สิ” สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยการท้าทาย

“หมวยทำแน่ๆ แต่ไม่ใช่มาทำงานกับพี่” ชัญญ่ายังคงยืนกรานที่จะปฏิเสธการมาทำงานที่ไร่เสียงแข็ง ใบหน้าสวยเชิดขึ้นเล็กน้อย เลยไม่รู้ว่าตอนนี้ทั้งสองหนุ่มต่างวัยกำลังมองสบตากันและกันอย่างรู้ความนัย

“หมวย เราออกไปรอลุงข้างนอกก่อน” คนเป็นลุงเอ่ยบอกหลานสาวเสียงเรียบ และชัญญ่าก็รู้ดีว่าไม่ควรไปเซ้าซี้ถามว่าให้ออกไปทำไม เธอจึงจำใจต้องลุกออกไปรอข้างนอกด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

คล้อยหลังชัญญ่าไปไม่นาน เมธาก็ลุกเดินออกมาแนบหน้ากับประตูดูว่าชัญญ่ายังแอบฟังอยู่หรือไม่ แต่เมื่อสถานการณ์ข้างนอกเงียบกริบ เขาก็เดินกลับมานั่งที่เดิม ขณะที่ชัญญ่าก็ไม่ได้อยากจะสนใจเรื่องที่โดนไล่ออกมา เธอจึงเดินเข้าไปในครัว ก็เห็นแหววกำลังนั่งฟังเพลงจากโทรศัพท์อยู่ เลยเคาะนิ้วกับโต๊ะเบาๆ เพื่อให้อีกคนรู้ตัว

แหววจัดการหาน้ำหาขนมมาให้แขกคนสำคัญของพ่อเลี้ยง แล้วก็คุยกันเพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอลุง ขณะที่คนเป็นลุงก็กำลังเสนอให้พ่อเลี้ยงหนุ่มคิดหาวิธีทำให้หลานสาวของตนยอมทำงานอยู่ที่นี่ด้วยความเต็มใจ

“อาโรจน์ไม่ได้บอกหมวยเรื่องเงินใช่ไหมครับ” เมธาเอ่ยถามด้วยสีหน้าครุ่นคิด เพราะบ้างทีอาจต้องใช้เหตุผลนี้เพื่อทำให้ชัญญ่ามาทำงานด้วย

“อาไม่ได้บอก”

“แล้วอาคิดว่าถ้าอาบอกเรื่องเงินไป อาว่าหมวยจะยอมมาทำงานกับผมหรือเปล่าครับ”

“อาก็ตอบไม่ได้ แต่อาคิดว่าถ้าหลานสาวอารู้ คงจะคิดหาหนทางหาเงินให้ได้มากๆ แล้วก็เอามาคืนเรามากกว่า” และเพราะแบบนี้ถึงไม่บอกหลานสาวก่อน

“ถ้างั้นเราก็ใช่วิธีนี้ไม่ได้ แล้วจะทำยังไงดีล่ะครับอา” เขาก็หนักใจไม่แพ้กัน แต่ถ้าจะให้เขาไปบังคับหรือโกหกให้มาทำงานด้วย เขาไม่ทำเด็ดขาด เพราะหากชัญญ่ารู้ความจริงทีหลังจะพานโกรธเขาแล้วหนีไปอีก

“ถ้าไม่รีบร้อนให้หลานสาวอามาทำงานด้วย อาก็คิดว่าถ้ากลับถึงบ้านแล้ว อาจะบอกเรื่องเงินที่อายืม เผื่อว่าหลานสาวอาจะคิดทบทวนเรื่องการมาทำงานกับเรา”

“เอางั้นก็ได้ครับอา แต่ผมมีเรื่องหนึ่งอยากจะขอให้อาช่วยผม” สีหน้าท่าทีมีความเกรงใจปรากฏให้เห็น ก่อนจะบอกเล่าเรื่องเมื่อสี่ปีก่อนให้ผู้อาวุโสฟังว่าเขารู้สึกเช่นไรกับหลานสาวของท่าน

“ก็ถึงว่า ทำไมเรากับหลานสาวอา พอเจอกันก็จ้องกันตาไม่กะพริบ” ท่านบอกด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม และก็ยินดีหากหลานสาวจะตกลงปลงใจกับพ่อเลี้ยงหนุ่มอนาคตไกลคนนี้ หลังจากได้ฟังเรื่องราวหนหลังว่ารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ เมื่อครั้งอยู่บ้านที่กรุงเทพฯ แต่ก็มีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อย และไม่ได้ปรับความเข้าใจกันเพราะหลานสาวตนจากไปไม่บอกลา

“แล้วอาโรจน์จะช่วยกันไม่ให้ผู้ชายมาจีบหมวยได้หรือเปล่าครับ คือผม...ผมหวงครับ” บอกความรู้สึกแบบไม่ปิดบังแม้จะมีอาการเขินอายอยู่บ้าง แต่หากเขาไม่พูดเขาอาจจะเสียชัญญ่าไปตลอดชีวิต

“หลานสาวอายังไม่มีแฟน แล้วก็ไม่มีใครมาจีบแน่นอน เพราะมีสองหนุ่มคอยสกรีนให้อยู่” ท่านหมายถึงสองหนุ่มที่ใจเป็นหญิงอย่างบอลและอั๋น

“สองหนุ่มเลยหรืออา!

“เราไม่ต้องตกใจไปหรอก สองหนุ่มที่อาพูดถึงนี้น่ะร่างกายเป็นชายแต่ใจเป็นหญิง แล้วก็คบหาเป็นเพื่อนกันมานานแล้วล่ะ” ท่านบอกให้อีกฝ่ายสบายใจเมื่อเห็นสีหน้าท่าทางตกอกตกใจ

“ครับ” เมธาขานรับด้วยรอยยิ้มเก้อๆ

“เอาล่ะ อาคงต้องกลับแล้วล่ะหลานชาย”

“เดี๋ยวผมขับรถไปส่งนะครับ” เขาอาสาด้วยความเต็มใจ เพราะจะได้ไปเห็นกับตาว่าบ้านที่ชัญญ่าอาศัยอยู่เป็นอย่างไรบ้าง

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวอาก็เปลี่ยนกันขับกับหมวยเหมือนตอนขามานั่นแหละ” เพราะท่านห่วงกลัวว่าอีกฝ่ายจะต้องขับรถกลับดึกๆ ดื่นๆ ตามลำพัง

“แต่ผมเป็นห่วงอาครับ”

“ขอบใจมากหลานชาย แต่อากลับได้ ส่วนเราก็อยู่ดูแลงานเถอะ อามารบกวนนานแล้ว”

“เอางั้นก็ได้ครับ ส่วนเงิน เดี๋ยวผมจัดการโอนเข้าบัญชีของอาให้นะครับ แต่อาอย่าลืมส่งเลขที่บัญชีมาให้ผมนะครับ ผมจะได้รีบจัดการให้เลย” ขาดคำของพ่อเลี้ยงหนุ่ม ฝ่ายผู้อาวุโสก็เรียกหาหลานสาว พอเจอหน้ากันก็ให้ไหว้ลาเจ้าของบ้าน ก่อนที่เจ้าของบ้านหนุ่มรูปหล่อจะเดินมาส่งถึงรถ และเฝ้ามองจนรถกระบะลับตาไป ก่อนที่รถของศรจะขับกลับมาพร้อมข้าวของเต็มรถ

“เป็นไงบ้างแก”

“ก็เกือบจะหูชาไปเหมือนกันครับพ่อเลี้ยง คุณแนนนี่บ่นไม่หยุดเลยครับ” ศรเอ่ยตอบแล้วก็หันไปช่วยป้ารินกับอ้อยขนข้าวของขึ้นบ้าน 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha