บ่วงรักสีน้ำผึ้ง [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 14 : ตอนที่ 7


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 7

 

 

 

“วันนี้มีอะไรกินบ้างครับ ป้าริน” เสียงเจ้าของบ้านดังแว่วเข้ามาก่อนเจ้าตัวจะเดินมาถึงโต๊ะอาหาร ทำเอาสองแม่ครัวและแหววพากันหันไปยิ้ม

“ป้าทำลาบหมูกับต้มจืดไว้ให้ค่ะ”

“ของโปรดผมเลย ป้ารินครับ วันนี้ช่วยโทรถามเรื่องรถที่อู่ให้ผมทีนะครับ” หลังตักข้าวเข้าปากไปได้ไม่กี่คำก็เงยหน้าบอกทันทีที่นึกขึ้นได้ เพราะเอารถไปส่งหลายวันแล้ว

“เดี๋ยวป้าจัดการให้ค่ะพ่อเลี้ยง” พูดจบป้ารินก็เดินออกไปโทรถามอู่ทันที กระทั่งได้ความว่าวันนี้บ่ายๆ เด็กที่อู่จะเอารถมาส่งให้ จึงจะเดินกลับเข้าไปรายงานพ่อเลี้ยง แต่ก้าวไปได้แค่ไม่กี่ก้าวก็ได้ยินเสียงรถขับเข้ามาจอดเทียบอยู่หน้าบ้าน อึดใจต่อมาก็ได้เห็นโฉมหน้าเจ้าของรถ

“สวัสดีค่ะป้าริน” กรองทองทักทายผู้อาวุโสกว่าเสียงหวาน หากแต่สีหน้าดูไม่ดีนัก

“สวัสดีค่ะคุณกรอง พ่อเลี้ยงทานอาหารเช้าอยู่ค่ะ คุณกรองจะรอหรือว่าจะเข้าไปพบพ่อเลี้ยงเลยล่ะ ป้าจะได้บอกพ่อเลี้ยงให้”

“กรองไปรอที่ห้องรับแขกดีกว่า แต่ป้าอย่าลืมบอกพ่อเลี้ยงนะคะว่ากรองมา” กรองทองยิ้มให้กับผู้อาวุโส เพราะเธอคิดว่าการสร้างมิตรดีกว่าสร้างศัตรูเหมือนเช่นที่พรรณนสาทำ และไม่เคยคิดจะเกรงใจใครในบ้านนี้นอกจากพ่อเลี้ยงเมธา

“เดี๋ยวป้าบอกให้ค่ะ” ป้ารินยิ้มให้กับแขกของพ่อเลี้ยง

“ขอบคุณค่ะป้า” กรองทองเดินแยกตัวออกไปนั่งรอที่ห้องรับแขกโดยไม่ต้องมีใครพาไป เพราะเธอมาที่นี่บ่อย ส่วนป้ารินก็เดินเข้าไปบอกพ่อเลี้ยงหนุ่มว่ามีแขกมาพบ

“กรองทอง” คิ้วเข้มขมวดยุ่งเมื่อทราบว่าม่ายสาวมา ทั้งที่เขาคิดว่าวันนี้คงจะไม่มีใครมา

“ค่ะพ่อเลี้ยง” ป้ารินขานรับคำแล้วหันไปสั่งแหววให้ไปจัดกาแฟและขนมไปให้คุณกรองทอง ทางด้านกรองทองก็นั่งรอพ่อเลี้ยงหนุ่มอยู่ ไม่ถึงสิบนาทีเธอก็ได้พบพ่อเลี้ยง

“พ่อเลี้ยง” กรองทองโผเข้าไปกอดร่างกำยำแน่น น้ำตาเอ่อคลอสองเบ้าตา

“คุณกรองปล่อยก่อนครับ” เมธาพยายามดันร่างบางออก

“อย่าเพิ่งเลยนะคะ ขอกรองได้พิงพักอีกสักครู่นะคะ กรองกลัว” ม่ายสาวบอกเสียงสั่นเครือ เพราะไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครจริงๆ เรื่องที่คนของเสี่ยคเชนท์บุกเข้าไปหวังจะทำร้าย

“ปล่อยผมเถอะครับ มันไม่เหมาะนะครับ”

“กรองขอโทษนะคะที่ทำให้พ่อเลี้ยงไม่พอใจ” ม่ายสาวยอมถอยห่างออกมาแต่โดยดี ด้วยรู้นิสัยพ่อเลี้ยงหนุ่มว่าไม่ชอบให้ใครมาเซ้าซี้

“ไม่เป็นไรครับ แต่คุณอย่าทำแบบนี้อีกก็แล้วกันครับ”

“ค่ะ กรองจะจำไว้”

“ว่าแต่เมื่อครู่ผมได้ยินว่าคุณกลัว กลัวอะไรเหรอครับ” ถามจบก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หวายอย่างดีฝั่งตรงข้ามกับแม่สาวที่นั่งลงไปก่อนหน้าไม่กี่วินาที

“เสี่ยคเชนท์” กรองทองบอกไปแค่นั้นก็หยุดไปอึดใจ ก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้พ่อเลี้ยงหนุ่มฟังด้วยเสียงสั่นเครือ แม้ตอนนี้หลานชายจะหาคนมาคอยช่วยคุ้มกันเพิ่มแล้ว แต่เธอก็ยังไม่วางใจ

“ผมคิดว่าพวกนั่นคงต้องการอะไรจากคุณ” บอกกล่าวไปแล้วก็หวนคิดไปถึงเรื่องที่เสี่ยมาพบเรื่องเงิน หรือว่าเสี่ยคเชนท์จะส่งลูกน้องไปปล้นบ้านกรองทอง

“พ่อเลี้ยงหมายถึงตัวกรองเหรอคะ” แม้เธอจะรู้ว่าเสี่ยคเชนท์พึงพอใจในตัวเธอ แต่ก็ทำอะไรนอกหน้าไม่ได้เพราะยังมีภรรยา แต่นั่นก็ถือเป็นโชคดีของเธอที่ภรรยาของเสี่ยคเชนท์ยังอยู่ เพราะหากไม่อยู่เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้เสี่ยมันจะทำอะไรกับเธอบ้าง

“ผมคิดว่าไม่ใช่แค่นั้น”

“หมายถึงเงินทองของกรองเหรอคะ”

“ครับ” มุมปากหยักกดยิ้มเล็กน้อย เพราะเขามั่นใจว่าเดาไม่ผิดนักหรอก

“ถ้าอย่างนั้นข่าวที่คนลือกันว่าเสี่ยคเชนท์มากู้เงินกับพ่อเลี้ยงแล้วไม่มีเงินมาใช้หนี้ก็เป็นจริง” กรองทองคาดเดาไปตามที่เธอเข้าใจ เพราะการที่เสี่ยคเชนท์ส่งคนมาในบ้านเธอ คงไม่ได้มีจุดประสงค์ทำร้ายอย่างเดียวแต่จะเอาเงินทองของเธอด้วย และก็คงจะเอามาใช้หนี้พ่อเลี้ยง

“มีข่าวแบบนี้ด้วยเหรอครับ” เขาทำหน้าประหลาดใจไม่น้อย

“แทบจะลือกันข้ามอำเภอแล้วล่ะค่ะพ่อเลี้ยง ว่าแต่เรื่องมันเป็นจริงอย่างที่กรองเข้าใจใช่ไหมคะพ่อเลี้ยง” ม่ายสาวถามอย่างใคร่รู้ แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี

“ก็ใช่ครับ”

“แล้วแบบนี้กรองจะไม่แย่เหรอคะพ่อเลี้ยง กรองกลัว พ่อเลี้ยงต้องช่วยกรองนะคะ” ม่ายสาวแสดงท่าทีหวาดกลัวออกมาจนคนมองคิดว่าเธอแสร้งทำ

“ทำไมคุณไม่แจ้งตำรวจล่ะครับ อีกอย่างผมก็ได้ข่าวว่าคุณสนิทสนมกับลูกชายท่านผู้ว่าฯ บางทีเขาอาจจะช่วยคุณได้มากกว่าผม” เพราะเขาก็ไม่รู้จะไปช่วยอะไรเธอได้มากไปกว่าให้ระมัดระวังตัวเอง

“กรองกับคุณชัยรู้จักกันจริงค่ะ แต่คุณชัยคงช่วยอะไรกรองมากไม่ได้หรอกค่ะ กรองเลยต้องมาขอความช่วยเหลือจากพ่อเลี้ยง” เพราะเธอเดาว่าคุณธัญญามาศไม่อยากให้ลูกชายคนเดียวมายุ่งกับเรื่องพวกนี้แน่ๆ หากรู้ว่าเธอมีปัญหากับเสี่ยคเชนท์ ที่ตอนนี้ทางการกำลังจับจ้องเรื่องทำผิดกฎหมายอยู่

“แล้วคุณจะให้ผมช่วยอะไรล่ะครับ”

“กรอง...กรองอยากขอมาพักอยู่ที่บ้านของพ่อเลี้ยงสักระยะได้หรือเปล่าคะ กรองกลัวจริงๆ นะคะที่จะต้องอยู่ที่บ้าน” กรองทองตีหน้าเศร้า และหากพ่อเลี้ยงอนุญาตเธอก็จะใช้โอกาสนี้ทำให้พ่อเลี้ยงรักเธอให้ได้

“ก็ได้ครับถ้าคุณต้องการ แล้วคุณจะมาอยู่เมื่อไหร่ครับ ผมจะได้ให้ป้ารินเปิดบ้านไว้ให้” พ่อเลี้ยงหนุ่มหมายถึงบ้านพักที่เขามีไว้รับรองเพื่อน

“เปิดบ้านทำไมคะพ่อเลี้ยง” สีหน้ามีแววผิดหวัง เพราะสิ่งที่พ่อเลี้ยงพูดมานั่นหมายความว่าเธอจะไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้กับพ่อเลี้ยง

“ก็ถ้าคุณจะพัก ผมก็จะให้คุณไปพักที่บ้านรับรองครับ”

“ไม่เห็นต้องลำบากป้าริน พ่อเลี้ยงให้กรองพักที่บ้านนี้ก็ได้นะคะ กรองคิดว่าบ้านนี้น่าจะมีอยู่หลายห้อง แล้วคงไม่มีใครมาพักอยู่”

“ผมไม่สะดวกครับ”

“ถ้างั้นก็แล้วแต่ความสะดวกของพ่อเลี้ยงค่ะ กรองขอตัวกลับก่อนนะคะ พรุ่งนี้บ่ายๆ กรองจะเข้ามาพักค่ะ” ม่ายสาวเอ่ยบอกเสียงหวานผิดกับน้ำเสียงตอนมาลิบลับ ด้านพ่อเลี้ยงหนุ่มก็ทำเพียงแค่ยิ้มมุมปากเล็กน้อยเท่านั้นก็เดินออกไปส่งหญิงสาว พอรถของม่ายสาวขับออกไป รถของศรก็มาถึงพอดี

“แหวว ไปหยิบหมวกมาให้ที” สั่งจบไม่กี่วินาทีก็ได้หมวกมา ก่อนที่เขาจะเดินกลับเข้าไปในห้องทำงาน แล้วจัดการเอกสารให้เรียบร้อยเพื่อให้ศรนำไปทำธุรกรรมที่ธนาคารแทน

“พร้อมแล้วก็ไปกันเลยครับพ่อเลี้ยง” ศรพูดขึ้นเมื่อพ่อเลี้ยงเดินออกมาจากห้องทำงานพร้อมกับในมือมีซองสีน้ำตาลมาด้วย

“เดี๋ยวฉันไปเอง ส่วนแกไปธนาคารแทนฉันหน่อย เอานี่เอกสาร” พูดจบก็ยื่นซองให้ศรแล้วบอกว่าไปโอนเงิน และศรก็เป็นอันรู้กันดีว่าต้องไปทำอะไรอย่างไรบ้าง เจ้าตัวจัดการเก็บซองสีน้ำตาลใส่กระเป๋าสะพายของตัวเอง ก่อนจะรอคำสั่งต่อไปของพ่อเลี้ยงหนุ่ม เผื่อว่าพ่อเลี้ยงจะให้ใครไปกับเขาด้วย และเขาก็ได้อ้อยไปเป็นเพื่อน

“พ่อเลี้ยง เรื่องรถทางอู่แจ้งว่าจะเอามาส่งบ่ายนี้ค่ะ” รถของศรขับออกไปไม่นานป้ารินก็พูดขึ้น เพราะตนก็เกือบจะลืมบอกเรื่องนี้กับพ่อเลี้ยงไปเสียสนิท

“ครับ ผมเตรียมเงินค่าซ่อมรถไว้ในห้องทำงานแล้วครับ ถ้ารถมา ป้าก็จัดการได้เลยครับ แล้วผมก็ฝากไปดูบ้านรับรองด้วยนะครับ พอดีว่ากรองทองจะขอมาอาศัยสักระยะ” พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็ใจไม่ค่อยดีเหมือนกัน เพราะกลัวว่าหากชัญญ่าตกลงยอมมาทำงานกับเขา แล้วมาเจอกรองทองอยู่ที่นี่ ชัญญ่าจะโกรธเคืองเขาหรือเปล่า แต่คงไม่...เพราะเขาบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยคิดเกินเลยกับกรองทองไปมากกว่าคนรู้จัก

 

ในช่วงบ่ายของวัน รุ่งโรจน์และคู่ชีวิตรวมไปถึงหลานสาวและชายหนุ่ม ผู้จัดการคนใหม่ของดารินดารีสอร์ต ก็เดินมาถึงล้านกว้างที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้ที่ให้ร่มเงา หลังจากได้สั่งให้คนงานในรีสอร์ตมาประชุมร่วมกัน

“ที่ลุงกับป้านัดพวกเรามาประชุมวันนี้ อย่าบอกนะว่าจะปิดรีสอร์ต” สมร แม่ครัวประจำรีสอร์ตที่ยังปักหลักสู้ไม่ถอยไปกับเจ้าของรีสอร์ต ที่แม้จะย่ำแย่จนถึงขีดสุดแต่ตนก็ไม่คิดจะลาออก เพราะคิดว่าสักวันทุกอย่างจะดีขึ้น แต่พอมาวันนี้รู้สึกใจหายพิกล ก่อนตามมาด้วยเสียงคนงานอื่นๆ ที่ก็ไม่อยากให้ปิดรีสอร์ตเช่นกัน

“เงียบกันก่อนครับ” เอโด้ขอร้องให้ทุกคนเงียบ และก็ทำเอาทุกคนแปลกใจอยู่เหมือนกัน ว่าทำไมแขกหนุ่มต้องมาประชุมร่วมกับพวกตนด้วย

“ลุงกับป้าไม่ได้คิดจะปิดรีสอร์ต แต่ที่เรียกให้ทุกคนมาในวันนี้ก็เพราะว่า ทางเราจะแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับผู้จัดการคนใหม่ของรีสอร์ต และคนที่จะมาเป็นผู้จัดการคนใหม่ก็คือ คุณเอโด้” สิ้นคำของหลานสาวเจ้าของรีสอร์ต เหล่าคนงานก็พากันฮือฮา แปลกใจระคนดีใจ ที่จะมีผู้จัดการหล่อเหลามาทำงาน ดีกว่าคนเก่าที่พอรู้ว่ารีสอร์ตจะไปไม่รอดก็หนีหายไปเลย

“ผมเอโด้ ยินดีที่ได้รู้จักและยินดีที่จะได้ร่วมงานกับทุกคนครับ” เอโด้กล่าวแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมกับภาพยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ของเหล่าคนงานสาวๆ ที่บางคนก็โสด บางคนก็ไม่โสด แต่ก็อดจะยิ้มไม่ได้เพราะผู้จัดการคนใหม่หล่อราวกับหลุดมาจากนิตยสาร

“พวกเราก็ยินดีที่จะได้ทำงานกับผู้จัดการ” ทุกคนต่างพูดพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย

“เป็นอันว่าเข้าใจกันหมดแล้วนะ” รุ่งโรจน์พูดขึ้น ทุกคนต่างพากันพยักหน้ารับ แล้วก็แยกย้ายกันไปจัดการงานตามหน้าที่ หลังจากเมื่อวันก่อนชัญญ่าได้มาบอกให้ช่วยกันจัดการร่องรอยไฟไหม้ให้เรียบร้อย เพราะมีแขกจะมาพักสองคน เธอจึงไม่อยากให้แขกเห็นร่องรอย เดี๋ยวจะพานคิดไปว่ารีสอร์ตของเธอไม่ปลอดภัย

“จะจัดการยังไงก็ตามสบายเลย อำนาจทั้งหมดลุงยกให้เราแล้ว” เมื่อทุกคนแยกย้ายไปกันหมดแล้ว รุ่งโรจน์ก็หันมาพูดกับผู้จัดการคนใหม่ เพราะตอนนี้ตนได้เงินจากหลานชายเพื่อนมาแล้ว

“ผมอยากได้ดอกไม้มาลงตรงที่บ้านไฟไหม้ไปสองหลังครับ จะได้ให้แขกที่มาพักมีมุมถ่ายรูปบ้าง แล้วผมก็จะกั้นที่ตรงบ้านพักหลังสุดท้าย แล้วก็สร้างบ้านพักขึ้นมาอีกสามหลังครับ คุณลุงเห็นด้วยไหมครับ” คนไฟแรงเสนอแนะไปทันที เพราะเขาคิดมาดีแล้วตั้งแต่ได้ไปเที่ยวดูรอบๆ รีสอร์ต โดยมีชัญญ่ายิ้มให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง

“จัดการเลย ถ้าคิดว่าสิ่งไหนดี แล้วก็ไม่ต้องรอปรึกษาลุงหรอก เพราะลุงจะยกทุกอย่างให้หลานสาว เราสองคนก็ปรึกษาหารือกันเองเลย ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายเดี๋ยวลุงจัดการให้” ประโยคท้ายๆ ทำเอาหลานสาวฟังแล้วก็งงมากทีเดียวว่าลุงไปเอาเงินมาจากไหนกัน แต่เธอจะไม่ถามตอนนี้หรอกรอให้อยู่กันสามคนดีกว่า

“ครับ” ตอบรับอย่างผิดหวังเล็กน้อย เพราะเขาตั้งใจว่าจะเอาเงินส่วนตัวมาช่วยที่นี่ แต่ในเมื่อคุณลุงมีเงินแล้ว เขาก็จะลงมือทำงานให้เต็มที่เพื่อให้ดารินดารีสอร์ตกลับมารุ่งเรืองให้ได้อีกครั้ง

หลังจากยืนคุยกันต่อสักพัก ลุงโรจน์และภรรยาก็ขอตัวกลับบ้านพัก โดยมีชัญญ่าตามไปด้วยเพื่อถามเรื่องเงิน แล้วปล่อยให้ผู้จัดการคนใหม่ทำงาน

“ลุง หมวยมีเรื่องจะถามจ้ะ” เอ่ยขึ้นเมื่อเข้ามาในบ้าน และตอนนี้ลุงกำลังจะจัดการเรื่องต่างๆ ให้

“ถามมาสิ ลุงตอบได้หมดแหละ” ท่านเปิดทางให้ถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“คือ...ลุงจะเอาเงินที่ไหนไปให้ผู้จัดการปรับปรุงรีสอร์ตจ๊ะ” ถามไปแล้วเธอก็รอฟังอย่างใจจดจ่อ กระทั่งได้รู้ว่าลุงไปกู้เงินมาจากพี่เมธา

“แต่ทางพ่อเลี้ยงไม่ได้เร่งรัดให้เราเอาไปคืนหรอก เราอย่าทำเครียดไปเลยหมวย” คนเป็นลุงปลอบหลานสาวที่กำลังทำหน้านิ่วคิ้วย่นเข้าหากัน

“เพราะแบบนี้ใช่ไหมจ๊ะ ลุงถึงอยากให้หมวยไปทำงานกับพี่เมธา” จากน้ำเสียงใสๆ กลายเป็นเหงาหงอยลงอย่างเห็นได้ชัด เธอชักจะลำบากใจแล้วล่ะสิที่ไม่ไปทำงานกับพี่เมธา ทั้งที่พี่เมธาช่วยเหลือลุง

“ลุงไม่ได้บังคับ แต่ลุงก็คิดว่าดีเหมือนกันถ้าเราจะไปช่วยงานพ่อเลี้ยง สนิทสนมกันมาก่อนด้วยนี่ ทำงานร่วมกันได้สบายอยู่แล้ว” เพราะเห็นดีเห็นชอบด้วย แล้วถ้าทางรีสอร์ตไปได้ดีเมื่อไรก็จะให้หลานสาวกลับมาช่วยงาน แต่ตอนนี้ตนคิดว่าหลานสาวน่าจะไปทำงานกับพ่อเลี้ยงสักระยะ เพื่อรักษาน้ำใจที่พ่อเลี้ยงให้เงินมาอย่างง่ายดาย

“แล้วลุงรู้หรือเปล่าล่ะจ๊ะว่าเขาจะให้เงินเดือนหมวยเท่าไร ถ้าเงินเดือนไม่เยอะ หมวยไม่ไปนะ” เพราะเธอคิดว่าหากไปก็จะได้มีเงินไม่น้อยก็มากล่ะ เพื่อเอาไว้ใช้คืนพี่เมธา

“พูดแบบนี้แสดงว่าจะไปทำงานกับทางนั้นแล้วล่ะสิ” ดารินเย้าผู้เป็นหลานสาว ก่อนจะหันมายิ้มกับสามี ซึ่งดีใจไม่น้อยที่หลานสาวยอมจะไปทำงานกับพ่อเลี้ยง

“ที่หมวยจะไปนี่ไม่ได้อยากไปนักหรอก แต่ที่หมวยยอมไปเพราะอยากได้เงินต่างหาก” พูดจบก็ยิ้มหน้าเจื่อนๆ

“เรื่องเงินเดือนต้องไปถามทางพ่อเลี้ยงเอาว่าจะให้เท่าไหร่ แต่ลุงว่าไปทำฟรีเลยก็ได้ ไหนๆ พ่อเลี้ยงก็ให้เงินลุงมาเยอะแยะ”

“เรื่องอะไรหมวยจะทำงานให้ฟรีๆ ล่ะลุง เงินยืมก็ส่วนเงินยืม เงินเดือนหมวยก็ส่วนของเงินเดือนหมวยนะ ถ้าไม่ให้เงินเดือน หมวยก็ไม่ไป” คนเป็นหลานแก้ต่างด้วยใบหน้างอง้ำ

“ลุงว่าพ่อเลี้ยงคงไม่ให้เราทำงานฟรีหรอกน่า อย่าไปคิดมาก แล้วนี่ตกลงจะไปทำงานจริงหรือเปล่า ลุงจะได้โทรไปบอกทางพ่อเลี้ยง” สีหน้าท่านดูดีใจจนปิดไม่มิด ทำเอาคนเป็นหลานเงยหน้าขึ้นมาแล้วก็อดจะค่อนขอดไม่ได้

“อย่าเพิ่งบอกดีกว่าจ้ะ หมวยอยากอยู่ช่วยคุณเอโด้ทำแปลงดอกไม้ให้เสร็จก่อน แล้วก็รอรับแขกที่จะมาอาทิตย์หน้าด้วยจ้ะ”

“ลุงตามใจเรา”

“ขอบคุณค่ะลุง งั้นหมวยไปทำงานก่อนนะจ๊ะ คิดว่าวันนี้จะออกไปหาซื้อดอกไม้เลย ทำเร็วๆ จะได้เสร็จด้วย” แต่ที่เธออยากให้เสร็จเร็วไม่ใช่อยากรีบไปหาใครบางคนหรอกนะ แต่เธออยากให้แขกที่จะมานั่นได้เห็นแปลงดอกไม้เลย ดีกว่าปล่อยให้โล่งๆ 

รุ่งโรจน์และดารินมองตามหลังหลานสาวไปแล้วก็ใจหายเมื่อหลานสาวจะไปอยู่ที่อื่น สองสามีภรรยาหันมองหน้ากันด้วยแววตาเศร้าอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็เจือความสบายใจบ้าง เพราะหลานสาวไปทำงานกับคนรู้จัก

“พี่จะโทรบอกทางพ่อเลี้ยงเลยหรือเปล่าล่ะ หรือว่าจะรอให้ใกล้ๆ วันที่หลานเราจะไป แล้วค่อยโทรบอกพ่อเลี้ยง”

“โทรบอกวันนี้ ทางพ่อเลี้ยงจะได้สบายใจขึ้นมาบ้าง” เพราะตนคิดว่าหากคนทางนั้นรู้ว่าหลานสาวตนจะไปทำงานด้วย คงจะยิ้มดีใจไม่น้อย

ติ๊ด...ติ๊ด...

เสียงโทรศัพท์ดังเตือนก่อนที่เจ้าของจะกดโทรออกซะด้วยซ้ำไป แต่พอเพ่งมองชื่อคนโทรเข้ามาเท่านั้น ก็หันไปยิ้มกับภรรยา แล้วเอียงโทรศัพท์ให้ดู

“ว่าไงหลานชาย อากำลังจะโทรหาเราอยู่เลย”

“อ้าวเหรอ พอดีผมก็จะโทรบอกลุงเรื่องเงินว่าผมจัดการให้เรียบร้อยแล้วครับ”

“อาได้รับแล้ว ขอบใจมากหลานชาย เราบอกอาแล้ว อาก็มีข่าวดีจะบอกเราเหมือนกัน” พูดแล้วก็หันไปยิ้มกับภรรยาที่เข้าใจเรื่องราวทุกอย่างดี เพราะหลังกลับมาจากบ้านเพื่อนเก่า รุ่งโรจน์ก็เล่าเรื่องของหลานสาวที่รู้จักสนิทสนมกันดีกับพ่อเลี้ยงหนุ่มแห่งไร่กาแฟศศิรัตน์และฝ่ายนั้นขอร้องให้กันไม่ให้ผู้ชายคนไหนมาจีบหลานสาวให้ผู้เป็นภรรยาฟัง

“ข่าวดีอะไรครับอา” ถามไปแล้วก็ลุ้นรอฟังด้วยใจจดจ่อ

“หลานสาวของอายอมไปทำงานกับเราแล้วนะหลานชาย แต่เขาบอกขอเวลาทำงานที่รีสอร์ตก่อนสักอาทิตย์สองอาทิตย์ แล้วจะไปทำงานกับเรา ยังไงอาก็ฝากดูแลหลานสาวของอาด้วยนะ” บอกไปแล้วก็ใจหายเมื่อหลานสาวที่อยู่ด้วยกันมาหลายปีจะไม่อยู่ใกล้ๆ

“ผมสัญญาว่าจะดูแลหมวยอย่างดีที่สุดครับ อาโรจน์ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ” ปากหยักคลี่ยิ้มไม่หุบ ทำเอาเหล่าคนงานมองแล้วก็พากันยิ้ม เพราะไม่เคยเห็นพ่อเลี้ยงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แบบนี้

“ขอบใจมากหลานชาย แล้วอาก็วางใจให้เราดูแลหลานสาวของอา” พูดจบก็กดวางสาย เพราะคิดว่าตอนนี้ทางหลานชายของเพื่อนคงจะทำงานอยู่จึงไม่อยากรบกวนเวลางาน ขณะที่ก่อนวางสาย พ่อเลี้ยงหนุ่มก็บอกว่าจะไปรับชัญญ่าด้วยตัวเอง

 

ชัญญ่าขับรถกระบะมาที่หน้ารีสอร์ตแล้วเดินลงไปมองหาผู้จัดการคนใหม่ ที่พอรับตำแหน่งปุ๊บก็แจกแจงงานรัวๆ เลย ทำให้เธอดีใจไม่น้อยเลยที่ได้ทำงานกับคนเก่งๆ แต่ก็น่าเสียดายที่เธอต้องจากไปทำงานที่อื่น

“ผู้จัดการ คุณหมวยมาโน่นค่ะ” ขวัญกับเปรี้ยว สองคนงานสาวรีบบอกอย่างพร้อมเพรียง เมื่อทั้งสองหันไปเห็นหลานสาวเจ้าของรีสอร์ตก่อนผู้จัดการหนุ่ม

“ครับ” ขานรับด้วยรอยยิ้มเลยเป็นเหตุให้สองสาวมีแรงทำงานขึ้นอีกเป็นกอง ก่อนจะพากันเหลียวไปมองผู้จัดการกับหลานสาวเจ้าของรีสอร์ตแล้วก็พากันยิ้ม แล้วจึงละสายตามาจดจ้องกับงานตรงหน้าต่อ

“วันนี้ทำงานไม่เหนื่อยเลย แกว่าป่ะยายขวัญ” เปรี้ยวพูดขึ้นก่อนจะหัวเราะคิกคัก เพราะรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ตั้งแต่รู้ว่าที่รีสอร์ตมีผู้จัดการคนใหม่

“เหมือนกันเลยแก” ขาดคำของขวัญ สองสาวก็เหลียวไปมองคนทั้งสองที่ตอนนี้กำลังพากันขึ้นรถที่คงจะเข้าเมืองไปหาซื้อดอกไม้มาลงแน่ๆ เพราะผู้จัดการบอกให้เตรียมพื้นที่ให้เรียบร้อย ขณะที่สองหนุ่มสาวที่สองสาวกำลังพูดถึง ก็พากันขับรถตระเวนไปรอบเมืองเพื่อหาซื้อต้นกุหลาบ

ทั้งสองจอดรถที่ร้านขายต้นไม้ดอกและไม้ประดับที่นอกตัวเมืองมาไกลพอสมควร และพากันเข้าไปเลือกซื้อจนได้มาเกือบเต็มหลังรถกระบะ

“เอโด้...เฮ้อ เรียกชื่อคุณเฉยๆ แล้วหมวยกระดากปากชอบกล เอาเป็นว่าหมวยขอเรียกว่าคุณเอโด้เหมือนเดิมนะคะ ส่วนคุณก็เรียกหมวย แค่นี้พอนะคะ” หลังจากพากันกลับเข้ามาในรถแล้ว เธอก็พูดขึ้นเบาๆ พร้อมกับล้วงเอาผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อบนหน้า ก่อนจะหันไปยิ้มแล้วหยิบกระดาษทิชชูยื่นให้ผู้จัดการหนุ่ม เพราะตอนใกล้เที่ยงอากาศร้อนอย่างกับเตาอบ

“ตามสบายเลยครับ” พูดแล้วก็ยิ้มให้กันและกัน ก่อนจะขับรถออกไปตระเวนหาต้นไม้อีกสักอย่าง เพราะที่ร้านนี้มีแต่ต้นกุหลาบ แต่ก่อนจะไปทั้งสองก็แวะทานมื้อกลางวันด้วยกันก่อน จึงไปตระเวนหาต่อที่กว่าจะกลับถึงรีสอร์ตก็ปาเข้าไปหกโมงเย็น ก่อนจะมีคนงานช่วยกันขนบรรดาต้นดอกไม้ลงจากรถ

“เฮ้อ เสร็จซะที” ทุกคนพากันร้องออกมาเป็นเสียงดังกัน ก่อนจะพากันแยกย้ายกลับบ้านพัก

“หมวยครับ เดี๋ยวผมเดินไปส่งนะ” เอโด้อาสาเมื่อคนงานกลับกันไปหมด จึงเหลือเพียงแค่เขาและชัญญ่า

“หมวยกลับเองได้ค่ะ คุณเอโด้กลับบ้านพักเถอะค่ะ จะได้พักผ่อนเร็วๆ” ก่อนที่สองหนุ่มสาวจะโบกมือลาให้กันและแยกกันกลับ

'ผมจะทำให้คุณรักผมให้ได้ คุณหมวย' เขาพึมพำก่อนจะละสายตาจากร่างเล็กที่ไม่รู้เลยว่ามีใครมองตามอยู่ แม้จะรู้ว่ามีสิทธิ์เป็นได้แค่เพื่อน แต่เขาก็ไม่อาจห้ามหัวใจไม่ให้รักเธอได้...ฉะนั้นเขาจึงต้องทำให้เธอรักเขาอย่างคนรัก

 

“กรองทอง! คุณหายไปไหนมา” เสียงทักห้วนจัดบ่งบอกอารมณ์เจ้าของเสียง นั่นทำให้คนที่เพิ่งจะเดินเข้ามายังห้องนั่งเล่นชะงักปลายเท้าไปเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย แล้วที่เธอกลับเข้าบ้านช้าก็เพราะหลังจากไปหาพ่อเลี้ยงเมธามา เธอก็ไปทานอาหารกับนายแบบหนุ่มว่าที่คู่หมั้นของพรรณนสา ก่อนจะไปจบกันบนเตียงเมื่อต่างก็เหงาไม่แพ้กัน

“กรองทอง ผมถามคุณอยู่ ไม่ได้ยินหรือไง!” ชัยดิศรตวาดเรียกด้วยความโมโห เพราะเขามารอนานแล้วแต่เธอไม่กลับบ้านสักที

“ฉันไปหาพ่อเลี้ยงมา แล้วก็เลยไปหาอะไรทาน แล้วก็อยู่กับเพื่อน พอใจหรือยัง” กรองทองบอกเสียงสะบัด ไม่พอใจที่อีกฝ่ายตะคอกใส่

“คุณจะไปหามันทำไม หรือว่าคุณมีผมคนเดียวมันไม่พอสนองอารมณ์ของคุณ” ชัยดิศรบอกเสียงกร้าว ใบหน้าเครียดขรึมมากขึ้นอีก เมื่อรู้ว่าคู่ขาไปหาไอ้พ่อเลี้ยงมา

“ฉันจะไปหาใครหรือนอนกับใครมันก็ไม่เกี่ยวกับคุณ เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกัน คุณอย่าลืมว่าเราตกลงกันว่าจะไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวกัน แล้วฉันก็ไม่เคยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคุณ เพราะฉะนั้นคุณห้ามมายุ่งเรื่องส่วนตัวของฉัน” พูดจบก็ลุกขึ้นเพื่อขึ้นห้องไปอาบน้ำ เพราะตอนนี้เธอร้อนจะแย่แล้ว

“อยากผู้ชายทีเดียวหลายๆ คนทำไมไม่บอกผมล่ะ ผมจัดหาให้คุณได้นะกรองทอง”

“ขอบคุณนะคะที่คิดอยากจะช่วยเหลือฉัน แต่คุณไม่ต้องมาลำบากหาให้ฉันหรอก เพราะฉันมีปัญญาหาผู้ชายมานอนด้วยได้สบายมาก” ม่ายสาวกดยิ้มสะใจมุมปาก เพราะผู้ชายที่ว่าเป็นว่าที่คู่หมั้นน้องสาวของเขานั่นเอง                   

“ไอ้พ่อเลี้ยงนั่นนะเหรอ” เขาบอกด้วยอารมณ์หวงของ และไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องของโดยที่เขาไม่อนุญาต

“คุณเข้าใจถูกแล้วล่ะคุณชัย เพราะพ่อเลี้ยงก็เป็นหนึ่งในผู้ชายที่ฉันนอนด้วย” ม่ายสาวกดยิ้มสะใจที่ได้เห็นสีหน้าประหนึ่งว่าหึงหวงเธอจากอีกฝ่าย

“แต่คุณก็รู้ว่าไอ้พ่อเลี้ยงคนนี้น้องสาวผมชอบอยู่” แต่เขาไม่ได้คิดจะขัดขวางเพื่อเปิดทางให้น้องสาวแต่เป็นเพราะเขาหวงม่ายสาวคนนี้

“แล้วคุณได้ถามน้องสาวของคุณหรือเปล่าล่ะ ว่าพ่อเลี้ยงเมธาชอบน้องสาวของคุณหรือเปล่า หรือคิดจะมาสั่งห้ามฉัน เพื่อให้น้องสาวของคุณจับพ่อเลี้ยงได้ง่ายๆ เหรอคะ”

“กรองทอง!!

“อย่ามาตวาดฉันอีก ฉันไม่ชอบ แล้วก็กลับไปก่อน วันนี้ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ” กรองทองเอ่ยปากไล่ เพราะเธอเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไม่อยากจะมาโต้เถียงกับเขาในตอนนี้ แต่มีหรือที่ชัยดิศรจะยอมกลับไปโดยไม่ได้หาความสุขกับม่ายสาวซะก่อน ตลอดทั้งคืนม่ายสาวจึงต้องรองรับอารมณ์เขาไปค่อนคืน ก่อนที่ชัยดิศรจะลุกขึ้นแต่งตัว เดินทางกลับบ้านพัก เพราะไม่อยากให้มารดามาไม่สบายใจว่าเขาไปค้างกับกรองทอง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha