บ่วงรักสีน้ำผึ้ง [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 13 : ตอนที่ 6-2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

รุ่งโรจน์และหลานสาวขับรถกลับมาถึงบ้านตอนทุ่มกว่า  และพอลงจากรถได้ หลานสาวก็ลงมายืดเส้นยืดสายอยู่ข้างรถ ส่วนตนก็เดินเข้าไปนั่งพักในบ้าน

“ได้ความว่ายังไงบ้างล่ะพี่” ป้าดาเอ่ยถามสามี หลังจากหาน้ำมาให้

“ทางนั้นให้กู้มาห้าแสน”

“ห้าแสน!” คนเป็นภรรยาเผลออุทานเสียงดัง ก่อนฝ่ายสามีจะปรามไม่ให้พูดดัง โดยให้เหตุผลว่ายังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับหลานสาว

“จริงๆ ไปขอกู้แค่สองแสนแต่ทางนั้นให้มาห้าแสน พรุ่งนี้ก็คงจะได้เงิน แล้วนี่พ่อหนุ่มคนนั้นรู้หรือยังล่ะว่าจะให้มาเป็นผู้จัดการ”

“รู้แล้วพี่ ว่าแต่พี่ไปอาบน้ำก่อนเถอะ ฉันจะหาข้าวให้กิน” พูดจบก็เรียกให้หลานสาวเข้าบ้านไปอาบน้ำอาบท่าแล้วออกมากินข้าวกัน กระทั่งอาหารค่ำของทั้งสามผ่านพ้นไปแล้ว ชัญญ่าก็เดินลงมานั่งที่ศาลาหน้าบ้าน ใจก็ไพล่คิดไปถึงใครบางคนที่บังเอิญได้พบกันอีกครั้ง

“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหมวยจะเจอพี่อีก” พึมพำออกมา โดยไม่รู้ว่าตอนนี้ไม่ได้นั่งอยู่ตามลำพัง

“บ่นอะไรอยู่ครับคุณหมวย” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นไม่ดังมากนัก เพราะเกรงใจลุงกับป้าที่คงเข้านอนไปแล้ว

“อ้าว คุณเอโด้ ยังไม่นอนเหรอคะ” เธอเอ่ยถามเสียงใส ทั้งที่ในใจยังครุ่นคิดถึงแต่พี่ชายข้างบ้านอยู่

“ยังครับ ผมรอคุณหมวย เป็นห่วงมากด้วยที่ไม่กลับมาสักที แต่พอเดินมาเห็นรถของคุณลุงจอดอยู่ ผมก็เลยเดินมาที่นี่ เพราะคิดว่าคุณน่าจะอยู่ตรงนี้” พูดจบก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามกับหญิงสาว

“งั้นหมวยขอโทษนะคะที่ทำให้คุณเป็นห่วง แต่หมวยปลอดภัย และสบายดีมากๆ ค่ะ”

“ครับ” เขาขานรับด้วยรอยยิ้ม แล้วก็คุยกันด้วยเรื่องทั่วไปนานพอสมควร เขาจึงถามเรื่องเสี่ยกิจจา

“โดนไล่ยิง!” คนฟังตกใจจนหน้าซีดเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายขับรถไปเที่ยวรอบๆ รีสอร์ตแล้วไปเจอลูกน้องของเสี่ยกิจจาไล่ยิงเอา และโชคดีมากที่เขาไม่เป็นไร

“พวกมันคงไม่ได้ตั้งใจหรอกครับ” พูดเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ

“คนพวกนั้นไม่มีหรอกค่ะที่จะไม่ตั้งใจยิง หมวยว่าคุณอย่าไปแถวนั้นเลยนะคะ หมวยกลัวจะเกิดเรื่องร้ายแรงกว่าวันนี้ค่ะ อีกอย่างพวกเราก็ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับพวกนั้นด้วย เพราะขืนไปยุ่ง มีหวังโดนพวกมันฆ่าหมกรีสอร์ตแน่ๆ” ชัญญ่านึกกลัวว่าเรื่องมันจะบานปลายไปกันใหญ่ เพราะคุณเอโด้บอกว่ายิงปืนใส่พวกมันไปด้วย แล้วถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจะทำไงดี เพราะเคยไปแจ้งตำรวจแล้ว ทางตำรวจก็บอกว่าให้พยายามเลี่ยง อย่าไปที่นั่น

“แต่ที่ตรงนั้นเป็นของคุณลุงกับคุณป้าของคุณนะครับ ทุกคนที่นี่มีสิทธิ์ไปได้” เขารู้สึกไม่พอใจอย่างมากที่ฝ่ายนั้นทำตัวเหนือกฎหมาย และที่สำคัญ บริเวณนั้นก็เป็นกรรมสิทธิ์ของคุณรุ่งโรจน์ด้วย พวกมันไม่ควรมาวางอำนาจโดยถือว่าเป็นที่ติดกัน

“โห! ไปก็โดนยิงทิ้งนะสิ ปล่อยๆ ไปเถอะค่ะ จะได้ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกัน” ชัญญ่าทำหน้าสยอง นี่ก็ยังนึกไม่ออกว่าหากวันนี้เป็นเธอเองที่พาคุณเอโด้ไปเที่ยวรอบๆ รีสอร์ตแล้ว เธอจะเป็นอย่างไรบ้างหากโดนพวกนั้นไล่ยิงเอา

“ปล่อยไม่ได้ครับ ถ้าปล่อยนานไปพวกมันได้ใจแน่ และผมก็สงสัยว่ามันต้องทำอะไรสักอย่างที่ไร่นั่น”

“สงสัยอะไรเหรอคะ” ชัญญ่าเอ่ยถามด้วยความสงสัย  เพราะตั้งแต่เข้ามาอยู่ที่นี่ลุงกับป้าก็สั่งห้ามเลยว่าอย่าไปแถวนั้นเด็ดขาด

“ผมก็...สงสัยไปเรื่อยแหละครับ”

“อ้าว! พูดซะหมวยอยากรู้ แล้วก็ไม่บอก” ชัญญ่าทำหน้าเสียดาย

“ก็ไม่มีอะไรจะบอกครับ” เอโด้พูดยิ้มๆ แล้วที่เขาไม่บอกว่าสงสัยอะไรก็เพราะไม่อยากให้เธอกังวล กลัว เมื่อลางสังหรณ์มันบอกกับเขาว่า คนของเสี่ยกิจจาต้องซ่อนของผิดกฎหมายเอาไว้ที่ไร่แน่นอน แต่จะเป็นอะไรเขาคงต้องสืบให้รู้ เพื่อที่คนในรีสอร์ตจะได้อยู่แบบไม่ต้องระแวง

“งั้นถ้ามีเรื่องสงสัย คุณเอโด้บอกหมวยเร็วๆ นะคะ หมวยอยากรู้”

“ครับคุณหมวย”

“คุณเอโด้ หมวยว่าเรามาเปลี่ยนสรรพนามเรียกกันและกันดีไหมคะ เรียกคุณๆ แล้วหมวยรู้สึกยังไงก็ไม่รู้” ปากอิ่มคลี่ยิ้มนิดๆ เมื่อพูดจบ ที่อีกฝ่ายก็ตกลงว่าจะเรียกกันแค่ชื่อเท่านั้นโดยไม่มีคำอะไรมานำหน้า ก่อนที่ทั้งสองจะแยกย้ายกันไปพัก

“หมวย ฝันดีนะครับ”

“งั้นเช่นกันค่ะ” ชัญญ่าเดินขึ้นบ้านโดยมีอดีตบอดี้การ์ดหนุ่มเฝ้ามองจนเธอปิดประตูบ้านเรียบร้อย เขาจึงเดินกลับที่พักบ้าง

 

กลางดึก บริเวณรั้วบ้านหลังใหญ่ มีกลุ่มคนกำลังด้อมๆ มองๆ เข้าไปภายในตัวบ้านเพื่อมองสัตว์ที่ไวต่อการรับรู้ กระทั่งไม่พบเจ้าสัตว์อย่างที่นึกหวั่น ทั้งหมดก็รีบกระโดดข้ามรั้วเข้าไปด้วยความชำนาญ ก่อนจะแยกย้ายกันไปตามจุดต่างๆ เพื่อคอยระวัง มีสามคนงัดแงะเข้าไปภายในตัวบ้านได้แล้ว ก่อนจะพากันขึ้นไปชั้นบนที่มีห้องอยู่หลายห้อง แล้วแบ่งกันไปทำงาน โดยส่วนหนึ่งไปหาของมีค่าเพื่อเอาไปขายใช้หนี้ อีกส่วนเดินหาห้องนอนเจ้าของบ้าน กระทั่งพบก็จัดการกับประตู แล้วย่องเข้าไปอย่างเงียบเชียบ

บนเตียงนอนมีคนนอนหลับสนิทอยู่ ผ้าห่มขยับมาอยู่ที่เอวทำให้พวกมันเห็นเนินอกที่โผล่พ้นชุดนอนผ่านแสงไฟจากด้านนอกตัวบ้าน

“แม้เจ้าโว้ย ท่าทางจะอกใหญ่เต็มมือไม่เบา” เกริก มือขวาของเสี่ยคเชนท์พูดออกมาด้วยแววตาหื่นกระหาย

“เสี่ยจะไม่ว่าเอาหรือพี่ ถ้าพี่จะ...” ลูกสมุนตัวดำอ้วนใหญ่พูดขึ้นมา แล้วก็จ้องไปยังร่างที่นอนหลับสนิทบนเตียงด้วยแววตากระหายอยากไม่แพ้หัวหน้ามัน

“ใครบอกเสี่ย กูจะตัดลิ้นมัน” เกริกขู่ลูกสมุนที่มาด้วยเสียงเหี้ยม

“แต่ผู้หญิงคนนี้เสี่ยอยากได้นะพี่ ถ้าพี่จะทำจริงๆ ไม่กลัวแม่กรองทองจะไปบอกเสี่ยหรือไง” มันเตือน เพราะยังไม่อยากตายตอนนี้

“มึงคิดว่าแม่นี่จะกล้าไปบอกใครหน้าไหนวะว่าโดนผู้ชายเอาทำเมียตั้งสี่คนพร้อมกัน” เกริกเลียริมฝีปากด้วยความกระหาย แต่หารู้ไม่ว่าคนบนเตียงรู้สึกตัวแล้ว และตอนนี้กำลังควานหาปืนที่ตนซ่อนไว้ใต้หมอนสองกระบอก ที่สามีได้เตือนไว้ว่าให้มีไว้ตลอดเวลา และให้ซ่อนไว้ในบ้านตามที่ต่างๆ เผื่อเกิดเรื่องไม่คาดฝันจะได้เอามาป้องกันตัว

“ถ้าพวกแกไม่กลัว ก็เข้ามา” คนที่อยู่บนเตียงอาศัยจังหวะที่พวกมันเอาแต่พูดกันลุกขึ้นไปยืนชิดผนังแล้วพร้อมกับปืนในมือ โดยก่อนจะไปก็กดปุ่มเตือนให้คนในบ้านรับรู้เรียบร้อย

“ถ้าฉันกลัว ฉันจะมาบุกมาถึงที่หรือไงจ๊ะกรองทองคนสวย” ขาดคำของมันเสียงปืนก็ดังขึ้นสองนัดติดๆ ก่อนที่มันจะค่อยๆ ทรุดลงกับพื้น

“พี่เกริก!!” เหล่าคนที่เหลือพากันขานเรียก ส่วนคนเป็นหัวหน้าก็โดนยิงที่ขาและมือที่ถือปืน

“เก่งนักเหรอนังนี่” คนโดนยิงถามด้วยความคับแค้นใจ เพราะไม่คิดว่าผู้หญิงที่วันๆ เอาแต่แต่งตัวสวยจะยิงปืนแม่นขนาดนี้

“ออกไปจากบ้านฉัน” กรองทองยิงขู่พวกมันไปอีกหลายนัด พวกมันพากันถอยร่นไปที่หน้าต่าง เพราะหากไปที่ประตูคงเจอคนในบ้าน

“ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวแสบ” สิ้นคำพวกมันก็พากันหนีออกไปอย่างทุลักทุเล พร้อมกับคนอื่นก็พากันเข้ามา ไฟในห้องสว่างวาบจากมือของผู้เป็นหลานชายเจ้าของบ้าน

“อากรอง เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” พงศกรถลาเข้าไปถามผู้เป็นน้าด้วยความเป็นห่วง

“อาไม่เป็นไรหรอกปูน” พูดจบก็ส่งปืนให้กับหลานชาย โชคดีเหลือเกินที่เธอเชื่อสามีที่ตายไปแล้วว่าให้ไปเรียนยิงปืน เพราะมันได้ใช้จริงๆ ถ้าเธอยิงปืนไม่เป็น คงต้องโดนไอ้พวกสวะทำร้ายแน่ ก่อนจะหันไปสั่งให้คนใช้มาจัดการกับเลือดให้เรียบร้อย

“โทรแจ้งตำรวจนะครับอา”

“แต่อาไม่อยากให้มีเรื่องนะปูน”

“อารู้เหรอครับว่าพวกมันเป็นใคร”

“คนของเสี่ยคเชนท์”

“ยิ่งเป็นพวกมัน อายิ่งต้องแจ้งตำรวจนะครับ ไม่งั้นพวกมันก็จะบุกเข้ามาทำร้ายอาอีกนะครับ” พงศกรเตือนด้วยความเป็นห่วง

“แล้วปูนคิดว่าตำรวจจะช่วยเหลืออะไรพวกเราได้มากกว่าการรับเรื่องไว้ล่ะ” เพราะเธอคิดว่ามีตำรวจบางนายรับสินบนจากเสี่ยคเชนท์เรื่องค้าไม้ ทำให้ตำรวจไม่อยากทำคดีที่เกี่ยวข้องกับเสี่ยคเชนท์ แจ้งไปก็เรื่องเงียบเหมือนคนอื่นๆ ที่เคยมีเรื่องกับเสี่ยคเชนท์ แล้วนี่เธอจะทำอย่างไรต่อไปดี

'พ่อเลี้ยง' คิดถึงแล้วเธอก็อยากจะแต่งงานกับพ่อเลี้ยงเมธาซะเร็วๆ พวกเสี่ยคเชนท์จะได้ไม่มายุ่งวุ่นวาย แต่ปัญหาคือพ่อเลี้ยงไม่ได้รักชอบเธอ

“แล้วเราจะปล่อยให้พวกมันมาคุกคามเราแบบนี้เหรอครับอากรอง” พงศกรโกรธแค้นจนอยากจะบุกไปฆ่าพวกมันซะตอนนี้ แต่เขาก็ต้องหยุดยั้งความคิดเอาไว้ เพราะถ้าไปแล้วเขาตายขึ้นมา ใครจะอยู่ปกป้องอากรอง

“ปูนวางใจเถอะ อาคิดว่าพวกมันคงไม่กลับมาเร็วๆ นี้หรอก แล้วอาจะให้แม่สองคนนี้มานอนกับอาทุกคืน”

“เอางั้นก็ได้ครับอา” สิ้นคำของหลานชาย กรองทองก็บอกให้หลานชายไปนอนต่อ ส่วนเธอก็แยกไปนอนที่ห้องรับรองแขกแทน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha