บ่วงรักสีน้ำผึ้ง [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 15 : ตอนที่ 8


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 8

 

 

 

“อากรอง จะไปไหนครับ” พงศกรที่เดินลงมาจากห้องพักและเห็นอาสาวกำลังลากกระเป๋าเดินทางออกจากบ้านเลยถามไปด้วยความสงสัย เพราะเมื่อคืนเขาเลิกงานดึก กลับมาอากรองก็เข้านอนไปแล้วเลยไม่ได้ถามไถ่กัน

“อานึกว่าเราออกไปทำงานแล้วซะอีก” กรองทองหันมาหลานชายแล้วถามด้วยความประหลาดใจ เพราะปกติพงศกรจะออกจากบ้านตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าเป็นประจำ ทำให้เธอไม่ค่อยได้พบหน้าเขา

“วันนี้ขอเข้าช้าสักวันครับ” พงศกรบอกยิ้มๆ เพราะตั้งแต่เข้าไปรับตำแหน่งประธานบริษัท อัคราพัฒน์ฟู้ด แทนสามีของอากรองทองที่เสียชีวิตไป เขาก็ไปทำงานเช้าตลอด

“จะเข้าช้าเข้าเร็วก็ไม่มีใครไปว่าเราหรอก”

“ถึงจะไม่มีใครว่า แต่ผมก็ไม่ควรเข้าบริษัทช้านะครับ เดี๋ยวลูกน้องเห็นจะทำตามเอา” พงศกรบอกเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องทานอาหาร เมื่อผู้เป็นอาชวนไปหลังจากเจ้าตัวเปลี่ยนใจจะยังไม่ออกไปที่บ้านพ่อเลี้ยงตอนนี้

“ว่าแต่อาจะไปไหนครับ”

“อาจะไปพักที่บ้านของพ่อเลี้ยงเมธาสักระยะ ปูนอยู่ทางนี้ก็ดูแลบ้านให้ดีด้วยล่ะ” เพราะเธออยากจะอยู่ห่างๆ จากเสี่ยคเชนท์และชัยดิศรสักระยะ และที่สำคัญจะได้มีโอกาสใกล้ชิดพ่อเลี้ยงให้มากขึ้นด้วย

“อาคิดดีแล้วเหรอครับ ผมรู้สึกเกรงใจพ่อเลี้ยง” แม้จะไม่เคยเห็นกันมาก่อน เพราะพ่อเลี้ยงเมธาคนที่อากรองพูดถึงอยู่บ่อยๆ ไม่ค่อยจะออกจากไร่เท่าไร นอกจากมีเรื่องจำเป็น แล้วถ้าออกจากไร่ก็เดินทางไปต่างประเทศเลย ทำให้เขาไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักเสียที

“อาคิดดีแล้วล่ะ ปูนอย่ากังวลไปเลย อีกอย่างถ้าอาไปอยู่กับพ่อเลี้ยง เสี่ยคเชนท์มันคงไม่ตามไปตอแยอาถึงที่นั่นหรอก” เพราะเธอรู้ดีว่าหากไม่จำเป็นจริงๆ เสี่ยคเชนท์ไม่มีทางย่างกรายเข้าไปที่บ้านพ่อเลี้ยง แต่หลังๆ มาคงจะไปบ่อยเพราะต้องไปกู้เงินจากพ่อเลี้ยงนั่นเอง

“แล้วอาจะไปนานหรือเปล่าครับ”

“อาก็ตอบไม่ได้หรอก แต่ถ้าที่บ้านมีเรื่องอะไรปูนก็โทรหาได้ตลอดนะ” คนเป็นอายิ้มมุมปาก เพียงแค่นั้นก็เร่งให้หลานชายทานอาหารเช้าแล้วจะได้ออกไปทำงาน กระทั่งสองอาหลานทานมื้อเช้าเรียบร้อยก็พากันเดินออกมาที่รถ แต่ทั้งสองยังไม่ทันได้ขึ้นรถ ก็มีรถคันคุ้นตาขับเข้ามาเสี่ยก่อน

“เสี่ยคเชนท์” พงศกรพึมพำหน้าเครียดอย่างเห็นได้ชัด เพราะเขายังโกรธที่ลูกน้องของไอ้เสี่ยบุกเข้าไปในห้องของอากรองไม่หาย

“จะรีบไปไหนกันล่ะ” เสียงของเสี่ยคเชนท์ดังขึ้น ก่อนที่ตัวจะเดินมาหยุดตรงหน้าสองอาหลาน

“เสี่ยมีธุระอะไร” กรองทองเอ่ยถามเสียงเรียบ หากแต่สีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ยินดีที่อีกฝ่ายพาพรรคพวกมาที่บ้าน ก่อนจะหันไปบอกให้หลานชายออกไปทำงานก่อนจะไปสาย เพราะตอนนี้เธอมีคนดูแลอยู่แล้ว ขณะที่พงศกรก็หันไปหาสามหนุ่มร่างกำยำที่เพื่อนตำรวจจัดหามาให้คอยดูแลอาของเขา บอกเป็นนัยว่าอย่าให้ไอ้เสี่ยคเชนท์ทำอะไรอากรองทองของเขา

“เสี่ยคิดถึง มาหาไม่ได้หรือไง” คนพูดทำแววตาเจ้าชู้กรุ้มกริ่มใส่

“ฉันว่าเสี่ยเอาเวลาไปคิดถึงเมียไม่ดีกว่าเหรอ เพราะฉันไม่อยากได้ความคิดถึงของเสี่ย” กรองทองรู้สึกเกลียดชังท่าทางของคเชนท์จนอยากจะอาเจียนออกมาซะตอนนี้

“อย่าพูดถึงเมียเสี่ยดีกว่ากรองทอง เสี่ยฟังแล้วอารมณ์เสีย” พูดไปแล้วก็เกิดอาการหัวเสียแบบสุดๆ เพราะตนอยากจะหย่ากับเมียมานานแต่ก็หย่าไม่ได้สักที เพราะถ้าหย่าตนต้องจ่ายเงินให้ภรรยาห้าสิบล้าน

“ถ้าเสี่ยไม่อยากให้ฉันพูดถึงเมีย เสี่ยก็พูดธุระมา ถ้าไม่มีธุระเสี่ยก็พาคนของเสี่ยกลับไปซะ” ม่ายสาวตอบกลับเสียงเรียบเช่นเดิม พลางมองฝ่ายตรงข้ามด้วยหางตา เพราะตนรังเกียจพรรคพวกของเสี่ยจนไม่อยากจะเสวนาด้วย

“แล้วจะให้คุยตรงนี้เลยหรือไง กรองทอง” เสี่ยคเชนท์กวาดตามองรอบๆ บ้าน แล้วมาหยุดที่สามหนุ่มกำยำที่ยืนประกบม่ายสาวอยู่ด้วยแววตาไม่พอใจ เพราะไม่ชอบให้ม่ายสาวอยู่ใกล้ผู้ชายคนไหน

“งั้นก็เชิญ” ม่ายสาวเชิญอย่างไม่เต็มใจนัก แต่เป็นเพราะเธออยากให้พวกเสี่ยกลับไปเร็วๆ จึงจำต้องเชิญเข้าบ้าน กระทั่งมาถึงแล้วเสี่ยคเชนท์ก็บอกธุระของตัวเองทันที

“แล้วไหนล่ะโฉนดที่ดินของเสี่ย ถ้าไม่เห็นโฉนดฉันก็ไม่เอาด้วย” กรองทองถามถึงทันทีเมื่อเสี่ยคเชนท์ต้องการเอาที่เดินตรงห้องแถวมาขายให้กับม่ายสาว เพื่อต้องการเงินไปใช้หนี้ไอ้กิจจา

“โฉนดอยู่กับไอ้พ่อเลี้ยง” พูดถึงแล้วก็แค้นมันไม่หาย ที่พอนัดให้ไปหาแล้วก็ไม่ได้เงิน แถมมันยังบีบบังคับให้เอาเงินมาจ่ายหนี้ก้อนแรกก่อนอีก

“แล้วเสี่ยจะเอามาขายให้ฉันทำไม ในเมื่อโฉนดไม่ได้อยู่กับเสี่ย”

“เสี่ยจะพูดตรงๆ เลยก็แล้วกันว่าตอนนี้เสี่ยต้องการเงิน แล้วที่ดินตรงนั้นราคามันก็น่าจะได้ราวๆ สิบกว่าล้าน ถ้าได้มันเสี่ยรับรองว่าขายได้ราคาดีกว่านี้แน่ๆ” คนอยากได้เงินพยายามหว่านล้อม และที่ดินตรงนั้นตนก็ไม่ได้ตีราคนเกินจริงสักนิด เพราะทำเลดี ติดถนนใหญ่

“แล้วทำไมเสี่ยไม่ขายให้คนอื่นล่ะ หรือไม่ก็ขายให้พ่อเลี้ยงไปเลยก็ได้ ไหนๆ โฉนดที่ดินก็อยู่กับพ่อเลี้ยงอยู่แล้ว หรือว่าที่เสี่ยไม่ขายให้พ่อเลี้ยง เพราะเสี่ยไม่อยากจะเอาเงินที่กู้มาคืนให้พ่อเลี้ยงกันล่ะ”

“กรองทอง” เสี่ยคเชนท์คำรามกร้าว

“เอาเป็นว่าถ้าฉันได้เห็นโฉนด ฉันก็จะรับไว้พิจารณาก็แล้วกันนะเสี่ย”

“จ่ายเงินค่าที่มาให้ก่อนไม่ได้หรือไง แล้วเธอก็ตามไปเอาโฉนดกับไอ้พ่อเลี้ยง ได้ข่าวว่าไปมาหาสู่กันบ่อย” เสี่ยคเชนท์กระตุกยิ้มมุมปากอย่างมาดหมายว่าจะได้เงิน

“ไม่มีใครทำธุรกิจกันแบบนี้หรอกเสี่ย ถ้าเสี่ยไม่ตกลงตามที่ฉันบอกไป เสี่ยก็เอาที่ไปบอกขายกับคนอื่นเถอะ” พูดจบก็ลุกขึ้นยืน บอกเป็นนัยว่าให้กลับออกไปได้แล้ว

“ถ้างั้นเสี่ยขอยื่นข้อเสนอใหม่”

“ก็ว่ามาสิ” กรองทองรอฟังด้วยท่าทีนิ่งเฉย แต่พอได้ฟังข้อเสนอแล้วก็ได้แต่ทำหน้าเบื่อหน่าย ทั้งที่มันไม่ใช่กงการอะไรของเธอที่จะไปขอร้องให้พ่อเลี้ยงคืนโฉนดที่ดินให้

“ตกลงหรือเปล่ากรองทองคนสวย” เสี่ยคเชนท์คาดคั้น แต่ตนก็คิดว่าระหว่างที่รอเงินขายที่ จะเอาสร้อยเพชรของภรรยาไปขาย มันคงพอใช้หนี้ให้ไอ้กิจจาได้บ้าง

“ฉันจะลองพูดให้ก็แล้วกัน เสี่ยพาคนกลับไปได้แล้ว” สิ้นคำของม่ายสาว สามหนุ่มร่างกำยำก็เดินออกมาเชิญพวกเสี่ยคเชนท์ออกไป ทั้งหมดเดินออกมาที่หน้าบ้าน ก็ได้เห็นรถของลูกชายของท่านผู้ว่าฯ ขับเข้ามาจอดเทียบ เลยยิ่งทำให้เสี่ยคเชนท์ไม่พอใจมากขึ้น เมื่อมีผู้ชายหลายคนมาติดพันม่ายสาว

“สวัสดีครับเสี่ย ไม่คิดว่าจะมาเจอเสี่ยที่นี่” พูดจบเขาก็เดินไปโอบไหล่ม่ายสาวอย่างแสดงการเป็นเจ้าของ

“สวัสดีคุณชัย” แม้จะไม่ชอบอีกฝ่าย แต่ก็จำต้องทักทายชายหนุ่มรุ่นลูก

“เสี่ยมาทำอะไรที่นี่”

“ธุระส่วนตัว” บอกกล่าวไปแค่นั้นก็เดินไปขึ้นรถ ปล่อยให้เจ้าของบ้านและลูกชายของท่านผู้ว่าฯ มองตามจนลับตาไป กรองทองจึงปลดมือของชายหนุ่มออก

“คุณมาหาฉันมีอะไรหรือเปล่า” ม่ายสาวเอ่ยถามไปทันทีเมื่อเดินกลับเข้ามาในบ้านและสั่งให้คนออกไป ทำให้ภายในห้องรับแขกมีเพียงเธอและลูกชายท่านผู้ว่าฯ

“ไอ้เสี่ยนั่นมันมาทำไม” เขาถามกลับพร้อมกับเดินไปนั่งเบียดม่ายสาว พาดแขนไปตามความยาวของพนักโซฟาเรียบหรู ดูเป็นการโอบเจ้าของบ้านกรายๆ

“มาบอกขายที่ตรงห้องแถวให้ฉัน แต่ไม่มีโฉนดมา ฉันเลยไม่ตกลง” บอกกล่าวแล้วก็หวนนึกถึงเรื่องที่สาวใช้ในบ้านเล่ากันว่า ห้องแถวนั้นไม่ค่อยมีคนพักกันแล้ว เพราะสภาพมันทรุดโทรมไม่น่าอยู่ ซ้ำยังมีขโมยเข้าไปขโมยของอยู่บ่อยๆ แต่เจ้าของห้องแถวกลับไม่ใส่ใจ

“ที่ดินงั้นเหรอ” แววตาเขามีประกายบางอย่าง เพราะเขาอยากจะทำธุรกิจบ้าง หลังจากโดนน้องสาวตัวดีแขวะอยู่ประจำว่าไม่มีงานทำ ทั้งที่ตัวคนพูดก็ไม่ทำดีแต่ไปหาผู้ชาย แต่ช่วงสองสามวันมานี้เขาก็ไม่เห็นน้องสาวเลย ไม่รู้ว่าไปอยู่กับผู้ชายคนไหน

“คุณทำหน้าเหมือนอยากได้ที่ดิน แต่ฉันบอกก่อนนะว่าโฉนดที่ดินตอนนี้อยู่กับพ่อเลี้ยง”

“ไม่เห็นจะยาก คุณก็แค่เอาเงินไปใช้หนี้แทนไอ้เสี่ยนั่น แค่นี้เราก็ได้โฉนด ผมอยากจะสร้างอพาร์ตเมนต์ให้พวกฝรั่งเช่า” ชายหนุ่มคิดอย่างมาดหมาย ตอนนี้ที่ลำปางนักเที่ยวต่างชาติกำลังหลั่งไหลมาเที่ยว เพราะมีจุดขายก็ตรงธรรมชาติ แถมที่ตรงนั้นก็เดินทางไปไหนสะดวกสบาย

“คุณจะเอามาทำอะไร” ม่ายสาวเอียงคอมามองชายหนุ่มด้วยความสงสัย กระทั่งได้คำตอบว่าจะอพาร์ตเมนต์ ที่เธอก็คิดว่ามันน่าจะดีมากๆ เพราะที่ตรงนั้นทำเลดี

“แล้วคุณรู้หรือเปล่าไอ้เสี่ยมันเป็นหนี้พ่อเลี้ยงเท่าไหร่” คนอยากได้ที่ซักถามต่อ เพราะถ้าขืนชักช้า บางทีไอ้เสี่ยมันอาจจะเอาที่ไปขายให้คนอื่นซะก่อน

“ฉันไม่รู้ แต่เสี่ยคเชนท์ต่อรองขอให้ฉันไปขอโฉนดจากพ่อเลี้ยงมาก่อน แล้วจะขายที่ให้ฉัน ราคาที่ก็คงสิบขึ้นล้าน”

“ห้าล้านก็พอ ถ้าไอ้เสี่ยมันไม่เอาก็ตามใจมัน” ชัยดิศรต่อรองจนเสี่ยคเชนท์แทบไม่ได้อะไรเลย แล้วก็มั่นใจว่าไอ้เสี่ยมันจะต้องตกลงตามราคานี้ในเมื่อมันอยากได้เงินจนตัวสั่น

“ถ้างั้นก็ตามใจคุณ” พูดจบก็เบี่ยงหน้าหนีเมื่ออีกคนโน้มหน้าลงมาซุกไซ้ซอกคอ

“อย่าหนีผมสิกรองทอง” ชายหนุ่มเอ่ยห้ามเสียงสั่นกระเส่า พลางสอดมือเข้าไปสัมผัสทรวงอกอวบใหญ่

“แต่ฉันจะออกไปข้างนอก” ม่ายสาวบอกเสียงพร่าสั่นเมื่อถูกปลุกเร้าร่างกายหนักขึ้นเรื่อยๆ

“คุณได้ออกไปแน่ๆ แต่ต้องหลังจากผมหาความสุขกับคุณสักรอบสองก่อน” สิ้นเสียงกระเส่าเขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะรั้งให้ม่ายสาวลุกตามแล้วโอบประคองพากันขึ้นไปหาความสุขบนห้องนอนของม่ายสาว

 

หลังจากรอจนพ่อเลี้ยงหนุ่มทานอาหาร ที่วันนี้สายกว่าทุกวันเรียบร้อยแล้ว ป้าริน อ้อยและแหวว พากันงงไม่น้อยเมื่อจู่ๆ พ่อเลี้ยงก็บอกให้ออกไปนั่งรอหน้าบ้านสักครู่ ส่วนคนบอกก็เดินเข้าห้องทำงานหยิบสมุดจดโน้ตกับปากกามาเขียนแล้วก็ฉีก ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงาน

“ป้ารินครับ” ขานเรียกแล้วก็ยื่นกระดาษให้ ก่อนจะหยิบเอาเงินออกมาปึกใหญ่

“ให้ป้าซื้อทั้งหมดเลยหรือคะ” หลังจากไล่อ่านแล้วก็นึกสงสัยอยู่เหมือนกัน ว่าพ่อเลี้ยงจะให้หาซื้อชุดที่นอนใหม่ทำไม เพราะที่บ้านก็ยังเหลืออีกหลายชุดที่ยังไม่ได้เปิดใช้

“ครับป้า อ้อยกับแหววก็ไปด้วย จะขับรถไปกันเองหรือวานให้คนงานขับไปก็ได้นะครับป้า ผมไปล่ะครับ” พูดจบก็คว้าหมวกมาสวม แล้วก็เดินลงบ้านตรงไปยังรถ จุดมุ่งหมายก็คือท้ายไร่ เพราะมีคนเอาพวกขยะมาทิ้ง ที่ก็ไม่รู้ว่าเป็นขยะพวกสารพิษหรือไม่ 

“ไหนป้า ขอดูหน่อย” เมื่อรถของพ่อเลี้ยงขับออกจากบ้านไปแล้ว แหววที่อยากรู้อยากเห็นก็แย่งกระดาษในมือป้ารินไปอ่าน แล้วก็ตาโต

“พ่อเลี้ยงสั่งให้ซื้อชุดที่นอนใหม่ยังกับจะซื้อให้ลูกเลยพี่อ้อย” ว่าแล้วก็ยื่นให้อีกฝ่ายดู ที่ก็ทำหน้าประหลาดใจไม่แพ้กัน ก่อนจะโดนป้ารินเร่งให้ไปตามคนงานมาขับรถให้ เพราะอ้อยกับแหววยังขับรถไม่ค่อยเก่ง ไปไกลๆ แบบนี้กลัวจะเป็นอันตราย เกือบยี่สิบนาทีทั้งหมดก็เดินทางเข้าเมืองไปหาซื้อของตามคำสั่งของพ่อเลี้ยงหนุ่ม ที่ตอนนี้กำลังมองดูคนงานเอาถุงปุ๋ยออกไปให้ห่างจากเขตไร่

“ไอ้ศร เป็นถุงอะไร” หลังจากปล่อยให้ศรและพวกคนงานอีกสามคนไล่เปิดดูถุงดูอยู่อึดใจ เขาก็ถามขึ้น

“เป็นพวกเสื้อผ้าเก่าๆ ครับ แล้วก็มีพวกขวดน้ำหอม โลชั่นครับ แต่ว่าอ่านฉลากมันไม่ได้ครับ ไม่รู้ว่าเป็นของพวกเครื่องสำอางไม่ได้มาตรฐานหรือเปล่า” ศรวางมือแล้วหันมาตอบ ใจก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าใครมันขนเอามาทิ้งที่นี่

“ใครวะเอามาทิ้ง เจอตัวเมื่อไหร่พ่อจะทิ้งให้หมดเลย” เมธาบอกอย่างหัวเสีย

“เอาไปตามหาเจ้าของดีไหมครับพ่อเลี้ยง” คนงานหนุ่มวัยยี่สิบห้าเอ่ยถาม เพราะก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าใครมันมักง่ายขนาดนี้ ยังดีที่มันไม่เอาพวกสารเคมีมาทิ้งไว้ด้วย

“คงหาเจอหรอกไอ้โต ไม่รู้ว่ามันเป็นใครด้วย” พูดจบก็คิดอยู่อึดใจ ก่อนสั่งให้โตและคนงานอีกสองคนจัดการเอาไปทิ้งไว้ที่ถังขยะทางเข้าไร่เพื่อให้รถขยะมาเก็บ

“ได้ครับพ่อเลี้ยง” รับคำแล้วก็รีบจัดการตามคำสั่ง ส่วนพ่อเลี้ยงหนุ่มและศรก็พากันเดินตรวจท้ายไร่ ก่อนที่ศรจะเสนอให้สร้างบ้านพักคนงานไว้แถวนี้อีกสักสองสามหลัง เพราะยังมีคนงานบางส่วนยังไม่มีบ้านพัก และตอนนี้ก็อาศัยอยู่กับญาติๆ

“งั้นแกก็จัดการได้เลยไอ้ศร จะได้ไม่มีคนมักง่ายเอาข้าวของมาทิ้งอีก” พ่อเลี้ยงหนุ่มเห็นด้วย ก่อนจะพากันขึ้นรถไปยังโรงคั่วกาแฟ เมื่อตรวจดูแล้วไม่มีใครเอาอะไรมาทิ้งอีก

เมื่อมาถึงโรงคั่วกาแฟ ศรก็แยกตัวออกไปจัดการติดต่อช่างมาสร้างบ้านพักตามคำสั่งของพ่อเลี้ยงหนุ่ม ส่วนพ่อเลี้ยงรูปหล่อก็เข้าไปดูคนงานกำลังคั่วกาแฟ ที่กำลังจะได้ที่และพร้อมจะแพ็คส่งออกหลายประเทศอยู่ และเขากำลังจะทำการส่งออกไปยังทวีปยุโรปเพื่อขยายตลาด

“พ่อเลี้ยง มิสเตอร์กอร์ดอนโทรมาค่ะ” พนักงานสาวเดินมาขานเรียก ก่อนจะเดินนำพ่อเลี้ยงหนุ่มกลับไปรับโทรศัพท์ที่ห้องทำงาน

“สวัสดีครับคุณกอร์ดอน” ทักทายกลับไปตามสาย ก่อนจะเริ่มคุยกันเรื่องธุรกิจเมื่อทางนั้นตกลงทำสัญญาซื้อขายกาแฟจากไร่ไปจำหน่ายที่ออสเตรีย ที่นับเป็นข่าวดีในรอบครึ่งปีหลัง

“ถ้างั้นหากผมเคลียร์งานที่นี่เรียบร้อย ผมจะเดินทางไปดูโรงงานผลิตของคุณนะครับ”

“ยินดีครับคุณกอร์ดอน แล้วถ้าหากคุณมีกำหนดวันที่แน่นอน ก็ให้เลขาโทรมาแจ้งทางเราได้เลยครับ ผมจะให้คนไปรับคุณที่สนามบิน”

“ครับ ยินดีที่ได้ร่วมทำธุรกิจด้วยกันครับ”

“เช่นกันครับ” ขานรับจบแล้วก็กดวางสายเมื่อทางนั้นกล่าวลา ก่อนที่เขาจะมองโทรศัพท์อยู่อึดใจก็ยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก แล้วเดินออกไปดูงานต่อ ที่เขามีแผนขยายการผลิตเพื่อให้เพียงต่อความต้องการของตลาดที่กำลังเจริญเติบโต พ่อเลี้ยงหนุ่มดูงานจนกระทั่งเย็นก็เดินทางกลับบ้านพัก และได้รู้ว่าตอนนี้กรองทองรออยู่ที่ห้องรับแขก

“สวัสดีครับคุณกรองทอง มานานหรือยังครับ” ขาดคำก็ถอดหมวกยื่นให้แหววเอาไปเก็บ พร้อมกับรับแก้วน้ำเย็นเจี๊ยบจากอ้อย ก่อนจะเดินไปนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแขกสาวที่มาพร้อมกระเป๋าใบโต

“กรองเพิ่งมาถึงก่อนหน้าพ่อเลี้ยงไม่ถึงสิบนาทีค่ะ กรองต้องขอโทษด้วยนะคะที่บอกว่าจะมาตอนเช้าแต่มาเสียเย็น” ม่ายสาวเอ่ยบอกเสียงหวาน สายตาของเธอก็จับจ้องไปยังแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามแรงหายใจด้วยความคิดที่เตลิดไปไกลจนหน้าเห่อร้อน

“เอ่อครับ ถ้างั้นเดี๋ยวผมจะให้แหววพาไปบ้านพักครับ แหวว!” ท้ายประโยคหันไปเรียกสาวใช้ ไม่กี่วินาทีแหววก็เปิดประตูเข้ามา ทำเอาม่ายสาวหงุดหงิดเพราะเธอยังไม่อยากไปแต่อยากอยู่กับพ่อเลี้ยงต่ออีกสักหน่อย แต่ก็จำต้องไปเมื่อพ่อเลี้ยงเชื้อเชิญอีกครั้ง และพอมาถึงเธอก็ไล่ให้แหววกลับไปทันที ก่อนจะทิ้งตัวนั่งบนเตียงด้วยสีหน้าบึ้งตึง

'พ่อเลี้ยงนะพ่อเลี้ยง ทำไมจะต้องรีบไล่กรองมาด้วย' เธอบ่นในใจแล้วก็ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก เมื่ออาการบางอย่างก่อเกิดแต่หาใครมาช่วยดับไม่ได้เลย แถมเรื่องที่ดินของเสี่ยคเชนท์ก็ยังไม่ได้พูดอีก

เพราะอาการร้อนรุ่มรุมเร้า เธอจึงเดินเข้าไปอาบน้ำขับไล่ความร้อนรุ่มออกไป แต่ใจก็ยังคิดถึงแผงอกกว้างๆ แสนน่าซบของพ่อเลี้ยงหนุ่มอยู่ร่ำไป

ทางด้านคนที่ทำให้ม่ายสาวเกิดอาการร้อนรุ่มไปทั่วกายก็ขึ้นไปอาบน้ำจนสดชื่น ก็เดินลงมาทานอาหารเย็นและถามถึงของที่ให้ไปซื้อก็ได้ความว่าจัดหามาครบทุกอย่าง

“พรุ่งนี้อ้อยกับแหววไปจัดการเปลี่ยนชุดเครื่องนอนในห้องเล็กด้วยล่ะ เดี๋ยวจะมีคนมาพัก”

“ได้ค่ะพ่อเลี้ยง” สองสาวประสานเสียงกันตอบ แต่ก็ยังนึกสงสัยกันอยู่ว่าใครจะมาพัก แต่คงต้องเป็นคนสำคัญแน่ๆ พ่อเลี้ยงถึงได้ให้พักห้องติดกัน

“เก็บจานชามเสร็จก็กลับบ้านพักกันได้เลย” พูดจบก็ลุกขึ้นยืนเพื่อออกไปเดินย่อยอาหารที่ทานเข้าไปจนอิ่มแปล้ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้กรองทองขอมาอาศัยอยู่ด้วย เขาก็เปลี่ยนใจนั่งลงที่เดิม ทำเอาสองสาวและป้ารินหันมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย

“พ่อเลี้ยงจะรับอะไรเพิ่มหรือเปล่า ป้าจะได้จัดมาให้” ป้ารินเอ่ยถามอย่างสงสัย

“ไม่ล่ะครับ แต่ผมกำลังคิดอะไรอยู่ ขอเวลาคิดนิดหนึ่งครับ” บอกกล่าวแล้วก็นิ่งไปสักพัก เพราะเขากำลังคิดว่าระหว่างที่ชัญญ่ายังไม่มาอยู่ ควรจะให้ป้ารินกับสองสาวมาอยู่เป็นเพื่อนดีหรือไม่ ขืนให้เขาอยู่บ้านตามลำพังแล้วกรองทองมาหาที่บ้าน มันคงจะดูไม่ดีแน่ๆ

“ตั้งแต่คืนนี้ ป้าริน อ้อย แล้วก็แหวว ย้ายมานอนบนบ้านนี้นะครับ” เพราะบ้านหลังนี้มีอยู่สองห้องใหญ่และสองห้องเล็ก ซึ่งพอจะให้ทั้งสามคนนอนอยู่ร่วมกันได้ ส่วนห้องใหญ่อีกห้องเป็นห้องของอาศิวา

“ค่ะ” รับคำแบบงงๆ กัน ก่อนจะรีบจัดการเก็บจานชามไปล้างแล้วจะได้กลับมานอนที่นี่ตามคำสั่งของพ่อเลี้ยง ที่ทั้งสามต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า ป้องกันไม่ให้คุณกรองทองขึ้นมาอยู่สองต่อสองกับพ่อเลี้ยง

 

ภายในห้องนอน ชัญญ่าเดินถือกล่องที่เธอซ่อนไว้นานแล้วไปที่หน้าต่างเพื่อปัดฝุ่น แต่มองไปเห็นผู้จัดการสุดหล่อนั่งอยู่ที่ศาลาหน้าบ้านพัก จึงวางมือจากกล่องที่ฝุ่นจับจนหนาไว้บนโต๊ะริมหน้าต่าง แล้วเดินลงไปหาคนในศาลา

“อะแฮ่ม! มานั่งคิดถึงใครอยู่เอ่ย” เมื่อมาถึงแล้วแต่ดูเหมือนอีกคนจะเหม่อไปถึงไหนๆ เธอจึงเดินเข้าไปใกล้แล้วก็ทำเสียงดังใส่

“หมวย ผมตกใจหมดเลย” เขาไม่ได้พูดเกินจริงเลยเมื่อจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเธอ

“โห! ผู้ชายขวัญอ่อน” เธอฉีกยิ้มกว้างทำเอาคนมองจ้องตาไม่กะพริบ

“ผู้ชายก็ขวัญอ่อนเป็นนะครับ” เอโด้ถอนสายตาจากใบหน้าสวยแล้วตอบยิ้มๆ หัวใจพองโตขึ้นทุกวัน เพราะเขาได้อยู่ใกล้เธอตลอดเวลา 

“หมวยก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ ว่าแต่คุณมานั่งคิดถึงใครอยู่เหรอคะ” ชัญญ่าทำหน้าทำตาอยากรู้จนอีกคนยื่นมือมาขยี้ผมเล่น ทำเอาเธอแสร้งทำหน้าง้ำใส่

“ก็คิดถึงไปเรื่อยแหละครับ แล้วทำไมหมวยยังไม่นอน ดึกแล้วนะ” เขาคิดถึงคนที่ถามอยู่ แต่ก็ไม่คิดจะบอกให้เธอรับรู้ เพราะยังไงก็ต้องทำงานด้วยกันทุกวันอยู่แล้ว 

“ก็กำลังจะนอนค่ะ แต่เห็นคนบางคนนั่งอยู่คนเดียวกลัวว่าจะเหงา หมวยเลยเดินลงมาอยู่เป็นเพื่อน”

“ขอบคุณนะครับที่กลัวผมเหงา แต่ผมไม่เหงาหรอกครับ หมวยขึ้นไปนอนเถอะ ดึกแล้ว” เพราะเกรงใจสาวสวยที่จะต้องมานั่งเป็นเพื่อน ทั้งที่ใจจริงเขาก็อยากให้เธออยู่เป็นเพื่อน

“ถ้างั้น...หมวยไปนอนนะคะ” เธอทำตามอย่างว่าง่าย แต่ที่ยอมไปเป็นเพราะเธอคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะอยากอยู่ตามลำพังมากกว่า เธอโบกมือลาแล้วหมุนตัวเดินกลับบ้าน และพอเข้าไปอยู่ในห้องนอนแค่วินาทีเดียว เสียงโทรศัพท์ก็ดังรบกวน

“เบอร์ใคร” พึมพำเบาๆ ก็กดรับสาย

“หมวย นอนหรือยัง”

“พี่เมธา” เธอทำหน้าประหลาดใจราวกับเห็นปีศาจ เมื่อจู่ๆ คนที่โทรมาก็คือพี่เมธา แต่อีกไม่กี่วันก็จะเป็นเจ้านายของเธอแล้ว แต่โทรมาได้ไง เธอไม่เคยให้เบอร์โทรไว้

“ใช่พี่เอง หมวยคิดว่าใครล่ะ” ถามไปแล้ว ใจก็นึกกลัวว่าเธออาจจะรอรับโทรศัพท์จากผู้ชายคนอื่น

“พี่รู้เบอร์หมวยได้ไง” ถามออกไปแล้วก็นึกได้ว่าอาจจะเป็นลุงก็ได้ที่ให้เบอร์เธอกับพี่เมธา 'ลุงนะลุง ไม่น่าให้เบอร์หมวยไปเลย'

“ง่ายนิดเดียว” เมธาตอบกลับมาตามสายด้วยเสียงทุ้มนุ่ม ความเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวันหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้ยินเสียงใสๆ ของอดีตเด็กสาวตัวน้อยบ้านใกล้เรือนเคียงกัน

“แล้วพี่มีธุระอะไรกับหมวยหรือเปล่า หมวยง่วงแล้วจะนอน” เธอหาข้ออ้าง เพราะยังไม่รู้สึกง่วงนอนเลยสักนิด แต่ตอนนี้เธอยังไม่อยากจะได้ยินเสียงของพี่เมธา เดี๋ยวจะพานนอนไม่หลับทั้งคืน

“ธุระคิดถึง คิดถึงมากด้วย แต่ไม่รู้ว่าหมวยจะคิดถึงพี่หรือเปล่า”

“บ้า! มาคิดถึงหมวยทำไม” เธอตอบกลับเสียงกระชาก หากแต่ใบหน้ากลับแดงก่ำเพราะอาการเขินอาย แต่พอรู้ตัวว่าจะไปอายทำไมก็รีบสลัดความรู้สึกออกไปทันที

“พี่ต้องบ้าแน่ๆ ถ้าหมวยไม่มาอยู่ใกล้พี่” น้ำเสียงเขาออดอ้อน

“อยากบ้าก็ตามใจพี่แล้วกัน เพราะหมวยยังไม่ไปตอนนี้” ตอบไปโดยไม่รู้ตัวว่าน้ำเสียงนั้นฟังดูน่ารักแค่ไหน ทำเอาอีกคนยิ้มกว้าง ไม่รู้เหมือนกันว่าจะนอนหลับหรือเปล่าคืนนี้ เพราะมัวแต่นึกถึงหน้าคนบางคนที่เขากำลังโทรหาอยู่

“นี่หมวยง่วงแล้ว ขอนอนก่อนนะ” หลังจากคุยกันมานานเธอก็ชักจะตาปิดแล้วจึงบอกคนในสายไป เพราะดูจากการคุย หากไม่บอกว่าง่วงเขาคงไม่ยอมวางสายง่ายๆ แน่

“ถ้างั้น...ก็นอนหลับฝันดีนะ” พูดจบไม่กี่วินาทีอีกคนก็วางสาย ส่วนเขาก็เอาแต่นั่งจ้องมองโทรศัพท์ราวกับนั่นคือใบหน้าของอีกคนที่วางสายไปแล้ว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha